LOGINเช้าวันถัดมาณ หลินหลงจิวเวลรี่กรุ๊ป ภายใต้เครือฮั่วซื่อฉีเหมี่ยวลงชื่อที่เคาน์เตอร์พร้อมแสดงเอกสารยืนยันตัวตนพนักงานต้อนรับตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจึงคืนเอกสารกลับให้ฉีเหมี่ยว พร้อมส่งยิ้มอ่อนโยน“คุณฉีเหมี่ยวคะ คุณเซี่ยรอคุณอยู่ในห้องทำงานแล้วค่ะ”“คุณเซี่ยของพวกคุณกลับมาแล้วเหรอคะ?”“เพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้ค่ะ เชิญคุณตามฉันมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันพาคุณไปขึ้นลิฟต์เองค่ะ”พนักงานต้อนรับแตะบัตรนำทางฉีเหมี่ยวเดินไป พร้อมกับกดลิฟต์และยืนส่งเธอก้าวขึ้นไปด้านบนประตูห้องทำงานประธานเปิดอ้าไว้ เซี่ยถานโจวกับฮั่วจี้จั๋วต่างนั่งอยู่คนละฝั่งกำลังพูดคุยหารือบางอย่างกันอยู่ตั้งแต่แรกเริ่ม ฮั่วจี้เซินเคยบอกกับฮั่วจี้จั๋วไว้แล้วว่าให้เขาคอยเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากเซี่ยถานโจวให้มาก ๆ หากฮั่วจี้จั๋วมีความสามารถพอ ในอนาคตหลินหลงจิวเวลรี่กรุ๊ปแห่งนี้ก็จะเป็นเขาที่ก้าวขึ้นมาถือหางเสือบริหารเอง แต่ถ้าหากไม่มีความสามารถถึงขนาดนั้น เซี่ยถานโจวก็จะยังคงดูแลบริหารอยู่ที่นี่ต่อไปฮั่วจี้จั๋วปฏิบัติต่อเซี่ยถานโจวด้วยความเกรงอกเกรงใจเป็นอย่างยิ่งฉีเหมี่ยวยกมือเคาะประตูเบา ๆ “คุณเซี่ย คุณฮั่ว ฉันไม่ได้ร
เซี่ยถานโจวดูโทรศัพท์มือถือ “คนมารับผมมาถึงแล้ว ผมไปก่อนนะ แล้วไว้เจอกันที่เมืองเอ”เหลียงเจียเหยียนพยักหน้ารับคำเขาหลังจากแยกย้ายกันตรงนี้ ฮั่วสวินเจินต้องวาดภาพร่างแบบดีไซน์ โดยมีเหลียงเจียเหยียนคอยอยู่เป็นเพื่อน ส่วนฉีเหมี่ยวเลือกที่จะเดินเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่งเดินพ้นถนนปาโคร์ มือถือของฉีเหมี่ยวก็ได้รับคำขอเป็นเพื่อนเข้ามาหนึ่งรายการรูปโปรไฟล์สีดำสนิท ชื่อเล่นคือ X และตรงหมายเหตุระบุว่า: เซี่ยถานโจวชื่อของผู้ชายคนนี้หมายถึงความสว่าง ทว่ารูปโปรไฟล์กลับมืดตื๋อเสียอย่างนั้นฉีเหมี่ยวกดปุ่มยอมรับเป็นเพื่อน-ผ่านไปหลายวันฮั่วสวินเจินหอบกระเป๋าเล็กใหญ่เดินทางกลับถึงที่พักต้นแบบผลงานดีไซน์ชุดใหม่ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานของสวี่เพียวเพียวเป็นปึกหนาสวี่เพียวเพียวหัวเราะเบา ๆ “ดูท่าทางคงจะได้อะไรกลับมาไม่น้อยเลยสินะ”“ก็ต้องให้อยู่แล้วสิ ฉันออกเดินทางทริปนี้ผอมลงไปตั้งสองโลกว่าแน่ะ! ส่วนคุณเซี่ยยังอยู่ที่โน่นเพื่อเจรจาสัญญางานต่อ ทางเหลียงเจียเหยียนไปเยี่ยมเพื่อนร่วมรบเก่าของเขา ฉันกับเหมี่ยวเหมี่ยวเลยบินกลับมาก่อน”“ทำไมเธอถึงไม่ไปกับเหลียงเจียเหยียนล่ะ?”ฮั่วสว
นั่งอยู่ข้างนอกได้ครู่หนึ่ง อุณหภูมิยามค่ำคืนลดต่ำลงเซี่ยถานโจวผุดลุกขึ้นไปดับไฟ “เข้าไปข้างในก่อนเถอะ”ตกดึกสี่คนพักรวมกันในเต็นท์หลังเดียว ต่างคนต่างใช้ผ้าห่มของใครของมัน ไม่ก้าวก่ายกัน ทั้งยังสะดวกต่อการคอยดูแลกันและกันอีกด้วยฉีเหมี่ยวยืนอยู่ที่เดิมพลางถูมือเพื่อให้ความอบอุ่น“ฉันรอคุณค่ะ”เข้าไปตอนนี้ ก็ทำได้แค่เห็นฮั่วสวินเจินกับเหลียงเจียเหยียนสวีทกันเท่านั้นฉีเหมี่ยวไม่อยากเข้าไปรบกวนคู่รักคู่นั้นแถมยังไม่อยากเป็นก้างขวางคอด้วยเซี่ยถานโจวจัดการดับไฟอย่างรวดเร็ว หลังนำกระถางไฟไปเก็บแล้วเดินกลับมา ก็เห็นว่าฉีเหมี่ยวยังยืนรอเขาอยู่ที่เดิมบนร่างของเธอคลุมด้วยผ้าคลุมไหล่ ทว่าก็ยังต้านทานความหนาวเย็นไม่ไหว ทั้งถูมือย่ำเท้าก็ยังแก้หนาวไม่ได้เซี่ยถานโจวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ “ไม่เข้าไปข้างในเหรอ?”ฉีเหมี่ยวยื่นมือทั้งสองข้างออกไปใช้นิ้วหัวแม่มือประกบเข้าหากัน เลิกคิ้วพลางเอ่ย “พวกเขากำลังจู๋จี๋กันอยู่ ให้ฉันเข้าไปฟังเหรอคะ?”เซี่ยถานโจว “...”ทว่ากระถางไฟถูกนำไปคืนแล้ว ทั้งสองคนยืนตากลมหนาวอยู่ข้างนอกด้วยกันเฉย ๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้อุ่นขึ้นมาได้เซี่ยถานโจวหมุนตัวกลับ
หน้าจอขนาดใหญ่ของห้างสรรพสินค้ากว้างขวางมาก ใบหน้าของจวีหย่าเชี่ยนจึงถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดเมื่อมองดูภาพถ่ายนั้น ขอบตาของสวี่เพียวเพียวก็ร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งคงเป็นเพราะเข้าสู่การตั้งครรภ์ช่วงปลายแล้ว ต่อมน้ำตาถึงได้ตื้นเขินเป็นพิเศษ พอได้เห็นภาพเหตุการณ์แบบนี้ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากร้องไห้ซูหว่านเงยหน้าขึ้นมองเห็นภาพบนจอนั้นเช่นกัน“นี่ไม่ใช่ดาราตัวเล็ก ๆ คนก่อนที่เคยมาขอให้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้หรอกเหรอ?”“ใช่ เธอถอนตัวออกจากวงการบันเทิงไปแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไปทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าอยู่ที่แอฟริกา”ซูหว่านหมุนพวงมาลัยรถ ขับออกนอกอาณาเขตของห้างสรรพสินค้า“ฉันกลับรู้สึกว่า ตอนนี้เธอดูเหมาะจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ของเรามากกว่าเสียอีก รอบนี้เจินเจินไม่ได้อยากทำเครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเขตทิเบตหรอกเหรอ? จวีหย่าเชี่ยนเหมาะมากเลยนะ”เมื่อเทียบกับจวีหย่าเชี่ยนที่เคยถูกวางภาพลักษณ์ไว้ในแนวสาวหวานน่ารักในอดีต ตอนนี้เธอกลับเหมาะสมที่จะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเครื่องประดับของผสานวสันต์มากกว่าจริง ๆ “เดี๋ยวฉันลองติดต่อดูอีกทีว่าเธอยินดีจะ
เมื่ออยู่ต่อหน้า เซี่ยชิงซางดูสุภาพเรียบร้อยทั้งยังจัดว่าเป็นคนที่มีบุคลิกสง่างามดั่งสายลมและจันทร์กระจ่างใสบนท้องฟ้าอย่างน้อยในคำพูดคำจาก็ไม่ได้แสดงความก้าวร้าวรุนแรงออกมาคาดไม่ถึงเลยว่าพอหันหลังกลับมาแล้ว ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคนนอกจากลงไม้ลงมือกับซูเหย่าฉิงแล้ว เขายังทิ้งเธอไว้ริมถนนดื้อ ๆ แล้วขับรถหนีไปหน้าตาเฉยมองดูซูเหย่าฉิงที่กำลังกุมหน้า นั่งทรุดอยู่ริมถนนด้วยสภาพที่ยับเยิน ซูหว่านก็หยุดรถชิดริมทางแล้วลดกระจกลงเธอมองลงมาที่ซูเหย่าฉิงด้วยสายตาราวกับมองจากที่สูงก่อนจะหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าเงินส่งให้อีกฝ่าย “เอาไป หรือจะถือศักดิ์ศรีแล้วไม่รับเงินนี่ก็ได้นะ”ซูเหย่าฉิงกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่นในดวงตานั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาด้านที่น่าสมเพชที่สุดของเธอกลับถูกซูหว่านมาเห็นเข้า ทำให้เธอรู้สึกทรมานใจราวกับมีมดนับร้อยตัวกำลังไต่ยั้วเยี้ย อึดอัดแทบคลั่งทว่าเธอก็ไม่อาจทำตัวเป็นศัตรูกับเงินทองได้ซูเหย่าฉิงเอื้อมมือไปรับเงินที่ซูหว่านยื่นมาให้ ก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า เพื่อพยายามปกปิดความยากลำบากในตอนนี้แปลกจริงตอนที่ไปสร้างเรื่องอาละวา
เธอติดต่อเซี่ยถานโจวที่อยู่ไกลถึงเขตทิเบตได้แล้ว และขอเบอร์โทรศัพท์ของเซี่ยชิงซางมาก่อนจะต่อสายโทรออก“เซี่ยชิงซางใช่ไหมคะ? ฉันซูหว่าน ในเมื่อซูเหย่าฉิงอ้างว่าเด็กในท้องเป็นลูกของคุณ ก่อนที่จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย คุณช่วยมารับตัวเธอกลับไปด้วยค่ะ”เซี่ยชิงซางชะงักไปครู่หนึ่งทางปลายสายก่อนจะตอบรับในเวลาต่อมาเขาเร่งรีบเดินทางมาถึง และทันทีที่เห็นหน้าซูเหย่าฉิง สีหน้าของเขาก็เขียวคล้ำลงทันตาเขาก้าวเข้าไปข้างหน้า “ขอโทษด้วยครับคุณซู เป็นผมเองที่ดูแลเธอไม่ดี อีกอย่าง เด็กในท้องของเธอจะใช่ลูกของผมหรือเปล่ายังไม่แน่ใจ เรื่องนี้ผมคิดว่าคงต้องพิจารณากันให้ดีเสียก่อน”ซูเหย่าฉิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ“เซี่ยชิงซาง! นายกล้าดียังไงมาสงสัยฉันแบบนี้! ฉันมีอะไรกับนายแค่คนเดียวนะ!”เซี่ยชิงซางยังคงนิ่งสงบและเยือกเย็น“ถ้าเธอไม่ได้จนมุมจริง ๆ มีเหรอจะมาหาฉัน? เธอก็เป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอว่าการมาอยู่เป็นเพื่อนฉันถือว่าเป็นค่าเช่าบ้านที่ต้องจ่าย แล้วเสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่ก็ไม่ใช่ฉันที่เป็นคนซื้อให้ ใครจะไปรู้ว่าเธอไปเอามาจากไหนกัน”เสื้อผ้าที่ซูเหย่าฉิงสวมอยู่บนตัวในตอนนี้ ไม่ใช่เสื้อที่เ







