Share

เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง
เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง
Penulis: ซูเมิ่ง 淑梦

บทที่ 1 กวีล่องลอย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-09 13:09:05

        ซานหลิน เมืองเล็กทางตอนใต้ของแคว้นเฟิงหยางตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาล้อมรอบ ชาวเมืองเริ่มเฉลิมฉลองผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวสิ้นสุด ท้องฟ้าบัดนี้ประดับด้วยดวงดารากระจ่างฟ้า ตัดกับความมืดมิดยามราตรี บทกวีจากความเมามายของบัณฑิตชราถูกเอื้อนเอ่ย

“บัลลังก์สูงเหนือเมฆา

ฮ่องเต้กลับอ่อนแอใจหม่นหมอง

ราชสำนักวุ่นขุนนางแบ่งอำนาจ

ประชาราษฎร์ทุกระทมไร้ความหวัง

        สิ้นเสียงบทกวีของอาจารย์ไร้ชื่อเสียงยามร่ำสุรากับสหายร่วมเมือง ความเงียบงันในเหล่าบัณฑิตผู้รู้อักษรพลันเกิดขึ้น หากแต่กระนั้นยังมีหลายคนชื่นชมบทกวีเย้ยหยันบัลลังก์มังกร จนเสียงร่ายกวีล่องลอยจากเมืองซานหลินเมืองเล็กท่ามกลางป่าเขาที่น้อยคนจะรู้จัก กลับโด่งดังในกลุ่มบัณฑิตรุ่นใหม่จนถูกกล่าวล้อเลียนฮ่องเต้ในงานเลี้ยงน้ำชาหลายครา ทำขุนนางน้อยใหญ่ทั่วราชสำนักไม่พอใจนำเรื่องทูลถวายฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่พึ่งครองราชย์เพียงครึ่งเดือน

        ภายในท้องพระโรงทองคำเหล่าขุนนางร่วมว่าราชกิจมิตกหล่น ฮ่องเต้เผิงเจิ้งหมิงยังคงอ่อนเยาว์ ประทับบัลลังก์ในชุดคลุมมังกรทอง

                “ทูลฝ่าบาท นอกเมืองมีบทกวีสั่นคลอนราชสำนักบทหนึ่งถูกราษฎรเชื่อว่าเป็นจริง จนมิเคารพราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงไม่พอใจของฉู่หม่าเฉิงเจ้ากรมคลังดังขึ้น

                “ใต้เท้าฉู่เป็นดั่งบทกวีที่กล่าวขานหรือ เหตุใดต้องถือสา” ฮ่องเต้เจิ้งหมิงยังคงเห็นเป็นเรื่องขบขัน

                “ทูลฝ่าบาท หากยังปล่อยเช่นนี้ต่อไปจะไม่มีผู้ใดเกรงกลัวพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ”

                “เจ้ากรมคลังกังวลเกินไปหรือไม่ เพียงกวีบทเดียวราชวงศ์แคว้นเฟิงหยางคงมิล่มสลายไปได้หรอก”

                “ถึงแม้จะเป็นเพียงกวีบทเดียวฮ่องเต้ก็มิควรปล่อยไป มิเช่นนั้นบัณฑิตทั่วแผ่นดินจะหาว่าราชสำนักอ่อนแอได้พ่ะย่ะค่ะ” โจวหยวน มหาราชครูทูลด้วยใบหน้านิ่งขรึม

                “เช่นนั้นก็เอาแบบนี้เถิด นำตัวผู้แต่งบทกวีนี้มาคุมขังในคุกหลวง จำไว้อย่างพึ่งทำการสิ่งใดนำชายผู้นั้นมาอย่างปลอดภัย” ดำรัสฮ่องเต้ถือเป็นอาญาสิทธิ์

        เพียงสามวันม้าเร็วมุ่งตรงสู่เมืองเล็กชายแดนทางใต้ ขุนนางท้องถิ่นต้องรับราชโองการด่วน แม้ความรื่นเริงในฤดูเก็บเกี่ยวที่ถูกจัดขึ้นหนึ่งเดือนเต็มยังไม่สิ้นสุด ความโกลาหลกลับเกิดขึ้นกับคนในตระกูลเจียงด้วยกวีของผู้นำตระกูลเพียงบทเดียว ทหารจวนนายอำเภอล้อมรอบเรือนตระกูลเจียง ชาวบ้านต่างรุมล้อมมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก อาจารย์เจียงเป็นบัณฑิตผู้มีคุณธรรม เปิดสำนักศึกษาให้เหล่าเด็กหนุ่มเด็กสาวในหมู่บ้านได้เรียนอักษรโดยไม่ต้องจ่ายแม้แต่ตำลึงเดียว

                “ใต้เท้าจง นี่มันเกิดสิ่งใดกันเหตุใดต้องล้อมเรือนอาจารย์เจียงด้วยเล่า” ผู้เฒ่าในหมู่บ้านเป็นกังวลแทนเจ้าของเรือน ยืนขวางหน้าประตูพร้อมชาวเมืองหลายสิบคน

                “ท่านผู้เฒ่าอย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจเลย ราชโองการมาถึงแล้ว ยากที่จะช่วยอาจารย์เจียงไว้ได้” นายอำเภอจงกล่าวอย่างจนใจ

                “ช่วยเหลือไม่ได้เลยหรือ อาจารย์เจียงเป็นสุภาพชนช่วยเหลืองเมืองซานหลินไว้มากมาย เด็กหนุ่มในเมืองต่างรู้อักษรกันหมด กลายเป็นขุนนางได้ดิบได้ดีหลายคน ความดีนี้ช่วยลบล้างความผิดไม่ได้เลยหรือ”

ชาวเมืองยังคงยืนกรานขัดขวางการจับกุมของทางการ แม้แต่นายอำเภอเองก็ลำบากใจ คุณธรรมของเจียงเหลียนไห่เลื่องลือทั่วเมืองซานหลิน ทว่าราชโองการยากจะขัดอย่างไรจำต้องนำตัวผู้กระทำผิดเข้าเมืองหลวงในวันนี้

      “ขอบคุณทุกท่านที่มีน้ำใจช่วยเหลือในยามยาก ข้าเจียงเหลียนไห่ซาบซึ้งยิ่ง” ประตูเรือนเปิดอ้าพร้อมเจ้าบ้านที่ค่อมกายขอบคุณชาวเมืองที่คิดปกป้อง

      “อาจารย์เจียง” ใต้เท้าจงค่อมกายเคารพอย่างนับถือ

      “ลำบากท่านนายอำเภอแล้ว ข้าน้อยจัดการธุระจึงออกมาต้อนรับช้า ต้องขออภัยด้วย”

      “อาจารย์เจียงจัดการธุระเสร็จแล้วหรือไม่” ใต้เท้าจงถามด้วยห่วงใย

      “เรียบร้อยแล้ว ใต้เท้าจงอยากเข้าไปดื่มชาก่อนหรือไม่”

      “ระยะทางไปเมืองหลวงยังอีกไกล เกรงต้องลำบากอาจารย์ตามข้าไปตอนนี้แล้ว” นายอำเภอสีหน้าเป็นกังวลไม่น้อย เขาเองก็ไม่อยากจับกุมอาจารย์เจียงเช่นเดียวกับชาวเมือง

     “อาจารย์เจียงท่านอย่าไปเลย”

     “เราจะปกป้องท่านเอง”

     “นายอำเภอจับข้าไปแทนเถอะ”

ชาวเมืองหลายคนยังคิดขัดขวาง จนขบวนทหารมิอาจฝ่าฝูงชนออกไปได้ ใต้เท้าจงได้แต่ส่งสายตาของร้องเจียงเหลียนไห่ที่ยืนอยู่ข้างกาย

      “ทุกท่านโปรดใจเย็น ใต้เท้าจงกับเหล่าทหารต่างทำตามราชโองการ อย่าทำให้พวกเขาลำบากใจเลย ครั้งนี้ฮ่องเต้สั่งให้นำข้าเข้าเมืองหลวงโดยมิได้สั่งล่ามโซ่แต่อย่างใด ทุกท่านวางใจเถิดข้าต้องได้รับความเป็นธรรมแน่”

“ใช่ ๆ ข้าให้สัญญาว่าจะดูแลอาจารย์เจียงอย่างดี” นายอำเภอจงยืนกรานอีกเสียง ชาวเมืองจึงยอมหลีกทางให้

        ขบวนเหล่าทหารนำเหลียนไห่ขึ้นรถลากแม้จะไม่ถูกล่ามด้วยโซ่เช่นคนมีความผิดร้ายแรง ทว่าการนั่งในรถที่มีกรงขังก็ไม่ต่างกันเท่าใด

                “ท่านพ่อ!” เสียงใสดังถามขบวนทหารมาไม่ไกล

                “ใต้เท้าจงหยุดรถก่อนได้หรือไม่ เกรงว่าบุตรสาวข้าคงรู้เรื่องแล้ว หากไม่บอกกล่าวให้เข้าใจนางคงตามตอแยท่านถึงเมืองหลวงแน่” เหลียนไห่ที่รู้จักบุตรีตนเองเป็นอย่างดี กล่าวเตือนนายอำเภอ

                “หยุดรถ” นายอำเภอจงรู้จักเจียงซูเม่ย สตรีอันดับหนึ่งของซานหลินแม้งดงามหากแต่นิสัยดื้อรั้นไม่น้อยกว่าผู้ใด

        อาชาสีขาววิ่งบนถนนมุ่งสู่ขบวนทหาร สตรีในอาภรณ์ขาวแม้บัดนี้คิ้วขมวดแน่น หากแต่ใบหน้างดงามนั้นมิอาจปกปิด ดวงตากลมโตราวไข่มุกใต้ทะเลลึก ผิวขาวผ่องกว่าแสงจันทร์ยามค่ำคืน ริมฝีปากอวบอิ่มชมพูระเรื่อ ยากจะทำให้บุรุษใดไม่หลงใหล

                “ท่านพ่อ ท่านจะเข้าเมืองหลวงจริงหรือ” ซูเม่ยลงจากม้าทันทีที่ตามขบวนนักโทษทัน

                “อาเม่ย อย่างได้กังวลอยู่ดูแลแม่เจ้ารอพี่ชายเจ้ากลับมาจากต่างเมือง อย่าทำให้แม่เจ้าต้องเป็นห่วง พ่อไม่เป็นไรไปครั้งนี้เชื่อว่าฮ่องเต้เพียงอยากตักเตือน”

                “แต่ว่าเมืองหลวงเต็มไปด้วยพวกเสือซ่อน มังกรหลับ อันตรายยิ่งนัก”

                “ไว้ใจเถิดพ่อจะกลับมาแน่ อย่าทำให้นายอำเภอกับเหล่าทหารลำบากใจอีกเลย”  เจียงเหลียนไห่ย้ำสัญญากับซูเม่ยก่อนจะให้นายอำเภอออกเดินทางต่อ

        ซูเม่ยมองตามขบวนนักโทษจนลับสายตาไม่กล้าตามติดไปอีก ด้วยบิดากำชับไว้เด็ดขาด นางจำต้องทำตามคำสั่งของบิดาอยู่ดูแลมารดารอจนกว่าพี่ชายจะกลับมา พอถึงตอนนั้นคำสั่งของท่านพ่อก็ถือว่านางทำสำเร็จ ต่อจากนั้นอยู่นอกเหนือคำกำชับของบิดาแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 57 ตอนพิเศษ

    จวนแม่ทัพเมืองหลวงวุ่นวายไม่น้อย แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าจวนเพ่ยกับแม่ทัพใหญ่รวมทั้งฮูหยินใหญ่ก็ต่างวุ่นวายจัดแจงสาวใช้ไปด้วย แม้อากาศฤดูนี้ร้อนอบอ้าว ทว่าใจของอี้เฉิงกลับหนาวเหน็บ เขาแทบขาดใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฮูหยินตนร้องด้วยความเจ็บปวด “อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ เบ่งเจ้าค่ะ” เสียงหมอตำแยดังออกมาจากภายในเรือนใหญ่ “อื้อ!!!” เสียงเบ่งสลับกลับเสียงร้องดังไม่หยุดหย่อน “ท่านแม่ ฮูหยินข้าจะไม่ไหวแล้ว” อี้เฉิงหน้าซีดเผือดจ้องมองเรือนใหญ่ไม่ละสายตา “เจ้าอย่าใจร้อน ซูเม่ยนางอดทนกว่าที่เจ้าคิด” “อื้อ!!!!” “แง!” เสียงทารกดังขึ้น ทำทุกคนในลานหยุดชะงักหันมองเรือนใหญ่ในทันที “คลอดแล้ว! คลอดแล้วขอรับ! ลูกข้าคลอดแล้ว” อี้เฉิงกระโดดเป็นเด็ก วิ่งไปยังหน้าประตูเรือนใหญ่ที่ยังคงปิดอยู่ ปัง! ปัง! ปัง! “ท่านแม่ยาย! ลูกข้าคลอดแล้วใช่หรือไม่” อี้เฉิงดีใจจนสำรวมอาการไม่อยู่วิ่งไปเคาะประตูเสียงดัง “นี่เจ้าเป็นพ่อคนแล้ว สำรวมหน่อย” หลี่หว่ารีบมา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 56 พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

    “ยังขมอยู่หรือไม่” อี้เฉิงเอ่ยถามสตรีในอ้อมกอดที่บัดนี้จ้องมองตนตาโตจนน่าขำ “พอเลยเจ้าค่ะ ข้าจะนอนแล้ว” ซูเม่ยเคอะเขินจนไม่รู้จะอยู่สนทนาอย่างไรต่อแล้ว ก่อนจะพลิกตัวกลับไปล้มตัวนอน โดยที่อี้เฉิงไม่คิดเย้านางต่อปล่อยให้ฮูหยินตนที่เหน็ดเหนื่อยจากความโหยหาของตนเมื่อครู่ได้หลับสนิท ยามเหม่าแม่ทัพหนุ่มปรือตาตื่น ทว่าพื้นเตียงข้างตนกลับเย็นเฉียบ บ่งบอกว่าสตรีข้างกายได้ลุกออกไปนานแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะตามหาซูเม่ยกลับเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน “ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยก่อนวางอ่างน้ำลงข้างเตียง “อือ! เหตุใดฮูหยินตื่นเช้านัก” อี้เฉิงเอ่ยถามพลางรั้งเอวบางนั่งบนตักตน “อากาศเริ่มหนาวข้าเลยไปนำน้ำอุ่นมาให้ท่านพี่เช็ดหน้าเจ้าค่ะ” “เหตุใดต้องทำเอง ให้สาวใช้ยกมาก็พอ” “เรื่องของท่าน ข้าอยากเป็นคนทำให้เองเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ยพลางยืนผ้าอุ่นให้เขา “แต่ข้ากลัวฮูหยินเหนื่อยนี่นา” อี้เฉิงท่าทางดังแมวน้อยออดอ้อนเจ้านาย “ไม่เหนื่อยหรอกเจ้าค่ะ หรือท่านพี่ไม่ต้องกา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 55 ความโหยหาของแม่ทัพหนุ่ม

    อี้เฉิงกลับถึงจวนในยามเซิน ภายในจวนเงียบสงบเช่นที่เคยเป็นเขาหยุดหน้าห้องอักษรก่อนหันมองไปยังเรือนใหญ่ “ฮูหยินล่ะ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามสาวใช้ที่ผ่านมา “ฮูหยินไม่อยู่เจ้ค่ะ” “ไม่อยู่! หมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้รายงาน ‘เจ้าไม่กลับเรือนนานเพียงนี้ ไม่เกรงซูเม่ยจะคิดว่าเจ้าทอดทิ้งแล้วจากไปหรือ’ คำพูดของบิดาที่เอ่ยเตือนผุดขึ้นในหัว ก่อนที่เขาจะละทิ้งห่อสัมภาระไว้ตรงนั้นแล้ววิ่งไปยังเรือนใหญ่ ประตูเรือนถูกเปิดออกอย่างแรง ทว่าข้างในกลับว่างเปล่า หัวใจของแม่ทัพหนุ่มเกือบหยุดเต้น การบีบรัดของก้อนเนื้อในอกช่างทรมาน “ฮูหยิน ฮูหยิน!” เขาเดินวนไปทั่วเรือนใหญ่กลับไร้วี่แววของนาง ภายในหัวเขาขาวโพลนเสียงอื้ออึงเกิดขึ้นในหู เมื่อมองไปทางใดมีแต่หมอกขาวขวางกั้นไม่พบแม่แต่เงาของนาง “ซูเม่ย! เจ้าอยู่ไหน!” อี้เฉิงแตกตื่นลนลานวิ่งวุ่นไปทั่วจวน เหล่าบ่าวไพร่ต่างตกใจกับท่าทางคล้ายคนเสียสติของท่านแม่ทัพ “ซิงเหว่ยเตรียมม้า ข้าจะไปตามหาซูเม่ย” เขาตะโกนเรียกองครักษ์ข้า

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 54 เจ็บปวดเพราะสตรีที่รัก

    “เจ้าคิดจะช่วยมันหรือ” อี้เฉิงไม่สนเป็นผู้ใด เขาพร้อมจะต่อสู้หากคิดขวางทางแก้แค้นของเขา “อี้เฉิงท่านใจเย็นก่อน ชายผู้นี้ไม่ได้ทำข้าด่างพร้อย” ซูเม่ยเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า รีบอธิบายความจริงทันที อี้เฉิงสมองขาวโพลน ในหัวว่างเปล่าหันมองนางอย่างช้า ๆ เขาไม่รู้จะต้องรู้สึกอย่างไร ดีใจ โล่งใจ สับสน หรือแค้นเคือง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงมองนางด้วยอารมณืที่หลากหลาย ไม่ต่างจากจูฉือและหัวหน้าหน่วยสังหารที่งุนงงไม่ต่างกัน “ฝ่าบาทรู้ว่าจูฉือจะต้องช่วยลี่เฉี่ยวกำจัดหม่อมฉัน จึงให้องครักษ์ห่าวตูลอบอารักขา เมื่อชายผู้นี้เข้ามาข้าจึงได้ฝากรอยแผลลึกไว้ที่หน้าเขาก่อนที่จะสลบไป ไม่นานองครักษ์ห่าวตูก็ได้ใช้ยาสลบและยาสับสนให้กับชายผู้นี้ เขาจึงคิดมาตลอดว่าทำแผนการสำเร็จ” ซูเม่ยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น อี้เฉิงตกใจกลับสิ่งที่ได้ยิน แววตาของซูเม่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่สื่อออกมาอย่างชัดเจน เวลานี้เขาเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง ใบหน้าแค้นเคืองบัดนี้กลับเป็นนิ่งงัน กระบี่ลดต่ำลงก่อนจะถอยห่างจากหัวหน้ามือสังหาร โดยไม่ได้หันหน้ามองซ

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 53 ลอบสังหารรัชทายาท

    “ฮูหยินข้าเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย” อี้เฉิงรู้สึกแปลกใจเมื่อฮ่องเต้ต้องการดึงนางเข้าไปเกี่ยว “เรื่องนั้นท่านต้องรอถามฮูหยินท่านอธิบายเองแล้ว ตอนนี้ควรรีบเร่งหากช้ากว่านี้ เกรงองค์รัชทายาทจะตกอยู่ในอันตรายได้” อี้เฉิงแม้กระวนกระวายใจ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรีบไปเข้าวังหลวงอารักขาองค์รัชทายาทเสียก่อน และนี้อาจจะเป็นโอกาสให้กำจัดขั้วขุนนางฝั่งตระกูลจูลงได้ “ซูเม่ย ตื่นเถอะ” อี้เฉิงกระซิบเสียงเบาข้าหูนาง “เกิดอะไรหรือเจ้าคะ” นางปรือตาตื่นเมื่อเห็นฟ้าโดยรอบยังมืดอยู่จึงแปลกใจไม่น้อย “องครักษ์ห่าวตูมา” สิ้นประโยคซูเม่ยกลับนั่งตัวตรง ดวงตาที่หนักอึ้งกลับสว่างในทันที “จริงหรือเจ้าคะ” ท่าทางตกใจของนางทำให้อี้เฉิงคาดเดาว่านางคงมีเรื่องปิดบังตนแน่ “ใช่! ฮ่องเต้ให้เจ้าเข้าวังพร้อมข้า เกรงว่าจูฉือคิดส่งคนสังหารรัชทายาทแล้ว” อี้เฉิงเอ่ยพลางลุกขึ้นสวมชุดเกราะ ไม่ต่างจากซูเม่ยสวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากเรือน “ฮูหยินน้อยเพ่ย ท่านยังจำหน้าโจรผู้นั้นได้หร

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 52 กวาดล้างคนชั่ว

    ราชโองการประกาศออกไปทั่วแคว้น องค์ชายใหญ่เปี่ยมด้วยเมตตา พระปรีชามากล้น นับแต่นี้ขึ้นเป็นรัชทายาทของแคว้นเฟิงหยาง แม้เสนาบดีซ้ายคิดขัดขวางทว่าบทความนั้นช่างน่าอายจนมิอาจหน้าหนาหาข้ออ้างได้ ด้านตระกูลโจวก็มีเรื่องกังวลไม่แพ้กันด้วยกำแพงเมืองเหนือพังลง เพราะรองเจ้ากรมโยธาอย่างโจวเหิงซานคิดอมเงินหลวง อีกทั้งไม่ยอมจ่ายค่าจ้างคนงานนานถึงครึ่งปี บัดนี้โทษทัณฑ์เข้าใกล้ตัวคิดหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว ท้องพระโรงเจิงหมิงประทับนั่งบัลลังก์มังกร การสืบคดีหัวเมืองเหนือสิ้นสุด ขุนนางทุกผู้ถูกเรียกเข้าร่วมหารือทันที “ทูลฝ่าบาท กำแพงเหนือพังลงเพราะโจวเหิงซานใช้ของไม่มีคุณภาพ หินที่นำมาสร้างก็น้อยนิด ดินมีแต่เศษฟางทำให้ไม่แข็งแรงพังลงอย่างง่ายดาย อีกทั้งคนงานบอกไม่ได้ค่าจ้างมาหกเดือนแล้ว ก่อนหน้าแม้ได้ค่าแรงแต่ก็เพียงครึ่งนึงของราคาประกาศของราชสำนัก พ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำกราบทูล เจิ้งหมิงใบหน้าโกรธเกรี้ยว สองมือกำแน่นสายตาพิฆาตจ้องมองโจวเหิงซานโดยไม่ละสายตา “ทหารนำชายชั่วนี้ไปประหาร” เสียงทรงอำนาจดังลั่น “ฝะฝ่าบาท ไว้ชี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status