تسجيل الدخول
ม่านหมอกปกคลุมโดยรอบ มองเห็นไม่ชัดว่าที่นี่คือที่ใด ผิวกายหนาวเหน็บชวนสะท้าน เสียงกรีดร้องดังสลับเสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วบริเวณ กับพื้นกระเบื้องที่เปียกชุ่มไปด้วย...เลือดแดงฉาน
นางก้าวเท้าไปข้างหน้าด้วยหัวใจอันหวาดหวั่น หัวใจของนางสั่นไหวตื่นตระหนกระคนหวาดหวั่น
บ่าวไพร่ สาวใช้ กระทั่งถัดไป...คนตระกูลจวินที่บัดนี้นอนจมกองเลือดแน่นิ่ง หมอกควันสั่นไหวเป็นระลอกคลื่น บุรุษชุดแดงคล้ายชุดเจ้าบ่าวก้าวเข้ามาหานาง
เงาร่างสูงใหญ่กำยำบดบังแสงจากเบื้องหลังที่สาดส่อง เงาสะท้อนของคนตรงหน้าส่งกลิ่นอายการฆ่าสังหาร กระบี่คมกริบถูกเขากุมแน่น เลือดบนร่างหลั่งรินลงไปที่มือของเขา…ไหลอาบย้อมลงไปยังคมกระบี่
หรั่นหนิงมองไล่จากปลายกระบี่ขึ้นมาเรื่อยๆ เห็นข้อมือของเขาที่แขนเสื้อฉีกขาด แผลเป็นที่ข้อมือใหญ่มองคล้ายผีเสื้อที่กำลังโบยบิน หญิงสาวมองไม่เห็นใบหน้าของเขา เห็นเพียงเงามืดที่ทาบทับลงมาบนตัวนาง เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น...ใกล้ขึ้น
‘หากจะโกรธก็จงโทษพี่ชายของเจ้า เป็นความผิดของเขา’ เสียงทุ้มกล่าวขึ้นด้วยความเย็นชา
กลิ่นคาวเลือดและความตายย่างกรายเข้ามาหานาง ด้านหลังของเขามีสตรีนางหนึ่งสวมชุดเจ้าสาวยิ้มกว้าง อีกฝ่ายมองมาด้วยความคลั่งแค้นเกลียดชัง
‘สังหารนางเสีย คนตระกูลจวิน...ไม่อาจละเว้นสักคน!’ แม้กล่าวเช่นนั้นทว่าสายตาของสตรีนางนั้นไม่ได้มองมายังหรั่นหนิง อีกฝ่ายมองลงไปยัง...ใต้ฝ่าเท้าของบุรุษชุดแดง
จวินเซียว...พี่ชายของนางนอนแน่นิ่งจมกองเลือดยู่ตรงนั้น!!!
“ไม่!!!”
ร่างชุ่มโชกด้วยเหงื่อผุดพรวดขึ้นมาจากเตียงนอน สาวใช้สองคนเปิดประตูจากนั้นวิ่งอ้อมฉากกั้นหน้าเตียงเข้ามา “คุณหนู!”
ฝัน...นางเพียงฝันไป
หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอก หัวใจของนางยังคงเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น เป็นผู้อื่นอาจคิดว่านั่นคือความฝัน พวกเขาจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันทีที่ตื่นขึ้น ทว่า...ไม่ใช่กับนาง
“ท่านพ่อกับพี่ใหญ่เล่า”
“นายท่านไปยังอารามไห่หวง ส่วนคุณชายออกไปที่ร้านตั้งแต่เช้าเจ้าค่ะ คุณหนูท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ หน้าท่านซีดมากไม่สบายหรือไม่ ถ้าอย่างไร...”
“ข้าไม่เป็นไร” หญิงสาวส่ายหน้า “ข้าจะออกไปหาพี่ใหญ่ที่ร้าน ยกน้ำร้อนเข้ามาเถิด”
นี่คือฝันบอกเหตุ...ใช่แล้ว สิ่งที่นางเพิ่งฝันเห็นจะเกิดขึ้นในไม่ช้า และนางต้องหาทางรับมือ
มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว...ไม่ใช่เพียงครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นตอนที่นางตื่นขึ้นมาในร่างของจวินหรั่นหนิง ทารกแรกเกิดที่ส่งเสียงร้องไห้จ้า
...ใช่ นางก็คือหรั่นหนิง แต่หากจะกล่าวกันตามตรงแล้วนางไม่สมควรอยู่ที่นี่ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่สมควรลืมตาขึ้นมาในยุคที่ล้าหลัง ไม่สมควรมีความทรงจำจากโลกเดิม นาง...ควรกลายเป็นทารกที่ไร้เดียงสาทันทีที่ลืมตาดูโลก
หรั่นหนิง...เดิมทีเป็นหญิงสาวในโลกปัจจุบัน เป็นพนักงานออฟฟิศเงินเดือนไม่ถึงหนึ่งหมื่นหยวน ตอนกำลังป่วยไม่ได้สติอยู่เพียงลำพังในห้อง ลืมตาอีกครั้งก็พบว่ากลายเป็นเด็กทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลก กลายเป็นคุณหนูจวนคหบดีตระกูลจวินที่ทั้งมั่งคั่งและพรั่งพร้อม
จากหญิงสาววัยสามสิบ กลายมาเป็นเด็กทารกแรกเกิดที่แม้จะอ้าปากพูดก็ยังทำไม่ได้ ถ้ายังไม่เชื่ออีกก็คงคิดว่าผีหลอกแล้ว!!!
วันแล้ววันเล่า...กระทั่งนานวันเข้ายังคงตื่นขึ้นมาในร่างเดิม ที่เดิม ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง จากนั้นก็ทำได้เพียงยอมรับ
นาง...หลุดเข้ามาในโลกอดีตจริงๆ มาแบบที่ยังมีความทรงจำจากโลกเดิม เติบโตมาเป็นคุณหนูรองตระกูลจวิน มีนามหรั่นหนิง... นามรองหรันหรั่น ทั้งยังไม่รู้ว่าที่นี่อยู่ช่วงใดของประวัติศาสตร์ ไม่รู้ว่ามีอยู่จริง หรือเป็นเพียงโลกคู่ขนานกับโลกที่ตนจากมา
อ่านนิยายมาก็มาก ดูหนัง ดูละคร การข้ามภพ ย้อนอดีต นางเอกเก่งกาจเพราะใช้ความรู้จากโลกอนาคต จากนั้นก็ได้เจอคนรักหล่อเหลาสูงส่ง แต่งงาน มีลูก จบบริบูรณ์?!
ไม่หรอก...มันไม่ได้ง่ายดายอย่างนั้น
ครั้งแรกของเงาฝันบอกเหตุ...นางเห็นความตายของมารดา นางเป็นเพียงเด็กทารกจะสามารถเปลี่ยนหรือช่วยอะไรได้ อีกทั้งนั่นยังเป็นครั้งแรกดังนั้นจึงไม่รู้ว่ามันคือฝันบอกเหตุ
ครั้งที่สองนางฝันเห็นความตายของบิดา มันเกิดขึ้นตอนที่นางยังไม่ครบสองขวบปี นางช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้ เล่าเรื่องน่าเหลือเชื่อเกี่ยวกับฝันบอกเหตุให้ฟัง บิดาเชื่อแต่จวินเซียวผู้เป็นพี่ชายยังไม่เชื่อ แถมยังมองนางที่เป็นเพียงเด็กอายุไม่ถึงสองขวบปีราวกับมองตัวประหลาด
กระทั่งตอนที่นางอายุครบเจ็ดขวบ...นางฝันอีกครั้ง ครั้งนี้หนักหนากว่าทุกครั้งที่นางเคยฝัน ไม่ใช่เพียงชีวิตของคนคนเดียวแต่เป็นทั้งตระกูลจวิน!!!
จวินเซียวไม่เชื่อ ดังนั้นนางจึงให้เขารอ
แม้กล่าวได้ว่าทั้งสองเป็นศิษย์ของหมอเทวดา แต่การใช้เข็มกับด้ายเย็บแผลก็ไม่แพร่หลาย เนื่องจากความเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อนั้นมีมาก เป็นนางเองที่แอบหยิบยืมความรู้จากโลกอนาคตมาแนะนำผู้เป็นอาจารย์ ทันทีที่เห็นฝีเข็มพี่ชายของนางย่อมตระหนักว่าผู้ใดเคยช่วยฉู่เฟิงเยี่ยนเอาไว้“ข้าน้อยสาบานจะไม่พูดออกไปเด็ดขาดเจ้าค่ะ”จี๋เอ๋อร์ทำให้นางหลุดจากภวังค์ จวินหรั่นหนิงพยักหน้าจากนั้นก็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ในเมื่อเจ้ามาแล้ว... เจ้าช่วยอะไรข้าสักอย่าง” แล้วนางก็แอบกระซิบกับจี๋เอ๋อร์ให้อีกฝ่ายแอบไปสืบเรื่องคนตระกูลฉู่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้นึกถึงท่านลุงใจดีผู้นั้น...ฉู่อวี้ นางอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้เนื่องจากตระกูลจวินต้องปิดบังความมั่งคั่ง ดังนั้นจึงแสร้งไปขอกู้เงินเปิดร้านจากร้านแลกเงินตระกูลฉู่ ครานั้นท่านลุงฉู่ยอมให้กู้เงินโดยไม่ได้คิดดอกเบี้ยตามปกติ ด้วยร้านหมอในเมืองหลวงนั้นมีเพียงไม่กี่ร้าน เพิ่มเข้ามาอีกสักแห่งก็สามารถช่วยชีวิตคนได้อีกคนหนึ่ง ท่านลุงฉู่กล่าวว่านับเป็นเรื่องดีนางยังไม่ปักปิ่นน้อยครั้งนักจะได้พบปะผู้คน ในยามมาช่วยงานในร้านก็มักขลุกอยู่หลังร้าน ทว่าก็เคยพบและได้คารวะท่านลุงฉู่หล
นับตั้งแต่ช่วยชีวิตบุรุษปริศนาในวันนั้น จวินหรั่นหนิงก็ไม่ได้ฝันอีก ไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ อีกทั้งสตรีนางนั้นก็ไม่ได้ปรากฏตัวในเมืองหลวง ตามงานเลี้ยงที่นางติดตามผู้เป็นอาจารย์ออกไปไม่มีสตรีนางนั้นเช่นกันกับบุรุษที่นางช่วยเอาไว้ นับจากวันที่นางทิ้งเขาเอาไว้ที่อารามไห่หวง หลังมั่นใจว่าเขาจะปลอดภัยนางก็จากมา เขาพยายามรั้งนางอย่างอ่อนแรง ทั้งยังถามว่านางเป็นใคร‘ข้าเป็นเพียงคนผ่านทางที่ไม่อยากเดือดร้อน ข้าช่วยท่านไว้และหวังว่าท่านจะเข้าใจและช่วยไม่ให้ข้าเดือดร้อนเช่นกัน’นางพูดชัดเจนมากว่าไม่อยากเกี่ยวพันกับเขา หากเขาเป็นคนไม่ดีหรือถูกตามล่า นั่นย่อมไม่เกี่ยวกับนางทั้งสิ้น นางไม่ปรารถนาให้เขาตามหานาง แต่ก็ดีใจที่เขารู้สึกตัวขึ้นและรู้ว่านางเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ วันหน้าหากเกิดอะไรขึ้นนางหวังว่าเขาจะเห็นแก่ที่นางช่วยชีวิตเขาเอาไว้...ก่อนจากมาวันนั้นนางขอร้องไต้ซือหยวนไห่ ขอไม่ให้บอกว่านางเป็นใคร เขาอาจเข้าใจ...เพราะนับจากนั้นนางก็ไม่เคยเห็นเขาอีก ไม่มีข่าวคราว ไม่มีข่าวลือ ไม่มีภาพเหมือนของเขาบนประกาศจับของทางราชการ หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือเขาคล้ายกับ...ไม่มีตัวตนบุรุษผู้หนึ่งถูกรุมท
รถม้าออกตัวไปได้ไม่ไกลคนขับรถม้าก็ส่งเสียงเรียกนาง “คุณหนูขอรับ มีคนบาดเจ็บนอนอยู่ข้างถนน”นางเลิกม่านรถม้าขึ้น “หยุดรถ”ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากประตูเมือง เป็นสามแยกที่ทางหนึ่งเป็นทางขึ้นเขาตรงไปยังอารามไห่หวง ส่วนอีกทางตรงไปยังเมืองอวี่เฉิงทางเหนือ มองไปรอบๆ ด้านล้วนเงียบงันทั้งยังไม่มีข่าวโจรปล้นชิง หญิงสาวลงจากรถม้าเพราะอย่างไรเสียนางก็เรียนหมอ การช่วยคนจึงถูกปลูกฝังมากับบทเรียนของท่านอาจารย์เจียงซานเด็กหนุ่มที่นอนอยู่อายุราวสิบหกสิบเจ็ด มากสุดเดาว่าคงไม่เกินสิบแปด เสื้อผ้าที่เขาสวมเป็นแพรพรรณเนียนลื่นราคาสูง ตามเนื้อตัวมีร่องรอยของการถูกทำร้าย เขาเสียเลือดมากจึงหมดสติ ดูแล้วคงหนีบางอย่างมาเพราะตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นเปรอะเปื้อน“คุณหนูเขาคงมิใช่คนร้าย??” สาวใช้ของนางเสียงเบาด้วยความกลัวจวินหรั่นหนิงนั่งลงจากนั้นคว้าแขนของเขาขึ้น เลิกแขนเสื้อเพื่อจับชีพจร... ดวงตาของนางเบิกกว้าง ‘ผีเสื้อ’ นั่นเป็นปิ่นเงินรูปผีเสื้อ!!!ปิ่นนั้นดูเหมือนถูกดึงออกมาจากความร้อน เมื่อมือคว้าของร้อนแน่นอนย่อมทิ้งรอยเผาไหม้ มือของเขา...ข้อมือที่ตัวปิ่นทาบลง ...แผลยังสดใหม่คล้ายผีเสื้อบุรุษชุดแดงผู้นั้นแท้
“ข้าไม่มีจริงๆ นะ ไม่มีจริงๆ ขอรับอาจารย์ วันๆ เอาแต่เข้าๆ ออกๆ ร้านกับออกไปรักษาคนไข้คนเจ็บ ข้าไหนเลยจะมีเวลาไปมาหาสู่สตรีจวนใด” จวินเซียวปฏิเสธแข็งขันนางเชื่อพี่ชายของตน จากท่าทีนางมั่นใจว่าเขาไม่ได้โกหก “แล้วนางเป็นใคร เขา...เป็นใคร” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยความหวาดหวั่น“บุญคุณ ความแค้น บางครั้งก็มิใช่ว่าเราจะตั้งใจ” เจียงซานขมวดคิ้ว “ในเมื่อเป็นฝันบอกเหตุเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าต้องหลบเลี่ยง ช่วงนี้ก็พยายามอย่าพาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับสตรีจวนใด จริงสิ...” เจียงซานเดินกลับไปที่ห้องพักจากนั้นเดินออกมาพร้อมเทียบเชิญ“คราแรกข้าคิดว่าคงไม่ไปเพราะไม่ชอบความครึกครื้นวุ่นวาย ถือโอกาสนี้ข้าจะพาหรั่นเอ๋อร์ไปงานเลี้ยงในจวนของใต้เท้าซวี คิดว่าในงานเลี้ยงต้องมีคุณหนูจากจวนต่างๆ ได้รับเชิญเช่นกัน หรั่นเอ๋อร์เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าสตรีนางนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร หากเรารู้ว่านางเป็นสตรีจากจวนใดย่อมหลีกเลี่ยงง่ายกว่า”จวินเซียวเลิกคิ้ว “ท่านอาจารย์ช่างปราดเปรื่อง!!”ในงานเลี้ยง...ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปทางใดนางก็หาสตรีนางนั้นไม่พบ จวินหรั่นหนิงที่ปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ของเจียงซานขอตัวไปสุขา ในสวนนางบังเ
...รออะไรน่ะหรือ??…รอความตายของนายอำเภอหนานเฉาอย่างไรเล่า!!!ในความฝันบอกเหตุครานั้น นายอำเภอคนเก่าจะสิ้นใจด้วยโรคเก่า ทางการจะส่งนายอำเภอคนใหม่มาประจำการ ซึ่ง นายอำเภอคนใหม่นี้ก็คือสาเหตุการล่มสลายอันน่าอนาจของคนตระกูลจวิน!!ระหว่างรอนางให้บิดาแอบใช้เงินซื้อจวนหลังหนึ่งเอาไว้ในเมืองอู่ซวงไม่ไกลจากหนานเฉานัก จากนั้นก็ค่อยๆทยอยซื้อจวนหลังเล็กๆ เอาไว้ในเมืองต่างๆ ให้บิดาลอบใช้เงินที่มีซื้อทองหลอมเป็นแท่ง จากนั้นแอบเอาไปฝังเอาไว้ใต้พื้นกระเบื้องของจวนหลังที่ซื้อเอาไว้ในเมืองต่างๆ พร้อมๆ กันนั้นก็ให้คนไปหาซื้อสมุนไพรหายาก กระจายข่าวไปว่าตระกูลจวินหมดเงินไปกับสมุนไพรนั้นไม่น้อยเรื่องของเรื่องก็คือ...กิจการท่าเรือตระกูลจวินจะถูกนายอำเภอคนใหม่หมายตา เขาวางแผนใส่ร้ายจวินหลิวบิดาของหญิงสาว หาว่าท่าเรือตระกูลจวินมีการลักลอบค้าเกลือเถื่อน โทษนั้นหนักหนาถึงขั้นประหารชีวิตทั้งตระกูล!!!โชคยังดีที่แม้จวินเซียวพี่ชายของนางไม่เชื่อเสียทีเดียว แต่พอนายอำเภอคนเก่าสิ้นใจไปจริงๆ เขาก็ยอมให้บิดาถ่ายโอนยักย้ายทรัพย์สินที่มี จากนั้นก็ส่งคนตระกูลจวินสายรองให้แยกย้ายกันออกจากเมืองหนานเฉา ท้ายที่สุดก็ประกาศว
ม่านหมอกปกคลุมโดยรอบ มองเห็นไม่ชัดว่าที่นี่คือที่ใด ผิวกายหนาวเหน็บชวนสะท้าน เสียงกรีดร้องดังสลับเสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วบริเวณ กับพื้นกระเบื้องที่เปียกชุ่มไปด้วย...เลือดแดงฉานนางก้าวเท้าไปข้างหน้าด้วยหัวใจอันหวาดหวั่น หัวใจของนางสั่นไหวตื่นตระหนกระคนหวาดหวั่นบ่าวไพร่ สาวใช้ กระทั่งถัดไป...คนตระกูลจวินที่บัดนี้นอนจมกองเลือดแน่นิ่ง หมอกควันสั่นไหวเป็นระลอกคลื่น บุรุษชุดแดงคล้ายชุดเจ้าบ่าวก้าวเข้ามาหานางเงาร่างสูงใหญ่กำยำบดบังแสงจากเบื้องหลังที่สาดส่อง เงาสะท้อนของคนตรงหน้าส่งกลิ่นอายการฆ่าสังหาร กระบี่คมกริบถูกเขากุมแน่น เลือดบนร่างหลั่งรินลงไปที่มือของเขา…ไหลอาบย้อมลงไปยังคมกระบี่หรั่นหนิงมองไล่จากปลายกระบี่ขึ้นมาเรื่อยๆ เห็นข้อมือของเขาที่แขนเสื้อฉีกขาด แผลเป็นที่ข้อมือใหญ่มองคล้ายผีเสื้อที่กำลังโบยบิน หญิงสาวมองไม่เห็นใบหน้าของเขา เห็นเพียงเงามืดที่ทาบทับลงมาบนตัวนาง เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น...ใกล้ขึ้น‘หากจะโกรธก็จงโทษพี่ชายของเจ้า เป็นความผิดของเขา’ เสียงทุ้มกล่าวขึ้นด้วยความเย็นชากลิ่นคาวเลือดและความตายย่างกรายเข้ามาหานาง ด้านหลังของเขามีสตรีนางหนึ่ง







