เงาลวง

เงาลวง

last updateLast Updated : 2026-04-01
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
15Chapters
19views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ก้าวแรกของการมาเยือนคฤหาสน์ตระกูลเหยียน เฉินซี ได้พบกับคุณอาเหยียนของเพื่อนรัก เหยียนเฉิงอวี่ ในค่ำคืนมืดมิดคุณอาเหยียนสุดหล่อกลับมายืนข้างหน้าต่าง มองมาด้วยท่าทีลึกลับน่าสงสัย เช้าวันต่อมากลับเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น อีกทั้งเขายังปฏิเสธว่าไม่ได้ออกไปจากห้องทั้งคืน!!! ความลึกลับในตัวชายหนุ่ม บวกกับสถานการณ์ที่ทำให้หวาดระแวง หญิงสาวจะทำเช่นไรเมื่อมี ‘เงา’ บดบังสตินึกคิด ภาพลวงตาที่เห็นกับโลกแห่งความเป็นจริงอันอ้างว้าง แท้จริงแล้วสิ่งไหนคือจริงและสิ่งไหนคือเท็จ ตัวตนของเหยียนเฉิงอวี่ที่คล้ายมีสองบุคลิก กับความทรงจำที่เต็มไปด้วยความวาบหวาม หัวใจที่โหยหาเรียกร้องให้พาตัวเข้าใกล้เขา โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวเธอถูกเขาล่อลวง หรือเป็นเขาเองกันแน่ที่ถูกเงาลวงบดบัง

View More

Chapter 1

บทที่ 1.1

เมืองจิ้นจง มณฑลซานซี

เมืองโบราณผิงเหยาในอดีตเคยเป็นเมืองสำคัญที่โด่งดังแห่งหนึ่งของจีน ในฐานะศูนย์กลางตลาดเงินและที่ตั้งของร้านแลกเงินแห่งแรก ซึ่งเชื่อกันว่าในช่วงที่เมืองผิงเหยาเฟื่องฟูที่สุดเคยมีร้านค้าภายในเมืองถึงพันร้าน

แม้ปัจจุบันเมืองผิงเหยาจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเช่นอดีต แต่ความสำคัญของเมืองโบราณผิงเหยาก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป เนื่องมาจากภายในเมืองโบราณผิงเหยา ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยของความรุ่งเรือง ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมบ้านเรือนร้านค้าตามแบบของชาวฮั่นที่มีให้เห็นอยู่ตลอดทั้งเมือง รวมไปถึงที่ว่าการอำเภอ  กำแพงเมือง หรือสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวจีนสมัยโบราณ ทำให้ปัจจุบันเมืองโบราณผิงเหยา ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก

เสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะขณะกำลังอ่านโบรชัวร์ เฉินซีพับโบรชัวร์ในมือยัดกลับเข้าไปในเป้พร้อมล้วงมือถือออกมากดรับสาย ร่างเล็กนั่งลงไปยังกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่พร้อมเงยหน้าขึ้นมองชายคาบ้านโบราณที่สามารถบดบังแสงแดดยามสาย

“ว่าไง”

‘เสี่ยวซีอยู่ไหนแล้ว คนขับรถไปถึงหน้าเมืองโบราณตั้งนานแล้วนะ’ เสียงของหวั่นเยว่แฝงเอาไว้ด้วยแววกังวล ‘ไม่ใช่บอกว่ารถไฟมาถึงแต่เช้าหรือไง’

“ก็ใช่แต่อยากเดินชมเมืองโบราณก่อนนี่นา ตอนนี้เดินยังไม่ทั่วเลย”

เฉินซีและหวั่นเยว่เป็นเพื่อนรักที่เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ทั้งสองพบกันในวันแรกที่เข้าพักหอพักของทางมหาวิทยาลัยจากนั้นจึงสนิทสนมกันเรื่อยมา

ก่อนหน้านี้แม้หวั่นเยว่จะเคยไปเที่ยวบ้านของเฉินซีที่เซี่ยงไฮ้มาแล้ว แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่เฉินซีมายังเมืองจิ้นจง มณฑลซานซี

ชื่อเสียงของเมืองโบราณผิงหยางแน่นอนว่าเป็นสถานที่แรกซึ่งดูดึงดูดใจ แต่นอกเหนือไปจากนั้นการได้มาเห็นตระกูลใหญ่กับตา ก็นับเป็นอีกเรื่องที่เฉินซีต้องการเปิดหูเปิดตา

หวั่นเยว่เคยเล่าให้ฟังนับครั้งไม่ถ้วน เกี่ยวกับคฤหาสน์อันหรูหราที่ยังคงรักษาความเก่าแก่เอาไว้ได้เป็นอย่างดี คฤหาสน์ตระกูลเหยียน คฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่ปลูกสร้างตามแบบบ้าน ซื่อเหอย่วน หรือ บ้านล้อมลาน[1] แตกต่างกันก็เพียงแค่ซื่อเหอย่วนหลังอื่นๆ นั้น จะดูเล็กกระจ้อยร่อยเมื่อนำไปเที่ยบกับคฤหาสน์ตระกูลเหยียน

หญิงสาวเคยถามหวั่นเยว่ติดตลกครั้งหนึ่ง ทำไมหวั่นเยว่ใช้แซ่หวั่น แต่คฤหาสน์หรูหรากลับเป็นคฤหาสน์ตระกูลเหยียน

หวั่นเยว่เพียงยักไหล่ก่อนจะตอบว่าตระกูลเหยียนที่เป็นต้นตระกูลจริงๆ นั้นเหลือน้อยยิ่งกว่าน้อย เกรงว่าอีกไม่นานก็คงไม่มีคนตระกูลเหยียนแล้ว

ตอนได้ฟังเฉินซีไม่ได้คิดอะไรมาก กระทั่งในวันนี้ได้ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลเหยียน ได้รับรู้ พบเห็น รวมไปถึงสัมผัสกับเรื่องราวอันแสนวุ่นวายซับซ้อน รวมไปถึงความลับที่คนตระกูลหวั่นและคนตระกูลเหยียนได้ซุกซ่อนเอาไว้กว่าหกร้อยปี

หลังจากคนขับรถพาเฉินซีมาส่งยังหน้าคฤหาสน์ตระกูลเหยียน หญิงสาวก็พบว่าหวั่นเยว่มารออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองทักทายกันอย่างดีใจหลังไม่ได้พบกันเกือบปี

“ฉันรู้ว่าไม่ควรดีใจที่เธอตกงาน แต่ถ้าเธอไม่ตกงานแบบนี้ก็ไม่ได้มาเยี่ยมฉันที่ซานซีสิ” หวั่นเยว่หัวเราะเสียงร่าเริง “อยู่ที่นี่ฉันเหงาจะแย่ มีเธอมาเยี่ยมจิตใจค่อยกระชุ่มกระชวยขึ้นมาหน่อย มาเถอะเข้าบ้านกัน”

มองดูป้ายอักษรโบราณตัวโตแขวนเหนือประตู เฉินซีให้รู้สึกเกรงขามในความเก่าแก่ ตัวกำแพงสูงที่ล้อมรอบตัวคฤหาสน์ทำมาจากหินสูงเกือบสองช่วงตัวคน

ความโอ่อ่าด้านนอกก็ทำเอาคนแทบจะอ้าปากค้างแล้ว

ยิ่งไม่ต้องเดาว่าด้านในที่หวั่นเยว่เคยบรรยายว่า

‘กว้างใหญ่กระทั่งทำเอาคนที่อยู่มานานหลงทางอย่างช่วยไม่ได้’

หมายความว่าอย่างไร

เฉินซีก้าวผ่านประตูชั้นแรกก่อนลอบถอนหายใจ มองรอยยิ้มภาคภูมิใจของเพื่อนรัก

“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าไม่ได้โม้” หวั่นเยว่หัวเราะ “มาเถอะ ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากอวดแต่อย่ายืนตรงนี้เลย เดี๋ยวนางมารผ่านมาจะเสียอารมณ์เปล่าๆ”

นางมารที่หวั่นเยว่พูดถึงหลายครั้ง แท้ที่จริงก็คือ หวั่นชิงลูกพี่ลูกน้องแซ่เดียวกัน เพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่าและชอบทำตัวโตเกินวัย เอะอะก็เอาแต่จับผิดและคอยหาเรื่องตำหนิคนอื่น ทำให้หวั่นเยว่ไม่ค่อยจะชอบหน้า ดังนั้นจึงเรียกหวั่นชิงว่านางมารทั้งต่อหน้าและลับหลัง

“คงไม่ทะเลาะกันตอนฉันอยู่หรอกนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นคงกระอักกระอ่วนน่าดู”

“คงไม่หรอก ช่วงนี้ยัยนั่นมีเรื่องอื่นให้สนใจ ไม่มีเวลามายุ่งกับฉันแน่นอน”

“ซื่อเหอย่วน!” หลังเดินผ่านทางเดินชั้นแรกเข้าประตูชั้นที่สอง เฉินซีได้แต่ลอบอุทานเสียงเบา เรือนล้อมลานในจิตนาการและที่เคยเห็น ถูกภาพตรงหน้ากลบฝังจนไม่เหลือเค้าเดิม

[1] 四合院

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
15 Chapters
บทที่ 1.1
เมืองจิ้นจง มณฑลซานซีเมืองโบราณผิงเหยาในอดีตเคยเป็นเมืองสำคัญที่โด่งดังแห่งหนึ่งของจีน ในฐานะศูนย์กลางตลาดเงินและที่ตั้งของร้านแลกเงินแห่งแรก ซึ่งเชื่อกันว่าในช่วงที่เมืองผิงเหยาเฟื่องฟูที่สุดเคยมีร้านค้าภายในเมืองถึงพันร้านแม้ปัจจุบันเมืองผิงเหยาจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเช่นอดีต แต่ความสำคัญของเมืองโบราณผิงเหยาก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป เนื่องมาจากภายในเมืองโบราณผิงเหยา ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยของความรุ่งเรือง ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมบ้านเรือนร้านค้าตามแบบของชาวฮั่นที่มีให้เห็นอยู่ตลอดทั้งเมือง รวมไปถึงที่ว่าการอำเภอ กำแพงเมือง หรือสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวจีนสมัยโบราณ ทำให้ปัจจุบันเมืองโบราณผิงเหยา ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกเสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะขณะกำลังอ่านโบรชัวร์ เฉินซีพับโบรชัวร์ในมือยัดกลับเข้าไปในเป้พร้อมล้วงมือถือออกมากดรับสาย ร่างเล็กนั่งลงไปยังกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่พร้อมเงยหน้าขึ้นมองชายคาบ้านโบราณที่สามารถบดบังแสงแดดยามสาย“ว่าไง”‘เสี่ยวซีอยู่ไหนแล้ว คนขับรถไปถึงหน้าเมืองโบราณตั้งนานแล้วนะ’ เสียงของหวั่นเยว่แฝงเอาไว
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
บทที่ 1.2
ความยิ่งใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเหยียน แน่นอนว่าไม่มีสถาปัตยกรรมใดที่หญิงสาวเคยเห็น จะสามารถนำมาเทียบเคียงได้เลยตัวเรือนย่อยทั้งสี่ด้านที่สามารถมองเห็นแต่ไกล ไม่ต้องเดินดูก็เดาได้ว่าทั้งหรูหราและงดงาม ยิ่งไม่ต้องบรรยายถึงสวนตรงกลางลาน ซึ่งเป็นสวนกว้างใหญ่มีสระบัวและน้ำพุอยู่ตรงกลาง มีต้นไม้เล็กใหญ่ปลูกประดับและได้รับการดูแลเป็นอย่างดีด้านข้างมีโถงทางเดินสูงล้อมรอบ เชื่อมตัวเรือนต่างๆ เข้าหากัน กระทั่งสามารถเดินทะลุไปยังโถงกลางของคฤหาสน์ ทอดยาวไปยังเรือนหลังซึ่งเป็นเรือนประธานของคฤหาสน์ เดาว่านั้นคือที่พำนักของหัวหน้าตระกูลหวั่นเยว่เดินนำเฉินซีไปทางด้านซ้ายมือ โถงทางเดินงดงามมีเถาวัลย์ไต่เสาทางเดิน มีดอกไม้แปลกตาสีม่วงดอกเล็กๆ แซมใบไม้สีเขียว ดูกลมกลืนกับทางเดินที่ปูด้วยหินสีน้ำตาลอ่อนเงาวับเมื่อเดินมาจนถึงเรือนที่อยู่ทางด้านตะวันออก ในที่สุดเฉินซีก็เริ่มเข้าใจรูปแบบของคฤหาสน์หลังนี้ปลูกสร้างขึ้นตามแบบราชวงศ์หมิง เรียกว่า หูถ้ง[1] เป็นการสร้างตัวเรือนซื่อเหอย่วนภายในกำแพงเดียวกันล้อมรอบลานสวน โดยอาจจะมีหลายครอบครัวอยู่รวมกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนแซ่เดียวกันก็ได้เรือนที่หวั่นเยว่กำลังเด
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
บทที่ 1.3
มองดูกระเป๋าเดินทางที่มีคนนำเข้ามาวางไว้ในห้อง เฉินซีได้แต่ลังเล ข้อเสนอที่หวั่นเยว่หยิบยื่นแม้น่าสนใจ แต่การรับมือกับความซับซ้อนของตระกูลเหยียน ทำให้หญิงสาวลังเลจนรู้สึกเครียดใจหนึ่งคิดว่าหากรับมือได้ดีก็คงคุ้มค่า เพราะไม่เพียงมีงานทำแต่ยังมีหวั่นเยว่คอยช่วยอีกแรง การเริ่มต้นใหม่ที่นี่คงไม่ว้าเหว่เกินไปนัก แต่อีกใจกลับบอกให้ปฏิเสธและกลับไปหางานทำที่เซี่ยงไฮ้เหมือนเดิมเหตุผลนะหรือ...แม้แต่ตัวเธอเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันอาจเป็นลางสังหรณ์หรืออาจเพราะรู้ดีมาตลอดถึงเรื่องราวการแก่งแย่ง รวมไปถึง ‘คุณอา’ ผู้ลึกลับของหวั่นเยว่คนนั้นหวั่นเยว่เคยเล่าให้ฟังว่านอกจากคนตระกูลเหยียนสิ้นใจโดยไร้ทายาท ตระกูลหวั่น ตระกูลหวัง หรือตระกูลชุย ไม่มีใครมีสิทธิ์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำหลายปีมานี้ทายาทของสามตระกูลต่างพยายามประจบคุณย่าอย่างหนัก หวังว่าก่อนคุณย่าจะสิ้นใจ ‘คุณอาเหยียน’ คนนั้นจะไม่กลับมา หากเป็นอย่างนั้นพวกเขาคนใดคนหนึ่งก็จะถูกเลือกขึ้นเป็นผู้นำที่ไหนได้ ‘คุณอาเหยียน’ ทายาทหนึ่งเดียวถูกพูดถึงแต่กลับไม่เคยมีใครเคยพบคนนั้น วันนี้ดันกลับมาปุบปับโดยไม่บอกกล่าว“หวั่นเยว่ หวั่นเยว่” เฉินซีพึมพำกับตั
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
บทที่ 1.4
เฉินซีลอบประหลาดใจ “เห็นไกลๆ มองไม่ออก แต่สงสัยอยู่ว่าทำไมเรือนตะวันออกกับเรือนหลักถึงไม่มีกำแพงกั้นเหมือนเรือนย่อยอื่นๆ”“ความจริงเมื่อก่อนคฤหาสน์ตระกูลเหยียนไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้หรอก คุณย่าเคยเล่าว่าเรือนย่อยของตระกูลหวั่น ตระกูลหวัง แล้วก็ตระกูลชุยเพิ่งสร้างขึ้นหลังๆ มานี่เอง ฉันเคยเล่าหรือเปล่าว่าคุณตาเป็นคนรับอุปการะคุณพ่อกับคุณลุงทั้งสอง จริงๆ พวกเราไม่สมควรมีชีวิตหรูหราแบบนี้หรอก”“อือ” เหมือนจะเคยได้ยินหวั่นเยว่กล่าวถึงครั้งหนึ่งจริงๆ แต่ไม่นึกว่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะอีกฝ่ายพูดเหมือนเป็นเรื่องล้อเล่นทำนองที่ว่าครอบครัวถูกเก็บมาเลี้ยง“เมื่อก่อนคฤหาสน์ตระกูลเหยียนมีแค่เรือนหลัก เรือนด้านหลัง แล้วก็เรือนตะวันออก เรือนตะวันตกเล็กเกินไปจึงถูกทุบขยายออกมาด้านข้าง เรือนตะวันตกจริงๆ จะอยู่ตรงลานสวนเท่านั้น กำแพงล้อมจึงเหมือนเส้นแบ่งตระกูลเหยียนแล้วก็พวกเราสามตระกูลออกมา จนถึงเมื่อเร็วๆ นี้ที่ย่าให้พ่อกับพวกเราย้ายเข้ามา แต่กลับไม่อนุญาตให้คุณป้ากับนางมารนั่นย้ายตามมาด้วย”“ก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ หากเลือกคุณพ่อเป็นทายาท แล้วคุณป้าที่ไม่ได้เป็นผู้ถูกเลือกจะตามมาทำไม” ฟังดูก็รู้ว่าป้าหวั่นก
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
บทที่ 2.1
ชายหนุ่มหล่อเหลาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีเข้ม ใบหน้ามีรอยยิ้มอ่อนโยน แต่ดวงตากลับให้ความรู้สึกคล้ายผ่านอะไรมามากมายเฉินซีอธิบายไม่ถูก ท่าทีและการแสดงออกของเขาคล้ายมองและสนทนากับเด็ก ใช่...เขาเหมือนคนแก่ที่ผ่านโลกมากมาย ดังนั้นดวงตาจึงส่องประกายของความสุขุม ราวกับเข้าใจในทุกๆ สิ่ง“เสี่ยวซี” หวั่นเยว่เรียกพร้อมสะกิดเฉินซีสะดุ้ง ไม่รู้ว่าเผลอเสียมารยาทนานเท่าไรดังนั้นจึงได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน ความเครียดก่อตัวอย่างช่วยไม่ได้ รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมอง“ได้ยินมานานว่าเสี่ยวเยว่ของเรามีเพื่อนที่รักกันมาก ย่าเองก็อยากพบ ดีใจที่เราได้เจอกันในที่สุด มาครั้งนี้ก็อยู่เที่ยวนานๆ เสี่ยวเยว่จะได้ไม่เหงา ย่ายังคิดว่าให้ดีก็ลองไปดูที่โรงเตี๊ยม ย่าคิดอยู่ว่าจะให้เสี่ยวเยว่ดูแลที่นั่น ถ้าสนใจอยากจะอยู่ทำงานกับเสี่ยวเยว่ได้ยิ่งดี”นี่สินะความหมายของคำว่ามาได้จังหวะเหมาะ...“หา!” ดูเหมือนเรื่องนี้หวั่นเยว่เองก็เพิ่งรู้ ดังนั้นเจ้าตัวจึงถึงกับอ้าปากค้าง “แต่คุณย่าคะ ไม่ใช่ว่านางมาร...เอ่อ หมายถึงไม่ใช่ว่าที่นั่นพี่สามขอเข้าไปดูแลหรือคะ”“ย่าบอกไปแล้วว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ อีกอย่างย่าว่าเสี่ยวชิงไม่
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
บทที่ 2.2
เมื่อกวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น ใบหน้าของชายหนุ่มที่เดินตามหวั่นชิงมา ทำเอาเฉินซีเลิกคิ้วและดูเหมือนเขาเองก็ประหลาดใจไม่น้อยที่พบหญิงสาว“คุณ... ทำไมมาอยู่ที่นี่ละครับ”ทุกคนมีท่าทางประหลาดใจในที ก่อนที่หวั่นเยว่จะเอ่ยถามขึ้นก่อนใคร “รู้จักกันเหรอ”“ไม่เชิงรู้จักหรอก ฉันบังเอิญพบเขาบนรถไฟ เขาทำกระเป๋าสตางค์หล่น”“บังเอิญขนาดนั้น” ดูเหมือนหวั่นเยว่จะไม่ค่อยชอบใจความบังเอิญ เฉินซีได้แต่ยักไหล่“ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยที่ช่วย ขอบคุณนะครับ ผมหวั่นเกาครับ”และแล้วการแนะนำตัวที่สุดแสนจะวุ่นวายก็เกิดขึ้น หวั่นเยว่แนะนำให้เฉินซีรู้จักเหล่าญาติที่มาเจอกันอย่างฝืนใจหวั่นชิงหันไปยิ้มเยาะพี่ชายอย่างรู้เท่าทัน พร้อมกันนั้นก็ลากสายตามามองเฉินซี ใบหน้าส่อประกายที่ทำให้เฉินซีรู้สึกโกรธขึ้นมาเฉินซีไม่มีเวลาใส่ใจอีกฝ่ายนัก เนื่องจากต้องพยายามจำชื่อทุกคนจนปวดเศียรเวียนเกล้า ถึงอย่างนั้นกลับจำได้ไม่กี่คนเพราะหวั่นเยว่ลากออกมาเสียก่อนความจริงหญิงสาวก็เข้าใจหวั่นเยว่ไม่น้อย ท่าทีของญาติๆ ที่มาขอเข้าพบเหยียนเฉิงอวี่นั้น เห็นชัดว่าหากไม่มาเพราะความร้อนใจก็มาเพราะความเคลือบแคลงมองย้อนกลับไปยังประตู
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
บทที่ 2.3
‘หล่อขั้นเทพขนาดนั้นหาได้ไม่ง่าย น้าจะจำไม่ได้ได้ยังไง น้ายังเคยถามพ่อเธอเลยว่ามีทางติดต่อกับเขามั้ย ถ้าสมัยนั้นมีมือถือสะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้ ป่านนี้น้าคงขอเขาแต่งงานไปแล้ว น้าจำแม่นเลยเพราะชื่อคล้ายกับสามีของน้า เขาแซ่เหยียนจ้ะ เหยียนอวี่เฉิง’“เอ๋ ไม่ใช่เหยียนเฉิงอวี่หรอกเหรอคะ” เฉินซีพูดเสียงเบา‘จำได้ว่าชื่อของเขาคืออวี่เฉิงจ้ะ น้ายังเคยเขียนชื่อของเขาเป็นอักษรพู่กันเล่นๆ เลย ทำไมเหรอจ้ะ’“ไม่มีอะไรค่ะ พอดีหนูเจอคนที่หน้าตาเหมือนเขา”ปลายสายหัวเราะเสียงดัง ‘จำแม่นขนาดนั้นเชียว คนเราแก่ตัวมาจะหล่อเหมือนตอนเป็นหนุ่มได้ยังไง เขาอายุมากกว่าพ่อเธอตั้งหลายปี ถ้าเขายังอยู่ก็ต้องอายุสักห้าสิบห้า แหม...ดูแก่เชียว หน้าตาจะยังเหมือนเดิมได้ยังไง’“นั่นสินะคะ”เฉินซีเองก็คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผล พูดคุยหยอกล้อถามสารทุกข์กับอีกฝ่ายครู่หนึ่งจากนั้นจึงวางสาย มองดูรูปถ่ายของผู้เป็นพ่อ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจออกมา“เขาจะเป็นคนคนเดียวกันได้ยังไง ฉันต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ”ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ใส่ใจ ตอนจากไปจึงเพิ่งระลึกถึง...แม้จะแซ่เหยียนเหมือนกัน แต่หวั่นเยว่เคยบอกว่าพ่อของเหยียนเฉิงอวี่เป็นคนขี้โรคไม่เ
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
บทที่ 2.3
‘หล่อขั้นเทพขนาดนั้นหาได้ไม่ง่าย น้าจะจำไม่ได้ได้ยังไง น้ายังเคยถามพ่อเธอเลยว่ามีทางติดต่อกับเขามั้ย ถ้าสมัยนั้นมีมือถือสะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้ ป่านนี้น้าคงขอเขาแต่งงานไปแล้ว น้าจำแม่นเลยเพราะชื่อคล้ายกับสามีของน้า เขาแซ่เหยียนจ้ะ เหยียนอวี่เฉิง’“เอ๋ ไม่ใช่เหยียนเฉิงอวี่หรอกเหรอคะ” เฉินซีพูดเสียงเบา‘จำได้ว่าชื่อของเขาคืออวี่เฉิงจ้ะ น้ายังเคยเขียนชื่อของเขาเป็นอักษรพู่กันเล่นๆ เลย ทำไมเหรอจ้ะ’“ไม่มีอะไรค่ะ พอดีหนูเจอคนที่หน้าตาเหมือนเขา”ปลายสายหัวเราะเสียงดัง ‘จำแม่นขนาดนั้นเชียว คนเราแก่ตัวมาจะหล่อเหมือนตอนเป็นหนุ่มได้ยังไง เขาอายุมากกว่าพ่อเธอตั้งหลายปี ถ้าเขายังอยู่ก็ต้องอายุสักห้าสิบห้า แหม...ดูแก่เชียว หน้าตาจะยังเหมือนเดิมได้ยังไง’“นั่นสินะคะ”เฉินซีเองก็คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผล พูดคุยหยอกล้อถามสารทุกข์กับอีกฝ่ายครู่หนึ่งจากนั้นจึงวางสาย มองดูรูปถ่ายของผู้เป็นพ่อ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจออกมา“เขาจะเป็นคนคนเดียวกันได้ยังไง ฉันต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ”ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ใส่ใจ ตอนจากไปจึงเพิ่งระลึกถึง...แม้จะแซ่เหยียนเหมือนกัน แต่หวั่นเยว่เคยบอกว่าพ่อของเหยียนเฉิงอวี่เป็นคนขี้โรคไม่เ
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
บทที่ 2.4
ประโยคนั้นของเหยียนเฉิงอวี่ จะว่าโจ่งแจ้งก็โจ่งแจ้งหากแฝงเจตนา จะว่าตรงไปตรงมากับสิ่งที่เกิด ก็ไม่อาจมีใครตำหนิเขา หากแต่เมื่อมองจากสถานการณ์ตรงหน้า มันกลับทำให้บรรยากาศยิ่งอึดอัดหวั่นฮั่วรั้งตะเกียบกลับมาก่อนวางมันลงแล้วผายมือ “มิกล้า”เหยียนเฉิงอวี่ยิ้มที่มุมปาก เขายังคงคีบเนื้อก้อนนั้นขึ้นมาก่อนจะวางลงไปในชามเฉินซีมองเห็นหลายคนเม้มปากพร้อมลอบสบตากันไปมาตามธรรมเนียมแล้วในมื้ออาหาร หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ผู้ด้อยอาวุโสจะต้องยอมสละชิ้นเนื้อนั้นให้ผู้อาวุโสกว่า แต่หากผู้อาวุโสกว่าสละให้ ผู้ด้อยอาวุโสกว่าย่อมไม่กล้าแตะต้องสถานการณ์ตรงหน้านี้แสดงให้เห็นชัดว่าเหยียนเฉิงอวี่ไม่ไว้หน้าหวั่นฮั่วแม้แต่น้อย เพราะไม่เพียงเขาไม่สละให้ แต่เขากลับคีบไปไว้ในชามเฉยๆ ไม่แตะต้องปล่อยให้เนื้อชิ้นนั้นเป็นของเหลือเฉินซีลอบกลืนน้ำลาย การตบหน้าผู้อาวุโสในตระกูล ทั้งที่ใบหน้าไม่เปลี่ยนสี และน้ำเสียงไม่สั่นไหว ทั้งยังทำในวันแรก... อาหารมื้อแรกของการพบกันเขาช่าง...เย่อหยิ่งเย็นชาเสียจริงคิดได้เท่านั้นก็มีอันต้องสะดุ้ง ดวงตาคมที่หรุบต่ำเหลือบมองตรงมายังหญิงสาว สานสบดวงตาแตกตื่น ทำเอาเฉินซีต้องรีบแสร้งห
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
บทที่ 3.1
ในความมืดกลางสวนทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปยังเรือนหลัก เงาร่างสีดำทะมึนกำลังเดินผ่านประตูออกมา ความเงียบอันน่าวังเวง บวกกับค่ำคืนที่ยากแก่การสังเกตเห็น ทำให้เงาร่างนั้นเดินผ่านออกมายังโถงทางเดิน ทะลุออกมายังประตูเชื่อมกระทั่งโผล่มายังประตูเรือนะวันออกบนพื้นทางเดินปรากฏรอยเท้าเปียกชื้น แต่ครู่ต่อมากลับระเหยไปกระทั่งไม่หลงเหลือร่องรอย รอยเท้านั้นตรงไปยังห้องรับรองซึ่งบัดนี้เฉินซีกำลังนอนหลับใหลประตูไม่ได้ถูกเปิดออกหากแต่เงาร่างนั้นกลับเดินทะลุเข้าไปถึงภายในห้อง เงาร่างสูงหยุดลงยังหน้าเตียงนอน กระทั่งเจ้าของห้องลืมตาตื่นขึ้นเงาร่างสีดำโน้มตัวลงมาหาคนที่นอนเบิกตาอยู่บนเตียง ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ ชัดเจนขึ้นท่ามกลางเงาดำ รอยยิ้มของเขาดูชั่วร้ายจนทำให้คนมองขนลุกซู่มือใหญ่ยื่นออกมาข้างหน้าช้าๆ ในมือของเขาคือเนื้อชิ้นโตที่คีบด้วยตะเกียบ เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้น‘เนื้อชิ้นนี้ต้องการหรือไม่’“กรี๊ดดดดดดดดด!!!!”เฉินซีกรีดร้องสุดเสียงพร้อมกับร่างที่ลุกพรวดขึ้นนั่งมองไปรอบๆ ท่ามกลางความมืดและความเงียบ มือเล็กความไปกดเปิดไฟหัวเตียง แต่ทันทีที่ไฟสว่างพรึบทั่วทั้งห้องกลับว่าเปล่าไม่มีเงาดำ ไม่มีรอยเ
last updateLast Updated : 2026-03-31
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status