Partager

สหายร่วมชั้นเรียน

last update Date de publication: 2026-05-08 22:37:51

หลังจากผู้มาเยือนจากไปแล้ว สาวใช้ส่วนตัวนามชิงหว่าน ถูกเรียกมาแต่งกายให้ผู้เป็นนายทันที

แต่งกายตามแบบฉบับคุณหนูผู้อ่อนหวาน หาใช่สตรีใจร้ายแสนเย่อหยิ่งอย่างที่เคยกระทำ

“ชิงหว่าน แต่งกายให้ข้ากลายเป็นสตรีบอบบางแสนอ่อนหวาน ใบหน้าไม่ต้องแต่งแต้มมากมาย ผัดแป้งบาง ๆ แต้มชาดสีอ่อนก็พอ”

“เจ้าค่ะนายหญิง”

“ทำผมเกล้าขึ้นหลวม ๆ ตามธรรมเนียมสตรีออกเรือน ปักปิ่นของท่านประมุขกับท่านพ่อเคียงคู่กัน ปิ่นชิ้นอื่นเกะกะรุงรังเก็บลงหีบให้หมด เครื่องหัวหนัก ๆ พวกนั้นไม่ต้องสวม”

เนื่องจากมารดาจากลาตั้งแต่แบเบาะ ยามปักปิ่นจึงมีเพียงบิดาทำพิธีให้ ปิ่นบนศีรษะจึงเป็นของบิดากับของหมั้นสามี

“สวมเสื้อคลุมสีขาวทับสักหน่อย ท่านประมุขไม่ชอบให้ข้าสวมอาภรณ์ชิ้นเดียว”

เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ถือว่าให้เกียรติสามี ต่อให้อากาศเย็นสบายไม่หนาวก็ตาม เผื่อเขาหวงแหนร่างกายของภรรยา จะได้ไม่ต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ นายหญิงงดงามมาก”

ชิงหว่านเอ่ยชื่นชมจากใจจริง ถึงแม้ที่ผ่านมาผู้เป็นนายจะไม่เคยเห็นหัวตนเลยก็ตาม

ทว่าหลายวันมานี้ นายหญิงกำลังปรับปรุงนิสัยให้เข้าถึงง่าย นางเลยกล้าสนิทใจด้วย และพร้อมจงรักภักดีไม่มีแปรเปลี่ยน

“ขอบใจเจ้ามาก ข้าขอสำรวจดูอีกสักรอบ”

จางเหมยฮัวลุกขึ้นยืนตรง แล้วมองสำรวจรูปลักษณ์ผ่านกระจกทองเหลืองบานใหญ่ สมฐานะนายหญิงแห่งสำนักเมฆินทร์

เรือนนอนหลังใหญ่กว่าเจ้าสำนัก ทรัพย์สมบัติเติมให้เต็มคลังสมบัติ ทั้งยังปล่อยให้ใช้ชีวิตตามใจชอบ ไม่เคยขอหย่าทั้ง ๆ ที่สายตารังเกียจเต็มที

ดวงตากลมโตแวววาว ซึ่งประดับด้วยแพขนตางอนงามตามธรรมชาติ จ้องมองโฉมสะคราญในกระจกทองเหลือง อย่างพินิจพิเคราะห์ปนชื่นชมจับใจ

ร่างอรชรอวบอิ่มสวมอาภรณ์สีเหลืองอ่อน ไม่ใช่สีดำหรือสีแดงอย่างที่เคยสวมอยู่ทุกวัน อีกทั้งยังสวมทับด้วยเสื้อคลุมลวดลายประณีตสีขาวงดงาม 

ภาพลักษณ์สตรีงดงามอ่อนหวาน ต้องประจักษ์แก่สายตาผู้คนในสำนักเมฆินทร์ และคนอื่น ๆ ที่อาจเข้ามาร่วมชมการแข่งขันของเหล่าบรรดาลูกศิษย์

จางเหมยฮัวมีใบหน้างดงามเย้ายวนเป็นทุนเดิม ประกอบกับวันนี้แต่งกายด้วยอาภรณ์อ่อนหวานเหมาะสม ความลำเอียงในใจผู้พบเห็นย่อมย้ายฝั่ง

เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่เสมอในวงสังคม ความยุติธรรมใดไม่มีจริงหรอก มีเพียงภาพลักษณ์ที่ผู้คนตัดสินกันด้วยสายตา เนื้อแท้เป็นอย่างไรจะมีสักกี่คนที่เข้าใจ

สตรีผู้มีท่าทีใจร้ายแข็งกระด้าง มักถูกมองด้วยสายตาอคติอยู่เสมอ แม่ดอกบัวขาวทั้งหลายเลยผุดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน

‘คงไม่โกรธเคืองกันกระมัง หากข้าจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของเจ้า’

‘แต่ไม่ต้องห่วง สามีของเจ้าข้าไม่คิดเปลี่ยนใจเขาหรอก’

โฉมงามเดินออกจากเรือนด้วยท่าทีมุ่งมั่นตั้งใจ ออกไปใช้ชีวิตแบบคนปกติคงไม่แย่นักหรอก

ทว่าจางเหมยฮัวคงลืมเรื่องใหญ่อีกเรื่องไปเสียสนิท งานสำคัญของสำนักเมฆินทร์ทั้งที จะขาดเหล่าเชื้อพระวงศ์ไปได้อย่างไร

โดยเฉพาะอ๋องเจ็ดจ้าวเทียนเหิง อ๋องหนุ่มผู้สำเร็จการศึกษาจากสำนักเมฆินทร์ อีกทั้งยังเป็นสหายร่วมชั้นเรียนในวัยเยาว์ ของเจ้าสำนักคนปัจจุบันอีกด้วย

................................

ร่างสูงใหญ่กระโดดลงจากหลังม้าศึกคู่ใจ บุรุษผู้เคยรูปงามไม่ต่างจากสหาย ยามนี้มีเพียงความทรุดโทรมประดับไว้ใต้ดวงตา 

กายกำยำผอมลงเล็กน้อย ทว่ายังองอาจกว่าบุรุษทั่ว ๆ ไป สองขาเรียวยาวก้าวเดินอย่างเร่งรีบตรงไปยังห้อง ๆ หนึ่ง ที่ตนเคยเข้าออกตามใจชอบมาโดยตลอด

เขาเคยสนิทกับเจ้าของห้องทำงานแห่งนี้ เมื่อครั้งเล่าเรียนวรยุทธ์อยู่ที่นี่ แต่พอห่างกันไปใช้ชีวิตนานหลายปี ความสนิทเลยลดน้อยลง 

ทว่าสหายก็คือสหาย ต่อให้ไม่ได้ติดต่อพูดคุยกันนาน แต่ความไว้ใจและสบายใจยามพบหน้าย่อมมีอยู่มาก

ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูแจ้งให้เจ้าของห้องทำงานรับรู้ ผู้ช่วยเฉินจื้อทำได้เพียงยืนก้มหัวอยู่ข้าง ๆ ไม่กล้าขัดใจผู้มาเยือน

“ใคร”

เสียงเข้มขานรับเสียงเคาะประตูห้องทำงาน เช้านี้เขากำลังเร่งมือสะสางงานให้แล้วเสร็จ เพื่อเตรียมไปชมการแข่งขันของลูกศิษย์ในสำนัก

“ข้าเจ้าเทียนเหิง ขอเข้าไปหน่อย”

“เชิญพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าของห้องไม่นึกตำหนิผู้ช่วยแต่อย่างใด หากเป็นบุรุษผู้นี้ใครก็ห้ามไม่อยู่ ยกเว้นเขาเพียงผู้เดียว

แอ๊ด!!! 

“มาไม่แจ้งล่วงหน้าเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” ทันทีที่ประตูห้องทำงานเปิดออก คำทักทายห้วน ๆ ก็ดังขึ้น

“เลิกกล่าวมากพิธีได้แล้ว ข้ากับเจ้าใช่คนอื่นไกล”

“ไม่ได้นอน?”

คนถามเงยหน้ามองสหายร่วมชั้นเรียน เมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาชัดเจน จึงอดถามไถ่ไม่ได้

“อือ นอนไม่ค่อยหลับคิดถึงแต่นาง”

“ตอนมีไม่รักษา พอจากไปใยอาลัยอาวรณ์หนัก นางจากไปนานแล้วท่านอ๋องควรปล่อยวาง”

ฉินมู่เหยียนไม่ได้รู้เรื่องการสะกดวิญญาณ เลยเข้าใจว่าสหายอาลัยสตรีในดวงใจที่จากลาไปนานถึงสองปี

“ข้าแค่หลงผิด แต่...แต่นางกลับจากไปนิรันดร์”

ดวงตาสีสนิมเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำตาทุกครั้ง เมื่อคิดถึงหรือกล่าวถึงคนจากลาไปไกล

“หลงผิดจนสตรีตายคือเรื่องผิดมหันต์ แต่การทำร้ายตัวเองย่อมไม่ช่วยให้ความจริงเปลี่ยนแปลง”

“ข้า...ข้าเสียใจ”

“เสียใจไปก็เปล่าประโยชน์ นางจากไปแล้ว”

คนพูดจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยสายแน่นิ่ง เรื่องราวของสตรีในวังหลังของเชื้อพระวงศ์ เขาเคยได้ยินอยู่เรื่อย

บุรุษในราชวงศ์แคว้นไห่ นิสัยช่างเน่าเฟะเสียจริง!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   คู่บำเพ็ญเพียร ตอนปลาย (ตอนจบ)

    “เจ้ายังไม่ตอบข้า” นิ้วกร้านยกขึ้นเกลี่ยริมฝีปากอวบอิ่ม อยากครอบครองขึ้นมาอีกแล้ว“ข้ามีใจให้ท่านเจ้าค่ะ มีให้ท่านคนเดียว ข้าไม่เคยรัก...”“ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ข้าเชื่อเจ้าทุกเรื่อง”“ขอบคุณนะเจ้าคะ”“เหมยฮัว” เสียงเรียกขานลงน้ำหนักแหบพร่าแปลก ๆ ทว่าคนฟังยังไม่ทันรู้สึก“เจ้าคะ”“แวะห้องนี้ก่อน”“ไปทำไมเจ้าคะ ในห้องนี้มีอะไร พวกเราต้องรีบไปหาท่านพ่อ”“ไม่ต้องรีบ เพราะตอนนี้ข้า...”จางเหมยฮัวถูกลากเข้าไปในห้องเก็บของขนาดเล็ก ที่ค่อนข้างโล่งโปร่งและสะอาด มีเพียงกล่องเก็บของไม่กี่กล่องกับโต๊ะหนึ่งตัวฉินมู่เหยียนรู้จักห้องนี้ดี เขาเคยมาแอบท่านอาจารย์อยู่ในนี้ เลยนึกอยากพาคนงามข้างกาย แวะเยี่ยมชมสถานที่ในวัยเยาว์สักหน่อยกายสาวถูกบดเบียดโยกคลึงในห้องขนาดเล็กอีกหลายรอบเสียงสัมผัสแนบเนื้อดังเล็ดลอดออกมาข้างนอก ทว่าบริเวณนี้ไม่ค่อยมีใครผ่านเข้ามา มีเพียงอสูรนกน้อยที่เกาะขอบรั้วคอยฟังเสียงเสียงจิ๊บ ๆ ร้องบอกต่อกันเป็นทอด ๆ หากจางเหมยฮัวได้ยิน คงวิ่งไล่จับนกมาย่างกินเพราะกังวลว่าจะมีคนผ่านทาง ทำให้ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าปกติเลยเข้าเส้นชัยอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความหฤหรรษ์อีกรูปแบบหนึ่งเ

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   คู่บำเพ็ญเพียร ตอนต้น (ตอนจบ)

    เมื่อเห็นท่าทีเหม่อลอยของผู้อาวุโสกว่า ฉินมู่เหยียนจึงสะกิดเรียกอีกฝ่ายให้รู้สึกตัว“ท่านพ่อตาเป็นอย่างไรบ้างขอรับ อ่านเจอสิ่งใด”“มู่เหยียน หรือจะเป็นเพราะสาเหตุนี้”มือสั่นเทายื่นตำราให้บุตรเขยอ่านด้วยตนเอง ส่วนเขาใช้มือกอบกุมหน้าอกที่กำลังเต้นระรัวฉินมู่เหยียนรับตำราไปอ่านทันที หลังจากอ่านข้อความหนาหนักจบ ท่าทีของเขาไม่ต่างจากจางเฮ่อเสวียน สองมือสั่นเทาแทบจับตำราไว้ไม่อยู่“นะ...นี่มัน”“ข้าไม่รู้วิธีปฏิบัติ มีเพียงเจ้าของกำไลอสูรที่รู้ นางคงรู้วิธีแต่คิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้”“เลยขอหย่า/เลยขอหย่า” บุรุษต่างวัยเอ่ยประสานเสียงกันถึงความเป็นไปได้“ข้าจะไปถามเหมยฮัวให้รู้เรื่อง”“อืม ฝากด้วยมู่เหยียน ข้าขอพักสักครู่เดี๋ยวจะรีบตามไป”อาการใจสั่นผิดปกติหากไม่ระวังตน เกรงจะล้มป่วยให้บุตรสาวลำบากและเป็นทุกข์ยามนี้จำเป็นต้องประคองหัวใจของตน ให้เต้นในจังหวะปกติเสียก่อน“ท่านพ่อตาพักก่อน ข้าจะจัดการเองขอรับ ต่อให้ยากแค่ไหนข้าจะยื้อชีวิตนางเอง ข้ารักซูจิ่งเหวินในร่างจางเหมยฮัว”ก่อนเดินจากไปเขานึกได้ว่ายังไม่ได้ไต่สวนคนร้าย เขาพาอสูรจิ้งจอกมาด้วย มันย่อมรู้ว่าใครทำร้ายมัน“ท่านพ่อตา ขังคนพวก

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   ขอหย่า ตอนปลาย

    “วิญญาณของนางอยู่ที่ใด”“ข้านึกว่าท่านรู้แล้ว มีโอกาสพบปะพูดคุยหลายครั้ง ไม่รู้สึกคุ้นเคยบ้างเลยหรือ”“ข้าจะรู้ได้อย่างไร ข้ามองไม่เห็นวิญญาณ เดี๋ยวนะเมื่อครู่เจ้ากล่าวว่าอย่างไร ข้าคุ้นเคยกับผู้ใด นางอยู่ในร่างใครกันแน่!” น้ำเสียงโมโหตะคอกใส่หน้านักพรตเฒ่าคนชั่วผู้นี้หลอกเขาทำพิธีสะกดวิญญาณ โดยอ้างว่าวิญญาณจะมีความสุข ยามไปเกิดจะมีบุญบารมีมากกว่าวิญญาณทั่วไปที่ไหนได้มันต้องการหลอกกักขังดวงวิญญาณ เอาไว้ใช้งานเองต่างหาก!“นางอยู่ในร่างจางเหมยฮัว”น้ำเสียงเรียบเรื่อยเอ่ยขึ้น ไม่มีเหตุผลให้ปิดบัง อ๋องเจ็ดมาถึงคุกใต้ดินของสำนักธารา แสดงว่าสตรีผู้นั้นตั้งใจเปิดเผยตัวตน“จะ...เจ้าว่าอย่างไรนะ”“ซูจิ่งเหวินคือจางเหมยฮัว ท่านออกไปได้แล้ว ข้าไม่มีอารมณ์พูดคุยด้วย”‘โง่เขลาเสียจริง สตรีของตนกลายเป็นภรรยาของสหาย ยังมองไม่ออกอีก’คำกล่าวนี้เขาเพียงคิดอยู่ในใจ ไม่ได้กล่าวออกไปท่าทีเหม่อลอยของบุรุษสูงศักดิ์ อยู่ในสายตาเจ้าสำนักธาราทั้งหมดเขาทำเพียงถอนหายใจแล้วเดินจากไป ปล่อยให้ผู้มาเยือนล้มลุกคลุกคลาน กลิ้งไถอยู่กับพื้นสกปรกในคุกใต้ดิน‘สมควรแล้ว’องครักษ์ทั้งสองเห็นเงาวูบไหวคุ้นเคย กำลังเดินออ

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   ขอหย่า ตอนต้น

    คำถามจากบิดาช่างตอบง่ายเสียเหลือเกิน จางเหมยฮัวตอบโดยไม่คิดด้วยซ้ำ“ย่อมไม่เกี่ยวกันเจ้าค่ะ ยามนี้ข้าคือจางเหมยฮัว บุตรีเจ้าสำนักธารา และเป็นฮูหยินของเจ้าสำนักเมฆินทร์”“ดีมาก สตรีเจ็บแล้วต้องจำ มู่เหยียนดีกว่าอ๋องเจ็ดทุกอย่าง พ่อชอบเขามากกว่าใคร”หากไม่ชื่นชอบ คงไม่ขอหมั้นหมายไว้ให้บุตรสาวตั้งแต่เด็กหรอก ครั้งนั้นสหายยังเอ่ยปรามอยู่บ้าง แต่ถูกเขาหว่านล้อมไปหลายเรื่องสองผู้อาวุโสเลยลงนามต่อกันในสัญญาหมั้นหมาย กลายเป็นเกี่ยวดองกันจนถึงทุกวันนี้“ข้าเป็นฮูหยินของเขาแล้ว ไม่คิดแต่งให้ใครอีก หากมีเรื่องให้แยกจากกันจริง ๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องเหล่านี้เจ้าค่ะ”ความนัยแอบแฝงบางอย่าง อีกทั้งน้ำเสียงยังสั่นเครือเล็กน้อย แต่จางเฮ่อหนานไม่ได้เก็บมาคิดเป็นกังวล เขารีบกลับไปพักผ่อนตามคำบอกกล่าวของบุตรสาวในวันต่อมาในห้องโถงสำนักธารา เต็มไปด้วยเสียงร้องของความเจ็บปวด เหล่าผู้ทรยศจำนวนมากถึงห้าสิบคน ถูกควบคุมตัวไว้ทั้งหมดส่วนคนที่เคยถูกกักขังก่อนหน้านี้ ถูกปล่อยตัวทั้งหมด และมีหมอคอยดูแลอาการป่วยอย่างใกล้ชิดขณะที่จางเหมยฮัวกำลังจัดการกับผู้ทรยศกลุ่มสุดท้าย ข้อมือของนางก็ถูกใครบางคนกอบกุมเอาไว้ น้ำเสีย

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   เก็บกวาดต้นเรื่อง ตอนปลาย

    นางยังไม่สังหารคนพวกนี้ ยังมีอีกหลายคนที่ต้องจับมาสะสางพร้อมกัน หลังจากนั้นค่อยปล่อยให้เป็นไปตามกฎ ของสำนักควบคุมชาวยุทธ์“ปราณอสูร! ระดับสะ...สิบสอง”ต่อให้ไม่เก่งวรยุทธ์ แต่ฟู่เหวินเป็นบัณฑิตผู้ปราดเปรื่อง เขาย่อมรู้จักปราณอสูรในแต่ละระดับแค่พบเจอระดับเก้าพวกเขาก็สู้ไม่ไหวแล้ว แต่สตรีตรงหน้าเป็นถึงเจ้าอสูรระดับสิบสองหากไม่หนีคงไม่มีทางรอด เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงเตรียมตัวลุกขึ้นวิ่ง ทว่าแรงกดข่มมหาศาลกดให้เขานั่งลงตามเดิม“บัณฑิตหน้าขาว เจ้าจะไปที่ใด จะทิ้งฮูหยินแสนรักแล้วหรือ”คำกล่าวนี้ทำให้จางเย่วเหยาจ้องมองสามีด้วยน้ำตาคลอเบ้า หากไม่รักนางคงไม่พามาอยู่ด้วย ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายวรยุทธ์ไม่พัฒนาเลย“เย่วเหยาข้า...ข้า”“ขี้ขลาดก็บอกไป ใครจะอยากอยู่ดูแลสตรีพิการ แต่ไม่ต้องห่วง พวกเจ้าได้พิการกันทุกคน”สิ้นคำกล่าวทุกคนในห้องทำพิธีก็มีสภาพไม่ต่างกัน แขนขาแข็งแรงของบุรุษ ถูกสตรีงดงามทำลายอย่างง่ายดาย“อ้าก!”“อ้าก!”“อ้ากกกกก”เสียงร้องดังที่สุดเป็นของบุรุษอายุน้อยกว่าใคร ฟู่เหวินเป็นเพียงบัณฑิตขี้ขลาดผู้หนึ่งเท่านั้น เมื่อได้รับบาดเจ็บจึงไม่สงวนท่าทีเลยสักนิดเพล้ง!!!!!!!!!!!สิ่งของทำพิธีน

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   เก็บกวาดต้นเรื่อง ตอนต้น

    ภายในห้องทำพิธีมีบุคคลสามคน กำลังรอคอยให้ปราณกับดวงจิตของจางเฮ่อเสวียนอ่อนแรงหลังจากนั้นนักพรตจะได้อัญเชิญวิญญาณผีร้ายที่ถูกสะกดไว้ เข้ามาแทนที่วิญญาณเจ้าสำนักธารา กลายเป็นเจ้าสำนักหุ่นเชิดให้พวกเขาใช้งาน“ท่านนักพรต ผีตนนี้จะควบคุมได้แน่หรือ ข้าเกรงว่ามันจะแข็งแกร่งแบบคราวก่อน”จางเฮ่อหนานน้องชายบุญธรรมของเจ้าสำนักธารา เอ่ยถามนักพรตคนสนิท ที่เขาเชิญมาพักอาศัยในสำนักธาราเมื่อสามปีก่อนพวกเขาร่วมมือกันพยายามทำพิธีนอกรีต เพื่อกดข่มดวงวิญญาณของจางเฮ่อเสวียนมาตั้งแต่นั้น สุดท้ายก็ทำสำเร็จจนได้“ครั้งนั้นอ๋องเจ็ดทำเสียเรื่องต่างหาก ดวงวิญญาณแข็งแกร่งเลยหนีไปได้ นึกแล้วยังเสียดายไม่หาย”“ท่านนักพรตไม่กลัวอ๋องเจ็ดรู้ความจริง แล้วตามมาสังหารท่านหรือ”จางเฮ่อหนาน รู้เรื่องการกักขังดวงวิญญาณในตำหนักอ๋องเจ็ดเมื่อสองปีก่อน เลยนึกอยากสอบถามขณะกำลังทำพิธีคล้าย ๆ กัน“พวกท่านไม่พูด ข้าไม่พูด คนผู้นั้นจะรู้ได้อย่างไร ว่าพวกเราหลอกกักขังดวงวิญญาณ เพื่อให้ดวงวิญญาณมีพลัง จากนั้นจะเรียกมาใช้งานเผื่อผลประโยชน์”ขณะกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ฟู่เหวินสามีของจางเย่วเหยารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เลยหันไปถามบิดาของภร

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   เชื่อใจ ตอนต้น

    แต่เรื่องราวลี้ลับเหล่านี้ หากจะประสบความสำเร็จ ย่อมต้องผ่านด่านความยากลำบากเจ้าของกำไลอสูร ต้องผ่านพ้นชะตาเลวร้ายไปให้ได้เสียก่อน จึงจะถือว่าเป็นผู้สืบทอดอย่างแท้จริงเนื่องจากผู้ถือครองปราณอสูรเต็มตัว มักจะอายุสั้นหากไม่รู้วิธีปฏิบัติตน!ซึ่งวิธีของผู้ถือครองปราณอสูรในแต่ละคน มักจะแตกต่างกันออกไ

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   เข้าหอ NC ตอนปลาย

    มุมปากหยักอมยิ้มพึงพอใจ เมื่อเริ่มตั้งรับได้แล้วเอวสอบไร้ไขมันเกาะกุม จึงขยับกดลึกจ้วงลงรูแคบในครั้งเดียวเขามีสิทธิ์ทำนางเจ็บกายแต่เพียงผู้เดียว บุรุษอื่นไม่มีสิทธิ์นั้นเด็ดขาด!พรวด!!!!“โอ๊ย!!!!”ต่อให้ทำใจมาบ้างแล้ว อีกทั้งยังถูกเล้าโลมจนกายสาวอ่อนระทดระทวย ทว่าด้วยขนาดที่เกินกว่าจะรับไหว จางเห

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   ภาพบาดตา ตอนปลาย

    “พวกเจ้ามาจากที่ใด”“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าเจ้าได้รับคำสั่งให้ตาย”“เหอะ ง่ายถึงเพียงนั้นเลย ข้าสู้กับพวกเจ้ามานานแล้ว แต่พวกเจ้าทำอันใดข้าได้บ้าง”“ปากดี หัวหน้าใช้พิษจัดการมันเลย” มือสังหารอีกคนบอกผู้เป็นหัวหน้าถึงวิธีจัดการที่ง่ายกว่าปะทะดาบพวกเขาแยกย้ายกันตามล่าคนสำนักเมฆินทร

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   คนเก่าคนใหม่ ตอนต้น

    เมื่อเห็นท่าทีของสามีแน่นิ่งแปลกไป จางเหมยฮัวรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ หากไม่ดีมากจนเขาตกตะลึงในความงาม คงแย่เกินกว่าจะออกไปต้อนรับผู้มาเยือนต่อให้มั่นใจว่าอาภรณ์ของตน เหมาะสำหรับการทำความรู้จักแรกพบสหายของสามี แต่ยามเห็นสายตาคนมองนิ่งขรึมกว่าปกติ อีกทั้งหัวคิ้วเข้มยังขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status