Home / โรแมนติก / เงารักข้างกาย / ตอนที่ 8 ตามข้อตกลง

Share

ตอนที่ 8 ตามข้อตกลง

last update publish date: 2026-07-21 13:00:53

แสงแดดสาดผ่านม่านบาง เขาค่อยๆ ลืมตาหันไปมองข้างกายโดยสัญชาตญาณ เจอเตียงว่างเปล่า รอยยับบนหมอนยังอุ่นอยู่  “เมย์ คุณหนีอีกแล้ว” เขาเดินไปหยิบโทรศัพท์ เปิดดูหน้าจออย่างรวดเร็ว มีเพียงข้อความเตือนจากแอปทั่วไป ไม่มีแม้แต่ข้อความจากเธอ เขายกมือกุมขมับ ก่อนยิ้มมุมปาก “คราวนี้ฉันจะไม่ยอมให้เมย์หนีอีก”

ทันทีที่รู้ข่าวเรื่องการยกเลิกงานของภูบดินทร์และวินภัทร “ธนาธร” เจ้าพ่อสายเผือกที่ไม่มีใครเทียบได้ในกลุ่มเพื่อน ก็ไม่รอช้า เขารีบพิมพ์ข้อความลงในแชทกลุ่ม ทันที

ธนาธร: กูมีข่าววงใน กันต์มึงยกเลิกงานลูกชายกับลูกเขยคุณเมย์เหรอวะ

ภานุวัฒน์: ใครวะ ลูกชายกับลูกเขย

ธนาธร: ภูบดินทร์กับวินภัทรไง มึงนี้ไม่เป็นหนุ่มวายเลยวะ คู่จิ้นที่มาแรงที่สุดตอนนี้

ภานุวัฒน์: อ้อ คนที่คุณเมย์เลือกเองกับมือ แถมมีคนเล่นข่าวว่าชอบเป็นการส่วนตัวด้วย

ธนาธร: เออ นั่นแหละ มึงทำทำไมวะกันต์ มึงอย่าเงียบ มาอธิบายให้พวกกูเข้าใจก่อน

ภานุวัฒน์: ถ้าให้กูเดานะ มันจะให้คุณเมย์มาหามัน เพราะอยู่ๆ งานหาย เขาต้องมาเคลียร์กับมันแน่

ธนาธร: เดี๋ยวๆ แต่คนที่ต้องมาเคลียร์ไม่ใช่พี่ชายเขาเหรอ

ภานุวัฒน์: พี่ชายเขาไม่อยู่ไปต่างประเทศกับจิรายุ กันต์มันจงใจเลือกจังหวะนี้แน่ๆ

ธนาธร: เชี่ย มันเล่นงานเขาตอนพี่ชายไม่อยู่

ภานุวัฒน์: ไอ่กันต์ มึงโผล่มาเคลียร์หน่อยดิ 😤😤

          ข้อความถูกส่งรัวๆ พร้อมอีโมจิหน้าโกรธที่กระพือขึ้นในแชทกลุ่มราวกับพายุกำลังก่อตัว ไม่นาน กันต์กวีก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูเบื่อหน่ายผ่านตัวอักษร

          กันต์กวี: พวกมึงไม่มีงานทำเหรอวะ คุยกันอยู่นั่นแหละ

ธนาธร: อย่ามาเฉไฉ มึงบอกมาเลย ทำไมถึงยกเลิกงาน

กันต์กวี: แล้วพวกมึงคิดว่าไง

ธนาธร: พวกกูพวกให้มึงไปจีบเขา ไม่ใช่ให้มึงไปกดดันเขา

กันต์กวี: ทำไมกูต้องค่อยๆ จีบให้เสียเวลา ในเมื่อเขาเป็นของกู

          ข้อความสุดท้ายของกันต์กวีทำให้แชทกลุ่มเงียบกริบราวกับเวลาหยุดนิ่ง ธนาธรและภานุวัฒน์ถึงกับอึ้ง

ธนาธร: ไอ่

ภานุวัฒน์: ไอ่กันต์ กูไม่รู้จะด่ามึงยังไงดี

          ทั้งสองคนเงียบไปชั่วขณะ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อเมื่อเพื่อนรักทำตัวไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่จะค่อยๆ ทำให้ความสัมพันธ์มันพัฒนาไปในทางที่ดี แต่กลับไปเลือกใช้วิธีที่ดูเหมือนจะกดดันให้มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป พวกเขารู้ดีว่ากันต์กวีไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่พูดจาหวาน หรือสร้างบรรยากาศคลุมเครือ เขาตรงไปตรงมาเสมอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มันเกินกว่าที่คำว่า “ตรง” จะอธิบายได้

การยกเลิกงานของโปรเจกต์ใหญ่ โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า แล้วมาพูดว่า "เพราะเขาเป็นของกู" มันไม่ใช่แค่ท่าทีที่เอาแต่ใจ แต่มันคือการใช้อำนาจในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางของใครอีกคน โดยไม่ขออนุญาต และแม้จะสนิทกันมานาน พวกเขาก็ไม่รู้จะตอบโต้ยังไง เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจ แต่มันคือเรื่องของหัวใจคนหนึ่งที่อาจจะยังไม่พร้อมเป็นของใครเลยด้วยซ้ำ

หญิงสาวรับสายจากกันต์กวี ขณะที่เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ผมจะให้โอกาสเมย์อยู่คนเดียวสามวัน หลังจากนั้น ผมจะไปรับเมย์ให้มาอยู่ที่บ้านผม” เขาพูดในน้ำเสียงที่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักกับการถามความเห็นของเธอ “แล้วถ้าสามวันฉันยังไม่พร้อมล่ะค่ะ”

กันต์กวีหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “ผมจะทำให้คุณพร้อมเองครับ”

“ขออยู่กับแม่ก่อนในช่วงที่แม่จะไปเที่ยว” หญิงสาวต่อรองสั้นๆ กันต์กวีตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ตกลง ผมจะให้เมย์อยู่กับแม่เต็มที่”

          หลังจากนั้น เธอก็ขับรถออกไปที่บ้านของแม่ แสงแดดยามบ่ายทำให้ใจของเธอรู้สึกค่อยๆ สงบลง เมื่อมาถึงบ้าน เธอเดินเข้าไปกอดแม่กับป้าที่นั่งอยู่บนโซฟาทันที “แม่ ป้า คิดถึงจัง”

คุณสุรีพรลูบหัวลูกสาวเบา ๆ ทันทีที่เห็นแววตาไม่สดใส “เป็นอะไรรึลูก วันนี้ทำไมอ้อนจัง”

คุณกานดาเอื้อมมือมาจับมือเธอ “มีอะไรก็บอกแม่กับป้านะจ๊ะ อย่าเก็บไว้คนเดียว”

เมธาวีฝืนยิ้ม กอดทั้งสองแน่นอีกที “ไม่มีอะไรจริง ๆ ค่ะ แค่คิดถึง แล้ววันนี้ป้าทำกับข้าวอะไรให้กินบ้างคะ”

ป้ากานดายิ้มกว้างทันที “ก็ของโปรดหนูไง ข้าวผัดกุ้งกับน้ำพริกกะปิ ป้ารู้ว่าหนูชอบ”

เมธาวีรู้สึกอิ่มเอมไปกับรสชาติของอาหารที่แม่และป้าทำให้กิน เธอเล่าเรื่องงานซีรีส์ที่กำลังออกอากาศให้พวกท่านฟังอย่างออกรส และพูดถึงเรื่องที่ทั้งสองคนไปเที่ยวล่องเรือสำราญกับเพื่อนๆ “แม่ค่ะ ป้าค่ะ หนูอยากไปส่งทุกคนจัง”

คุณสุรีพรขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำนี้ “หนูไม่ต้องห่วงหรอกลูก แม่กับป้าถึงจะยังไม่เคยไปแต่เพื่อนแม่เขาเคยไปแล้วมาแล้ว ไม่ต้องคิดมาก” แม่พูดเสียงนุ่มๆ รอยยิ้มของแม่และมืออุ่น ๆ ของป้าทำให้ความหนักอึ้งในใจเธอคลายลง เธอยิ้มทั้งน้ำตา เพราะรู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรครอบครัวจะไม่ทิ้งเธอ

          เช้าวันใหม่มาพร้อมกับแสงแดดอ่อน ๆ คิมหันต์เดินลงมาจากบันไดอย่างเงียบๆ เขาเดินเข้าไปในห้องอาหารด้วยรอยยิ้มบาง ๆ กลิ่นอาหารเช้าอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก ภายในห้องแม่ของเขากำลังจัดจานอาหาร

ส่วนพี่สาวนั่งจิบกาแฟอยู่ริมโต๊ะ ใบหน้าเธอยังดูสดใสแม้จะเพิ่งเช้า เป็นบรรยากาศแบบครอบครัวที่เขาคุ้นเคยมาตลอดชีวิต คิมหันต์เดินเข้าไปหาแม่ กอดเธอจากด้านหลังอย่างออดอ้อน กลิ่นหอมจากตัวแม่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เหมือนกลิ่นของบ้าน

เสียงของพี่สาวดังขึ้นทันทีเมื่อเห็นภาพนั้น “ไง เจ้าคิม ได้ข่าวว่าอกหัก โดนสาวปฏิเสธมาเหรอ”

คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มย่นจมูก เขาหันไปมองพี่สาวถอนหายใจเบา ๆ “โห พี่นิ ดูพูดเข้า เขาเรียกว่าตกลงร่วมกัน มาอกหักอะไรละ ยังไม่คบกันเลย” เขายิ้มๆ ขณะหันกลับไปตักข้าวต้มลงชาม “ผมแค่ชอบเขาที่เขาเป็นคนชัดเจน ตรงไปตรงมา ตอนนี้ก็คบกันเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง ไม่มีอะไรกว่านั้น”

แม่ของเขาหันมายิ้มให้อย่างอ่อนโยน สายตาอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความเข้าใจ “เอาน่า สักวันลูกก็จะเจอคนคนนั้นของลูกเอง ก็ถือว่ามีเพื่อนเพิ่มอีกคนก็แล้วกัน”

คำพูดนั้นเหมือนหยดน้ำเย็นที่ค่อย ๆ รินลงบนหัวใจ คิมหันต์เงยหน้าขึ้น กอดแม่อีกครั้ง เขาหลับตาแนบลงกับไหล่ของเธอ “รักแม่จัง” คำพูดเบา ๆ หลุดออกมาเหมือนลมหายใจ เขาไม่ได้อยากให้แม่ได้ยินทั้งหมด แต่อยากให้ความรู้สึกนั้นส่งถึงเธอ

หลายวันผ่านไป วันนี้เป็นวันรวมตัวถ่ายรูปของนักแสดงของช่อง ในห้องแต่งหน้าที่เต็มไปด้วยแสงไฟสว่างจ้า เสียงช่างแต่งหน้าและผู้ช่วยวุ่นวายดังระงม เมธาวีเดินเข้ามา สูดหายใจเบา ๆ ตั้งใจทิ้งเรื่องส่วนตัวไว้ข้างนอก เธอยิ้มทักทายบางคนที่มองมา แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะจากมุมห้อง กลุ่มนักแสดงรุ่นพี่นั่งรวมตัวกันหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง รุ่นพี่ที่เคยมีข่าวกับคิมหันต์จ้องเธออย่างไม่ปิดบัง

          “แหม บางคนก็ดูสตรองเนอะ โดนเขาทิ้งยังทำเป็นปฏิเสธข่าว” เสียงรุ่นพี่ดังขึ้น ราบเรียบแต่แฝงพิษ

          “แต่ก็เข้าใจได้นะ ถ้าเป็นฉันก็คงไม่กล้ายอมรับ เขาหล่อขนาดนั้น” อีกคนเสริมพร้อมหัวเราะ

          เมธาวีหันไปมองด้วยสายตานิ่งๆ “ถ้าจะพูดถึงฉัน ก็พูดตรง ๆ ค่ะ อย่าให้เสียเวลา” ห้องทั้งห้องเงียบกริบช่างแต่งหน้าหลายคนแอบยิ้มมุมปาก

รุ่นพี่ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไป ปาริตาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ยิ้มมุมปาก “บางคนเนี่ย อยากให้คนอื่นสนใจก็ต้องทำเสียงดังหน่อย ใช่ไหมคะ”

 “ใช่ ๆ ปากดีแต่ใจไม่ถึง” กนกวรรณแทรกขึ้นหัวเราะเบา ๆ

          เสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อนของเมธาวีดังขึ้น บรรยากาศในห้องเปลี่ยนทันที เมธาวีถอนหายใจเบา ๆ ความตึงเครียดในอกคลายลงเมื่อเห็นรอยยิ้มของปาริตา เธอเดินไปนั่งข้าง ๆ ปาริตา ที่เอื้อมมาแตะแขนเธอเบา ๆ แล้วกระซิบ “ไม่ต้องสนใจพวกนั้น คนพวกนี้มีปากก็พูดไปมั่ว ๆ”

          เมธาวีนั่งนิ่งหัวใจยังเต้นแรง ปาริตาเหลือบมองกลุ่มรุ่นพี่ก่อนจิกสายตาลงที่โทรศัพท์ “ใคร ๆ ก็รู้ว่ามีบางคนอยากได้คุณคิมหันต์ แต่เขาไม่แม้แต่จะชายตามอง” เธอหยุดเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มราวอ่านสคริปต์ “จะฟาดงวงฟาดงาบ้างก็ไม่แปลก คนเรามักทำเสียงดังเวลาไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ”

          “ขอบคุณพี่ปาค่ะ แต่บางคนอยากดังก็ต้องหาวิธีให้ดีกว่านี้หน่อย” เมธาวีเสริมยิ้มมุมปากสายตายังนิ่ง

          เพื่อนข้าง ๆ แทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ สายตาทุกคู่ในห้องเริ่มหันไปมองกลุ่มรุ่นพี่ ปาริตาบีบมือเมธาวีเบา ๆ “พี่รู้ดีว่าเมย์เป็นคนยังไง อย่าให้คำพูดคนอื่นมาทำร้ายเรา เข้าใจไหม”

          “เดี๋ยวถ่ายแบบเสร็จ ไปกินข้าวกันเลยนะ อารมณ์ดีแน่” กนกวรรณชวน ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

          เมธาวีหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะแรกของวัน ท่ามกลางความวุ่นวายของกองถ่าย ความอบอุ่นจากเพื่อน ๆ ทำให้เธอรู้ว่าเธอยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ “ขอบคุณนะคะพี่ปา เมย์โอเค”

          ปาริตาคือรุ่นพี่ที่เมธาวีเคารพที่สุด นอกจอเธอคือรุ่นพี่ใจดีที่คอยสอนเมธาวีตั้งแต่ยังยืนรับกล้องไม่เป็น ทั้งวงการต้องยอมรับว่า “บทร้ายต้องปาริตา” แต่สิ่งที่เมธาวีรักที่สุดคือ หัวใจที่ใหญ่เกินภาพลักษณ์ของเธอ

เมื่อทุกคนแต่งหน้าและทำผมเรียบร้อย ต่างคนต่างเดินทยอยออกจากห้องแต่งหน้าไปยังสตูดิโอถ่ายภาพ หญิงสาวเดินตามเพื่อน ๆ ไปพลางมองไปรอบ ๆ พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับร่างสูงของจิรายุที่นั่งรออยู่หน้าแบ็กดรอป

เขากำลังคุยกับทีมงานเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมาเห็นเธอแล้วส่งยิ้มให้ เธอรีบเดินเข้าไปหา พร้อมส่งเสียงทักอย่างคุ้นเคย “พี่มาถึงเมื่อเช้าเหรอคะ” จิรายุพยักหน้า ยิ้มบาง ๆ แต่แววตาแฝงความพินิจ “ใช่ พอดีเอกจะตามมาด้วย แต่พี่บอกให้นอนไปเถอะ ดูท่ามันเหนื่อยๆ” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนเอียงคอมองเธอ “ส่วนเมย์ ดูเหมือนจะมีอะไรหนักใจอยู่นะวันนี้หน้าตาไม่ค่อยสดใสเลย”

เมธาวีชะงักเล็กน้อย รีบยิ้มกลบเกลื่อน “เปล่าค่ะ แค่คิดถึงแม่นิดหน่อย แม่จะไปเที่ยวหลายเดือนเลย” เธอตอบ พลางถอนหายใจเบา ๆ จิรายุพยักหน้าช้า ๆ แววตายังคงนิ่งลึก “อืม เข้าใจครอบครัวสำคัญอยู่แล้ว” เขาลดเสียงลงเล็กน้อย ราวกับเลือกคำพูด “แต่เรื่องวุ่นๆ ของ JEM Studio ช่วงนี้ โดยเฉพาะงานของน้องๆ ที่ถูกยกเลิกกะทันหัน ขอบคุณที่เมย์ช่วยเป็นธุระให้ พี่กับเอกเป็นห่วงเมย์เสมอ อย่าลืม”

เมธาวียิ้มจาง ๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ JEM Studio เธอพยักหน้า “ขอบคุณค่ะ เมย์จัดการได้ค่ะ” จิรายุตบบ่าเธอเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “เอาน่า ให้บรรดาพ่อ ๆ แม่ ๆ เขาไปเที่ยวกัน พวกเราก็ทำงานไป ชีวิตวัยทำงานไง น้อง” เขายิ้มกว้างขึ้น แต่แววตายังคงแฝงความห่วงใยที่เธอสัมผัสได้

เธอยิ้มตอบ รู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด ก่อนจะเดินไปเตรียมตัวถ่ายแบบต่อ ท่ามกลางเสียงวุ่นวายของกองถ่าย ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การแข่งขัน และข่าวลือไม่รู้จบ จิรายุคือความนิ่งสงบที่เธอรู้ว่าเชื่อใจได้เสมอ

หลังจากการถ่ายแบบที่ยาวนานตั้งแต่เช้าจนบ่าย นักแสดงต่างทยอยแยกย้าย เมธาวี กนกวรรณและปาริตานัดกันไปกินข้าวที่ร้านอาหารเล็ก ๆ บรรยากาศสบาย ๆ ใกล้สตูดิโอ ส่วนคนอื่นโบกมือลาด้วยเหตุผลยอดฮิต “ลดน้ำหนัก” ทั้งสามจับจองโต๊ะมุมร้าน สั่งอาหารเรียบร้อย กนกวรรณหันมาหาเมธาวีด้วยสายตากรุ่นความอยากรู้

“ฉันสงสัยจริง ๆ นะ แกปฏิเสธผู้ชายหล่อ รวย อย่างคุณคิมหันต์ได้ยังไง” เธอเริ่ม น้ำเสียงจริงจังปนขำ

เมธาวีถอนหายใจเบา ๆ ยังไม่ทันตอบ กนกวรรณก็พูดต่อ “หรือว่าแกมีแฟนแล้ว แฟนคนนั้นหล่อ รวย พอเทียบคุณคิมหันต์ได้ไหม” เธอหันไปหาปาริตา “พี่ปาคิดเหมือนวรรณมั้ยคะ”

ปาริตายกแก้วน้ำจิบ ยิ้ม ๆ “ตั้งแต่พี่รู้จักเมย์ เป็นข่าวกับใครก็ปฏิเสธหมด”

“ก็เมย์อยากโฟกัสงานไง” เมธาวีตอบด้วยประโยคคลาสสิก

กนกวรรณกลอกตา “จะตอแหลก็ให้มันน้อยๆ หน่อย” เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะ

“เอาน่าวรรณ ถ้าเมย์พร้อมเมื่อไหร่ เขาก็บอกเราเองนั่นแหละ” ปาริตาเสริม ยิ้มเจ้าเล่ห์

เมธาวีทำหน้าเศร้าแกล้ง ๆ “พี่ปาก็เอากับวรรณด้วยเหรอ ทำไมไม่มีใครเชื่อเมย์เลย เมย์เสียใจนะ”

“พอๆ แก อย่าดึงดราม่า เดี๋ยวพนักงานคิดว่าซ้อมบท” กนกวรรณแซวเสียงดัง ขณะหยิบเครื่องดื่มที่เพิ่งมาเสิร์ฟ

“ขอบคุณพี่ปานะคะ บางทีเมย์แค่อยากให้ทุกอย่างชัดเจนกว่านี้” เมธาวีพูดเบาๆ ก่อนจิบน้ำ ปาริตาพยักหน้า “ถ้าเมย์พร้อมเมื่อไหร่ ก็บอกพวกพี่นะ”

ก่อนที่เสียงพูดคุยจะดังขึ้น บทสนทนาไหลไปเรื่องไร้สาระอื่นๆ ตามประสาเพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่องตั้งแต่ละครยันน้ำยาปรับผ้านุ่ม จนอาหารหมดโต๊ะ ทั้งสามแยกย้ายกลับบ้านด้วยความอิ่มท้องและอุ่นใจ

แต่สิ่งที่เมธาวีลืมไปก็คือ พรุ่งนี้คือ “วันสุดท้าย” ตามข้อตกลง

และกันต์กวีไม่เคยพูดเล่น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 24 ไม่เคยหยุดรักคุณเลย

    หลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไปและการรักษาตัวของกันต์กวีดีขึ้นตามลำดับ เขาก็กลับมาพักฟื้นที่บ้าน บ้านหลังใหญ่กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งเพราะเสียงหัวเราะและการดูแลเอาใจใส่ของเมธาวี เธอดูแลเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะมีงานถ่ายแบบและอีเวนต์ที่รับไว้ล่วงหน้า แต่เธอก็จัดสรรเวลาอย่างรัดกุม ทำงานเสร็จแล้วรีบกลับบ้านทุกครั้งกันต์กวีเองแม้จะยังไม่หายดีนัก แต่เมื่อเห็นว่าทั้งเลขาและอดิศักดิ์ต้องขนแฟ้มเอกสารมาตรวจถึงบ้านเกือบทุกวัน เขาก็อดรู้สึกเกรงใจไม่ได้ สุดท้ายก็ยืนยันจะกลับไปทำงานในช่วงเวลานั้นเอง หลายสิ่งที่เคยค้างคาในหัวใจของทั้งเขาและเธอก็ค่อย ๆ คลี่คลาย ทั้งสองคนเปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ทุกบทสนทนา กลายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิมแต่สิ่งหนึ่งที่หญิงสาวไม่เคยรู้มาก่อน และไม่มีใครเคยบอกคือ “จุดเริ่มต้น” ของเส้นทางในวงการบันเทิงของเธอ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เธอไปพบคุณพรพรรณ อดีตผู้จัดการมือทอง ซึ่งกลับมาเมืองไทยชั่วคราวเพื่อจัดการธุระส่วนตัว ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตที่

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 23 ศัตรูคนสุดท้าย

    ขณะนั้นเอง กันต์กวีก้าวเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดิน ทุกย่างก้าวหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความระวัง แสงไฟจากโคมไฟฉุกเฉินส่องสลัว ทำให้เงาของเขาทอดยาวบนผนัง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของลูกน้องเสี่ยชาญจากด้านหน้า และรู้ว่าทุกวินาทีคือการแข่งกับเวลา “เมย์ ผมมาแล้ว” เขาพูดในใจ ขณะที่มือกำปืนแน่นขึ้นเมื่อเห็นเงาของชายติดอาวุธปรากฏขึ้นที่มุมโค้งเสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาอีกครั้งจากอีกทางหนึ่งปัง! ปัง!เสียงปืนสองนัดดังถี่ยิบ ชายติดอาวุธที่กำลังจะยกปืนขึ้นยิงกลับ ทรุดลงทันที เลือดไหลรินจากหน้าผากและอก ร่างแน่นิ่งไร้ชีวิตกันต์กวีก้าวเข้ามาแสงไฟในห้องสะท้อนดวงตาเขาที่ไร้อารมณ์ แววตาที่เคยอ่อนโยนให้กับคนรัก กลับแข็งกระด้าง เย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี เขามองลงไปยังร่างของเขมิกา ที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น ในแววตาเขา ไม่มีความเศร้า ไม่มีความเห็นใจ มีเพียงการไม่แยแส “เธอเลือกเอง” เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับอากาศ แล้วเดินผ่านไปโดยไม่เหลียวหลัง เสียงฝีเท้าของกันต์กวีดังสะท้อนในอุโมงค์

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 22 จะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธออีก

    ห้องน้ำภายในสถานที่จัดงาน เสียงน้ำไหลจากก๊อกดังสม่ำเสมอ ขณะที่เมธาวีกำลังล้างมือหลังจากทำงานมาตลอดบ่ายถึงค่ำ ประตูห้องน้ำเปิดออกอย่างช้า ๆ และเขมิกาก้าวเข้ามาในชุดเดรสหรูหรา ใบหน้าสวยเฉียบแต่เต็มไปด้วยความเย็นชา เมธาวีหันไปมอง สายตาฉายแววระแวงทันที “คุณมาที่นี่ทำไม”เขมิกาไม่ตอบ แต่สายตานั้นจ้องเธอราวกับเหยื่อที่รอเวลาถูกสังหาร จากนั้นเธอก็ควักปืนพกเล็กจากกระเป๋าถืออย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกสีดำหันตรงมาที่เมธาวี “คุณคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะรอดเหรอ” เมธาวีเอ่ยออกมาแม้ใบหน้าจะเริ่มซีด“ทำไมล่ะ แกจะทำอะไรฉันได้ พ้นคืนนี้ไป แกไม่มีวันเชิดหน้าชูตาได้อีกแล้ว” เขมิกายิ้มเยาะ มือถือปืนสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น “แกคิดว่าผัวแกจะมาทันเหรอ คืนนี้แกจะถูกขายไปเมืองนอก ตัวแกจะสกปรกจนเขาไม่อยากแตะอีกตลอดชีวิต”เมธาวีกัดฟัน “ฉันไม่ยอมให้แกได้สมใจหรอกนังปีศาจ” เธอใช้ทั้งแรงทั้งหมดที่มี พุ่งตัวชนเข้าไปที่ลำตัวเขมิกาอย่างแรง ทำให้ทั้งสองล้มลงไปกับพื้น เสียงโก

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 21 ศัตรูเก่าที่ยังเหลือ

    ปัจจุบัน...ในช่วงเช้า อดิศักดิ์ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม ผู้ขวาของกันต์กวี ยืนตรงรอในห้องโถงของบ้านมือประสานไว้ด้านหน้า แม้สีหน้าจะเรียบเฉยและนิ่งขรึมเหมือนเคย แต่ในแววตานั้นแฝงด้วยแรงกดดัน เพราะเขารู้ว่าเจ้านายของเขา ไม่มีวันยอมให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับคนรักตัวเองผ่านไปง่าย ๆเพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าแน่นหนักก็ดังขึ้นบนบันได กันต์กวีในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงผ้าตัดเย็บเนี้ยบ ก้าวลงมาช้า ๆ สีหน้าเคร่งขรึมและเฉียบขาด “ได้เรื่องว่ายังไง”“ผมตามดูทุกความเคลื่อนไหวของนทีตามที่นายสั่งครับ เขากับเพื่อนไปโรงพยาบาล แต่ตอนแจ้งกับโรงพยาบาล กลับบอกว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกันเอง ไม่มีการเอ่ยถึงชื่อของนายเลยแม้แต่นิดเดียวกันต์กวีหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ “กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะร้องขอความยุติธรรม”“ครับ” อดิศักดิ์พยักหน้าเบา ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปส่งให้เจ้านายดู “นี่สภาพมันเมื่อคืนครับ”ภาพแรก ใบหน้าบวมช้ำจนจำไม่ได้ ตาข้างซ้ายปิดสนิท ปากแตกเลือดแห้งเกรอะ

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 20 การประกวด Supermodel (อดีต)

    แสงแดดอ่อนยามบ่ายลอดผ่านม่านสีครีมในห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นบนโต๊ะทำงานอย่างแผ่วเบา เขาเหลือบตาไปมองหน้าจอ ชื่อของภานุวัฒน์ปรากฏอยู่“ว่าไง วัฒน์”“มึงรู้ยังว่ะ น้องเมย์เข้ารอบสุดท้าย Supermodel แล้วตอนนี้เป็นเต็งหนึ่งเลยนะ”“จริงดิ” เขายิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว“จริงสิวะ มึงต้องไปดูวันเสาร์นี้เลยนะ ไอ้ธรติดเข้าเวร ไปไม่ได้ กูเลยอยากชวนมึง”“ไปสิ” เขาตอบทันควัน จนตัวเองยังตกใจว่าทำไมถึงเร็วขนาดนั้น“เฮ้ย เร็วขนาดนี้เลยเหรอวะมึง” ภานุวัฒน์หัวเราะหึๆ “หรือมีอะไรในใจ”เขาเงียบไปนิดนึง “ไม่มี”“โกหกเก่งนะมึง”หลังวางสาย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด บริษัทของเขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการประกวดนี้ ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า ผู้ที่ชนะการประกวด 3 อันดับแรกจะได้เป็นพรีเซนเตอร์แคมเปญใหม่ของ

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 19 ความสูญเสีย (อดีต)

    กลับถึงห้องพักในต่างประเทศ กันต์กวีโยนตัวลงเก้าอี้ที่คุ้นเคย เขาทุ่มเทให้งานมากขึ้น ทุกคืนเขายังเปิดแชตเก่าของคนรักที่เงียบมานานหลายสัปดาห์ ทุกครั้งที่เขาอยากถาม “เมย์สบายดีไหม” นิ้วของเขาจะพิมพ์ลงไปช้าๆ แต่สุดท้ายก็ต้องลบทิ้งทุกครั้ง กลัวจะรบกวนชีวิตใหม่ของเธอในวันที่ผลสอบของเธอออก ธนาธรก็โทรมาแจ้งข่าวอย่างรวดเร็ว “น้องสอบติดแล้วนะ น้องดีใจมาก อาสุรีพรก็ยิ้มแก้มปริ” เสียงธนาธรดังขึ้นจากปลายสาย “ดีแล้ว อย่าบอกน้องว่าฉันถามนะ” เขาตอบกลับสั้นๆ แต่ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มจางๆ ตอนที่เห็นภาพเธอในชุดนักศึกษาที่เพื่อนส่งมา เธอดูแข็งแรงขึ้น โตขึ้นกว่าเดิม แววตาที่เคยหม่นหมองตอนนี้กลับมีประกายแห่งความหวัง “อย่างน้อยทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอสามารถยืนขึ้นได้อีกครั้ง” เขาพึมพำกับตัวเองอีเมลจากเลขานุการของแม่เด้งขึ้นมา ดึงเขาออกจากห้วงความคิด “คุณธิดาดูเครียดมากช่วงนี้ เรื่องโปรเจกต์ใหม่มีปัญหาใหญ่ มีคนในบริษัทไม่เห็นด้วย” กันต์กวีขมวดคิ้ว รู้สึกถึงลางร้ายที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ถึงแม้จะบอกตัวเองว่าแม่จัดการได้เสมอ แม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาตลอดชีวิต แม่กับพ่อสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยกัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status