Beranda / วาย / เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL / ตอนที่ 3 : เสียงสัญญาณของชีวิตใหม่

Share

ตอนที่ 3 : เสียงสัญญาณของชีวิตใหม่

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-14 14:53:35

ความมืด...

นั่นคือสิ่งเดียวที่เมฆินทร์รับรู้ได้ มันคือความว่างเปล่า ไร้เสียง, ไร้ความรู้สึก, ไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ จากบาดแผล ไม่มีความโศกเศร้าจากการสูญเสีย มีเพียงความสงบนิ่ง ความสงบเงียบอันเป็นนิรันดร์ หรือบางทีในตอนนี้ เขาอาจจะกำลังเผชิญหน้าอยู่กับความตาย

แต่ทว่า... เขาเริ่มได้ยินเสียงบางอย่าง

 

ปี๊บ... ปี๊บ...

เป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนสัญญาณจากเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ดังในจังหวะสม่ำเสมอ เสียงนี้ค่อย ๆ ดึงสติสัมปชัญญะของเขาให้กลับมาจากห้วงลึกแห่งความว่างเปล่า เหมือนเสียงกำลังนำทางและฉุดรั้งวิญญาณของเขาไม่ให้จมดิ่งลงสู่เหวแห่งความมืดอันเป็นนิรันดร์ไปมากกว่านี้

เมฆินทร์รู้สึกได้ถึงประสาทสัมผัสอื่น ๆ เริ่มตามมา กลิ่นจาง ๆ ของยาฆ่าเชื้อที่ล่องลอยอยู่ในมวลอากาศ ความรู้สึกหนักอึ้งของเปลือกตา และสัมผัสของเนื้อผ้าที่ปกคลุมอยู่บนร่างกาย

‘นี่เรา... ยังไม่ตายจริง ๆ ใช่ไหม’

ความคิดแรกแล่นเข้ามาในหัว พร้อมกับความหวังอันริบหรี่ เมฆินทร์พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะฝืนเปลือกตาอันแสนหนักอึ้งนี้ให้เปิดขึ้น ยามที่แสงสว่างค่อย ๆ ตกกระทบกับดวงตาของเขา ทำให้เขาต้องหรี่ตาลงเพื่อปรับสภาพ จนในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้นและมองเห็นภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

เพดานสีขาวสะอาด เครื่องวัดสัญญาณชีพส่งเสียงปี๊บดังอยู่ข้างเตียง และสายน้ำเกลือระโยงระยางเชื่อมต่ออยู่บนหลังมือ เป็นเครื่องยืนยันสิ่งที่เขาคิดได้อย่างชัดเจนว่าเขายังไม่ตาย

ที่นี่คือห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาล และดูจากสภาพแวดล้อมแล้วมันดูทันสมัยมาก หรูหราจนแปลกตา

‘ทางค่ายคงทุ่มสุดตัวเพื่อรักษาศิลปินเบอร์หนึ่งของตัวเองไว้สินะ...’

เมฆินทร์กวาดสายตาสำรวจอย่างพึงพอใจ แต่มองดูสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ไม่นาน ก็นึกถึงเรื่องที่อยู่ในความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนจะร้องตะโกนลั่น

“พี่หลิน!!”

เสียงอันแหบพร่าถูกเปล่งออกมาได้ไม่ดังนัก ความรู้สึกแสบคอร้อนผ่าวทำให้มีอาการสำลักออกมาเล็กน้อย เขาจำได้เป็นอย่างดีว่าก่อนสติจะหายไปเห็นผู้จัดการตัวเองในสภาพที่ยากจะยอมรับ

เมฆินทร์ลองพยายามขยับร่างกายของตัวเอง พบว่าเรี่ยวแรงที่มีมันน้อยนิด และแขนขาของเขาดูซูบผอมกว่าเดิมไปหลายกิโล... หรือว่าจะนอนรักษาตัวนานจนเกินไป ร่างกายถึงได้อ่อนแอขนาดนี้

 

แกร๊ก...

เสียงประตูห้องดังขึ้นดึงความสนใจของเมฆินทร์ให้หันไปมองช้า ๆ ก่อนจะพบเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้า เรียกได้ว่าไม่รู้จักมาก่อนเสียด้วยซ้ำ

รูปร่างสูงโปร่งสมส่วน แต่เสื้อผ้าดูไม่ค่อยเข้าชุดกันเท่าไหร่นักราวกับหยิบอะไรจากตู้เสื้อผ้าได้ก็หยิบออกมาใส่ก่อน ไหนจะผมเผ้าที่ดูยุ่งเหยิงไม่ได้ถูกหวีหรือจัดทรง บ่งบอกได้เลยว่าระยะนี้คงไม่ได้ดูแลตัวเองแน่นอน

เมื่อคน ๆ นั้นสบตากับเขา เจ้าตัวก็รีบพุ่งเข้ามาหาที่เตียงด้วยความร้อนรน ขอบตาเริ่มมีน้ำใส ๆ เอ่อคลอ

ลมหนาว! ในที่สุดมึงก็ฟื้น กูแทบจะบ้าตายอยู่แล้วรู้ไหม”

ชายแปลกหน้าโพล่งขึ้นมาเสียงดัง พร้อมกับคว้ามือของเขาไปจับไว้แน่น ด้วยความตกใจเช่นกันเมฆินทร์พยายามจะดึงมือออก แต่เรี่ยวแรงไม่อาจสู้คนตรงหน้าได้

‘แต่เดี๋ยวนะ... ลมหนาว? เขาหมายถึงลมหนาวไหน?’

“คุณ... เป็นใครครับ?”

เมฆินทร์ขมวดคิ้วด้วยความงง ถามเสียงแผ่ว ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ ๆ หรือคนนี้จะเป็นซาแซงที่แกล้งมาตีบทแตกหวังใกล้ชิดเขา

“เป็นใครเหรอ? นี่มึงถามจริงจัง หรือกำลังล้อเล่น”

ชายคนนั้นทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะถามคำถามนี้ ก่อนจะรีบเอ่ยต่อ

“กู สายหมอก เพื่อนสนิทที่สุดของมึงไงไอ้หนาว... มาทำหน้าเหมือนกูเป็นคนแปลกหน้าแบบนี้ไม่ตลกนะเว้ย!”

ยิ่งอีกคนบอกชื่อและสถานะของตัวเองออกมา เมฆินทร์ยิ่งสับสนและงุนงงหนักกว่าเดิม เขามั่นใจว่าในชีวิตนี้ไม่เคยมีเพื่อนชื่อสายหมอก และมั่นใจมากว่าเขาคงทักคนผิด เพราะเขาไม่ใช่ลมหนาวอะไรนั่นด้วย

“ผมว่า... คุณน่าจะจำคนผิดแล้วล่ะครับ” เมฆินทร์บอกตามความจริง

“ผมชื่อเมฆินทร์ ไม่ใช่ลมหนาว”

คำตอบของเขาทำให้สายหมอกชะงักไปเล็กน้อย แววตาดีใจเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและกังวลใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มือที่เคยบีบแน่นคลายออกเล็กน้อย

“เมฆินทร์? มึงพูดเรื่องอะไรของมึงวะ หรือว่า... นี่คือผลข้างเคียงจากยาเหรอ? หมอบอกว่าอาจจะมีอาการสับสนบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ หรือมึงไปเยี่ยมยมบาลมาแล้วเขาบอกว่าคนที่ตายชื่อเมฆินทร์ไม่ใช่ลมหนาวเลยส่งมึงกลับมา”

สีหน้าของสายหมอกซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ร่ายยาวและรัวเร็วจนคนฟังแทบจะจับใจความไม่ทัน

“ฟังนะ!.. กูรู้ว่ามึงเสียใจเรื่องไอ้เหี้ยภาส แต่กูขอร้องล่ะลมหนาว อย่าเป็นแบบนี้ได้ไหมวะ มึงคือเพื่อนสนิทคนสำคัญนะเว้ย”

สายหมอกเลื่อนมือทั้งสองมาจับแขนของที่ซูบผอมอีกครั้ง คราวนี้เป็นการสัมผัสที่แผ่วเบาและสั่นเทาจนเมฆินทร์รับรู้ได้ว่าคน ๆ นี้กำลังหวาดกลัวกับอะไรบางอย่าง

“มึงมองหน้ากูดี ๆ สิ กูสายหมอกไง มึงจำกูไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”

เมฆินทร์มองลึกเข้าไปในดวงตาของชายแปลกหน้าที่ยังยืนยันว่าเขาคือ เพื่อนสนิท ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความกังวลอย่างแท้จริง

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ได้ช่วยให้เมฆินทร์ยอมรับเรื่องนี้ได้ เพราะยังไงเขาก็ยืนยันว่าไม่เคยมีเพื่อนชื่อสายหมอกอยู่ดี

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะเว้ย... มึงอาจจะยังสับสนอยู่ เดี๋ยว... เดี๋ยวรอตรงนี้นะ กูจะไปตามหมอมาตรวจอาการมึง ห้ามลุกจากเตียงไปไหน”

สายหมอกเน้นย้ำอย่างร้อนรน และรีบเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เมฆินทร์นอนนิ่งประมวลผลกับสิ่งที่เกิดขึ้น

จะว่าไป... อุปกรณ์การแพทย์ที่นี่ไฮเทคมาก ไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไหร่เลย ถ้าที่นี่คือโรงพยาบาลที่ทางค่ายออลสตาร์ทุ่มเทเงินเพื่อรักษาเขา มันก็น่าจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีด้วย ไม่น่าปล่อยให้ซาแซงหรือคนไม่รู้จักมาแอบอ้างคุยกับเขาแบบนี้สิ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 72 : ความในใจที่ซ่อนเร้น 2/2

    “ถ้าพี่ไม่ใช่อย่างที่นายคิดล่ะ? ถ้าพี่ในตอนนี้ไม่ได้น่ารักเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้อ่อนโยน ขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจ แถมยังมีความลับเยอะแยะ... นายจะยังรู้สึกดีกับพี่อยู่ไหม?” “...” “ที่นายทำดีกับพี่ทุกวันนี้... เพราะนายผูกพันกับภาพจำของพี่ในอดีตหรือเปล่า?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ เมฆินทร์ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา รอคอยคำตอบด้วยหัวใจที่บีบรัด สัมผัสอุ่นวาบแตะลงที่ข้างแก้ม น่านฟ้าประคองใบหน้าสวยให้เงยขึ้นสบตา นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างเบามือ “พี่ลมหนาวฟังผมนะ...” น่านฟ้าเอ่ยเสียงนุ่มลึก สายตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเทาคู่สวย “ผมยอมรับว่าอดีตมันสวยงาม... ผมอยากจะเก็บช่วงเวลานั้นเอาไว้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกกับพี่ในตอนนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะภาพจำในอดีต” น่านฟ้าขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “ตอนที่กลับมาเจอพี่อีกครั้ง ผมสารภาพตรง ๆ ว่าพยายามจะสร้างกำแพงกั้นระหว่างเราไว้ เพราะกลัวว่าผมจะผิดหวัง... แต่ยิ่งได้อยู่ใกล้พี่ ยิ่งได้เห็นพี่ในมุมที่ผมไม่เคยเห็น”

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 71 : ความในใจที่ซ่อนเร้น 1/2

    ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักเข้าไปอย่างเบามือ เผยให้เห็นอาณาจักรส่วนตัวของน่านฟ้าที่ถูกซ่อนไว้หลังบานประตู ห้องนอนของน่านฟ้ากว้างขวางและคุมโทนด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีเทา ให้ความรู้สึกสุขุมและเงียบสงบเหมือนเจ้าของห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีของวางระเกะระกะแม้แต่ชิ้นเดียว ราวกับว่าห้องนี้เป็นห้องตัวอย่างในโครงการหรูมากกว่าห้องที่มีคนอาศัยอยู่จริง “พี่ลมหนาวตามสบายเลยนะครับ คิดซะว่าเป็นห้องตัวเอง” น่านฟ้าเอ่ยบอกขณะวางกุญแจรถและกระเป๋าตังค์ไว้ที่โต๊ะหัวเตียง เขาหันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้คนพี่ที่ยังยืนกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความเกร็ง “อยากอาบน้ำก่อนไหม เดี๋ยวผมหาชุดเปลี่ยนให้ แต่ไซส์มันอาจจะใหญ่สักหน่อย” น่านฟ้าบอกก่อนจะเดินหายเข้าไปในโซนวอคอินโครเซท “ไม่เป็นไร ชุดไหนพี่ก็ใส่ได้หมดนะ” เมฆินทร์ตอบพลางถือวิสาสะก้าวเดินสำรวจห้องนอนของคนน้องอย่างสนใจ... สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับตู้โชว์กระจกใสที่มุมห้อง ภายในนั้นไม่ได้มีของสะสมราคาแพงอย่างโมเดลรถหรือนาฬิกาหรูอย่างที่ผู้ชายทั่วไปชอบสะสม แต่มันกลับเต็มไปด้วย ‘ความทรงจำ’ กร

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 70 : ตระกูลสิริพิพัฒนกุล 2/2

    “มากันแล้วเหรอจ๊ะ” คุณหญิงณิรดาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวานเมื่อเห็นทุกคนมาถึงอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้านให้ขึ้นไปเชิญสามีของตนเองลงมารับประทานอาหาร ไม่นานนักกวินภพก็เดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทีภูมิฐาน แม้จะอยู่ในชุดลำลองแต่รัศมีของนักธุรกิจใหญ่เจ้าของค่ายเพลงระดับประเทศก็ยังแผ่ออกมาให้คนแปลกหน้าอย่างสายหมอกต้องลอบกลืนน้ำลาย ‘อยากกลับบ้านชะมัด อยู่ท่ามกลางไฮโซ อยู่บ้านคนรวยแล้วมันโคตรจะเกร็งเลย ไอ้บ้าเอ้ย!’ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดดูหรูหราแต่ก็อบอุ่นอย่างน่าประหลาด แสงไฟสีนวลจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบเครื่องเงินบนโต๊ะจนเป็นประกายวับวาว “ลมหนาวเป็นยังไงบ้างลูก? ไม่ได้เจอกันนาน ดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะ” ณิรดาเอ่ยทักทายว่าที่ลูกสะใภ้อนาคตด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู “น้องน่านฟ้าเขาดื้อหรือเปล่า? ทำอะไรให้หนูไม่สบายใจไหม ฟ้องแม่ได้เลยนะ” เมฆินทร์สบตากับผู้ใหญ่ตรงหน้า สัมผัสได้ถึงความจริงใจและน้ำเสียงเอ็นดู เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยเกร้งเท่าครั้งแรกที่เจอกัน ระบายรอยยิ้มบาง ๆ “สบายดีครับคุณน้า” เขาตอบ

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 69 : ตระกูลสิริพิพัฒนกุล 1/2

    กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและอาหารไทยรสเลิศลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนนำเข้าอย่างเรียบหรู คุณหญิงณิรดากำลังง่วนอยู่กับการปรุงรสอาหารด้วยตัวเอง ท่าทางของเธอดูสง่างามและคล่องแคล่วสมกับเป็นแม่ศรีเรือน แม้ในยามสวมผ้ากันเปื้อนทับชุดอยู่บ้าน“คุณน้าครับ”เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้ณิรดาละมือจากหม้อแกง หันมามองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“อ้าว... ตาคุณ มาแล้วเหรอจ๊ะ”สายหมอกที่เดินตัวลีบตามหลังมาติด ๆ รีบยกมือไหว้หญิงสูงวัยตรงหน้าอย่างนอบน้อมโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณบอกเขาว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา“มาช่วยครับ”ณคุณพูดพลางเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ครัว วางกุญแจรถลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาเหมือนเป็นบ้านตัวเอง“ดีเลยจ้ะ น้ากำลังต้องการลูกมือพอดี”ณิรดาพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปเห็นชายหนุ่มที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ข้างหลัง “แล้วนี่... ใครเหรอจ๊ะณคุณ?”“เพื่อนครับคุณน้า ชื่อสายหมอก”“กูเป็นรุ่นพี่มึง... ไม่ใช่เพื่อนมึง”สายหมอกกัดฟันกระซิบเสียงรอดไรฟั

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 68 : คำเชิญจากผู้ใหญ่ และ คนนอกสายตา 2/2

    “น่านฟ้าคะ ตกลงเรื่องที่ไปกินข้าว...”แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยค ร่างสูงของเดือนคณะบริหารก็ก้าวเท้ายาว ๆ เดินตรงผ่าวงล้อมออกไป... จุดหมายของเขามีเพียงที่เดียว คือจุดที่คนพี่ยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนข้างเวทีทิ้งให้มิลกี้ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้นราวกับธาตุอากาศ“พี่ลมหนาว คุณแม่ชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน...” น่านฟ้าเอ่ยบอกเมฆินทร์ทันทีที่เดินมาถึง ไม่มีการเกริ่นนำ ไม่มีความอ้อมค้อม สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างรอคอยคำตอบ“พี่ต้องอยู่คุยกับสตาฟฟ์ต่อหรือเปล่า?”ริวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาโต หันมามองเพื่อนสลับกับรุ่นน้องตัวสูงด้วยสายตาแซว ๆ"โหยยย... พ่อแม่สามีตามตัวซะแล้ว ไม่ต้องมาทำหน้าคิดเยอะ มึงก็รอกลับพร้อมน้องเขาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอวะ”ริวตบหลังเพื่อนเบา ๆ เป็นเชิงเร่ง“พ่อแม่สามีอะไร! ยังไม่ใช่”เมฆินทร์หันไปกัดฟันพูดใส่เพื่อนตัวดีที่ตั้งแต่รู้เรื่องราวของเขาก็มักจะแซวทุกครั้งที่มีโอกาส ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกระทันหัน“วันนี้ยังไม่ใช่ อนาคตไม่แน่ป่าวว้าา&hell

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 67 : คำเชิญจากผู้ใหญ่ และ คนนอกสายตา 1/2

    หลังจากแยกย้ายกันที่หลังเวที เมฆินทร์กลับมาประจำตำแหน่งพิธีกรข้างเวที คอยรันคิวการซ้อมช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนน่านฟ้าก็กลับเข้าไปยืนประจำจุดในแถวเดือนคณะ... แม้จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตาที่ลอบมองกันเป็นระยะนั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม...เป็นความอุ่นวาบที่รู้กันอยู่แค่สองคนบรรยากาศภายในหอประชุมมหาวิทยาลัยในช่วงบ่ายคล้อยอบอวลไปด้วยความร้อนจากแสงไฟสปอตไลต์ที่สาดส่องลงมายังเวทีเบื้องล่าง ผสมปนเปไปกับกลิ่นอายของการแข่งขันที่เริ่มเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เสียงประกาศจากทีมงาน เสียงรองเท้าคัตชูที่กระทบพื้นเวที และเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่คลอเบา ๆ สร้างความฮึกเหิมให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนยกเว้นเพียงคนเดียว...น่านฟ้าในชุดนักศึกษาถูกระเบียบยืนสงบนิ่งอยู่ในแถวรอซ้อม รัศมีความเย็นชาแผ่ออกมารอบตัวจนเพื่อนต่างคณะแทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จะมีก็แต่มิลกี้ ดาวคณะบริหารธุรกิจที่ยังคงยืนเกาะติดอยู่ข้างกายไม่ห่าง“น่านฟ้าคะ พรุ่งนี้มิลกี้ว่าเราน่าจะนัดซ้อมกันเพิ่มอีกนิดนะ มิลกี้กลัวคิวเดินยังไม่เป๊ะ แล้วก็เพลงที่ต้องร้องตอนประกวด มิลกี้ว่ามั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status