Share

บทที่ 2

Author: ซานซาน
ฉันกำลังอ่านคำว่า 'ใส่ใจ' ที่ทะลุออกมาจากทุกบรรทัด จนในที่สุดก็ต้องยอมรับ

ระยะเวลาเจ็ดปีระหว่างฉันกับจี้สวิน

มันไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น

ฉันนั่งอยู่ในห้องทำงานตลอดทั้งคืน

วันต่อมาฉันลาหยุด แล้วให้ฉู่เหยาเพื่อนสนิทพาฉันไปยกเลิกงานแต่งงาน

"หว่านหว่าน เธอคิดดีแล้วจริง ๆ เหรอ"

ทันทีที่เห็นหน้าฉัน ฉู่เหยาก็เอ่ยปากถาม

"คิดดีแล้ว"

"เธออยู่กับจี้สวินมาเจ็ดปี มะรืนนี้ก็งานแต่งแล้ว เธอไม่รอให้เขากลับมาก่อน แล้วบทจะยกเลิกก็ยกเลิกเองฝ่ายเดียวเหรอ"

"อืม"

"จี้สวินรู้เรื่องไหม"

"เขากำลังยุ่งอยู่"

"ยุ่งอะไร"

ฉันไม่ได้ตอบ

ฉู่เหยาเงียบไปสองวินาที

"ถ้าเธอไม่กล้าพูด เดี๋ยวฉันโทรหาเขาเอง

พวกเธอคบกันมาตั้งเจ็ดปี การแต่งงานมันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ฉันปล่อยให้เธอทำคนเดียวไม่ได้..."

"เขากำลังยุ่งกับการแต่งงานอยู่"

ฉันตอบเสียงเบา

ฉู่เหยาชะงักงัน ใบหน้าที่แสดงความไม่เห็นด้วยค้างนิ่ง

"เธอว่าอะไรนะ"

ฉันยิ้มเบา ๆ

หยิบรูปประวัติการคุยที่เซฟไว้จากคอมพิวเตอร์ของจี้สวินเมื่อคืน เลื่อนเปิดให้เธอดู

"จี้สวินแต่งงานแล้ว

เมื่อวานนี้เอง ที่สวิตเซอร์แลนด์

กับหลีโม่ลี่ รักแรกของเขา"

ฉู่เหยาเงียบไป

จากนั้น เส้นเลือดฝอยก็ค่อย ๆ ลามขึ้นเต็มดวงตาของเธอจนแดง

"ฉันจำได้ว่าเมื่อวานเธอยังซ้อมกับช่างไฟที่โรงแรมจนดึก ช่วงกลางดึกเธอยังส่งข้อความหาฉัน บอกว่าปวดกระเพาะ ให้ฉันช่วยซื้อยาให้อยู่เลย

ตอนนั้น...จี้สวินกำลังแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์เนี่ยนะ"

ฉันกระตุกมุมปากเล็กน้อย

"อืม"

ฉู่เหยาไม่ได้พูดอะไรอีก ขับรถพาฉันไปที่ออแกไนเซอร์จัดงานแต่งทันที

เธอกุมมือฉันไว้แน่นมากตลอดทาง

หลังจากยกเลิกงานแต่งเสร็จกลับมาบ้าน ฉันก็กำลังเก็บกระเป๋าเดินทาง

ตั้งใจจะย้ายออกจากเรือนหอของเราสองคน

เขาส่งข้อความโปรแกรมแชตมาหาฉัน

เป็นรูปถ่ายในห้องพักผู้โดยสารรอขึ้นเครื่อง

ข้อความแนบ [ทริปทำงานจบแล้ว เหนื่อยจัง]

ฉันไม่ได้ตอบ ได้แต่จ้องมองมุมล่างซ้ายของรูปภาพอย่างเหม่อลอย

มือเรียวขาวคู่หนึ่งหลุดเข้ามาในเฟรมโดยไม่ได้ตั้งใจ แหวนเพชรบนนิ้วนางเปล่งประกายวับวาว

ฉันจำแหวนวงนี้ได้

ตอนที่ฉันกับจี้สวินไปเลือกแหวนแต่งงานด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว พนักงานขายเคยแนะนำให้ เป็นแบบที่แพงที่สุดในร้าน

มีแค่คู่เดียวในเมืองนี้

ฉันชอบมาก แต่จี้สวินบอกว่ามันหรูเกินไป ไม่เหมาะกับฉัน

ที่แท้ คนที่คู่ควรคือหลีโม่ลี่นี่เอง

ฉันวางโทรศัพท์ลง หยิบเสื้อผ้าของตัวเองออกมาพับทีละตัว แล้วยัดใส่กระเป๋าเดินทาง

ตอนที่พลิกไปเจอเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งของจี้สวิน ฉันก็ขมวดคิ้ว

บนเสื้อมีกลิ่นหอมของน้ำหอมเข้มข้น

กลิ่นดอกมะลิ

ที่ปกเสื้อตรงหน้าอก ยังมีโพสต์อิตที่เขียนด้วยลิปสติกหนีบอยู่

"ชุดนอนเฉพาะของโม่ลี่"

อยู่ด้วยกันมาเจ็ดปี นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้ว่า เขาเคยพาเธอมาที่บ้าน

แถมยังทิ้งเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนกลิ่นของผู้หญิงคนอื่นไว้ในตู้เสื้อผ้าของเราอีก

ฉันวางเสื้อกลับไว้ที่เดิม แล้วหันไปเก็บของในห้องน้ำ

โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อส่งเสียงดังขึ้น

ยังคงเป็นจี้สวิน

เขาคอลวิดีโอเข้ามา

ฉันกดรับ

ในหน้าจอ เขาใส่เสื้อโค้ตสีดำ ใบหน้าที่เคยเฉยชาอยู่เป็นประจำกลับแฝงความอบอุ่นไว้เล็กน้อย

"ทำอะไรอยู่"

"จัดของน่ะ"

"เตรียมงานแต่งเรียบร้อยดีไหม"

"...ก็เรื่อย ๆ"

"ฉันขึ้นเครื่องวันนี้ พรุ่งนี้เช้าก็ถึงแล้ว ไม่ดีเลย์งานแต่งเรามะรืนนี้หรอก"

"อืม"

"เธอเป็นอะไรไป ไม่พอใจเหรอ"

"เปล่า แค่เหนื่อยน่ะ"

"ฉันซื้อของขวัญมาฝากเธอด้วย"

เขาก้มตัวลง คลำหยิบกล่องสีขาวผูกริบบิ้นออกมาจากกระเป๋าเอกสารที่พกติดตัว

"เพื่อนแต่งงานน่ะ ส่งลูกอมมงคลมาให้สองสามซอง ฉันตั้งใจเอากลับมาให้เธอเลยนะ ได้รับโชคดีกับเขาบ้าง"

"เพื่อนเหรอ"

ฉันพูดทวนคำนี้อีกครั้ง

เขายิ้มออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ดูไม่มีพิรุธเลยสักนิด

"ก็ใช่ไง เพื่อน"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 14

    โจวอวี้ไป๋ใส่ใจกว่าฉันอีกเรื่องดอกไม้ประดับเขาก็อยู่ช่วยฉันเลือกชุดเจ้าสาวเขาก็ไปลองเป็นเพื่อนฉันรายชื่อแขกเขาก็ตรวจสอบยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้แต่ฟอนต์ตัวอักษรบนการ์ดเชิญ เขายังตั้งใจถามฉันว่าชอบหรือไม่ชอบฉันหัวเราะที่เขาพิถีพิถันเกินไปเขาบอกว่า"งานแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของรูปแบบพิธี แต่เป็นการที่ผมได้บอกกับทุกคนว่า ผมเห็นคุณค่าคุณมากแค่ไหน"วันงานแต่งงาน อากาศดีมากฉันสวมชุดเจ้าสาว ยืนอยู่บนเวทีด้านล่างเวที ฉู่เหย่าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหน้าตาดูไม่ได้เธอเช็ดน้ำตาไป พลันขยับปากพูดกับฉันว่า"เธอคู่ควรแล้ว"ฉันยิ้มพลางพยักหน้าพิธีกรถามโจวอวี้ไป๋ "คุณยินดีที่จะรับคุณหลินหว่านเป็นภรรยาหรือไม่ครับ"โจวอวี้ไป๋มองฉัน สายตานุ่มนวลอ่อนโยน"ผมยินดีครับ ไม่ว่าทุกข์หรือยามเป็นสุขใจ ยามป่วยไข้หรือสุขกายสบายดี ผมก็ยินดีที่จะเคารพ ปกป้อง และสนับสนุนเธอ ไม่ใช่เพื่อให้เธอมาเป็นส่วนเติมเต็มให้ผม แต่เป็นการเคียงข้างเธอในแบบที่เธอเป็นตัวเอง"เสียงปรบมือดังกระหึ่ม พิธีกรหันมามองฉันต่อ"คุณหลินหว่าน คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณโจวอวี้ไป๋ และเป็นภรรยาของเขาหรือไม่ครับ"ขณะ

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 13

    ฉันรู้สึกผิดคาดนิดหน่อย"ฉันเพิ่งเข้าทำงานเองนะคะ""แล้วยังไงครับ"เขาเหลือบตาขึ้นมองฉัน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น"ความสามารถน่ะ ไม่ต้องเรียงตามลำดับอาวุโสหรอก"ในวินาทีนั้น จู่ ๆ ฉันก็มีความรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาที่แท้การถูกให้เกียรติ มันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เองไม่ใช่การถูกตอบปัดส่งเดชว่า "ตามใจ"ไม่ใช่การถูกเกณฑ์เข้าครัวไปล้างจานไม่ใช่ตอนที่คุณเสนอความต้องการ แล้วอีกฝ่ายบอกว่า "อย่ามางอแง"แต่การที่มีใครบางคนเห็นคุณด้วยความตั้งใจจริง ๆมองเห็นความสามารถของคุณมองเห็นทางเลือกของคุณมองเห็นคุณในฐานะมนุษย์ที่สมบูรณ์คนหนึ่งเวลาผ่านไปเร็วมากเร็วจนพอฉันนึกถึงจี้สวินอีกครั้ง ก็ไม่ได้รู้สึกปวดใจอีกต่อไปแล้วนาน ๆ ทีจะได้ยินข่าวคราวของเขาจากเพื่อนกลุ่มเดียวกันบอกว่าเขากับหลีโม่ลี่ทะเลาะแตกหักกันแล้วจริง ๆค่าใช้จ่ายงานแต่งงานที่สวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่จี้สวินเป็นคนออกแหวนเพชร ชุดเจ้าสาว สถานที่ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รวม ๆ แล้วหมดไปเกือบล้านหลังจากเกิดเรื่องขึ้น จี้สวินอยากให้หลีโม่ลี่คืนแหวนแต่งงานให้เขาแต่หลีโม่ลี่ไม่ยอมทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โตที่หน้าห้างสร

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 12

    [แม่จี้ก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ให้เมียน้อยเรียกว่าแม่ แถมยังให้แฟนตัวจริงล้างจานมาตั้งเจ็ดปี]ฉันไม่ได้ตอบอีกเพราะหลักฐานมันเพียงพอแล้วการโต้ตอบที่มีพลังจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องร้องไห้โวยวายแค่เอาความจริงออกมาตีแผ่เท่านั้นทำให้ทุกคนได้เห็นจี้สวินโพสต์แถลงการณ์ขอโทษอย่างรวดเร็วตัวอักษรของเขายาวมากเขาบอกว่าตัวเองโง่เขลา เห็นแก่ตัวและขี้ขลาดเขาบอกว่าขอโทษต่อสิ่งที่ฉันทุ่มเทให้ตลอดเจ็ดปีเขาบอกว่างานแต่งงานที่สวิตเซอร์แลนด์คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาเขาบอกว่าฉันไม่เคยทำผิดต่อเขาเลย มีแต่เขาที่ทำลายพวกเราด้วยมือตัวเองช่องแสดงความคิดเห็นไม่ได้คล้อยตามเขา[ถ้าขอโทษแล้วจบ จะมีกฎหมายไว้ทำไม][นายไม่ได้รู้ว่าตัวเองผิดหรอก นายแค่รู้ว่าตัวเองจบเห่แล้วต่างหาก][อย่ารบกวนฝ่ายหญิง ปล่อยเธอไปเหอะ][รักลึกซึ้งที่มาสาย ไร้ค่ายิ่งกว่าหญ้าอีก]แต่หลีโม่ลี่กลับไม่ยอมรับผิดเธอเปิดไลฟ์สดร้องไห้ร้องไห้สะอื้นบอกว่าตัวเองไม่ใช่เมียน้อย บอกว่าเธอกับจี้สวินต่างหากคือรักแท้บอกว่าฉันยึดตำแหน่งของเธอมานานเจ็ดปีบอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เธอคงได้คบกับจี้สวินไปนานแล้วผลปรากฏว่

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 11

    ชีวิตคนเราจะมีเจ็ดปีสักกี่ครั้งกัน"ฉันมองดูเขาประโยคนี้ ฉันเองก็เคยถามตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเหมือนกันเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยตัดใจไม่ลงเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยยอมอดทนแล้วอดทนอีกเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยเชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แต่ในตอนนี้ ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วเจ็ดปีไม่ใช่เหตุผลให้ฉันต้องเจ็บต่อไปเจ็ดปีเป็นแค่หลักฐานให้ฉันหยุดการขาดทุนได้ทันเวลาต่างหาก"จี้สวิน เพราะชีวิตคนเราไม่ได้มีเจ็ดปีบ่อย ๆ ไงฉันถึงจะไม่เอาเจ็ดปีข้างหน้าไปผลาญทิ้งกับนายแล้ว"สีหน้าของเขาซีดสลด ฉันเดินผ่านข้างกายเขาไปจู่ ๆ เขาเข้ามากอดฉันจากทางด้านหลัง พร้อมพูดเสียงสะอื้น"อย่าไปเลยนะ หว่านหว่าน อย่าทิ้งฉันไปเลยฉันตัดขาดกับหลีโม่ลี่ได้ ฉันย้ายออกไปข้างนอกได้ ฉันยอมให้เธอด่าหรือทุบตีฉันก็ได้ ขอแค่เธอกลับมาก็พอ"ฉันค่อย ๆ แกะนิ้วมือของเขาออกทีละนิ้วเหมือนกับแกะตรวนที่สวมอยู่บนตัวฉันตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาออกไป"จี้สวิน ความรู้สึกเสียใจของนายตอนนี้ ไม่ใช่เพราะนายรักฉันมากมายอะไรหรอก แต่เป็นเพราะนายได้สูญเสียคนที่วางนายไว้เป็นอันดับหนึ่งเสมอไปแล้วต่างหาก แต่ฉันไม่ใช่ตัวสำ

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 10

    "พวกเราไปจดทะเบียนสมรสกันตามปกติ แล้วก็ใช้ชีวิตกันไปตามปกติเถอะนะ ฉันจะชดเชยให้เธอเอง"ฉันมองดูเขา แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าน่าขำ"จี้สวิน อย่าบอกนะว่าจนป่านนี้แล้วนายยังรู้สึกว่า สิ่งที่ฉันแคร์คือตอนสุดท้ายนายจะจดทะเบียนสมรสกับฉันหรือเปล่าน่ะ"เขาชะงัก"ไม่ใช่เหรอ"ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ"ไม่ใช่อยู่แล้ว"ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋า กดเปิดตารางแผ่นนั้นขึ้นมา"ฉันจะถามนายสักสองสามคำถามแล้วกัน"จี้สวินจ้องมองไปที่หน้าจอ สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปฉันบอกว่า "วันเกิดอายุยี่สิบห้าปีของฉัน ฉันรอนายอยู่ทั้งคืน นายบอกว่าติดโอทีด่วน ความจริงนายไปไหนมา"จี้สวินขยับริมฝีปากเบา ๆ"ฉัน...""พูดความจริงมา"เขาก้มหน้าลง"ไปดูหนังเป็นเพื่อนโม่ลี่""ทำไมล่ะ""วันนั้นเธออารมณ์ไม่ดี"ฉันพยักหน้า แล้วขีดฆ่าแถวนั้นบนตารางออกไป"วันครบรอบเจ็ดปี นายให้สร้อยข้อมือฉันเส้นหนึ่ง ต่อมาฉันถึงเพิ่งรู้ว่า หลีโม่ลี่ก็มีเส้นหนึ่งเหมือนกัน ตอนนั้นนายคิดยังไงของนาย"จี้สวินหลบสายตาไปมาฉันไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น""งั้นเหรอ"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา"ถ้างั้นทำไมของเธอถึงเป็นกล่องของขวัญรุ่น

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 9

    "เธอคืนแหวนให้ผมแล้วเธอไม่ต้องการผมแล้ว"วิดีโอตัดจบลงตรงนี้ฉู่เหยาส่งข้อความมาหาฉัน[สะใจชะมัด][แต่ว่าหว่านหว่าน เธอไม่คิดจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องจริง ๆ เหรอ]ฉันมองโทรศัพท์อยู่นาน ก่อนตอบเธอ[ไม่จำเป็นหรอก]ความสัมพันธ์เจ็ดปี ใช่ว่าจะไม่มีอะไรจะพูดเพียงแต่คำพูดทั้งหมดที่ควรพูด ได้พูดไปหมดแล้วในความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วนเขาไม่ได้ฟังงั้นฉันก็จะไม่พูดอีกแล้ววันแรกที่ยกเลิกงานแต่งงาน ฉันนอนหลับไปสิบชั่วโมงตอนที่ตื่นขึ้นมา แสงแดดส่องอยู่ที่ปลายเตียงแม่ของฉันกำลังนั่งปอกแอปเปิลให้ฉันอยู่ข้าง ๆเธอไม่ได้ถามฉันว่าทำไมจู่ ๆ ถึงกลับบ้าน และไม่ได้ถามว่าทำไมงานแต่งงานถึงยกเลิกแม่แค่หั่นแอปเปิลเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วยื่นให้ฉัน"กินอะไรหวาน ๆ หน่อยสิ"ฉันปวดจมูกขึ้นมาเลย น้ำตาแทบจะร่วงออกมาหลายปีมานี้ ฉันให้ความสำคัญกับจี้สวินมากเกินไปสำคัญจนพอถึงเทศกาลก็ต้องถามเขาก่อนว่าว่างไหม สำคัญจนพอเงินเดือนเข้าก็คิดแต่ว่าจะซื้ออะไรให้เขา สำคัญจนแค่แม่ของเขาพูดไม่พอใจคำเดียว ฉันก็ทบทวนพิจารณาตัวเองไปสามวันสามคืนฉันนึกว่าการรักใครสักคน คือการลดคุณค่าตัวเองลงทีละนิดต่ำต้อยจนแทบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status