เข้าสู่ระบบ“พี่คิณคะ ช่วงนี้ฟ้าขอยังไม่ไปส่งข้าวเที่ยงให้ได้ไหมคะ”
อิงดาวเอ่ยถามสามีขณะนั่งกินมื้อเช้าด้วยกัน และครั้งนี้เธอก็ยอมเรียกตัวเองว่าอิงฟ้าเพื่อทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจ และรู้สึกเห็นใจกับคำร้องขอของเธอที่จะเอ่ยต่อจากนี้
“เหตุผลคืออะไร หรือว่างานง่าย ๆ แค่นี้ก็ยังทำไม่ได้ อย่าลืมว่าฉันจ่ายเงินเดือนให้เธอนะ”
อีกหนึ่งข้อตกลง คือเธอจะได้รับเงินไว้ใช้จ่ายเดือนละหนึ่งแสนบาท แต่ทว่าเหตุผลของอิงดาวมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้
“ฟ้าไม่ได้จะอู้นะคะ แต่ว่าฟ้าต้องไปโรงพยาบาล”
“หมอนัด?”
“เปล่าค่ะ แม่ของฟ้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นเหมือนกัน ฟ้าอยากไปเยี่ยมท่าน วอร์ดศัลยกรรมประสาทให้เข้าเยี่ยมได้ตอนสิบเอ็ดโมงถึงบ่าย แล้วก็ห้าโมงเย็นถึงสองทุ่ม เมื่อวานฟ้าก็แวะไปเยี่ยมท่านมา”
มาเฟียหนุ่มตวัดดวงตาคมขึ้นมองใบหน้าของภรรยา นี่เธอกำลังจะบอกเขาทางอ้อมว่า ไม่ได้ไปทำตัวเหลวไหลอย่างที่ถูกกล่าวหาอย่างนั้นหรือ ก่อนจะส่งเสียงตอบรับในลำคอ
“อืม”
“ขอบคุณนะคะพี่คิณ ฟ้ายังไม่แน่ใจว่าแม่จะทำกายภาพบำบัดจนอาการดีขึ้นเมื่อไหร่ แต่ฟ้าสัญญาว่าตอนที่อยู่บ้าน จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี”
“อย่าดีแต่ปาก ทำให้ได้ด้วย”
“ค่ะ”
อิงดาวคลี่ยิ้มหวานให้คนที่นั่งตรงหัวโต๊ะ พยายามไม่ใส่ใจกับถ้อยคำเหน็บแนม
*
*
2 เดือนต่อมา
“วันที่หกจะมีเครื่องบินพยาบาลมารับคุณน้าที่ชั้นดาดฟ้าของโรงพยาบาลเวลาประมาณเก้าโมง อิงดาวอยากไปส่งคุณน้าที่ญี่ปุ่นด้วยกันไหมครับ”
อิงดาวหันมองใบหน้าของผู้เป็นแม่ มือเล็กจับมือของท่านไม่ยอมปล่อย แล้วท่านก็เอ่ยด้วยการเค้นเสียงทีละคำ แต่ก็พอจับใจความได้
“ไม่ ต้อง ไป หรอกลูก ดาว ตะ แต่งงาน แล้ว”
“แต่หนูอยากไปส่งแม่นะคะ เผื่อว่าแม่มีอะไรขาดเหลือ หนูจะได้รีบหาให้”
“คุณ หมอ ยูตะ บอก ว่า จะไป ส่ง แม่ ด้วย ตัวเอง” ท่านบีบมือเธอแน่น ก่อนจะพูดต่อ
“แค่ ส่ง ตัว แม่ไป รัก ษา ที่นั่น ค่า ใช้ จ่าย ก็สูง แล้ว ถ้า ดาว ไปอีก คน แม่คง ไม่ สบาย ใจ ที่ ลูก ต้อง แบก รับ ภาระ นี้”
“แม่ไม่ต้องคิดมากนะคะ เงินค่ารักษาพี่คิณเป็นคนออกให้ หนูไม่ได้ทำงานลำบากเลย”
หญิงสาวแสร้งพูดเท็จถึงความดีของสามี เพื่อให้ผู้เป็นแม่สบายใจ
“เชื่อฟังคุณน้านะครับ อยู่รอฟังข่าวที่นี่ เดี๋ยวพี่คอยจะแจ้งอาการของคุณน้าให้ทราบทุกวัน”
อิงดาวช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าของศัลยแพทย์หนุ่มหล่อ เนื่องจากเขากำลังเอ่ยเตือนสติว่าไม่ควรทำให้คนไข้เป็นกังวล เพราะมันไม่ส่งผลดีต่อสมองที่เพิ่งได้รับการผ่าตัด และอาจทำให้สภาพจิตใจของคนไข้ไม่มั่นคง
“ก็ได้ค่ะ”
.
วันส่งตัวผู้เป็นแม่เพื่อไปรักษาตัวต่อ และเข้าฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายที่โรงพยาบาลชิเร็นกะ ประเทศญี่ปุ่นก็มาถึง
อิงดาวขึ้นไปส่งแม่ของเธอที่ชั้นดาดฟ้าของโรงพยาบาลสยาม พรินซ์ โตเกียว ยอมรับว่าใจหายไม่น้อย เพราะการไปญี่ปุ่นของแม่ในครั้งนี้ อาจจะใช้เวลานานหลายเดือน หรืออาจจะเป็นปีเลยก็ว่าได้
แต่ที่ทำให้เธอสบายใจไปหนึ่งเปราะ ก็เพราะยูตะ ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลของทั้งสาขาในไทยและญี่ปุ่น ได้เดินทางไปส่งคนไข้ด้วยตัวเอง
“เดินทางปลอดภัยนะคะ หนูขอให้แม่หายไว ๆ”
“จ้ะ ดาว ก็ ดูแล ตัว เอง ด้วยนะ”
“ค่ะ” หญิงสาวจับมือของผู้เป็นแม่เพื่อส่งกำลังใจ ใบหน้าสวยเผยรอยยิ้มให้ท่าน
“ไว้ถ้าเคลียร์เรื่องเข้าพักรักษาตัวเสร็จแล้ว พี่ทักหานะครับ”
ยูตะเอ่ยกับหญิงสาว เนื่องจากเขาเป็นแพทย์เจ้าของไข้ของแม่เธอ อีกทั้งยังรู้จักกับอิงดาวมาก่อน เนื่องจากตอนเธอยังเรียนมหาวิทยาลัย ได้รับงานเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษให้น้องสาวของเขา ดังนั้นเคสนี้ศัลยแพทย์หนุ่มจึงตั้งใจจะดูแลเป็นพิเศษ
“ฝากแม่ด้วยนะคะพี่ยูตะ”
“ครับ”
อิงดาวกลับไปถึงบ้าน เธอก็นั่งรอฟังข่าวจากยูตะอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งนั่งกินมื้อเย็นกับสามี โทรศัพท์ของเธอก็ส่งเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้า จึงหยิบขึ้นมาเปิดอ่านทันที
Yuta Shirenka: คุณน้าเข้าพักที่ศูนย์ฟื้นฟูแล้วนะครับ วันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มทำกายภาพบำบัด
อิงดาว อัญชิสา: ดาววิดีโอคอลคุยกับแม่ได้ไหมคะ
Yuta Shirenka: ได้ครับ
อิงดาวคลี่ยิ้มออกมาพลันทำให้มาเฟียหนุ่มจับสังเกตถึงความผิดปกติ เพราะเธอจะไม่ค่อยยิ้มแบบนี้เวลาอยู่กับเขา
อิงดาวละสายตาจากโทรศัพท์ หันมาเอ่ยกับสามี
“เดี๋ยวฟ้ามาเก็บจานให้นะคะ ขอโทรคุยกับแม่ก่อน”
เอ่ยจบเธอก็ลุกออกจากเก้าอี้ แล้วขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเองทันที โดยไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากอนุญาต
บรรยากาศในห้องรับประทานอาหารดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง จนกระทั่งมาถึงมื้อของหวานตบท้าย เสียงของยูตะก็ดังขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคนให้หันมามองที่เขาอย่างพร้อมเพรียง“ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกกับทุกคนครับ”“เรื่องอะไรคะ”อิงดาวเอ่ยพลางจ้องมองคนที่เธอนับถือเป็นพี่ชาย รอฟังคำตอบ ขณะเดียวกันทอรุ้งที่นั่งอยู่ข้างกายแฟนหนุ่มก็เปิดกระเป๋าสะพาย หยิบซองสีชมพูอ่อนออกมายื่นให้เธออิงดาวหยิบการ์ดที่อยู่ในซองออกมาดู ก่อนจะช้อนดวงตาเปล่งประกายขึ้นมองใบหน้าของยูตะและทอรุ้งสลับกัน สีหน้าแสดงออกถึงความยินดี“พี่หมอกับคุณรุ้งจะแต่งงานกัน ดาวยินดีด้วยนะคะ ดีใจกับพี่หมอมากจริง ๆ จากนี้ไปพี่จะมีผู้หญิงที่น่ารักแบบคุณรุ้งคอยดูแลกันและกัน”เอ่ยจบเธอก็ยื่นซองพร้อมกับการ์ดเชิญให้สามี คิณรับไปถือเอาไว้ ไล่สายตาอ่านเพียงชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาว ใบหน้าหล่อก็เงยขึ้นมองสองคนนั้น“ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ งานแต่งนี้ครอบครัวของพวกเราจะไปร่วมอย่างแน่นอน”มือของยูตะเลื่อนเข้าไปประสานกับมือของว่าที่เจ้าสาวของเขา แววตาที่จ้องมองกันเปี่ยมล้นไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง ทั้งสองคนมีแพลนจะแต่งงานกันในอีกสองเดือนข้างหน้า แม้จะคบหาดูใ
1 ปีผ่านไปหนูอายวัยหนึ่งขวบสี่เดือนละความสนใจไปจากหนังสือนิทานที่ทำจากผ้าสีสันสดใส คลานไปหาพี่สาวที่นั่งอยู่ด้วยกัน ใช้มือเล็ก ๆ เกาะขาคนเป็นพี่ ยันตัวขึ้นในท่าตั้งไข่โอนเอนเล็กน้อย แต่ดีที่เกาะบ่าทั้งสองข้างของหนูเอมเอาไว้ พลางส่งเสียงประท้วง“หม่ำ หม่ำ หม่ำ”“ใจเย็นนะคะ คุณแม่กำลังทำของอร่อยให้อยู่”“แมะ แมะ”“ใช่ค่ะ คุณแม่เตรียมอาหารให้พวกเราอยู่ในครัว หนูอายเล่นกับพี่เอมรอแป๊บนึงนะคะ”คิณนั่งทำงานในโน้ตบุ๊กอยู่บนโซฟา หันใบหน้ามองลูกสาวคนโตเอ่ยกับน้องน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าจิ้มลิ้มของหนูเอมมีรอยยิ้มหวาน หนูอายก็ทำหน้าเหมือนจะเข้าใจ ปล่อยมือจากไหล่ของคนเป็นพี่ หย่อนก้นลงบนเบาะรองคลาน แล้วเล่นของเล่นกันต่อไม่ถึงห้านาที เจ้าตัวเล็กของเขาก็คลานมาหา ก่อนจะใช้มือทั้งสองเกาะขาผู้เป็นพ่อยันตัวลุกขึ้นยืน“ป้อ ป้อ”“มีอะไรคะ อยากให้คุณพ่อไปเล่นด้วยเหรอ”“หม่ำ นำ”“อ๋อ หิวน้ำนี่เอง”“พี่เอมเอาน้ำให้นะคะ”หนูเอมได้ยินเสียงน้องเอ่ยกับผู้เป็นพ่อ เธอก็อาสาไปหยิบแก้วน้ำแบบมีหลอดดูดสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟามาให้น้องสาวดื่ม ทว่าเด็กน้อยก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากขาของบิดา“ป้อ ป้อ”ลูก
เด็กน้อยวัยสี่เดือนเริ่มจ้ำม่ำ และเพิ่งค้นพบว่าการพ่นน้ำลายจนริมฝีปากสั่นมันสนุกมากแค่ไหนหนูอายส่งเสียง “ปรือ… ปรือ…” นอนถีบแข้งถีบขา ขยับแขนทั้งสองข้างอยู่บนเบาะนอนในห้องนั่งเล่น โดยที่มีคุณปู่คุณย่าคอยอยู่เป็นเพื่อนหลังเลิกงานคิณก็ไปรับลูกสาวคนโตที่โรงเรียน และสิ่งแรกที่สองพ่อลูกจะทำเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ ก็คือเข้ามาหาหนูอาย“สวัสดีค่ะคุณปู่คุณย่า”หนูเอมยกมือไหว้ชายหญิงวัยกลางคนอย่างนอบน้อม ก่อนจะเข้าไปสวมกอดทั้งสองท่านที่นั่งอยู่บนเบาะหนานุ่มขนาดใหญ่ที่ปูอยู่บนพื้น“ไปเรียนเป็นยังไงบ้างจ๊ะ เล่าให้ย่าฟังหน่อย” เกสราเอ่ยถามหลานสาว“สนุกมากค่ะ คาบเรียนวิทยาศาสตร์คุณครูสอนทำภูเขาไฟลาวาด้วยค่ะ”“อู้ว… เก่งมากเลยจ้ะ”“เทอมนี้ถ้าสอบได้คะแนนดี ปู่จะมีรางวัลให้” ไอศูรย์เอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบา“จริงเหรอคะ”“หนูเลือกได้เลยว่าอยากซื้อของ ไปเที่ยว หรือไปกินของอร่อย ปู่จะตามใจหนูหนึ่งวัน”“คุณปู่เตรียมเงินไว้เลยค่ะ หนูเอมจะตั้งใจเรียนและสอบให้ได้คะแนนดี ๆ คิกคิก”เด็กหญิงส่งเสียงหัวเราะแผ่วเบา ก่อนจะหันใบหน้าไปหาน้องสาว พร้อมกับยกมือขึ้นปิดใบหน้าของตัวเอง“จ๊ะเอ๋ พี่เอมมาแล้วค่า หนูอายคิดถึงพี่ไ
“พี่ขออุ้มหลานได้ไหมครับ” ยูตะเอ่ยขออนุญาตแม่ของหลานสาวตัวน้อย“ได้ค่ะ”อิงดาวเอ่ยอนุญาต มือหนาก็ประคองร่างเล็ก ๆ เข้ามาอุ้มในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง ทอรุ้งขยับเข้าไปยืนอยู่ข้างกายยูตะ ชะโงกใบหน้ามองหลานสาวของเขาที่มีใบหน้าจิ้มลิ้ม สวยได้ทั้งพ่อและแม่ตั้งแต่ยังแบเบาะ“น่ารักน่าชังจัง น้องชื่ออะไรเหรอคะ”“ชื่ออายค่ะ”“ชื่อน่ารักมากเลยค่ะ โตมาต้องสวยเหมือนพี่สาวแล้วก็คุณแม่แน่ ๆ”ทอรุ้งเอ่ยกับอิงดาวด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนที่เธอกับยูตะจะเผลอช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของกันและกัน และค้างไว้แบบนั้นครู่หนึ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงแซวของคิณดังขึ้น ทำให้เปลือกตาของทั้งคู่กระพริบ ละสายตาออกจากกัน“จ้องแบบนั้นเดี๋ยวก็ท้องกันพอดี”“คนนะ ไม่ใช่ปลากัด”“อ้าว ทันมุกเหมือนกันเหรอไอ้หมอ”คิณกระตุกยิ้มส่งเสียงขำในลำคอ ยูตะก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยด้วยท่าทางสุขุมบรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยพิเศษทำให้ทอรุ้งรู้สึกถึงความเป็นกันเอง หลานสาวทั้งสองคนของยูตะก็น่ารักมาก ๆ หลังจากเยี่ยมทารกน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเสร็จแล้ว เธอและยูตะก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อขณะยืนรอลิฟต์ ยูตะก็เอ่ยขึ้น“ผมยังพอมีเวลาอีกสิบนาทีก่อนจะถึงเวรห้องตรวจ คุณร
“ดาวอยากให้พี่คิณตั้งชื่อให้ลูกค่ะ”อิงดาวเอ่ยกับสามีเสียงแผ่วเบา เนื่องจากยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ทำให้เจ็บระบมช่วงล่าง และรู้สึกเหนื่อยล้าจากการคลอดลูก ทำให้เธอแทบไม่มีแรงจะขยับตัวคิณชะงักไปครู่หนึ่งราวกับตัวเองฟังผิดไป ก่อนเอ่ยถาม“แน่ใจเหรอครับว่าจะให้พี่ตั้งให้”“ค่ะ”วินาทีนี้หัวใจของมาเฟียหนุ่มเต้นระรัวด้วยความดีใจ ลูกสาวคนแรกเขาไม่เคยมีโอกาสได้เฝ้ามองตอนหนูเอมลืมตาดูโลก ทว่าลูกสาวคนที่สอง เขากลับได้รับความรักและความไว้ใจจากอิงดาว ดวงตาคมร้อนผ่าวและรื้นไปด้วยน้ำสีใส ริมปากคลี่ยิ้มตลอดเวลา ขณะในหัวกำลังครุ่นคิดว่าจะตั้งชื่อให้เจ้าตัวน้อยคนนี้ว่าอย่างไรดี“พี่ขอเวลาแป๊บนะ”มันตื่นเต้นจนเขาคิดอะไรไม่ออก ทำได้เพียงหลบมุมไปนั่งอยู่ตรงโซฟา นำโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ค้นหาชื่อเด็กผู้หญิงในกูเกิล ก่อนจะถูกชะตากับชื่อหนึ่ง ผละตัวลุกออกไปยืนอยู่ข้างเตียงของภรรยา“ชื่ออายดีไหมครับ อาย อรณิชา”“น้องอายหลอคะ หนูเอมชอบ”ลูกสาวคนแรกเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม แล้วตามมาด้วยเสียงจากภรรยา“อรณิชา ชื่อเพราะดีนะคะ มีความหมายว่าอะไรเหรอ”“สตรีผู้บริสุทธิ์ครับ”“คนแรกหนูเอม คนที่สองหนูอาย ชื่อจริงก็ม
“จะทำอะไรคะ”อิงดาวเอ่ยถามสามีด้วยความสงสัย เพราะหลังจากกินมื้อเย็นอิ่มเขาก็ประคองเธอขึ้นมานั่งพักอยู่บนห้องนอน ทว่าอีกฝ่ายได้เดินไปหยิบอุปกรณ์บางอย่าง ก่อนจะกลับมานั่งลงบนพื้นตรงปลายเตียง จับเท้าของเธอวางลงบนขาของตัวเอง“พี่จะตัดเล็บให้ครับ”“ไม่ต้องทำหรอกค่ะ ดาวทำเองได้”เธอทำท่าจะชักขาออก ทว่ากลับถูกมือหนาของสามีรั้งเอาไว้“ท้องโตขนาดนี้ดาวคงก้มลำบาก พี่ขอทำให้นะ” อิงดาวเงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าสามีมีความตั้งใจจะปรนนิบัติดูแลภรรยาตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่สามสิบ เธอจึงเผยรอยยิ้มหวาน พยักหน้าลงอนุญาต เพื่อบรรเทาความรู้สึกผิดที่สามีมักจะหลุดปากพูดถึงตอนเธออุ้มท้องลูกสาวคนแรก แล้วต้องอยู่ตามลำพังที่ญี่ปุ่นมือหนาของสามีจับนิ้วเท้าของเธอเบา ๆ ก่อนจะตัดเล็บให้ด้วยความระมัดระวัง จังหวะนั้นลูกสาวของทั้งสองคนก็ถูกผู้เป็นย่าพามาส่งที่ห้องหนูเอมเดินเข้าไปหาพ่อแม่ ก่อนเอ่ยถาม“ตัดเล็บให้คุณแม่หลอคะ”“ค่ะ หนูเอมเล็บยาวรึยัง ให้คุณพ่อตัดให้ไหม” คิณเอ่ยถามลูกสาว“ยาวนิดนึง แต่ตัดก็ได้ค่ะ”เด็กหญิงนั่งลงบนพื้นข้างกายผู้เป็นพ่อ หลังจากคิณตัดเล็บให้แม่ของลูกเสร็จ เขาก็หันไปตัดเล็บมือและเล







