Share

เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์
เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์
Penulis: primพริมโรส

บทที่ 1 ความอัปยศ

last update Terakhir Diperbarui: 2024-11-16 11:10:48

บทที่ 1 ความอัปยศ

ณ คฤหาสน์ตระกูลเจียงอันยิ่งใหญ่แห่งแคว้นต้าจง

ค่ำคืนที่เงียบสงบกลับกลายเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความโกลาหล ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนบ่งบอกถึงชะตากรรมอันเลวร้ายของคนในตระกูลเจียง ภายในจวนใหญ่ของตระกูลเจียง ผู้คนต่างมารวมตัวกันอย่างแน่นหนา เสียงซุบซิบและการพูดคุยกันเบาๆ ของเหล่าคนในตระกูลและบ่าวไพร่ดังขึ้นทั่วบริเวณ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังศาลาที่ใช้สำหรับตัดสินความผิด ศาลาที่เคยสงบเงียบกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงกดดัน

เจียงซิ่วเหยา ฮูหยินใหญ่ของเสนาบดีเจียงเฉินนั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางศาลา ใบหน้าของนางซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนพื้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นางพยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ถูกยัดเยียดอย่างไม่เป็นธรรม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครฟังนางเลย ทุกคนต่างมองนางด้วยสายตาเย้ยหยันและรังเกียจ แต่ทว่าแม้นางจะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและสิ้นหวัง แต่ความงดงามของนางยังคงโดดเด่นราวกับดอกสาลี่ที่ต้องสายฝนกระหน่ำ ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของนางกลับทำให้คนมองรู้สึกทั้งสงสารและริษยาในความงามพิลาศที่สวรรค์ลำเอียงให้นางมามากมาย ความงามอันอ่อนหวานนั้นเป็นที่ริษยาของบรรดาฮูหยินรองและอี้เหนียงทั้งหลายที่ยืนมองเรื่องสนุกและสะใจในความทุกข์ของผู้อื่นอยู่ ซึ่งไม่มีใครอยากเห็นนางยืนอยู่ในที่สูงเช่นนี้อีกต่อไปหากว่าสามารถเหยียบย่ำได้ก็จะต้องทำทันที

"ข้าไม่ได้ทำ! ข้าบริสุทธิ์! ท่านพี่ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ " 

เจียงซิ่วเหยาร้องเสียงสะอื้น นางพยายามอธิบาย แต่น้ำเสียงของนางถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเยาะและคำพูดที่เต็มไปด้วยการดูถูกจากผู้คนรอบข้าง

“ไม่ต้องมาแก้ตัว! เจ้าถูกจับได้คาหนังคาเขา เจ้ายังจะปฏิเสธอะไรอีก! นี่หากว่าไม่ถูกจับได้บนหัวท่านพี่คือ แม้แต่เส้นผมก็คงจะกลายเป็นสีเขียวหมดแล้ว” 

 เสียงของเจียงหลันฟาง ฮูหยินรองของเสนาบดีเจียงเฉินดังขึ้น นางยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ใบหน้าของนางงดงามและเปล่งประกายด้วยความมั่นใจที่มาจากความสูงศักดิ์ เจียงหลันฟางหรือหลิวหลันฟางเป็นบุตรสาวของอัครเสนาบดีฝ่ายขวาหลิวตงเฉิน ที่ฮ่องเต้ไว้วางใจครอบครัวของนางมีทั้งอำนาจและฐานะที่คนทั่วไปยำเกรง แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยังต้องเกรงใจนาง ใบหน้าของนางฉายแววแห่งความสะใจ ขณะที่สายตาของนางจับจ้องมาที่เจียงซิ่วเหยาราวกับจะเหยียบย่ำให้จมดิน

"ข้าไม่เคยทำเช่นนั้น! ข้าไม่เคยคิดคบชู้กับบ่าวรับใช้! ข้าไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ ท่านพี่ ท่านแม่โปรดเชื่อข้าเถิดเจ้าค่ะ ฮื่ออออ!!!" เจียงซิ่วเหยาร้องออกมาน้ำเสียงของนางสั่นเครือด้วยความสิ้นหวัง 

"มันเป็นการใส่ร้าย ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดบ่าวคนนั้นถึงมาอยู่ในห้องของข้า! มันเป็นการจัดฉากเพื่อใส่ร้ายข้าจริงๆ นะเจ้าคะ ท่านแม่ ท่านพี่ เชื่อข้าเถอะ"

แต่คำพูดของเจียงซิ่วเหยากลับไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครในที่นั้นที่คิดจะฟังนาง ถึงแม้ว่านางจะพูดความจริงแล้วอย่างไรเล่า?? …ในที่แห่งนี่มีแต่คนที่แข็งแกร่งและระมัดระวังตัวเองเท่านั้นถึงจะอยู่รอด นี่คือความคิดของเหล่าอี้เหนียง ไม่มีความสงสารเห็นใจเลยถึงแม้ว่าจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ตาม พวกเขาต่างก็คิดว่าเป็นท่านเองที่พลาด..ฮูหยินใหญ่.

 บ่าวรับใช้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับนางได้หลบหนีไปเมื่อถูกจับได้ ทิ้งให้นางต้องรับความอัปยศไว้เพียงลำพัง สถานการณ์นี้ทำให้ทุกคนในตระกูลเชื่อว่านางเป็นผู้ผิดจริง เจียงซิ่วเหยาหันสายตาไปมองเจียงเฉิน สามีของนางที่นั่งอยู่บนที่นั่งสูง ใบหน้าไร้ความรู้สึก ดวงตาเย็นชานั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา ไม่มีแล้วสายตาแห่งความรักใคร่ที่นางเคยได้รับจากเขา ไม่มีอีกแล้วสายตาแห่งความเมตตา..ไม่มีแล้วจริงๆ นางคิดด้วยความเศร้าและสิ้นหวัง 

 เสนาบดีเจียงเฉินที่นั่งก้มมองร่างของฮูหยินเอกของตนด้วยสายตาเฉยเมย เขาเป็นชายฉกรรจ์ในวัยสี่สิบกว่าที่มีความสง่างามและหล่อเหลาอย่างน่าประทับใจ ความสูงของเขาโดดเด่น รูปร่างสมส่วนด้วยความแข็งแรงแบบนักรบที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทำให้เขายังคงมีท่วงท่าที่องอาจและน่าเกรงขาม แม้จะอยู่ในวัยกลางคนแล้วแต่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ถึงความน่าดึงดูดของเขา ใบหน้าของเขายังคงมีความคมชัดและสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ จมูกโด่งรับกับคิ้วที่เข้ม หน้าผากกว้างแสดงถึงความเฉลียวฉลาด ดวงตาคมเข้มแฝงด้วยประกายเยือกเย็นที่แสดงถึงอำนาจและความเด็ดขาด มุมปากของเขามักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเบา ๆ ที่ดูทั้งมีเสน่ห์และลึกลับ เส้นผมของเขามีสีดำเข้มตัดกับสีเงินที่แทรกอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งยิ่งทำให้เขาดูมีความน่าดึงดูดในแบบผู้ใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์

แม้ว่าเวลาจะผ่านไป เจียงเฉินก็ยังคงดูดีและมีบารมีที่ไม่สามารถมองข้ามได้ การแต่งกายของเขามักจะเลือกชุดที่ประณีตและดูสง่างาม เครื่องแต่งกายสีเข้มที่เน้นลวดลายสีทองทำให้เขาดูเป็นผู้นำที่เต็มไปด้วยความมั่นคงและอำนาจ ทุกครั้งที่เขาก้าวเดิน สายตาของผู้คนรอบข้างจะจับจ้องที่เขา ด้วยความเคารพและเกรงกลัว ความหล่อเหลาของเจียงเฉินนั้นไม่ได้มาจากเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังมาจากออร่าของอำนาจ ความมั่นใจ และการควบคุมตัวเองที่เขามีตลอดเวลา

เจียงซิ่วเหยาละสายตาจะสามีของนางและมองไปที่ฮูหยินผู้เฒ่า มารดาของเจียงเฉินที่เคยรักและเอ็นดูนาง แต่บัดนี้กลับมองนางด้วยสายตาแห่งความผิดหวังและเกลียดชัง ความสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามาทำให้นางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมดินทำให้นางนั้นแทบหายใจไม่ออก พวกเขามองนางราวกับมองคนแปลกหน้าไม่ใช่คนที่เคยอยู่ร่วมกันมาหลายปีแต่อย่างใด 

"เจียงซิ่วเหยา เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นภรรยาเอกแล้วจะทำสิ่งใดก็ได้หรือ?" เจียงหลันฟางกล่าวพร้อมหัวเราะเยาะ "เจ้าไม่เพียงทำลายเกียรติของตระกูลเจียง แต่ยังทำให้ท่านพี่ต้องอับอายอย่างถึงที่สุด" 

จียงหลันฟางนั้นก็พยายามกระพือไฟให้ลุกตลอดเวลา นางไม่ต้องการให้ท่านแม่และท่านพี่สงสารเจียงซิ่วเหยา ไม่เช่นนั้นแผนการทั้งหมดคงจะล้มไม่เป็นท่าแน่ 

เจียงเฉินเสนาบดีผู้เป็นสามีของเจียงซิ่วเหยา นั่งอยู่บนที่นั่งสูง สายตาของเขาเย็นชาและไร้ความรู้สึก ขณะที่เขามองดูภรรยาที่เขาเคยรักนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า การทรยศที่เขาถูกทำให้เชื่อว่าภรรยาของเขากระทำ ทำให้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความผิดหวัง แต่ทว่ามันมีสิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังมากกว่าการที่ได้ทราบว่านางคบชู้ เขาจึงไม่ได้คัดคานเรื่องในครั้งนี้ ซึ่งหากว่าฮูหยินรองทำสำเร็จ ปัญหานั้นก็จะถูกกำจัดไปจากจวนเจียงของเขาด้วยนั่นเอง เขาจึงไม่ได้พูดอะไร ทั้งๆ ที่ในใจนั้นก็ทราบดีว่าฮูหยินเอกของเขานั้นได้คบชู้หรือไม่

"เจียงซิ่วเหยา ข้าให้เจ้ามีชีวิตที่ดีในตระกูลเจียง ข้าให้เจ้าทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เจ้ายังกล้าทรยศข้าเช่นนี้อีกหรือ?" เสียงของเสนาบดีเจียงเฉินดังขึ้นอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "เจ้าทำให้ข้าและตระกูลเจียงต้องอับอายขายหน้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำของเจ้ามันน่ารังเกียจเพียงใด?"

เจียงซิ่วเหยาร้องไห้สะอึกสะอื้น นางก้มหน้าลงต่ำ มือของนางสั่นเทาด้วยความกลัวและสิ้นหวัง 

"ท่านพี่ ข้าบริสุทธิ์ ข้าไม่เคยทำสิ่งใดที่ไม่เหมาะสม ขอท่านโปรดเชื่อใจข้าเถิดเจ้าค่ะ"

แต่เสนาบดีเจียงเฉินกลับไม่สนใจคำพูดของนาง เขาโบกมือเป็นสัญญาณให้บ่าวรับใช้นำตัวเจียงซิ่วเหยาออกไป

 "เจ้าไม่มีสิทธิ์อยู่ในจวนนี้อีกต่อไป ข้าจะหย่าขาดจากเจ้า และเจ้าต้องออกไปจากที่นี่ พร้อมกับลูกๆ ของเจ้า ข้าไม่ต้องการเห็นพวกเจ้าอีก"

คำสั่งของเจียงเฉินเป็นเหมือนดั่งสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของเจียงซิ่วเหยา นางทรุดตัวลงกับพื้น น้ำตาของนางไหลรินไม่หยุด ขณะนั้นเอง เจียงหย่าเสวี่ยก็วิ่งมาที่ศาลาและเข้าไปกอดท่านแม่ของนางทันที พลางเอ่ยว่า

 "ท่านพ่อ ท่านพ่อได้โปรดเชื่อท่านแม่สักครั้ง ท่านแม่ไม่มีทางที่จะทรยศท่าน ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านพ่อ!"

 เจียงซิ่วเหยากอดลูกสาวแน่น น้ำตาของนางยิ่งไหลรินมากขึ้น นางรู้สึกทั้งสิ้นหวังและรู้สึกผิดที่ทำให้ลูกต้องมาพบกับสถานการณ์เช่นนี้

แต่เจียงเฉินกลับไม่ฟัง เขาลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินออกไปจากศาลา ทิ้งให้เจียงซิ่วเหยานั่งอยู่ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและการดูถูกของคนในตระกูล นางไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง

เจียงหลันฟางยืนมองดูเจียงซิ่วเหยาที่กำลังถูกลากตัวออกไปจากศาลา รอยยิ้มที่มุมปากของนางฉายแววแห่งความสะใจ ในที่สุดนางก็สามารถกำจัดคู่แข่งที่ขวางทางลูกๆ ของนางออกไปได้สำเร็จ นางมองไปยังท้องฟ้าที่มืดครึ้ม พลางคิดว่านี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในตระกูลเจียง และนางจะต้องทำให้แน่ใจว่าลูกๆ ของนางจะได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของเจียงซิ่วเหยา

เจียงซิ่วเหยาถูกลากให้กลับมาที่เรือนเพื่อที่จะเก็บของของนาง ในขณะเดียวกันเสนาบดีเจียงเฉินก็ให้คนนำหนังสือหย่าและให้นางประทับตราพร้อมกับยัดตั๋วแลกเงินจำนวน 500 ตำลึงให้และเดินจากไปทันที ท่ามกลางสายตาของเหล่าคนรับใช้และคนในตระกูลที่ยืนมองด้วยความสมเพช พวกนางแม่ลูกและบ่าวรับใช้ที่เป็นสินเดิมมาพร้อมนาง 4 คน พวกเขาช่วยกันเก็บของอย่างรวดเร็วเท่าที่พวกนางจะทำได้ เจียงหย่าเสวี่ยรีบวิ่งไปเก็บข้าวของของตนเอง ขณะที่บ่าวทั้ง4 คนต่างก็ช่วยกันเก็บข้าวของของเจียงซิ่วเหยา และยังต้องมาเก็บของของน้องชายวัย 8 ขวบที่ตอนนี้ร้องไห้เสียงดังด้วยความตกใจ สภาพของพวกนางนั้นทั้งน่าเวทนาและโกลาหล

 ป้าจวงบ่าวรับใช้คนสนิทของท่านแม่ต้องรีบเข้ามาปลอบน้องชายพลางเก็บของของคุณชายน้องไปด้วย ขณะที่อาหง กับเสี่ยวจิวและอาหานพยายามจัดการกับข้าวของที่กระจัดกระจาย ท่ามกลางความเร่งรีบและแรงกดดันที่มากขึ้นทุกขณะ จากนั้นพวกนางถูกบ่าวของจวนเจียงคุมบังคับให้รีบออกจากจวน เมื่อถึงประตูมีบ่าวชราที่เป็นคนสนิทของฮูหยินรองผลักพวกเขาลงกับพื้นตรงหน้าประตูจวนใหญ่ จากนั้นไม่นานมีบ่าวคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่ายื่นกล่องเล็กให้และบอกว่า ฮูหยินผู้เฒ่าให้นางเก็บเอาไว้ เมื่อนางเปิดดูจึงเห็นว่าด้านในเป็นตั๋วเงิน 300 ตำลึงและมีเครื่องประดับหยกและปิ่นปักผมอีก 2-3 ชิ้น เจียงซิ่วเหยาหันกลับไปมองจวนที่เคยเป็นบ้านของนาง น้ำตาของนางไหลรินลงมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นางรู้ว่านับจากนี้ ชีวิตของนางและลูกๆ จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ท่ามกลางความสิ้นหวัง เจียงซิ่วเหยาหันมองไปยังลูกๆ ของนาง เจียงหย่าเสวี่ยและน้องชายที่ยังคงร้องไห้เพราะว่าเสียขวัญและบ่าวทั้ง4 ที่พวกเขายังอยู่ในอาการงงงวย แต่เมื่อเห็นนายของตัวเองถูกหย่าและโยนทิ้งออกมาเหมือนของไม่มีค่าเช่นนี้พวกเขาทั้ง 4 ก็พร้อมที่จะออกจากจวนไม่ขออยู่ในสถานที่โหดร้ายเช่นนี้ 

"ปัง" 

เสียงประตูจวนใหญ่ปิดลงอย่างดังสนั่น เหมือนกับการปิดประตูจากชีวิตที่นางเคยมี เจียงซิ่วเหยาประคองลูกชายของนางไว้ในอ้อมแขนพลางปลอบใจเขาเบาๆ พลางสูดหายใจลึกเพื่อข่มความกลัวและความเศร้า นางรู้ว่าต้องเข้มแข็งเพื่อลูกๆ ของนาง แม้ว่าจะไม่มีบ้านอีกต่อไป แต่นางจะไม่ยอมแพ้ที่จะปกป้องครอบครัวของนางจากโลกที่โหดร้ายใบนี้

****ถูกโยนออกมาจากจวนจริงๆ เสนาเจียงไม่สนใจลูกๆ ของตัวเองเลย ใจร้ายมาก****

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์   ตอนพิเศษ 3 บทส่งท้ายแห่งความสุข EP 2 NC...

    ตอนพิเศษ 3 บทส่งท้ายแห่งความสุข EP 2 NC...“…อา อื๊อ อี้หลง”เจิ้งอี้หลงใช้ความจัดเจนดูดดุนปลายลิ้นกับทรวงอกอวบสวยทำให้นางแอ่นหน้าอกขึ้นมาด้วยเสียวซ่าน ขณะที่มืออีกข้างก็เขี่ยคลึงเล่นไปที่ปลายถันที่ยังว่างอยู่จนยอดแข็งชันสู้มือหญิงสาวส่ายร่างบิดไปมาบนที่นอนด้วยด้วยความกระสันซ่าน อารมณ์ปรารถนาของนางถูกปลุกเร้าจนตื่นเพริศ เนื้อตัวเร่าร้อนไปหมดนางปรารถนาเขาจริงๆ ส่วนเจิ้งอี้หลงนั้น เมื่อหญิงสาวตอบสนองและไม่หวงเนื้อหวงตัว เขาจึงจัดเต็มตามอารมณ์ที่เก็บกดไว้ ริมฝีปากของเขาหยอกเย้าดูดดุนอยู่ที่ปลายถัน ส่วนมือก็บีบเค้นปทุมถันอวบใหญ่แรงขึ้นจนผิวขาวๆ เริ่มเป็นจ้ำสีแดงตามรอยมือและปาก จนเมื่อเขาละริมฝีปากจากปลายถันก็เล็มไล้ไต่ลงมาที่เนินหน้าท้อง แล้วซุกไซ้จมูกและปากอยู่ที่สะดือสวย ก่อนจะใช้นิ้วเลื่อนลูบไปที่เนินเนื้อโหนกนูนที่บิดส่ายอยู่ใต้ร่างเขา“อ๊า…อี้หลงค่ะ ฉัน..”หญิงสาวสะดุ้งเฮือกขึ้นมา แล้วจับข้อมือชายหนุ่มไว้ เจิ้งอี้หลงยกยิ้มที่มุมปากและค่อยดึงมือของเขาออก และยกมือของนางมาจูบและรวบดูดปลายนิ้วเล็กเรียวแสนสวยนั้นเสียเลย เฟิงหย่าเสวี่ยตัวอ่อนระรวย ไม่มีแรงที่จะห้ามปรามเขาเสียแล้ว… (เฮ้อช่าง

  • เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์   ตอนพิเศษ3 บทส่งท้ายแห่งความสุข ep 1

    ตอนพิเศษ3 บทส่งท้ายแห่งความสุข ep 1ค่ำคืนอันสดใสในฤดูใบไม้ผลิ ท้องฟ้ายามราตรีเหนือพระราชวังต้าหมิงสว่างไสวไปด้วยแสงประกายของดอกไม้ไฟที่พุ่งขึ้นสูง สาดส่องท้องฟ้าด้วยสีสันอันตระการตา เสียงเพลงบรรเลงจากเครื่องดนตรีพื้นบ้านผสมผสานกับเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะของเหล่าประชาชนที่มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความปลื้มปีติภายในพระราชวังงานเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปีแห่งการครองราชย์ของฮ่องเต้เจิ้งอี้หลงกำลังดำเนินไปอย่างยิ่งใหญ่ ท้องพระโรงอันวิจิตรตระการตาประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากสี เสนาอำมาตย์และขุนนางจากทั้งแคว้นต้าหมิงและแคว้นต้าโจวต่างมาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแสดงความยินดีและสรรเสริญความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของสองแคว้นฮ่องเต้เจิ้งอี้หลงประทับบนบัลลังก์แกะสลักมังกร พระพักตร์เปี่ยมด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ ขณะที่เฟิงฮองเฮา หรือเฟิงหย่าเสวี่ยนั่งเคียงข้างพระสวามี สวมอาภรณ์สีเหลือทองประดับประดาอย่างงดงามสมเกียรติสะท้อนความงดงามหยดย้อยของนางอย่างชัดเจน แววตาของนางแสดงถึงความมุ่งมั่นและความรักและความเมตตาที่มีต่อแผ่นดินและประชาชน"กระหม่อมขอกราบบังคมทูล" เสนาบดีอาวุ

  • เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์   ตอนพิเศษ 2  สองสุดยอดแพทย์แห่งยุค

    ตอนพิเศษ 2 สองสุดยอดแพทย์แห่งยุคภายในห้องผ่าตัดขนาดกลางที่ถูกดัดแปลงอย่างพิถีพิถัน แสงจากโคมไฟหลากดวงส่องรวมตรงกลาง เผยให้เห็นเตียงผ่าตัดที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ บนเตียงมีชายชราผู้สูญเสียขาจากสงครามนอนหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาชา รอบข้างเต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ดูแปลกตาสำหรับแพทย์จำนวนไม่น้อยในยุคนี้วันนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่หลายคนต่างพูดถึง เพราะจะมีการผ่าตัดเพื่อใส่ขาเทียมให้กับผู้ป่วยที่ขาพิการโดยผู้นำการผ่าตัดคือนายท่านเฟิงหยวนเจี๋ย คุณชายหมอเทวดาซึ่งกำลังมีชื่อเสียงขจรขจาย และถือเป็นคุณชายเนื้อหอมมากๆ ผู้หนึ่งของแคว้นต้าหมิง และอีกผู้ยิ่งใหญ่อีกผู้หนึ่งก็คือฮองเฮาเฟิงหย่าเสวี่ย ซึ่งแม้ร่างกายเพิ่งฟื้นตัวได้ไม่นาน แต่ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของนางก็ไม่เป็นสองรองใคร และการผ่าตัดในครั้งนี้ก็เป็นการที่นางต้องการที่จะทำด้วย และวาระสำคัญเช่นนี้ฮ่องเต้ของทั้งสองแคว้นนั้นไม่รอช้าที่จะส่งนายแพทย์มาเพื่อศึกษาดูงาน ซึ่งฮองเฮาเฟิงนั้นก็ยินดีที่จะให้พวกเขาได้เรียนรู้ในการผ่าตัดครั้งนี้ด้วยเหล่าแพทย์ของจากทั้งสองแคว้นคือแคว้นต้าโจวและต้าหมิงรวมตัวกันอยู่รอบ ๆ ทางด้านหลังเพื่อศึกษาขั้นตอนในก

  • เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์   ตอนพิเศษ ครอบครัวสุขสันต์

    ตอนพิเศษ ครอบครัวสุขสันต์หลังจากที่เฟิงหย่าเสวี่ยฟื้นคืนสติ ข่าวดีนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็วตอนนี้ทั้งประชาชนแคว้นอวี้ไห่และประชาชนแคว้นต้าหมิงต่างก็ความสุขที่ได้รับรู้ว่าเฟิงฮองเฮานั้นได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เมืองอวี้ไห่ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ดอกเหมยท้อบานสะพรั่งทั้งสวนส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ภายในสวนที่จัดแต่งเอาไว้อย่างงดงามนั้นมีเสียงหัวเราะและบทบทสนทนาของคนในครอบครัวเฟิงที่นั่งล้อมวงคุยกันอยู่ เฟิงหย่าเสวี่ยหลังจากฟื้นก็ได้รับการดูแลอย่างดีทั้งจากอาจารย์ของนาง ท่านป้าจวงและเฟิงหยวนเจี๋ยที่มักจะนำยาบำรุงชั้นเลิศที่เขาคิดค้นขึ้นมาสำหรับนางโดยเฉพาะมาให้ดื่มเสมอ ทำให้ร่างก่ายของนางนั้นแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว สมกับที่นางนั้นได้ตกอยู่ในมือของเหล่าหมอเทวดาจริงๆ"ท่านแม่" เฟิงหย่าเสวี่ยเอ่ยเรียกเฟิงซิ่งเหยาที่กำลังนั่งปักรองเท้าอยู่ในสวนดอกไม้ "ท่านแม่ดูอิ่มเอิบขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ" เฟิงซิ่งเหยายิ้มอายๆ ขณะที่มือลูบท้องน้อยที่เริ่มนูนขึ้น"เสด็จพ่อของเจ้านี่สิ... ตั้งแต่รู้ว่าข้าตั้งครรภ์บุตรคนนี้ก็เอาแต่แพ้ท้องแทนข้า กินไม่ได้นอนไม่หลับวิงเวียนอยู่ตลอดเ

  • เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์   บทที่ 163  จนกว่าจะพบกัน.. (จบบริบูรณ์)

    บทที่ 163 จนกว่าจะพบกัน.. (จบบริบูรณ์)แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างโรงพยาบาลในยุคปัจจุบัน เฟิงหย่าเสวี่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวากลับสับสนเล็กน้อย ราวกับจิตวิญญาณของนางยังคงล่องลอย เธอมองเพดานสีขาวสะอาดและพยายามดึงความทรงจำที่กระจัดกระจายกลับคืนมาเธอถูกพาออกจากโลกแห่งยุคโบราณและกลับมายังยุคปัจจุบัน ร่างกายของนางอ่อนแอแต่หัวใจของนางเต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด นางนึกถึงผู้คนที่นางได้ช่วยเหลือและเสียสละเพื่อพวกเขา นึกถึงท่านแม่และเจ้าเล็กหากว่าพวกเขารู้ข่าวจะเป็นอย่างไรนะ…คงจะเศร้าเสียใจอย่างแน่นอน..ไหนจะป้าจวงที่จะต้องรู้สึกผิดที่ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือนางได้ จากนั้นน้ำตาไหลของนางก็ออกมาเงียบๆ ขณะที่นางพึมพำชื่อคนที่คุ้นเคยจากโลกอีกใบหลังจากนั้น เฟิงหย่าเสวี่ยฟื้นตัวและกลับไปดำเนินชีวิตในฐานะจิตรกร นางใช้ศิลปะในการแสดงความรู้สึกและความทรงจำจากอดีต ทุกภาพที่นางวาดล้วนเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการเสียสละและความหวัง นางกลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง ผู้คนต่างหลงใหลในผลงานของนางโดยไม่รู้ว่านั่นคือเศษเสี้ยวของชีวิตที่นางเคยผ่านพ้นมา แต่ทว่าพู่กันชิงหลงที่เธอใช

  • เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์   บทที่ 162 พี่ใหญ่...ท่านผิดสัญญาเช่นนั้นหรือ?

    บทที่ 162 พี่ใหญ่...ท่านผิดสัญญาเช่นนั้นหรือ?“จบแล้ว...” เฟิงหย่าเสวี่ยพึมพำ เสียงแผ่วบางราวกับสายลมที่พัดผ่านใบไม้ร่วง ร่างบางของนางค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นอย่างช้าๆ ราวกับวิญญาณที่กำลังหลุดลอยไปจากโลกนี้“คุณหลีหนิง!” เสียงของเจิ้งอี้หลงดังขึ้นด้วยความตกใจ พระองค์รีบพุ่งเข้ามาประคองร่างของนางไว้ในอ้อมพระกร พระพักตร์ซีดเผือด น้ำพระเนตรเอ่อคลอ “คุณหลีหนิง! ลืมตาขึ้นมา! อย่าทิ้งข้าไปแบบนี้!”ดวงตาของเฟิงหย่าเสวี่ยค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาที่หนักอึ้งเผยให้เห็นดวงตาที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนล้าและเศร้าสร้อย ริมฝีปากซีดเผือดสั่นระริก “อี้หลง... ข้า... ข้าเหนื่อยเหลือเกิน...”“ไม่เป็นไร ข้าอยู่ตรงนี้” เจิ้งอี้หลงพูดด้วยน้ำเสียงสั่น มือหนาลูบใบหน้าซีดขาวของนางอย่างอ่อนโยน ราวกับพยายามปลอบประโลมความเจ็บปวดของนาง “เจ้าอย่าพูดแบบนี้ เจ้าจะไม่เป็นอะไร ข้าสัญญา...”เฟิงหย่าเสวี่ยพยายามยกมือที่อ่อนแรงขึ้นแตะใบหน้าที่แสนหล่อเหลาของเจิ่งอี้หลง มือที่เย็นเฉียบสั่นระริกจนเจิ้งอี้หลงรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวัง “ข้า... ใช้พลังทั้งหมดแล้ว... ทุกหยด... ตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือน... เหมือนวิญญาณกำลังหลุดลอย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status