Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2025-07-28 11:35:15

สามวันผ่านไป ณ เรือนซูลี่

บนเตียงนอนของจางซูเจียวตอนนี้มีร่างของอาเอินสลบไสลอยู่ ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยผ้าพันแผลที่จางซูเจียวคอยหมั่นเปลี่ยนทายาและทำแผลให้เขาอยู่ไม่ห่าง

“ท่านหลับไปสามวันแล้วนะ” จางซูเจียวเอ่ยพึมพำพร้อมกับค่อย ๆ ใช้กระบอกไม้ไผ่ป้อนยาให้กับชายหนุ่ม

“แค๊ก !” เสียงสำลักพร้อมกับมือหนาจับมือบางของนางที่กำลังจะป้อนยาต่อ

“อ๊ะ ! อาเอินเจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่” จางซูเจียวรีบประคองชายหนุ่มที่สำลักยาให้ลุกขึ้นท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนจากนั้นค่อย ๆ ลูบหลังจนอาการไอของชายหนุ่มดีขึ้น

“เจ้าหลับไปถึงสามวันเต็ม เป็นเช่นไรบ้าง”

“คุณหนู... อึก !” อาเอินเรียกนางเสียงแหบแห้ง หลังจากที่หยุดไอแล้วความเจ็บปวดทั่วร่างกายถาโถมเข้ามาไม่หยุด ใบหน้าหล่อเหลาบิ้ดเบี้ยวแต่ไร้เสียงร้องออกจากปากของชายหนุ่มเขากัดฟันแน่นจนจางซูเจียวได้ยินถึงเสียงบดกราม นางจึงบอกให้ลี่ถังไปตามหมอให้มาตรวจอาการของชายหนุ่มทันที

“เจ้า นอนลงก่อนนะ” จางซูเจียวพยายามประคองให้ร่างหนานอนลงอีกครั้ง

“ข้าไม่เป็นไรขอรับ คุณหนู...” อาเอินปฏิเสธ เมื่อความเจ็บปวดลดลงไป สติของชายหนุ่มเริ่มกลับคืนมา ฉับพลันในหัวของชายหนุ่มความทรงจำที่ขาด ๆ หายๆ ไปกลับมีภาพเรื่องราวต่าง ๆ ผุดขึ้นมาไม่หยุด ทำให้มือหนาขยุ้มผมตนเองอย่างรุนแรง ใบหน้าหล่อบิดเบี้ยวด้วยความทรมานอีกครั้ง

“อาเอิน !” จางซูเจียวตะโกนเรียกชายหนุ่มดังลั่น มองร่างหนาที่กุมหัวตัวเอง และดิ้นไปมาด้วยความทรมาน นางพยายามเรียกสติของชายหนุ่ม

ความเจ็บปวดทรมานของชายหนุ่มเป็นไปอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็หยุดลงด้วยการหมดสติของเขา จางซูเจียวที่เห็นว่าร่างหนาสลบไปแล้ว นางรีบเข้าไปประคองให้ชายหนุ่มกลับไปอยู่บนเตียง พอดีกับท่านหมอหานที่ลี่ถังไปเชิญมาถึงที่เรือนพอดี นางจึงขอให้ท่านหมอหานช่วยตรวจอาการชายหนุ่มด้วยความร้อนใจ

เมื่อท่านหมอหานทำการตรวจชายหนุ่มเรียบร้อยแล้วจึงแจ้งว่าชายหนุ่มได้รับการกระทบกระเทือนถึงศีรษะ และอาจจะมีบอบช้ำภายในอยู่ต้องทานยาอีกสองสามเทียบหลังจากนั้นก็เขียนเทียบยาส่งให้จางซูเจียวแล้ว ก็ได้ขอตัวจากไป

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดเปลือกตาหนาที่ปิดอยู่ก็ค่อย ๆ เปิดขึ้นมา ดวงตาคมของชายหนุ่มกวาดตามองไปมา

“อาเอิน เจ้าฟื้นแล้ว เป็นเช่นไรบ้าง” จางซูเจียวเห็นชายหนุ่มฟื้นขึ้นก็รีบเอ่ยถามด้วยความดีใจ

“คุณหนู ข้าไม่เป็นอะไรแล้วขอรับ” อาเอินเอ่ยตอบหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้

“เจ้าแน่ใจหรือ เมื่อครู่ดูเจ้าทรมานมาก”

ยังไม่ทันที่อาเอินจะได้ตอบกลับหญิงสาว ลี่ถังก็เดินเข้ามาพร้อมกับยาต้มของชายหนุ่ม จางซูเจียวยื่นมาไปรับยาจากนั้นก็ป้อนชายหนุ่มอีกครั้ง

“ท่านหมอจ่ายยาอีกเทียบให้เจ้า ทานเสียหน่อยนะ” หญิงสาวพูดพลางป้อนยาให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน

อาเอินอ้าปากรับยาที่หญิงสาวป้อนแต่โดยดี สายตาคมของเขาจ้องมองมายังที่นาง แววตาที่เคยเย็นชาของเขาตอนนี้เจือไปด้วยบางอย่าง โดยที่จางซูเจียวก็ไม่ได้ทันสังเกตุเพราะนางมัวแต่พยายามป้อนยาให้เขา

หลังจากที่ป้อนยาชายหนุ่มเสร็จแล้ว จางซูเจียวก็ให้ชายหนุ่มนอนพักผ่อนต่อด้วยความเป็นกังวลกับอาการของเขา อาเอินอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากกับการดูแลของหญิงสาวที่ทำกับเขาราวเด็กน้อยก็ไม่ปาน แต่ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยขัดใด ๆ นอกจากทำตามความต้องการของหญิงสาวแต่โดยดี

ผ่านไปไม่นานลมหายใจที่สม่ำเสมอของชายหนุ่มเป็นสัญญาณว่า เขาได้เข้าสู่ห่วงนิทราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่กังวลอาการเขามาหลายวันจางซูเจียวก็รู้สึกผ่อนคลายเมื่อเห็นว่าอาการดีขึ้น นางจึงใช้โอกาสสำรวจอีกฝ่ายอย่างจริงจังอีกครั้ง ใบหน้าของอาเอินช่างหล่อเหลา จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหนาหยักได้รูปกระจับ ดูคมเข้มมากกว่างดงามแบบบุรุษนักปราชญ์ เรือนกายของเขาไม่บึกบึน มีกล้ามเนื้อได้รูป แม้ว่าตามร่างกายของเขาจะมีบาดแผลทว่าผิวกับเนียนละเอียดราวกับผู้คนชั้นสูง

ดูไปมาแล้วคนผู้นี้ถือได้ว่าเป็นหนุ่มรูปงามเบื้องหลังไม่ธรรมดา ทำไมชาติที่แล้วนางถึงได้พบเจอเขาในสภาพของขอทานเร่ร่อน ตัวตนแท้จริงของอาเอินเป็นผู้ใดกันแน่นะ จางซูเจียวได้แต่คิดอยู่ในใจ

ยามเฉินของวันถัดมา ณ เรือนซูลี่ของจางซูเจียวก็ได้ต้อนรับแขกมาเยือนหลังจากที่นางกับอาเอินได้ทานมื้อเช้าเสร็จ พ่อบ้านจางเข้ามาแจ้งว่าบิดาของนางต้องการให้นางพาชายหนุ่มเข้าไปพบ

วันนี้อาเอินที่อาการดีขึ้นแล้วสวมใส่ชุดสีดำสนิท ขับให้ร่างของเขาดูองอาจและสุขุมขึ้นหลายส่วน ดูเป็นคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์ขึ้นทันที ผมดำยาวรวบมัดแล้วผู้ด้วยแถบผ้าสีเดียวกัน แม้ว่าตอนนี้บนใบหน้าจะมีรอยช้ำจากฝีมือของบิดาและพี่ชายนาง ในดวงตาสีเข้มของเขากลับไม่มีความวิตกที่จะต้องไปเผชิญกับท่านพ่อของนางเลยแม้แต่น้อย

“ข้าทราบแล้ว บอกท่านพ่ออีกครึ่งชั่วยาม ข้ากับอาเอินจะไปที่เรือน”

หลังจากที่จางซูเจียวเอ่ยตอบรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พ่อบ้านจางก็เอ่ยขอตัวลาออกจากเรือนไปทันที

“เจ้ากลัวพ่อข้าหรือไม่ อาเอิน” จางซูเจียวถอนหายใจพลางมองสบตากับชายหนุ่ม

“ไม่กลัวขอรับ” อาเอินกล่าวตอบพร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือบางของจางซูเจียว “ข้าจะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวังแน่นอนขอรับ” พร้อมส่งรอยยิ้มบาง ๆ ให้หญิงสาว

“ขอบใจเจ้ามาก” ทันทีที่นางได้ยินเสียงอันอบอุ่นของเขาพร้อมกับไอร้อนจากมือหนา จากความรู้สึกที่กังวลกับเรื่องราวต่าง ๆ พลันหายไปสิ้นราวกับว่าคำมั่นของชายหนุ่มช่วยเติมเต็มจิตใจของนาง

“เช่นนั้นเจ้าจะยอมแต่งงานกับข้าหรือไม่” จางซูเจียวเอ่ยถาม

“ข้าน้อยเป็นบ่าวต่ำต้อย...”

“เจ้าไม่ใช่ ข้าถามเจ้า หากเจ้ายอมแต่งข้าเป็นภรรยา ข้าผู้นี้เป็นถึงบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่ มีสัญญาวาจาหมั้นหมายกับองค์รัชทายาท แน่นอนว่าหากเจ้ายอมแต่งกับข้าย่อมมีอันตรายถึงชีวิต เจ้ายอมหรือไม่” จางซูเจียวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จ้องมองไปยังดวงตาของอีกฝ่าย

“หากคุณหนูเชื่อใจข้า ยอมรับข้า แม้ว่าจะบุกน้ำลุยไฟ ข้าผู้นี้ก็จะขอปกป้องท่านจนกว่าชีวิต” อาเอินมองดวงตากลมโตของจางซูเจียวมั่นคงไม่หวั่นไหวใด ๆ ทั้งสิ้น

          นางเชื่อคำพูดของเขา ! การกระทำของชายหนุ่มเรียกรอยยิ้มปนน้ำตาจากจางซูเจียวได้ทันที ช่างดียิ่งนักที่นางได้พบกับเขาอีกครั้งแม้มาในชาติ ชายหนุ่มก็ยังคงปกป้องนางอย่างไร้เงื่อนไข

          “ข้าเชื่อท่าน” สรรพนามที่นางใช้เรียกเขาได้เปลี่ยนไปทันที

          “คุณหนู อย่าร้องไห้ขอรับ” อาเอินเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของจางซูเจียวอย่างอ่อนโยน

          “ดี ต่อจากนี้ไป เรียกว่า ซูเอ๋อร์ หรือภรรยาก็ได้เพราะข้า...เป็นของท่านแล้ว” หญิงสาวพูดตะกุกตะกักใบหน้าขาวผ่องเริ่มแดงซ่านด้วยความเขินอาย

          “คุณหนะ......ซูเอ๋อร์” อาเอินที่กำลังเรียกนางด้วยความเคยก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสายดุของนาง

          “ดีมาก ต่อไปนี้ข้าก็เรียกท่านว่า สามี”

          เพียงสองคำที่จางซูเจียวเอ่ยเรียกเขาด้วยรอยยิ้มหวาน หัวใจชายหนุ่มก็พลันเต้นระรัว ดวงตาสองคู่มองสบกันไม่เสื่อมคลาย ราวกับว่าในยามนี้โลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น

          เมื่อเห็นตนเองนั้นได้เปิดอกคุยกับอาเอินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จางซูเจียวก็หันไปสั่งงานกับลี่ถังให้เตรียมอาภรณ์เพื่อไปพบกับบิดาที่เรือนใหญ่ทันที โดยไม่ทันได้สั่งเกตุแววลึกลับของชายหนุ่มที่มองนางอยู่ด้านหลัง

          ‘ข้า หยางเฟยฮุ่ย จากนี้ต่อไปขอปกป้องเจ้าด้วยชีวิต แม้ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟ หรือฟ้าถล่มถลาย ข้าผู้นี้จะเป็นผู้แบกรักเอง ซูเอ๋อร์’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   ตอนพิเศษ 4

    จางเจียวคุณ บุตรชายคนโตของจางเจียวจิ้น แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งราชสำนัก แม้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สืบทอดทั้งความสามารถด้านบุ๋นและบู๊จากผู้เป็นบิดา แต่ชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความกดดันและการจับตามองจากทั้งราชสำนักและเหล่าขุนนาง ทำให้เขาเริ่มรู้สึกอึดอัด โดยเฉพาะในช่วงที่มารดาและบิดาของเขาได้ขอลาออกจากราชการ และกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบที่บ้านบรรพบุรุษในช่วงหนึ่งของหน้าที่ราชการ จางเจียวคุณได้ทำผิดวินัยทางทหารด้วยการละทิ้งค่ายไปโดยพละการ แม้การกระทำดังกล่าวจะมิได้เกิดจากเจตนาร้าย แต่เขาก็ตระหนักดีถึงความผิดพลาดและผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนเองและตระกูล ด้วยคุณธรรมของมหารที่บิดาสั่งสอนมา ชายหนุ่มจึงได้ตัดสินใจยื่นฎีกาต่อฮ่องเต้เพื่อขอรับโทษและชดใช้ความผิดด้วยการไปประจำการที่ชายแดนเหนือตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนเหนือนั้นเป็นตำแหน่งสำคัญที่เว้นว่างอยู่ และยังไม่มีผู้ใดที่เหมาะสมเท่ากับจางเจียวคุณ ฮ่องเต้ทรงลังเลใจ เนื่องด้วยพระองค์ต้องการรั้งจางเจียวคุณไว้ที่เมืองหลวง ด้วยความสามารถอันโดดเด่นที่เป็นประโยชน์ต่อราชสำนัก ทว่าตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนได้เว้นว่างลง และในตอนนี้สถานการณ์ในพื้

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   ตอนพิเศษ 3

    หลายปีผ่านไปเสมือนความฝัน นับตั้งแต่วันนั้นที่จางซูเจียวและหยางเฟยฮุ่ยได้พบกันและเริ่มต้นชีวิตคู่จนถึงวันนี้ ทั้งสองมีบุตรด้วยกันถึงสี่คนเป็นบุตรชายสามคนและบุตรสาวคนเล็กที่หน้าตาราวกับถอดแบบออกมาจากมารดา ทำให้หยางเฟยฮุ่ยทั้งรักทั้งหวงบุตรสาวเป็นที่สุดณ ห้องอุ่นในเรือนประมุขพรรค ในยามเช้าของวันนึงของฤดูใบไม้ร่วง หิมะสีขาวเริ่มโปรยปรายปกคลุมทั่วยอดเขา จางซูเจียวนั่งอยู่ข้างเตาผิงกำลังนั่งปักเสื้อผ้าให้กับสามีอยู่ภายในห้อง ส่วนบรรดาบุตรสาววิ่งเล่นด้วยกันอยู่ด้านนอกโดยมีเฉินเหว่ยและเฉินจิงคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง “ภรรยา พักผ่อนบ้างเถิด ข้าเห็นเจ้าทำงานตลอดทั้งวันจนไม่เห็นหยุดพัก” หยางเฟยฮุ่ยเดินเข้ามาภายในห้องเห็นคนงามที่แม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ยังคงงดงามไม่สร่าง ทำหน้าที่ภรรยาผู้แสนดี เขาเดินเข้าไปใกล้และยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “สามี ข้าไม่ได้เหนื่อยอะไร ข้าทำแล้วมีความสุขมากกว่าทุกสิ่ง เพราะข้าได้ทำให้ท่านกับลูก ๆ ของเรา” ร่างบางยิ้มตอบดวงตางามมองสามีนั่งลงเคียงข้าง ๆ ตนเอง เสียงหัวเราะของลูก ๆ ก็ดังขึ้นจากข้างนอก เมื่อเด็ก ๆ วิ่งเล่นในหิมะ บรรยากาศภายในบ้านเ

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   ตอนพิเศษ 2

    เวลาล่วงผ่านไปหลายเดือนแล้วนับตั้งแต่ที่จางซูเจียวได้ขึ้นเป็นฮูหยินของประมุขพรรคเฮ่ยหลางอย่างเป็นทางการ ในยามนี้หน้าท้องของนางป่องนูนอย่างเห็นได้ชัดเจนเนื่องด้วยอายุครรภ์ของนางย่างเข้าเดือนที่เจ็ดแล้ว การเคลื่อนไหวร่างกายของนางในช่วงนี้จึงต้องมีคนคอยดูแลโอบประคองตลอดเวลาเจ้าก้อนแป้งน้อยในครรภ์เริ่มดิ้นทักทายแสดงตนให้บิดามารดารู้ตั้งแต่อายุครรภ์อยู่ในเดือนที่ห้า ในครั้งแรกที่เจ้าตัวน้อยเริ่มดิ้น จางซูเจียวรู้สึกเจ็บครรภ์จนนิ่วหน้า และเพราะไม่เคยมีประสบการณ์นางจึงวิตกจนบ่าวรับใช้พากันแตกตื่นเร่งไปแจ้งท่านประมุขและตามท่านหมอทันทีเมื่อหยางเฟยฮุ่ยทราบข่าวก็ทิ้งทุกสิ่งรุดเร่งมาหาภรรยา ยามเห็นสีหน้ากังวลของสตรีที่รักและมือของนางที่ประคองครรภ์อย่างปกป้องเขาจึงนั่งลงเคียงข้างและโอบกอดนางตลอดเวลาจนท่านหมอเฮ่าทำการตรวจอาการเสร็จ และแจ้งว่าเป็นเพียงการทักทายของทารกน้อยในครรภ์ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของเจ้าก้อนแป้งน้อย ความกังวลในใจของทั้งคู่จึงเบาบางลง บรรยากาศที่เคยเคร่งเครียดแปรเป็นชื่นมื่นเปี่ยมสุข รอยยิ้มปรากฎบนในหน้าของทุกคนเมื่อส่งท่านหมอเฮ่าออกไปแล้ว บรรดาสาวใช้จึงถอยออกไปจากห้องอย่

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   ตอนพิเศษ 1

    ภัตตาคารฮุ่ยลี้ หลังจากสั่งให้ลี่ถังกลับไปรายงานที่จวนแม่ทัพแล้วจางซูเจียวจึงหันมาไถ่ถามองครักษ์ประจำตัว “อาหารรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าอิ่มหรือไม่” จางซูเจียวเอ่ยถามชายหนุ่มที่เอาแต่นิ่งเงียบ “อิ่มขอรับคุณหนู” จางซูเจียวได้ฟังชายหนุ่มถามคำตอบคำมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่ชินเสียที หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกถึงความเงียบและบรรยากาศที่เริ่มอึดอัด เหตุใดคนผู้นี้ช่างปากหนักยิ่งหนัก แต่ครั้นจะให้นางชวนคุยก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรับรู้ได้ว่าตนเองนั้นได้ทำให้คุณหนูไม่พึงพอใจเข้าเสียแล้ว “ข้าน้อยขอบคุณคุณหนูสำหรับอาหารมื้อนี้ขอรับ” ก๊อก ๆ “น้ำชามาแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อส่งเสียงรายงานพลางเดินเข้ามาทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดสนทนากันชั่วคราว เมื่อวางกาน้ำชาเรียบร้อยแล้วขอตัวออกไป ก่อนที่ความเงียบอันชวนให้คนทั้งสองอึดอัดจะกลับมาอีกครั้ง อาเอินลุกขึ้นรินน้ำชาจากกาใส่ถ้วยประคองยื่นให้กับจางซูเจียวจากนั้นจึงถอยไปยืนอยู่ด้านข้างเพื่อคุ้มกันตามหน้าที่ “เจ้าก็ดื่มด้วยสิ ชานี้เป็นชาช่วยย่อยอาหาร ดีต่อกระเพาะเชียวน

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 21

    จากพยานหลักฐานทั้งหมดที่ฮ่องเต้เจี้ยนจางหย่งได้ทรงทอดพระเนตรและทำการไต่สวนด้วยพระองค์เอง องค์รัชทายาทก็มิอาจแก้ต่างอันใดได้อีก จากนั้นทรงมีพระราชโองการสั่งปลดฮองเฮาซีซวนและรัชทายาทเจี้ยนเจี่ยงกั้วให้เป็นสามัญชน ในข้อหาคิดก่อกบฏต่อแผ่นดินส่งอดีตฮองเฮาเข้าตำหนักเย็น ทั้งชีวิตไม่อาจก้าวออกมาเห็นโลกภายนอกได้อีก และส่งอดีตรัชทายาทไปการจองจำที่ตำหนักร้างห่างไกล ณ สุสานหลวงตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีพระราชโองการปลดราชครูซีฉี ยึดทรัพย์ตระกูลซีทั้งหมด เนรเทศไปใช้แรงงานสร้างกำแพงยังชายแดนห่างไกล มิอาจกลับคืนสู่เมืองหลวงเพื่อรับราชการสืบไป หลังจากเรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดโปง ราชสำนักจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากขั้วอำนาจเดิมเกือบทั้งหมดได้ถูกกวาดล้างสิ้นไป ผ่านไปไม่นานฮ่องเต้เจี้ยนจางหย่งก็ออกพระราชโองการแต่งตั้งมิ่งกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฮองเฮา สำหรับตำแหน่งรัชทายาทพระองค์นั้นได้เว้นว่างไว้ก่อนโดยไม่สนพระทัยฎีกาจากบรรดาเหล่าขุนนางที่พากันเรียกร้องให้พระองค์ทรงรีบแต่งตั้งโดยอ้างถึงความมั่นคงของแคว้นเจี้ยนทว่าก็เกิดเรื่องที่ทำราชสำนักสั่นคลอนอีกครั้งเนื่องด้วยแม่ทัพใหญ่ของแคว้นเจี้

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 20

    ท้องพระโรงแคว้นเจี้ยน ฮ่องเต้เจี้ยนจางหย่งประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร พระพักตร์ที่เคร่งเครียดนั้นพาให้บรรยากาศอึมครึม กระแสความกดดันจากโอรสสวรรค์แผ่ลงมายังผู้คนที่ยืนเรียงรายอยู่เบื้องล่าง บรรดาขุนนางทั้งหลายต่างพากันยืนก้มหน้า ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากพูดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ทำได้แต่เพียงลอบหันหน้าสบตากันไปมาด้วยความตระหนกยามเมื่อเห็นจางเจียวจิ้นและจางเจียวคุนที่ยืนอย่างองอาจอยู่กลางท้องพระโรง เสียงขานจากด้านหน้าท้องพระโรงดังขึ้น หลี่กงกงรีบเดินเข้าไปถวายรายงานยังโอรสสวรรค์ว่าได้นำตัวฮูหยินจางและคุณหนูใหญ่จาง พร้อมทั้งองค์รัชทายาทและผู้ที่เกี่ยวข้องมาถึงแล้ว “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมได้นำตัวฮูหยินจางและบุตรีพร้อมทั้งองค์รัชทายาทมาถึงแล้ว ขณะนี้ทั้งหมดรอเข้าเฝ้าอยู่หน้าท้องพระโรงพะยะค่ะ” “พาตัวเข้ามา” สิ้นเสียงรับสั่งของฮ่องเต้ เจี้ยนเจี่ยงกั้วก็ได้ก้าวเข้ามาภายในท้องพระโรงตามด้วยทหารที่พาสองแม่ลูกและชายในชุดดำอีกผู้หนึ่ง“กระหม่อมเจี้ยนเจี่ยงกั้ว ถวายบังคมเสด็จพ่อ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี” เจี้ยนเจี่ยงกั้วคุกเข่าคำนับเมื่อเห็นบิดาโ

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 3

    “คุณหนูเจ้าคะ คนผู้นั้นฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” “แล้วคนผู้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง” จางซูเจียวเอ่ยถามทันทีด้วยความเป็นห่วง ลี่ถังมองคุณหนูด้วยความแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นคุณหนูของตนเป็นเช่นนี้มาก่อน ด้วยที่ผ่านมาจางซูเจียวไม่เคยมองชายอื่นมาก่อน “ท่านหมอหลี่แจ้งว่าดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ต้องก

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 2

    รถม้าทั้งสองคันเคลื่อนตัวออกจากจวนแม่ทัพตระกูลจางมุ่งหน้าไปยังค่ายฝึกทหารที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง การเดินทางในวันนี้จางซูเจียวได้บอกให้ลี่ถังแจ้งพ่อบ้านจางแล้วว่าครั้งนี้นางจะใช้รถม้าแยกจากมารดาเนื่องจากต้องการจะเดินทางไปในอีกเส้นทางหนึ่งเพื่อชมทิวทัศน์ และได้บอกมารดาให้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนโดยแลก

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 1

    “ซูเอ๋อร์” น้ำเสียงอันอบอุ่นอ่อนโยนเรียกชื่อดรุณีน้อยที่กำลังฟุบหน้าหลับใหลอยู่บนโต๊ะหนังสือ แต่เหมือนจะไม่เป็นผลเนื่องจากร่างบางไม่ได้มีการขยับใด ๆ ตอบรับ“ซูเอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกดังขึ้นกว่าเดิม“ท่านแม่...” ดรุณีน้อยที่จมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราเหมือนจะได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยและโหยหา มือเร

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทนำ

    ท้องฟ้าในยามรัตติกาลอันเหน็บหนาวมีเพียงแสงริบหรี่จากดวงดาวบนฟากฟ้า สายลมที่กรรโชกแรงผ่าม่านราตรี ก่อให้เกิดเสียงหวีดหวิวไปมาราวกับเสียงครางครวญของภูติผีที่กรีดร้องเขย่าขวัญเฝ้าหลอกหลอนผู้คน ณ กลางผืนป่ารกร้างแห่งหนึ่งที่อยู่เหนือสุดของเมืองหลวงแคว้นเจี้ยน ปรากฏร่างผอมบางของสตรีนางหนึ่ง ทั่วทั้งร่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status