LOGIN“ไม่เกินสองชั่วโมง เดี๋ยวกูออกไป” สุ้มเสียงทุ้มเป็นเอกลักษณ์เอ่ยบอกปลายสายหลังจากเดินพ้นโรงเรือนปลูกมะเขือเทศ ก่อนที่ช่วงขายาวจะก้าวตรงไปยังตัวบ้านหลังใหญ่ ที่มีบิดามารดาของว่าที่คู่หมั้นของเขารออยู่
[ให้เตรียมเด็กไว้ให้ไหม] เรียวคิ้วเข้มที่ตัดกับผิวขาวจัดย่นเข้าหากันเมื่อเพื่อนแสนรู้อย่างธารามเอ่ยถามเรื่องไม่เป็นเรื่องขึ้นมา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าช่วงนี้เขาไม่มีอารมณ์จะทำเรื่องอย่างว่ากับใคร แล้วมันจะเสือกถามเพื่อ?
“ไม่ต้อง”
[เก็บไว้ทำไม ยังไงก็ไม่ได้ใช้หรอกกับเมียชาวบ้าน ปลดปล่อยสักน้ำสองน้ำสนองนี้ดเด็กเลานจ์ที่มันอยากคลานขึ้นเตียงกับมึงหน่อยจะเป็นไรไป]
“เหี้ยเหอะรัม”
[หรือมึงจะเก็บไว้ใช้กับว่าที่คู่หมั้น?]
“ไร้สาระ” สิ้นประโยคนั้นสายก็ถูกตัดไป ก่อนที่คุณชายรองตระกูลมาเฟียใหญ่จะตรงไปยังบ้านที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางฟาร์มที่กินพื้นที่ราว ๆ หมื่นไร่
หลังจากตรวจสอบกระทั่งแน่ใจแล้วว่าภัควัฒน์สิริไม่ได้รับความเสียหายอะไร ร่างสูงโปร่งราวร้อยเก้าสิบเซนติเมตรจึงเดินตรงไปยังรถยนต์ของตัวเองทันที ทว่าประตูรถไฮเปอร์คาร์ปิดลงได้ไม่นาน ก็มีแจ้งเตือนของข้อความปริศนาเข้ามา
ว่าที่หงส์งามของมังกรเป็นรอยซะแล้วว่ะ
ฉับพลันนัยน์ตาคมดุก็เย็นเยือกขึ้นหลายระดับหลังกวาดสายตาอ่านทุกคำในประโยคนั้นจบ
อ่า ไอ้สวะเดนนรกพวกนี้
หงส์งามที่ว่าคงไม่พ้นยัยเด็กข้างบ้านที่เขาเพิ่งแหย่เล่นมา ฝ่ามือแกร่งยกขึ้นเสยผมสีดำขลับระบายคลื่นอารมณ์หงุดหงิดที่จู่ ๆ ก็พวยพุ่งขึ้นมากะทันหัน
จุดหมายปลายทางถูกเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเลาจน์คลับหรูของเพื่อนสนิทอีกคนทันที ประตูโรงเรือนถูกเปิดออกอีกครั้ง ชั่วพริบตาเดียวคุณชายรองตระกูลหวังก็ถึงตัวหงส์งามของเขา
“ปลดกระดุมเสื้อออก” เสียงเข้มเอ่ยสั่งคนที่เพิ่งทำหน้างุนงงในการปรากฏตัวครั้งที่สองของเขา ดวงหน้าหวานที่ซับสีระเรื่อเพราะออกแรงทำงานฉายแววไม่พอใจอย่างไม่คิดปิดบัง
“เดี๋ยวนะ” ทว่ามีหรือที่มาร์คัสหวังจะเอามาใส่ใจ มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับกำรวบเอาความอดทนเส้นสุดท้ายไว้แน่น
“จะปลดเองหรือจะให้ฉันกระชากให้ขาดบรูคลิน”
“ฉันจะแจ้งควา…”
แควกกกกกก!!
ที่สุดแล้วเส้นความอดทนนั้นมันก็แหลกคามือพร้อมกับเสื้อเชิ้ตตัวบางเพราะถูกเขากระชากจนกระดุมหลุดกระเด็นกระดอนไปจนหาทิศทางไม่เจอ
“มาร์คัส! ไอ้หมาบ้าโรคจิต!” วินาทีนั้นคำผรุสวาทจากคนเด็กกว่าก็ลอยไปกระแทกหน้าคนร้ายกาจทันที
ทว่าสีหน้าจริงจังกว่าครั้งไหน ๆ กอปรกับที่อีกฝ่ายไม่ได้โต้ตอบเธอทำให้หญิงสาวหวั่นไหวไปชั่วขณะ ถ้อยคำก่นด่าถูกกลืนลงลำคอแห้งผาก ก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจะหลุบลงไปมองตามตำแหน่งที่นัยน์ตาคมดุฉายแววจริงจังของเขาจ้องมองอยู่ก่อน
อ่า…
ทั้งที่ภาพตอนนี้มันออกจะล่อแหลม เพราะเสื้อตัวนอกของเธอขาดวิ่นจนเผยให้เห็นเนินเนื้ออวบที่โผล่พ้นขอบบราเซียสีอ่อน ทว่าท่าทีสุขุมจริงจังที่เจือความกังวลใจบางอย่างของเขาเสมือนกลืนกินความเขินอายทั้งหมดไปชั่วขณะ
ไอ้หมาบ้าโรคจิตที่เธอก่นด่า เวลานี้ไม่มีความหื่นกระหายใด ๆ ในก้นบึ้งนัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
แล้วทำไม…
ชั่วพริบตาที่ทั้งสองสบประสานนัยน์ตากัน เศษเสี้ยวความทรงจำในวัยเด็กก็ลอยฟุ้งกระจัดกระจายอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งคู่
ใบหน้าคมคายที่ฉายแววเป็นห่วงเป็นใยของเด็กผู้ชายวัยสิบสี่ซ้อนทับภาพมาเฟียเปี่ยมอิทธิพลตรงหน้า
“หึ ใหญ่จริงด้วย” ทว่าเพียงชั่วขณะภาพทรงจำเหล่านั้นก็อันตรธานไป เหลือทิ้งไว้เพียงเครื่องหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจเพราะได้กระชากศักดิ์ศรีเธอเป็นครั้งที่สอง
ท่าทางดูแคลนของมาร์คัสหวังกระตุกต่อมโทสะของคนเด็กกว่าอีกครั้ง เรียวมือเล็กกำรวบเสื้อที่ขาดเข้ามาปกปิดเนินเนื้ออวบให้พ้นสายตาคม ก่อนริมฝีปากอิ่มจะกลั่นวาจาปรามาสอีกฝ่าย
“ใช่ และนายจะไม่มีวันได้แตะ” บรูคลินเหยียดยิ้มเบะปาก เธอรู้ว่านี่ไม่ต่างจากการส่งเทียบเชิญท้าทายไปให้หมาบ้าที่หนองไหลไปรวมกันแทนที่เนื้อสมอง
“แตะไปก็ไม่แข็งจะแตะให้เสียมือเพื่อ” ตรรกะเหตุผลจึงไม่ใช่สิ่งที่อีกฝ่ายมี หมาบ้าตัวนี้มันกัดไม่เลือก แต่จะให้เธอเงียบปากน่ะเหรอ
ทว่า…
อึก!
โดยไม่ทันตั้งตัว ร่างเล็กก็ถูกกระตุกเข้ามาในอ้อมกอดของคนสูงกว่า ครั้นกำลังจะเอ่ยปากต่อว่า เขาก็กระซิบพร่าชิดใบหูเห่อร้อน
“หยุดดิ้น นมเธอมันกำลังเบียดฉันอยู่” สิ้นประโยคกล่าวเตือนนั้นอ้อมกอดก็ถูกกระชับแน่นขึ้นราวกับจะเบียดให้ร่างเล็กหลอมเข้าไปในแผงอกแกร่งของเขา
“ไปตายซะมาร์คัส” คนในอ้อมแขนเอ่ยต่อว่าผ่านน้ำเสียงอู้อี้ เพราะกระแสเสียงชนเข้ากับกล้ามเนื้อแน่นหนั่น อีกครั้งที่การดิ้นขืนของเธอไร้ความหมาย ครั้นพยายามจะไล่ตามความคิดของอีกฝ่าย กลิ่นหอมสะอาด ลุ่มลึก เสมือนกลิ่นชุ่มชื้นในป่าลึกลับ ที่แผ่กำจายรอบตัวเขาก็ตีรวนขึ้นมารบกวนการทำงานของสตินึกคิด จนไม่สามารถใช้ความคิดได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร
เวลานี้ท่ามกลางกลิ่นหอมในอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้น บรูคลินไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลยนอกจากมาร์คัสหวัง…
ร่างกายสมส่วนกำยำ ความแข็งกร้าว แข็งแกร่ง ดุดัน ล้วนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่สามารถตรึงให้ใครก็ตามที่อยู่ใกล้เผลอไผลไปกับรูปลักษณ์ชวนฝันนั้นได้ไม่ยาก
ฉับพลันลำคอระหงก็แห้งผาก เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายสั่นสะท้านเมื่อฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งของเขาเลื่อนมาวางไว้บนศีรษะเล็กพร้อมกับกดลงแนบอกกว้าง
การดิ้นขืนเมื่อครู่หยุดลงชั่วขณะ สมองที่ควรจะหาหนทางหลีกหนีจากสัมผัสไม่ควรนี้กลับอื้ออึง ในโสตประสาทได้ยินแต่เสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะ ‘สม่ำเสมอ’
ต่างจากจังหวะการเต้นของหัวใจเจ้าตัว ที่เอาแต่ทรยศด้วยการเต้นรัวเร็ว ประจานความอ่อนแอที่ถูกฝังกลบไว้ภายใน
เฮงซวย…
“กำลังทำอะไร” สติที่เป็นอัมพาตชั่วคราวถูกกระตุ้นด้วยจิตสำนึกในวินาทีนั้น การดิ้นขืนไร้ประโยชน์ของคนเด็กกว่าเริ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมกระแสเสียงไม่มั่นคงนักเจือแววไม่พอใจ ทว่ามีหรือที่ฝ่ายเผด็จการจะสน
“อย่าดิ้น” เสียงเข้มเอ่ยสั่งเมื่อคนในอ้อมกอดยังคงดิ้นขลุกขลัก จนหน้าอกอวบที่เขาพยายามช่วยบดบังให้พ้นจากสายตาคนงานผู้ชาย ที่เดินเข้ามากะทันหันเบียดชิดอกแกร่ง
ครั้งแล้ว…
…คลั้งเล่า
แม่ง…
กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นเข้าอย่างข่มอารมณ์ เมื่ออีกฝ่ายดื้อรั้นไม่ยอมฟังกัน ขณะที่นัยน์ตาคมดุสีรัตติกาลละจากดวงหน้าซับสีระเรื่อ ปราดมองไปทางผู้มาใหม่ พร้อมกับไอสังหารเย็นเยือกที่พุ่งตรงไปจ่อที่ลำคอ เพื่อข่มขู่ไม่ให้อีกฝ่ายกล้าปากสว่างไปบอกใครว่าคุณหนูของไร่ถูกเขาสวมกอดอยู่
ลูกกระเดือกที่สะท้อนขึ้นลงของคนงานหนุ่มเสมือนการตอบรับคำข่มขู่ของทายาทมาเฟียตระกูลใหญ่ ฝ่ามือสั่นเทารีบหยิบสิ่งของที่ต้องการก่อนจะกุลีกุจอออกไป โดยไม่คิดจะหันกลับมามองข้างหลัง
วืดดด~
วินาทีต่อจากนั้นร่างบอบบางก็เซถอยหลังเล็กน้อยเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ประกายขุ่นเคืองสะท้อนในนัยน์ตาคู่สวย ก่อนจะถูกบางสิ่งบดบังจนอันตรธานไป
“ซักแล้วเอามาคืนด้วย” สิ้นประโยคนั้นมาเฟียหนุ่มก็เตรียมก้าวเท้าออกจากโรงเรือนปลูกมะเขือเทศอีกครั้ง ทว่า…
ฟึบบบ!
แจ็กเกตหนังราคาแพงพร้อมกับคำผรุสวาทถูกปาใส่แผ่นหลังกำยำในวินาทีนั้น
“โตมาอย่างเลว” ช่วงขายาวหยุดเคลื่อนไหว สีหน้าของมาเฟียหนุ่มยังคงเรียบนิ่ง แม้จะถูกคนที่เพิ่งแอบปกป้องก่นด่าไล่หลัง
เพราะวิธีการของเขามันทั้งหยาบคายและบ้าบิ่น จะให้คนที่ถูกจัดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับความอ่อนโยนอย่างเขาปฏิบัติกับอีกฝ่ายอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งพึงกระทำน่ะเหรอ
ใครมันจะไปทำวะ
อีกอย่าง ใช่ว่าเขาจะห่วงอะไรยัยว่าที่คู่หมั้นหนักหนา อย่างที่เขาบอกกับพนินห์ไว้ว่าบรูคลินเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่ง ไอ้ที่รีบบึ่งมาเช็กร่องรอยตรงเนินอกของอีกฝ่าย ตามรูปที่บุคคลปริศนาส่งมาปั่นประสาทเมื่อครู่ ก็เพื่อต้องการเช็กให้แน่ใจว่ามังกรอย่างเขาถูกย้อนเกล็ดจริงหรือไม่ก็เท่านั้น
แล้วที่แอบช่วยบดบังอีกฝ่ายจากสายตาคนงานนั้นก็เพียงแค่ชดเชยที่เขากระชากเสื้อยัยนั่นขาด ทุกอย่างล้วนสมเหตุสมผลในวิถีของมัน
ส่วนไอ้คนที่ทำเรื่องระยำแบบนั้น…
อ่า…
คิดมาถึงตรงนี้คลื่นโทสะก็ซัดสาดเข้ามาในใจของมาเฟียหนุ่มทันที
หมับ!
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“อะ อ๊า” เสียงครางหวานที่ดังหวิวทุกครั้งที่เขาตอกตรึงความใหญ่โตเข้ามา เสียงหอบหายใจเมื่อความรู้สึกถูกครอบครองแล่นพล่านไปตามหลอดเลือดเดือดพล่าน เสียงผิวเนื้อกระทบกันในความเงียบดังอยู่เนิ่นนาน…กระทั่งร่างกายถึงปลายขอบความปรารถนาเดียวกัน คนทั้งคู่จึงทิ้งตัวหอบหายใจกอดกันแนบแน่น มาเฟียหนุ่มซุกใบหน้าลงกับต้นคอขาวของภรรยาคนสวยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า“ขอบคุณครับ…ทูนหัว” ดวงหน้าสวยชื้นเหงื่อคลี่รอยยิ้มบางพลางกระชับอ้อมกอดแน่น ขณะโน้มประทับจุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลาของสามีด้วยความรักใคร่“ขอบคุณเรื่องอะไรคะ”อีกฝ่ายผละขึ้นมาสบตา ส่งผ่านทุกความรู้สึกที่เวียนว่ายในนัยน์ตารัตติกาลคู่คมที่ไม่เคยละไปจากเธอเลยสักครั้ง“ขอบคุณที่เธอขารักพี่อย่างดี” เสียงพร่าแผ่วของเขาราวกับปุยนุ่นที่ไล้ผ่านหัวใจดวงน้อยของเธอ บรูคลินคลี่ยิ้มขณะเขี่ยผมที่ปรกลงบนหน้าผากเขาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย…” คุณชายรองตระกูลหวังยกมือเรียวขาวของภรรยาขึ้นมากดจูบหนัก ๆ ด้วยความรักใคร่ ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ฟังประโยคถัดมาของอีกฝ่าย“…เพราะการรักที่รักมันง่ายมากเลยไงคะ” ที่ผ่านมา ‘ความรัก’ ครั้งนี้มันดูเหมือ
“ตอนนี้อยากทำมากกว่าถูหลังแล้วค่ะ” เสียงหวานออดอ้อนกระซิบแผ่วแล้วกดจูบลงบนสันจมูกโด่งของคนตรงหน้าแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนในแบบที่ทำให้มาเฟียมากอำนาจอย่างเขาพ่ายแพ้ราบคาบทุกครั้ง“ยัยเด็ก” เสียงคนตรงหน้าเข้มขึ้นทันทีเมื่อเป็นฝ่ายถูกรุกไล่ ก่อนต้องขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนอีกครั้งเมื่อความเป็นเขาถูกเรียวมือเล็กข้างหนึ่งกอบกุมเอาไว้แล้วชักรูดขึ้นลงความรู้สึกแปลบปลาบจากการถูกมือนุ่มสัมผัสอย่างช่ำชองและรู้จุดกระสันแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ก่อนที่วินาทีหลังจากนั้นความเสียวซ่านจะพุ่งโจมตีไปทั่วเรือนกายกำยำ เมื่อสะโพกกลมกลึงยกขึ้นน้อย ๆ แล้วกดลงครอบครองความเป็นเขาช้า ๆ ราวกับต้องการให้รู้สึกถึงทุกแรงปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ภายใน“อืม...” ลำคอแกร่งส่งเสียงคราง มาร์คัสหวังปล่อยให้คนบนร่างควบคุมทุกจังหวะ ร่างกายเล็กขยับเนิบช้าทว่าหนักแน่น ความร้อนจากออนเซ็นแผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่างคนทั้งคู่ ทว่าไม่มีอะไรร้อนระอุเท่าสัมผัสของทั้งสองฝ่ายที่กำลังโรมรันร่างกายเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง“อื้อ~” เสียงครางหวานดังประสานไปกับเสียงน้ำกระเพื่อม เมื่อจุดกระสันภายในถูกแกนกายใหญ่โตของคนใต้ร่างแตะเข้าซ้ำ ๆ“เธอขา
โตเกียวในค่ำคืนสุดสัปดาห์ ร่างสะโอดสะองของบรูคลินเดินตรงเข้าไปในลิฟต์แก้วของคลับหรูแห่งหนึ่งใจกลางย่านเศรษฐกิจ ขณะที่นัยน์ตารัตติกาลคู่คมของคุณชายรองตระกูลหวังมองตามหลังผู้เป็นภรรยาจากส่วนรับรองชั้นล่าง“ให้ผมขึ้นไปเสริมทีมฮาเซงาวะไหมครับ” ลูกน้องคนสนิทอย่างเล่ยหานกระซิบถามผู้เป็นนาย ก่อนอีกฝ่ายจะตอบ“ไม่ต้อง…เรารออยู่นี่จนกว่านายหญิงจะเสร็จธุระ”ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นไปชั้นหก ที่มีห้องส่วนตัวสำหรับแขกวีไอพีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเจรจาธุรกิจมาร์คัสหวังนั่งนิ่ง ไม่ไถโทรศัพท์ ไม่อ่านอะไรทั้งนั้นแม้กระทั่งเมนูอาหาร เขาแค่นั่งเฝ้าประตูทางเข้าราวกับรู้ว่ามีใครกำลังจะย่างเท้าเข้ามาในไม่กี่นาทีข้างหน้าที่สุดแล้วบุคคลที่เขาเฝ้ารอก็มาชายวัยสามสิบต้น ๆ แต่งตัวเนี๊ยบเดินผ่านหน้าเขาไปโดยที่มีโทรศัพท์แนบหู เดิมทีเขาเพียงจะสังเกตท่าทีของว่าที่พาร์ทเนอร์ฮาเซงาวะที่วันนี้ภรรยาคนสวยของเขามาเป็นตัวแทนในการเจรจาทางธุรกิจทว่า…ตัวเล็กดีว่ะจัดสักน้ำก่อนเซ็นต์น่าจะง่ายหน่อยของแบบนี้ไม่ต้องรีบคุย ซอยไปคุยไปเร้าใจกว่าเยอะเพล้ง!!ไวกว่าความคิด แก้วบนโต๊ะแตกคามือมาเฟียตระกูลใหญ่ มาร์คัสหวังกดข่มอาร
ค่ำคืนนั้น ในครัวขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารอันคุ้นเคยของคนสองรุ่น เสียงหัวเราะของพ่อลูกจากห้องน้ำยังคงแว่วมาเป็นระยะ คลอเคล้าไปกับเสียงเคี้ยวของเด็กน้อยที่กำลังเพลินกับมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อยองค์ประกอบภายในบ้านที่ถูกจัดวางอย่างดี กอปรกับเสียงหัวเราะและบทสนทนาถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยสายใยแห่งความรัก ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความหมายของคำว่า ‘บ้าน’“ปะป๊าช่วยยกกับข้าวทีค่ะ” เสียงหวานของหม่ามี้คนสวยเอ่ยจากหน้าเตาขณะอุ้มลูกสาวไปนั่งบนเก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็ก“ครับเมีย” มาเฟียหนุ่มตอบรับอย่างไม่ลังเล พร้อมรอยยิ้มที่เผยความภักดีที่มีให้อีกฝ่ายอย่างมั่นคงเสมอมา“อาหย่อยจัง” เสียงใสของเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังพูดไม่คล่องนักดังขึ้นจากเก้าอี้สูงประจำตำแหน่ง เมื่อมือป้อมเล็กตักอาหารฝีมือผู้เป็นแม่เข้าปาก“หม่ามี้เหนื่อยไหมครับ” ขณะที่เด็กชายวัยสี่ขวบเงยหน้าจากจานข้าวตรงหน้าแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนหัวใจของคนเป็นแม่อบอุ่นขึ้นในวินาทีนั้น“คุนคุนไม่ดื้อ หม่ามี้ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” บรูคลินยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ก่อนจะยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กเบา ๆ“คุนค
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้าไปในห้องนั่งเล่น แสงอุ่นละมุนไล้บนโซฟาหนังแท้ขนาดใหญ่ที่ร่างสมส่วนของมาเฟียหนุ่มนั่งอยู่ แล็ปท็อปวางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยเบื้องหน้านัยน์ตารัตติกาลคู่คมจดจ่ออยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยม ขณะที่มือข้างหนึ่งโอบลูกสาววัยแรกเกิดเอาไว้อย่างทะนุถนอม เบบี๋มังกรวัยสิบวันนอนหลับปุ๋ยในอ้อมแขนผู้เป็นพ่อ ริมฝีปากเล็กจิ๋วเผยอเล็กน้อยราวกับกำลังฝันดีบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยเบื้องหน้า มีขวดนมของเบบี๋มังกรคนพี่วางเรียงข้างแก้วกาแฟที่ยังมีไออุ่นระเหยอยู่ ข้างกายมาเฟียใหญ่มีร่างอ่อนเพลียของภรรยาคนสวยเอนพิงหมอนอิงนุ่ม ๆ โดยที่ในอ้อมแขนมีเด็กชายวัยสองขวบที่กำลังซุกตัวหลับสนิทกลิ่นแป้งเด็กเจือปะปนกับกลิ่นหอมจางจากเส้นผมของบรูคลินที่เพิ่งสระใหม่ช่วยเติมบรรยากาศภายในเรือนหอแห่งนี้ให้ละมุนและนิ่งสงบครืดดด~ขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับการตรวจงานตรงหน้าและเฝ้าภรรยากับลูก ๆ จู่ ๆ สมาร์ตโฟนเครื่องหรูก็สั่นเป็นสัญญาณของการโทรเข้า ฝ่ามือแกร่งรีบเอื้อมไปหยิบขึ้นมากดรับสายทันทีเพราะกลัวเสียงสั่นจะทำให้เบบี๋ตื่น“ว่าไง” เขารับสายเสียงนิ่ง ก่อนที่ปลายสายจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดอย่างอารมณ์ดี
กลิ่นอายของฤดูหนาวปีถัดมาไล้ผ่านกระจกบานใหญ่ของตึกกาสิโนสูงระฟ้าสาขาหลักตระกูลหวัง ทว่าบรรยากาศของห้องประชุมขนาดใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยความนิ่งขรึมในแบบขององค์กรในโลกสีเทากลับเต็มไปด้วยบรรยากาศประหลาดในเช้าวันนี้เพราะคุณชายรองตระกูลหวังที่นั่งหัวโต๊ะประชุมมีสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก กลิ่นอายอันตรายและแรงกดข่มของมาเฟียใหญ่แผ่กำจายออกมามากผิดปกติจนคนในห้องต่างลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากมาร์คัสขมวดคิ้วมองเอกสารในมือราวกับมันเป็นภาษาต่างดาวจากนั้นก็หยิบช็อกโกแลตออกจากกล่องขึ้นมากัดคำใหญ่ จนบรรดาลูกน้องที่นั่งร่วมประชุมอีกหกชีวิตต่างลอบสบตากันเงียบ ๆ ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใดใครมันจะไปกล้า?เพราะคุณชายรองที่ปกติไม่แม้แต่จะแตะของหวาน กลับนั่งเคี้ยวช็อกโกแลตกร้วม ๆ ราวกับเป็นของโปรดอย่างไรอย่างนั้นปึก!ฉับพลันแฟ้มเอกสารก็ถูกโยนลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่เสียงเข้มดุเจือไอสังหารจะดังแหวกความเงียบ“ทำไมรายงานนี่มันกลิ่นเหม็น ๆ วะ” สิ้นคำนั้นทุกคนในห้องต่างสะดุ้งเฮือก ก่อนที่หนึ่งในทีมวิเคราะห์จะเอ่ยเสียงสั่น“มะ…มันคือกระดาษรีไซเคิลครับ คุณชายเคยสั่งให้ใช้…”“เปลี่ยน!” น้ำเสียงแข็งก
“คุณเคยจูบฉันตรงนี้…เหรอคะ?” เสียงไม่คงที่กับร่างบางที่สั่นระริกทั้งที่เขายังไม่ทันจะเริ่มด้วยซ้ำเรียกรอยยิ้มบางให้ปรากฏบนใบหน้าคมคายพริบตานั้นราวกับมีบางอย่างขาดผึง กลิ่นอายลุ่มลึกของป่าฤดูฝนกรุ่นผ่านริมฝีปากอิ่มเมื่ออีกฝ่ายประทับจุมพิตลงมา สัมผัสเหนือความคาดหมายนั้นทั้งอ่อนโยน ลึกซึ้ง คล้ายทุกคว
แม่งได้ทีเอาใหญ่…อยากประเคนตีนหนัก ๆ ให้มันแดกข้อหาซ้ำเติมก็กลัวว่าสันดานชั่วจะไปถึงหูน้องสาวของมัน ที่สุดแล้วทายาทมาเฟียตระกูลใหญ่จึงทำได้เพียงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างคนขี้แพ้“พวกมึงรู้ไหม เขาอยู่ห่างจากกูแค่ไม่กี่ไร่ แต่แม่งเหมือนอยู่กันคนละโลก”คนที่กำลังพรั่งพรูความในใจหัวเราะขื่นในลำคอ ก่อนยกแก
“เราจะเอาแบบนี้จริง ๆ เหรอ?”ฝ่ายเว้าวอนเม้มริมฝีปากอิ่มแน่นเข้า เสียงหัวใจของเธอเต้นดังในความเงียบ ตาชั่งภายในหัวก็เริ่มทำงานอย่างหนักอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าลาห์มมองเห็นทุกอย่าง ทั้งความหวั่นไหว ความลังเล และความรู้สึกที่เธอพยายามกดมันไว้ให้ลึกที่สุดที่สุดแล้วคนตัวเล็กก็หลบตาอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยเสียงเ
ครั้นจะสืบเท้าเว้นช่วงจากคนที่สติเริ่มหล่นหาย คอเสื้อของเขาก็ถูกมือเล็กกำรวบเอาไว้ ก่อนจะออกแรงกระชากจนร่างแกร่งดุจหน้าผาสูงชันเซไปตามเรี่ยวแรงของอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว“นายกำลังทำตัวผิดวิสัย สิ่งมีชีวิตช่างฉกอยู่นะมาร์คัส” หว่างคิ้วเข้มปรากฏรอยย่นจาง ๆ สิ่งมีชีวิตช่างฉก?“ก็ตรงนี้ของนายไง…” มือท







