LOGINเสียงเคาะประตูบานใหญ่ดังขึ้นสามครั้งอย่างปกติที่หากว่าใครก็ตามต้องการจะพบกับยาหยีหากได้มาเยือนคฤหาสน์หลังนี้ทุกคนต้องถือมารยาทก่อนจะเข้าก้องได้
ปกติแล้วยาหยีไม่ค่อยได้ออกไปไหน ถ้าหากจะไปก็มีแค่ชอปปิ้ง ทำงานบ้างเป็นบางวัน ประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัท ประชุมความคืบหน้าแต่ละไตรมาศซึ่งนั่นมันก็นานๆครั้ง ส่วนเรื่องออกไปเที่ยวแตร่อย่าได้หวัง
ไม่ใช่ว่าเธอจะออกไปไม่ได้หากแต่ทุกครั้งที่ไปก็จะเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ในชุดดำมากมายล้อมหน้าล้อมหลัง ประกบติดบ้าง คอยดูแลอยู่ห่างๆบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ดูอึดอัดมาก ไม่มีที่ไหนเป็นส่วนตัวเลยสักนิดสำหรับยาหยี
ยิ่งในพื้นที่คฤหาสน์หลังนี้ที่ซึ่งเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของยาหยีกลับมีแค่ห้องนอนนี้เพียงห้องเดียวที่เธอรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว อบอุ่น และปลอดภัย ถึงแม้ว่าเมื่อวานเซฟโซนที่เธอกล่าวมาจะเพิ่งถูกผู้เป็นพ่อและน้าทำลายมันลงไป
แต่กระนั้นยาหยีก็ไม่รู้ว่าจะต้องพาตัวเองไปวางไว้ที่ไหนถึงจะรู้สึกได้ว่ามันคือเซฟโซนที่อบอุ่นและปลอดภัยที่ใหม่ของเธอ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"ใคร" ยาหยีเอ่ยถามเสียงราบเรียบหลังจากที่เสียงเคราะดังขึ้นมาอีกครั้งจากที่เงียบหายไปพักใหญ่ ราวกับว่าคนที่อยู่หลังบานประตูอยากเว้นช่องว่างให้เธอมีเวลาได้คิดหรือทำอะไร
"ลูกหยีครับ นี่พี่เองนะเปิดประตูให้พี่หน่อยได้ไหม" เสียงทุ้มหวานอันแสนอบอุ่นที่ยาหยีได้ฟังแล้วสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเสียงนี้เป็นของใคร ไหนจะชื่อที่เขาเรียกขานเธอว่า ลูกหยี แบบนี้คงเป็นใครไปไม่ได้
แอดดดดด..
"มาทำไม?" คิ้วสวยขมวดมุ่นดวงตาคมกริบแสดงออกถึงความหงุดหงิดทันทีที่เปิดประตูห้องมาแล้วเห็นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาว รูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนยกยิ้มดวงดาเป็นประกายอยู่ตรงหน้า
"พี่มาหาหยีครับ"
เขาคือซัน ซารีฟ ลูกชายคนโตของเปาะซูหมัดซอรี ผู้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจ(สีเทา)ใหญ่ของนายหัวชาลี
แต่แล้วไอ้บ้านี่จะมาหาเธอทำไมเอาตอนนี้ ตอนสี่ทุ่มแบบนี้เนี่ยนะ แถมยังมาเคาะประตูห้องเรียกนี่มันหมายความว่ายังไง!
"ขอพี่เข้าไปคุยข้างในหน่อยได้ไหม" ชายหนุ่มเอ่ยขอแต่ไม่ได้รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงใหญ่ถือวิสาสะแทรกตัวเองเดินเบียดเสียดคนตัวเล็กกว่าเข้าไปก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ด้วยท่าทีสบายๆจนยาหยีกรอกตามองเพดาน
แล้วจะมาขอทำบ้าอะไรถ้าไม่ได้คิดจะสนใจว่าเธอจะอนุญาตหรือไม่ ไอ้บ้าเอ๊ย!
สายตาคมกวาดมองไปทั่วห้องที่เห็นว่าตอนนี้นอกจากยาหยีแล้วก็ไม่มีใคร ก่อนมาหยุดสายตาไว้ที่เรือนร่างเพรียวระหงของเจ้าของห้อง เขามองยาหยีที่อยู่ในชุดสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบางสีขาวเทา มันบางมากพอที่จะเผยให้เห็นทรวงอกสร้างและยอดดอกบัวสีหวานเต่งตึงทั้งสองข้างที่ไม่ได้มีบราเซียปกปิดเอาไว้ ความยาวของชุดเพียงแค่พอปกปิดแก้มก้นงามต่ำลงไปคลุมขาอ่อนไม่ถึงสิบเซนติเมตรเห็นจะได้
เรือนร่างเย้ายวนชวนจับกดเตียงของยาหยีเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนอย่างซารีฟที่ปกติถือเรื่องมารยาทและความเป็นส่วนตัวมากละทิ้งความมีมารยาทขั้นพื้นฐานพวกนั้นแล้วถือวิสาสะเข้าห้องของเธอมา
แม่งน่าเอาฉิบหาย! นั่นคือความคิดเดียวในตอนนี้ที่ซารีฟคิดได้
"เข้ามาทำบ้าอะไร?!" ยาหยีเอ่ยถามด้วยเสียงไม่พอใจ
เมื่อวานโดนบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวทีหนึ่งแล้ว วันนี้ก็ยังไม่วายมีคนเข้ามาวุ่นวายอีกจนได้ ถึงเขาจะเคยเป็นบุคคลที่เธอละเว้นให้สำหรับทุกกฎเกณฑ์ แต่.. แล้วยังไง! ในเมื่อตอนนี้ วันนี้ ณ ปัจจุบันนี้เธอยังไม่ทันเอ่ยอนุญาตเขาก็ไม่ควรเข้ามาในข้างห้องเธอแบบนี้หรือเปล่า
"ลุก! แล้วออกไป" ยาหยีออกคำสั่งด้วยเสียงหวานที่ฟังแล้วช่างแสนดุดัน แต่ถึงกระนั้นคนอย่างไอ้ซันมีหรือที่มันจะนึกกลัว ซารีฟไหวไหล่ไม่สนใจก่อนจะเอ่ย
"เลิกใจร้ายกับพี่สักทีได้ไหมครับ คุยกันดีๆก่อนก็ได้"
"จะคุยอะไรก็ลงไปรอที่ห้องรับแขก เดี๋ยวหยีตามลงไป" อยากรู้อยู่หรอกว่าเขาบุกเข้ามาที่ห้องเธอเวลาสี่ทุ่มทำซากปรักหักพังอะไร เราสนิทกันถึงขั้นที่จะเข้ามาถึงห้องส่วนตัวได้เสียเมื่อไหร่กัน มีธุระจำเป็นจะต้องคุยเรื่องอะไร ถึงจะยากรู้มากหากแต่ยาหยีไม่อยากซักไซ้เพราะเดี๋ยวลงไปก็น่าจะได้รู้เอง
"อยากคุยในห้องนี้" ซารีฟพูดเสียงอ่อน ซ้ำดวงตาคมลึกล้ำยังยืนกรานว่าเขาจะไม่ออกไปคุยที่ไหนทั้งนั้น
สองร่างแนบชิดและพากันโยกคลอนท่ามกลางเสียงเนื้อกระทบเนื้อสลับเสียงหอบถี่หายใจ ร่องคับแน่นทั้งตอดรัดรุนแรงและกระตุกตอบรับ เพียงไม่นานเท่านั้นทิศเหนือก็แตกพร่าหลั่งไหลน้ำรักออกมาเป็นสายธารอีกครั้ง ไม่ปล่อยให้ทั้งเขาและเธอได้หยุดพักทิศเหนือถอดถอนท่อนลำจากรูดอกจันด้านหลังกลับมาสอดใส่ร่องรักด้านหน้าแล้วสาดเอวสอบขยับโยกอย่างหื่นกระหาย ส่วนเธอตอบรับทุกท่วงท่าอย่างว่าง่ายเมื่อต่างฝ่ายต่างแตกพร่าจนพอใจแล้วเขาทิ้งร่างกำยำที่หอบเหนื่อยด้วยสุขสมลงด้านข้างพลางยึดร่างบางที่สั่นเทามากอดเอาไว้เขาพรมจูบขมับบางแทนคำขอโทษที่เผลอทำรุนแรงจนเกินไป แต่ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้ไม่สามารถยั้งตัวเองไหว ไม่นานเขาก็ปล่อยตัวเองให้ผล็อยหลับไป"พี่เหนือ.. พี่เหนือ หลับแล้วเหรอ?" ยาหยีมองคนรักด้วยแววตาวาววับ ทำเธอจุกขนาดนี้แล้วยังจะมีหน้ามาหลับหน้าตาเฉยได้ยังไงร่างเพรียวสวยเดินหายไปยังลิ้นชักตัวโปรดที่ปิดสนิทเอาไว้ไม่ให้ใครมาวุ่นวาย ไขกุญแจแล้วเปิดมันก่อนจะหยิบของเล่นชิ้นโปรดออกมา มองขนาดของมันด้วยสายตาที่นิ่งสนิทยากจะคาดเดาแล้วยกยิ้มอ่อน ก่อนจะหันตัวกลับไปหาคนตัวสูงที่นอนหลับสนิทแถมยังกรนเบาๆด้วยอยู่ในร่างคนแล้
นี่เขาต้องหื่นกามขนาดไหน ไม่ได้ติดเซ็กส์แต่ติดเธอต่างหาก เขาติดยาหยีมาก แค่ได้เห็นหน้าก็อยากแตกพร่าในตัวเธอจนอดไม่ไหวขาเรียวโดนจับถ่างกว้าง ร่างบางสะดุ้งเฮือกยกเอวลอยหวือเมื่อถูกลิ้นร้อนปาดเลียกึ่งกลางกายจนร่องรักของเธอเผลอตอดรัดอากาศถี่ยิบ ริมฝีปากหนายกยิ้ม ไม่รอให้หญิงสาวหายตกใจเขาก้มลงไปตะโบมดูดดุนติ่งเนื้อแรงๆแล้วปาดลิ้นรัวเร็วอย่างหื่นกระหายนิ้วหนารุกล้ำเข้าไปในโพรงเนื้อกลางกายสาวจนสุดข้อ เขาแช่นิ่งไว้ชั่วครู่ก่อนค่อยๆขยับมือจากเนิบช้าเป็นถี่เร็วขึ้นในจังหวะที่รู้ดีว่ายาหยีชอบมากจากที่อยากนอนพักผ่อนแล้วแบบนี้เธอจะหลับลงได้อย่างไร เสียงหวานหวีดร้องในตอนที่สะโพกสวยถูกยกให้ลอยหวือเขารัวลิ้นบนติ่งไตและเร่งความเร็วของนิ้วพร้อมกันไม่นานก็ส่งเธอถึงฝั่งฝันได้ เอวบางลอยหวือใบหน้าสวยเชิดหงายตัวชาวาบก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงอย่างหมดแรงพลางหอบหายใจร่างสูงหยัดกายขึ้นทาบทับกลางหว่างขาที่ยังคงเปิดอ้า ร่างสวยกระตุกสั่นจากการได้ปลดปล่อยอารมณ์กระสันซ่าน ไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัวแก่นกายใหญ่ที่ผงาดจนแข็งชันระดับสิบก็สอดแทรกเข้าไปยังโพรงเนื้อที่แสนอ่อนไหว"อืมม.." เสียงหวานครางครืนขึ้นอีกครั้งเมื่อร่อง
ยาหยีเกลียดเมษามากก็จริงแต่ยี่หวาไม่เกี่ยว แม่กับลูกเป็นคนละคนกัน ตอนเด็กเธอและยี่หวาโตมากับพี่เลี้ยง เวลาป๊าชาลีกับเมษาต้องไปออกงานสังคมหรือไปไหนก็ตาม ยาหยีนี่แหละที่เป็นคนดูแลยี่หวาอย่างใกล้ชิดมาตลอด ด้วยความที่อายุห่างกันเกือบแปดปียาหยีโตกว่ามาก เธอเห็นทุกการเติบโตของยี่หยา อยู่ด้วยกัน สนิทกัน รักกัน ยี่หวาติดเธอแจมาตลอด จนพักหลังทั้งคู่โดนเมษาจับแยกกันเพราะยี่หวาเริ่มเป็นสาวก็เริ่มพาเดินสายออกงาน ไหนจะเป่าหูสารพัดให้พี่น้องเกลียดกันแต่ยี่หวาเกลียดพี่สาวลงเสียที่ไหน ยาหยีก็เช่นเดียวกันด้วยความปากจัดก็ด่าน้องไปบ่อย จิกกัดบ้างตามประสาเวลาที่ยี่หวาอยู่กับเมษาทว่าไม่เคยคิดร้ายอะไรเธอโกรธมากกว่าที่ยี่หวาชอบเอาตัวเองมาเสี่ยงอะไรแบบนี้"เขาดูแลพี่หยี รักพี่หยีจริงๆใช่ไหม?" ยี่หวาสะอึกสะอื้นกอดพี่สาวแล้วเอ่ยถามทั้งน้ำตา เธอรักยาหยีมากทั้งหวงทั้งห่วง ไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายจิตใจพี่สาวเธอจึงลองใจดู และยาหยีก็รู้ทันจนได้"แล้วแกคิดว่าไง" ยาหยีถามพลางลูบหัวปลอบใจน้องสาวไปให้นิ่งจากการสะอึกสะอื้น คอยซับน้ำตาที่รื้นเบ้าให้"ก็ดี มั้ง" ยี่หวาพยักตอบอย่างขอไปทีเพราะก็ยังไม่มั่นใจในตัวทิศเหนือมา
"นี่ ยี่หวาเจ็บนะ! ไม่คิดจะช่วยกันหน่อยรึไง คนอะไรใจร้ายชะมัดเลย!" เธอแหวใส่ทิศเหนือพร้อมทั้งยื่นมือออกมาหวังให้เขาช่วยพยุงตัว แต่ทิศเหนือยืนเฉยอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ขืนเขายื่นมือไปแตะต้องยายเด็กนี่แล้วเกิดจังหวะนรกที่ยาหยีเดินเข้ามาเห็นพอดีได้บรรลัยแน่ เพราะฉะนั้น อย่าเสี่ยง!หากเมียเริ่มระแวงและไม่ไว้ใจขึ้นมาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละโคตรอันตราย เกิดยาหยีเลิกบอกเลิกขึ้นมาเขาจะทำยังไง"นี่คุณ!" ยี่หวายังคงร้องเรียกให้ช่วยแต่เขากลับถอยห่างกว่าเดิมสองก้าวแล้วยกไวน์มาจิบต่อเพื่อรอยาหยีมาเอ๊ะ.. หรือว่าเราควรตามยาหยีไปดีนะ ทิศเหนือคิดได้อึดใจก็หันตัวจะเดินไปทว่ากลับถูกยี่หวาพุ่งตัวมากอดเอวสอบไว้จากด้านหลัง"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเธอวะ!" ทิศเหนือสะดุ้งโหยงเมื่อร่างกายโดนรุกล้ำหุ่นกำยำโดนหญิงสาวกอดไว้แนบแน่น หน้าอกอิ่มบดเบียดแผ่นหลังจนเขารู้สึกได้ และด้วยโดนกอดจากด้านหลังจึงลำบากในการที่จะสลัดมือปลาหมึกของน้องสาวคนรักให้หลุดออกไป ถ้ายาหยีมาเห็นเข้ามีหวังโดนกระทืบตาย!"ปล่อย! อยากตายหรือไงวะฮะ!" ทิศเหนือดิ้นขลุกขลักพลางด่ายี่หวาที่เอาแต่กอดเขา ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงและเป็นน้องสาวคนรักเขาคงจะไม
"ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะคุณสามี หยีปวดฉี่!" ยาหยีเรียกชื่อเขาอย่างประชดประชันด้วยสรรพนามที่เปลี่ยนไปตามที่ทิศเหนือพอใจ"รู้แล้วคร้าบบ" โดนเรียกสามีก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตา"แล้วจะถามเพื่อ?""ก็มันติดปาก" ยาหยีเบ้หน้าก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังห้องน้ำ ทว่าเสียงของทิศเหนือหยุดเธอเอาไว้"รีบไปรีบมา เร็วๆล่ะ คิดถึง..""โอ้ยพี่เหนือ หยีแค่ไปฉี่ ไปด้วยกันเลยไหมล่ะ" คิดถึงบ้าอะไร ไม่เบื่อหรือไงอยู่ตัวตัวกับแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว"ได้เหรอ?" ไม่รอช้าร่างสูงรีบผุดลุกขึ้นหมายจะเดินตามเธอไป"หยุด! นั่งรออยู่ตรงนั้นเลยนะ" ยาหยีรีบห้ามเมื่อรู้ว่าในหัวของทิศเหนือกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่เธอได้ยินนะว่าเขาคิดถึงวันนั้นที่ทำกันในห้องน้ำผับ ไอ้ผีหื่น! รอเธอหมดประจำเดือนหน่อยก็ไม่ได้"เฮ้อ~ รู้ทันตลอดเลยเมียใครวะ" ทิศเหนือล้มเลิกความคิดแล้วนั่งกลับลงตามเดิมก่อนจะยกแก้วไวน์ชั้นดีขึ้นมาจิบและดื่มด่ำกับบรรยากาศยาค่ำคืนที่แสนสดชื่นและสุขใจ ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งทั้งยังได้มีคนรักอย่างยาหยีมาอยู่ข้างกาย มีเงินทองที่ใช้ไปอีกร้อยปีก็ไม่มีวันหมดมันช่างสุขยิ่งวันนี้ทั้งสองคนเพิ่งไปจดทะเบียนสมรสกันมา และจดในชื่อขอ
"ลูกหยี.. คุยกับป๊าก่อนได้ไหม""ไม่มีอะไรจะคุยทั้งนั้นแหละค่ะ หยีหิวแล้ว ไปหาไรทานกันดีกว่าค่ะพี่เหนือ" ยาหยีปฏิเสธชาลีในประโยคแรกอย่างไม่อยากใส่ใจนักและหันกลับไปคุยกับคนรักด้วยน้ำเสียงที่ต่างกันมากในประโยคหลังโดยไม่สนว่าชาลีจะหน้าเจื่อนขนาดไหนยี่สิบปีที่ผ่านมาเคยมีสักครั้งหรือที่ป๊าจะใส่ใจอยากพูดอยากคุยอยากปรับความเข้าใจ เคยมีหรือที่จะเข้าหาเธอ ถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง เรียนเหนื่อยหรือเปล่า ข้อสอบยากไหม ทำงานเป็นยังไงบ้าง ยาหยีอยากไปไหนไหมหรือต้องการอะไรกันแน่ ความใส่ใจเล็กๆน้อยๆไม่เคยไม่มี ทำหน้าที่พ่อที่ไม่ใช่แค่ใช้เงินจ้างคนมาดูแลเธอหรือก็ไม่ป๊าไม่เคยทำให้ยาหยีรู้สึกอุ่นใจ ไม่เคยแม้แต่จะคุยกันด้วยเหตุผลหรือคุยกันดีๆสักครั้ง มีแต่จะบังคับและกะเกณฑ์เท่านั้น แล้ววันนี้นึกอยากจะมาคุยอะไร"อ่อ.. ส่วนเรื่องแต่งงานหยีแค่แจ้งให้ทราบไม่ได้จะมาขออนุญาตใคร" ว่าจบยาหยีก็กุมประสานฝ่ามือใหญ่แล้วพาทิศเหนือออกจากบ้านไป ปล่อยให้ชาลีเมษาและยี่หวานั่งงงเป็นไก่ตาแตกอยู่อย่างนั้นรู้ว่ายาหยีเอาแต่ใจและหัวรั้นขนาดไหน แต่ที่ไม่เข้าใจคือคนที่เคยกลัวความรักมาก กลัวการผูกมัดและไม่เคยคิดจะผูกพันกับใครเลย







