เข้าสู่ระบบพิมพ์วดีแขม่วหน้าท้องแบนราบจนเห็นร่องกล้ามเนื้อจางๆ เมื่อปลายลิ้นร้อนของวายุลากไล้ผ่านวนเวียนอยู่รอบสะดือสวยอย่างมีชั้นเชิง ความร้อนชื้นที่สัมผัสผิวกายทำเอาหน้าท้องของเธอหดเกร็งสะท้านไปทั้งร่าง ก่อนที่เป้าหมายต่อไปของชายหนุ่มจะเป็นปทุมถันคู่งามที่เด้งสู้สายตา
เขาทาบทับกายลงมา สองมือหนาบีบขยำอกอวบอัดจนเนื้อนุ่มล้นง่ามนิ้ว ก่อนจะอ้าปากกลืนกินยอดอกเข้าไว้ในอุรงค์ พิมพ์วดีสะดุ้งสุดตัวจนแผ่นหลังแอ่นไม่ติดพื้นเตียง เมื่อเขางับเขี้ยลงบนยอดปทุมถันอย่างไม่ปรานี เป็นการกระทำแสนดิบเถื่อนที่แสร้งให้เธอดีดดิ้นรุนแรงด้วยความเสียวซ่านที่ก้ำกึ่งระหว่างความเจ็บและความรัญจวน
“อะอร๊ายยย พี่วายุขา อื้ม! พี่วายุ... อย่าแกล้งพิมพ์สิคะ...” เธอครางเสียงหลง แต่คนใจร้อนกลับไม่ฟัง วายุขบกัดปลายยอดทับทิมทั้งสองข้างสลับไปมาอย่างร้อนรนระคนกระหายประหนึ่งคนหลงป่าที่เพิ่งเจอแหล่งน้ำโอชะ ความเสียวซ่านที่จู่โจมเข้าหาพิมพ์วดีในนาทีนี้มันโหมแรงประดุจพายุลูกใหญ่ที่พัดพาเอาสติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอยไปในอากาศ
“อยากได้หรือยังที่รัก...” วายุคำรามถามเสียงพร่าชิดใบหูหอมกรุ่น ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดจนร่างบางสั่นสะท้าน
“เอาเข้ามาเลยค่ะ... พี่วายุ พิมพ์ไม่ไหวแล้ว”
สิ้นเสียงหวานออดอ้อน วายุก็ไม่รอช้าที่จะสนองตัณหาที่คุกรุ่น เขาเคลื่อนกายหนาขึ้นทาบทับ บดขยี้ริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างรุนแรงและรวดเร็ว ราวกับจะสูบเอาวิญญาณของหญิงสาวให้หลอมละลายไปกับจุมพิตที่แสนดิบเถื่อน ก่อนจะจดจ่อแก่นกายแกร่งที่ขยายตัวจนตึงเครียดเข้าหาช่องทางรักที่ฉ่ำแฉะ
“อะ... อร๊ายยย! พี่วายุ... เอาเข้ามาเบาๆ นะคะ”
พิมพ์วดีอุทานเสียงหลง ร่างกายกระตุกเยือกเมื่อความใหญ่โตเริ่มรุกล้ำบุกเบิกเข้าสู่กายสาวที่คับแน่น ใบหน้าสวยเหยเกด้วยความคับพองจนต้องหดเกร็งหน้าท้องรับความยิ่งใหญ่
“เจ็บเหรอ?” วายุชะงักครู่หนึ่ง สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียวซ่าน
“อื้มมม...” เธอครางตอบในลำคอ มือเรียวทุบลงบนไหล่แกร่งเบาๆ เพื่อประท้วงความใจร้อนของเขา
“หึ... แน่นขนาดนี้ ไปเอากับใครมาก่อนพี่หรือเปล่า!” วายุถามเสียงเข้ม แววตาฉายความดุดันและเอาแต่ใจอย่างถึงที่สุด เขาขยับกายเน้นย้ำความคับแน่นนั้นเพื่อเค้นเอาคำตอบ
“เปล่าค่ะ... พี่วายุ พิมพ์มีแค่พี่คนเดียว... พิมพ์ให้พี่แค่คนเดียวจริงๆ”
คำยืนยันด้วยเสียงสั่นพร่าทำให้พยัคฆ์ร้ายอย่างวายุพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะที่ได้ครอบครองสมบัติล้ำค่าเพียงผู้เดียว
“ดีมาก...”
“เบาๆ นะคะ... พิมพ์เสียวจนจะตายอยู่แล้ว อื้อออ!” สิ้นเสียงร้องขอ วายุก็หาได้ผ่อนแรงตามที่หญิงสาวบอกไม่ เขากลับโถมกายกระแทกกระทั้นเข้าใส่ด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็วประดุจพายุคลั่ง ลมหายใจหอบกระเส่าประสานไปกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังสะท้อนไปทั่วห้องนอนสุดหรู วายุสลัดทิ้งทุกความหงุดหงิด ของยัยเลขาฯ หน้าจืดไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงแต่การเริงร่าบนเรือนร่างที่แสนเร่าร้อนของนางแมวยั่วสวาทตรงหน้า ที่เขากำลังจะพาเธอทะยานไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นฟ้าด้วยบทรักที่ดุเดือดที่สุดในชีวิต
เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงจูบอันเร่าร้อนดังระงมไปทั่วห้อง จนกลีบปากของหญิงสาวเริ่มแดงเรื่อและบวมเจ่อ แต่เขากลับยิ่งประเคนความดุดันเข้าใส่กายสาวอย่างต่อเนื่องไม่ให้พักหายใจ
“แบบนี้ดีมั้ย... ที่รัก” วายุพึมพำเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่สั่นระริกของหญิงสาว ขณะที่ช่วงล่างยังคงขยับเน้นจังหวะหนักหน่วงสม่ำเสมอ แรงกระแทกกระทั้นส่งผลให้ร่างของพิมพ์วดีสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ที่เขามอบให้
“ดีค่ะ... แบบนี้แหละ อร๊ายย พี่วายุ! ลึกมากเลยค่ะ อื้มมม...” ใบหน้าสวยเหยเกสะบัดไปมาบนหมอนนุ่ม ความคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามาลึกซึ้งทำเอาเธอแทบสำลักความสุข สองขาเรียวเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบแกร่งรั้งเขาให้จมลึกเข้าหาตัวตนของเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ใส่ถุงมั้ยคะ... พี่วายุ” พิมพ์วดีถามเสียงกระเส่า แข่งกับเสียงหอบหายใจที่ดังระงม
“ไม่ใส่!” คำตอบสั้นห้วนและเอาแต่ใจของพยัคฆ์ร้ายทำให้หญิงสาวครางประท้วงในลำคอ
“อืมมมม... ตลอดเลยนะพี่อะ”
“พิมพ์ไปหาทางป้องกันเอง...” วายุสั่งเสียงเฉียบขาดพลางโถมกายเข้าใส่แรงขึ้นโดยไม่สนคำโต้แย้ง อารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกักขังไว้ภายใต้ภาพลักษณ์นักบริหารหนุ่มถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น เขาไม่ต้องการสิ่งใดมาขวางกั้นสัมผัสเนื้อแนบเนื้อในยามนี้
“อะ... อร๊ายยย! พี่!!!” พิมพ์วดีร้องครางแทบไม่เป็นผู้เป็นคน สองมือจิกเกร็งลงบนบ่าหนาของวายุจนขึ้นรอยเล็บ เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในยามที่พายุพิศวาสกำลังพัดพาเธอไปสู่จุดสูงสุด สัมผัสที่ได้รับมันทั้งดิบเถื่อน แข็งกร้าว และเปี่ยมไปด้วยพลังงานมหาศาลที่วายุระเบิดออกมาเพื่อทลายความเซ็งที่กัดกินใจมาตลอดทั้งวัน
บัดนี้เขากลายเป็นเสือหนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อสาวให้แหลกคามือในสมรภูมิรักที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ จังหวะรักสุดท้ายถูกรัวกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังถี่ระรัวสอดประสานกับเสียงกรีดร้องด้วยความซ่านสยิวของพิมพ์วดีที่ดังลั่นห้องนอน ก่อนที่ร่างหนาจะกระตุกเกือกโถมกายเข้าหาความนุ่มหยุ่นเป็นครั้งสุดท้าย ปลดปล่อยสายธารแห่งปรารถนาเข้าสู่กายสาวอย่างลึกซึ้งและท่วมท้น
วายุทิ้งตัวลงซบหน้าอกอวบอิ่ม หอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความอิ่มเอมใจ อย่างน้อยคืนนี้เขาก็ได้ลืมเลือนโลกที่น่าเบื่อหน่ายและภาพของเลขาฯ หน้าจืดนั่นไปจนสิ้นซาก
เธอทิ้งตัวลงกับหมอน ร้องครางกระเส่าเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาเมื่อปากร้อนและลิ้นร้ายปรนเปรอความเป็นหญิงของเธออย่างไม่ลดละ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวบีบคั้นอยู่กึ่งกลางกาย สะโพกมนเริ่มส่ายวนตามอารมณ์ที่พุ่งสู่จุดเดือด สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่รุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน ปลายเท้าเหยียดเกร็ง ลมหายใจหอบกระชั้น“พี่วายุขา... อัปสรใจจะขาดอยู่แล้ว... อ๊ะ!!!...”“เสียวใช่ไหมที่รัก... ไม่ต้องเกรง แล้วก็ไม่ต้องอาย... มีความสุขไปกับพี่นะจ๊ะ” วายุวายุเงยหน้าบอกก่อนจะเร่งจังหวะรัวเร็ว ลิ้นร้ายทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์จนตรีอัปสรแทบทนไม่ไหว ร่างกายบิดเร่าพยายามจะหนีแต่ก็กลับโจนทะยานเข้าหา“พี่วายุ อย่าทำแบบนั้น... อัปสรไม่ไหว... มันจะ... อื้อออ พี่วายุ!!!... กรี๊ดดดด!” ร่างบางเกร็งสะท้านไปทั้งตัวเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ร่างกายเบาหวิวราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ ทุกความอัดอั้นระเบิดออกมาเป็นความหฤหรรษ์ครั้งแรกในชีวิต น้ำหวานใสหลั่งไหลออกมาจนวายุได้ลิ้มรสอย่างจุใจ เขาดูดซับความหวานล้ำนั้นราวกับกลัวมันจะเหือดแห้งไป“ขอพี่กินให้ชื่นใจก่อนนะที่รัก...” วายุกระซิบชิดใบหูของคนที่นอนหอบเหนื่อย ก่อ
เมื่อร่างกายเริ่มชินกับความร้อน เธอจึงรวบรวมความกล้าปลดปมผ้าเช็ดตัวออกแล้วก้าวลงสู่น้ำอุ่นอย่างรวดเร็ว ทว่าสายตาคมกริบของเสือร้ายกลับไม่ยอมหันไปตามคำขอ เขาจ้องมองเรือนร่างอรชรที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำขุ่นมัวด้วยความหิวกระหาย“คนขี้โกง แอบดูทำไมคะ”“ก็พี่อยากเห็นนี่ครับ...จะเป็นเมียพี่อยู่แล้วจะอายทำไมหืม์!!” วายุขยับกายเข้ามาใกล้จนน้ำในบ่อกระเพื่อมไหวไหววนรอบกายเธอ เขาเริ่มชวนคุยเรื่องเที่ยวต่อเพื่อให้อัปสรผ่อนคลาย แต่สุดท้ายมือหนากลับคว้าเอวคอดกิ่วแล้วรั้งให้เธอขึ้นมานั่งบนตักแกร่งกลางอ่างน้ำร้อน“ว้าย!!!...พี่วายุ! จะทำอะไรคะ” ตรีอัปสรตื่นตระหนก สัมผัสจากผิวเนื้อที่แนบชิดกันโดยไร้สิ่งกีดขวางทำให้อารมณ์รักพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว“ในเมื่อคุณพ่ออยากให้เรารักกัน งั้นเราก็มาสานฝันให้ท่านกันเถอะนะ”“แต่อัปสร... อัปสรง่วงแล้วค่ะ” เธออ้างทั้งที่ใจสั่นสะท้าน“พี่ไม่เชื่อ!!” ไม่รอคำอนุญาตสิ้นเสียงวายุก็โน้มใบหน้าลงประทับจุมพิตที่ริมฝีปากบาง มือแกร่งที่โอบทางด้านหลังเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังสะโพกกลมกลึงและบีบเค้นเบาๆ จนหญิงสาวหลุดเสียงครางอื้ออึงในลำคอลิ้นร้อนแทรก
หลายวันต่อมาการเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นก็มาถึง ตรีอัปสรยืนอยู่ท่ามกลางกองเสื้อผ้าที่แผ่หลากสีอยู่บนเตียงกว้าง หัวใจของเธอกระตุกไหวด้วยความตื่นเต้นผสมปนเปกับความประหม่า เพราะนี่คือการเดินทางครั้งสำคัญที่จะทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับวายุชายหนุ่มที่ครอบครองหัวใจเธอมาเนิ่นนานในขณะที่มือเรียวหยิบจับเสื้อผ้าลงกระเป๋า หน้าจอสมาร์ทโฟนก็สว่างวาบพร้อมเสียงวิดีโอคอลจากจริยา เพื่อนรักตัวแสบที่เป็นคนปฏิวัติลุคให้เธอจนวายุเกือบตบะแตกมาหลายครั้งหลายหน“ยังไงแกก็ต้องใส่ชุดนี้ลงไปในกระเป๋า!” จริยาโพล่งขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนสาวโชว์ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดง บางเบาจนแทบมองเห็นทะลุผ่าน“เชื่อฉันสิอัปสร ถ้าแกใส่ชุดนี้ ยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณวาทิตแอบให้แกพกไว้น่ะ... ตกกระป๋องไปเลย ไม่ต้องใช้ให้เสียเวลาหรอก”“คิดไปคิดมาฉันก็ไม่อยากทำเลยว่ะแก... ฉันกลัว” ตรีอัปสรพึมพำ ใบหน้าสวยสลดลงเล็กน้อย“กลัวว่าถ้าพี่วายุจับได้ว่าฉันกับคุณลุงวางแผนกัน เขาจะยิ่งเกลียดฉันไปกันใหญ่”“อย่าคิดมากสิเพื่อน เชื่อใจตัวเองหน่อย!” จริยาจีบปากจีบคอผ่านกล้อง“แกน่ะมีของดีตั้งเยอะ ทั้งหน้าอกหน้าใจ ทั้งผิวพรรณ ที่ผ่านมาพี่วายุเขาก็แค่ต่อต้านเพ
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล ทว่าหัวใจของคนขับกลับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะตรีอัปสร ลอบถอนหายใจยาวขณะบังคับพวงมาลัยเข้าสู่ที่จอดรถของคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ เธอหันไปมองคนข้างกายที่ดูเหมือนจะหมดสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่รอยหยักที่มุมปากเขากลับฟ้องว่าเขากำลังสนุกที่ได้แกล้งเธอ“ถึงคอนโดแล้วค่ะ พี่วายุ” เธอเอ่ยพลางเอื้อมมือไปเขย่าแขนแกร่งเบาๆ“ขึ้นไปส่งพี่ก่อนสิ...” วายุลืมตาขึ้นทันควัน แววตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นพราวระยับด้วยเล่ห์กล ผสมกับรังสีคุกคามอันตรายที่ทำให้อุณหภูมิในรถร้อนฉ่าขึ้นมาทันที ตรีอัปสรพยายามรวบรวมสติ นึกถึงคำเตือนของมารดาที่ว่าอย่าใจง่าย แต่ท่าทางซวนเซที่ดูเหมือนจงใจของเขาก็ทำให้เธอลืมคำเตือนนั้นไปเสียสนิท“พี่เดินไม่ไหวเหรอคะ? งั้นเดี๋ยวอัปสรจะไปตาม รปภ. ให้”“ไม่ต้องหรอก อัปสรขึ้นไปส่งพี่หน่อยได้มั้ย” เขาต้อนเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ แฝงอำนาจที่ทำให้คนฟังใจสั่นระรัว จนสุดท้ายเธอก็ต้องยอมประคองร่างหนาขึ้นไปยังห้องพักส่วนตัว ทันทีที่เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นและประตูปิดสนิทลงกลอน ความเงียบสงัดภายในห้องกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยา
เส้นความอดทนสุดท้ายของคาสโนวาขาดผึง เขาไม่สนคำถากถางของบิดาอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่สาวเท้าฉับ ๆ มุ่งตรงไปยังเป้าหมายทันที“ท่านรอง! มาตั้งเมื่อไหร่คะ” ตรีอัปสรสะดุ้งสุดตัว กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่เข้มข้นและคุ้นเคยโชยเข้าจมูก พร้อมกับสัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่แนบชิดสะโพกมนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว“สวัสดีครับ... ขอตัวเลขาฯ ผมสักครู่นะครับ!” วายุเอ่ยเสียงเรียบแต่แววตาดุดัน จนชายหนุ่มคนนั้นพยักหน้าพลางถอยห่างไปอย่างรวดเร็ว วายุไม่รอช้า เขาบังคับประคองร่างบางให้เดินเลี่ยงออกมายังมุมระเบียงที่เงียบสงัดและลับตาคน“ใครให้เธอมางานนี้!” เขากระซิบชิดใบหูสะอาด น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะลุจุดเดือด ความโกรธผสมปนเปไปกับความต้องการที่พลุ่งพล่านยามได้กลิ่นกายสาวในระยะประชิด“ก็คุณลุงสิคะ ท่านบอกว่าอยากให้อัปสรมาเปิดหูเปิดตาบ้าง” เธอตอบพลางพยายามเบี่ยงตัวออก แต่วงแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นจนทรวงอกอวบอัดบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างของเขา“แล้วดูแต่งตัวสิ... กะจะให้ผู้ชายทั้งงานหัวใจวายตายรึไง!”“ชุดราตรีมันก็แบบนี้แหละค่ะ ใครๆ เค้าก็ใส่กัน” ตรีอัปสรช้อนสายตาหวานหยดย้อยที่ไร้กรอบแว่นมองเขาอย่างท้าทาย
ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางแผ่ว วายุไม่อาจละสายตาจากร่างระหงที่นั่งหันหลังให้เขาได้เลย แสงแดดยามสายที่ลอดผ่านม่านปรับแสงตกกระทบลงบนแผ่นหลังเนียนละเอียด ที่เปิดเปลือยรำไรจากดีไซน์ชุดเดรส ทุกครั้งที่เธอขยับตัว สะโพกมนกลมกลึงที่เบียดชิดอยู่บนเก้าอี้ทำงานก็ดูจะเน้นสัดส่วนจนเขารู้สึกร้อนรุ่ม คอแห้งผากราวกับเดินอยู่กลางทะเลทรายเมื่อเข็มนาฬิกาชี้เลขสิบสอง วายุไม่รอช้า เขาผุดลุกขึ้นแล้วก้าวตรงไปยังโต๊ะทำงานของเลขาฯ สาวด้วยท่าทีคุกคามทรงอำนาจ“เที่ยงแล้ว... ไปทานข้าวกันเถอะ”“เอ่อ... แต่ว่าอัปสร...”“นัดใครไว้เหรอ?” วายุเลิกคิ้ว เสียงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“นัดเพื่อนไว้ค่ะ”“ผู้ชายหรือผู้หญิง?” เขาถามสวนกลับทันควัน แววตาคมกริบจ้องเขม็งจนตรีอัปสรต้องรีบตอบ“ผู้หญิงค่ะ... จริยาไงคะ ถ้าท่านรองไม่รังเกียจ จะไปทานด้วยกันก็ได้ค่ะ”“ไปสิ” เขาตอบสั้นๆ ทว่าแววตามุ่งมั่นระหว่างทางบนรถหรู เสียงโทรศัพท์ของตรีอัปสรดังขึ้น เธอรับสายเพื่อนรักที่มารออยู่ก่อนแล้ว โดยมีวายุเป็นสารถีขับรถให้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่ามือที่กำพวงมาลัยกลับเกร็งแน่นเมื่อเห็นเธอคุยโทรศัพท์อย่







