تسجيل الدخولก่อนออกจากห้องหนังสือหญิงสาวได้ยินเสียงเศร้าสร้อยนั้นอีกครั้ง เธอถอนหายใจก่อนจะหันไปมองกล่องบันทึก
“ไม่ต้องมาเรียก ไม่อยากรู้แล้วก็ได้ ไม่ต้องมาหลอกมาหลอนด้วยนะคืนนี้ ฉัน...จะนอน ถ้าได้ยินเสียงเรียกหรือทำเสียงประหลาดให้กลัวอีกรับรองได้เห็นดีกัน ของเก่าแก่แค่ไหนก็ไม่มีทางทนไฟ ยิ่งเป็นกระดาษด้วยแล้วละก็”
ข่มขู่เสร็จก่อนปิดประตูยังถลึงตาใส่กล่องใบนั้น ในใจสงสัยว่าเรื่องประหลาดๆ ทั้งหมดนี้ต้องเป็นเพราะเรื่องเศร้าของหวังซวงซวง กับบันทึกที่ฟู่ฉินเขียนทิ้งเอาไว้แน่ๆ
ขณะเดียวกันนั้นร่างสูงที่ยืนอยู่อีกฟากของกำแพงหลุดหัวเราะออกมา ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียวมองไปยังกำแพงสูงซึ่งกั้นขวางระหว่างคฤหาสน์ตระกูลหวังและเคหาสน์เฟิงเยี่ยน
“ลี่ฉิงซวงคนนี้นิสัยต่างจากหวังซวงซวงโดยสิ้นเชิง”
“นายท่าน เพราะอะไรไม่ให้คุณหนูลี่อ่านบันทึกเล่มนั้นให้จบ บางทีหากคุณหนูลี่ได้อ่าน ทุกอย่างอาจง่ายขึ้น”
ฟู่เสวียนส่ายหน้าช้าๆ “นายไม่อยากรู้หรือว่า...หากมีสิทธิ์เลือกอีกครั้ง ซวงซวงยังจะเลือกในสิ่งที่เคยเลือกไปแล้วหรือเปล่า หากไม่...ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปจากเดิมตอนนี้มั้ย แล้วหากเปลี่ยนไป...ฉันจะยังเป็นฉันเช่นทุกวันนี้หรือเปล่า”
เห็นผู้เป็นนายไอถี่ๆ อีกครั้ง จิ่วลู่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขารีบรินน้ำส่งให้ด้วยใบหน้าเป็นห่วงกังวล จากนั้นก็รีบประคองถ้วยน้ำให้อีกฝ่ายดื่ม
ใบหน้าซีดขาวของฟู่เสวียนทำให้เขาไม่อาจคลายความกังวลได้เลยจริงๆ “กลับเข้าไปข้างในเถิดขอรับ คุณหนูลี่เข้านอนแล้ว คืนนี้ไม่น่าจะมีอะไร”
“อืม” ฟู่เสวียนพยักหน้าจากนั้นก็หมุนตัวเดินเข้าไปในเรือน ก่อนเปิดประตูยังหันไปมองกำแพงสูงอีกครั้ง รอยยิ้มยังคงประดับใบหน้า
“พรุ่งนี้ทำอาหารเช้าสำหรับสองคน”
“อาหารเช้า?...”
“ฉันอยากจะออกมากินมื้อเช้าในสวนเสียหน่อย เตรียมแป้งหมั่นโถวเอาไว้ด้วย”
ได้ยินดังนั้นจิ่วลู่ก็ประหลาดใจ “หรือว่าอาหารเช้าอีกที่สำหรับคุณหนูลี่?”
ฟู่เสวียนไม่ตอบกลับหัวเราะเสียงเบา
จิ่วลู่มองตามสายตาของผู้เป็นนาย ก่อนจะรับคำเสียงเบา “ผมจะเตรียมโจ๊กปลากับหมั่นโถว”
“ดี คุณหนูลี่น่าจะชอบหมั่นโถวร้อนๆ”
“ขอรับ”
ลี่ฉิงซวงตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพราะนอนหลับสนิททั้งคืน เธอนึกขันไปพร้อมๆ กับนึกสงสัยไปด้วยว่าเมื่อคืนข่มขู่ผีเอาไว้จึงไม่มีเสียงแปลกๆ รบกวนหรือเปล่า
หลังจากอาบน้ำและร้องขอกาแฟร้อนแก้วหนึ่ง หญิงสาวก็ไม่รบกวนหมิ่นเอ๋อร์และซิ่งเอ๋อร์อีก แต่กลับบอกทั้งสองว่าจะเข้าไปนั่งเล่นในสวน
เสียงไอถี่ๆ ยังคงดังข้ามกำแพงมาให้ได้ยิน ในระหว่างที่เดินไปตามเรือนระเบียง ลี่ฉิงซวงอดไม่ได้ที่จะเพ่งมองผ่านทิวไผ่หนาทึบไปยังฝั่งตรงข้าม
“คุณหนูลี่” ฟู่เสวียนกำลังยืนยิ้มให้หญิงสาวอยู่อีกฟาก
ลี่ฉิงซวงสะดุ้งเฮือกแทบจะทำแก้วกาแฟหลุดมือ
“ผมทำคุณตกใจหรือเปล่าครับ” เขาลุกขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้โค้งประตู”
“นิดหน่อยค่ะ แต่ไม่เป็นไร”
“คุณ...อยากมากินมื้อเช้าเป็นเพื่อนผมไหม” เขาถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เอ๋” ลี่ฉิงซวงเดินเข้าไปใกล้ เสียงไอของเขายังดังขึ้น ดังนั้นหญิงสาวจึงตัดสินใจมุดเข้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลหวังอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะตัดต้นไผ่ออกบางส่วน
มองดูฟู่เสวียนซึ่งสวมชุดฉางซานสีเทา ผมสั้นถูกหวีขึ้นอย่างเรียบร้อย เธอให้นึกถึงหนังเรื่องยิปมันขึ้นมา
ในยุคที่ล้ำสมัยเสื้อผ้าตามแบบตะวันตกที่เน้นความหรูหราทว่าสวมใส่สบาย ชุดฉางซานจึงนับว่ามีน้อยคนนักจะยังคงนิยมสวมใส่
ที่สำคัญชุดนี้ใครจะสวมก็คงไม่แปลก แต่น้อยคนที่จะสวมมันแล้วดูดีอย่างเขา
“อะไรหรือครับ”
“เปล่าค่ะ กำลังคิดว่าตอนนี้ฉันกำลังเล่นอะไรเหมือนเด็กๆ อยู่”
“ผมว่าเราควรเปิดช่องเล็กๆ ดีไหม” มองดูใบไผ่แห้งๆ ซึ่งติดตามเนื้อตัวของหญิงสาวฟู่เสวียนกลั้นยิ้ม
“เห็นด้วยเลยค่ะ” ลี่ฉิงซวงส่งแก้วกาแฟให้เขา “ช่วยฉันถือสักครู่นะคะ”
เขารับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนมองหญิงสาวจัดเสื้อผ้าผมเผ้าและปัดใบไผ่ออกไปจากตัว เมื่อเห็นเธอหยัดตัวขึ้นจึงเดินนำไปนั่งลงยังโต๊ะหิน วางแก้วกาแฟของเธอลงแล้วผายมือ
“แต่ฉันก็ยังประหม่าอยู่ดี คุณแม่ของคุณใจดีมั้ยคะ”“ครับ ท่านใจดีมาก”เธอก็ยังมีสีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่ดี “ตระกูลฟู่นี่เคยมีเรื่องผิดใจระหว่างพี่น้องมั้ยคะ อย่างเช่นธุรกิจมากมายพวกคุณแย่งกันบริหารงี้”ฟู่เสวียนหัวเราะ “คุณอ่านนิยายให้น้อยๆ หน่อยดีมั้ยครับ”เธอมองค้อนเขา เห็นรถของเขา ธุรกิจครอบครัวก็เป็นถึงเจ้าแห่งอสังหาริมทรัพย์ของซูโจว ร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอดูกระจอกไปเลยตอนไปที่ห้องชุดของเขาซึ่งอยู่ชั้นสามสิบบ้านตระกูลฟู่...อันที่จริงเธออยากจะเรียกมันว่าคฤหาสน์สุดหรูกลางเมืองซูโจว ด้วยราคาที่ดินตอนนี้หากให้เธอลองเดา บ้านหลังนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่าสองร้อยล้านหยวน?!“มากันแล้ว!” น้ำเสียงดีอกดีใจทำให้หญิงสาวยิ่งประหม่า หญิงวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเดินเข้ามาหาทันทีที่เดินเข้าไปในประตู อีกฝ่ายชะงักจากนั้นอ้าปากค้าง“เหมือนจริงๆ ด้วย”“แม่ครับ” ฟู่เสวียนกลอกตา“อ้อ เอ่อ...แม่หมายความว่าสวยจริงๆ ด้วย หนูแซ่ลี่ใช่มั้ยเข้ามาก่อนๆ”“เรียกซวงซวงก็ได้ค่ะ”“ดีๆ เรียกซวงซวงก็ได้ ชื่อเป็นมงคล หนูชอบกินอะไรจ้ะ ป้าเข้าครัวทำตั้งหลายอย่าง”“ผมชอบเป็ดอบ!”“ผมชอบเนื้อตุ๋น!”สองเสียงประสานดังมาจากสองท
ไม่นานกาแฟสองแก้วกับมาการองก็ถูกนำมาวาง ลี่ฉิงซวงประหม่าเล็กน้อยตอนนั่งลงข้างๆ เขา หัวใจเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะมาหาที่ร้านกาแฟเล็กๆ ของตน“ผมมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟัง”“ค่ะ”“ตั้งแต่จำความได้ผมเริ่มฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ...หวังซวงซวง”ลี่ฉิงซวงเผลอวางแก้วกาแฟลงกระแทกจานรอง เธอกล่าวขอโทษจากนั้นบอกให้เขาเล่าต่อ“ทุกคนในตระกูลฟู่บอกผมว่ายิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งหน้าตาเหมือนกับบรรพบุรุษคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่เชื่อจนได้เห็นรูปวาดของพวกเขา ฟู่อวี้กับหวังซวงซวง เรื่องราวของพวกเขาผมคงไม่ต้องเล่าให้คุณฟังเพราะบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นผมได้มอบให้คุณไปแล้ว”หญิงสาวก้มหน้าลงมองถ้วยกาแฟของตัวเอง ไม่ได้พูดขัด“ในทุกๆ สองถึงสามเดือนผมมักจะไปที่บ้านหลังนั้น” เขาหมายถึงบ้านตระกูลฟู่ที่หมู่บ้านหวงเซวียน “ตอนอยู่ที่นั่นผมรู้สึกตลอดเวลาว่าผมกำลังรอ...มันทรมานมากเลยครับ เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังรออะไร รอ...ใคร”ลี่ฉิงซวงกุมถ้วยกาแฟของตัวเองแน่น“ตอนผมได้พบคุณที่หน้าบ้าน ผมตกใจมากนึกว่าตัวเองตาฝาด แต่ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดคุณก็มา...ซวงซวง”เธอสะอื้นออกมาเพราะน้ำเสียงของเขาที่เรียกชื่อนั้น
“ผมเรียกคุณแบบนั้นได้ใช่มั้ยครับ”หญิงสาวจ้องเขานิ่งด้วยความสงสัย “ก็...คงได้ค่ะ”ฝนตกนานมากลี่ฉิงซวงนั่งจิบชาหอมกรุ่นและพูดคุยอยู่กับเจ้าบ้านตั้งแต่เที่ยง กระทั่งบ่ายสามโมงในที่สุดฝนก็หยุดตกคนของฟู่เสวียนเข้ามาแจ้งว่ารถเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นอยากกล่าวคำลา แม้ในใจยังรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นการพบกันครั้งแรก เธอก็ไม่ได้อยากเสียมารยาทด้วยการอยู่ต่อให้นานอีกหน่อยเธอมองไปยังหินแกะสลักนั้น“ผมพาไปดูมั้นครับ”เธออยากเดินไปดูใกล้ๆ จึงไม่ปฏิเสธ ดังนั้นจึงแทบไม่อยากเชื่อ เพราะนอกจากอักษร ‘เคหาสน์คืนใจ’ ที่มองเห็นไกลๆ แล้ว ยังมีอักษรเล็กๆ ที่แกะสลักกำกับต่อเอาไว้‘เคหาสน์ในความทรงจำนำพาผู้เป็นที่รัก หวนคืนกลับสู่ดวงใจ’“ทำไมต้องใช้อักษรสลับเล็กใหญ่ละคะ อ่านจากที่ไกลๆ ยิ่งทำให้ที่นี่รู้สึกเศร้า”“ครับผมผิดไปแล้ว”“เอ๋ คุณเป็นคน...”“ครับผมเอง ผมไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป” เขาฝันและในความฝันมันก็เต็มไปด้วยการรอคอย ความเจ็บปวด โหยหา และสิ้นหวัง รู้สึกตัวอีกทีหินก้อนนี้ก็มีอักษรแกะสลักแล้ว“รอสักครู่นะครับ ผมมีบางอยากจะมอบให้” เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล“มอบให้?
ชายร่างสูงในชุดฉางซานเดินใกล้เข้ามา ลี่ฉิงซวงอ้าปากค้าง “ฟู่...เสวียน?!”ชายสองคนที่เพิ่งลงมาจากรถเองก็มีท่าทีตกตะลึง เขาจ้องหญิงสาวเขม็งในขณะที่ลี่ฉิงซวงเองก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเธอจำไม่ผิดแน่ นี่คือฟู่เสวียน...อีกคนก็คือจิ่วลู่ คนสนิทของเขา“รถยางแบนครับคุณชาย”ทั้งสามได้สติเพราะประโยคของคนขับรถคนนั้น “คุณ...หลงทางหรือครับ บนเขานั่นไม่มีบ้านหลังอื่น เป็นทางตัน” ฟู่เสวียนยังคงจ้องใบหน้าสับสนของหญิงสาว“อ้อ...เอ่อ...ค่ะ” เธอตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงมาก ตอนที่เขาก้าวเข้ามาใกล้เผลอเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดังนั้นจึงหลบตาแกล้งมองไปที่ป้ายหน้าบ้านหลังใหญ่“ฝนตกหนักมา รถคุณเองก็ยางแบน เอาเป็นว่าหากไม่รังเกียจเชิญด้านในก่อนดีมั้ยครับ ฝนหยุดแล้วจะให้คนช่วยเปลี่ยนยางรถให้” เขาเสนออย่างใจดี‘ซวงซวง’ เสียงเว้าวอนเหมือนกระซิบเรียกจากด้านใน ลี่ฉิงซวงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”รอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะทำให้เขาดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ จิ่วลู่เข้ามาสะกิดเขาจึงได้สติ“ผมแซ่ฟู่ครับ ฟู่เสวียน”“ค่ะ ฉันแซ่ลี่ ลี่ฉิงซวง” ฟู่อวี้...“เชิญด้านในเถอะครับ ฝนตกอากาศเย็นดื่มชาร้อนๆ จ
“ฟู่อวี้!!!”หญิงสาวผุดลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก ข้างกายมีเสียงร้อนรนของผู้เป็นพี่ชาย “เสี่ยวซวงเอ๋อร์?! รู้สึกตัวแล้ว?”“พะ...พี่” หญิงสาวกะพริบตามองเขา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา“ใช่พี่เอง รู้สึกยังไงบ้าง เธอยังจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ตายเถอะเธอทำให้พี่ตกใจจนแทบบ้า คิดยังไงถึงไปที่นั่นทั้งยังตกน้ำตกท่าอีก”อา...พี่ชายของเธอยังอยู่ เขายังไม่ตาย!!! ลี่หวงชวนยังไม่ตาย!!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออก “อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ เสี่ยวหลันหลันดูสิว่าคุณน้าฟื้นแล้ว คุณน้าไม่เป็นอะไรแล้ว”“พี่สะใภ้? เสี่ยวหลันหลัน?” พี่สะใภ้เองก็ยังอยู่ หลานสาวตัวน้อยเองก็เหมือนกัน พวกเขาไม่ได้จากไปไหน และเธอเองก็กลับมายังที่ของตัวเองแล้ว ลี่ฉิงซวง...หลังจมน้ำและหมดสติไปกว่าสองวัน ลี่ฉิงซวงรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวยังคงมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด ไม่อาจแยกแยะได้ว่าความฝันอันยาวนานนั้น เพราะอะไรถึงได้เหมือนจริงจนยากจะแยกแยะความรัก ความผูกพัน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกอย่างเหมือนจริงมากจนเธอไม่อยากลืมเลือน ไม่อยากคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันวันเดือนปี...แตกต่าง ปีที่พี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหล
“เข้ามาสิ ท่านลองก้าวเข้ามา หากกล้าข้าจะเชือดคอนางเสีย!” ฮั่วลี่หลันใช้มือหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเม็ดยากลมๆ สองเม็ดออกมา บีบบังคับให้หวังซวงซวงกลืนมันเม็ดหนึ่ง ส่วนนาง...กลืนเองเสียเม็ดหนึ่ง“ท่านก็รู้ว่าข้ารักท่าน...” นางสะอื้น “ข้าไม่กล้าทำร้ายท่านด้วยซ้ำ...ดังนั้นข้าจะพานางไปเป็นเพื่อนข้า!” ฮั่วลี่หลันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ให้นางตายต่อหน้าท่าน!”น้ำเริ่มซึมเข้ามาในห้องใต้ท้องเรือแล้ว ดูเหมือนนี่เป็นความตั้งใจของสตรีวิปลาสผู้นี้ที่คิดจะจมเรือไปพร้อมกับพวกเขาสามคนในอกคล้ายมีไฟขุมหนึ่งแล่นพล่าน หวังซวงซวงเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ในกายคล้ายมีบางอย่างกำลังกัดกินจนนางหน้าซีดยาเม็ดนั้น...ยาพิษ!!!ฮั่วลี่หลันเองก็สภาพไม่ต่างจากนาง สตรีวิปลาสผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกับพื้นเรือที่มีน้ำไหลเข้ามาถึงเข่า น้ำเข้ามาเร็วถึงเพียงนี้เพราะพวกเขาเจาะรูหมายจมเรือฟู่อวี้ปราดเข้ามาแย่งมีดสั้นจากมือฮั่วลี่หลัน มือของเขาถูกบาดเป็นทางยาวเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม ทว่าเรี่ยวแรงของฮั่วลี่หลันที่ถูกพิษไม่มีทางสู้แรงบุรุษนางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นชายหนุ่มพยายามเข้าไปปลดโซ่ของหวังซวงซวง ทิ้งนางเอาไว้มุมห้อง







