Beranda / วาย / เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL / ตอนที่ 4 : ความจริงที่ไม่คุ้นเคย

Share

ตอนที่ 4 : ความจริงที่ไม่คุ้นเคย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-14 15:07:08

ไม่นานนักประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดออกอีกครั้ง สายหมอกเดินนำแพทย์ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดและพยาบาลหญิงเข้ามาในห้อง

นายแพทย์ท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามาตรวจดูจอวัดสัญญาณชีพข้างเตียง ก่อนจะหันมาใช้ไฟฉายเล็ก ๆ ส่องดูม่านตาของเมฆินทร์ และหันไปสัมผัสจอมอนิเตอร์บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียงอีกสักระยะ

“คนไข้รู้สึกตัวดีนะครับ? มีอาการเจ็บปวดตรงไหนเป็นพิเศษไหม”

“หัว... ผมรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยครับ แล้วก็แสบคอมากด้วย” เมฆินทร์ตอบไป

“แล้ว... ผู้จัดการของผมล่ะครับ? พี่หลินเธอเป็นยังไงบ้าง”

คำถามของเขาทำให้สายหมอกที่ยืนอยู่ปลายเตียงถึงกับขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ส่วนคุณหมอเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะบันทึกอะไรบางอย่างลงไปในแฟ้มประวัติ

“ตอนนี้ร่างกายโดยรวมของคุณไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วนะครับ ระบบประสาทตอบสนองดี สัญญาณชีพคงที่ มีเพียงร่างกายที่อ่อนเพลียจากการขาดสารอาหาร ซึ่งเป็นปกติของเคสแบบคุณ เดี๋ยวหมอจะสั่งวิตามินเสริมให้ทางสายน้ำเกลือนะครับ พักผ่อนอีกสักสองถึงสามวันก็น่าจะกลับบ้านได้”

“เคสแบบผมขาดสารอาหารเหรอครับ?” เมฆินทร์ทวนคำ

“หมายถึงเคสอุบัติเหตุทางรถ ผมโดนรถชนไม่ใช่หรอ?”

“อุบัติเหตุ? รถชน?” คุณหมอเลิกคิ้ว

“คุณเข้ามารักษาด้วยการกินยาเกินขนาดครับ แล้วผมก็เป็นหมอเจ้าของไข้ตั้งแต่วันแรก ไม่มีทางที่จะบอกประวัติผู้ป่วยพลาดครับ”

‘จะบ้าเหรอ กินยาเกินขนาดอะไร... ถูกรถชนจนคิดว่าคงไม่รอดแน่ ๆ นี่ยังจำได้แม่นมาก’

“เอาเป็นว่าพักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ ถ้ามีอะไรผิดปกติ กดปุ่มเรียกพยาบาลได้เลย”

หมอระบายยิ้มให้อย่างอ่อนโยนราวกับให้กำลังใจผู้ป่วยที่อาจจะเบลอหรือสับสนอยุ่เพราะเพิ่งรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา

“หมอครับ ควรตรวจสมองของเพื่อนผมหน่อยไหม ดูมันสิ… เหมือนสติเลอะเลือนไปหมดแล้ว”

สายหมอกรั้งคุณหมอเอาไว้ก่อนแล้วพยายามชี้ไปทางผู้ป่วยบนเตียง

“มีโอกาสที่สารเคมีในสมองยังไม่สมดุลเนื่องจากยาที่กินไป แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ คนไข้พึ่งฟื้นน่าจะต้องรอติดตามอาการ ไม่นานก็ดีขึ้นครับ”

หมอกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับพยาบาล

 

ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องอีกครั้ง เหลือเพียงเมฆินทร์กับสายหมอกที่มองมาด้วยแววตาสงสารปนสับสน

“ช่วย... พาผมไปที่ระเบียงหน่อยได้ไหมครับ” เมฆินทร์เอ่ยขอ

ในเวลานี้เขาจับต้นชนปลายอะไรไม่ได้เลย ตั้งแต่ฟื้นมาทุกอย่างดูผิดแปลกไปหมด

สายหมอกพยักหน้ารับอย่างไม่อิดออด เขาค่อย ๆ ประคองร่างที่อ่อนแรงของเพื่อนให้ลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปยังประตูกระจกที่เชื่อมต่อระหว่างระเบียงด้านนอก

ความรู้สึกแรกที่เมฆินทร์สัมผัสได้คือร่างกายนี้ซูบผอมและเบาโหวงอย่างน่าใจหาย ทันทีที่ก้าวออกสู่ระเบียง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เขาต้องหยุดนิ่งอย่างตกตะลึง...

ตึกระฟ้าสูงเฉียดฟ้ามีดีไซน์แปลกตาล้ำสมัยตั้งตระหง่านเต็มไปหมด ถนนที่มีหลากหลายระดับคล้ายกับมีไว้เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพจราจรแออัดในเมือง

‘นี่มัน... ใช่กรุงเทพฯแน่หรอ หรือว่าเขาถูกส่งมารักษาที่เมืองนอก?’

‘ไม่สิ... ถ้าเมืองนอก การสนทนาที่ผ่านมาจะต้องเป็นภาษาถิ่นของประเทศนั้น ๆ หรือเปล่า ไม่น่าใช่การตอบโต้ด้วยภาษาไทย หรืออาจจะเป็นโรงพยาบาลไทยในเมืองนอก เพื่อจะรักษาศิลปินที่มีมูลค่าที่สุดในค่าย ทางผู้ใหญ่ต้องทุ่มทุนเพื่อเขาแน่นอน เขามั่นใจ’

เมฆินทร์สับสนไปหมดในตอนนี้

“ลมหนาว มึงโอเคไหม?”

สายหมอกถามด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่พามายืนที่ระเบียงสักพักแล้ว ไม่มีปฏิกิริยาใดใดที่แสดงออกมาเลย นิ่งราวกับรูปปั้น

‘ลมหนาวอีกแล้ว... ทำไมเรียกเขาด้วยชื่อนี้ไม่เลิกสักที’

เมฆินทร์ส่ายหน้าตอบกลับไปอย่างช้า ๆ พร้อมกับถอนหายใจออกมายาว ๆ และเอ่ยขึ้น

“อยากไปเข้าห้องน้ำ”

“ได้ ๆ” สายหมอกตอบรับและพยุงพาไปส่งที่ห้องน้ำตามคำขอ

 

เมื่อเมฆินทร์เข้ามาภายในห้องน้ำแสนกว้างขวางหรูหรา ยิ่งตอกย้ำได้ว่าห้องของโรงพยาบาลแห่งนี้คงเป็นห้องวีไอพีอย่างแน่นอน

ในขณะที่กำลังมองรอบ ๆ อยู่นั้นสายตาได้สะดุดเข้ากับกระจกบานใหญ่ที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เงาที่ถูกสะท้อนผ่านกระจกคือร่างกายของเขาตั้งแต่หัวจรดเอว และมันทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น

‘ไม่... นี่ไม่ใช่ตัวเขา’

แม้เค้าโครงหน้าจะยังคงเป็นเมฆินทร์ที่คุ้นเคย... แต่รายละเอียดกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง สีผมสีน้ำตาลอ่อนที่เขาเพิ่งไปย้อมมาเมื่อเดือนก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นสีบลอนด์ทองประกายเบจ แถมความยาวยังระถึงต้นคอ ดวงตาของเขาโดยปกติแล้วจะเป็นสีดำสนิท ตอนนี้กลับกลายเป็นสีเทาเข้ม ให้ความรู้สึกลึกลับ ยามต้องแสงไฟมันส่องประกายสะท้อนแวววาวจนมั่นใจว่านี่คือสีของนัยต์ตาจริง ๆ ไม่ใช่การใส่คอนแทคเลนส์

เมฆินทร์ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของตัวเอง ปลายนิ้วกดสัมผัสไปทั่ว แม้กระทั่งการดึงทิ้งเส้นผมเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงที่ว่าเขาไม่ได้ฝันไปในตอนนี้

‘นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!’

 

ทันใดนั้นเอง ภาพต่าง ๆ คล้ายกับการเล่นม้วนฟิล์มฉายหนังก็ประเดประดังเข้ามาในหัวของเมฆินทร์ราวกับเขื่อนแตก

“อึก!”

เขาชะงักไปพร้อมกับสองมือที่กุมเข้าที่หัว อาการปวดหัวเริ่มหนักขึ้นราวกับถูกกระตุ้นให้เจ็บปวดรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า

 

เมฆินทร์รับรู้ได้ว่า เรื่องราวที่ปรากฎขึ้นกำลังดำเนินไป มันเป็นภาพในมุมมองของตัวเขาเอง ซึ่งกำลังใช้ปลายนิ้วอันสั่นเทากำลังกดโทรศัพท์, เสียงรอสายดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันช่างให้ความรู้สึกว่างเปล่าและเย็นชาเหลือเกิน

รับสิ... ได้โปรด’

เสียงกระซิบที่สิ้นหวังหลุดออกมาจากริมฝีปากของตัวเอง ไม่ว่าจะโทรอีกสักกี่สิบครั้ง ปลายทางกลับเงียบและไม่ตอบรับกลับมา

แต่แล้วจู่ ๆ ภาพก็ตัดไปที่หน้าจอโทรศัพท์ที่เต็มไปด้วยข้อความในบับเบิ้ลสีเขียวที่เขาเป็นคนส่งไปเพียงฝ่ายเดียว

‘ภาส... เราอย่าเลิกกันเลยนะ ไม่เอาแบบนี้ได้ไหม’

‘เรามาคุยกันและหาทางออกอื่นได้ไหม’

‘ไม่เลิกกัน เราอยู่ไม่ได้จริง ๆ ถ้าไม่มีภาส'

‘ขอร้องนะภาส’

แต่ไร้ซึ่งการตอบกลับใด ๆ แม้กระทั่งการกดอ่านข้อความ น้ำตาหลายหยดร่วงหล่นลงบนหน้าจอ ทำให้ตัวอักษรพร่าเลือน

ไม่นานนักเหตุการณ์ถูกเปลี่ยนไปอีกครา ความมืดของห้องนอน แผงยาจำนวนมากที่ถูกแกะออก เม็ดยาจำนวนมากมายที่รวมกันอยู่บนอุ้งมือของเขาราวกับลูกกวาดแห่งความตาย เขารู้ตัวว่ากำลังมองเม็ดยานั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

ความคิดเดียวที่วนในหัวมีแต่การที่จะต้องกินมันลงไปเพื่อให้ทุกอย่างจบลง ก่อนจะตัดสินใจในเพียงเสี้ยววินาที... กรอกยาทั้งหมดเข้าปาก ความขมปร่าของมันและความเจ็บปวดกำลังกัดกินร่างกายจากภายในคือความรู้สึกสุดท้าย...

‘มันต้องไม่ใช่แบบนี้ คนอย่าเมฆินทร์ไม่มีวันจะคิดจบชีวิตัวเองแบบนี้! ไม่ใช่ตัวเขาสิ ต้องไม่ใช่!’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 72 : ความในใจที่ซ่อนเร้น 2/2

    “ถ้าพี่ไม่ใช่อย่างที่นายคิดล่ะ? ถ้าพี่ในตอนนี้ไม่ได้น่ารักเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้อ่อนโยน ขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจ แถมยังมีความลับเยอะแยะ... นายจะยังรู้สึกดีกับพี่อยู่ไหม?” “...” “ที่นายทำดีกับพี่ทุกวันนี้... เพราะนายผูกพันกับภาพจำของพี่ในอดีตหรือเปล่า?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ เมฆินทร์ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา รอคอยคำตอบด้วยหัวใจที่บีบรัด สัมผัสอุ่นวาบแตะลงที่ข้างแก้ม น่านฟ้าประคองใบหน้าสวยให้เงยขึ้นสบตา นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างเบามือ “พี่ลมหนาวฟังผมนะ...” น่านฟ้าเอ่ยเสียงนุ่มลึก สายตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเทาคู่สวย “ผมยอมรับว่าอดีตมันสวยงาม... ผมอยากจะเก็บช่วงเวลานั้นเอาไว้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกกับพี่ในตอนนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะภาพจำในอดีต” น่านฟ้าขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “ตอนที่กลับมาเจอพี่อีกครั้ง ผมสารภาพตรง ๆ ว่าพยายามจะสร้างกำแพงกั้นระหว่างเราไว้ เพราะกลัวว่าผมจะผิดหวัง... แต่ยิ่งได้อยู่ใกล้พี่ ยิ่งได้เห็นพี่ในมุมที่ผมไม่เคยเห็น”

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 71 : ความในใจที่ซ่อนเร้น 1/2

    ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักเข้าไปอย่างเบามือ เผยให้เห็นอาณาจักรส่วนตัวของน่านฟ้าที่ถูกซ่อนไว้หลังบานประตู ห้องนอนของน่านฟ้ากว้างขวางและคุมโทนด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีเทา ให้ความรู้สึกสุขุมและเงียบสงบเหมือนเจ้าของห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีของวางระเกะระกะแม้แต่ชิ้นเดียว ราวกับว่าห้องนี้เป็นห้องตัวอย่างในโครงการหรูมากกว่าห้องที่มีคนอาศัยอยู่จริง “พี่ลมหนาวตามสบายเลยนะครับ คิดซะว่าเป็นห้องตัวเอง” น่านฟ้าเอ่ยบอกขณะวางกุญแจรถและกระเป๋าตังค์ไว้ที่โต๊ะหัวเตียง เขาหันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้คนพี่ที่ยังยืนกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความเกร็ง “อยากอาบน้ำก่อนไหม เดี๋ยวผมหาชุดเปลี่ยนให้ แต่ไซส์มันอาจจะใหญ่สักหน่อย” น่านฟ้าบอกก่อนจะเดินหายเข้าไปในโซนวอคอินโครเซท “ไม่เป็นไร ชุดไหนพี่ก็ใส่ได้หมดนะ” เมฆินทร์ตอบพลางถือวิสาสะก้าวเดินสำรวจห้องนอนของคนน้องอย่างสนใจ... สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับตู้โชว์กระจกใสที่มุมห้อง ภายในนั้นไม่ได้มีของสะสมราคาแพงอย่างโมเดลรถหรือนาฬิกาหรูอย่างที่ผู้ชายทั่วไปชอบสะสม แต่มันกลับเต็มไปด้วย ‘ความทรงจำ’ กร

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 70 : ตระกูลสิริพิพัฒนกุล 2/2

    “มากันแล้วเหรอจ๊ะ” คุณหญิงณิรดาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวานเมื่อเห็นทุกคนมาถึงอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้านให้ขึ้นไปเชิญสามีของตนเองลงมารับประทานอาหาร ไม่นานนักกวินภพก็เดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทีภูมิฐาน แม้จะอยู่ในชุดลำลองแต่รัศมีของนักธุรกิจใหญ่เจ้าของค่ายเพลงระดับประเทศก็ยังแผ่ออกมาให้คนแปลกหน้าอย่างสายหมอกต้องลอบกลืนน้ำลาย ‘อยากกลับบ้านชะมัด อยู่ท่ามกลางไฮโซ อยู่บ้านคนรวยแล้วมันโคตรจะเกร็งเลย ไอ้บ้าเอ้ย!’ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดดูหรูหราแต่ก็อบอุ่นอย่างน่าประหลาด แสงไฟสีนวลจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบเครื่องเงินบนโต๊ะจนเป็นประกายวับวาว “ลมหนาวเป็นยังไงบ้างลูก? ไม่ได้เจอกันนาน ดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะ” ณิรดาเอ่ยทักทายว่าที่ลูกสะใภ้อนาคตด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู “น้องน่านฟ้าเขาดื้อหรือเปล่า? ทำอะไรให้หนูไม่สบายใจไหม ฟ้องแม่ได้เลยนะ” เมฆินทร์สบตากับผู้ใหญ่ตรงหน้า สัมผัสได้ถึงความจริงใจและน้ำเสียงเอ็นดู เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยเกร้งเท่าครั้งแรกที่เจอกัน ระบายรอยยิ้มบาง ๆ “สบายดีครับคุณน้า” เขาตอบ

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 69 : ตระกูลสิริพิพัฒนกุล 1/2

    กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและอาหารไทยรสเลิศลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนนำเข้าอย่างเรียบหรู คุณหญิงณิรดากำลังง่วนอยู่กับการปรุงรสอาหารด้วยตัวเอง ท่าทางของเธอดูสง่างามและคล่องแคล่วสมกับเป็นแม่ศรีเรือน แม้ในยามสวมผ้ากันเปื้อนทับชุดอยู่บ้าน“คุณน้าครับ”เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้ณิรดาละมือจากหม้อแกง หันมามองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“อ้าว... ตาคุณ มาแล้วเหรอจ๊ะ”สายหมอกที่เดินตัวลีบตามหลังมาติด ๆ รีบยกมือไหว้หญิงสูงวัยตรงหน้าอย่างนอบน้อมโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณบอกเขาว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา“มาช่วยครับ”ณคุณพูดพลางเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ครัว วางกุญแจรถลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาเหมือนเป็นบ้านตัวเอง“ดีเลยจ้ะ น้ากำลังต้องการลูกมือพอดี”ณิรดาพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปเห็นชายหนุ่มที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ข้างหลัง “แล้วนี่... ใครเหรอจ๊ะณคุณ?”“เพื่อนครับคุณน้า ชื่อสายหมอก”“กูเป็นรุ่นพี่มึง... ไม่ใช่เพื่อนมึง”สายหมอกกัดฟันกระซิบเสียงรอดไรฟั

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 68 : คำเชิญจากผู้ใหญ่ และ คนนอกสายตา 2/2

    “น่านฟ้าคะ ตกลงเรื่องที่ไปกินข้าว...”แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยค ร่างสูงของเดือนคณะบริหารก็ก้าวเท้ายาว ๆ เดินตรงผ่าวงล้อมออกไป... จุดหมายของเขามีเพียงที่เดียว คือจุดที่คนพี่ยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนข้างเวทีทิ้งให้มิลกี้ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้นราวกับธาตุอากาศ“พี่ลมหนาว คุณแม่ชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน...” น่านฟ้าเอ่ยบอกเมฆินทร์ทันทีที่เดินมาถึง ไม่มีการเกริ่นนำ ไม่มีความอ้อมค้อม สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างรอคอยคำตอบ“พี่ต้องอยู่คุยกับสตาฟฟ์ต่อหรือเปล่า?”ริวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาโต หันมามองเพื่อนสลับกับรุ่นน้องตัวสูงด้วยสายตาแซว ๆ"โหยยย... พ่อแม่สามีตามตัวซะแล้ว ไม่ต้องมาทำหน้าคิดเยอะ มึงก็รอกลับพร้อมน้องเขาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอวะ”ริวตบหลังเพื่อนเบา ๆ เป็นเชิงเร่ง“พ่อแม่สามีอะไร! ยังไม่ใช่”เมฆินทร์หันไปกัดฟันพูดใส่เพื่อนตัวดีที่ตั้งแต่รู้เรื่องราวของเขาก็มักจะแซวทุกครั้งที่มีโอกาส ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกระทันหัน“วันนี้ยังไม่ใช่ อนาคตไม่แน่ป่าวว้าา&hell

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 67 : คำเชิญจากผู้ใหญ่ และ คนนอกสายตา 1/2

    หลังจากแยกย้ายกันที่หลังเวที เมฆินทร์กลับมาประจำตำแหน่งพิธีกรข้างเวที คอยรันคิวการซ้อมช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนน่านฟ้าก็กลับเข้าไปยืนประจำจุดในแถวเดือนคณะ... แม้จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตาที่ลอบมองกันเป็นระยะนั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม...เป็นความอุ่นวาบที่รู้กันอยู่แค่สองคนบรรยากาศภายในหอประชุมมหาวิทยาลัยในช่วงบ่ายคล้อยอบอวลไปด้วยความร้อนจากแสงไฟสปอตไลต์ที่สาดส่องลงมายังเวทีเบื้องล่าง ผสมปนเปไปกับกลิ่นอายของการแข่งขันที่เริ่มเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เสียงประกาศจากทีมงาน เสียงรองเท้าคัตชูที่กระทบพื้นเวที และเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่คลอเบา ๆ สร้างความฮึกเหิมให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนยกเว้นเพียงคนเดียว...น่านฟ้าในชุดนักศึกษาถูกระเบียบยืนสงบนิ่งอยู่ในแถวรอซ้อม รัศมีความเย็นชาแผ่ออกมารอบตัวจนเพื่อนต่างคณะแทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จะมีก็แต่มิลกี้ ดาวคณะบริหารธุรกิจที่ยังคงยืนเกาะติดอยู่ข้างกายไม่ห่าง“น่านฟ้าคะ พรุ่งนี้มิลกี้ว่าเราน่าจะนัดซ้อมกันเพิ่มอีกนิดนะ มิลกี้กลัวคิวเดินยังไม่เป๊ะ แล้วก็เพลงที่ต้องร้องตอนประกวด มิลกี้ว่ามั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status