แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: Jiulin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2024-12-15 11:00:20

-วังหลวงแคว้นเป่ยฉี-

อ๋องฉินกระโดดลงจากหลังม้าแล้วยื่นมือไปคว้าเอวบางของนางลงตามมาด้วยกัน เมื่อเท้าเล็กแตะถึงพื้นลู่เหยียนซินก็เดินไปข้างหน้าทันทีดวงตาสุกใสจ้องมองพระราชวังที่อยู่ด้านหน้าด้วยความตื่นเต้น

“ตามข้ามาแล้วก็อย่าสร้างเรื่องให้ข้าปวดหัวอีก”

“โธ่ท่านอ๋องพูดอะไรเช่นนั้น หม่อมฉันจะไปทำเช่นนั้นทำไมกันเล่าเพคะ”

คำพูดประจบประแจงก้ำกึ่งหยอกล้อทำให้อ๋องฉินได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอาใจ หากไม่ใช่ว่าตอนนี้นางไม่คอยตามตอแยเขาเหมือนเมื่อก่อนวันนี้เขาคงไม่อยากเข้าใกล้หรือพูดคุยกับนางเลยสักประโยคอย่างแน่นอน

ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าท้องพระโรงก็มองเห็นเฉินกงกงที่ยืนทำหน้าระรื่นอยู่ก่อนแล้ว

“ท่านอ๋อง พระชายา”

“เสด็จพ่อล่ะ”

“อยู่ในห้องทรงพระอักษรพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมจะไปทูลฮ่องเต้เดี๋ยวนี้”

“อืม”

ในห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้กับฮองเฮานั่งสนทนากันเพียงลำพังไร้ซึ่งเงาของข้ารับใช้ ไม่นานนักเฉินกงกงก็รีบเข้ามารายงานว่าอ๋องฉินกับพระชายาฉินมาถึงแล้วจึงรีบรับสั่งให้ทั้งคู่เข้ามาพบทันที

เมื่อทั้งสองคนมาถึงก็คุกเข่าลงพร้อมกันแล้วพูดขึ้นว่า

“ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ถวายบังคมฝ่าบาท ฮองเฮาเพคะ”

“ลุกขึ้นเถอะ” ฮองเฮากล่าวพร้อมแย้มสรวล กาลเวลาไม่ได้ทำให้พระพักตร์และผิวพรรณของพระองค์ลดความงดงามลงเลยกลับกันยิ่งผ่องใสงดงามมากขึ้น

ลู่เหยียนซินมองพระพักตร์อันมีเสน่ห์ของฮองเฮา นางมองเห็นแววตาที่อ่อนโยนของพระนางพลันทำให้คิดถึงผู้เป็นมารดาขึ้นมาทันที

“วันนี้ที่ข้าเรียกพวกเจ้าเข้าวังเพียงเพราะจะสอบถามสถานการณ์ในจวนอ๋องของพวกเจ้า”

“เรื่องอันใดพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าแต่งงานกับพระชายามาครึ่งปีได้แล้วกระมังเหตุใดถึงยังไม่มีหลานตัวน้อยๆ ให้ข้าอีก”

“เสด็จแม่เรื่องนี้ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่านะพ่ะย่ะค่ะ”

“ค่อยเป็นค่อยไปอย่างไรกันราชวงศ์ของเรายังไม่มีทายาทเลยสักคน ทั้งรัชทายาทและอ๋องซุนต่างก็มีชายาเป็นของตัวเองแล้วแต่กลับยังไม่มีผู้ใดมีองค์ชายหรือองค์หญิงน้อยให้ข้าเลยสักคน หากข้าจะร้อนใจผิดตรงไหนกัน” 

ฮองเฮาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีความผิดหวังเป็นอย่างมากสีพระพักตร์ของนางเศร้าหมองลงจนเห็นได้อย่างชัดเจน นางตั้งหน้าตั้งตาคอยหลานชายหรือจะหลานสาวจากองค์ชายทุกคนมาร่วมหลายปีแต่ก็ไม่มีวี่แววนั้นเลยสักนิด หรือราชวงศ์นี้จะต้องคำสาปกันนะ

ก่อนหน้านี้พระชายารัชทายาทตั้งครรภ์นางก็ดีใจจนเนื้อเต้นทั้งยังคัดสรรยาบำรุงต่างๆ ส่งไปให้นางด้วยตัวเองแต่ไม่นานนักพระชายารัชทายาทกลับแท้งลูกนั่นเท่ากับว่าการตั้งตารอคอยของนางก็สูญเปล่า

มาครั้งนี้อ๋องฉินที่แต่งพระชายาเข้าจวนนานนับครึ่งปีได้แล้วแต่กลับยังไม่มีหลานให้นางเลยสักคน แล้วจะไม่ให้นางร้อนใจได้อย่างไรกัน

ลู่เหยียนซินมองเห็นความผิดหวังบนใบหน้าของฮองเฮาก็นึกสงสารนางขึ้นมาแล้ว

“เจ้าได้กินยาบำรุงที่แม่ส่งไปให้บ้างหรือไม่”

แม่? ฮองเฮาถึงกับเอ่ยสรรพนามสั้นๆ แทนพระองค์ออกมาสร้างความประหลาดใจให้แก่ฮ่องเต้กับฉินอ๋องเป็นอย่างมาก

“ยาบำรุงหรือเพคะ”

ฮองเฮามองเห็นสีหน้างุนงงของลู่เหยียนซินก็รู้ได้ทันทีว่าลูกชายตัวแสบคนนี้ของนางคงจะสั่งให้คนนำไปทิ้งก่อนหน้านี้แล้ว

“เหตุใดเจ้าถึงชอบทำให้ข้าผิดหวังอยู่เรื่อยเลยนะเยว่เหวินหมิง เจ้าอยากให้ข้าตรอมใจตายใช่หรือไม่ โธ่ชีวิตที่น่าสงสารของข้าๆ น่าจะแต่งเข้าบ้านบัณฑิตธรรมดาไม่น่าแต่งเข้าราชวงศ์ที่เอาแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันเลยป่านนี้ข้าคงได้หลานตัวน้อยๆ มากอดแล้ว”

“ฮองเฮาพูดอะไรเช่นนั้น” ฮ่องเต้พูดขึ้นและมองฮองเฮาของตัวเองอย่างนึกเหนื่อยใจ

‘นี่นางต้องแสดงละครถึงเพียงนี้เลยหรือ’

ฮองเฮาแสร้งทำเป็นเช็ดน้ำตาก่อนจะแอบชำเลืองมองลู่เหยียนซินเล็กน้อยแล้วพูดต่อไปว่า

“หากพวกเจ้าทั้งสองยังพยายามไม่มากพอเช่นนั้นเจ้าก็แต่งชายารองเข้ามาสักคนสิ หยางซูฉินเป็นอย่างไรนางตามติดเจ้ามานานพวกเจ้าเองก็รักใคร่ปรองดองกันข้านั้นรู้มานานแล้ว หากชายาของเจ้าไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้เช่นนั้นก็แต่งนางเข้าจวนเถอะ”

“ฮองเฮา! / เสด็จแม่!”

ฮ่องเต้พูดขึ้นก่อนจะลอบมองลู่เหยียนซินแต่สีหน้าของลูกสะใภ้ตรงหน้าผู้นี้นั้นกลับไม่ได้ดูตื่นตกใจเลยสักนิดตรงกันข้ามนางกลับเอาแต่นิ่งเฉยเหมือนคำพูดของฮองเฮาเมื่อครู่เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไปเท่านั้น

เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ลู่เหยียนซินเคยต่อต้านอย่างหนักไม่ยอมให้อ๋องฉินแต่งชายารองโดยเด็ดขาดมาตอนนี้นางกลับนิ่งเฉยเกิดสิ่งใดขึ้นกัน

“พระชายาฉินหากข้าอนุญาตให้อ๋องฉินแต่งชายารองเจ้ามีความเห็นอย่างไรบ้าง”

“ไม่มีความเห็นเพคะ”

อ๋องฉินเดิมที่เอาแต่ยืนฟังเงียบๆ อยู่นั้นก็หันขวับไปมองนางทันที 

‘จะไม่มีความเห็นได้อย่างไรกันก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่านางเองหรอกหรือที่คัดค้านหัวชนฝา อย่างไรก็ไม่ให้เขาแต่งชายารองโดยเด็ดขาด’

“เช่นนั้นข้าจะออกราชโองการให้อ๋องฉินแต่งชายารองเข้ามาในจวนก็แล้วกัน”

“ลูกยังไม่อยากแต่งชายารองตอนนี้พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

“เจ้าว่าอะไรนะ”

“ลูกอยากให้ลูกคนแรกเกิดจากชายาเอกเท่านั้นจะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลังพ่ะย่ะค่ะ”

“แล้วมันต่างกันตรงไหนเล่า” ฮ่องเต้ตรัสขึ้นอย่างไม่เข้าใจแต่แล้วอยู่ๆ ฮองเฮาก็พูดขึ้นมาว่า

“ที่เจ้าพูดก็ไม่ผิดอันใด”

ฮ่องเต้ที่ได้ยินน้ำเสียงเยือกเย็นนั้นก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาแล้ว เขาซับเหงื่อเบาๆ พลางจับจ้องใบหน้าของลู่เหยียนซินอีกครั้ง ฮ่องเต้หรี่ตาลงพร้อมกับคิดบางอย่างขึ้นมาได้

“แต่งงานมาก็ครึ่งปีแล้วยังไม่มีหลานให้ข้าสักทีเห็นทีพวกเจ้าคงไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้กระมัง เวลานี้องค์รัชทายาทกำลังเรียนรู้งานกับข้าในวังหลวงยังไม่มีเวลาออกว่าราชการยังหัวเมืองต่างๆ”

“เช่นนั้นเจ้าที่เป็นโอรสสายตรงของข้าอีกคน ดังนั้นข้าจะมอบหมายให้เจ้าไปที่ชายแดนเหนือช่วยแม่ทัพฮั่วขจัดภัยแล้ง”

“อะไรนะเพคะฝ่าบาทชายแดนเหนือลำบากเพียงนั้นจะส่งเขาไปได้อย่างไรกัน”

“ฮองเฮาลูกชายของเราใช่ว่าจะไม่เคยลำบากมาก่อนนะ” ฮ่องเต้พูดขึ้นพลางขยิบตาให้ฮองเฮาเล็กน้อยพระนางก็นิ่งเงียบไปในทันที

“ข้าได้ยินมาว่าที่เมืองจี้โจวเวลานี้นั้นประสบภัยแล้งอย่างหนักราษฎร์อดอยากยิ่งนัก เจ้าจงไปแก้ไขเรื่องนี้เสียหากแก้ไขไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าหรือจะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อ….พระชายาฉินตั้งครรภ์แล้วเท่านั้น”

“เสด็จพ่อ! ภัยแล้งจะไปแก้ไขได้ภายในเดือนสองเดือนได้อย่างไรกันพ่ะย่ะค่ะ”

“ทำไม? เจ้าทำไม่ได้อย่างนั้นหรือ อ๋องเทพสงครามเช่นเจ้ามีสิ่งใดที่ทำไม่ได้กัน”

“ไม่ใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะเพียงแต่ลูกคิดว่าหากลูกต้องเดินทางไกลถึงชายแดนเหนือและไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใดในการช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้ ลูกเพียงแค่อยากจะทูลขอเสด็จพ่อให้พระชายาเดินทางไปด้วยก็เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

“เป็นอย่างนั้นเองหรือ ได้สิข้าอนุญาต”

ลู่เหยียนซินเบิกตากว้างนางอ้าปากค้างทันที อ๋องฉินเห็นสีหน้าของนางก็คิดว่านางคงไม่อยากไปที่แห้งแล้งทุรกันดานเช่นนั้น ในใจของนางคงจะทรมานยิ่งนักเขายกยิ้มพลางหันไปมองฮ่องเต้อีกครั้ง

“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ ลูกรับบัญชาพร้อมออกเดินทางไปเมืองจี้โจวทันทีพ่ะย่ะค่ะ”

“ดีๆ ข้าหวังว่าจะมีข่าวดีจะหนึ่งเรื่องหรือสองเรื่องข้าก็จะรอฟังข่าว เจ้าเดินทางปลอดภัยนะลูกรัก”

ฮองเฮารีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตื้นเต้นเมื่อได้ยินว่าพระชายาฉินต้องเดินทางติดตามไปด้วยกัน ในใจก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

‘การที่ทั้งสองได้อยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้ไม่นานหรอกข้าได้อุ้มหลานอย่างแน่นอน’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 56

    องค์รัชทายาทย่างกรายเข้าไปในห้องทรงอักษรโดยมีองค์รักษ์คนสนิทที่รอคอยผู้เป็นนายอยู่ก่อนหน้านี้รีบเดินตามเข้าไปด้วย“องค์รัชทายาทกระหม่อมมีเรื่องจะมารายงานพ่ะย่ะค่ะ”“มีอะไร”“กระหม่อมส่งคนไปสอดส่องที่จวนของอ๋องอี้แล้วแต่ดูเหมือนว่าทางนั้นจะป้องกันเอาไว้แน่นหนามิอาจเข้าไปภายในได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”“อย่าใจร้อนค่อยเป็นค่อยไป”“แต่หากว่าทิ้งไว้แบบนี้พระชายาอี้จะไม่คลอดก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ”“คลอดแล้วอย่างไรเวลานี้คนที่เป็นองค์รัชทายาทก็คือข้า ไม่ใช่อ๋องอี้ไม่ใช่อ๋องฉินมีสิ่งใดต้องกังวล”“แต่ว่า”“พอได้แล้วข้าต้องการพักผ่อนเจ้าออกไปก่อน”“พ่ะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทนั่งลงบนเก้าอี้มังกรทองคำก่อนจะหลับตาลงพลางนึกไปถึงใบหน้าอ่อนโยนของพระชายาในเมื่อก่อน ที่เขาพยายามทำให้หนทางเพื่อให้ตำแหน่งนี้มั่นคงก็ไม่ใช่เพราะนางหรอกหรือ เหตุใดนางถึงได้มีท่าทีเฉยเมยกับเขาเช่นนี้กันและแล้วงานชมดอกไม้ก็มาถึง งานนี้ถูกจัดขึ้นในพระราชฐานชั้นในมีฮองเฮาเป็นแม่งานโดยมีเหล่าพระสนมรวมไปถึงองค์หญิงมาร่วมงานกันอย่างครึกครื้น“พระชายาซุนไม่เห็นท่านเข้าวังนานแล้วรู้หรือไม่ว่าข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”“ไม่ได้พูดคุยกันตั้งนานข้าเองก็คิ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 55

    ตำหนักเหลียนฮวา“องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ”พระชายารัชทายาทที่กำลังนั่งจัดแจกันดอกไม้อยู่ในห้องโถงของตำหนักนั้นได้เอ่ยถามสาวใช้คนสนิทของตนพลางปาดเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นบริเวณหน้าผากออกพักนี้ไม่รู้เพราะเหตุใดนางถึงรู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองนั้นแปลกไปรู้สึกว่าเหนื่อยง่ายมากขึ้น หมอหลวงที่มาตรวจอาการก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่พบความผิดปกติใดๆ เลยสักเพียงนิดเมื่อก่อนอาจจะเป็นเพราะว่านางคิดมากเรื่องการมีลูกมากเกินไปจึงทำให้ร่างกายอ่อนแอลง แต่เมื่อพักหลังมานี้ที่องค์รัชทายาทเริ่มเปลี่ยนไปนางก็เริ่มปลงตกเลิกคิดฟุ้งซ่านในทุกวันจึงหางานในวังทำเพื่อไม่ให้จิตใจว้าวุ่นแต่เหตุไฉนถึงยังมีอาการเหมือนเดิม‘หรือเพราะว่านางพักผ่อนไม่เพียงพอกระนั้นหรือ’“ใช่แล้วเพคะพระชายา”สาวใช้คนสนิทที่ติดตามนางมาตั้งแต่ยังเล็กพูดขึ้น เด็กสาวมีสีหน้ากังวลอยู่ไม่น้อยเพราะก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทจะห่างเหินกับผู้เป็นนายของตนและเวลานี้ยิ่งเขากลับมาแล้วแต่พระชายาไม่ได้อยู่ต้อนรับนั่นอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แย่ลงหรือไม่และยิ่งไปกว่านั้นคือคนที่องค์รัชทายาทไปพบเป็นคนแรกดันเป็นซูม่านเห

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 54

    เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็มที่ลู่เหยียนซินเดินทางไปมาระหว่างจวนอ๋องอี้และจวนอ๋องซุน เพราะรถม้าของจวนอ๋องฉินอยู่ๆ ก็พังจนใช้งานไม่ได้ครั้นอยากจะซื้อใหม่ก็ดูเหมือนว่านางยังต้องเก็บเงินสำหรับการสร้างโรงหมออีกมากจึงไม่อยากเสียเงินซื้อของที่ยังไม่จำเป็นในเวลานี้และโชคยังดีที่อ๋องอี้ส่งรถม้ามารับนางและคอยกำชับให้สารถีดูแลรับส่งนางไปที่จวนของอ๋องซุนด้วยทำให้หญิงสาวคลายกังวลลงไปมาก“เหยียนเอ๋อวันนี้เจ้าพักผ่อนก่อนดีหรือไม่”เสียงของอ๋องฉินดังไล่หลังมา หญิงสาวหันไปมองเขาเพียงครู่เดียวก็หันกลับไปปิดกล่องยาแล้วแบกขึ้นมาสะพายที่ไหล่เอาไว้“ข้าจะไปที่จวนของอ๋องซุนเสียหน่อยดูสิว่าทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”“ข้าคิดว่าเจ้าจะไปที่จวนพี่รองเสียอีก”“เมื่อวานข้าให้ยาบำรุงเผื่อเอาไว้ให้พระชายาอี้สำหรับกินสามสี่วันแล้ว”“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงใช่หรือไม่”“อาการตั้งครรภ์ไม่น่าเป็นห่วงแต่เมื่อไหร่ท่านจะบอกข้าเสียทีว่าเมื่อก่อนเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเรากันแน่” ลู่เหยียนจ้องมองเขาสีหน้าและแววตาที่ใสซื่อไร้เดียงสาของนางยิ่งทำให้เขาแน่ใจแล้วว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนนั้นนางน่าจะลืมไปหมดแล้ว หรือไม่ก็ความทรงจำ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 53

    ลู่เหยียนซินจับชีพจรของพระชายาอี้ได้เพียงไม่นานก็ระบายยิ้มออกมาก่อนจะหันไปหยิบเอากล่องยาข้างกายของตนขึ้นมาวางบนตัก แล้วหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาหนึ่งกระบอกพลางไล่อากาศออกจนมองเห็นน้ำในหลอดบางส่วนกระเซ็นออกมาพระชายาอี้จ้องมองการกระทำของอีกฝ่ายตาโตโดยที่ไม่รู้เลยว่ามืออีกข้างของลู่เหยียนซินดึงสาบเสื้อของนางลงตั้งแต่เมื่อไหร่พระชายาอี้รู้สึกได้ถึงความเย็นจากบางสิ่งหญิงสาวก้มหน้าลงไปก็เห็นมือขาวๆ ของลู่เหยียนซินถือของบางอย่างที่มีสีขาวสะอาดตานุ่มละมุนแต่กลับเย็นสบาย นางถูวนรอบหัวไหล่เพียงไม่นานไม่ทันที่พระชายาอี้จะเอ่ยถามลู่เหยียนซินก็ใช้เข็มในมืออีกข้างนั้นแทงไปที่แขนของนางอย่างรวดเร็ว“อ๊ะ! อะไรกันเนี่ย”“ข้าแค่ฉีดยาให้ท่าน อย่าได้กังวลไปเลยท่านอ๋องเองก็โดนบ่อย”“ห้ะ” สีหน้างุนงงของพระชายาอี้ทำเอาลู่เหยียนซินแอบขำเล็กน้อย“นางเป็นอย่างไรบ้างหรือ”อ๋องอี้ที่เดิมถูกอ๋องฉินชักชวนให้นั่งรอที่ห้องโถงรับแขกแต่จนแล้วจนรอดชายหนุ่มก็เดินกลับมาในห้องรับรองเพื่อมาเฝ้าดูอาการพระชายาอี้อีกครั้งสีหน้าวิตกของเขาทำให้ลู่เหยียนซินนึกไปถึงวันที่อ๋องฉินได้รับรู้ว่านางตั้งครรภ์ลูกแฝด คนทั้งคู่แม้จะต่างมารดาแ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 52

    “ว่าอย่างไร ข้ารอฟังอยู่”อ๋องฉินชั่งใจอยู่นานคิดว่าควรที่จะพูดกับไท่ซ่างหวงดีหรือไม่ สุดท้ายชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า“หลานคิดว่าในวังมีเด็กๆ น้อยเกินไปอยากจะมีลูกเพิ่มอีกสักสี่ห้าคนให้เสด็จปู่คลายเหงาท่านคิดเห็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ”‘จะ เจ้าเด็กนี่!’ ไท่ซ่างหวงกัดฟันกรอดพยายามคิดเสียว่าเขาคงคาดหวังจากหลานชายผู้นี้มากจนเกินไป ชายแก่หลับตาลงเพียงชั่วครู่ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วเงยพระพักตร์จ้องมองอ๋องฉินที่ไม่รู้ว่าย้ายไปนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างของห้องบรรทมตั้งแต่เมื่อไหร่‘นี่เขาแก่มากไปหรือไม่ประสาทรับรู้ถึงได้ถดถอยถึงเพียงนี้’“นี่คือสิ่งที่เจ้ากังวลอยู่กระนั้นหรือ”“หรือไม่จริงพ่ะย่ะค่ะ ก่อนหน้านี้เสด็จแม่ไหนจะเสด็จพ่อต่างก็รบเร้าให้เหล่าองค์ชายมีทายาทเร็วๆ แม้ว่าเสด็จพี่รัชทายาทจะยังไม่มีองค์ชายแต่องค์หญิงก็ใช่ว่าจะไม่มี”“เจ้าจะพูดอะไร” “หืม หลานก็พูดไปแล้วเสด็จปู่ไม่เข้าใจตรงไหน”เมื่อไท่ซ่างหวงที่คิดว่าหลานชายผู้นี้ไม่ได้เรื่องอยู่นั้นแต่เมื่อได้ฟังจากประโยคสุดท้ายและแววตาที่มองส่งมาก็ทำเอาเขารีบเปลี่ยนความคิดขึ้นมาทันทีอ๋องฉินจ้องมองไท่ซ่างหวงด้วยแววตาที่มีควา

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 51

    “ก็รถม้าของจวนพี่รองของข้าอย่างไรเล่า ท่านเองก็เคยเห็นในตอนที่เขาใช้มันเดินทางไปที่วังหลวงในพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทมาก่อนนะ”“ข้าเคยไปงานนั้นด้วยหรือ”“พี่สะใภ้เรื่องพวกนี้ท่านลืมไปได้อย่างไรกัน”“คือว่าข้าอาจจะทำงานหนักมากเกินไปหรือไม่ก็ตอนที่เกิดเรื่องในจวนอาจจะทำให้ข้าจดจำเรื่องราวบางอย่างในอดีตไม่ได้น่ะ”“เป็นเช่นนั้นเองหรือ”ลู่เหยียนซินพยักหน้าให้เขาพลางหันกลับไปมองที่รถม้าคันนั้นอีกครั้ง“พี่รองของข้าก็คือองค์ชายรอง อ๋องอี้อย่างไรเล่า”“แล้วเหตุใดท่านถึงทำท่าทางเหมือนตกใจที่เห็นเขาล่ะ”“ก็พี่รองไปอยู่ที่ชายแดนตะวันออกนานแล้วตั้งแต่ครั้งที่เสด็จพ่อแต่งตั้งองค์รัชทายาทเขาก็เดินทางออกนอกเมืองหลวงไปเลย ไม่คิดว่าอยู่ๆ ก็กลับมาน่ะสิถึงได้แปลกใจนิดหน่อย”“อย่างนั้นเองหรือ”“ว่าแต่พี่สะใภ้ท่านบอกว่ามีที่ที่ต้องไป จะไปที่ไหนงั้นหรือ”ลู่เหยียนซินหันมาจ้องมองน้องสามีอีกครั้งพลางระบายยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนร้านโอสถ“องค์ชายสี่เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น”“ข้าไม่ชอบกลิ่นยา”“หอมจะตายไป”“พี่สะใภ้จมูกของท่านน่าจะใช้การไม่ได้แล้วกระมังกลิ่นฉุนเพียงนี้มันจะหอมไปได้อย่างไรกันเล่า”เขาพูดพลางเอามื

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status