Share

บทที่ 8

Author: Jiulin
last update publish date: 2024-12-16 11:00:18

ฮองเฮาตรัสด้วยน้ำเสียงที่มีความผิดหวังเป็นอย่างมากสีพระพักตร์ของนางเศร้าหมองลงจนเห็นได้อย่างชัดเจน นางตั้งหน้าตั้งตาคอยหลานชายหรือจะหลานสาวจากองค์ชายทุกคนมาร่วมหลายปีแต่ก็ไม่มีวี่แววนั้นเลยสักนิด หรือราชวงศ์นี้จะต้องคำสาปกันนะ

ก่อนหน้านี้พระชายารัชทายาทตั้งครรภ์นางก็ดีใจจนเนื้อเต้นทั้งยังคัดสรรยาบำรุงต่างๆ ส่งไปให้นางด้วยตัวเองแต่ไม่นานนักพระชายารัชทายาทกลับแท้งลูกนั่นเท่ากับว่าการตั้งตารอคอยของนางก็สูญเปล่า

มาครั้งนี้อ๋องฉินที่แต่งพระชายาเข้าจวนนานนับครึ่งปีได้แล้วแต่กลับยังไม่มีหลานให้นางเลยสักคน แล้วจะไม่ให้นางร้อนใจได้อย่างไรกัน

ลู่เหยียนซินมองเห็นความผิดหวังบนใบหน้าของฮองเฮาก็นึกสงสารนางขึ้นมาแล้ว

“เจ้าได้กินยาบำรุงที่แม่ส่งไปให้บ้างหรือไม่”

แม่? ฮองเฮาถึงกับเอ่ยสรรพนามสั้นๆ แทนพระองค์ออกมาสร้างความประหลาดใจให้แก่ฮ่องเต้กับฉินอ๋องเป็นอย่างมาก

“ยาบำรุงหรือเพคะ”

ฮองเฮามองเห็นสีหน้างุนงงของลู่เหยียนซินก็รู้ได้ทันทีว่าลูกชายตัวแสบคนนี้ของนางคงจะสั่งให้คนนำไปทิ้งก่อนหน้านี้แล้ว

“เหตุใดเจ้าถึงชอบทำให้ข้าผิดหวังอยู่เรื่อยเลยนะเยว่เหวินหมิง เจ้าอยากให้ข้าตรอมใจตายใช่หรือไม่ โธ่ชีวิตที่น่าสงสารของข้าๆ น่าจะแต่งเข้าบ้านบัณฑิตธรรมดาไม่น่าแต่งเข้าราชวงศ์ที่เอาแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันเลยป่านนี้ข้าคงได้หลานตัวน้อยๆ มากอดแล้ว”

“ฮองเฮาพูดอะไรเช่นนั้น” ฮ่องเต้พูดขึ้นและมองฮองเฮาของตัวเองอย่างนึกเหนื่อยใจ

‘นี่นางต้องแสดงละครถึงเพียงนี้เลยหรือ’

ฮองเฮาแสร้งทำเป็นเช็ดน้ำตาก่อนจะแอบชำเลืองมองลู่เหยียนซินเล็กน้อยแล้วพูดต่อไปว่า

“หากพวกเจ้าทั้งสองยังพยายามไม่มากพอเช่นนั้นเจ้าก็แต่งชายารองเข้ามาสักคนสิ หยางซูฉินเป็นอย่างไรนางตามติดเจ้ามานานพวกเจ้าเองก็รักใคร่ปรองดองกันข้านั้นรู้มานานแล้ว หากชายาของเจ้าไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้เช่นนั้นก็แต่งนางเข้าจวนเถอะ”

“ฮองเฮา! / เสด็จแม่!”

ฮ่องเต้พูดขึ้นก่อนจะลอบมองลู่เหยียนซินแต่สีหน้าของลูกสะใภ้ตรงหน้าผู้นี้นั้นกลับไม่ได้ดูตื่นตกใจเลยสักนิดตรงกันข้ามนางกลับเอาแต่นิ่งเฉยเหมือนคำพูดของฮองเฮาเมื่อครู่เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไปเท่านั้น

เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ลู่เหยียนซินเคยต่อต้านอย่างหนักไม่ยอมให้อ๋องฉินแต่งชายารองโดยเด็ดขาดมาตอนนี้นางกลับนิ่งเฉยเกิดสิ่งใดขึ้นกัน

“พระชายาฉินหากข้าอนุญาตให้อ๋องฉินแต่งชายารองเจ้ามีความเห็นอย่างไรบ้าง”

“ไม่มีความเห็นเพคะ”

อ๋องฉินเดิมที่เอาแต่ยืนฟังเงียบๆ อยู่นั้นก็หันขวับไปมองนางทันที 

‘จะไม่มีความเห็นได้อย่างไรกันก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่านางเองหรอกหรือที่คัดค้านหัวชนฝา อย่างไรก็ไม่ให้เขาแต่งชายารองโดยเด็ดขาด’

“เช่นนั้นข้าจะออกราชโองการให้อ๋องฉินแต่งชายารองเข้ามาในจวนก็แล้วกัน”

“ลูกยังไม่อยากแต่งชายารองตอนนี้พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

“เจ้าว่าอะไรนะ”

“ลูกอยากให้ลูกคนแรกเกิดจากชายาเอกเท่านั้นจะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลังพ่ะย่ะค่ะ”

“แล้วมันต่างกันตรงไหนเล่า” ฮ่องเต้ตรัสขึ้นอย่างไม่เข้าใจแต่แล้วอยู่ๆ ฮองเฮาก็พูดขึ้นมาว่า

“ที่เจ้าพูดก็ไม่ผิดอันใด”

ฮ่องเต้ที่ได้ยินน้ำเสียงเยือกเย็นนั้นก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาแล้ว เขาซับเหงื่อเบาๆ พลางจับจ้องใบหน้าของลู่เหยียนซินอีกครั้ง ฮ่องเต้หรี่ตาลงพร้อมกับคิดบางอย่างขึ้นมาได้

“แต่งงานมาก็ครึ่งปีแล้วยังไม่มีหลานให้ข้าสักทีเห็นทีพวกเจ้าคงไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้กระมัง เวลานี้องค์รัชทายาทกำลังเรียนรู้งานกับข้าในวังหลวงยังไม่มีเวลาออกว่าราชการยังหัวเมืองต่างๆ”

“เช่นนั้นเจ้าที่เป็นโอรสสายตรงของข้าอีกคน ดังนั้นข้าจะมอบหมายให้เจ้าไปที่ชายแดนเหนือช่วยแม่ทัพฮั่วขจัดภัยแล้ง”

“อะไรนะเพคะฝ่าบาทชายแดนเหนือลำบากเพียงนั้นจะส่งเขาไปได้อย่างไรกัน”

“ฮองเฮาลูกชายของเราใช่ว่าจะไม่เคยลำบากมาก่อนนะ” ฮ่องเต้พูดขึ้นพลางขยิบตาให้ฮองเฮาเล็กน้อยพระนางก็นิ่งเงียบไปในทันที

“ข้าได้ยินมาว่าที่เมืองจี้โจวเวลานี้นั้นประสบภัยแล้งอย่างหนักราษฎร์อดอยากยิ่งนัก เจ้าจงไปแก้ไขเรื่องนี้เสียหากแก้ไขไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าหรือจะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อ….พระชายาฉินตั้งครรภ์แล้วเท่านั้น”

“เสด็จพ่อ! ภัยแล้งจะไปแก้ไขได้ภายในเดือนสองเดือนได้อย่างไรกันพ่ะย่ะค่ะ”

“ทำไม? เจ้าทำไม่ได้อย่างนั้นหรือ อ๋องเทพสงครามเช่นเจ้ามีสิ่งใดที่ทำไม่ได้กัน”

“ไม่ใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะเพียงแต่ลูกคิดว่าหากลูกต้องเดินทางไกลถึงชายแดนเหนือและไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใดในการช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้ ลูกเพียงแค่อยากจะทูลขอเสด็จพ่อให้พระชายาเดินทางไปด้วยก็เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

“เป็นอย่างนั้นเองหรือ ได้สิข้าอนุญาต”

ลู่เหยียนซินเบิกตากว้างนางอ้าปากค้างทันที อ๋องฉินเห็นสีหน้าของนางก็คิดว่านางคงไม่อยากไปที่แห้งแล้งทุรกันดานเช่นนั้น ในใจของนางคงจะทรมานยิ่งนักเขายกยิ้มพลางหันไปมองฮ่องเต้อีกครั้ง

“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ ลูกรับบัญชาพร้อมออกเดินทางไปเมืองจี้โจวทันทีพ่ะย่ะค่ะ”

“ดีๆ ข้าหวังว่าจะมีข่าวดีจะหนึ่งเรื่องหรือสองเรื่องข้าก็จะรอฟังข่าว เจ้าเดินทางปลอดภัยนะลูกรัก”

ฮองเฮารีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตื้นเต้นเมื่อได้ยินว่าพระชายาฉินต้องเดินทางติดตามไปด้วยกัน ในใจก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

‘การที่ทั้งสองได้อยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้ไม่นานหรอกข้าได้อุ้มหลานอย่างแน่นอน’

ฮองเฮายิ้มกับตัวเองไม่สนใจเลยสักนิดว่าเวลานี้ลูกสะใภ้ของพระนางจะมีสีหน้าอย่างไร

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่”

ไม่มีใครสนใจลู่เหยียนซินเลยสักคนนางได้แต่มองคนนั้นทีคนนี้อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าแข้งขาของตนอ่อนแรงขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น

“ไหนท่านอ๋องบอกว่าหม่อมฉันนั้นโง่เขลาหากต้องเดินทางไปด้วยไม่เท่ากับเป็นภาระของท่านหรอกหรือ หม่อมฉันไปด้วยจะช่วยอะไรท่านได้กันล่ะเพคะ” นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอยู่ไม่น้อยพลางส่งยิ้มให้อ๋องฉินไปด้วย แววตาคู่นั้นของนางเหมือนดั่งมีดที่ต้องการแทงทะลุตัวของเขาให้ได้อย่างไรอย่างนั้น

อ๋องฉินไม่สนใจเขารู้ว่านางโกรธแต่เขาพยายามจะให้เรื่องนี้จบให้ไวที่สุด เขาเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองพระพักตร์ของทั้งสองพระองค์อีกครั้ง

“ไปให้กำลังใจอ๋องฉินหน่อยก็ดีสามีภรรยาควรที่จะอยู่เคียงข้างกันคิดจะทำสิ่งใดก็ควรปรึกษาหารือกันก่อนเสมอ ไปครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าใดข้าไม่อยากให้พวกเจ้าต้องอยู่ห่างจากกันอีก” ฮองเฮาพูดขึ้นมาอารมณ์ของนางดีขึ้นจากเมื่อครู่เป็นอย่างมาก

ลู่เหยียนซินได้ยินดังนั้นก็รู้สึกหมดความหวังที่จะคัดค้านแล้ว นางลอบมองอ๋องฉินหวังให้เขาปฏิเสธแต่อ๋องบ้าผู้นั้นกลับนิ่งเฉยเสียอย่างนั้น

‘ไหนบอกว่าเกลียดนางแล้วเหตุใดต้องพานางไปด้วยเล่า’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 93

    เรือนไม้เชิงเขาชายแดนเหนือ (ห่างออกไปราวสองลี้[1])ภายในเรือนไม้หลังน้อยที่โอบล้อมไปด้วยต้นเหมยแดง กลิ่นหอมฟุ้งของยาสมุนไพรผสานกลิ่นดอกไม้ป่ากรุ่นอบอวลไปทั่วห้องร่างของสตรีในชุดชาวบ้านธรรมดาเนื้อนุ่มกำลังขยับแพขนตาขึ้นช้า ๆ แววตาที่เคยฉายประกายความเจ็บปวดและตรอมใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความงุนงง ดวงตาคู่สวยมองลอดหน้าต่างออกไปเห็นทิวทัศน์หิมะอันกว้างใหญ่ ไร้ซึ่งกำแพงสีชาดและหลังคากระเบื้องเคลือบของวังหลวงที่เคยจองจำนางไว้"ฟื้นแล้วหรือเพคะ..."น้ำเสียงสดใสและนุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง เด็กสาวแปลกหน้าทว่ากลับแจ่มชัดในความทรงจำ... เด็กสาวที่เคยรับใช้นางในตำหนักบูรพา ผู้ที่นางเคยช่วยชีวิตไว้จากโรงซักล้าง เวลานี้นางมาทำหน้าที่รับใช้อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง"เจ้า..."เด็กสาวเปรยยิ้มบาง ๆ น้ำตาที่อดกลั้นไว้พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจหยุดได้ นางก้าวเข้ามาหาพร้อมถ้วยชาโสมร้อนในมือ"พระชายา ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที... ไม่สิ ยามนี้ต้องเรียกว่าคุณหนูซ่งแทนแล้วกระมังเพคะ"อดีตพระชายารัชทายาทขมวดคิ้วเบา ๆ พลางยกมือขึ้นกุมอก"ข้า...ข้ายังไม่ตายหรือ? แล้วยาพิษนั่น...""ท่านสิ้นใจไปแล้วในสายตาของคนทั้งแผ่นดิน

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 92

    - ห้าปีผ่านไป -สายลมทะเลพัดผ่านผืนผ้าใบหนาหนักของเรือสำเภาลำเขื่อง ธงผืนใหญ่สะบัดพลิ้วตามแรงลมผสานเสียงคลื่นกระทบกราบเรือเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เรือสินค้าขนาดใหญ่ของตระกูลฮั่วกำลังมุ่งหน้าสู่แคว้นทางใต้ การเดินทางรอนแรมบนผืนน้ำสีครามเข้มดำเนินมาจนเข้าสู่วันที่สิบห้าที่ดาดฟ้าเรือชั้นบน ฉินอ๋องยืนเอามือไพล่หลังสายตาทอดมองเส้นขอบฟ้าที่พร่าเลือนไปด้วยไอแดด เสื้อคลุมสีเข้มปลิวไสวใบหน้าที่มักจะเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจดูผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถึงกลิ่นอายอันกว้างใหญ่ของท้องทะเล"ป่านนี้ไม่รู้ว่าเสด็จพ่อจะทรงเลิกบ่นท่านหรือยัง ทอดทิ้งงานราชกิจที่แน่นขนัดมาเช่นนี้"น้ำเสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง ลู่เหยียนซินก้าวเดินอย่างระมัดระวังบนพื้นไม้กระดานที่โคลงเคลงเล็กน้อยในมือประคองถ้วยชาอุ่นร้อนเอาไว้ฉินอ๋องหันกลับมาทันที เขาสาวเท้าเข้าไปหาพร้อมยื่นมือหนาประคองเอวบางของนางไว้หลวม ๆ กันพลาดพลั้ง"เจ้าจะไปห่วงตาแก่ที่วัน ๆ เอาแต่จมอยู่กับกองฎีกาคนนั้นทำไมกัน ห้าปีมานี้ข้าช่วยเคี่ยวกรำทำงานในฐานะผู้สำเร็จราชการให้จนแทบไม่ได้พัก คราวนี้พาครอบครัวออกมาพักผ่อนทั้งที เลิกพูดถึงพระองค์ได้แล้วน่า…”

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 91

    -เช้าวันถัดไป-ภายในอุทยานหลวง ไท่ซ่างหวงประทับยืนเอามือไพล่หลังทอดพระเนตรมองฉินอ๋องที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้ามาหาพระองค์ก่อนจะตรัสขึ้นมาว่า“ข้าประกาศราชโองการแต่งตั้งเหลนชายคนนี้เป็นหวงไท่ซุนไปแล้ว ทว่าพวกขุนนางเฒ่ากลับเริ่มถวายฎีกา คัดค้านอ้างธรรมเนียมเดิมว่ารัชทายาทน้อยต้องย้ายเข้าตำหนักบูรพาเพื่อศึกษาร่ำเรียน... ช่างน่าแปลกเสียนี่กระไร” ไท่ซ่างหวงตรัสเสียงเรียบ ทว่าสายพระเนตรกลับแฝงรอยขำขันอยู่ประปราย“แปลกอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”ไท่ซ่างหวงหันมามองหลานชายก่อนจะประทับลงบนเก้าอี้หิน แล้วตรัสต่อว่า“อันที่จริงฎีกาเหล่านั้นควรจะคัดค้านเรื่องแต่งตั้งทารกเป็นรัชทายาทมิใช่หรือ เหตุใดจึงกลายเป็นพร้อมใจกันสนับสนุน แล้วเร่งรัดให้พวกเจ้าย้ายเข้าตำหนักบูรพาไปเสียได้... แล้วเจ้าเล่า คิดจะย้ายจวนตามความเห็นของขุนนางเหล่านั้นหรือไม่”ฉินอ๋องเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรด้วยสายตามุ่งมั่น“เสด็จปู่เวลานี้ตำหนักบูรพาเพิ่งจะแปดเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและกิเลสอันโสมม หลานไม่ต้องการให้ลูกชายเติบโตขึ้นมาท่ามกลางคำประจบสอพลอของเหล่าขันที หรือวังวนเล่ห์เหลี่ยมของขุนนางเฒ่าพวกนั้นจนต้องกลายเป็นคนขลาดเขลาและโหดเหี้ยมเหม

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 90

    “และเสด็จปู่ทรงมีราชโองการแต่งตั้งรัชทายาทคนใหม่แล้ว”“อย่างนั้นหรือเพคะ แล้วท่านต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่ตำหนักบูรพาหรือไม่” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งความตื่นตระหนกหรือกังวลใจแม้แต่น้อยชายหนุ่มพลิกกายของนางให้หันกลับมาสบตากัน แววตาของเขาในยามนี้ไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่ มีเพียงความอบอุ่นและรักมั่นเพียงผู้เดียวที่มอบให้นาง มือหนาเอื้อมไปลูบแก้มเนียนเบาๆ“ข้าปฏิเสธตำแหน่งนั้นไปแล้ว...ข้าบอกเสด็จปู่ว่าข้าต้องการเพียงจวนหลังเล็กๆ ที่มีเจ้า มีลูก และข้าจะไม่มีวันรับสตรีใดเข้ามาให้เจ้าต้องเป็นทุกข์เด็ดขาด”คำสารภาพอันหนักแน่นทำให้ลู่เหยียนซินแย้มยิ้มหวาน แววตาสั่นคลอนด้วยความตื้นตันในความรักของเขา ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้ฉินอ๋องต้องเลิกคิ้วขึ้นชายหนุ่มลอบยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงละมุนแกมเอ็นดูหมายจะเห็นสีหน้าประหลาดใจของนาง“แต่ข้าถูกเสด็จปู่ดัดหลัง...พระองค์ไม่บังคับข้า ไม่ส่งสตรีนางใดมาให้เรายุ่งเหยิงทว่าพระองค์ทรงแต่งตั้งเยว่เหวินหลงลูกชายของเราขึ้นเป็นหวงไท่ซุนโดยตรง ส่วนข้าต้องดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คอยแบกฎีกากองโตและปกป้องบัลลังก์ใ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 89

    บรรยากาศ ณ ห้องรับรองลับโรงน้ำชาชื่อดังในเมืองหลวงกลิ่นหอมของชาชั้นเลิศโชยอบอวลไปทั่วทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องขุนนางใหญ่สามสี่คนในชุดลำลองใบหน้าถอดสี พวกเขานั่งล้อมวงพลางลอบมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง ราวกับกลัวว่าเงาร่างขององครักษ์ทมิฬจากจวนฉินอ๋องจะโผล่ออกมาจากเงามืด“ปัดโธ่เอ๋ย! ใครจะไปคาดคิดว่าแผนการของไท่ซ่างหวงจะล้ำลึกถึงเพียงนี้!”เสนาบดีกรมพิธีการทุบโต๊ะเบาๆ ด้วยความเจ็บใจ“ก่อนหน้านี้พวกเราอุตส่าห์ส่งคนไปทาบทาม ประจบประแจง หวังจะส่งลูกสาวตระกูลใหญ่เข้าไปเป็นพระชายารองในจวนฉินอ๋อง เพราะมั่นใจว่าหลังจากอดีตรัชทายาทถูกปลดเก้าอี้มังกรย่อมต้องตกเป็นของฉินอ๋องแน่ๆ!”“นั่นน่ะสิ” ใต้เท้าหลี่แห่งกรมมหาดไทยเอ่ยสมทบพลางเอามือลูบอกด้วยความเสียวสันหลัง“ข้าถึงขั้นเตรียมสินเดิมทองคำนับสิบหีบกะจะยกเกื้อหนุนอำนาจให้พระองค์ ที่ไหนได้พอราชโองการประกาศออกมากลับสถาปนาซื่อจื่อตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกขึ้นเป็นหวงไท่ซุนข้ามหัวคนเป็นพ่อไปเสียอย่างนั้น!”“พวกเจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ?” ใต้เท้ากู้เสนาบดีกรมกลาโหมเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานเอ่ยขัดเสียงเข้ม ใบหน้าของเขาเต็มไป

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 88

    “มาแล้วหรือ...”น้ำเสียงทรงอำนาจแผ่วเบาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยพระพักตร์“ข้าก็นึกว่าเจ้าจะแกล้งทำเป็นคนตาบอดหูหนวก ยอมอุ้มพระชายากับเหลนน้อยทั้งสองของข้าหนีออกจากเมืองหลวงไปเสียตั้งแต่เมื่อคืน”ฉินอ๋องยิ้มเจื่อนพลางคุกเข่าลงถวายบังคมอย่างนอบน้อม ก่อนจะลุกขึ้นนั่งลงฝั่งตรงข้ามกระดานหมากตามพระราชานุญาต“เสด็จปู่ตรัสล้อข้าเล่นแล้ว... ยามนี้ในวังหลวงยุ่งเหยิงถึงเพียงนี้ ข้าจะกล้าทิ้งเสด็จปู่ไปได้อย่างไร”ฉินอ๋องเอ่ยเสียงเรียบ สายตาจ้องมองเม็ดหมากบนกระดาน“แต่หากเป็นเรื่องตำแหน่งรัชทายาท...หลานขอเรียนตามตรงว่า หลานไร้ซึ่งความทะเยอทะยานในบัลลังก์ทองนั้นจริงๆ พะย่ะค่ะ”ไท่ซ่างหวงทรงวางเม็ดหมากสีดำลงบนกระดานดัง ‘แค้ก’ ก่อนจะยกชาขึ้นจิบด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย“เจ้าไม่อยากได้แต่บิดาของเจ้าก็ไม่มีคนให้เลือกแล้ว เสด็จพี่รองของเจ้าก็ดีแต่เฝ้าเมีย เจ้าสี่ก็วันๆ คิดแต่เรื่องของกิน...หากไม่ยกให้เจ้าจะให้ข้าส่งแผ่นดินนี้ให้ใคร?”“เสด็จพี่รองหรือเจ้าสี่ แม้จะมีข้อเสียอยู่บ้างแต่ก็ใช่ว่าจะอบรมไม่ได้” ฉินอ๋องพยายามปัดภาระ“หรือหากเสด็จปู่และเสด็จพ่อทรงเห็นว่ายามนี้ยังไร้ผู้ที่เหมาะสม...เหตุใดจึงไม่ทอดสายตาทอดมองไป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status