LOGINริน สาววัย 33 ขวบชีวิตจืดชืดหลังจากแต่งงาน สามีบ้างานไม่มีเวลาอยู่บ้าน จนกระทั่งหลานชายของเขาเข้ามาอาศัยอยู่เพื่อเรียนต่อ ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป
View Moreตอนที่ 01 ความรู้สึก
ในบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงนาฬิกาเดิน ริน อาสาววัยสะพรั่งผู้มีดวงตาเศร้าสร้อยมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลความเรียบร้อยของบ้าน สามีของเธอ เดช เป็นนักธุรกิจที่บ้างานอย่างหนัก วันๆ เขาคลุกอยู่กับตัวเลขและโปรเจกต์ใหญ่จนแทบไม่มีเวลาให้ภรรยา หลายครั้งที่เขาต้องค้างที่ออฟฟิศ ทิ้งให้รินต้องจมอยู่กับความโดดเดี่ยวและความต้องการที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดใจ จนกระทั่ง กวิน หลานชายสายเลือดห่างๆ ของเดชก้าวเข้ามาพักอาศัยเพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัย เด็กหนุ่มมาดเท่ที่มีรูปร่างสูงโปร่งและเต็มไปด้วยพลังงานของวัยหนุ่ม กลายเป็นสีสันเพียงหนึ่งเดียวที่เข้ามาแต่งแต้มบ้านที่จืดชืดหลังนี้ ทุกเช้ารินจะตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารเช้า กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งสอดประสานกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของกวินที่เดินลงมาจากชั้นบน เขาอยู่ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นลำแขนที่มีเส้นเลือดปูดนูนดูแข็งแรง "วันนี้อาทำข้าวต้มกุ้งเหรอครับ หอมจัง" กวินเดินเข้ามาใกล้จนรินได้กลิ่นสบู่จางๆ จากร่างกายเขา ขณะที่รินกำลังเอื้อมมือไปหยิบโหลเครื่องปรุงบนชั้นวางที่สูงเกินเอื้อม กวินก็ขยับเข้ามาซ้อนข้างหลังเธอทันที แผ่นอกกว้างของเขาเฉียดผ่านแผ่นหลังของเธอไปเพียงนิดเดียว รินรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายชายหนุ่มจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ "ผมช่วยครับอา" มือหนาเอื้อมข้ามไหล่เธอไปหยิบโหลนั้นอย่างง่ายดาย ในจังหวะที่เขาส่งโหลให้ ปลายนิ้วเรียวยาวจงใจลากไล้ผ่านฝ่ามือเนียนนุ่มของรินอย่างเชื่องช้า รินสะดุ้งน้อยๆ แต่กลับไม่กล้าชักมือหนี สายตาของกวินที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้เธอต้องรีบหลบตาด้วยความประหม่า หลังจากกลับจากมหาวิทยาลัย กวินมักจะเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อกล้ามตัวบางและกางเกงขาสั้นเพื่อมาช่วยรินทำงานบ้านเสมอ ภาพที่เขายกลังไม้หนักๆ หรือปีนขึ้นไปซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า กลายเป็นภาพที่รินเผลอแอบมองอยู่บ่อยครั้ง หยดเหงื่อที่เกาะตามไรผมและไหลซึมลงมาตามมัดกล้ามเนื้อที่ขึ้นรูปสวยงามของชายหนุ่ม ปลุกเร้าจินตนาการบางอย่างในใจของอาสาวอย่างที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน กวินเองก็รู้ตัว เขาจงใจขยับกายให้เห็นสัดส่วนความเป็นชายที่ชัดเจนยามที่เขาต้องเอื้อมหรือบิดตัวทำงาน "อาหน้าแดงมากเลยครับ พัดลมตรงนี้เสียหรือเปล่า? เดี๋ยวผมซ่อมให้" กวินเอ่ยพลางยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองไปตามใบหน้าและลำคอระหงของรินอย่างถือดี ในคืนที่เดชไม่กลับบ้าน รินกับกวินมักจะมานั่งคุยกันที่ระเบียงบ้าน บทสนทนาทั่วไปเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้ง ความอ่อนโยนและการเทคแคร์ที่ดีของกวินค่อยๆ กัดเซาะกำแพงศีลธรรมของรินทีละน้อย เขามักจะหาจังหวะขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ จนเข่าของทั้งคู่ชนกันใต้โต๊ะ กวินไม่เพียงไม่ถอย แต่เขากลับใช้เข่าบดเบียดนวดเฟ้นขาของรินเบาๆ ขณะที่ปากยังคงเล่าเรื่องที่โรงเรียนอย่างปกติ ความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปตามกระดูกสันหลังทำให้รินพูดจาติดขัด แต่เธอกลับไม่ได้ขยับหนีซ้ำยังเผลอแอบหนีบขาเข้าหาพยายามรับสัมผัสจากเขาอย่างลืมตัว คืนหนึ่งที่เดชไปสัมมนาต่างจังหวัด รินที่นอนไม่หลับเพราะความต้องการที่ค้างคาจากการห่างเหินของสามีตัดสินใจลงมาเข้าห้องน้ำชั้นล่าง เธอไม่รู้เลยว่าประตูห้องน้ำที่ปิดไม่สนิทนั้นมีสายตาคู่หนึ่งแอบมองอยู่ผ่านช่องว่างเล็กๆ กวินยืนนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นอาสาวที่เขาหลงใหลกำลังลูบไล้ร่างกายตัวเองอย่างรัญจวนใจท่ามกลางความสลัว มือหนาสั่นเทาขณะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาบันทึกภาพหลักฐานความเร่าร้อนนั้นไว้... ภาพที่รินส่งเสียงครางแผ่วและบิดเร้ากายด้วยความซ่านสยิวเพียงลำพัง สายฝนเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนไฟฟ้าทั้งหมู่บ้านดับมืดสนิท มีเพียงแสงเทียนวูบไหวในห้องนั่งเล่นที่ส่องสว่าง เดชโทรมาบอกว่าถนนตัดขาดและเขาจะไม่กลับบ้านคืนนี้ "อาครับ... ดูอะไรนี่หน่อยไหม?" กวินเอ่ยขึ้นมือหยิบมือถือออกมา ท่ามกลางเสียงฟ้าร้อง เขาขยับเข้ามานั่งใกล้รินจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้เธอ รินเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ ภาพในจอคือตัวเธอเอง... ในท่วงท่าที่น่าอายที่สุดบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเย็นดูเหมือนจะปกติทุกอย่าง เสียงช้อนส้อมกระทบจานกระเบื้องคลอไปกับเสียงสามีที่กำลังเล่าเรื่องงานอย่างออกรส รินพยายามตักอาหารเข้าปากอย่างแกนๆ “มาพอดีเลยกวินมากินข้าวสิ มีของอร่อยเยอะเลย”เธอหันไปมองก็เห็นกวินเดินมา ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มเล็กน้อย“เดี๋ยวผมไปล้างมือก่อนนะครับคุณอา” หลังจากนั้นกวินก็มานั่งตรงข้ามเธอ เขาก็ทำตัวปกติ และเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เขากลับตัวกลับใจแล้วก็ดีแต่แล้วเธอก็ต้องชะงักจนตัวแข็งทื่อ เมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่จู่โจมเข้ามาใต้โต๊ะอาหาร กวินซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามใช้เท้าเรียวยาวของเขาค่อยๆ ลากไล้ไปตามหน้าแข้งของเธอ ก่อนจะเลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงต้นขาด้านใน"ริน เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? หน้าดูแดงๆ นะ หรือว่าไม่สบาย?" สามีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ตักกับข้าววางลงบนจานของเธอ"ปะ...เปล่าค่ะ สงสัยแกงเผ็ดไปนิดนึง" รินตอบเสียงตะกุกตะกัก มือที่ถือช้อนสั่นเทาจนเธอต้องวางมันลงแล้วกำขอบโต๊ะไว้แน่นกวินไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เขายกยิ้มมุมปากเพียงนิดก่อนจะใช้ปลายเท้าบดเบียดเข้าหาจุดอ่อนไหวของเธออย่างแม่นยำผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสที่เน้นย้ำเ
"คะ... เปล่าค่ะ พอดีรินกำลังหาของในตู้ล่างอยู่ค่ะ" เธอตะโกนตอบกลับไปเสียงสั่นพร่า พยายามปรับโทนเสียงให้ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้กวินยิ้มกริ่มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขาจงใจขยับปลายนิ้วลากผ่านจุดอ่อนไหวอย่างเชื่องช้าในจังหวะที่ลูกบิดประตูเริ่มขยับ รินสะดุ้งสุดตัว มือข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าผ้าเช็ดมือมากำไว้แน่นจนเล็บแทบจะจิกทะลุเนื้อผ้า แรงกดทับจากร่างกายชายหนุ่มตรงหน้าและความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ทำให้ความซ่านสยิวทวีคูณจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่"งั้นเหรอ... เดี๋ยวพี่ออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกแป๊บนะ เห็นกวินบอกว่าจะออกไปหาเพื่อนด้วย อย่าลืมล็อคประตูครัวล่ะ ลมมันแรง" สามีเอ่ยทิ้งท้ายก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อยๆ ห่างออกไปเมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง รินแทบจะทรุดลงกับพื้นด้วยความโล่งอกที่ปนเปไปกับความรัญจวนใจที่ค้างคา กวินถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ สบตาเธอด้วยแววตาพราวระยับ"อาเห็นไหมครับ... ยิ่งเสี่ยง มันยิ่งตื่นเต้นไม่ใช่เหรอ?"“พอแล้ว…เธอออกไปก่อน” เธอไม่อยากเสี่ยงอีกแล้วเสียงคุยโทรศัพท์ของสามีที่ดังแว่วมาจากห้องนั่งเล่นสลับกับเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี กลายเป็นฉากหลังที่บีบคั้นหัวใจของรินจนถึง
ความร้อนจากแผ่นอกของเขาที่ทาบทับลงมาที่แผ่นหลังทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว "ในเมื่อเราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า... สัมผัสของผมมันทำให้อารู้สึกดีแค่ไหน"รินกำขอบเคาน์เตอร์แน่น พยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น "มันต้องจบแค่เมื่อคืน กวิน... ถ้าใครรู้เข้า เราสองคนจะไม่มีที่ยืน""ไม่มีใครรู้หรอกครับ... ถ้าอาไม่บอก" มือหนาลูบไล้ไปตามเอวบางอย่างย่ามใจ "ผมจะมาหาอาทุกครั้งที่เขาไม่อยู่... หรือแม้แต่ตอนที่เขาอยู่ห้องข้างๆ ถ้าอาต้องการ"ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่รินพยายามกอบกู้กลับคืนมาพังทลายลงอีกครั้งเพียงเพราะสัมผัสจาบจ้วงของเขา เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเกมที่อันตรายที่สุด ความสัมพันธ์ลับหลังสามีกับหลานชายที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจกำลังจะกลายเป็นยาเสพติดที่เธอขาดไม่ได้ความตื่นเต้นที่ปนเปไปกับความกลัวกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่โหมกระหน่ำความปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นกว่าเดิม ในบ่ายวันอาทิตย์ที่แสงแดดสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้ เสียงทีวีจากห้องนั่งเล่นที่สามีของเธอกำลังนั่งดูรายการโปรดดังแว่วมาถึงในครัวรินยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าอ่างล้างจาน เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่คุ้นเคยซ้อนทับเข้ามาจากด้านหลัง กวินไม่ได้เ
"ความถูกต้อง…มันกินไม่ได้หรอกครับอา... แต่ความรู้สึกตอนนี้มันของจริง"มือหนาเชยคางเธอให้หันมาสบตา ดวงตาของกวินเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด รินพยายามจะเอ่ยห้าม แต่ริมฝีปากที่ร้อนผ่าวกลับทาบทับลงมาเสียก่อน รสจูบนั้นเริ่มต้นด้วยความโหยหาและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรุนแรงตามอารมณ์ที่อัดอั้นมานานมือของกวินเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายรินผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสที่จาบจ้วงแต่กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณลึกๆ จนรินเผลอครางออกมาเบาๆ และโอบกอดคอเขาไว้แน่น ทั้งสองล้มลงบนโซฟากว้าง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่สอดประสานรินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นของโซฟาหนัง ตัดกับความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของกวินที่ทาบทับลงมา สัมผัสของเขาไม่ได้นุ่มนวลนัก แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอกทุกครั้งที่ปลายนิ้วหนาลากผ่านผิวเนียนละเอียด รินจะเผลอสะดุ้งน้อยๆ พร้อมกับความรู้สึกซ่านสยิวที่แล่นปราดไปตามกระดูกสันหลัง เธอพยายามจะผลักไสเขาออกตามจิตใต้สำนึกที่บอกว่านี่คือความผิดบาป แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นรับสัมผัสจากเขาอย่างลืมตัว"กวิน