เข้าสู่ระบบสายตาคมหวานแพรวพราวมีแววอ้อนวอนก่อนร่างสูงจะลุกชันตัวเต็มความสูงแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของยาหยี นิ้วแกร่งยกขึ้นเกี่ยวปอยผมที่ร่วงลงมาปรกข้างแก้มนวลให้ไปเกี่ยวทัดใบหูขาวเอาไว้ สายตาคมลึกล้ำจดจ้องมองตั้งแต่ดวงหน้าสวยไล่ต่ำมายังลาดไหล่
เรือนร่างนี้ เธอคนนี้ที่เขาได้แต่เฝ้ามองและอยากครอบครองมาตลอด ที่ผ่านมาทำได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ไกลๆ ไม่คิดเลยว่าผ่านไปกว่าสิบปีสุดท้ายจะมีวันนี้ได้ วันที่เขาได้เข้าใกล้ยาหยีมากขนาดนี้ วันที่นายหัวชาลีเป็นคนอนุญาตเอง
"มีอะไรจะคุย รีบว่ามา" ยาหยีไม่คิดจะปัดป้องแล้วเอาแต่ยืนจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า นานนับนาทีที่ทั้งคู่ประสานสายตากันก่อนซารีฟจะพูดบางอย่างออกมา บางอย่างที่เขาว่าทำเอายาหยีเลือดขึ้นหน้าได้ภายในเสี้ยววินาที
"รู้ตัวรึยัง ว่าหยีต้องหมั้นกับพี่ อ่อ.. ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าแต่งงานกันถึงจะถูก" ซารีฟเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ปากหนายกยิ้มแสดงออกถึงความพออกพอใจหากแต่ยาหยีกลับไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกันกับเขาเลยสักนิด
เห็นแววตาวาวโรจน์เบิกกว้างของยาหยีซารีฟก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอคงยังไม่รู้ตัว ความจริงแล้วเขาเองก็เพิ่งรู้มาจากพ่อเหมือนกันว่านายหัวชาลีพ่อของยาหยีโทรมาตอบรับข้อเสนอบางอย่างที่ทางซารีฟเคยเสนอไปนานหลายปีแต่นายหัวชาลีกลับปฏิเสธเสมอมา
การที่อยู่ๆพ่อของยาหยีตัดสินใจที่จะตอบรับมาบอกเลยว่าซารีฟถึงขั้นต้องรีบให้คนสืบหาว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้นายหัวชาลีเปลี่ยนใจได้ ทั้งที่ก่อนหน้าหวงยาหยีจะตาย ไม่เคยปล่อยให้ตนเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ
"พูดอะไร?" ความจริงแล้วหยาหยีพอจะเข้าใจว่าที่ซารีฟพูดมันคืออะไร แต่เพราะพูดอะไรไม่ออก เธออึ้งจนหน้าชา ไม่คิดว่าพ่อจะใช้วิธีนี้มาบังคับให้เธอหายวิปริตอย่างที่พ่อว่า ตาแก่นั่นคงเข้าใจไปแล้วว่าเธอชอบผู้หญิงแล้วไม่เอาผู้ชายสินะ
โว้ย! อยากจะบ้า ช่วงนี้มันเกิดอะไรกับชีวิตของเธอกันนะถึงหาความสงบสุขไม่ได้เลย!
ความจริงแล้วยาหยีเป็น LGBTQ ไม่ได้แอนตี้เพศไหน เธอมองว่าความรักความสัมพันธ์มันไม่จำกัดเพศไม่มีรูปแบบตายตัว คนเราสามารถคบหากับใครก็ได้ที่ถูกใจตราบใดที่คลิกที่รู้สึกว่าใช่ ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายเธอไม่สนใจทั้งนั้น
แต่เพียงแค่ชีวิตนี้ตั้งแต่เกิดยันย่างเข้ายี่สิบเก้าปีก็ยังไม่เคยได้เข้าใกล้ผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติเลยสักที ก็มีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่อยู่รายล้อมรอบตัวยาหยี
"ดีใจไหม?"
"เรื่อง?"
"ที่ป๊าของหยียอมเปิดทางให้พี่แล้วไง"
มีช่วงหนึ่งสมัยที่ซารีฟเรียนมหาวิทยาลัยและยาหยีกำลังจะจบมัธยมปลาย ทั้งสองได้แอบมีความรู้สึกดีๆให้กัน แต่เพราะชาลีหวงลูกสาวมากซารีฟจึงโดนกีดกันเช่นเดียวกับผู้ชายทุกคน
นายหัวชาลีไม่คิดจะสนใจด้วยซ้ำว่าซารีฟเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ชายหนุ่มถึงขั้นเคยให้พ่อบากหน้ามาขอให้ ถึงพ่อของซารีฟจะมีอิทธิพลแค่ไหนชาลีก็ไม่สนใจและไม่ได้อนุญาตให้เขาได้คบกับยาหยีอยู่ดี
ครั้งนั้นซารีฟผิดหวังและฝังใจกับยาหยีมาก หากแต่กับยาหยีแล้วเธอรู้สึกต่างกัน ถึงผู้ชายตรงหน้าจะหล่อมาก ปากกระจับ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ตาคมหวาน ร่างสูงล่ำ ยิ้มหล่อมาก ปากหวานตรงสเปคเธอทุกอย่าง แต่เธอก็แค่ชอบตามประชาวัยรุ่นไม่ได้คิดจะรักปักใจกับเขาเสียหน่อย
"เหอะ! ปัญญาอ่อน ออกไป" ไม่ว่าพ่อจะว่าอย่างไรแต่ยาหยีไม่สน
"ไม่เชื่อ? ลองไปถามป๊าลูกหยีดูไหม?"
"ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ไม่แคร์ เข้าใจไหม?"
การที่พ่อเธอปล่อยให้ซารีฟเข้ามาถึงจุดนี้โดยไม่มีรอยแผลฟกช้ำและผ่านบอดี้การ์ดเต็มคฤหาสน์ได้สบายเธอเชื่อสนิทใจว่าพ่อของเธอเป็นคนอนุญาตให้เราสองคนคบหากันจริงๆ
"เออ! อยากใช้เงินยังไงแกก็ใช้ไป แต่เรื่องหมั้นกับไอ้ซันแกต้องทำใจ เพราะป๊าผิดคำพูดไม่ได้แล้ว" ชาลีตัดสินใจไปแล้วจะกลับคำไม่ได้ เขากลัวลูกสาวจะวิปริตผิดเพศไป และถึงอย่างไรชาลีก็เปลี่ยนเรื่องที่เคยลั่นวาจาไว้กับเป๊าะซูหมัดซอรีไม่ได้อีกแล้วเช่นกัน ทางนั้นกระจอกงอกง่อยเสียเมื่อไหร่"ไม่! หยีไม่หมั้นไม่แต่ง ไม่อะไรกับใครทั้งนั้นแหละ!""อย่ารั้นให้มากนักนะยาหยี!""ป๊านั่นแหละอย่าเยอะให้มาก นี่มันชีวิตหยี และขอบอกเลยว่าชีวิตนี้หยีไม่มีวันเดินตามรอยแม่เด็ดขาด"เธอไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักจนต้องทนทุกข์ทรมาณจนตัวตายเหมือนแม่ และไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงยาหยีไม่มีวันใช้ร่วมกับใคร ไอ้พวกที่ผ่านมาและผ่านไป ได้กันเป็นครั้งคราวพอหายเหงาเธอไม่ใส่ใจแต่หากต้องมาเป็นคู่ชีวิตกันหรือคนรักกันเธอจะไม่ยอมให้คนๆนั้นมีใครนอกจากเธออีก เมียเล็กเมียน้อย กิ๊กกั๊กหรืออะไรยาหยีไม่โอเค!ยิ่งเป็นกับยี่หวายิ่งแล้วใหญ่ เธอไม่มีทางใช้ผู้ชายคนเดียวกันกับน้องสาวต่างแม่ที่เธอก็เกลียดแม่ของยายนั่นเข้าไส้แน่นอน"แกพูดอะไร?" ได้ยินสิ่งที่ยาหยี่พูดนายหัวชาลีไม่เข้าใจ"กว้างขวางไม่ใช่เหรอ? ลูกน้องเยอะหูตาเยอะ เส้นใหญ่มาก
ซารีฟจุกจนหน้าเขียวหน้าคล้ำ อารมณ์กระสันเมื่อวินาทีก่อนหน้าสลายหายไปทันทีที่โดนหยาหยีบีบพวงไข่จนเกือบแตก!เธอไม่ได้เล้าโลมลูบคลำให้เขามีอารมณ์แล้วแต่เธอบีบมัน บีบที่เหมือนกำลังจะฆ่าตัวประกัน พวงสวรรค์ทั้งสองข้างโดนเธอกอบกุมเอาไว้ แล้วค่อยๆออกแรงบีบหนักขึ้นเรื่อยๆตอนแรกก็เสียวดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้เหมือนจะตาย"ทะ ทำบ้าอะไรของเธอวะ! อ๊ะ อึก!""ก็จะช่วยอยู่นี่ไง" ยาหยีพูดเสียงเย็นมือข้างหนึ่งของเธอยังกอบกุมแล้วออกแรงบีบรัดไอ้นั่นของเขาเอาไว้ ใบหน้าสวยยกยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปาก สายตาสวยๆของเธอมันย่างเยือกเย็นมาก หากเธอออกแรงบีบอีกหน่อยคือเขาตาย"โอ้ย! ลูกหยีพี่จุก แม่ง!" เสียงทุ้มเข้มสบถด่า กรามแกร่งกัดแน่นเม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มใบหน้า"ช่วยให้ไข่ตายอยู่นี่ไง เสือกเงี่ยนไม่ดูเวล่ำเวลา!"เมื่อก่อนเคยชอบพอกันก็จริงอยู่หรอก แต่นั่นมันนานมาแล้ว และตอนนี้เธอก็ไม่มีอารมณ์มาคิดอะไรเรื่องแบบนี้ด้วย ให้ตาย!หงุดหงิดมากที่ช่วงนี้ใครก็ใครก็เข้ามาก้าวก่ายชีวิตเธอให้วุ่น อายุจะยี่สิบเก้าปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ทำไมถึงรู้สึกว่ายังเป็นเด็กน้อยที่ไม่เคยได้รับอิสระเอาเสียเลยตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่สิ เธอไ
"เรื่องที่จะคุยมีแค่นี้?" ยาหยีเอ่ยถามอย่างไม่ใยดีคำตอบเขา ที่เธอพูดเป็นการแสดงออกแล้วว่ากำลังไล่เขากลายๆ แต่เมื่อซารีฟทำราวกับไม่รู้สึกรู้สาร่างเพรียวสวยจึงเดินทิ้งตัวลงนอนบนเตียงไปก่อนจะเอ่ยปากไล่ตรงๆอีกครั้ง"จะออกไปได้ยัง หยีง่วง!"ง่วงเสียที่ไหน เพราะตั้งแต่ได้รับรู้ข่าวเรื่องที่กำลังจะมีคู่หมั้นจากปากผู้ชายที่ซึ่งเป็นว่าที่คู่หมั้นแล้วยาหยีไม่อาจข่มตาให้หลับลง ตอนนี้ตาสว่างจ้าสมองครุกรุ่นไปด้วยไฟพร้อมที่จะล้างผลาญทุกอย่างของผู้เป็นพ่อให้มอดไหม้พลังความเกรี้ยวกราดของยาหยีสามารถทำให้คนตัวโตที่จ้องมองมาขนอ่อนในกายลุกชัน ซารีฟไม่ได้ตกใจแต่กลับชอบสายตาคู่นั้น ยาหยีเป็นคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอน่าค้นหา หัวรั้น ดุดัน และพยศได้ใจเธอเป็นคนไม่ค่อยยอมกับอะไรง่ายๆยิ่งทำให้ ไม่เหมือนผู้หญิงที่คอยรายล้อมเขาพวกนั้นที่แค่เอากันมันๆก็พอจะเป็นเมียของพี่มันต้องได้อย่างนี้สิวะ!"ถ้าไม่ออก ได้ป้ะล่ะ"ไม่ได้คิดจะท้าทายอำนาจมืดแต่เรียกว่าหน้าด้านมากกว่า เผื่อฟลุ๊คยาหยีนึกครึ้มโอนอ่อนผ่อนตามขึ้นมา"อยาก..ป้ะล่ะ?" ยาหยีถามกลับอยากอะไรวะ อย่าพูดกำกวมให้จินตนาการไปเองอย่างนี้สิ คนขี้เงี่ยนมันใจคอ
สายตาคมหวานแพรวพราวมีแววอ้อนวอนก่อนร่างสูงจะลุกชันตัวเต็มความสูงแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของยาหยี นิ้วแกร่งยกขึ้นเกี่ยวปอยผมที่ร่วงลงมาปรกข้างแก้มนวลให้ไปเกี่ยวทัดใบหูขาวเอาไว้ สายตาคมลึกล้ำจดจ้องมองตั้งแต่ดวงหน้าสวยไล่ต่ำมายังลาดไหล่เรือนร่างนี้ เธอคนนี้ที่เขาได้แต่เฝ้ามองและอยากครอบครองมาตลอด ที่ผ่านมาทำได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ไกลๆ ไม่คิดเลยว่าผ่านไปกว่าสิบปีสุดท้ายจะมีวันนี้ได้ วันที่เขาได้เข้าใกล้ยาหยีมากขนาดนี้ วันที่นายหัวชาลีเป็นคนอนุญาตเอง"มีอะไรจะคุย รีบว่ามา" ยาหยีไม่คิดจะปัดป้องแล้วเอาแต่ยืนจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า นานนับนาทีที่ทั้งคู่ประสานสายตากันก่อนซารีฟจะพูดบางอย่างออกมา บางอย่างที่เขาว่าทำเอายาหยีเลือดขึ้นหน้าได้ภายในเสี้ยววินาที"รู้ตัวรึยัง ว่าหยีต้องหมั้นกับพี่ อ่อ.. ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าแต่งงานกันถึงจะถูก" ซารีฟเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ปากหนายกยิ้มแสดงออกถึงความพออกพอใจหากแต่ยาหยีกลับไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกันกับเขาเลยสักนิดเห็นแววตาวาวโรจน์เบิกกว้างของยาหยีซารีฟก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอคงยังไม่รู้ตัว ความจริงแล้วเขาเองก็เพิ่งรู้มาจากพ่อเหมือนกันว่านายหัวชาลีพ่อของยาหยี
เสียงเคาะประตูบานใหญ่ดังขึ้นสามครั้งอย่างปกติที่หากว่าใครก็ตามต้องการจะพบกับยาหยีหากได้มาเยือนคฤหาสน์หลังนี้ทุกคนต้องถือมารยาทก่อนจะเข้าก้องได้ปกติแล้วยาหยีไม่ค่อยได้ออกไปไหน ถ้าหากจะไปก็มีแค่ชอปปิ้ง ทำงานบ้างเป็นบางวัน ประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัท ประชุมความคืบหน้าแต่ละไตรมาศซึ่งนั่นมันก็นานๆครั้ง ส่วนเรื่องออกไปเที่ยวแตร่อย่าได้หวังไม่ใช่ว่าเธอจะออกไปไม่ได้หากแต่ทุกครั้งที่ไปก็จะเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ในชุดดำมากมายล้อมหน้าล้อมหลัง ประกบติดบ้าง คอยดูแลอยู่ห่างๆบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ดูอึดอัดมาก ไม่มีที่ไหนเป็นส่วนตัวเลยสักนิดสำหรับยาหยียิ่งในพื้นที่คฤหาสน์หลังนี้ที่ซึ่งเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของยาหยีกลับมีแค่ห้องนอนนี้เพียงห้องเดียวที่เธอรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว อบอุ่น และปลอดภัย ถึงแม้ว่าเมื่อวานเซฟโซนที่เธอกล่าวมาจะเพิ่งถูกผู้เป็นพ่อและน้าทำลายมันลงไปแต่กระนั้นยาหยีก็ไม่รู้ว่าจะต้องพาตัวเองไปวางไว้ที่ไหนถึงจะรู้สึกได้ว่ามันคือเซฟโซนที่อบอุ่นและปลอดภัยที่ใหม่ของเธอก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!"ใคร" ยาหยีเอ่ยถามเสียงราบเรียบหลังจากที่เสียงเคราะดังขึ้นมาอีกครั้งจากที่เงียบหายไปพักใหญ่ ราวกับว
"ยาหยี! นี่แกพูดอะไร" เมษาที่รู้ตัวว่าโดนหลายสาวอ่านความคิดได้แหวใส่กำหมัดแน่นมาก"ทำไมเหรอคะ โดนรู้ทันแล้วตกใจ?""ยาหยี หยุดพูดกับแม่เขาแบบนี้" ชาลีที่ทนฟังไม่ไหวอยากจะห้ามศึกของทั้งสองคนเพื่อที่เขาจะได้คุยกับลูกสาวเพื่อปรับความเข้าใจ และทำข้อตกลงบางอย่างกันใหม่"แม่ใคร? ชีวิตนี้หยีมีแม่แค่คนเดียว!""จะตั้งแง่กันไปถึงไหนก็ไม่รู้ ผ่านมาเป็นสิบๆปีแล้วทำไมเราไม่เคยเข้าใจอะไรง่ายๆเลยนะยาหยี" เมษาเริ่มสารทยายพลางถอนหายใจเบื่อหน่าย ทว่าแววตาที่ส่งมายังยาหยีกลับร้ายกาจจนน่าหมั้นไส้ส่วนยาหยียิ่งโมโหไปกันใหญ่ เป็นแค่น้าก็รู้สึกเสนียดชีวิตจะตายอยู่แล้วริอยากจะมาเป็นแม่เธอเหรอ ฝันสูงเกินไปหน่อยไหม แล้วที่เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยที่เธอไม่ได้อนุญาตซ้ำยังมีพูดจาปากดีแบบนี้อีก สงสัยคงไม่อยากอยู่กันแบบสงบสุขแล้วสิท่า"น้าเมก็หยุดแส่ก่อนดีไหม แล้วช่วยออกไปจากห้องหยีสักที!""ลูกหยี พูดกับผู้ใหญ่ให้มันดีๆหน่อย" ชาลีกดเสียงต่ำสั่งลูกสาวเพราะไม่อยากเห็นยาหยีก้าวร้าวไปกว่านี้แล้ว เมื่อก่อนตอนที่มีนาแม่ของยาหยียังอยู่ เธอเคยเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ว่านอนสอนง่าย แสนดี และไม่เคยมีกิริยาแบบนี้"นั่นสิ ชอบ







