LOGINหัวใจของลี่ฉิงซวงเต้นรัว พยายามดึงสายตาออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั้นอย่างยากเย็น เมื่อมือไม้เก้งก้างไปหมดที่ทำได้ก็คือลงมือเก็บกวาดเศษกระเบื้องที่กระจายไปทั่ว
“จะตำหนิเขาก็ไม่ได้หรอกครับ เขาไปเพราะต้องไปซื้อยาให้ผม”
“อ๋อ” เธอพยักหน้าก่อนจะมองหาผ้ามาเช็ดคราบน้ำชา
เสียงฝีเท้าร้อนรนเดินเข้ามาก็ทำให้เธอชะงัก “คุณชาย!...”
ผู้มาใหม่น่าจะเป็นคนสนิทของเขา ดูแล้วอายุน่าจะอ่อนกว่าเขาไม่กี่ปี แต่ที่แน่ๆ ก็ยังอายุมากกว่าหญิงสาวอยู่ดี เขาสวมชุดจงซันสีเทาซีดจางตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายเนื้อหนา
ก้มลงมองตัวเองในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อยืด บวกกับรองเท้าผ้าใบคู่เก่งมีโลโก้เป็นเครื่องหมายถูก ลี่ฉิงซวงรู้สึกว่าตัวเธออยู่ผิดที่ผิดทางชอบกล
ตอนที่มองเห็นว่ามีหญิงสาวแปลกหน้าอยู่กับผู้เป็นนาย จิ่วลู่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะมองไปบนพื้นที่เปียกชุ่ม
“ผมทำเองครับ” เขากระวีกระวาดหาผ้ามาเช็ด
“พยุงฉันที ฉันจะพาคุณคนนี้ออกไปนั่งที่ศาลาด้านนอก”
“ครับ”
“เชิญทางนี้เถอะครับ เราไปคุยกันข้างนอกจะสะดวกกว่าเสี่ยวลู่จะได้ทำความสะอาดที่นี่”
“อ้อ เอ่อ ก็ได้ค่ะ” เธอเดินตามเจ้าบ้านไปพร้อมกับมองสองนายบ่าวพยุงกันเดินออกไปยังสวนเล็กๆ ข้างเรือน
จิ่วลู่วิ่งไปมาอยู่สองสามรอบ กระทั่งหายตัวไปเมื่อวางป้านชาและของว่างลงบนโต๊ะหิน
ลี่ฉิงซวงได้แต่งุนงงตัวเอง เธอกำลังบุกรุกบ้านคนอื่น ตอนนี้ยังมีหน้ามานั่งจิบชากินของว่างในบ้านของเขา ที่สำคัญเธอเป็นผู้หญิง และในบ้านของเขาดูเหมือนจะมีแต่ผู้ชาย
ดูตอนนี้สิตัวเธอกลับไม่หวาดระแวงเลยสักนิด...
“คือ...ฉันคิดว่าเราควรแนะนำตัวกันสักนิด ถึงจะช้าไปหน่อยและดูเสียมารยาทไปนิด” ลี่ฉิงซวงยิ้มแหย
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมบอกแล้วว่าไม่ตำหนิคุณ” เขายิ้มบาง “ผมแซ่ฟู่ เรียกสั้นๆ ว่าเสวียน”
“ฟู่เสวียน ตระกูลฟู่” ลี่ฉิงซวงตกตะลึงเล็กน้อย เธอนึกถึงบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นขึ้นมาทันที “...เอ่อ” ลี่ฉิงซวงมองเห็นดวงตาคมที่แฝงประกายรอคอยนั้นพลันเข้าใจ “ฉันแซ่ลี่ค่ะ”
“หากเดาไม่ผิดคุณก็คือน้องสาวของคุณลี่ที่ซื้อเคหาสน์เฟิงเยี่ยนไปจากผม ลี่ฉิงซวง”
“เอ๋” ลี่ฉิงซวงประหลาดใจที่ได้ยิน “จากคุณหรือคะ หรือว่าคุณก็คือเจ้าของคนก่อน คนที่ตั้งเงื่อนไขการซื้อขายว่าต้องคงสภาพเดิมเอาไว้”
“ครับ” เขาพยักหน้าก่อนจะไอออกมาเสียงเบา “ฟังดูอาจเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ แต่ตระกูลฟู่ของเราเชื่อถือโชคชะตาและการบูชาเทพ”
หมายถึง...คนทรงไม่ก็ซินแส อะไรทำนองนั้น?!
“จริงๆ แล้วตอนพบคุณลี่ผมรู้สึกถูกชะตามาก มั่นใจว่าเขาจะเป็นเจ้าบ้านที่ดีของเคหาสน์” เขาพูดจบก็ไอออกมาอีกครั้งแต่ก็รีบจิบชาเข้าไป
จากใบหน้าซีดขาวนั้นทำให้หญิงสาวรู้ว่าเขาคงสุขภาพไม่ดีนัก ลี่ฉิงซวงรีบรับชาที่เขารินให้มาถือไว้ “ฉันเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อวานค่ะ เมื่อเช้านั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง ตอนได้ยินเสียงไอบังเอิญเดินมาเห็นโค้งประตูที่เชื่อมกับที่นี่เข้า”
เขาพยักหน้าช้าๆ จากนั้นจึงมองไปยังแนวไผ่ซึ่งปลูกเอาไว้เพื่อบดบังโค้งประตูเอาไว้โดยเฉพาะ “เรื่องนี้ดูเหมือนผมเคยบอกคุณลี่แล้วครั้งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องปิดตาย ดังนั้นผมจึงไม่มีความเห็นอื่น หากคุณต้องการปิดตายโค้งประตูนั้น นั่นย่อมเป็นสิทธิ์ของคุณ”
ตอนพูดประโยคสุดท้ายเขามีท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อย หญิงสาวสังเกตเห็นแต่ก็ถูกความรู้สึกเศร้าสร้อยที่มีอิทธิพลมาจากตัวเขาครอบงำ
“เอ่อ” อยู่ๆ ก็โยนมาให้เธอเป็นคนตัดสิน ลี่ฉิงซวงถึงกับงง เธอมองไปยังแนวไผ่นั้นแล้วสงสัย “มันถูกปิดมานานแล้วหรือคะ ฉันหมายถึงโค้งประตูนั่น เกิดอะไรขึ้นถึงปลูกแนวไผ่ปิดกั้นเคหาสน์เฟิงเยี่ยนกับคฤหาสน์ตระกูลหวัง”
หลุดปากไปแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าพูดมากไป เรื่องนี้เธออ่านเจอในบันทึกฟู่ฉิน จะไม่ประหลาดไปหน่อยหรือหากเขารู้ว่าเธอละลาบละล้วงเรื่องในอดีต
“ดูเหมือนคุณลี่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่ให้คุณฟังมาบ้างแล้ว”
ความจริงคือเธอไม่ได้คุยกับพี่ชายเลยต่างหาก แต่ในเมื่อเขาเข้าใจอย่างนั้นลี่ฉิงซวงจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย เพราะในใจรู้สึกว่าในบันทึกเล่มนั้นมีบางอย่างที่เธอต้องรู้ให้ได้
“แต่ฉันก็ยังประหม่าอยู่ดี คุณแม่ของคุณใจดีมั้ยคะ”“ครับ ท่านใจดีมาก”เธอก็ยังมีสีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่ดี “ตระกูลฟู่นี่เคยมีเรื่องผิดใจระหว่างพี่น้องมั้ยคะ อย่างเช่นธุรกิจมากมายพวกคุณแย่งกันบริหารงี้”ฟู่เสวียนหัวเราะ “คุณอ่านนิยายให้น้อยๆ หน่อยดีมั้ยครับ”เธอมองค้อนเขา เห็นรถของเขา ธุรกิจครอบครัวก็เป็นถึงเจ้าแห่งอสังหาริมทรัพย์ของซูโจว ร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอดูกระจอกไปเลยตอนไปที่ห้องชุดของเขาซึ่งอยู่ชั้นสามสิบบ้านตระกูลฟู่...อันที่จริงเธออยากจะเรียกมันว่าคฤหาสน์สุดหรูกลางเมืองซูโจว ด้วยราคาที่ดินตอนนี้หากให้เธอลองเดา บ้านหลังนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่าสองร้อยล้านหยวน?!“มากันแล้ว!” น้ำเสียงดีอกดีใจทำให้หญิงสาวยิ่งประหม่า หญิงวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเดินเข้ามาหาทันทีที่เดินเข้าไปในประตู อีกฝ่ายชะงักจากนั้นอ้าปากค้าง“เหมือนจริงๆ ด้วย”“แม่ครับ” ฟู่เสวียนกลอกตา“อ้อ เอ่อ...แม่หมายความว่าสวยจริงๆ ด้วย หนูแซ่ลี่ใช่มั้ยเข้ามาก่อนๆ”“เรียกซวงซวงก็ได้ค่ะ”“ดีๆ เรียกซวงซวงก็ได้ ชื่อเป็นมงคล หนูชอบกินอะไรจ้ะ ป้าเข้าครัวทำตั้งหลายอย่าง”“ผมชอบเป็ดอบ!”“ผมชอบเนื้อตุ๋น!”สองเสียงประสานดังมาจากสองท
ไม่นานกาแฟสองแก้วกับมาการองก็ถูกนำมาวาง ลี่ฉิงซวงประหม่าเล็กน้อยตอนนั่งลงข้างๆ เขา หัวใจเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะมาหาที่ร้านกาแฟเล็กๆ ของตน“ผมมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟัง”“ค่ะ”“ตั้งแต่จำความได้ผมเริ่มฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ...หวังซวงซวง”ลี่ฉิงซวงเผลอวางแก้วกาแฟลงกระแทกจานรอง เธอกล่าวขอโทษจากนั้นบอกให้เขาเล่าต่อ“ทุกคนในตระกูลฟู่บอกผมว่ายิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งหน้าตาเหมือนกับบรรพบุรุษคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่เชื่อจนได้เห็นรูปวาดของพวกเขา ฟู่อวี้กับหวังซวงซวง เรื่องราวของพวกเขาผมคงไม่ต้องเล่าให้คุณฟังเพราะบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นผมได้มอบให้คุณไปแล้ว”หญิงสาวก้มหน้าลงมองถ้วยกาแฟของตัวเอง ไม่ได้พูดขัด“ในทุกๆ สองถึงสามเดือนผมมักจะไปที่บ้านหลังนั้น” เขาหมายถึงบ้านตระกูลฟู่ที่หมู่บ้านหวงเซวียน “ตอนอยู่ที่นั่นผมรู้สึกตลอดเวลาว่าผมกำลังรอ...มันทรมานมากเลยครับ เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังรออะไร รอ...ใคร”ลี่ฉิงซวงกุมถ้วยกาแฟของตัวเองแน่น“ตอนผมได้พบคุณที่หน้าบ้าน ผมตกใจมากนึกว่าตัวเองตาฝาด แต่ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดคุณก็มา...ซวงซวง”เธอสะอื้นออกมาเพราะน้ำเสียงของเขาที่เรียกชื่อนั้น
“ผมเรียกคุณแบบนั้นได้ใช่มั้ยครับ”หญิงสาวจ้องเขานิ่งด้วยความสงสัย “ก็...คงได้ค่ะ”ฝนตกนานมากลี่ฉิงซวงนั่งจิบชาหอมกรุ่นและพูดคุยอยู่กับเจ้าบ้านตั้งแต่เที่ยง กระทั่งบ่ายสามโมงในที่สุดฝนก็หยุดตกคนของฟู่เสวียนเข้ามาแจ้งว่ารถเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นอยากกล่าวคำลา แม้ในใจยังรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นการพบกันครั้งแรก เธอก็ไม่ได้อยากเสียมารยาทด้วยการอยู่ต่อให้นานอีกหน่อยเธอมองไปยังหินแกะสลักนั้น“ผมพาไปดูมั้นครับ”เธออยากเดินไปดูใกล้ๆ จึงไม่ปฏิเสธ ดังนั้นจึงแทบไม่อยากเชื่อ เพราะนอกจากอักษร ‘เคหาสน์คืนใจ’ ที่มองเห็นไกลๆ แล้ว ยังมีอักษรเล็กๆ ที่แกะสลักกำกับต่อเอาไว้‘เคหาสน์ในความทรงจำนำพาผู้เป็นที่รัก หวนคืนกลับสู่ดวงใจ’“ทำไมต้องใช้อักษรสลับเล็กใหญ่ละคะ อ่านจากที่ไกลๆ ยิ่งทำให้ที่นี่รู้สึกเศร้า”“ครับผมผิดไปแล้ว”“เอ๋ คุณเป็นคน...”“ครับผมเอง ผมไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป” เขาฝันและในความฝันมันก็เต็มไปด้วยการรอคอย ความเจ็บปวด โหยหา และสิ้นหวัง รู้สึกตัวอีกทีหินก้อนนี้ก็มีอักษรแกะสลักแล้ว“รอสักครู่นะครับ ผมมีบางอยากจะมอบให้” เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล“มอบให้?
ชายร่างสูงในชุดฉางซานเดินใกล้เข้ามา ลี่ฉิงซวงอ้าปากค้าง “ฟู่...เสวียน?!”ชายสองคนที่เพิ่งลงมาจากรถเองก็มีท่าทีตกตะลึง เขาจ้องหญิงสาวเขม็งในขณะที่ลี่ฉิงซวงเองก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเธอจำไม่ผิดแน่ นี่คือฟู่เสวียน...อีกคนก็คือจิ่วลู่ คนสนิทของเขา“รถยางแบนครับคุณชาย”ทั้งสามได้สติเพราะประโยคของคนขับรถคนนั้น “คุณ...หลงทางหรือครับ บนเขานั่นไม่มีบ้านหลังอื่น เป็นทางตัน” ฟู่เสวียนยังคงจ้องใบหน้าสับสนของหญิงสาว“อ้อ...เอ่อ...ค่ะ” เธอตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงมาก ตอนที่เขาก้าวเข้ามาใกล้เผลอเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดังนั้นจึงหลบตาแกล้งมองไปที่ป้ายหน้าบ้านหลังใหญ่“ฝนตกหนักมา รถคุณเองก็ยางแบน เอาเป็นว่าหากไม่รังเกียจเชิญด้านในก่อนดีมั้ยครับ ฝนหยุดแล้วจะให้คนช่วยเปลี่ยนยางรถให้” เขาเสนออย่างใจดี‘ซวงซวง’ เสียงเว้าวอนเหมือนกระซิบเรียกจากด้านใน ลี่ฉิงซวงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”รอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะทำให้เขาดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ จิ่วลู่เข้ามาสะกิดเขาจึงได้สติ“ผมแซ่ฟู่ครับ ฟู่เสวียน”“ค่ะ ฉันแซ่ลี่ ลี่ฉิงซวง” ฟู่อวี้...“เชิญด้านในเถอะครับ ฝนตกอากาศเย็นดื่มชาร้อนๆ จ
“ฟู่อวี้!!!”หญิงสาวผุดลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก ข้างกายมีเสียงร้อนรนของผู้เป็นพี่ชาย “เสี่ยวซวงเอ๋อร์?! รู้สึกตัวแล้ว?”“พะ...พี่” หญิงสาวกะพริบตามองเขา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา“ใช่พี่เอง รู้สึกยังไงบ้าง เธอยังจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ตายเถอะเธอทำให้พี่ตกใจจนแทบบ้า คิดยังไงถึงไปที่นั่นทั้งยังตกน้ำตกท่าอีก”อา...พี่ชายของเธอยังอยู่ เขายังไม่ตาย!!! ลี่หวงชวนยังไม่ตาย!!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออก “อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ เสี่ยวหลันหลันดูสิว่าคุณน้าฟื้นแล้ว คุณน้าไม่เป็นอะไรแล้ว”“พี่สะใภ้? เสี่ยวหลันหลัน?” พี่สะใภ้เองก็ยังอยู่ หลานสาวตัวน้อยเองก็เหมือนกัน พวกเขาไม่ได้จากไปไหน และเธอเองก็กลับมายังที่ของตัวเองแล้ว ลี่ฉิงซวง...หลังจมน้ำและหมดสติไปกว่าสองวัน ลี่ฉิงซวงรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวยังคงมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด ไม่อาจแยกแยะได้ว่าความฝันอันยาวนานนั้น เพราะอะไรถึงได้เหมือนจริงจนยากจะแยกแยะความรัก ความผูกพัน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกอย่างเหมือนจริงมากจนเธอไม่อยากลืมเลือน ไม่อยากคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันวันเดือนปี...แตกต่าง ปีที่พี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหล
“เข้ามาสิ ท่านลองก้าวเข้ามา หากกล้าข้าจะเชือดคอนางเสีย!” ฮั่วลี่หลันใช้มือหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเม็ดยากลมๆ สองเม็ดออกมา บีบบังคับให้หวังซวงซวงกลืนมันเม็ดหนึ่ง ส่วนนาง...กลืนเองเสียเม็ดหนึ่ง“ท่านก็รู้ว่าข้ารักท่าน...” นางสะอื้น “ข้าไม่กล้าทำร้ายท่านด้วยซ้ำ...ดังนั้นข้าจะพานางไปเป็นเพื่อนข้า!” ฮั่วลี่หลันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ให้นางตายต่อหน้าท่าน!”น้ำเริ่มซึมเข้ามาในห้องใต้ท้องเรือแล้ว ดูเหมือนนี่เป็นความตั้งใจของสตรีวิปลาสผู้นี้ที่คิดจะจมเรือไปพร้อมกับพวกเขาสามคนในอกคล้ายมีไฟขุมหนึ่งแล่นพล่าน หวังซวงซวงเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ในกายคล้ายมีบางอย่างกำลังกัดกินจนนางหน้าซีดยาเม็ดนั้น...ยาพิษ!!!ฮั่วลี่หลันเองก็สภาพไม่ต่างจากนาง สตรีวิปลาสผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกับพื้นเรือที่มีน้ำไหลเข้ามาถึงเข่า น้ำเข้ามาเร็วถึงเพียงนี้เพราะพวกเขาเจาะรูหมายจมเรือฟู่อวี้ปราดเข้ามาแย่งมีดสั้นจากมือฮั่วลี่หลัน มือของเขาถูกบาดเป็นทางยาวเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม ทว่าเรี่ยวแรงของฮั่วลี่หลันที่ถูกพิษไม่มีทางสู้แรงบุรุษนางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นชายหนุ่มพยายามเข้าไปปลดโซ่ของหวังซวงซวง ทิ้งนางเอาไว้มุมห้อง
เสียงหนึ่งกระซิบบอกให้ลองเข้าไปดู แต่อีกเสียงกลับบอกให้เธอหันหลังแล้วเดินกลับไปที่ห้องหนังสือ อย่าได้สนใจประตูเชื่อมหลังแนวไผ่แห่งนี้อีกสมัยเรียนเพื่อนๆ เคยบอกหญิงสาวเสมอว่าความอยากรู้อยากเห็นอาจทำให้เธอเดือดร้อนในสักวัน แต่ใครบ้างไม่รู้ว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งเป็นการยั่วยุกว่าจะนึกขึ้นถึงคำเตือนน
เช้าวันต่อมาลี่ฉิงซวงใช้เวลาตลอดช่วงเช้าเดินสำรวจทุกตารางนิ้วภายในกำแพง ทั้งเรือนหลัก เรือนตะวันออก เรือนตะวันตก รวมไปถึงเรือนห้อยทั้งสี่ของเรือนต่างๆ ที่ถูกจัดให้เป็นเรือนรับรอง ไม่พ้นแม้แต่โฮ้วจาวฝางที่เป็นส่วนของเรือนบริวารและโรงครัว“ใหญ่โตขนาดนี้ มิน่ามีคนคิดจะซื้อมาทำรีสอร์ท” เดินวนไปมารอบหนึ
“คุณหนู พวกเราเป็นแค่คนงานในบ้าน ปกติจะแยกไปกินในครัวด้านหลังค่ะ”“แต่ฉันกินข้าวคนเดียว...”มองเห็นท่าทีลำบากใจของอีกฝ่าย ลี่ฉิงซวงได้แต่ถอนหายใจ ช่องว่างบางอย่างก็สมควรรักษาเอาไว้ แม้ว่าเธอไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง แต่ที่นี่เธอยังใหม่ดังนั้นจึงได้แต่พยักหน้า“ช่างเถอะ ตั้งโต๊ะตอนหกโมงเย็นก็แล้วกัน”
ตอนแรกที่มองเห็นกำแพงสูงล้อมรอบ หญิงสาวยังมองไม่ออกถึงความใหญ่โตโอ่อ่าของตัวเคหาสน์ แต่ตอนนี้เห็นชัดว่าเธอประเมินที่นี่ต่ำไปเฉลียงทางเดินทั้งสองฝั่งเป็นเรือนระเบียงที่ทำจากไม้แกะสลัก ทอดยาวซ้ายขวาไปสู่เรือนหลัก เรือนตะวันตก และเรือนตะวันออก ทางเดินตบแต่งด้วยราวไม้แกะสลักอันงดงามตามแบบโบราณ ให้ความ







![สองแม่ทัพขย่มกลีบโบตั๋น (3p) - [PWP] - [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)