Share

เงาลวง
เงาลวง
Penulis: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update Tanggal publikasi: 2026-03-31 06:58:49

เมืองจิ้นจง มณฑลซานซี

เมืองโบราณผิงเหยาในอดีตเคยเป็นเมืองสำคัญที่โด่งดังแห่งหนึ่งของจีน ในฐานะศูนย์กลางตลาดเงินและที่ตั้งของร้านแลกเงินแห่งแรก ซึ่งเชื่อกันว่าในช่วงที่เมืองผิงเหยาเฟื่องฟูที่สุดเคยมีร้านค้าภายในเมืองถึงพันร้าน

แม้ปัจจุบันเมืองผิงเหยาจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเช่นอดีต แต่ความสำคัญของเมืองโบราณผิงเหยาก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป เนื่องมาจากภายในเมืองโบราณผิงเหยา ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยของความรุ่งเรือง ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมบ้านเรือนร้านค้าตามแบบของชาวฮั่นที่มีให้เห็นอยู่ตลอดทั้งเมือง รวมไปถึงที่ว่าการอำเภอ  กำแพงเมือง หรือสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวจีนสมัยโบราณ ทำให้ปัจจุบันเมืองโบราณผิงเหยา ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก

เสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะขณะกำลังอ่านโบรชัวร์ เฉินซีพับโบรชัวร์ในมือยัดกลับเข้าไปในเป้พร้อมล้วงมือถือออกมากดรับสาย ร่างเล็กนั่งลงไปยังกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่พร้อมเงยหน้าขึ้นมองชายคาบ้านโบราณที่สามารถบดบังแสงแดดยามสาย

“ว่าไง”

‘เสี่ยวซีอยู่ไหนแล้ว คนขับรถไปถึงหน้าเมืองโบราณตั้งนานแล้วนะ’ เสียงของหวั่นเยว่แฝงเอาไว้ด้วยแววกังวล ‘ไม่ใช่บอกว่ารถไฟมาถึงแต่เช้าหรือไง’

“ก็ใช่แต่อยากเดินชมเมืองโบราณก่อนนี่นา ตอนนี้เดินยังไม่ทั่วเลย”

เฉินซีและหวั่นเยว่เป็นเพื่อนรักที่เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ทั้งสองพบกันในวันแรกที่เข้าพักหอพักของทางมหาวิทยาลัยจากนั้นจึงสนิทสนมกันเรื่อยมา

ก่อนหน้านี้แม้หวั่นเยว่จะเคยไปเที่ยวบ้านของเฉินซีที่เซี่ยงไฮ้มาแล้ว แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่เฉินซีมายังเมืองจิ้นจง มณฑลซานซี

ชื่อเสียงของเมืองโบราณผิงหยางแน่นอนว่าเป็นสถานที่แรกซึ่งดูดึงดูดใจ แต่นอกเหนือไปจากนั้นการได้มาเห็นตระกูลใหญ่กับตา ก็นับเป็นอีกเรื่องที่เฉินซีต้องการเปิดหูเปิดตา

หวั่นเยว่เคยเล่าให้ฟังนับครั้งไม่ถ้วน เกี่ยวกับคฤหาสน์อันหรูหราที่ยังคงรักษาความเก่าแก่เอาไว้ได้เป็นอย่างดี คฤหาสน์ตระกูลเหยียน คฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่ปลูกสร้างตามแบบบ้าน ซื่อเหอย่วน หรือ บ้านล้อมลาน[1] แตกต่างกันก็เพียงแค่ซื่อเหอย่วนหลังอื่นๆ นั้น จะดูเล็กกระจ้อยร่อยเมื่อนำไปเที่ยบกับคฤหาสน์ตระกูลเหยียน

หญิงสาวเคยถามหวั่นเยว่ติดตลกครั้งหนึ่ง ทำไมหวั่นเยว่ใช้แซ่หวั่น แต่คฤหาสน์หรูหรากลับเป็นคฤหาสน์ตระกูลเหยียน

หวั่นเยว่เพียงยักไหล่ก่อนจะตอบว่าตระกูลเหยียนที่เป็นต้นตระกูลจริงๆ นั้นเหลือน้อยยิ่งกว่าน้อย เกรงว่าอีกไม่นานก็คงไม่มีคนตระกูลเหยียนแล้ว

ตอนได้ฟังเฉินซีไม่ได้คิดอะไรมาก กระทั่งในวันนี้ได้ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลเหยียน ได้รับรู้ พบเห็น รวมไปถึงสัมผัสกับเรื่องราวอันแสนวุ่นวายซับซ้อน รวมไปถึงความลับที่คนตระกูลหวั่นและคนตระกูลเหยียนได้ซุกซ่อนเอาไว้กว่าหกร้อยปี

หลังจากคนขับรถพาเฉินซีมาส่งยังหน้าคฤหาสน์ตระกูลเหยียน หญิงสาวก็พบว่าหวั่นเยว่มารออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองทักทายกันอย่างดีใจหลังไม่ได้พบกันเกือบปี

“ฉันรู้ว่าไม่ควรดีใจที่เธอตกงาน แต่ถ้าเธอไม่ตกงานแบบนี้ก็ไม่ได้มาเยี่ยมฉันที่ซานซีสิ” หวั่นเยว่หัวเราะเสียงร่าเริง “อยู่ที่นี่ฉันเหงาจะแย่ มีเธอมาเยี่ยมจิตใจค่อยกระชุ่มกระชวยขึ้นมาหน่อย มาเถอะเข้าบ้านกัน”

มองดูป้ายอักษรโบราณตัวโตแขวนเหนือประตู เฉินซีให้รู้สึกเกรงขามในความเก่าแก่ ตัวกำแพงสูงที่ล้อมรอบตัวคฤหาสน์ทำมาจากหินสูงเกือบสองช่วงตัวคน

ความโอ่อ่าด้านนอกก็ทำเอาคนแทบจะอ้าปากค้างแล้ว

ยิ่งไม่ต้องเดาว่าด้านในที่หวั่นเยว่เคยบรรยายว่า

‘กว้างใหญ่กระทั่งทำเอาคนที่อยู่มานานหลงทางอย่างช่วยไม่ได้’

หมายความว่าอย่างไร

เฉินซีก้าวผ่านประตูชั้นแรกก่อนลอบถอนหายใจ มองรอยยิ้มภาคภูมิใจของเพื่อนรัก

“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าไม่ได้โม้” หวั่นเยว่หัวเราะ “มาเถอะ ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากอวดแต่อย่ายืนตรงนี้เลย เดี๋ยวนางมารผ่านมาจะเสียอารมณ์เปล่าๆ”

นางมารที่หวั่นเยว่พูดถึงหลายครั้ง แท้ที่จริงก็คือ หวั่นชิงลูกพี่ลูกน้องแซ่เดียวกัน เพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่าและชอบทำตัวโตเกินวัย เอะอะก็เอาแต่จับผิดและคอยหาเรื่องตำหนิคนอื่น ทำให้หวั่นเยว่ไม่ค่อยจะชอบหน้า ดังนั้นจึงเรียกหวั่นชิงว่านางมารทั้งต่อหน้าและลับหลัง

“คงไม่ทะเลาะกันตอนฉันอยู่หรอกนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นคงกระอักกระอ่วนน่าดู”

“คงไม่หรอก ช่วงนี้ยัยนั่นมีเรื่องอื่นให้สนใจ ไม่มีเวลามายุ่งกับฉันแน่นอน”

“ซื่อเหอย่วน!” หลังเดินผ่านทางเดินชั้นแรกเข้าประตูชั้นที่สอง เฉินซีได้แต่ลอบอุทานเสียงเบา เรือนล้อมลานในจิตนาการและที่เคยเห็น ถูกภาพตรงหน้ากลบฝังจนไม่เหลือเค้าเดิม

[1] 四合院

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาลวง   บทที่ 10.2 จบ

    เหยียนอวี่เฉิงจุมพิตลากปลายลิ้นลงไปยังฐานรอบลำคอ เขาใช้มือหนึ่งลูบไล้เคล้นคลึงอกอิ่มผ่านชุดตัวสวย อีกมือสอดลงไปยังกลางกายสาว จุ่มจ้วงปลายนิ้วจากจังหวะเชื่องช้าเป็นจังหวะรุกเร้าที่ทำเอาหวั่นเยว่ขาสั่นภาพในกระจกเงาเกิดเป็นภาพแห่งความเร้าใจที่หวั่นเยว่ยังไม่เคยลอง ใบหน้าเคร่งขรึมของเหยียนอวี่เฉิง สานสบดวงตากับหวั่นเยว่ในกระจกเงา ดวงตาคมของเขาฉายแววความต้องการ แต่กลับยังคงรอคอยจนหญิงสาวปลดปล่อยเพียงเพราะปลายนิ้วหวั่นเยว่กรีดร้องพร้อมกับร่างอ่อนยวบ เหยียนอวี่เฉิงหมุนกายอรชรเข้าหาตัว ดันแผ่นหลังหญิงสาวชิดติดกระจกเงาบานใหญ่ ท่อนขาเพรียวข้างหนึ่งถูกยกขึ้น แพนตี้ลูกไม้ถูกแหวกออก จากนั้นตัวตนแกร่งกร้าวของเขาก็จ่อประชิด“อา...ที่รัก” หวั่นเยว่รับรู้ถึงส่วนปลายที่สอดแทรก แต่เขากลับหยุดยั้งเอาไว้เพียงแค่นั้น“คุณกำลังจะสายแล้วครับ” อยู่ๆ เขาก็กระซิบแต่ยังคงกักร่างหวั่นเยว่เอาไว้ในวงแขน ท่อนขาเพรียวที่ถูกยกสูงสั่นเทาจนแทบไม่อาจทรงตัวหวั่นเยว่ขบริมฝีปากแน่น ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เอวอ่อนเป็นฝ่ายดันเข้าหาตัวตนของเขา “เดี๋ยวนี้!” หญิงสาวร้องขอด้วยท่าทีโกรธกรุ่นแต่ก็ต้องอ้าปากครวญครางเพราะเขาโจนจ้วง

  • เงาลวง   บทที่ 10.1

    “เรียบร้อยแล้วครับ ลบตัวตนของนายหญิงหมดแล้ว แต่ยังต้องจัดการเรื่องพ่อกับแม่ของนายหญิงที่อยู่ในเรือนจำ”“สั่งการให้คนของเราจับตาดูไว้ นานๆ ครั้งหวั่นเยว่อาจอยากไปเยี่ยมพวกเขา อย่าให้พวกเขาเป็นอันตราย”“แล้วถ้าพวกเขาพยายามติดต่อมาละครับ”“ให้ดูเป็นอย่างๆ ไป ยังไงเสียก็คงออกมาไม่ได้ ไม่ใช่ในเวลาอันรวดเร็วนี้ ยังมี...คนที่ย้ายออกไปจากคฤหาสน์ จัดการให้พวกเขาอย่าได้คิดกลับมาตอแยกับที่นี่อีก”“ครับ”เสียงบางอย่างร่วงลงไปตกแตก เหยียนเฉิงอวี่ถอนหายใจออกมาเสียงยาว “พวกนายออกไปเถอะฉันจัดการเอง” ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับไปยังในครัว เสียงร้อนรนของเฉินซีดังขึ้นเป็นระยะ คนที่ก้มลงเก็บกวาดกลับยังคงเป็นเหยียนเฉิงอวี่“นายจะอยู่กินมื้อเย็นที่นี่มั้ย” หยวนหลิงถามหยวนฝาน อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกา“ถ้าเป็นช่วงก่อนหกโมงเย็นฉันว่าจะอยู่ แต่ตอนนี้คงไม่ คราวก่อนท้องเสียไปสามวันเพิ่งอาการดีขึ้น” หยวนฝานนิ่วหน้า หากเป็นหวั่นเยว่ที่เข้าครัวเขาคงอยากอยู่กินข้าวกับผู้เป็นนาย แต่ตอนนี้เขาคงต้องรีบเผ่นหยวนหลิงเองก็เห็นด้วย ตอนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องนายของตนที่ต้องระมัดระวังไม่ให้เงาครอบงำ กลางวันมีอีกคนที่แม้เคร่งขรึม

  • เงาลวง   บทที่ 9.5

    “ไปเสียนะคะ อย่าปรากฏตัวอีกเลย อย่าให้ความหวังกันอีก ฉันอยู่ได้จริงๆ นะคะ แต่อย่าทำแบบนี้เลย” หวั่นเยว่สะอื้นพร้อมหลับตาเพื่อไล่หยาดน้ำตาที่หลั่งรินอ้อมกอดอบอุ่นสวมกอดจากทางด้านหลัง หวั่นเยว่สะท้านเพราะเงานั้นคือใบหน้าของเหยียนเฉิงอวี่ แต่ดวงตากลับคุ้นเคยจนน่าตกใจ ดวงตาที่เธอโหยหา...เขาที่เธอคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้พบกันอีก เหยียนอวี่เฉิง…“เสี่ยวเยว่”หวั่นเยว่สะอื้นแต่กลับไม่กล้าหมุนตัวกลับมา สองมือคว้ามือใหญ่ที่สอดประสานยังหน้าท้องแบนราบ“หากคุณคือคุณอาเหยียน ฉันขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้”“ผมไม่ใช่เขา”หวั่นเยว่ยังคงไม่อยากเชื่อ หญิงสาวเอาแต่ร้องไห้จนคนที่ยืนอยู่รายรอบหันมามองด้วยความสนใจ “ผมว่า...เรากำลังตกเป็นเป้าสายตา มาเถอะครับคนดี ไปคุยกันที่ร้านกาแฟตรงนั้นก็ได้”หวั่นเยว่เดินตามเขาไปโดยดี มือใหญ่ที่กุมมือจูงเดินไปข้างหน้า แผ่นหลังของเหยียนเฉิงอวี่ แต่กลับมีกลิ่นอายของ ‘เงา’ เหยียนอวี่เฉิง …ชายคนรักที่ทำให้เธอไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้“เสี่ยวเยว่ ผมจำเป็นต้องทำ เด็กคนนี้เป็นแค่เงาเหมือนผม เด็กอีกคนที่เป็นตัวจริงหากรวมร่างกลับเข้าไปดังเดิม ทั้งคุณ เฉินซีรวมไปถึงลูกของเราจะปลอดภัย ผมไม่ม

  • เงาลวง   บทที่ 9.4

    “เสี่ยวเยว่” เหยียนเฉิงอวี่รั้งหญิงสาวเอาไว้ “บางทีส่วนหนึ่งของเธออาจจะมีเสี่ยวซีอยู่”หวั่นเยว่หันกลับมายิ้มเศร้าพร้อมกับส่ายหน้า “เขาเองก็มีส่วนหนึ่งของคุณอยู่เหมือนกัน แต่ถึงยังไงก็ไม่ใช่คนคนเดียวกัน เหมือนกับที่คุณไม่ใช่เขา ‘เหยียนอวี่เฉิง’ คนนั้นที่อยู่กับฉันในโลกแห่งเงามายา ฉันคิดว่าคุณสมควรจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ฉันรู้ว่าคุณทำได้ ฉันไม่ต้องการพบทั้งคุณและเขา...ตลอดกาล”พูดจบหวั่นเยว่ก็เดินออกไปจากห้องรับรองของเรือนหลัก ความวุ่นวายทั้งหมดทั้งมวลไม่อาจรั้งหญิงสาวเอาไว้ได้ หญิงสาวเพียงเดินกลับไปที่ห้อง ทิ้งตัวลงนอนจากนั้นก็ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมา ปลดปล่อยทุกอย่างในใจออกมากับน้ำตาที่หลั่งรินทุกอย่างที่เกิดขึ้นยาวนานคล้ายชั่วอายุขัย แต่แท้ที่จริงกลับผ่านไปเพียงระยะเวลาสั้นๆ ถึงอย่างนั้นกลับตราตรึงในหัวใจจนยากจะลืมเลือนคดีทุกอย่างคลี่คลายหลังจากตำรวจสืบหาหลักฐานไม่กี่วัน คนร้ายก็คือสองสามีภรรยาจากตระกูลหวั่นคฤหาสน์ตระกูลเหยียนที่เคยรุ่งเรืองมั่งคั่ง มาบัดนี้สามตระกูลต่างก็ย้ายออกไปเงียบๆ ไม่มีใครรู้ว่าทุกคนแยกย้ายไปอยู่เมืองใด ไม่มีการติดต่อ ไม่มีการสอบถาม ต่างคนต่างก็ย้ายไป

  • เงาลวง   บทที่ 9.3

    ทั้งสองผละออกจากกัน เฉินซีเม้มปากเงยหน้าขึ้นมองเขา หัวใจเต้นรัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ฉันว่า...บางทีต้นเหตุอาจไม่ใช่คุณ”เหยียนเฉิงอวี่เลิกคิ้วมองด้วยความงุนงง“อาจเป็นเพราะฉันเองนี่ละที่ต้านทานเสน่ห์ของคุณไม่ไหว ไม่ใช่เพราะคุณหลงกลเจ้าเงานั่น” สองมือยื่นออกไปคว้าสาบเสื้อของชายหนุ่ม รั้งเขาให้ล้มตัวลงมาหาเหยียนเฉิงอวี่ถูกหญิงสาวดึงเข้าไปยังเตียงนอน ม่านหน้าเตียงถูกปลดลง ท่ามกลางเสียงหอบกระเส่าที่เล็ดลอดออกมา ความรู้สึกที่ยังคงวนเวียนอยู่กับความลุ่มหลง กระทั่งไม่อาจแยกออกว่าแท้ที่จริงแล้ว ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายต้องมนต์ หรือใครกันแน่ที่เต็มใจหลงวนในเพศรสที่แน่ๆ คือในเวลานี้สองวิญญาณต่างก็ตกเป็นทาสของอีกฝ่าย ไม่มีใครสามารถแยกออกจากใครได้อีกแล้วหลังผ่านช่วงเวลาแห่งความร้อนแรง เฉินซีตื่นขึ้นมากลางดึกในอ้อมแขนอบอุ่น หลายสิ่งที่ติดค้างในใจทำให้เฉินซีตัดสินใจเดินกลับไปยังกระจกเงาบานนั้น“เธอคือเงาของฉัน” หวั่นเยว่มองเฉินซีนิ่ง“ใช่” เฉินซีพยักหน้าพร้อมกับมองดูครรภ์ของหวั่นเยว่ อสูรน้อยในครรภ์ของหวั่นเยว่ไม่สมบูรณ์ เขาให้ความรู้สึกคล้ายไร้ซึ่งชีวิต ไม่เหมือนเด็กในครรภ์ของเธอเฉินซียื่นมือเข้าไป

  • เงาลวง   บทที่ 9.2

    เขาเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างยอมแพ้ หวั่นเยว่คว้าไหล่แกร่งเอาไว้พยุงกาย ปลายเท้าทั้งสองข้างจิกลงบนพื้น สะโพกงามยกขึ้นและกระแทกลงตามจังหวะของห้วงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งความสุขสมระลอกใหม่แล่นพลิ้วขึ้นมาอีกครั้ง เสียงหอบครางสอดประสานอย่างไม่มีวันจบสิ้น เสียงกระทบกันของผิวเนื้อดังขึ้นถี่ยิบ สะโพกงามโยกขยับด้วยจังหวะที่ทำเอาแทบขาดใจชั่วขณะหนึ่ง ‘เงา’ ถึงกับคิดว่าเขาจะยอมตายคาอกของหวั่นเยว่ ขอเพียงชีวิตนี้เขาได้อยู่กับหญิงสาวอย่างนี้ตลอดไป หากไม่ใช่ว่า...เสียงของการร่วมรักอย่างถึงแก่น ทำให้เฉินซีที่เดินไปมารอบๆ ได้ยินเข้าเหยียนเฉิงอวี่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ หญิงสาวมีเวลาได้อยู่ลำพังจึงเดินวนเวียนรอบๆ ในห้องเก็บฟืนกลับมีเสียงครวญครางทำให้อดสงสัยไม่ได้จึงเดินเข้าไปดูกระจกเงาบานใหญ่คุ้นตาวางพิงอยู่ด้านในสุด ในนั้นมีภาพอันเร่าร้อนของคนสองคนกอดก่ายพัวพัน เฉินซีมองใบหน้าของหญิงสาวในกระจกเงา คนในกระจกเงาก็เหลือบสายตามองมาชั่วขณะที่เกิดเสียงปริร้าว กระจกเงาสั่นไหวราวกับกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ‘เงา’ ที่ไม่เคยรับรู้ตัวตนของตัวเองอย่างเฉินซีเพิ่งตระหนักถึงความเป็นจริงภาพทุกอย่างสลายหายไปราวกับ

  • เงาลวง   บทที่ 9.1

    หากเป็นช่วงเวลาปกติเหยียนเฉิงอวี่จะอ่อนแอ ส่วนเขาจะแข็งแกร่งและออกไปปรากฎตัวยังโลกมนุษย์แทนอีกฝ่าย ตอนนี้ต่างออกไปเพราะเขาตกลงไปในหลุมพรางของตัวเอง เขามีคนที่ต้องแบ่งปันพลังชีวิต พลังดังกล่าวจึงไม่อาจฟื้นตัวได้ในเวลาอันรวดเร็วเงาดำก้าวเข้าไปในถังน้ำ หวั่นเยว่ถูกยกร่างขึ้นวางบนตัก ร่างงามเปลือยเปล่

  • เงาลวง   บทที่ 5.3

    มือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มหญิงสาวเบาๆ “เสี่ยวซี”“คะ”“เพราะอะไรถึงบอกว่ารักผม”แวบหนึ่งเขามองเห็นความลังเลไม่มั่นใจ แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว “ล้อเล่นหรือไงคะ เราแต่งงานกันแล้ว ไม่รักคุณแล้วฉันจะรักใครได้ ไม่รักคุณแล้วฉันจะแต่งงานกับคุณทำไมกัน”หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้ม หากแต่เหยียนเฉิงอวี่กลับรวดร้าวไปทั้ง

  • เงาลวง   บทที่ 3.1

    ในความมืดกลางสวนทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปยังเรือนหลัก เงาร่างสีดำทะมึนกำลังเดินผ่านประตูออกมา ความเงียบอันน่าวังเวง บวกกับค่ำคืนที่ยากแก่การสังเกตเห็น ทำให้เงาร่างนั้นเดินผ่านออกมายังโถงทางเดิน ทะลุออกมายังประตูเชื่อมกระทั่งโผล่มายังประตูเรือนะวันออกบนพื้นทางเดินปรากฏรอยเท้าเปียกชื้น แต่ครู่ต่อมากลับ

  • เงาลวง   บทที่ 2.4

    ประโยคนั้นของเหยียนเฉิงอวี่ จะว่าโจ่งแจ้งก็โจ่งแจ้งหากแฝงเจตนา จะว่าตรงไปตรงมากับสิ่งที่เกิด ก็ไม่อาจมีใครตำหนิเขา หากแต่เมื่อมองจากสถานการณ์ตรงหน้า มันกลับทำให้บรรยากาศยิ่งอึดอัดหวั่นฮั่วรั้งตะเกียบกลับมาก่อนวางมันลงแล้วผายมือ “มิกล้า”เหยียนเฉิงอวี่ยิ้มที่มุมปาก เขายังคงคีบเนื้อก้อนนั้นขึ้นมาก่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status