Beranda / รักโบราณ / เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว / ๑๓ มีเรื่องให้ระทึก

Share

๑๓ มีเรื่องให้ระทึก

last update Terakhir Diperbarui: 2025-05-26 15:25:26

๑๓

มีเรื่องให้ระทึก

หลางยี…

‘ดียิ่ง ดีเสียเหลือเกิน’ นี่คือประโยคที่ข้าลอบตะโกนขึ้นมาในใจซ้ำ ๆ

เพราะคนสนิทของข้าซึ่งสู้อุตส่าห์พามาบังหน้าด้วยตระเตรียมกลีบบุปผามาเพื่อจะให้ข้าใช้สิ่งนี้สร้างความประทับใจให้สตรีผู้นั้น

ข้าพลันสงสัยอยู่อย่างหนึ่งว่า…

มิใช่สตรีหรือที่ควรมีกลีบบุปผาโปรยอยู่รอบกาย ไฉนเป็นบุรุษเช่นข้าที่ต้องทำ

“เจ้าจะโปรยให้หมดทั้งตะกร้าเลยหรือไม่”

ข้ายกแขนขึ้นกอดอก ในอ้อมแขนมีกระบี่คู่ใจสอดอยู่ในอ้อมอกด้วย เงยหน้ามองอาไท่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

“ที่แท้ท่านประมุขน้อยเห็นดีเห็นงามกับแผนของข้าน้อยแล้ว ยินยอมพร้อมใจแล้วใช่หรือไม่ขอรับ”

ลูกน้องคนสนิทหยุดโปรยกลีบบุปผา เอ่ยถามด้วยสีหน้าดีใจเหลือคณา

ก็สู้อุตส่าห์เตรียมมาแล้วจะไม่ใช้หรือ!

 “อย่าโยนเข้าปากข้าก็แล้วกัน”

ข้าตอบด้วยอารมณ์แสร้งหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนที่จะเบือนหน้าหนีคนสนิท ทว่าจังหวะนั้นสายตากลับไปสบเข้ากับใบหน้าหนึ่งที่คุ้นเคยพอดี

“เฟิ่งหงซี!”

ข้าผุดลุกยืนขึ้นจากเก้าอี้ก่อนที่จะตรงดิ่งเข้าไปหาเจ้าของนาม

…ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าได้แสดงสีหน้าแบบใด!

“เจ้ามาทำอันใดที่นี่/เอาบุปผามาโปรยเล่นทำไม”

สองเสียงถามขึ้นพร้อมกัน เสียงแรกย่อมเป็นของข้า แต่อีกเสียงที่เอ่ยถามด้วยความระแวงนั้นทำเอาข้ามุ่นคิ้ว

“เจ้าสนใจพฤติกรรมของข้าตั้งแต่เมื่อไรเฟิ่งหงซี ข้าจะทำสิ่งใด หาได้ข้องเกี่ยวอันใดกับเจ้าไม่!”

วาจาของข้าอาจดูไม่แยแสเขา แต่สายตากลับลอบสังเกตการแต่งกายของบุรุษตรงข้ามโดยพยายามไม่ให้อีกฝ่ายจับได้

จากที่เมื่อก่อนข้าไม่ได้อินังขังขอบกับการแต่งกายของสหายร่วงวงการเดียวกันนัก แต่ยามนี้ในหัวมีแต่การตั้งคำถามเต็มไปหมด เช่นว่า…

เฟิ่งหงซีแต่งกายมาดีกว่าปกติหรือไม่ หรือว่าเขาแต่งมาเอาใจสตรีผู้นั้น

ในใจคิดเช่นนี้ สายตาพลันก้มมองดูตัวเองเปรียบเทียบกับชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า

หัวร้อน!

เฟิ่งหงซีแต่งมาเพื่อการเดียวกับข้าเป็นแน่ แต่ไหนแต่ไรมาเฟิ่งหงซีไม่เคยพยายามเพื่อสตรีคนใด มีแต่สตรีที่ตามเขาต้อย ๆ

หรือว่าเจ้านี่ก็หลงเสน่ห์สตรีลี่จูด้วยอีกคน แต่เดี๋ยวนะ เหตุใดถึงมีคำว่า ‘ก็’

“เหตุใดเจ้า…”

ข้าไม่ได้ใช้เวลาใคร่ครวญกับการตั้งคำถามนี้นัก เพราะเมื่อได้ยินเสียงของเฟิ่งหงซีออกมาเพียงนิดเท่านั้น ปากก็หลุดประโยคนี้ไปแล้ว

“ข้าไม่ได้แอบมาดูนาง แค่บังเอิญผ่านมาแถวนี้”

เฟิ่งหงซีคิ้วกระตุก ข้าที่หลุดปากพูดไปแล้วใจหายแวบ ในใจร่ำร้องว่าแย่แล้วไม่หยุด

ยิ่งเห็นเจ้าคนตรงหน้ายกยิ้มมุมปาก ข้ายิ่งรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง

“อ้อ เจ้าว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น”

ข้าลอบถอนหายใจที่เฟิ่งหงซีไม่ได้ดึงดันจะไล่ต้อน

นิ้วมือเรียวยาวทำเพียงหยิบจอกชาขึ้นมาจิบด้วยท่าทางสูงส่งอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขา

ข้านั่งลงร่วมโต๊ะกับเขาโดยไม่รอให้เจ้าของโต๊ะเชื้อเชิญ ยกมือขึ้นสั่งน้ำชาอีกชุดแล้วนั่งจิบรออย่างเงียบ ๆ จนเวลาผ่านไประยะหนึ่งแล้วข้าถึงได้เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

“เจ้าจะนั่งอยู่ตรงนี้อีกนานหรือไม่”

คำถามนี้หากเอ่ยกับคนทั่วไปนับว่าเสียมารยาทนัก แต่เมื่อข้าถามกับคนที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กแต่ไม่ได้เป็นสหายกันกลับเป็นเพียงคำถามธรรมดาอย่างถามสภาพดินฟ้าอากาศทั่วไป

“จนกว่าลี่จูเม่ยเม่ยจะมา…ไม่รู้ว่าจนป่านนี้แล้วเหตุใดยังไม่มาอีก หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

ต้นประโยคเฟิ่งหงซีเอ่ยตอบข้าออกมาตามตรง คล้ายไม่อายที่เอ่ยเรื่องเช่นนี้ต่อหน้าข้า ไม่ได้กลัวเสียหน้าแบบที่ข้ารู้สึก

แต่ประโยคหลังคล้ายกับว่าเขาพึมพำกับตัวเอง ไม่นานนักก็เรียกคนสนิทมาสั่งการ ดูท่าคงจะส่งคนไปดูลาดเลาทางฝั่งของลี่จู

ไม่ได้!

ข้าจะให้เขาส่งคนไปเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ ข้าจะต้องส่งคนไปด้วย แม้ไม่รู้ว่าจะส่งไปแข่งกับเขาเพื่อการใด แต่สิ่งที่ชัดเจนแจ่มแจ้งในใจคือ…

เฟิ่งหงซีจะได้หน้าคนเดียวไม่ได้โดยเด็ดขาด!

“อาไท่…”

คนสนิทของข้าครั้งนี้ไม่ซื่อบื้อ พยักหน้ารับแล้วตามคนของเฟิ่งหงซีไปติด ๆ

ระหว่างนั่งรอข่าวเราทั้งคู่ไม่ได้สนทนาสิ่งใด นั่งรอไม่นานคนของข้าและคนของเฟิ่งหงซีก็กลับมาพร้อมกันด้วยท่าทางร้อนใจ มิหนำซ้ำประโยคแรกที่กล่าวออกมายังเหมือนกันอีกด้วย

“ท่านประมุขน้อย ทางนั้นแย่แล้วขอรับ”

ไม่ต้องรอให้คนทั้งคู่ขยายความไปมากกว่านี้ ข้าและเฟิ่งหงซีก็รีบทยานกายจากไปในทันที

(จบหลางยี)

ลี่จู…

นานเป็นชั่วยามกว่าที่รถม้าจะซ่อมเสร็จ ม่านหนิงกูเหนียงมาเรียกข้าไปขึ้นรถม้าด้วยตนเอง อาชิ่งเข้ามาพยุงข้าแล้วเดินไปที่รถม้าพร้อมกัน

“ทุกคน…”

ข้าชะงักเมื่อม่านหนิงยกมือขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงให้สัญญาณที่คนทั้งขบวนต่างเข้าใจยกเว้นข้ากับอาชิ่ง

“ม่าน…”

อาชิ่งกำลังจะเอ่ยถามม่านหนิงแต่โดนข้าปรามทางสายตาก่อน แม้จะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ข้าก็อยากทำตัวเป็นผู้ร่วมเดินทางที่ดี เงียบเสียงรอฟังม่านหนิงสั่งการ

ด้วยความที่ทุกคนต่างเงียบเสียง โดยรอบจึงไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงลมดังหวีดหวิว ให้ความรู้สึกขนลุกขนพอง ในตอนนั้นเองที่ข้าได้ยินเสียงร้องโหยหวนอย่างทรมานเสียงหนึ่งดังอยู่ไม่ไกล

เสียงนั้นทั้งเจ็บปวดและเคียดแค้น มาเพียงแค่เสียงก็ขนลุกไปทั้งกาย

“ทุกคน ป้องกันลี่กูเหนียง พวกมันกำลังมาทางนี้”

พะ พวกมัน! แสดงว่าไม่ได้มีเพียงหนึ่งอย่างที่ข้าคิด

มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ข้าทึ่งไม่แพ้กันในยามที่มาเยือนโลกนี้ช่วงแรกคือที่นี่มีสิ่งเหนือจินตนาการอยู่มากมาย

หนึ่งในนั้นคือปีศาจ!

พรรคมารกับพรรคธรรมะอาจจะไม่ถูกกันก็จริง แต่ทั้งสองศาสตร์ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือการกำจัดปีศาจ

หมู่บ้านกุยหานดูแลปีศาจกันอย่างไร!

(จบลี่จู)

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 10 (จบบริบูรณ์)

    ๑๐เจ้าไม่ได้สิ้นรักข้า “ฮูหยิน เจ้าไม่ได้สิ้นรักข้า!”นี่คือประโยคแรกที่ข้ากล่าวหลังจากที่ถลันกายเข้าไปในห้องนอนรอยยิ้มบนใบหน้าข้าหายไปทันทีเมื่อเห็นสภาพนางที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนเตียง พอเห็นหน้าข้านางก็รีบหันหน้าไปทางอื่น ยกมือขึ้นปาดน้ำตาความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อครู่หายไปแทนที่ด้วยความเจ็บปวด เหตุใดนางจึงร้องไห้น้ำตาอาบหน้าเช่นนี้“ฮูหยิน…”อาชิ่งรู้งานรีบเดินออกไปจากเรือนนอนปล่อยให้เราสองคนอยู่ในห้องด้วยกันเพียงลำพัง“ฟูจวินอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ ไม่ต้องเข้ามา”ข้าชะงักเท้าตามที่นางสั่ง แม้จะทราบว่านางเป็นเช่นนี้เพราะกำลังตั้งครรภ์อยู่ แต่ข้าก็ไม่อาจห้ามความเศร้าที่กอบกุมจิตใจได้“ฮูหยินร้องไห้ด้วยเหตุใด บอกฟูจวินได้หรือไม่”“ไม่บอกเจ้าค่ะ อยากร้องไห้ต้องมีสาเหตุด้วยหรือ” ปลายเสียงนางสะบัดแต่สะอื้นฮัก ๆ เพราะร้องไห้เห็นร่างบางที่หันหลังใส่ตัวสั่นเช่นนี้ข้าก็ไม่สนใจสิ่งใดแล้ว เดินไปนั่งด้านหลังนางแล้วสวมกอดร่างบางเอาไว้จากด้านหลัง“ฮูหยิน อยากร้องก็ร้อง แต่อย่าห้ามฟูจวินให้กอดเจ้าเลย ในเวลานี้เจ้าไม่ควรให้ตัวเองอยู่คนเดียว”นางเห็นหน้าข้าแล้วอาจหงุดหงิด แต่ทำแบบนี้ย่อมดีเสียกว่าทิ้ง

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 9

    ๙เบื่อหน้าเขานัก บุตรสาวข้าเลี้ยงง่ายยิ่งนัก! ท่านพ่อของข้ากล่าวว่าตอนเด็กนางเหมือนข้าไม่มีผิด เวลาใครอุ้มก็จะมองหน้าคนนั้น มองนิ่ง ๆ ด้วยสายตาสำรวจ นอกจากครั้งแรกที่ร้องไฮ้ตอนเป็นทารกแล้ว ข้าก็ไม่ได้ร้องไห้อีก หลางลู่หลินก็เช่นกัน! สิ่งนี้ทำให้ข้าเริ่มสงสัยว่านางเป็นแบบข้าหรือไม่ มีความทรงจำของชาติภพปัจจุบันติดมาด้วยหรือเปล่า มีวันหนึ่งข้าลองทดสอบดู พูดเป็นภาษาอังกฤษภาษาสากล แต่นางเพียงมองหน้าข้าด้วยสายตาว่างเปล่า ชัดเจนว่าไม่เข้าใจ คิดได้สองแง่ หนึ่งนางแค่ไม่ชอบร้องไฮ้ มีความเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เกิด สองนางอาจมากันคนละยุคกับข้า การทดสอบของข้าดำเนินการมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งนางอายุเข้าสามหนาวข้าก็หยุดทดสอบ คิดได้ว่า… ไม่ว่าใครจะมาเกิดนางก็ตาม อย่างไรนางก็คือบุตรสาวของข้า ใช้ชีวิตเป็นมารดาของหลางลู่หลินโดยไม่ตั้งคำถามกับตนเองในใจอีก เข้าปีที่สามของการใช้ชีวิตเป็นมารดา ปีนี้ลู่หลินพูดได้เยอะขึ้น วิ่งเล่นได้เร็วขึ้น ดูสดใสตามวัยโดยเฉพาะยามที่ได้เล่นกับบิดาและน้าชาย กอปรกับข้าตั้งครรภ์อ่อน ๆ หน

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 8

    ๘ผู้ซึ่งสมหวังที่สุดข้าเรียนรู้วิธีการกรี๊ดแล้ว!“กรี๊ด~เจ็บ!”ที่ผ่านมาข้าคิดว่าตนเองกรี๊ดไม่เป็นจนกระทั่งวันนี้ เจ้าตัวน้อยของแม่มอบบทเรียนให้กันตั้งแต่วันแรกที่กำลังลืมตาดูโลกเลย “ฮูหยิน เบ่งเจ้าค่ะ…อื้อ~” “อื้อ~”ข้าออกแรงเบ่งพร้อมเปล่งเสียงตามท่านหมอหญิง แต่เจ้าตัวน้อยของข้าก็ไม่ยอมออกเสียที“เบ่งอีกเจ้าค่ะฮูหยินน้อย เอาให้สุดแรงครั้งนี้ออกแน่เจ้าค่ะ”อีกครั้งเดียวแน่หรือ!“ฮูหยินน้อย อาชิ่งช่วยเบ่งเจ้าค่ะ”สาวใช้คนสนิทใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ข้า น้ำเสียงสั่นเครือบ่งบอกสภาพจิตใจในตอนนี้“เอาล่ะเจ้าค่ะ เบ่งเจ้าค่ะ”“อีกทีใช่หรือไม่…อื้อ~” ข้าพยายามเบ่งอีกครั้ง แต่ผลก็เหมือนเดิมคือยังไม่ออกมีหลายเสียงบอกว่าข้าจะได้บุตรชาย แต่ก็มีหลายเสียงบอกว่าข้าจะได้บุตรสาวสุดท้ายข้าเลือกเชื่อว่าเป็นบุตรสาวเพราะสามีกระซิบกับท้องข้าเบา ๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสเช่น…‘พ่อไปเรียนทำผมมาแล้ว จะถักเปียให้เจ้าทุกวันดีหรือไม่ลูกสาว’ไม่ก็กล่าวกับอาไท่ว่า…‘ทำชิงช้าน้อยใต้ต้นไม้ให้บุตรสาวข้าหน่อย’เป็นเช่นนี้ตลอด! นานวันเข้าข้าก็คาดหวังว่าตัวเองจะได้บุตรสาวเช่นเดียวกับฟูจวิน“ท่านหมอ ไม่ออก…ฮึก”เมื่อค

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 7

    ๗นางอาจจะมาแล้ว“เกิดอันใดขึ้นกับนาง!”“ฮูหยินเป็นลมขอรับ”ข้าบีบมือตนเองแน่น ต่อให้นางจะเป็นลมข้าก็ไม่วางใจ ถามเขาถึงสถานที่ที่นางอยู่่ในตอนนี้“ฮูหยินอยู่ที่ใด”“เรือนนอนขอรับ”เมื่อทราบสถานที่ที่นางอยู่แล้วข้าก็ไม่รีรอ ใช้พลังภายในที่มีทั้งหมดเร่งความเร็วมาที่เรือนหอ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงห้องนอนที่ได้ยินเสียงสนทนาของหลางผิงและท่านหมอประจำจวนข้าถลันกายเข้าในด้านในโดยไม่สนหน้าใครทั้งสิ้น“ฮูหยิน!”ใบหน้านางซีดมากจนข้าหายใจไม่ออก มารู้ว่าตนมือสั่นก็ตอนที่เอื้อมมือไปจับมือบาง“ฟูจวิน ใจเย็น ๆ เจ้าค่ะ ทำใจดี ๆ”ทำใจดี ๆ เช่นนั้นหรือ กล่าวเช่นนี้แล้วข้าจะยังใจเย็นได้ไหวหรือ นางเป็นอันใดถึงต้องกล่าวให้ข้าทำใจดี ๆ“ฮะ ฮูหยิน พูดแบบนี้ข้าใจไม่ดีเลย”ข้าเริ่มกล่าวเสียงตะกุกตะกักแล้ว ในตอนนั้นเองที่หมอประจำจวนเรียกความสนใจจากข้า“ท่านประมุขน้อย ฮูหยินไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายขอรับ แต่เป็นข่าวดี”ข่าวดี!“บอกเขาเถิดเจ้าค่ะท่านหมอ”เสี่ยวกูกู่เอ่ยขึ้น แววตาของนางฉายความขบขันจนข้าวางใจว่าภรรยาไม่ได้ป่วยเป็นอันใดจริง ๆ“ยินดีกับท่านประมุขน้อยด้วยขอรับ ฮูหยินตั้งครรภ์แล้วขอรับ”ตะ ตั้งครรภ์หรือ!“ฮูห

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 7

    ๖ฮูหยินเป็นอันใดลี่จู…กลับไปเยี่ยมบ้านเจ้าสาวครั้งนี้ข้ารู้สึกเบาใจขึ้นกว่าเดิมโดยไม่แน่ใจถึงสาเหตุหรือเป็นเพราะเห็นทุกคนต่างพยายามปรับตัวเข้าหากันรวมถึงปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ข้าจึงเบาใจว่าจะไม่มีปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวหลังกลับจากพรรคมารป๋ายหลงเมื่อวาน ข้าคิดจะนอนหลับพักผ่อน แต่ไม่วายโดนฟูจวินลากไปห้องหนังสือให้ช่วยฝนหมึกให้ในตอนนั้นเองที่ข้าทราบว่าเขาไม่ได้ต้องการคนฝนหมึก เขาแค่อยากให้ข้านั่งอยู่ใกล้ ๆช่วงค่ำพวกเราทานอาหารกับประมุขเฮยหลางที่ข้าเปลี่ยนมาเรียกท่านพ่อแล้วท่านพ่อกล่าวว่าพอได้ทานอาหารร่วมกันสามคน ความรู้สึกของการเป็นครอบครัวกลับมาอีกครั้ง สีหน้าแช่มชื่นของท่านเป็นตัวแสดงความสุขได้อย่างชัดเจนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน…ข้าปรับตัวกับที่นี่ได้แล้ว!ฟูจวินทราบว่าข้าชอบดอกไม้จึงลงมือปลูกดอกไม้ให้ข้าด้วยตนเองดอกไม้ที่ลงมือปลูกโดยเขาแม้จะไม่งามเท่าคนสวนปลูก แต่ข้าเห็นถึงความตั้งใจนั้นและรักเขาเพิ่มอีกนิดหนึ่งวันหนึ่งข้ากำลังนั่งเย็บรองเท้าคู่ใหม่ให้ฟูจวินกับอาชิ่ง สาวใช้ประจำพรรคก็เดินเข้ามาในศาลา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ”ข้าพยักหน้าให้นางรายงานได้“หลางผิงกูเหนียงมา ใ

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 5

    ๕ต่างคนต่างตามใจกันข้าจำคำพูดที่ฟูจวินกล่าวไว้วันแต่งงานได้ เขาบอกว่าสาบานเป็นพี่น้องกับลี่หลานแล้วตอนนั้นข้ารู้สึกทะแม่ง คิดอยู่นานว่าลี่หลานหรือจะยอมญาติดีกับเขาโดยง่ายแล้ววันนี้ข้อสงสัยของข้าก็ได้รับการพิสูจน์!ลี่หลานยังคงมองฟูจวินเป็นศัตรูที่แย่งความรักกับพี่สาวเขาไม่เสื่อมคลาย เพียงแต่ไม่มีสิทธิ์ห้ามฟูจวินเข้าใกล้ข้าอย่างกาลก่อน“...เจี่ยเจีย อาเตียนั่งรอที่โต๊ะอาหารแล้วขอรับ”ลี่หลานผายมือเชิญข้าไปยังห้องรับประทานอาหารในเรือนรับแขก เขาชายตามองฟูจวินเพียงครู่เท่านั้นก็ตวัดสายตามามองข้าไม่มองฟูจวินอีกเลย!“เชิญเจี่ยเจียอย่างเดียวหรือ ไม่เชิญเจี่ยฟุหรือ”ฟูจวินถามลี่หลานยิ้ม ๆ ก่อนที่จะยื่นมือมาสอดเอวข้าแล้วดึงเข้าใกล้กว่าเดิมลี่หลานแสดงท่าทางหวงผ่านแววตา ไม่ได้แสดงท่าทางต่อต้านเป็นเด็ก ๆ เช่นเคยเห็นเขาควบคุมตัวเองได้ดีแบบนี้ข้าก็ดีใจ!“เชิญเจี่ยฟุทางนี้”ข้าส่งยิ้มให้ลี่หลานทันทีเมื่อเขาเรียกฟูจวินเช่นนี้คำกล่าวเมื่อครู่ลี่หลานย่อมฝืนใจ แต่เมื่อเห็นข้าส่งยิ้มดีใจให้ ที่กล่าวไปเมื่อครู่ก็ไม่ดูฝืนอีกต่อไป“ไปทานข้าวกันขอรับเจี่ยเจี่ย เจี่ยฟุ”“ไป”ถือเป็นก้าวที่ดี ลี่หลานรั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status