LOGINเซี่ยถานโจวตกใจกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างกะทันหันของเธอเขาเก็บไฟแช็ก พร้อมทั้งหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นส่งไปให้“ขอโทษด้วยค่ะ”ฉีเหมี่ยวรู้ว่าตัวเองเสียอาการเข้าแล้วเพียงแต่ลมยามค่ำคืนนี้หนาวเหน็บเหลือเกิน และเป็นเพราะหัวใจของเธอไหวหวั่นจริง ๆ ด้วยเธออยากรู้ว่าสิ่งที่เธอชอบคือหน้ากากทางสังคม หรือว่าตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากนั้นกันแน่ริมฝีปากของเซี่ยถานโจวขยับคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา มีเพียงยกมือขึ้นช่วยเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาของฉีเหมี่ยวออก แล้วถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่อยากรู้เรื่องราวในอดีตที่ไม่ได้สมหวังพวกนั้นของฉีเหมี่ยวแต่เขากลับอยากรู้ว่า หยาดน้ำตาของเธอในตอนนี้ มีไว้เพื่อใครกันแน่เพื่อฮั่วจี้เซินอย่างนั้นหรือ?เวลานี้เองฉีจี้ก็เปิดประตู สวมหมวกคลุมผมแห้งไวและกำลังเช็ดผมอยู่ “พี่ ไม่ได้พกกุญแจเหรอคะ? เข้ามาค่ะ”ฉีเหมี่ยวรีบเช็ดหน้าของตัวเองอย่างลวก ๆ ไม่ให้ฉีจี้สังเกตเห็นความผิดปกติเซี่ยถานโจวเดินตามเข้าไป ปิดวาล์วน้ำ เปลี่ยนท่อประปาอันใหม่ และพอเปิดน้ำอีกครั้งก็ไม่หยดจริง ๆ อย่างที่คาดไว้“อันเก่านี้เดี๋ยวผมเอาลงไปทิ้งให้ ไปนอนเถอะ”ฉีเหมี่ย
“เปลี่ยน เปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ไปซื้อเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”เรื่องอื่นไม่สำคัญทั้งสิ้นหากกระทบต่อการหาเงินของเธอ นั่นคือเรื่องใหญ่ระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินฉีเหมี่ยวสวมเสื้อโค้ต กำชับฉีจี้หนึ่งคำแล้วก็เดินออกจากบ้านบริเวณไม่ไกลจากหน้าหมู่บ้านมีร้านขายอุปกรณ์เครื่องมือช่างอยู่ เซี่ยถานโจวส่งภาพถ่ายขนาดท่อมาให้ ไม่นานก็เลือกท่อประปาขนาดที่น่าจะพอดีได้ ฉีเหมี่ยวรีบสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินทันทีซ่อมบ้านของเธอเอง จะให้เซี่ยถานโจวต้องออกแรงแถมยังต้องมาจ่ายเงินให้อีกได้อย่างไรเมื่อกลับมาถึง ฉีเหมี่ยวควานหาดูในกระเป๋าเสื้อถึงเพิ่งรู้ว่า ตอนออกมารีบร้อนเกินไปเลยไม่ได้หยิบกุญแจมาด้วยเธอเคาะประตู ทว่าฉีจี้ไม่ได้ยิน โทรศัพท์หาก็ไม่มีคนรับคาดว่าคงกำลังอาบน้ำอยู่ฉีเหมี่ยวหัวเราะแห้ง ๆ ด้วยความเก้อเขิน “เสี่ยวจี้อาบน้ำใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ไม่งั้น คุณส่งมาให้ฉัน ฉันซ่อมเองก็ได้ค่ะ คุณกลับไปก่อนดีกว่าไหมคะ?”ห้องที่ฉีเหมี่ยวซื้อเป็นผังที่มีลิฟต์หนึ่งตัวต่อห้องพักสองยูนิตห้องข้าง ๆ ยังไม่ได้ตกแต่ง วัสดุก่อสร้างทั้งหมดจึงถูกกองไว้ตรงระเบียงด้านนอกเซี่ยถานโจวไม่วางใจไม่ใช่ว่าเขาคิดมากไปเองในอินเ
เซี่ยถานโจวขับรถมาส่งจนถึงหน้าหมู่บ้านของฉีเหมี่ยวฉีเหมี่ยวเอ่ย “ขึ้นไปนั่งเล่นข้างบนก่อนไหมคะ?”“ไม่รบกวนดีกว่าครับ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”สำหรับผู้ใหญ่แล้ว คำว่าไว้เจอกันพรุ่งนี้มักจะเป็นสัญญาที่รู้กันในใจโดยไม่ต้องพูดฉีเหมี่ยวยังคงยืนกราน “ความจริงค่อนข้างกะทันหัน ท่อประปาที่บ้านฉันเสียค่ะ เมื่อกี้น้องสาวโทรมาบอกว่าน้ำรั่วซึมนิดหน่อย อยากจะรบกวนให้คุณช่วยขึ้นไปดูให้หน่อยค่ะ”เซี่ยถานโจวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งฉีเหมี่ยวยืนอยู่นอกตัวรถ ดูสง่างามสะดุดตาอาจเป็นเพราะยังอยู่ในวัยเรียน เธอจึงแผ่กลิ่นอายความเป็นบัณฑิตออกมาจาง ๆ ให้ความรู้สึกสบายตาอย่างบอกไม่ถูกจุดที่ทำให้การอยู่ร่วมกันรู้สึกสบายใจที่สุด ก็คือไม่ว่าฉีเหมี่ยวจะทำอะไร เธอก็ล้วนแต่ตรงไปตรงมาและเปิดเผย ไม่เคยอ้อมค้อมหรือปิดบังซ่อนเร้นใด ๆ หลังมือของเซี่ยถานโจวขยับดันพวงมาลัย “ยืนถอยไปข้างหลังหน่อย ระวังโดนรถชนเอา”เขาถอยรถเข้าจอดเรียบร้อย แล้วจึงดับเครื่องลงจากรถบ้านที่ฉีเหมี่ยวซื้อมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่สภาพแวดล้อมภายในหมู่บ้านถือว่าดี พื้นที่สีเขียวร่มรื่นกว้างขวาง ทันทีที่ก้าวเข้าไปก็ปะทะเข้ากับกลิ่นหอมเข้มข้นของดอกแก
เซี่ยถานโจวไม่ได้อธิบายอะไร เอ่ยเสียงเรียบ “ใช้เดินทางไปทำงาน บางครั้งต้องออกต่างจังหวัด ความต้องการด้านสมรรถนะเลยสูงกว่าปกตินิดหน่อยครับ”“ไม่มีปัญหาค่ะ”พนักงานขายพาเซี่ยถานโจวไปดูรถยนต์หลายรุ่นเซี่ยถานโจวยืนอยู่หน้ารถคันหนึ่งแล้วหันมามอง “คุณว่าคันไหนดีกว่า?”“คุณเป็นคนซื้อ ไม่ใช่ฉัน คุณขับคันไหนแล้วรู้สึกสบายก็คันนั้นแหละค่ะ”“ตอนคุณซื้อรถก็คิดแบบนี้เหมือนกันเหรอ?”ฉีเหมี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ “รถกระป๋องคันเก่าของฉันซื้อมาเพื่อความสะดวกในการไปทำงานกับไปเรียน คุณเซี่ยรู้ไหมคะว่าจากบ้านฉันไป à l'aube เนี่ย ต้องข้ามเมืองเลยนะ”“เคยได้ยินมาบ้าง คนของหลินหลงก็มีอยู่ไม่น้อยที่อาศัยอยู่ในย่านเดียวกับคุณ งั้นคุณชอบคันไหนมากกว่ากันล่ะ?”“ถ้าให้ฉันเลือก ก็ต้องคันสีม่วงนั่นแหละค่ะ”เซี่ยถานโจวหันไปมองพนักงานขาย “ขอลองขับรุ่นสีม่วงคันนั้นหน่อยครับ”“ได้เลยค่ะคุณเซี่ย”หลังจากขึ้นรถแล้ว ฉีเหมี่ยวไปนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ส่วนพนักงานขายก็นั่งที่เบาะข้างคนขับเพื่ออธิบายสมรรถนะของรถให้เซี่ยถานโจวฟังฉีเหมี่ยวอดอุทานไม่ได้ว่า “ดีกว่ารถกระป๋องคันเก่าของฉันเยอะเลย แต่ว่ารถของคุณสวี่นั่งสบายกว่าอย
ตำแหน่งที่พวกเขานั่งคืออยู่ริมหน้าต่างสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านนอกหน้าต่าง โชยพัดดอกไม้ประดับบนโต๊ะ และพัดเส้นผมที่ปลิวไสวของฉีเหมี่ยวให้ขยับตามเธอใช้มือรวบผมลวก ๆ แล้วใช้ตะเกียบที่อยู่บนโต๊ะมามัดผมขึ้นเป็นมวย ก่อนจะกินต่อ“คุณเซี่ย ตกใจเหรอคะ?”“ก็... ไม่ถึงกับตกใจ แค่ไม่เคยเจอผู้หญิงที่ตรงไปตรงมาขนาดนี้มาก่อนน่ะ”ฉีเหมี่ยวเลิกคิ้ว “คุณเซี่ยอยู่ในแวดวงธุรกิจ ผู้หญิงที่ตรงไปตรงมามากกว่าฉันก็น่าจะเคยเห็นมาไม่น้อย เพียงแต่ไม่เคยเจอคนหน้าด้านอย่างฉันต่างหากล่ะคะ”เซี่ยถานโจวชะงักไปเมื่อนึกถึงบรรดาผู้หญิงที่เรียกว่า “ตรงไปตรงมา” เหล่านั้นที่เคยพบตอนทำงานอยู่ที่เมืองกั่งเฉิง เขาก็อดหลุดขำออกมาไม่ได้“ความตรงไปตรงมาของพวกเธอ ไม่เหมือนกับคุณหรอกนะครับ”ก่อนหน้านี้ในบัญชีสำหรับทำงานของเซี่ยถานโจว มักจะได้รับคำชวนจากผู้หญิงมากมายทุกวัน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะข้ามขั้นตอนการกินข้าวไปเสียดื้อ ๆ จุดหมายปลายทางมีแต่โรงแรมทั้งสิ้นเซี่ยถานโจวไม่เคยตอบรับคำเชิญเหล่านั้น และเขาจะเว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างแนบเนียนในการทำงานร่วมกันหลังจากนั้นแต่คำพูดของฉีเหมี่ยวกลับไม่ได้ทำให้เซี่ยถานโจวรู้ส
ฉีเหมี่ยวรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที และก็ได้ยินอาจารย์พูดขึ้นจริง ๆ ว่า “บ้านฉันมีหลานชายอยู่คนหนึ่ง อายุไล่เลี่ยกับคุณเลย สนใจทำความรู้จักกันหน่อยไหมคะ?”“ครั้งก่อนที่เธอมาประชุมผู้ปกครองให้ฉีจี้ เขาบังเอิญมาหาฉันพอดี ไม่รู้ทำอีท่าไหนถึงถูกใจคุณเข้า ตื๊อให้ฉันช่วยแนะนำให้รู้จักให้ได้”มุมปากของฉีเหมี่ยวกระตุก “...”วันนี้เธอเจอเคราะห์กรรมอะไรกันเนี่ย?ทำไมทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็น ถึงมีแต่คนแนะนำคู่เดตให้เธอกันนะ?ฉีเหมี่ยวเหลือบมองเซี่ยถานโจวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เอ่ยปากพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “ฉันมีแฟนแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะอาจารย์ ไว้ถ้าวันไหนเลิกแล้ว จะติดต่อหลานชายคุณไปนะคะ?”อาจารย์พูดคำว่าน่าเสียดายซ้ำ ๆ อยู่หลายครั้งในที่สุดก็วางสายไปอาหารบนโต๊ะก็ยกมาเสิร์ฟพอดีมองดูอาหารบนโต๊ะ ความอยากอาหารของฉีเหมี่ยวก็ลดลงไปครึ่งหนึ่ง “คุณเซี่ย ฉันมากินข้าวกับคุณทีไรเป็นต้องมีคนมาแนะนำคู่เดตให้ทุกที หรือว่าคุณคือเฒ่าจันทรากลับชาติมาเกิดกันคะ?”เซี่ยถานโจวยกมือขึ้น “ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย ตอนอยู่เส้นทางเสฉวนทิเบต เรากินข้าวด้วยกันตั้งกี่มื้อ? ยังไม่เห็นมีใครมาตามหาคุณเลย”ฉีเหมี







