LOGINก้าวแรกของการมาเยือนคฤหาสน์ตระกูลเหยียน เฉินซี ได้พบกับคุณอาเหยียนของเพื่อนรัก เหยียนเฉิงอวี่ ในค่ำคืนมืดมิดคุณอาเหยียนสุดหล่อกลับมายืนข้างหน้าต่าง มองมาด้วยท่าทีลึกลับน่าสงสัย เช้าวันต่อมากลับเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น อีกทั้งเขายังปฏิเสธว่าไม่ได้ออกไปจากห้องทั้งคืน!!! ความลึกลับในตัวชายหนุ่ม บวกกับสถานการณ์ที่ทำให้หวาดระแวง หญิงสาวจะทำเช่นไรเมื่อมี ‘เงา’ บดบังสตินึกคิด ภาพลวงตาที่เห็นกับโลกแห่งความเป็นจริงอันอ้างว้าง แท้จริงแล้วสิ่งไหนคือจริงและสิ่งไหนคือเท็จ ตัวตนของเหยียนเฉิงอวี่ที่คล้ายมีสองบุคลิก กับความทรงจำที่เต็มไปด้วยความวาบหวาม หัวใจที่โหยหาเรียกร้องให้พาตัวเข้าใกล้เขา โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวเธอถูกเขาล่อลวง หรือเป็นเขาเองกันแน่ที่ถูกเงาลวงบดบัง
View Moreเมืองจิ้นจง มณฑลซานซี
เมืองโบราณผิงเหยาในอดีตเคยเป็นเมืองสำคัญที่โด่งดังแห่งหนึ่งของจีน ในฐานะศูนย์กลางตลาดเงินและที่ตั้งของร้านแลกเงินแห่งแรก ซึ่งเชื่อกันว่าในช่วงที่เมืองผิงเหยาเฟื่องฟูที่สุดเคยมีร้านค้าภายในเมืองถึงพันร้าน
แม้ปัจจุบันเมืองผิงเหยาจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเช่นอดีต แต่ความสำคัญของเมืองโบราณผิงเหยาก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป เนื่องมาจากภายในเมืองโบราณผิงเหยา ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยของความรุ่งเรือง ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมบ้านเรือนร้านค้าตามแบบของชาวฮั่นที่มีให้เห็นอยู่ตลอดทั้งเมือง รวมไปถึงที่ว่าการอำเภอ กำแพงเมือง หรือสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวจีนสมัยโบราณ ทำให้ปัจจุบันเมืองโบราณผิงเหยา ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก
เสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะขณะกำลังอ่านโบรชัวร์ เฉินซีพับโบรชัวร์ในมือยัดกลับเข้าไปในเป้พร้อมล้วงมือถือออกมากดรับสาย ร่างเล็กนั่งลงไปยังกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่พร้อมเงยหน้าขึ้นมองชายคาบ้านโบราณที่สามารถบดบังแสงแดดยามสาย
“ว่าไง”
‘เสี่ยวซีอยู่ไหนแล้ว คนขับรถไปถึงหน้าเมืองโบราณตั้งนานแล้วนะ’ เสียงของหวั่นเยว่แฝงเอาไว้ด้วยแววกังวล ‘ไม่ใช่บอกว่ารถไฟมาถึงแต่เช้าหรือไง’
“ก็ใช่แต่อยากเดินชมเมืองโบราณก่อนนี่นา ตอนนี้เดินยังไม่ทั่วเลย”
เฉินซีและหวั่นเยว่เป็นเพื่อนรักที่เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ทั้งสองพบกันในวันแรกที่เข้าพักหอพักของทางมหาวิทยาลัยจากนั้นจึงสนิทสนมกันเรื่อยมา
ก่อนหน้านี้แม้หวั่นเยว่จะเคยไปเที่ยวบ้านของเฉินซีที่เซี่ยงไฮ้มาแล้ว แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่เฉินซีมายังเมืองจิ้นจง มณฑลซานซี
ชื่อเสียงของเมืองโบราณผิงหยางแน่นอนว่าเป็นสถานที่แรกซึ่งดูดึงดูดใจ แต่นอกเหนือไปจากนั้นการได้มาเห็นตระกูลใหญ่กับตา ก็นับเป็นอีกเรื่องที่เฉินซีต้องการเปิดหูเปิดตา
หวั่นเยว่เคยเล่าให้ฟังนับครั้งไม่ถ้วน เกี่ยวกับคฤหาสน์อันหรูหราที่ยังคงรักษาความเก่าแก่เอาไว้ได้เป็นอย่างดี คฤหาสน์ตระกูลเหยียน คฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่ปลูกสร้างตามแบบบ้าน ซื่อเหอย่วน หรือ บ้านล้อมลาน[1] แตกต่างกันก็เพียงแค่ซื่อเหอย่วนหลังอื่นๆ นั้น จะดูเล็กกระจ้อยร่อยเมื่อนำไปเที่ยบกับคฤหาสน์ตระกูลเหยียน
หญิงสาวเคยถามหวั่นเยว่ติดตลกครั้งหนึ่ง ทำไมหวั่นเยว่ใช้แซ่หวั่น แต่คฤหาสน์หรูหรากลับเป็นคฤหาสน์ตระกูลเหยียน
หวั่นเยว่เพียงยักไหล่ก่อนจะตอบว่าตระกูลเหยียนที่เป็นต้นตระกูลจริงๆ นั้นเหลือน้อยยิ่งกว่าน้อย เกรงว่าอีกไม่นานก็คงไม่มีคนตระกูลเหยียนแล้ว
ตอนได้ฟังเฉินซีไม่ได้คิดอะไรมาก กระทั่งในวันนี้ได้ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลเหยียน ได้รับรู้ พบเห็น รวมไปถึงสัมผัสกับเรื่องราวอันแสนวุ่นวายซับซ้อน รวมไปถึงความลับที่คนตระกูลหวั่นและคนตระกูลเหยียนได้ซุกซ่อนเอาไว้กว่าหกร้อยปี
หลังจากคนขับรถพาเฉินซีมาส่งยังหน้าคฤหาสน์ตระกูลเหยียน หญิงสาวก็พบว่าหวั่นเยว่มารออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองทักทายกันอย่างดีใจหลังไม่ได้พบกันเกือบปี
“ฉันรู้ว่าไม่ควรดีใจที่เธอตกงาน แต่ถ้าเธอไม่ตกงานแบบนี้ก็ไม่ได้มาเยี่ยมฉันที่ซานซีสิ” หวั่นเยว่หัวเราะเสียงร่าเริง “อยู่ที่นี่ฉันเหงาจะแย่ มีเธอมาเยี่ยมจิตใจค่อยกระชุ่มกระชวยขึ้นมาหน่อย มาเถอะเข้าบ้านกัน”
มองดูป้ายอักษรโบราณตัวโตแขวนเหนือประตู เฉินซีให้รู้สึกเกรงขามในความเก่าแก่ ตัวกำแพงสูงที่ล้อมรอบตัวคฤหาสน์ทำมาจากหินสูงเกือบสองช่วงตัวคน
ความโอ่อ่าด้านนอกก็ทำเอาคนแทบจะอ้าปากค้างแล้ว
ยิ่งไม่ต้องเดาว่าด้านในที่หวั่นเยว่เคยบรรยายว่า
‘กว้างใหญ่กระทั่งทำเอาคนที่อยู่มานานหลงทางอย่างช่วยไม่ได้’
หมายความว่าอย่างไร
เฉินซีก้าวผ่านประตูชั้นแรกก่อนลอบถอนหายใจ มองรอยยิ้มภาคภูมิใจของเพื่อนรัก
“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าไม่ได้โม้” หวั่นเยว่หัวเราะ “มาเถอะ ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากอวดแต่อย่ายืนตรงนี้เลย เดี๋ยวนางมารผ่านมาจะเสียอารมณ์เปล่าๆ”
นางมารที่หวั่นเยว่พูดถึงหลายครั้ง แท้ที่จริงก็คือ หวั่นชิงลูกพี่ลูกน้องแซ่เดียวกัน เพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่าและชอบทำตัวโตเกินวัย เอะอะก็เอาแต่จับผิดและคอยหาเรื่องตำหนิคนอื่น ทำให้หวั่นเยว่ไม่ค่อยจะชอบหน้า ดังนั้นจึงเรียกหวั่นชิงว่านางมารทั้งต่อหน้าและลับหลัง
“คงไม่ทะเลาะกันตอนฉันอยู่หรอกนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นคงกระอักกระอ่วนน่าดู”
“คงไม่หรอก ช่วงนี้ยัยนั่นมีเรื่องอื่นให้สนใจ ไม่มีเวลามายุ่งกับฉันแน่นอน”
“ซื่อเหอย่วน!” หลังเดินผ่านทางเดินชั้นแรกเข้าประตูชั้นที่สอง เฉินซีได้แต่ลอบอุทานเสียงเบา เรือนล้อมลานในจิตนาการและที่เคยเห็น ถูกภาพตรงหน้ากลบฝังจนไม่เหลือเค้าเดิม
[1] 四合院
“เขายังอ่อนแออยู่จะลงมือคงยาก อีกอย่างเมื่อคืนฉันก็มีสติตลอด เขาไม่มีทางลงมือได้ ถ้าจะให้สงสัยฉันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเกี่ยวกับฆาตกรที่ลงมือกับหวั่นฮั่ว จับตาดูทุกคนเอาไว้ คนทั้งคนหายตัวไปแบบนี้อีกเดี๋ยวคงมีพิรุธ”“ครับ” หยวนหลิงถอนหายใจ “วันนี้หยวนฝานน่าจะกลับมาถึงแล้ว เขาคงช่วยจับตาดูอีกแรง”“เรื่องทนายซูถึงไหนแล้ว”“เอกสารทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วครับ รอแค่เสร็จงานศพก็เรียบร้อย เกรงแต่จะยุ่งยากเพราะมีคดีคนหายมาเพิ่มอีก”“ไม่เป็นไร อีกไม่นานก็คงมีความคืบหน้า” เหยียนเฉิงอวี่หันไปมองยังกระจกเงาบานใหญ่ รอยยิ้มประหลาดผุดขึ้นที่มุมปากแต่ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว‘คิดกำจัดฉันเหรอ มาดูกันว่าหากนายมีจุดอ่อน และจุดอ่อนนั้นทำให้นายไปจากโลกมนุษย์ก็ไม่ได้ จะอยู่ต่อก็ต้องเสี่ยงกับการเผยตัว แล้วอย่างนี้นายจะทำยังไง เหยียนเฉิงอวี่ ฉันจะดูว่านายจะแก้ปัญหานี้ยังไง จริงคือเท็จ เท็จคือจริงที่นายว่า นายจะสามารถแยกแยะได้อย่างที่ใจคิดหรือเปล่า’อีกฟากหนึ่งของกระจกเงา ภายในห้องเงียบงันมืดสลัว เงาร่างสองร่างนอนนิ่งอยู่บนเตียงนอน มาบัดนี้กลับเริ่มมีความเคลื่อนไหว เหยียนเฉิงอวี่งัวเงียขึ้นมาด้วยอาการมึนงง ร
กลางวันอันแสนวุ่นวาย ทำเอาทันทีที่ทิ้งหัวลงหมอนก็หลับเป็นตาย ถึงอย่างนั้นเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนเฉินซีกลับตื่นขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกประหลาดบอกให้ลงจากเตียงและเดินไปที่หน้าต่างเป็นดังคาดแผ่นหลังของเหยียนเฉิงอวี่ยืนอยู่ตรงนั้น ทางเดินในสวนซึ่งกั้นระหว่างเรือนหลักและเรือนตะวันออก ร่างสูงค่อยๆ หันกลับมาช้าๆ ก่อนจะยืนนิ่งอยู่แบบนั้นเฉินซีกัดริมฝีปากแน่น ความสงสัยและลังเลทำให้รู้สึกอึดอัด หวั่นเยว่บอกให้เธอกลับไปได้เลยไม่ต้องกังวล เธอรู้ดีว่าเพื่อนรักไม่อยากให้เธอเจอกับเรื่องยุ่งยาก โดยเฉพาะเรื่องวุ่นวายของคฤหาสน์ตระกูลเหยียนที่ถึงกับมีคนตายแบบนี้ที่สำคัญดูเหมือนคุณย่าเหยียนเองก็เห็นด้วยที่จะให้เธอกลับเซี่ยงไฮ้“ไหนๆ ก็จะกลับแล้ว” เฉินซีหมุนตัวไปคว้าเสื้อคลุมแขนยาวจากนั้นเดินออกมาจากห้องทุกย่างก้าวที่เดินไปยังทางเดินในสวนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ถึงอย่างนั้นร่างเล็กก็ยังคงก้าวเดินไป กระทั่งในที่สุดก็มองเห็นร่างสูงที่ยังคงยืนอยู่จุดเดิม“คุณมาทำอะไรที่นี่ เวลานี้” เฉินซีไม่ปล่อยเวลาสูญเปล่า หญิงสาวมั่นใจว่าการที่เขามายืนตรงจุดนี้ในเวลาเดียวกันเป็นครั้งที่สอง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย
หยวนหลิงเดินตามผู้เป็นนายไป “คุณชาย...ถ้ายังไงเราพาตัวเธอมาก่อนแล้วค่อย...” เขาไม่ชอบใจเลยที่ต้องมาแก้ปัญหาเอาที่ปลายเหตุ หากปัญหาอยู่ที่เด็กสาวคนนั้น เรื่องนี้มาคิดๆ ดูอาจง่ายที่จะจัดการ หากเขาเพียงแค่...“ให้ฉันลองคุยกับเธอดูก่อน หากเธอจะพูดก็คงพูดออกไปตั้งแต่ที่ตำรวจเรียกไปสอบปากคำแล้ว เห็นชัดว่าตัวเธอเองก็ไม่มั่นใจ นายเรียกทนายซูมาที่นี่ให้เร็วที่สุด จัดการเรื่องการแบ่งอสังหาริมทรัพย์ของสามตระกูลให้เรียบร้อย หลังเสร็จจากงานศพเราต้องจัดการให้พวกเขาย้ายออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”“ครับ” หยวนหลิงรับคำแล้วมองผู้เป็นนายเดินกลับเข้าห้องไป เขามีสีหน้าเคร่งเครียดก่อนเดินกลับเข้าห้องพักของตนที่อยู่ติดกันเดิมทีห้องนี้สมควรเป็นห้องของสาวใช้ต้นห้อง แต่เพราะเหยียนเฉิงอวี่ไม่ชอบให้มีคนแปลกหน้าอยู่ใกล้ๆ ดังนั้นจึงไม่มีสาวใช้หรือคนงานพักอยู่ในละแวกเรือนรับรองของเขา เว้นเพียงหยวนหลิงและหยวนฝาน สองพี่น้องที่ครั้งหนึ่งเหยียนเฉิงอวี่เคยช่วยชีวิตไว้มองดูแฟ้มประวัติของเฉินซีที่เขาปริ้นท์มาจากอีเมลล์ของหยวนฝาน ความบังเอิญอันสมควรตายนี้ เขาควรโทษโชคชะตาหรือโทษความเลินเล่อดีก่อนหน้านี้เขาเป็นคนสืบประวัต
เฉินซีกำลังจะอ้าปากยืนยัน แต่เสียงของใครบางคนขัดขึ้นเสียก่อน“เสี่ยวซี” รอยยิ้มของหวั่นเกาฉายแววประหลาดเล็กน้อย ทันทีที่เห็นว่าข้างกายหญิงสาวคือเหยียนเฉิงอวี่ “คุณก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอฮะ”เหยียนเฉิงอวี่พยักหน้า“ขอโทษด้วยนะครับที่แม่เสียมารยาท”“ไม่เป็นไร ฉันเพิ่งมาก็เกิดเรื่องกับหวั่นฮั่ว แม่นายจะสงสัยฉันก็ไม่นับว่าน่าแปลก” เหยียนเฉิงอวี่กล่าวเสียงเรียบ เขาหันมามองเฉินซี “หวังว่าจะลองคิดดูอีกทีนะครับ ขอตัวก่อน”เฉินซีมองตามแผ่นหลังกว้างเดินจากไป หวั่นเกาเองก็ถอนหายใจเสียงเบา“ทำไมมาอยู่ที่นี่ละคะ ที่เรือนไม่วุ่นวายแย่เหรอ”“ผมจะไปหาคุณย่าที่เรือนหลักครับแล้วจะเลยไปโรงพยาบาล อยากไปสอบถามเรื่องเกี่ยวกับการชันสูตรเพิ่มเติมน่ะครับ”“เอ๋”“คือ... มีตำรวจคนนึงสงสัยว่าอาจเป็นการฆาตกรรมอำพรางน่ะครับ”!!!ได้ยินอย่างนั้นไม่รู้ทำไมเฉินซีจึงหันขวับไปมองยังทิศทางที่เหยียนเฉิงอวี่จากไป ใบหน้าและดวงตาน่ากลัวของเขาในความฝันยังคงเด่นชัด“ได้ยินว่าคุณจะกลับเซี่ยงไฮ้แล้ว”“อ๋อ” เขาคงได้ยินมาจากหวั่นเยว่ “คงไม่ใช่ตอนนี้หรอกค่ะ คงรอให้อะไรเรียบร้อยก่อน”จะกลับเลยก็คงน่าเกลียด ดังนั้นเฉินซีจึงยืนยันกับหวั