Share

บทที่ 9

Penulis: Jiulin
last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-16 11:00:39

"ก้าวระวังด้วยนะพ่ะย่ะค่ะพระชายา"

"ขอบใจฉางกงกง" นางยิ้มและเดินต่อไปยังห้องบรรทมของไท่ซ่างหวง หญิงสาวหันซ้ายมองขวาไปมาจนไม่ทันสังเกตว่ามีคนๆ หนึ่งนั่งเอกเขนกอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่กลางห้อง

เมื่อหันมองกลับมาก็เป็นต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับสายตาน่าเกรงขามคู่นั้นที่จ้องมองมาอยู่แล้ว ฉางกงกงพยักหน้าให้นางก่อนที่ลู่เหยียนซินจะรีบคุกเข่าลงแล้วพูดขึ้นว่า

"หลานสะใภ้ถวายบังคมเสด็จปู่เพคะ"

"เข้ามาๆ ไม่ต้องมากพิธีหรอก" ไท่ซ่างหวงที่เวลานี้อายุได้ราวๆ หกสิบพรรษาแล้วมีร่องรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าและผิวกายเล็กน้อยที่เป็นไปตามวัยของมนุษย์

พระองค์ทรงสละราชบัลลังก์ให้ฮ่องเต้เยว่เหวินเทียนขึ้นครองราชย์ต่อส่วนตัวของพระองค์นั้นก็ย้ายมาอยู่ที่ตำหนักซูหนิงตำหนักที่ห่างไกลความวุ่นวายนี้แทน

"นี่หรือหลานสะใภ้ของข้าตั้งแต่เจ้าแต่งให้เจ้าสามมาก็ไม่เคยเห็นมาเคารพข้าเลยสักครั้ง"

"นั่นอาจจะเป็นเพราะท่านอ๋องยุ่งอยู่กระมังเพคะเสด็จปู่"

"ยุ่งหรือไม่สนใจกันแน่เจ้าเด็กคนนี้ชอบก่อเรื่องวุ่นวายจะตายไปคงไม่ได้ทำเรื่องอะไรให้เจ้าลำบากใจหรอกนะ"

"หลานจะไปทำอะไรนางก่อนเล่าพ่ะย่ะค่ะเสด็จปู่" เสียงของอ๋องฉินดังมาแต่ไกลก่อนที่จะเห็นเจ้าตัวเดินเข้ามายังห้องบรรทมของไท่ซ่างหวง

"หลานถวายบังคมเสด็จปู่พ่ะย่ะค่ะ"

"ข้าเรียกเพียงพระชายาของเจ้าไม่ได้เรียกเจ้ามาด้วยเสียหน่อย"

"หลานแค่กลัวว่านางจะเผลอทำสิ่งใดให้เสด็จปู่ไม่พอพระทัยจึงรีบตามมาก็เท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ"

"นางรู้ความกว่าเจ้าเยอะ เจ้านั่นล่ะอย่าได้มาก่อกวนข้า"

"ทรงเห็นหลานเป็นเช่นใดหลานไม่ใช่คนชอบก่อเรื่องถึงเพียงนั้นเสียหน่อย"

ไท่ซ่างหวงกรอกพระเนตรไปมาพลางทอดถอนพระปัสสาสะทันที หลานชายผู้นี้เขาเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็กทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเจ้าเด็กคนนี้ตอนนี้คิดการสิ่งใดอยู่

"ถ้าเช่นนั้นก็จงอยู่เงียบๆ อย่ารบกวนข้า"

"ได้พ่ะย่ะค่ะเสด็จปู่"

"ฉางกงกงไปเอาของมา"

"พ่ะย่ะค่ะไท่ซ่างหวง"

ฉางกงกงเดินไปที่หลังม่านหยิบเอากล่องไม้จันทร์เดินถือติดตัวออกมาด้วยก่อนจะยื่นให้กับไท่ซ่างหวง

"ข้าให้เจ้าถือว่าเป็นของขวัญแต่งงานจากตาแก่คนนี้แล้วกัน”

ลู่เหยียนซินยื่นมือไปรับแล้วถือไว้ในอ้อมอกของตนเอง

"เปิดดูสิ" ไท่ซ่างหวงบอกกล่าวทั้งส่งยิ้มอ่อนให้นาง ลู่เหยียนซินจึงจัดการเปิดกล่องที่ถือเอาไว้ออกมาทันที ภายในบรรจุหินหยกสีเขียวมรกตสองชิ้นเมื่อแสงตกกระทบกับตัวหยกก็สะท้อนแสงแวววับขึ้นมาอย่างสวยงาม

‘สวยจัง หากเป็นยุคที่จากต้องใช้เงินมากมายมหาศาลถึงจะได้เจ้าสิ่งนี้มาเลยนะเนี่ย’

"สวยมากเลยเพคะเสด็จปู่"

"รักษาไว้ให้ดี"

"ขอบพระทัยเพคะ"

อ๋องฉินมองนางด้วยสายตาที่มืดมนเขาไม่เคยได้ของขวัญจากเสด็จปู่ของเขาเลยสักครั้ง นางเป็นใครกันแต่งงานกับเขาเพียงไม่นานก็ได้ของขวัญแล้ว

"เก็บสายตาขี้อิจฉาของเจ้าด้วยฉินอ๋อง"

"หลานไม่เห็นได้บ้าง"

"เจ้าเป็นบุรุษจะเอาของขวัญไปทำไมกันข้าให้นางก็เหมือนให้เจ้า สามีภรรยาก็เหมือนคนๆ เดียวกันคิดอะไรมากกัน"

"จะไปเป็นคนๆ เดียวกันได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะเสด็จปู่ นางก็คือนาง หลานก็คือหลานเห็นหรือไม่เราสองคนไม่ได้ตัวติดกันเสียหน่อย"

"เจ้านี่อย่างไรกันนะริษยาแม้กระทั่งเมียตัวเอง เอาล่ะของขวัญก็ให้ไปแล้วพวกเจ้าสองคนก็ออกไปกันได้แล้วข้าจะพักผ่อน" ไท่ซ่างหวงออกปากไล่หลานชายของเขาอย่างนึกรำคาญก่อนจะชายตาไปมองหลานสะใภ้ที่นั่งกอดกล่องไม้นั้นเอาไว้ในอ้อมแขนของนางแน่น

“พระชายาฉินหลังกลับจากชายแดนเหนือหวังว่าเจ้าจะมีของขวัญกลับมาให้ข้าบ้างนะ"

"พระองค์ทรงรู้ได้อย่างไรกันเพคะว่าหม่อมฉันต้องเดินทางไปด้วย”

"มีสิ่งใดที่ข้าไม่รู้บ้างล่ะ" ตาแก่พูดพลางอมยิ้มให้นาง

‘ใช่สินะคนที่มีอำนาจย่อมมีหูมีตามากมายอยู่แล้ว ต่อไปนี้จะพูดจะทำสิ่งใดคงต้องระวังมากขึ้นแล้วล่ะสิ’

"ได้เพคะเสด็จปู่หม่อมฉันไม่ลืมแน่นอนเพคะ"

"อืม เช่นนั้นพวกเจ้ากลับไปพักผ่อนรอวันออกเดินทางเถอะ"

"เสด็จปู่รักษาพระวรกายด้วยนะเพคะหม่อมฉันทูลลา"

อ๋องฉินไม่พูดไม่จามองไท่ซ่างหวงด้วยความน้อยใจ

"หลานจะออกเดินทางแล้ว ไม่มีของขวัญก็ควรมีคำอวยพรให้หลานบ้าง"

"เจ้าอย่าคิดก่อเรื่อง! ออกไปได้แล้ว"

'ลำเอียง! เสด็จปู่ลำเอียงชัดๆ'

ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกไปจากพระตำหนักท่ามกลางสายพระเนตรที่มองตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม ไท่ซ่างหวงได้แต่ส่ายพระพักตร์อย่างจนใจรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการอบรมเจ้าหลานชายตัวดีผู้นี้เป็นอย่างมาก

‘เมื่อไหร่เจ้าจะรู้ตัวสักทีนะว่าของมีค่าที่สุดก็อยู่ข้างกายเจ้าแล้ว’

เมื่อทั้งคู่ออกมาจากพระตำหนักชายหนุ่มก็เหลือบไปมองลู่เหยียนซินที่เอาแต่กอดกล่องไม้นั้นด้วยความหวงแหน ใบหน้าเล็กของนางเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มตลอดทางเดินเมื่อนึกไปถึงไท่ซ่างหวงอยู่ๆ เขาก็รู้สึกอิจฉานางขึ้นมาอีกครั้ง เขาที่เป็นหลานแท้ๆ เสด็จปู่กลับไม่เคยให้ของขวัญอะไรเลยสักครั้งแล้วจะไม่ให้เขาน้อยใจได้อย่างไรกัน

"ท่านอ๋องหากพวกเราหย่ากันแล้ว หยกสองชิ้นนี้ข้าไม่ขอคืนให้ท่านนะเพคะ"

"เจ้าว่าอะไรนะ"

"ข้าบอกว่าหยกสองชิ้นนี้ข้าจะเก็บเอาไว้เองอย่างไรเล่าเพราะว่าเสด็จปู่มอบให้ข้าดังนั้นมันก็คือของๆ ข้า"

"ไม่ใช่ ที่เจ้าพูดก่อนหน้านี้น่ะ"

"หากว่าเราสองคนหย่ากันแล้ว ข้าจะขอเก็บ…"

"สมรสพระราชทานเจ้าคิดว่าจะหย่ากันง่ายๆ กระนั้นหรือ"

"ก่อนหน้านี้ท่านเองก็คิดจะหย่ากับข้ามิใช่หรือในเมื่อท่านต้องการแต่งหยางซูฉินมาเป็นชายาเอกแทนข้าท่านก็ต้องเขียนหนังสือหย่าให้ข้าอยู่ดี หรือท่านคิดว่าหยางซูฉินจะยอมแต่งเป็นชายารองให้ท่านจริงๆ น่ะหรือ" นางเอียงคอยืนรอคำตอบจากอ๋องฉินด้วยแววตาสุกใสไร้ซึ่งแววขุ่นเคืองหรือริษยาทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างหาสาเหตุไม่ได้

‘นี่ข้าจะหงุดหงิดเพราะนางขอหย่าได้อย่างไรกัน ข้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 56

    องค์รัชทายาทย่างกรายเข้าไปในห้องทรงอักษรโดยมีองค์รักษ์คนสนิทที่รอคอยผู้เป็นนายอยู่ก่อนหน้านี้รีบเดินตามเข้าไปด้วย“องค์รัชทายาทกระหม่อมมีเรื่องจะมารายงานพ่ะย่ะค่ะ”“มีอะไร”“กระหม่อมส่งคนไปสอดส่องที่จวนของอ๋องอี้แล้วแต่ดูเหมือนว่าทางนั้นจะป้องกันเอาไว้แน่นหนามิอาจเข้าไปภายในได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”“อย่าใจร้อนค่อยเป็นค่อยไป”“แต่หากว่าทิ้งไว้แบบนี้พระชายาอี้จะไม่คลอดก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ”“คลอดแล้วอย่างไรเวลานี้คนที่เป็นองค์รัชทายาทก็คือข้า ไม่ใช่อ๋องอี้ไม่ใช่อ๋องฉินมีสิ่งใดต้องกังวล”“แต่ว่า”“พอได้แล้วข้าต้องการพักผ่อนเจ้าออกไปก่อน”“พ่ะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทนั่งลงบนเก้าอี้มังกรทองคำก่อนจะหลับตาลงพลางนึกไปถึงใบหน้าอ่อนโยนของพระชายาในเมื่อก่อน ที่เขาพยายามทำให้หนทางเพื่อให้ตำแหน่งนี้มั่นคงก็ไม่ใช่เพราะนางหรอกหรือ เหตุใดนางถึงได้มีท่าทีเฉยเมยกับเขาเช่นนี้กันและแล้วงานชมดอกไม้ก็มาถึง งานนี้ถูกจัดขึ้นในพระราชฐานชั้นในมีฮองเฮาเป็นแม่งานโดยมีเหล่าพระสนมรวมไปถึงองค์หญิงมาร่วมงานกันอย่างครึกครื้น“พระชายาซุนไม่เห็นท่านเข้าวังนานแล้วรู้หรือไม่ว่าข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”“ไม่ได้พูดคุยกันตั้งนานข้าเองก็คิ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 55

    ตำหนักเหลียนฮวา“องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ”พระชายารัชทายาทที่กำลังนั่งจัดแจกันดอกไม้อยู่ในห้องโถงของตำหนักนั้นได้เอ่ยถามสาวใช้คนสนิทของตนพลางปาดเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นบริเวณหน้าผากออกพักนี้ไม่รู้เพราะเหตุใดนางถึงรู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองนั้นแปลกไปรู้สึกว่าเหนื่อยง่ายมากขึ้น หมอหลวงที่มาตรวจอาการก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่พบความผิดปกติใดๆ เลยสักเพียงนิดเมื่อก่อนอาจจะเป็นเพราะว่านางคิดมากเรื่องการมีลูกมากเกินไปจึงทำให้ร่างกายอ่อนแอลง แต่เมื่อพักหลังมานี้ที่องค์รัชทายาทเริ่มเปลี่ยนไปนางก็เริ่มปลงตกเลิกคิดฟุ้งซ่านในทุกวันจึงหางานในวังทำเพื่อไม่ให้จิตใจว้าวุ่นแต่เหตุไฉนถึงยังมีอาการเหมือนเดิม‘หรือเพราะว่านางพักผ่อนไม่เพียงพอกระนั้นหรือ’“ใช่แล้วเพคะพระชายา”สาวใช้คนสนิทที่ติดตามนางมาตั้งแต่ยังเล็กพูดขึ้น เด็กสาวมีสีหน้ากังวลอยู่ไม่น้อยเพราะก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทจะห่างเหินกับผู้เป็นนายของตนและเวลานี้ยิ่งเขากลับมาแล้วแต่พระชายาไม่ได้อยู่ต้อนรับนั่นอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แย่ลงหรือไม่และยิ่งไปกว่านั้นคือคนที่องค์รัชทายาทไปพบเป็นคนแรกดันเป็นซูม่านเห

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 54

    เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็มที่ลู่เหยียนซินเดินทางไปมาระหว่างจวนอ๋องอี้และจวนอ๋องซุน เพราะรถม้าของจวนอ๋องฉินอยู่ๆ ก็พังจนใช้งานไม่ได้ครั้นอยากจะซื้อใหม่ก็ดูเหมือนว่านางยังต้องเก็บเงินสำหรับการสร้างโรงหมออีกมากจึงไม่อยากเสียเงินซื้อของที่ยังไม่จำเป็นในเวลานี้และโชคยังดีที่อ๋องอี้ส่งรถม้ามารับนางและคอยกำชับให้สารถีดูแลรับส่งนางไปที่จวนของอ๋องซุนด้วยทำให้หญิงสาวคลายกังวลลงไปมาก“เหยียนเอ๋อวันนี้เจ้าพักผ่อนก่อนดีหรือไม่”เสียงของอ๋องฉินดังไล่หลังมา หญิงสาวหันไปมองเขาเพียงครู่เดียวก็หันกลับไปปิดกล่องยาแล้วแบกขึ้นมาสะพายที่ไหล่เอาไว้“ข้าจะไปที่จวนของอ๋องซุนเสียหน่อยดูสิว่าทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”“ข้าคิดว่าเจ้าจะไปที่จวนพี่รองเสียอีก”“เมื่อวานข้าให้ยาบำรุงเผื่อเอาไว้ให้พระชายาอี้สำหรับกินสามสี่วันแล้ว”“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงใช่หรือไม่”“อาการตั้งครรภ์ไม่น่าเป็นห่วงแต่เมื่อไหร่ท่านจะบอกข้าเสียทีว่าเมื่อก่อนเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเรากันแน่” ลู่เหยียนจ้องมองเขาสีหน้าและแววตาที่ใสซื่อไร้เดียงสาของนางยิ่งทำให้เขาแน่ใจแล้วว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนนั้นนางน่าจะลืมไปหมดแล้ว หรือไม่ก็ความทรงจำ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 53

    ลู่เหยียนซินจับชีพจรของพระชายาอี้ได้เพียงไม่นานก็ระบายยิ้มออกมาก่อนจะหันไปหยิบเอากล่องยาข้างกายของตนขึ้นมาวางบนตัก แล้วหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาหนึ่งกระบอกพลางไล่อากาศออกจนมองเห็นน้ำในหลอดบางส่วนกระเซ็นออกมาพระชายาอี้จ้องมองการกระทำของอีกฝ่ายตาโตโดยที่ไม่รู้เลยว่ามืออีกข้างของลู่เหยียนซินดึงสาบเสื้อของนางลงตั้งแต่เมื่อไหร่พระชายาอี้รู้สึกได้ถึงความเย็นจากบางสิ่งหญิงสาวก้มหน้าลงไปก็เห็นมือขาวๆ ของลู่เหยียนซินถือของบางอย่างที่มีสีขาวสะอาดตานุ่มละมุนแต่กลับเย็นสบาย นางถูวนรอบหัวไหล่เพียงไม่นานไม่ทันที่พระชายาอี้จะเอ่ยถามลู่เหยียนซินก็ใช้เข็มในมืออีกข้างนั้นแทงไปที่แขนของนางอย่างรวดเร็ว“อ๊ะ! อะไรกันเนี่ย”“ข้าแค่ฉีดยาให้ท่าน อย่าได้กังวลไปเลยท่านอ๋องเองก็โดนบ่อย”“ห้ะ” สีหน้างุนงงของพระชายาอี้ทำเอาลู่เหยียนซินแอบขำเล็กน้อย“นางเป็นอย่างไรบ้างหรือ”อ๋องอี้ที่เดิมถูกอ๋องฉินชักชวนให้นั่งรอที่ห้องโถงรับแขกแต่จนแล้วจนรอดชายหนุ่มก็เดินกลับมาในห้องรับรองเพื่อมาเฝ้าดูอาการพระชายาอี้อีกครั้งสีหน้าวิตกของเขาทำให้ลู่เหยียนซินนึกไปถึงวันที่อ๋องฉินได้รับรู้ว่านางตั้งครรภ์ลูกแฝด คนทั้งคู่แม้จะต่างมารดาแ

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 52

    “ว่าอย่างไร ข้ารอฟังอยู่”อ๋องฉินชั่งใจอยู่นานคิดว่าควรที่จะพูดกับไท่ซ่างหวงดีหรือไม่ สุดท้ายชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า“หลานคิดว่าในวังมีเด็กๆ น้อยเกินไปอยากจะมีลูกเพิ่มอีกสักสี่ห้าคนให้เสด็จปู่คลายเหงาท่านคิดเห็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ”‘จะ เจ้าเด็กนี่!’ ไท่ซ่างหวงกัดฟันกรอดพยายามคิดเสียว่าเขาคงคาดหวังจากหลานชายผู้นี้มากจนเกินไป ชายแก่หลับตาลงเพียงชั่วครู่ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วเงยพระพักตร์จ้องมองอ๋องฉินที่ไม่รู้ว่าย้ายไปนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างของห้องบรรทมตั้งแต่เมื่อไหร่‘นี่เขาแก่มากไปหรือไม่ประสาทรับรู้ถึงได้ถดถอยถึงเพียงนี้’“นี่คือสิ่งที่เจ้ากังวลอยู่กระนั้นหรือ”“หรือไม่จริงพ่ะย่ะค่ะ ก่อนหน้านี้เสด็จแม่ไหนจะเสด็จพ่อต่างก็รบเร้าให้เหล่าองค์ชายมีทายาทเร็วๆ แม้ว่าเสด็จพี่รัชทายาทจะยังไม่มีองค์ชายแต่องค์หญิงก็ใช่ว่าจะไม่มี”“เจ้าจะพูดอะไร” “หืม หลานก็พูดไปแล้วเสด็จปู่ไม่เข้าใจตรงไหน”เมื่อไท่ซ่างหวงที่คิดว่าหลานชายผู้นี้ไม่ได้เรื่องอยู่นั้นแต่เมื่อได้ฟังจากประโยคสุดท้ายและแววตาที่มองส่งมาก็ทำเอาเขารีบเปลี่ยนความคิดขึ้นมาทันทีอ๋องฉินจ้องมองไท่ซ่างหวงด้วยแววตาที่มีควา

  • เกิดใหม่ในร่างพระชายาร้ายร้าย   บทที่ 51

    “ก็รถม้าของจวนพี่รองของข้าอย่างไรเล่า ท่านเองก็เคยเห็นในตอนที่เขาใช้มันเดินทางไปที่วังหลวงในพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทมาก่อนนะ”“ข้าเคยไปงานนั้นด้วยหรือ”“พี่สะใภ้เรื่องพวกนี้ท่านลืมไปได้อย่างไรกัน”“คือว่าข้าอาจจะทำงานหนักมากเกินไปหรือไม่ก็ตอนที่เกิดเรื่องในจวนอาจจะทำให้ข้าจดจำเรื่องราวบางอย่างในอดีตไม่ได้น่ะ”“เป็นเช่นนั้นเองหรือ”ลู่เหยียนซินพยักหน้าให้เขาพลางหันกลับไปมองที่รถม้าคันนั้นอีกครั้ง“พี่รองของข้าก็คือองค์ชายรอง อ๋องอี้อย่างไรเล่า”“แล้วเหตุใดท่านถึงทำท่าทางเหมือนตกใจที่เห็นเขาล่ะ”“ก็พี่รองไปอยู่ที่ชายแดนตะวันออกนานแล้วตั้งแต่ครั้งที่เสด็จพ่อแต่งตั้งองค์รัชทายาทเขาก็เดินทางออกนอกเมืองหลวงไปเลย ไม่คิดว่าอยู่ๆ ก็กลับมาน่ะสิถึงได้แปลกใจนิดหน่อย”“อย่างนั้นเองหรือ”“ว่าแต่พี่สะใภ้ท่านบอกว่ามีที่ที่ต้องไป จะไปที่ไหนงั้นหรือ”ลู่เหยียนซินหันมาจ้องมองน้องสามีอีกครั้งพลางระบายยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนร้านโอสถ“องค์ชายสี่เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น”“ข้าไม่ชอบกลิ่นยา”“หอมจะตายไป”“พี่สะใภ้จมูกของท่านน่าจะใช้การไม่ได้แล้วกระมังกลิ่นฉุนเพียงนี้มันจะหอมไปได้อย่างไรกันเล่า”เขาพูดพลางเอามื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status