Share

บทที่ 2.3

last update Tanggal publikasi: 2026-05-04 21:44:46

หัวใจของลี่ฉิงซวงเต้นรัว พยายามดึงสายตาออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั้นอย่างยากเย็น เมื่อมือไม้เก้งก้างไปหมดที่ทำได้ก็คือลงมือเก็บกวาดเศษกระเบื้องที่กระจายไปทั่ว

“จะตำหนิเขาก็ไม่ได้หรอกครับ เขาไปเพราะต้องไปซื้อยาให้ผม”

“อ๋อ” เธอพยักหน้าก่อนจะมองหาผ้ามาเช็ดคราบน้ำชา

เสียงฝีเท้าร้อนรนเดินเข้ามาก็ทำให้เธอชะงัก “คุณชาย!...”

ผู้มาใหม่น่าจะเป็นคนสนิทของเขา ดูแล้วอายุน่าจะอ่อนกว่าเขาไม่กี่ปี แต่ที่แน่ๆ ก็ยังอายุมากกว่าหญิงสาวอยู่ดี เขาสวมชุดจงซันสีเทาซีดจางตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายเนื้อหนา

ก้มลงมองตัวเองในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อยืด บวกกับรองเท้าผ้าใบคู่เก่งมีโลโก้เป็นเครื่องหมายถูก ลี่ฉิงซวงรู้สึกว่าตัวเธออยู่ผิดที่ผิดทางชอบกล

ตอนที่มองเห็นว่ามีหญิงสาวแปลกหน้าอยู่กับผู้เป็นนาย จิ่วลู่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะมองไปบนพื้นที่เปียกชุ่ม

“ผมทำเองครับ” เขากระวีกระวาดหาผ้ามาเช็ด

“พยุงฉันที ฉันจะพาคุณคนนี้ออกไปนั่งที่ศาลาด้านนอก”

“ครับ”

“เชิญทางนี้เถอะครับ เราไปคุยกันข้างนอกจะสะดวกกว่าเสี่ยวลู่จะได้ทำความสะอาดที่นี่”

“อ้อ เอ่อ ก็ได้ค่ะ” เธอเดินตามเจ้าบ้านไปพร้อมกับมองสองนายบ่าวพยุงกันเดินออกไปยังสวนเล็กๆ ข้างเรือน

จิ่วลู่วิ่งไปมาอยู่สองสามรอบ กระทั่งหายตัวไปเมื่อวางป้านชาและของว่างลงบนโต๊ะหิน

ลี่ฉิงซวงได้แต่งุนงงตัวเอง เธอกำลังบุกรุกบ้านคนอื่น ตอนนี้ยังมีหน้ามานั่งจิบชากินของว่างในบ้านของเขา ที่สำคัญเธอเป็นผู้หญิง และในบ้านของเขาดูเหมือนจะมีแต่ผู้ชาย

ดูตอนนี้สิตัวเธอกลับไม่หวาดระแวงเลยสักนิด...

“คือ...ฉันคิดว่าเราควรแนะนำตัวกันสักนิด ถึงจะช้าไปหน่อยและดูเสียมารยาทไปนิด” ลี่ฉิงซวงยิ้มแหย

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมบอกแล้วว่าไม่ตำหนิคุณ” เขายิ้มบาง “ผมแซ่ฟู่ เรียกสั้นๆ ว่าเสวียน”

“ฟู่เสวียน ตระกูลฟู่” ลี่ฉิงซวงตกตะลึงเล็กน้อย เธอนึกถึงบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นขึ้นมาทันที “...เอ่อ” ลี่ฉิงซวงมองเห็นดวงตาคมที่แฝงประกายรอคอยนั้นพลันเข้าใจ “ฉันแซ่ลี่ค่ะ”

“หากเดาไม่ผิดคุณก็คือน้องสาวของคุณลี่ที่ซื้อเคหาสน์เฟิงเยี่ยนไปจากผม ลี่ฉิงซวง”

“เอ๋” ลี่ฉิงซวงประหลาดใจที่ได้ยิน “จากคุณหรือคะ หรือว่าคุณก็คือเจ้าของคนก่อน คนที่ตั้งเงื่อนไขการซื้อขายว่าต้องคงสภาพเดิมเอาไว้”

“ครับ” เขาพยักหน้าก่อนจะไอออกมาเสียงเบา “ฟังดูอาจเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ แต่ตระกูลฟู่ของเราเชื่อถือโชคชะตาและการบูชาเทพ”

หมายถึง...คนทรงไม่ก็ซินแส อะไรทำนองนั้น?!

“จริงๆ แล้วตอนพบคุณลี่ผมรู้สึกถูกชะตามาก มั่นใจว่าเขาจะเป็นเจ้าบ้านที่ดีของเคหาสน์” เขาพูดจบก็ไอออกมาอีกครั้งแต่ก็รีบจิบชาเข้าไป

จากใบหน้าซีดขาวนั้นทำให้หญิงสาวรู้ว่าเขาคงสุขภาพไม่ดีนัก ลี่ฉิงซวงรีบรับชาที่เขารินให้มาถือไว้ “ฉันเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อวานค่ะ เมื่อเช้านั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง ตอนได้ยินเสียงไอบังเอิญเดินมาเห็นโค้งประตูที่เชื่อมกับที่นี่เข้า”

เขาพยักหน้าช้าๆ จากนั้นจึงมองไปยังแนวไผ่ซึ่งปลูกเอาไว้เพื่อบดบังโค้งประตูเอาไว้โดยเฉพาะ “เรื่องนี้ดูเหมือนผมเคยบอกคุณลี่แล้วครั้งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องปิดตาย ดังนั้นผมจึงไม่มีความเห็นอื่น หากคุณต้องการปิดตายโค้งประตูนั้น นั่นย่อมเป็นสิทธิ์ของคุณ”

ตอนพูดประโยคสุดท้ายเขามีท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อย หญิงสาวสังเกตเห็นแต่ก็ถูกความรู้สึกเศร้าสร้อยที่มีอิทธิพลมาจากตัวเขาครอบงำ

“เอ่อ” อยู่ๆ ก็โยนมาให้เธอเป็นคนตัดสิน ลี่ฉิงซวงถึงกับงง เธอมองไปยังแนวไผ่นั้นแล้วสงสัย “มันถูกปิดมานานแล้วหรือคะ ฉันหมายถึงโค้งประตูนั่น เกิดอะไรขึ้นถึงปลูกแนวไผ่ปิดกั้นเคหาสน์เฟิงเยี่ยนกับคฤหาสน์ตระกูลหวัง”

หลุดปากไปแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าพูดมากไป เรื่องนี้เธออ่านเจอในบันทึกฟู่ฉิน จะไม่ประหลาดไปหน่อยหรือหากเขารู้ว่าเธอละลาบละล้วงเรื่องในอดีต

“ดูเหมือนคุณลี่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่ให้คุณฟังมาบ้างแล้ว”

ความจริงคือเธอไม่ได้คุยกับพี่ชายเลยต่างหาก แต่ในเมื่อเขาเข้าใจอย่างนั้นลี่ฉิงซวงจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย เพราะในใจรู้สึกว่าในบันทึกเล่มนั้นมีบางอย่างที่เธอต้องรู้ให้ได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 15.5 จบ

    “แต่ฉันก็ยังประหม่าอยู่ดี คุณแม่ของคุณใจดีมั้ยคะ”“ครับ ท่านใจดีมาก”เธอก็ยังมีสีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่ดี “ตระกูลฟู่นี่เคยมีเรื่องผิดใจระหว่างพี่น้องมั้ยคะ อย่างเช่นธุรกิจมากมายพวกคุณแย่งกันบริหารงี้”ฟู่เสวียนหัวเราะ “คุณอ่านนิยายให้น้อยๆ หน่อยดีมั้ยครับ”เธอมองค้อนเขา เห็นรถของเขา ธุรกิจครอบครัวก็เป็นถึงเจ้าแห่งอสังหาริมทรัพย์ของซูโจว ร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอดูกระจอกไปเลยตอนไปที่ห้องชุดของเขาซึ่งอยู่ชั้นสามสิบบ้านตระกูลฟู่...อันที่จริงเธออยากจะเรียกมันว่าคฤหาสน์สุดหรูกลางเมืองซูโจว ด้วยราคาที่ดินตอนนี้หากให้เธอลองเดา บ้านหลังนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่าสองร้อยล้านหยวน?!“มากันแล้ว!” น้ำเสียงดีอกดีใจทำให้หญิงสาวยิ่งประหม่า หญิงวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเดินเข้ามาหาทันทีที่เดินเข้าไปในประตู อีกฝ่ายชะงักจากนั้นอ้าปากค้าง“เหมือนจริงๆ ด้วย”“แม่ครับ” ฟู่เสวียนกลอกตา“อ้อ เอ่อ...แม่หมายความว่าสวยจริงๆ ด้วย หนูแซ่ลี่ใช่มั้ยเข้ามาก่อนๆ”“เรียกซวงซวงก็ได้ค่ะ”“ดีๆ เรียกซวงซวงก็ได้ ชื่อเป็นมงคล หนูชอบกินอะไรจ้ะ ป้าเข้าครัวทำตั้งหลายอย่าง”“ผมชอบเป็ดอบ!”“ผมชอบเนื้อตุ๋น!”สองเสียงประสานดังมาจากสองท

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 15.4

    ไม่นานกาแฟสองแก้วกับมาการองก็ถูกนำมาวาง ลี่ฉิงซวงประหม่าเล็กน้อยตอนนั่งลงข้างๆ เขา หัวใจเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะมาหาที่ร้านกาแฟเล็กๆ ของตน“ผมมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟัง”“ค่ะ”“ตั้งแต่จำความได้ผมเริ่มฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ...หวังซวงซวง”ลี่ฉิงซวงเผลอวางแก้วกาแฟลงกระแทกจานรอง เธอกล่าวขอโทษจากนั้นบอกให้เขาเล่าต่อ“ทุกคนในตระกูลฟู่บอกผมว่ายิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งหน้าตาเหมือนกับบรรพบุรุษคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่เชื่อจนได้เห็นรูปวาดของพวกเขา ฟู่อวี้กับหวังซวงซวง เรื่องราวของพวกเขาผมคงไม่ต้องเล่าให้คุณฟังเพราะบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นผมได้มอบให้คุณไปแล้ว”หญิงสาวก้มหน้าลงมองถ้วยกาแฟของตัวเอง ไม่ได้พูดขัด“ในทุกๆ สองถึงสามเดือนผมมักจะไปที่บ้านหลังนั้น” เขาหมายถึงบ้านตระกูลฟู่ที่หมู่บ้านหวงเซวียน “ตอนอยู่ที่นั่นผมรู้สึกตลอดเวลาว่าผมกำลังรอ...มันทรมานมากเลยครับ เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังรออะไร รอ...ใคร”ลี่ฉิงซวงกุมถ้วยกาแฟของตัวเองแน่น“ตอนผมได้พบคุณที่หน้าบ้าน ผมตกใจมากนึกว่าตัวเองตาฝาด แต่ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดคุณก็มา...ซวงซวง”เธอสะอื้นออกมาเพราะน้ำเสียงของเขาที่เรียกชื่อนั้น

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 15.3

    “ผมเรียกคุณแบบนั้นได้ใช่มั้ยครับ”หญิงสาวจ้องเขานิ่งด้วยความสงสัย “ก็...คงได้ค่ะ”ฝนตกนานมากลี่ฉิงซวงนั่งจิบชาหอมกรุ่นและพูดคุยอยู่กับเจ้าบ้านตั้งแต่เที่ยง กระทั่งบ่ายสามโมงในที่สุดฝนก็หยุดตกคนของฟู่เสวียนเข้ามาแจ้งว่ารถเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นอยากกล่าวคำลา แม้ในใจยังรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นการพบกันครั้งแรก เธอก็ไม่ได้อยากเสียมารยาทด้วยการอยู่ต่อให้นานอีกหน่อยเธอมองไปยังหินแกะสลักนั้น“ผมพาไปดูมั้นครับ”เธออยากเดินไปดูใกล้ๆ จึงไม่ปฏิเสธ ดังนั้นจึงแทบไม่อยากเชื่อ เพราะนอกจากอักษร ‘เคหาสน์คืนใจ’ ที่มองเห็นไกลๆ แล้ว ยังมีอักษรเล็กๆ ที่แกะสลักกำกับต่อเอาไว้‘เคหาสน์ในความทรงจำนำพาผู้เป็นที่รัก หวนคืนกลับสู่ดวงใจ’“ทำไมต้องใช้อักษรสลับเล็กใหญ่ละคะ อ่านจากที่ไกลๆ ยิ่งทำให้ที่นี่รู้สึกเศร้า”“ครับผมผิดไปแล้ว”“เอ๋ คุณเป็นคน...”“ครับผมเอง ผมไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป” เขาฝันและในความฝันมันก็เต็มไปด้วยการรอคอย ความเจ็บปวด โหยหา และสิ้นหวัง รู้สึกตัวอีกทีหินก้อนนี้ก็มีอักษรแกะสลักแล้ว“รอสักครู่นะครับ ผมมีบางอยากจะมอบให้” เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล“มอบให้?

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 15.2

    ชายร่างสูงในชุดฉางซานเดินใกล้เข้ามา ลี่ฉิงซวงอ้าปากค้าง “ฟู่...เสวียน?!”ชายสองคนที่เพิ่งลงมาจากรถเองก็มีท่าทีตกตะลึง เขาจ้องหญิงสาวเขม็งในขณะที่ลี่ฉิงซวงเองก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเธอจำไม่ผิดแน่ นี่คือฟู่เสวียน...อีกคนก็คือจิ่วลู่ คนสนิทของเขา“รถยางแบนครับคุณชาย”ทั้งสามได้สติเพราะประโยคของคนขับรถคนนั้น “คุณ...หลงทางหรือครับ บนเขานั่นไม่มีบ้านหลังอื่น เป็นทางตัน” ฟู่เสวียนยังคงจ้องใบหน้าสับสนของหญิงสาว“อ้อ...เอ่อ...ค่ะ” เธอตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงมาก ตอนที่เขาก้าวเข้ามาใกล้เผลอเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดังนั้นจึงหลบตาแกล้งมองไปที่ป้ายหน้าบ้านหลังใหญ่“ฝนตกหนักมา รถคุณเองก็ยางแบน เอาเป็นว่าหากไม่รังเกียจเชิญด้านในก่อนดีมั้ยครับ ฝนหยุดแล้วจะให้คนช่วยเปลี่ยนยางรถให้” เขาเสนออย่างใจดี‘ซวงซวง’ เสียงเว้าวอนเหมือนกระซิบเรียกจากด้านใน ลี่ฉิงซวงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”รอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะทำให้เขาดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ จิ่วลู่เข้ามาสะกิดเขาจึงได้สติ“ผมแซ่ฟู่ครับ ฟู่เสวียน”“ค่ะ ฉันแซ่ลี่ ลี่ฉิงซวง” ฟู่อวี้...“เชิญด้านในเถอะครับ ฝนตกอากาศเย็นดื่มชาร้อนๆ จ

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 15.1

    “ฟู่อวี้!!!”หญิงสาวผุดลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก ข้างกายมีเสียงร้อนรนของผู้เป็นพี่ชาย “เสี่ยวซวงเอ๋อร์?! รู้สึกตัวแล้ว?”“พะ...พี่” หญิงสาวกะพริบตามองเขา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา“ใช่พี่เอง รู้สึกยังไงบ้าง เธอยังจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ตายเถอะเธอทำให้พี่ตกใจจนแทบบ้า คิดยังไงถึงไปที่นั่นทั้งยังตกน้ำตกท่าอีก”อา...พี่ชายของเธอยังอยู่ เขายังไม่ตาย!!! ลี่หวงชวนยังไม่ตาย!!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออก “อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ เสี่ยวหลันหลันดูสิว่าคุณน้าฟื้นแล้ว คุณน้าไม่เป็นอะไรแล้ว”“พี่สะใภ้? เสี่ยวหลันหลัน?” พี่สะใภ้เองก็ยังอยู่ หลานสาวตัวน้อยเองก็เหมือนกัน พวกเขาไม่ได้จากไปไหน และเธอเองก็กลับมายังที่ของตัวเองแล้ว ลี่ฉิงซวง...หลังจมน้ำและหมดสติไปกว่าสองวัน ลี่ฉิงซวงรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวยังคงมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด ไม่อาจแยกแยะได้ว่าความฝันอันยาวนานนั้น เพราะอะไรถึงได้เหมือนจริงจนยากจะแยกแยะความรัก ความผูกพัน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกอย่างเหมือนจริงมากจนเธอไม่อยากลืมเลือน ไม่อยากคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันวันเดือนปี...แตกต่าง ปีที่พี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหล

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 14.7

    “เข้ามาสิ ท่านลองก้าวเข้ามา หากกล้าข้าจะเชือดคอนางเสีย!” ฮั่วลี่หลันใช้มือหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเม็ดยากลมๆ สองเม็ดออกมา บีบบังคับให้หวังซวงซวงกลืนมันเม็ดหนึ่ง ส่วนนาง...กลืนเองเสียเม็ดหนึ่ง“ท่านก็รู้ว่าข้ารักท่าน...” นางสะอื้น “ข้าไม่กล้าทำร้ายท่านด้วยซ้ำ...ดังนั้นข้าจะพานางไปเป็นเพื่อนข้า!” ฮั่วลี่หลันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ให้นางตายต่อหน้าท่าน!”น้ำเริ่มซึมเข้ามาในห้องใต้ท้องเรือแล้ว ดูเหมือนนี่เป็นความตั้งใจของสตรีวิปลาสผู้นี้ที่คิดจะจมเรือไปพร้อมกับพวกเขาสามคนในอกคล้ายมีไฟขุมหนึ่งแล่นพล่าน หวังซวงซวงเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ในกายคล้ายมีบางอย่างกำลังกัดกินจนนางหน้าซีดยาเม็ดนั้น...ยาพิษ!!!ฮั่วลี่หลันเองก็สภาพไม่ต่างจากนาง สตรีวิปลาสผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกับพื้นเรือที่มีน้ำไหลเข้ามาถึงเข่า น้ำเข้ามาเร็วถึงเพียงนี้เพราะพวกเขาเจาะรูหมายจมเรือฟู่อวี้ปราดเข้ามาแย่งมีดสั้นจากมือฮั่วลี่หลัน มือของเขาถูกบาดเป็นทางยาวเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม ทว่าเรี่ยวแรงของฮั่วลี่หลันที่ถูกพิษไม่มีทางสู้แรงบุรุษนางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นชายหนุ่มพยายามเข้าไปปลดโซ่ของหวังซวงซวง ทิ้งนางเอาไว้มุมห้อง

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 2.2

    เสียงหนึ่งกระซิบบอกให้ลองเข้าไปดู แต่อีกเสียงกลับบอกให้เธอหันหลังแล้วเดินกลับไปที่ห้องหนังสือ อย่าได้สนใจประตูเชื่อมหลังแนวไผ่แห่งนี้อีกสมัยเรียนเพื่อนๆ เคยบอกหญิงสาวเสมอว่าความอยากรู้อยากเห็นอาจทำให้เธอเดือดร้อนในสักวัน แต่ใครบ้างไม่รู้ว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งเป็นการยั่วยุกว่าจะนึกขึ้นถึงคำเตือนน

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 2.1

    เช้าวันต่อมาลี่ฉิงซวงใช้เวลาตลอดช่วงเช้าเดินสำรวจทุกตารางนิ้วภายในกำแพง ทั้งเรือนหลัก เรือนตะวันออก เรือนตะวันตก รวมไปถึงเรือนห้อยทั้งสี่ของเรือนต่างๆ ที่ถูกจัดให้เป็นเรือนรับรอง ไม่พ้นแม้แต่โฮ้วจาวฝางที่เป็นส่วนของเรือนบริวารและโรงครัว“ใหญ่โตขนาดนี้ มิน่ามีคนคิดจะซื้อมาทำรีสอร์ท” เดินวนไปมารอบหนึ

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 1.4

    “คุณหนู พวกเราเป็นแค่คนงานในบ้าน ปกติจะแยกไปกินในครัวด้านหลังค่ะ”“แต่ฉันกินข้าวคนเดียว...”มองเห็นท่าทีลำบากใจของอีกฝ่าย ลี่ฉิงซวงได้แต่ถอนหายใจ ช่องว่างบางอย่างก็สมควรรักษาเอาไว้ แม้ว่าเธอไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง แต่ที่นี่เธอยังใหม่ดังนั้นจึงได้แต่พยักหน้า“ช่างเถอะ ตั้งโต๊ะตอนหกโมงเย็นก็แล้วกัน”

  • เคหาสน์คืนใจ   บทที่ 1.3

    ตอนแรกที่มองเห็นกำแพงสูงล้อมรอบ หญิงสาวยังมองไม่ออกถึงความใหญ่โตโอ่อ่าของตัวเคหาสน์ แต่ตอนนี้เห็นชัดว่าเธอประเมินที่นี่ต่ำไปเฉลียงทางเดินทั้งสองฝั่งเป็นเรือนระเบียงที่ทำจากไม้แกะสลัก ทอดยาวซ้ายขวาไปสู่เรือนหลัก เรือนตะวันตก และเรือนตะวันออก ทางเดินตบแต่งด้วยราวไม้แกะสลักอันงดงามตามแบบโบราณ ให้ความ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status