Share

บทที่ 6

Author: Yaygoh
last update Huling Na-update: 2025-10-14 11:57:20

 

                  “เปลี่ยนรองเท้า”

            เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นลอยๆ แต่กลับสลักลึกลงในหัววรรณนรี แม้เขาไม่ได้หันกลับมา เธอก็เข้าใจได้ว่าเขากำลังสั่งเธอ

“....” หญิงสาวถอดรองเท้า เปลี่ยนเป็นสลิปเปอร์ เดินเข้ามาในบ้านเงียบๆ

ลุคคาตรงเข้าครัว ถอดเสื้อคลุมพาดไว้กับเก้าอี้ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตซาตินสีเข้มแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง เนื้อผ้านุ่มลื่นถูกแสงไฟสะท้อนให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ทุกการเคลื่อนไหวเผยให้เห็นเส้นไหล่และท่อนแขนที่เปี่ยมไปด้วยกล้ามเนื้อน่าหลงไหล

เขาหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมอย่างคล่องแกล่ว เส้นสายผ้าพาดผ่านเอวสอบ เดินไปยืนหน้าเคาน์เตอร์ครัว ลงมือหยิบมีดและวัตถุดิบอย่างเงียบขรึม

วรรณนรีกลืนน้ำลายเอือก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกำลังหิว หรือโดนรูปร่างของลุคคายั่วจนหน้ามืดตาลายก็ไม่รู้

ลุคคาเองก็ดื่มไปเยอะ ไม่ค่อยได้แตะอาหารนัก ในท้องไม่มีอะไรให้ย่อย ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน

“ให้ช่วยไหมคะ” วรรณนรีเดินมาชะโงกหน้ามองลุคคาที่กำลังเตรียมเนื้อเพื่อทำสเต๊ก

“ไม่ต้อง”

วรรณนรีได้ยินเช่นนั้นก็สูดหายใจลึก เลือกที่จะไม่กวนใจเขาอีก เดินมานั่งรอนิ่งๆ ที่โต๊ะ ระหว่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถเล่น และแอบถ่ายรูปหัวหน้าสุดเนี้ยบคนนี้เอาไว้ด้วย

ลุคคาในชุดผ้ากันเปื้อน ใช่ว่าจะหาดูได้บ่อยๆ

หญิงสาวจ้องมองภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือตัวเองพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตอนนั้นเอง จานสเต๊กหอมกรุ่นก็ถูกเสิร์ฟถึงตรงหน้า

ทั้งสเต๊ก สปาเก็ตตี มันบด และซุปเห็ด

นอกจากสเต๊ก อย่างอื่นล้วนเป็นอาหารแช่แข็งที่ถูกนำมาอุ่นด้วยไมโครเวฟ

วรรณนรีกะพริบตาปริบๆ คว่ำหน้าโทรศัพท์มือถือลงกับโต๊ะหัวใจกระตุกวูบ กลัวเขารู้ว่าเธอแอบถ่ายรูป แต่ผ่านไปสักพัก ลุคคาไม่พูดอะไร แปลว่าเขาไม่เห็น ค่อยโล่งใจหน่อย

“กินสิ”

ลุคคาออกคำสั่งเมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่มอง

“ฉันกินได้จริงๆ เหรอคะ” วรรณนรีรู้สึกเกรงใจเขาอย่างบอกไม่ถูก แค่เขาชวนเข้าบ้านยังน่าเหลือเชื่อแล้ว นี่ถึงขนาดทำอาหารเลี้ยงเธออีก หรือว่าบุญที่สั่งสมมาทั้งปีจะใช้หมดไปกับอาหารมื้อนี้แล้ว

“ทำหน้าตาอะไรของเธอ รีบกินตอนที่ยังอุ่นๆ จะได้อร่อย”

“ค่ะ...”

วรรณนรีหยิบมีดกับส้อมหั่นสเต๊ก แค่ได้กลิ่นหอมกรุ่นน้ำลายก็แตกเต็มปากแล้ว เธอกลืนน้ำลายอยู่หลายอึกเลยทีเดียวเพื่อป้องกันไม่ให้มันไหลออกทางมุมปาก

กระทั่งเนื้อหอมนุ่มแตะลิ้น...

วรรณนรีแทบจะหลับตาซึมซับรสชาติ

ความชุ่มฉ่ำของเนื้อสเต๊กที่ผ่านการย่างอย่างพอดี คลุกเคล้ากับซอสเข้มขนราวกับมันละลายในปาก

ความอร่อยทำให้หัวใจเธอพองโตอย่างไม่อาจห้าม ราวกับความเหน็ดเหนื่อยและตึงเครียดที่สะสมมาทั้งวันถูกกลืนหายไปพร้อมกับคำแรกนั้น

“อร่อยมาก...”

เธอพึมพำออกมาเหมือนกำลังเคลิ้มฝัน

ลุคคาเลิกคิ้วมอง ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ ในท่าทีซื่อๆ ของเธอ ทว่าพอก้มลงจะหั่นเนื้อกินต่อ เขากลับสังเกตเห็นรอยซอสเล็กๆ ตรงมุมปากฉ่ำวาวของเธอ

มือใหญ่เอื้อมมาสัมผัสเบาๆ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดออกอย่างอ่อนโยน

ความร้อนจากผิวมือเขาส่งผ่านสู่ผิวแก้มเธอจนหัวใจสั่น

วรรณนรีชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะใกล้เกินไป ดวงตาคมของลุคคาจับจ้องเธออย่างลึกซึ้งแนะนิ่งงัน เพียงชั่วอึดใจ ความเงียบกลับกลายเป็นแรงดึงดูดที่ไม่มีใครต้านได้ นิ้วหัวแม่มือกลับขยับขึ้นมาเกลี่ยแก้มเธอราวกับหาข้ออ้าง ก่อนจะโน้มตัวลงมา...

ริมฝีปากของเขาสัมผัสเธออย่างช้าๆ อ่อนโยนในตอนแรก แต่กลับลึกซึ้งขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

ความหวานผสมแรงปรารถนาก่อเป็นไฟร้อนที่ลามท่วมทั้งตัว จากจุมพิตหวานกลายเป็นจูบที่โอบรัดและแนบชิดมากขึ้นเรื่อยๆ

เสียงมีดและส้อมกระทบจานเบาๆ ราวกับจะส่งสัญญาณว่ามีอาหารรออยู่บนโต๊ะ ทว่าทั้งเขาและเธอไม่ได้สนใจมันอีกต่อไป

สัมผัสของเขาไม่ยอมผละออก แต่กลับลึกซึ้งขึ้นทุกวินาที ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มถี่ขึ้นตามแรงอารมณ์ วรรณนรีรู้สึกราวกับโลกภายนอกเลือนหาย เหลือเพียงไออุ่นจากอ้อมแขนของเขาที่โอบรัดไว้แน่น

มือใหญ่เลื่อนจากแก้มลงมาสัมผัสต้นคอ ปลายนิ้วไล้แผ่วจนหัวใจเธอสั่นสะท้าน ลุคคาขยับดึงเธอให้ลุกจากเก้าอี้อย่างง่ายดาย ร่างเล็กเซถลาเข้าไปซุกในอกกว้าง ก่อนที่เขาจะก้มลงจูบซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีความลังเล

หัวใจวรรณนรีเต้นรัว กลิ่นแอลกอฮอล์ที่สัมผัสได้จากรสจูบร้อนแรงของเขาเหมือนสัญญาณเตือนให้เธอรู้สึกตัว ฝืนผลักอกแกร่งออกห่าง

“คุณเมาแล้ว”

เธอเตือน ลมหายใจถี่กระชั้น

“ฉัน... ฉันกลับก่อนดีกว่า”

วรรณนรีผละออก ทว่าลุคคาไม่ยอมให้เธอสลัดหลุด เขารั้งข้อมือเล็กเอาไว้ ขณะที่อ้อมแขนยังคงโอบเอวบางไม่คลาย

กลิ่นหอมอ่อนๆ เจือกับกลิ่นเหงื่อจากเนื้อกายหญิงสาวทำเอาจิตใจเขาปั่นป่วนจนแทบคลั่ง

ลุคคาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยใกล้ชิดผู้หญิง เพียงแต่ไม่เคยเจอผู้หญิงอย่างวรรณนรี

...ภายนอกดูไร้เดียงสา สะอาด บริสุทธิ์ แต่ลึกๆ แล้วกลับมีความกล้าไม่เบา

ผ่านมาแล้วเป็นเดือน แต่โทรศัพท์สายนั้นเขายังจำได้ดี

คืนนั้นที่ต่างจังหวัด เธอโทรมาขอให้เขา ‘นอนด้วย’

“เธอเคยขอให้ฉันนอนด้วยลืมแล้วเหรอ”

วรรณนรีหน้าร้อนวาบ กัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกอายที่ถูกย้อนถามเรื่องในตอนนั้น

...ทั้งคู่ไปทำงานต่างจังหวัดด้วยกัน แล้วเธอดื่มไปนิดเดียวแต่นึกครึ้มอะไรไม่รู้ ถึงกดโทรหาเขา กระทั่งพูดอะไรออกไปเธอก็จำรายละเอียดไม่ได้ รู้แค่ว่าเธอโทรไปเชิญชวนเขาจริง และเช้าวันต่อมายังโดนเขาตำหนิเสียจนหน้าชา

“ฉัน... ฉันเคยพูดแบบนั้นเหรอคะ”

วรรณนรีรวบรวมความกล้าพูดออกมา ดวงตากลมแป๋วจ้องมองใบหน้าสุขุมแต่สายตากลับย้อมไปด้วยอารมณ์ล้ำลึกที่ยากจะอธิบายของลุคคา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 128

    ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วนราวกับไม่ได้คิดอะไร[ฮ่าๆ งั้นเหรอครับ ไม่เป็นไร ผมจะรอคำตอบจากนาเองว่า ‘ชอบ’ หรือเปล่า]ปลายสายจงในเน้นคำว่าชอบโดยเฉพาะลุคคาไม่ได้ตอบทันที สายตาคมกวาดมองกุญแจรถ ก่อนจะสบตากับคนบนโต๊ะ ที่กำลังนั่งกระวนกระวายเพราะโดนแย่งโทรศัพท์ไปคุย“ไปดูไหม” เขาพูดกับวรรณนรีราวกับนึกขึ้นได้ลอยๆ “ไหนๆ ก็ส่งมาถึงที่แล้ว”คำชวนธรรมดา แต่กลับทำให้คนในสายเงียบไปอีกครั้งวรรณนรีชะงัก เหลือบมองโทรศัพท์ที่แนบอยู่ข้างหูของลุคคา ลุคคายกมุมปากบางๆ เอ่ยประโยคสั้นๆ กับคนปลายสาย แล้ววางสายทันที“แค่นี้นะครับ ผมจะพาคนไปเช็กของ”คำพูดสองแง่สองง่ามจากปากคนหน้านิ่ง เป็นอะไรที่ยากจะคาดเดา เพราะไม่รู้ว่าเขาเจตนาหรือไม่เจตนา แต่ผิวแก้มวรรณนรีกลับร้อนวูบวาบ ดันเผลอคิดไปในแง่ไม่ดีก่อนแล้ว มันน่าอายตรงนี้แหละคเชนทร์ที่ยืนอยู่ที่เดิมถึงกลับกลั้นหายใจ บรรยากาศในห้องตึงเครียดแปลกๆ แต่ก็ไม่อยากซอกแซ่กให้มากความ เขาถือโอกาสที่ลุคคาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เอ่ยขอตัวด้วยคำพูดสุภาพ ปลีกตัวออกจากห้องทันทีความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอย่างแท้จริงวรรณนรีหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมาดู เมื่อแน่ใจว่าสาย

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 127

    เพิ่งจะทำความเข้าใจกับเรื่องงานเลี้ยงหลานสาวของรองประธานได้ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเคาะติดต่อกันสามที ตามมาด้วยเสียงเลขาฯ ที่คุ้นเคย “ผู้อำนวยการครับ มีคนฝากของมาให้” เสียงทุ้มสุภาพแต่ก็มีความเป็นกันเองอยู่มากดังมาจากด้านหลังบานประตู วรรณนรียังไม่ทันได้คิดอะไร เสียงลุคคาก็ดังทันที “สงสัยจะเป็นบัตรเชิญ...” วรรณนรีสบตาเขาแวบหนึ่ง ไม่ได้ออกความเห็น แค่เอ่ยปาก อนุญาตคนที่รออยู่ด้านหลังบานประตู “เข้ามาค่ะ” เลขาหนุ่มในชุดทำงานสีเรียบ เดินถือกล่องสี่เหลี่ยมสีเทาติดโบว์แดงดอกใหญ่เข้ามา นี่คือบัตรเชิญเหรอ... วรรณนรีนึกสงสัยในใจ แลกเปลี่ยนสายตากับลุคคา ทว่าลุคคาไม่ตอบทันที แค่มองกล่องในมือของเลขาเงียบๆ “ผู้บริหาร ขอโทษที่มาขัดจังหวะครับ” คเชนทร์หยุดเดินในจุดที่พอเหมาะ หันไปค้อมศีรษะให้กับอดีตเจ้านาย เอ่ยด้วยรอยยิ้มจริงใจ ลุคคาส่ายหน้าไม่ถือสา สายตาจ้องมองกล่องใบเล็กในมือ “กล่องอะไร” “อ้อ...” คเชนทร์หันไปทางวรรณนรี “มีคนส่งของขวัญมาให้ผู้อำนวยการครับ”

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 126

    เสียงตึงตังที่ดังผิดปกติ ทำให้คนที่กำลังหลับสะดุ้งตื่น ท่ามกลางความมืดสลัว เงาร่างหนึ่งฟุบลงบนเตียง แรงยุบยวบสะเทือนคราวหนึ่ง เสียงหายใจที่คุ้นเคยดังหนักหน่วง วรรณนรีงัวเงียเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียง แม้จะเป็นแสงสีนวลที่เป็นมิตรต่อสายตา แต่การเปลี่ยนแปลงกะทันหันก็ยังส่งผลกระทบต่อดวงตา วรรณนรีหยีตามอง กลิ่นอายความง่วงงุนเกาะกุมอยู่เต็มม่านนัยน์ตา มองคนที่กำลังนอนคว่ำหน้าทั้งที่ยังสวมชุดทำงานอยู่ข้างๆ กลิ่นเหล้าคลุ้งอบอวล เสียงงึมงำชวนให้หงุดหงิดดังออกจากริมฝีปากที่กำลังขยับเบาๆ ยิ่งมองก็ยิ่งไม่น่าดูนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากลับกลางดึก โดยเฉพาะช่วงหลังจากที่เลื่อนตำแหน่ง ก็มีออกไปสังสรรค์แบบนี้อยู่บ่อยๆก่อนหน้านี้ ที่เขาเป็นผู้อำนวยการ ก็มีแบบนี้เหมือนกัน จนวรรณนรีแอบกังวลว่าพอเธอรับตำแหน่ง อาจจะต้องมีกินเลี้ยงแบบนี้ กลัวว่าจะรับมือได้ไม่ดี ทว่าหลังจากเธอรับตำแหน่งจริงๆ กลับยังไม่มีโอกาสได้ไปพบปะสังสรรค์กับใครแบบนั้นเลยหรือเป็นเพราะเธอเพิ่งเป็นผู้อำนวยการได้ไม่นานก็เป็นได้แต่เรื่องที่ยังไม่เกิดคิดไปก็เท่านั้นวรรณนรีทั้งง่วง ทั้งเหนื่อย แต่กลิ่นเหล้าที่ฟุ้งออกมาจากร่างสูงเข้มข้นมากจน

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 125

    วรรณนรีก้าวลงจากรถ เดินเข้าตึกด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ระหว่างทางมีพนักงานทักทายไม่หยุด แต่เมื่อเดินพ้นไม่กี่ก้าว เสียงซุบซิบกลับลอยมากระทบหู “...เป็นผู้อำนวยการ แต่ยังเรียกรถผ่านแอปอยู่เลย” “ฮ่าๆ เก็บเงินสร้างบ้านอยู่มั้ง” แม้คำพูดจะดี แต่เจตนากลับส่อเสียดชัดเจน คิดว่าเธอไม่ได้ยินหรือไง วรรณนรีไม่อยากหันกลับไป เดินมารอลิฟต์ตามปกติ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“รอด้วยค่ะ”ประตูลิฟต์กำลังจะปิด เสียงหวานใสกังวานก็ดังขึ้น วรรณนรีกดปุ่มหยุดลิฟต์ทันที ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเจ้าของเสียงคือใคร แต่เมื่อเจ้าของเสียงเดินมาถึงหน้าลิฟต์พร้อมกับร่างสูงด้านข้าง นัยน์ตาวรรณนรีก็แข็งค้างไปชั่วขณะคาดไม่ถึงว่าจะเจอจีน่า... กับลุคคาที่ลิฟต์แบบนี้“วรรณนรี... บังเอิญจัง ขอบใจนะ”เจ้าของเสียงหวานใสยิ้มกว้าง คว้าแขนลุคคาเข้ามาในลิฟต์ด้วยกันวรรณนรีไม่มีทางไม่เห็น เพียงแต่พูดอะไรไม่ได้ สีหน้ายังคงสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ไปข้างนอกมาเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ขณะสายตาจ้องมองตัวเลขชั้นที่ค่อยๆ ขยับขึ้นความเงียบโรยตัวลงกดทับคนทั้งสาม วรรณนรีเหลือบมองคนถาม สบต

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 124

    เพิ่งนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการได้ไม่กี่วัน ก็มีเรื่องให้ต้องปวดหัวไม่เว้นวัน แฟ้มเอกสารกองเต็มโต๊ะ ไหนจะต้องคอยออกไปพบลูกค้า ตรวจหน้างาน ประชุมทีมน้อยทีมใหญ่ เรียกว่าทำงานล่วงเวลามากกว่าตอนเป็นพนักงานตัวเล็กๆ ซะอีก วรรณนรีทอดถอนใจขณะหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้สนาม สายตาทอดมองทีมงานที่กำลังวิ่งวุ่นกับการเตรียมงาน ถึงจะเป็นผู้อำนวยการ แต่สวัสดิการกลับไม่ต่างจากพนักงานทั่วไปถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าสาวน้อยหน้าอ่อนคนนี้คือผู้อำนวยการคนใหม่...ทว่าต่อให้ไม่ได้รับการปฏิบัติเทียบเท่าผู้อำนวยการคนก่อน วรรณนรีก็ไม่คิดอะไรมาก เธอเป็นเพียงมือใหม่ ทั้งความน่าเชื่อถือ หรือแม้แต่บารมีย่อมเทียบลุคคาไม่ได้“ผู้อำนวยหัวหน้าให้มาถามว่าของว่างจะรับเป็นอะไรดี” ทีมงานเดินเข้ามาดูแล เป็นหญิงสาววัยสามสิบปลายๆ แต่งตัวทะมัดทะแมง รวบผมตึง สีหน้าท่าทางอย่างคนที่ทำงานภาคสนามมานาน ประสบการณ์โชกโชน และตอนนี้ก็เหมือนจะกำลังใช้สายตามองประเมินผู้อำนวยการคนใหม่อยู่ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้จักวรรณนรี รู้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเป็นเพียง AE ตัวเล็กๆ ที่คอยวิ่งวุ่นไปทั่วกองถ่าย ก้าวก่ายงานคนอื่นเ

  • เจ้านายคนนี้ห้ามรัก   บทที่ 123

    หลายเดือนต่อมา...โปรเจกต์พรรนรามีความซับซ้อนและใช้เวลานานกว่าที่คิดทว่าด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ บวกความช่วยเหลือจากทุกคน ท้ายที่สุดเป้าหมายก็บรรลุผลเสียงดนตรีจังหวะสนุกคลอเบาๆ อยู่ภายในห้องไพรเวตของโรงแรมพรรนรา แสงไฟสีอำพันสะท้อนผนังกระจกใส มองเห็นวิวเมืองยามค่ำที่ส่องประกายระยิบระยับวรรณนรียืนอยู่กลางวงล้อมของทีมงาน แก้มยังระเรื่อกับคำยินดีที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด“ผู้อำนวยการคนใหม่ต้องเปิดเองนะคะ!”ใครบางคนยื่นขวดแชมเปญที่แช่อยู่ในถังน้ำแข็งมาให้ ไอเย็นเกาะเป็นละอองรอบขวดสีเขียวเข้ม นิ้วเรียวของเธอรับมันมาอย่างเก้ๆ กังๆ เสียงเชียร์ดังขึ้นพร้อมกัน“หนึ่ง… สอง… สาม!”เธอหมุนข้อมือเบาๆ ตามที่เคยเห็นในหนังจุกคอร์กกระเด็นพุ่งขึ้นไปกระทบเพดานเบาๆ ก่อนตกลงบนพรม เสียงหัวเราะและเสียงปรบมือดังสนั่น ฟองสีทองพุ่งล้นปากขวดเป็นสาย วรรณนรีเผลอร้องเบาๆ เมื่อฟองเย็นเฉียบกระเซ็นใส่มือ“ยินดีด้วย” ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี เสียงทุ้มที่แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจก็เอ่ยขึ้นเบาๆ ลุคคาก้าวเข้ามาใกล้ ช่วยประคองขวดจากมือเธออย่างแนบเนียน มือใหญ่ซ้อนทับอยู่ครู่หนึ่งทั้งเหมือนตั้งใจและไม่ตั้งใจ ยากที่จะมีใครดูออกว่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status