เข้าสู่ระบบออฟฟิศใหม่เสร็จสมบูรณ์ วรรณนรีตั้งใจจะเปิดออฟฟิศเงียบๆ คนเดียว แต่คุณเจียงลูกค้ารายใหญ่กลับไม่ปล่อยให้เธอโดดเดี่ยว เขาเกณฑ์คนมาร่วมงานจนออฟฟิศเล็กๆ ของเธอแน่นขนัด แขกส่วนใหญ่เป็นคนในวงการโฆษณา อินฟลูฯ คนเบื้องหลังสายงานครีเอทีฟ ซึ่งคัดมาเฉพาะดาวเด่น และคนที่มีอิทธิพลจริงๆ เท่านั้นวรรณนรีไม่ใช่คนที่ทำอะไรฉาบฉวย แม้จะไม่ได้ตั้งใจจัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่โต แต่พอรู้ว่าคุณเจียงอยากจะมาแสดงความยินดี เธอก็จัดเตรียมการรับรองเอาไว้เป็นอย่างดี เพียงแต่ คิดไม่ถึงว่าคนจะเยอะขนาดนี้“ไหนว่าแค่เพื่อนในวงการเจ็ดแปดคนไงคะ” วรรณนรีกระซิบกระซาบข้างใหญ่คุณเจียงเมื่อเห็นคนตบเท้าเข้ามาไม่หยุดคุณเจียงหัวเราะลั่นทันที“ฮ่าๆ ผมเชิญไปแค่นั้นจริงๆ แต่พวกเขาพาผู้ติดตามมาด้วย ผมกำชับไปแล้วว่าให้พามาเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องจริงๆ เพราะออฟฟิศคุณค่อนข้างจำกัด”วรรณนรียิ้มอ่อน เธอไม่ได้จะตำหนิคุณเจียง แค่โอดครวญเล่นเฉยๆระหว่างนั้นก็มีคนเข้ามาทักทายไม่หยุด จนคุณเจียงต้องปลีกตัวออกไป เพื่อให้วรรณนรีได้มีเวลารับรองแขกอย่างเต็มที่“ล้อเล่นน่า... คุณไม่มีพนักงานเลยเหรอ ทั้งบริษัททำงานคนเดียว จะเก่งเกินไปแล้ว” ใครคนหนึ่งทักขึ้น
“วรรณนรี” “....” เสียงเรียกดังจากด้านหลังไกลๆ ตอนนี้คุณเจียงแยกตัวออกไปแล้ว จึงเหลือเธอแค่คนเดียว วรรณนรีเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ไม่ได้สนใจเสียงที่แว่วมากระทบหู คิดว่าคงได้ยินผิดไปเอง และไม่คิดจะหันไปมองด้วย “วรรณนรี... นา!” ทว่าเสียงเรียกกลับดังขึ้นอีกครั้ง และใกล้กว่าเดิม ซ้ำยังเรียกชื่อเล่นของเธอชัดถ้อยชัดคำ วรรณนรีอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง เห็นลุคคาเดินหน้าตั้งเข้ามาหา ก็รู้สึกเสียใจทันที รู้งี้ไม่น่าหันกลับมาก็ดี ชายหนุ่มยิ้มกว้างทันทีที่เธอหยุดรอ วรรณนรีมองรอยยิ้มของเขาอย่างลังเล เธอไม่ได้ใจฟู แต่กลัว... กลัวความรู้สึกเดิมๆ จะกลับมา ความเจ็บช้ำจากความคาดหวัง เธอไม่อยากสัมผัสมันอีกแล้ว “มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอแข็งใจเอ่ยถาม ลุคคาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอพอดิบพอดี เว้นระยะห่างไม่ถึงสองก้าวด้วยซ้ำ ไออุ่นจากร่างสูงกดทับลงมา วรรณนรีถึงกับอึดอัด เธอสูดหายใจลึกมองสบตาเขาตรงๆ รอคำตอบ “มีงานต่อหรือเปล่า” “ทำไมคะ” “ไปหาอะไรกินกัน” “ฉันไม่สะดวก ขอตัวนะคะ”ลุคค
ข่าวการกลับมาของวรรณนรีกลายเป็นที่พูดถึงในวงการอย่างรวดเร็ว แม้ออฟฟิศแห่งใหม่จะยังไม่เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ แต่ข้อเสนอความร่วมมือกลับหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย เนื่องจากวรรณนรีเปลี่ยนช่องทางการติดต่อทั้งหมดคุณเจียงจึงกลายเป็นประตูบานเดียวที่ผู้คนในวงการใช้เข้าถึงเธอ ทั้งลูกค้าเก่าและรายใหม่ต่างพยายาม "จีบงาน" กันตั้งแต่ยังไม่เห็นป้ายบริษัทด้วยซ้ำ“มีคนติดต่อเข้ามาหาคุณหลายรายเลยนะ” คุณเจียงเอ่ยขึ้นขณะเดินสำรวจโลเคชั่นถ่ายทำโฆษณาเคียงข้างหญิงสาว “ทั้งคนเก่าคนใหม่”วรรณนรีละสายตาจากฉากจำลองตรงหน้า หันไปมองเขาเล็กน้อย “แล้วคุณเจียงให้เบอร์ฉันไปหรือเปล่า”“ไม่ครับ” เขาส่ายหน้า “ผมรู้ว่าคุณเปลี่ยนทุกอย่างใหม่หมด คิดว่าคงมีเหตุผลของคุณ เลยไม่ได้ให้ช่องทางติดต่อไปโดยพละการ”เขาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา เปิดรายชื่อที่บันทึกไว้ก่อนยื่นให้เธอ“นี่ครับ รายชื่อกับรายละเอียดเบื้องต้นของแต่ละราย ถ้าคุณสนใจร่วมงานกับใคร ค่อยเป็นฝ่ายติดต่อกลับเองก็ได้”วรรณนรีรับแท็บเล็ตมาไล่อ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบชื่อที่คุ้นตาหลายชื่อ“เยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ”“ผมคัดมาเฉพาะที่ดูน่าสน
“กลัวคนเข้าใจผิดเหรอ หมายความว่ายังไง” ลุคคาเอ่ยประโยคที่รู้สึกคาใจบนโต๊ะอาหารออกมา ก่อนหน้านี้ บทสนทนามากมายถูกยกขึ้นมาพูดคุยบนโต๊ะ แต่เขาดังฝังใจแค่คำพูดนี้ของวรรณนรี อดทนเก็บความคับข้องใจเอาไว้ จนกระทั่งมื้อเย็นสิ้นสุดขณะที่จีน่ายังอยู่ข้างในบ้าน คุยเล่นกับน้องสาวบุญธรรมและแม่ของเขาอย่างถูกคอ วรรณนรีกลับไม่คิดอยู่ต่อ หรือแสดงออกว่าอยากเอาใจครอบครัวของเขาเลยแม้แต่น้อยเขาเดินมาส่งเธอที่รถ และถามสิ่งที่ติดอยู่ในใจออกมาหญิงสาวเปิดประตูรถ หันกลับมาเผชิญหน้าเขา เพื่อจะตอบ... แต่ไม่คิดว่าเขาจะอยู่ใกล้ขนาดนั้น ร่างกายเธอแทบจะชิดกับแผงอกแกร่งที่สวมแค่เชิ้ตสีเข้มบางๆ ชั้นเดียว แถมยังจงใจเปิดกระดุดสองเม็ดบน เผยแผงอกล่ำเล็กน้อย แต่กลับให้ความรู้สึกเซ็กซี่และดูเย้ายวนวรรณนรีสูดหายใจลึก เธอควบคุมความปั่นป่วนที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง มือจับขอบประตูรถแน่น“ถ้าไม่ถึงเรื่องที่ฉันเรียกแม่คุณว่าป้าละก็ฉันหมายความตามนั้น”“ทำไม”เขาเขยิบใกล้เข้ามาอีก วรรณนรีคิดจะหลบเข้าไปในรถ แต่กลับถูกมือหนาคว้าเอวคอดแล้วกระชับเข้ามาแนบชิดช่วงล่างของเธอกระแทกกับเป้ากางเกงเข
...รุ่นน้องที่ทำงาน? เหรอ? อุตส่าห์คาดหวังไปวูบหนึ่ง ไม่น่าเลยจริงๆ วรรณนรียิ้มเย้ยตัวเองในใจ ดึงมือออกจากการจับกุมของลุคคา พูดสวนขึ้นแทบจะทันที “อดีตรุ่นน้องที่ทำงานค่ะ ตอนนี้ฉันลาออกแล้ว” การแนะนำของลุคคาทำให้ทุกอย่างบนโต๊ะอาหารหยุดชะงักไปวูบหนึ่ง พอวรรณนรีขยายความต่อ ก็เล่นเอาบรรยากาศอึดอัดมากกว่าเดิม
“ใช่ ฉันอยากชวนเธอ ไปกินข้าวกับแม่ที่บ้าน” ความคิดภายในหัววรรณนรีหยุดนิ่งเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากเขา “คุณว่าอะไรนะ” ถามย้ำเพราะไม่แน่ใจว่าหูเพี้ยนไปเองหรือเปล่า “ฉันชวนเธอไปกินข้าวที่บ้าน” วรรณนรีเงียบ มองสบตาอีกฝ่าย เธอไม่ได้ดีใจ แค่รับมือไม่ถูก และรู้สึกสงสัยในคำพูดของอีกฝ่าย อยากรู้ว่าเขาต้องการอะไร “คุณชวนฉันจริงเหรอ” “จริงสิ รถจอดทางนี้ มาสิ” เขารุดหน้ามาจะคว้ามือ เธอปัดหลบอย่างเป็นธรรมชาติ “ฉันไปรถตัวเองดีกว่า” “เดี๋ยวส่งโลเคชั่นให้ แต่จะให้ส่งทางไหน เพราะอันเดิมเหมือนจะติดต่อไม่ได้” วรรณนรีนัยน์ตากระตุกไหว เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ และโยนทุกอย่างที่กวนใจทิ้งไปกับเครื่องเดิมแล้ว ทุกช่องทางติดต่อที่เคยมีกับบริษัทเดิมไม่ได้ใช้งานแล้ว ทั้งที่คิดว่าจะไม่แชร์คอนแทคกับคนตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่กลับมาตายน้ำตื้นซะอย่างงั้น “ฉันขับตามคุณไปดีกว่าค่ะ” “....” ลุคคาพยักหน
ในจังหวะที่วรรณนรีกำลังล่องลอยอยู่กลางกระแสอารมณ์ผ้าชิ้นน้อยผืนสุดท้ายก็ถูกปลดเปลื้องออกไปลุคคาจ้องมองใบหน้าหวานที่พริ้มตาหลับและแดงซ่านด้วยความเขินอาย ที่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อหน่าย... เพียงแต่ในความชื่นชอบนี้กลับมีอารมณ์โกรธเจือปนอยู่โกรธที่หลายคืนมานี้เขาต้องนอนเหงา ไม่มีใครให้กอด..
วรรณนรียืนรออานนท์ลงจากรถเรียบร้อย ก็ไม่มีเหตุผลให้ยืนอยู่ที่เดิม “ปะ” อานนท์พยักหน้าให้ เธอจึงต้องตอบรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ เดินเคียงบ่าอานนท์เข้าไปข้างใน วรรณนรีแอบหันกลับไปมองด้านหลัง แต่ไม่เห็นลุคคา... เขาน่าจะยังไม่ลงจากรถ หรือไม่ก็เธอแค่มองไม่เห็น
เช้าวันต่อมา...แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่เงียบเชียบ ร่างบางขยับตัวตื่นพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่ถาโถมเข้าหา จนต้องหลุดเสียงครางพึมพำ“อือ เจ็บ...”เธอนอนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง พลางนิ่วหน้าเมื่อความเจ็บร้าวช่วงล่างย้ำเตือนถึงบทรักที่ดุดันและไร้ความปรานีเมื่อคืนนี้
ขนกายอ่อนลุกชูชันทั่วร่าง ความคับแน่นเบียดดันกึ่งกลางลำตัว เรียวขาขาวเนียนจำต้องอ้ากว้าง เปิดรับสิ่งที่ปะทะเข้ามา “อึก ร้อนมาก” เสียงทุ้มพึมพำ ฝ่ามือหนากดลงข้างไหล่บาง สะโพกยึดติดช่องล่าง จ่อค้างนิ่ง แรงโอบรัดที่ทั้งเสียวซ่านและถี่กร







