Compartir

บทที่ 2.4

last update Fecha de publicación: 2026-05-05 07:58:22

อีกอย่างในเมื่อมันอยู่ในห้องหนังสือของเคหาสน์เฟิงเยี่ยน อีกทั้งที่นั่นยังถูกยกให้เธอ ดังนั้นมันก็กลายเป็นของเธออย่างสมบูรณ์แล้ว

“ฉันมีเรื่องสงสัยค่ะ” เธอพูดออกมาในที่สุด

“ว่ามาสิครับ”

“คุณเป็นทายาทตระกูลฟู่ แต่กลับเลือกที่จะขายเคหาสน์เฟิงเยี่ยน แทนที่จะขายคฤหาสน์ตระกูลหวัง เพราะอะไรหรือคะ” เธอรู้ว่าคำถามนั้นเสียมารยาท แต่ไม่รู้ทำไมจึงรู้สึกว่าเขาไม่เพียงจะไม่โกรธ แต่ยังจะยอมตอบคำถามนั้นอย่างแน่นอน

“การคงอยู่ของเคหาสน์เฟิงเยี่ยน แท้จริงแล้วก็เพื่อรอคอยการหวนคืนและการเปลี่ยนแปลง”

“รอคอยการหวนคืนและการเปลี่ยนแปลง? รอใครหรือคะ?”

เขาไม่ตอบแต่หันมาสบตากับเธอด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคมเปล่งประกายบางอย่าง ทำให้ลี่ฉิงซวงใจเต้นรัว ใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มนี้ดูคุ้นเคย

เธอ...เคยพบเขาที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ยิ่งครุ่นคิดก็ยิ่งสับสน

นับตั้งแต่กลับมาจากคฤหาสน์ตระกูลหวัง ลี่ฉิงซวงเอาแต่หมกมุ่นอยู่คนเดียวเงียบๆ แม้แต่ตอนกินมื้อค่ำก็ให้หมิ่นเอ๋อร์และซิ่งเอ๋อร์ยกอาหารเข้าไปในห้อง

ในใจเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ ทำให้ตกดึกไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ เธอเดินกลับไปที่ห้องหนังสือ เปิดบันทึกฟู่ฉินขึ้นมาอ่านต่อจากที่ค้างเอาไว้

‘พี่ใหญ่สนิทสนมกับคุณชายตระกูลหวังอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขาจึงไปเป็นแขกของตระกูลหวังบ่อยครั้ง ข้าและพี่รองมีโอกาสได้ตามพี่ใหญ่ไปครั้งหนึ่ง และได้พบสาเหตุที่เขาไปที่นั่นในที่สุด’

‘หวังซวงซวงก็คือสาเหตุนั้น นางเป็นสตรีที่งดงามเพียบพร้อม นับเป็นโฉมสะคราญที่ไม่ว่าบุรุษใดก็ล้วนหมายปอง ข้ามองออกว่าพี่ใหญ่รักนางตั้งแต่แรกพบ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เขามายังคฤหาสน์ตระกูลหวัง เขาก็เปลี่ยนไปมาก เขาเป็นคนเงียบขรึมแต่หากลองปักใจแล้วไม่เคยล้มเลิก เช่นกันกับเรื่องของหวังซวงซวง แม้ว่านางจะมีท่าทีหลบเลี่ยงเขาก็ตาม’

“หืม...” ลี่ฉิงซวงหรี่ดวงตาลง

อ่านถึงตรงนี้เธอก็นึกถึงภาพที่เคยเห็น ท่าทีสนิทสนมของสองสามีภรรยาเธอไม่น่าจะดูผิด หวังซวงซวงผู้นั้นมองเขาด้วยสายตาหลงใหลรักใคร่ชัดๆ

“หรือว่าคนที่ได้แต่งงานกับหวังซวงซวงไม่ใช่ฟู่อวี้ ถ้าหวังซวงซวงรักผู้ชายที่ได้แต่งงานด้วย เธอก็ไม่น่าจะหลบเลี่ยง ฟู่ฉินคนที่เขียนบันทึกตัดออกไปได้เลย ถ้าเป็นเขาที่ได้แต่งกับหวังซวงซวง เขาคงไม่เขียนถึงฮูหยินของตัวเองแบบนี้ ก็คงเหลือแค่ฟู่เจี้ยน แล้วก็ฟู่เหวินสินะ”

หญิงสาวพลิกหน้าไปด้านหลัง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่ระวังหรือกระดาษที่เย็บกันเอาไว้เปราะบางเกินไป ด้านหลังบันทึกกลับหลุดร่วงหล่นลงบนพื้นและกระจัดกระจาย

“แย่จริง” หลังจากยืนอ้าปากค้างอยู่นานด้วยหัวใจระทึกลี่ฉิงซวงก็สบถออกมา บันทึกเล่มนี้นับเป็นของล้ำค่าที่มีอายุหลายร้อยปี เธอคิดว่าระมัดระวังแล้วแต่ก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้

“สวรรค์ลงโทษที่คิดจะโกงด้วยการอ่านตอนจบก่อนหรือไงนะ” เธอพึมพำด้วยท่าทีหัวเสีย เนื่องจากหน้ากระดาษที่เก็บขึ้นมานั้น สลับกันมาไปจนแทบจะอ่านไม่ปะติดปะต่อกัน

อักษรที่เขียนเป็นแบบตัวเต็มทั้งยังเป็นลายมือตามแบบโบราณที่เขียนด้วยพู่กัน เธอพยายามอ่านจนตาลายและปวดศีรษะไปหมดแล้ว

“คิดจะโกงเพราะอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ชายที่ได้แต่งงานกับหวังซวงซวงคือใคร ตอนนี้กลับต้องมาเรียบเรียงบันทึกนี่ใหม่เสียอย่างนั้น เฮ้อ!”

มองดูบันทึกด้วยความสิ้นหวัง ในที่สุดก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “หรือว่าจะถามคุณฟู่ดี” เธอนึกถึงฟู่เสวียนขึ้นมาในทันที

เขาเองก็เป็นคนตระกูลฟู่ ซึ่งตระกูลฟู่และตระกูลหวังน่าจะนับว่าเป็นบรรพบุรุษของเขา “แต่...ฉันจะอยากรู้เรื่องบรรพบุรุษของชาวบ้านเขาทำไมกันละเนี่ย”

บางอย่างสะกิดใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน ลี่ฉิงซวงหัวเราะให้กับความเลอะเลือนของตัวเอง เธอรวบรวมกระดาษที่หลุดลุ่ยกลับเข้าไปในกล่อง จากนั้นจึงยกกล่องเข้าไปเก็บบนชั้นวางดังเดิม

‘ซวงซวง’

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 14.5

    “ข้าเห็นถึงความจริงใจของบุตรชาย ตระหนักถึงความสามารถของซวงซวงที่บุตรชายของข้าเคยกล่าวถึง อีกทั้งเด็กสองคนยังไปมาหาสู่ ปีหน้านางกำลังจะปักปิ่นกระมัง”นายท่านหวังเองก็คล้ายคาดไม่ถึง “เอ่อ...ใช่ ปีหน้านางจะอายุครบสิบห้าแล้ว”“เช่นนั้นจะรังเกียจหรือไม่หากข้ากับฮูหยินจะเดินทางมาร่วมพิธีปักปิ่น”“มะ...ไม่ ไม่รังเกียจ ยินดียิ่ง ยินดี” นายท่านหวังทำตัวไม่ถูกกับท่าทีของอีกฝ่าย“เฮ้อ...” นายท่านฟู่ถอนหายใจ “ก่อนหน้านี้ข้ายอมรับว่ามีอคติอยู่บ้าง ที่ซ่างเหลาไม่เคยมีเรื่องที่สตรีออกหน้าทำการค้ามาก่อน ดังนั้นตอนได้ยินเรื่องของคุณหนูหวังข้าจึงไม่ใคร่จะเห็นด้วยนัก มาป๋อหยางครั้งนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย ข้ายอมรับว่าได้เปลี่ยนมุมมอง ทั้งเปลี่ยนความคิดของข้าจนไม่อยากจะเชื่อ”นายท่านหวังยิ้ม “คนเป็นบุพการีจะมีสิ่งใดทำให้เป็นสุข เท่ากับการได้เห็นบุตรหลานมีความสุข ได้เลือกและได้ทำในสิ่งที่พวกเขาปรารถนา”นายท่านฟู่เองก็ยิ้ม “ข้านับถือท่านยิ่งนัก ท่านทั้งสองเลี้ยงดูบุตรชายบุตรสาวได้ดียิ่ง คุณชายหวังนอบน้อมสุภาพอ่อนโยน คุณหนูหวังโอบอ้อมเฉลียวฉลาด วันหน้าเราสองตระกูลไปมาหาสู่สนิทสนมแน่นแฟ้น ท่านว่าดีหรือไม่”“ด

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 14.4

    ฟู่อวี้นั่งฟังนางเงียบๆ ดูเหมือนเข้าใจขึ้นมาแล้วว่านางอยากจะกล่าวถึงเรื่องใด“ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร มีผลประโยชน์ก็มีไมตรี ไร้ผลประโยชน์ก็ไร้ซึ่งผู้นับหน้าถือตา สิ่งที่ข้ากลัวที่สุดในชีวิตนี้คือการถูกบีบบังคับ ข้าโชคดีที่บิดามารดารักและตามใจข้ากับพี่น้องที่สุด แต่เรื่องการค้าหากไม่อาจเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอ ก็จะถูกยื่นข้อเสนอเสียเอง ข้าไม่อยากเป็นฝ่ายหลัง ดังนั้นจึงต้องสร้างสิ่งที่มั่นคงและถาวร รวมไปถึงจับต้องได้ที่สุด”“แล้วเพราะเหตุใดจึงต้องเป็นท่าเรือ” เขาถาม“เพราะทางบกผู้ใดก็คิดว่าสะดวกสบายและใครๆ ก็สามารถทำได้”เขาเลิกคิ้ว “ใครๆ ก็ทำได้?”“ทะเลสาบป๋อหยางเดิมทีเต็มไปด้วยชาวประมง เรือลำเล็กออกจากฝั่งเช้าไปเย็นกลับ ปลาที่ขายก็ขายกันในระแวกแคบๆ ข้าเห็นแล้วจึงนึกขึ้นได้ ทะเลสาบกว้างขวางนี้คือข้อได้เปรียบของข้า การขนส่งทางบกต้องอ้อมไปไกลใช้เวลานาน การขนส่งทางน้ำทั้งลดทอนความเสียหาย ระยะทางและระยเวลาก็สั้นกว่ามาก สินค้ารอบหนึ่งขนส่งได้มากกว่ารถม้าสิบคัน”“ดังนั้นเจ้าจึงเริ่มกวาดซื้อที่ดินริมทะเลสาบ? เช่นนั้นรู้ได้อย่างไรว่าจุดใดน้ำลึกมากพอ”“ชาวประมงในพื้นที่รู้ทุกเรื่องในทะเลสาบที่พวก

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 14.3

    “เป็นนางจริงๆ?”“ขอรับ”“บิดาของเจ้า...คิดอย่างไรจึงให้บุตรสาวที่ยังไม่ได้ปักปิ่นออกมาทำเรื่องเช่นนี้”“ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่เคยบีบบังคับให้ข้าหรือน้องๆ ทำสิ่งที่ไม่อยากทำ ท่านพ่อเคยกล่าวว่า ‘ขอเพียงบุตรทุกคนมีความสุข ไม่ว่าทำอะไรท่านพ่อกับท่านแม่ล้วนสนับสนุน’”ขณะกำลังเดินออกมาจากโกดังเก็บสินค้า นายท่านฟู่บังเอิญพบเข้ากับหัวหน้าคนงานกลุ่มหนึ่ง พวกเขากำลังเข้าแถวเพื่อส่งสมุดบัญชีของแต่ละฝ่าย ด้านหน้าสุดมีโต๊ะตั้งอยู่ผู้ที่นั่งอยู่ก็คือหวังซวงซวง ด้านหลังของนางมีคนคุ้มกันและสาวใช้ นางรับสมุดบัญชีไปเปิดดูทีละเล่ม สอบถามไม่กี่ประโยค จากนั้นคนเหล่านั้นก็ตอบคำถามของนางอย่างนอบน้อมมีปัญหานางรับฟัง มีคำถามนางตอบและให้คำแนะนำ หากขาดเหลือนางก็พร้อมจะจัดการโดยไม่เกี่ยงจำนวนเงิน หรือจำนวนคน“นางไว้ใจคนเหล่านี้ถึงขั้นจ่ายเงินโดยไม่ตรวจสอบก่อน?”“ระแวงไม่ใช้คน ใช้คนต้องไม่ระแวงขอรับ” หวังชางเฉิงตอบสั้นๆ“วันนี้ขอบใจคุณชายหวังมาก ข้ากลับก่อน”จากนั้นนายท่านฟู่ก็ขึ้นรถม้าจากมา ตอนนั่งรถม้าออกมา เขายังไม่วายเลิกม่านรถม้ามองหวังซวงซวงที่ยังคงนั่งอยู่กับเหล่าหัวหน้าคนงาน กระทั่งรถม้าเลี้ยวไปอีกทางเขาจ

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 14.2

    คดีทำร้ายคนกลางเมืองป๋อหยางเป็นที่โจษจันไปทั่วเมือง ด้วยมีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นมากกว่ายี่สิบคน คำให้การในมุมมองของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันออกไปเสียงข้างมากสงสัยว่าอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ เนื่องจากม้าตัวนั้นแม้มีท่าทีเกรี้ยวกราด แต่หากผู้ขี่มันพยายามดึงมันออกไป เหตุการณ์เช่นนี้อาจไม่เกิดนี่อะไรหวังซวงซวงหลบได้หลายครั้ง เขาก็ยังจงใจดึงม้าให้ขยับไปยังทิศทางที่นางอยู่แรงจูงใจนั้นชัดเจนมากขึ้น เมื่อกล่าวถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ บวกกับข่าวลือก่อนหน้าที่ฟู่อวี้ได้ปฏิเสธฮั่วลี่หลัน กระทั่งทำให้คนตระกูลฮั่วขายหน้ามากไปกว่านั้นเรื่องที่ฮั่วลี่หลันเคยวางยาปลุกกำหนัด หมายใจจะขังตัวนางกับฟู่อวี้เอาไว้ในห้องสองต่อก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นเรื่องที่ฟู่อวี้ปฏิเสธการแต่งฮั่วลี่หลันเป็นฮูหยิน แม้เขาต้องถูกปลดจากตำแหน่งว่าที่ผู้สืบทอด ก็ยิ่งทำให้ผู้คนมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างแน่นอน!!คราแรกสมควรเป็นเรื่องอุบัติเหตุเล็กๆ ถึงตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ยิ่งคนรู้มากก็ยิ่งพูดกันปากต่อปากในยุทธภพเองก็ไม่แพ้กันสำนักคุ้มภัยเป่ยหัวจนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครกล้าคบหาด้วย เนื่องจากเกรงว่าตัวเ

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 14.1

    ฟู่อวี้ได้สติแล้วหลังเป็นไข้สูงตลอดคืนและตลอดวัน กระทั่งล่วงเข้าอีกวันจึงอาการทุเลา หวังชางเฉิงและฟู่ฉินแทบไม่ได้นอนเพราะความกังวล ยังดีที่ฮูหยินของหลงจู๊เถา หลงจู๊ของร้านข้าวเปลือกตระกูลหวังมาช่วยอีกแรง ทั้งเรื่องดูแลคนป่วยและเรื่องต่างๆ ที่ควรไม่ควรทำ นางล้วนคล่องแคล่วและล่วงรู้ทุกขั้นตอนเพราะนอนจนร่างกายเริ่มล้า ฟู่อวี้จึงได้รับอนุญาตให้ลุกขึ้นนั่งพิงหลังกับหัวเตียง ตลอดเวลาที่มีคนเข้าออกหรือมีเงาคนเดินผ่าน เขาก็มักจะมองไปที่ประตูด้วยสายตาคาดหวัง จากนั้นความผิดหวังก็ฉายชัดออกมานายท่านฟู่เห็นเช่นนั้นก็เงียบขรึมลงไปทันที ล่วงเข้าวันที่สองแล้วได้ยินมาว่าคนคุ้มกันของหวังซวงซวงลากบุรุษผู้หนึ่งกับสาวใช้ของฮั่วลี่หลันกลับมา โยนคนสองคนนั้นให้กับมือปราบหวงจัดการต่อวันนี้ฮูหยินของเขา ฮั่วฮูหยิน รวมไปถึงฮั่วลี่หลันถูกเรียกตัวไปสอบปากคำ เขาเองก็ต้องไปยังจวนว่าการหลังจากแวะมาเยี่ยมเยียนบุตรชายที่ประตูมีเสียงสั่งการของหวังซวงซวงดังแว่วมา บุตรชายของเขาชะเง้อมองด้วยดวงตาคาดหวัง ยิ่งเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาในห้อง รอยยิ้มที่เขาเองก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ทำให้เขาพูดไม่ออกรอยย

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 13.4

    "เจ้าไม่ต้องลงมา ข้ากลับเองได้ให้คนส่งข้าที่หน้าร้านก็พอ ยาสลบหมดฤทธิ์เมื่อไหร่เขาได้สติคงปล่อยเจ้าเอง” ท่านหมอหูเหลือบมองคนตระกูลฟู่ “คนมากวุ่นวายทิ้งไว้เพียงคนที่ต้องอยู่เฝ้าเขาคืนนี้ก็พอ เขาต้องพักให้มากๆ ศีรษะกระแทกไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดูแลรักษา ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าห่วงก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่เป็นอะไรในภายหลัง เขาจะกลับมาเป็นปกติหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลในช่วงแรก”“ท่านหมอ ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่า...”“ศีรษะส่วนสำคัญของเขาถูกกระแทกอย่างแรง ข้ายังบอกอะไรมากไม่ได้ เขาฟื้นให้คนไปตามข้าทันที”“เจ้าค่ะ”ท่านหมอหูกลับไปแล้ว หวังชางเฉิงเดินเข้ามาหลังส่งเขากลับ “เช่นนั้น...” เขาสบตากับฟู่ฉิน“ข้าอยู่ดูแลพี่ใหญ่คืนนี้เอง ท่านพ่อ ท่านกับฮูหยินใหญ่และคนอื่นๆ กลับคฤหาสน์ก่อนดีหรือไม่ขอรับ”“ข้ามีเรื่องสอบถามคุณหนูหวัง พวกเจ้าออกไปรอข้างนอก” นายท่านฟู่กล่าวเสียงเรียบ เขามองดูบุตรชายที่กุมแขนเสื้อหวังซวงซวงแน่นไม่ยอมปล่อย“ท่านพี่” ฟู่ฮูหยินมองผู้เป็นสามี“ออกไป” เขาย้ำเสียงขรึม ดังนั้นทุกคนจึงได้แต่ทำตามโดยดีหวังซวงซวงจ้องเขม็งไปที่ฮั่วลี่หลัน อีกฝ่ายหลบตาทันทีก็ยิ่งมีพิรุธ อักษรเป่ยมิใช่

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status