Share

บทที่ 3

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
หลังจากนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้าน สวี่เพียวเพียวก็ย่องเข้าบ้านอย่างเงียบเชียบที่สุด เธอจัดการล้างหน้าล้างตาก่อนจะแอบเข้าไปดูในห้องนอนเล็ก แล้วก็เห็นแม่สวี่กับเหลียนฮว่ากำลังหลับสนิท

แม่สวี่ขมวดคิ้วพลางกระซิบถาม “ทำไมกลับดึกนักลูก? หิวไหม? เดี๋ยวแม่ไปต้มบะหมี่ให้กิน”

แม่สวี่พูดพลางพะยุงตัวจะลุกขึ้น

สวี่เพียวเพียวรีบกดไหล่แม่ไว้ทันที “หนูกินมาแล้วค่ะ แม่นอนเถอะ”

ครั้นแล้วก็แม่สวี่ถึงยอมเอนตัวลงนอนต่อ

เพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของลูกสาว ปกติแม่สวี่จะพาเหลียนฮว่านอนอีกห้องหนึ่ง ซึ่งแยกกับสวี่เพียวเพียว

หลังจากตระกูลสวี่ล้มละลาย สวี่เพียวเพียวก็พาแม่และลูกสาวมาเช่าห้องพักในตึกเก่า ๆ แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากบริษัทพอสมควร

เธอเดินเข้าไปห้องครัวแล้วต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยหนึ่งโดยไม่ได้เปิดไฟ อาศัยเพียงแสงจากหน้าจอโทรศัพท์ไล่อ่านข้อมูล

ซึ่งในเว็บบอร์ดภายในของบริษัทตอนนี้มีแต่เรื่องของฮั่วจี้เซินเต็มไปหมด

แม้แต่พื้นที่ในมือถือของเธอก็ถูกเขายึดครองไปโดยปริยาย

ในฐานะเจ้านายสายฟ้าแลบคนใหม่ที่โปรไฟล์เริ่ดและหน้าตาหล่อเหลาขนาดนั้น

เพื่อนร่วมงานจึงต่างพากันแอบถ่ายรูปเขามาลงเว็บบอร์ดจนล้นฟีด

แถมข้อมูลของเขายังถูกขุดออกมาจนหมด แต่ทั้งหมดล้วนถูกแต่งเติมด้วยทองคำ

สายตาของสวี่เพียวเพียวหยุดอยู่ที่ประโยคหนึ่ง

(สมัยเรียนมหาวิทยาลัยต้องทำงานส่งตัวเองเรียน หลังจบการศึกษาได้ก่อตั้งซินเฉิง ไฟแนนซ์ด้วยตัวเองโดยไม่มีการสนับสนุนจากตระกูล จนก้าวเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีเอเชียที่อายุน้อยที่สุด และกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ปที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ...)

ทำงานส่งตัวเองเรียนงั้นเหรอ?

ตลอดหลายปีนั้นเธอเข้าใจผิดมาตลอดว่าฮั่วจี้เซินเป็นเด็กยากจน จึงพยายามรักษาศักดิ์ศรีให้เขาอย่างสุดความสามารถ จะเปย์เงินให้แต่ละทีก็ต้องทำอย่างระมัดระวังเพราะกลัวเขาจะคิดมากจนเหนื่อยใจ

ที่ไหนได้ มันก็แค่เกมสนุก ๆ ของคุณชายตระกูลดังเท่านั้นเอง

สวี่เพียวเพียวนึกถึงประโยคที่เขาเคยพูดในตอนนั้นว่า “ฉันไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ก็จริง

แต่ไหนแต่ไรมา พวกเขาก็อยู่กันคนละโลกอยู่แล้ว

เพราะเขาคือผู้ชายที่สูงส่งและมีสง่าราศี มีผลการเรียนยอดเยี่ยม แถมยังเป็นผู้ที่สอบติดมหาวิทยาลัยเอด้วยคะแนนสูงสุดในปีนั้น และได้เข้าเรียนในสาขาเด่นของมหาวิทยาลัยเออีกด้วย

ส่วนเธอคือคุณหนูที่รักอิสระ ไร้รสนิยม และไม่ชอบเรียนหนังสือ เข้ามหาวิทยาลัยเอได้อย่างหวุดหวิดก็เพราะโควตาขยายรับนักศึกษา และเป็นนักศึกษาสายศิลปะที่มีคะแนนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

ในตอนนี้ก็คงไม่ต่างกัน

ต่อให้เป็นหัวหน้ากับลูกน้องในบริษัทเดียวกัน ฮั่วจี้เซินก็ยังคงเป็นเหมือนยอดเขาสูงเทียมเมฆที่พนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอไม่มีวันเอื้อมถึง

หัวใจของเธอเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นจนปวดหนึบ ไอความร้อนจากถ้วยบะหมี่ลอยฟุ้งขึ้นมา ทำให้ความรู้สึกในใจของเธอราวกับถูกม่านหมอกปกคลุม

สวี่เพียวเพียวกดออกจากเว็บบอร์ดแล้วรีบกินบะหมี่คำโต ๆ เข้าไป

-

เช้าวันถัดมา เซ่ามู่ประกาศเรื่องเกณฑ์การจ่ายค่าล่วงเวลาใหม่ในกลุ่มไลน์บริษัท

เนื่องจากคำสั่งมีผลเฉพาะหลังเที่ยงคืน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เพราะไม่ค่อยมีใครอยู่ดึกขนาดนั้น

ยกเว้นสวี่เพียวเพียวที่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก

เยี่ยนชิว เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้าง ๆ กระซิบถาม “เพียวเพียว แบบนี้เงินเธอไม่หายไปเยอะเลยเหรอ?”

เยี่ยนชิวเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้สถานะทางการเงินของสวี่เพียวเพียว

ตอนแรกเธอก็ไม่ค่อยชอบสวี่เพียวเพียวเพราะเห็นว่ายังเด็กแต่ขยันทำงานจนเกินหน้าเกินตา นึกว่าอยากประจบเจ้านาย

แต่พอรู้ภายหลังว่าเงินเดือนทั้งเดือนของสวี่เพียวเพียวต้องจ่ายค่ายาของคนป่วยถึงสองคน ไหนจะค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายของทั้งครอบครัว และหนี้สิน ก็แทบไม่มีเงินเหลือแล้ว

ค่าล่วงเวลาที่ได้จากการทำงานดึกก็ถือว่าไม่น้อยเลย

ถ้าต่อไปนี้ไม่อนุญาตให้ทำโอทีอีก สวี่เพียวเพียวก็จะสูญเสียรายได้ส่วนหนึ่งไป

เยี่ยนชิวผลักสวี่เพียวเพียวเบา ๆ ครั้งหนึ่ง “หรือว่าเธอจะลองไปขอคุณฮั่วดูไหม? บอกเหตุผลความจำเป็นของเธอให้ชัดเจน ไม่แน่เขาอาจจะยอมให้เธอเบิกโอทีของเดือนนี้ก่อนก็ได้นะ”

ไปหาฮั่วจี้เซินงั้นเหรอ?

จะให้เธอพูดว่าอะไร?

บอกว่าตอนนี้เธอตกอับจนต้องดิ้นรนเพื่อเงินโอทีไม่กี่พันบาท แล้วขอความเมตตาจากเขาอย่างนั้นเหรอ?

ต่อให้ฮั่วจี้เซินจะใจดีรับฟัง เธอก็อายเกินกว่าจะพูดมันออกมา

สวี่เพียวเพียวถอนหายใจ “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหาพาร์ทไทม์ทำก็ได้ ถือซะว่าได้กลับบ้านไปอยู่กับลูกเร็วขึ้น”

พอพูดถึงลูกสาวของสวี่เพียวเพียว เยี่ยนชิวก็ตาสว่างขึ้นมาทันที “ลูกฉันมีเสื้อผ้าบางตัวที่เล็กเกินไป เดี๋ยวเอามาให้เหลียนฮว่านะ อย่ารังเกียจเลยนะ ส่วนใหญ่ใส่แค่ครั้งเดียวเอง”

ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณหนูสวี่ไม่มีทางชายตามองของมือสองเด็ดขาด

แต่ตอนนี้ต่างออกไป เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่นี้ก็เป็นของเดิมตั้งแต่ก่อนบ้านล้มละลาย เธอไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อชุดใหม่แล้วด้วยซ้ำ

สวี่เพียวเพียวยิ้มตอบ “ได้เลยค่ะ เสื้อผ้าเด็กใส่ต่อจากคนอื่นนี่แหละดี ผ้านุ่มและสะอาด ขอบคุณมากนะพี่ชิว”

เยี่ยนชิวเป็นคนมีฐานะดี ขับรถปอร์เช่มาทำงาน เสื้อผ้าที่เธอบอกว่าใส่ครั้งเดียว ส่วนใหญ่ก็เป็นแบรนด์เนมสภาพใหม่เอี่ยม

สวี่เพียวเพียวคิดว่าเอาไปซักอีกรอบแล้วให้ลูกใส่ก็ถือว่าดีมากแล้ว

เมื่อเยี่ยนชิวเห็นว่าเธอรับน้ำใจอย่างใจกว้างและเป็นธรรมชาติก็โล่งใจขึ้น

เธอกังวลว่าสวี่เพียวเพียวจะรู้สึกรังเกียจ แต่ก็อยากช่วยเธอสักหน่อย หากซื้อของใหม่ให้กลับจะดูไม่เหมาะสม แถมยังทำให้สวี่เพียวเพียวต้องคิดว่าจะตอบแทนอย่างไร การเอาเสื้อผ้าใหม่ที่ใส่ไม่ได้แล้วมามอบให้จึงดีที่สุด

อย่างไรเสียก็ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน

แม้สวี่เพียวเพียวจะไม่อยากเจอหน้าฮั่วจี้เซินแค่ไหน แต่อยู่ในบริษัทเดียวกันมันก็เลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากเมื่อคืนนอนน้อยเกินไป เธอจึงเข้าไปในห้องพักเบรกหวังจะชงกาแฟสักแก้ว แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายร่างสูงที่แผ่รังสีกดดันอย่างยิ่งยืนอยู่ก่อนแล้ว

ห้องพักเบรกไม่ถือว่าเล็ก แต่ด้วยความสูงและกล้ามเนื้อภายใต้ชุดสูทของฮั่วจี้เซินกลับให้ความรู้สึกตึงเครียดและความรู้สึกอึดอัดอย่างรุนแรง

สวี่เพียวเพียวจะถอยออกไปตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว จึงทำได้เพียงก้มหน้าลง “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณฮั่ว”

“อืม”

ฮั่วจี้เซินปรายตามองนิ่ง ๆ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะพูดอะไร

และไม่มีทีท่าว่าจะเดินออกไปเช่นกัน

สวี่เพียวเพียวรีบกดกาแฟและเติมน้ำแข็ง แล้วเตรียมจะเดินออกจากห้องพักเบรกไปให้เร็วที่สุด

แต่แล้วน้ำเสียงเย็นชาของเขาก็ดังขึ้น “แผนงานโครงการแก้เสร็จหรือยัง?”

นิ้วมือของเธอกำแก้วแน่นพลางถอยหลังหนึ่งก้าว “แก้เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวจะรีบเอาไปส่งให้นะคะ”

ท่าทางหวาดระแวงของเธอทำให้ฮั่วจี้เซินดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวชนิดหนึ่ง

ฮั่วจี้เซินเอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ต้อง ส่งทางอีเมลก็พอ”

“ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอมากเกินไป”

น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบเหมือนก้อนน้ำแข็ง

เขาเอนหลังพิงเคาน์เตอร์เล็กน้อย ขาเรียวยาวเหยียดออกมาอย่างสบายๆ มือล้วงกระเป๋ากางเกงแสดงออกถึงความสง่างามอย่างผ่อนคลาย

สายตาของสวี่เพียวเพียวจับจ้องอยู่ที่ขากางเกงและรองเท้าของเขา แต่เมื่อเลื่อนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เธอก็เห็นกางเกงสแล็คที่ตัดเย็บอย่างประณีตคู่กับเข็มขัดโลหะแบรนด์หรูราคาหลักหมื่น ซึ่งยิ่งขับเน้นให้เขาดูมีภูมิฐานมากขึ้น

แม้ว่าตระกูลสวี่จะล้มละลายไปแล้ว แต่สวี่เพียวเพียวก็สามารถมองออกในปราดเดียวว่าเสื้อผ้าทั้งชุดที่เขาใส่อยู่นี้ มูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่าหกหลักแน่นอน

อาจเป็นเพราะท่าทางที่ดึงดูดของเขา ทำให้สายตาของเธอเผลอไปหยุดอยู่ที่บริเวณใต้เข็มขัดกางเกงสูทของฮั่วจี้เซิน...

ขนาด... ที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย

เพียงแค่แวบเดียวก็ทำให้แก้มของเธอร้อนผ่าวจนต้องรีบชักสายตากลับ

สมัยที่ยังคบกัน พวกเขาทั้งคู่ต่างก็รื่นเริงไปกับความรักตามประสาวัยรุ่นโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจ สวี่เพียวเพียวเคยลองมาแล้วทุกรูปแบบ และการมีเหลียนฮว่าขึ้นมาก็เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย

แต่ในเมื่อลูกเกิดมาแล้ว เธอจึงถือว่าเป็นของขวัญจากสวรรค์และจะรักษาไว้อย่างดีที่สุด

เมื่อเลื่อนสายตามองขึ้นสูงไปอีก สวี่เพียวเพียวก็สะดุดตากับรอยแดงที่ลำคอของฮั่วจี้เซิน

คนวัยผู้ใหญ่เห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่ามันเกิดจากสถานการณ์แบบไหน

เมื่อก่อนฮั่วจี้เซินไม่ชอบให้เธอทิ้งร่องรอยไว้บนลำคอของเขา และบอกว่าไม่อยากให้ใครเห็น

แต่ตอนนี้เขากลับกล้าเดินไปเดินมาในบริษัทอย่างเปิดเผยพร้อมรอย ‘คิสมาร์ก’ เด่นหราแบบนี้งั้นเหรอ?

ก็แน่ล่ะ

คนอย่างฮั่วจี้เซินคงไม่ขาดแคลนผู้หญิงอยู่แล้ว

ขนาดสมัยเรียนยังมีผู้หญิงล้อมรอบ นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เขาถูกประดับด้วยตำแหน่งทายาทฮั่วซื่อกรุ๊ป คงมีผู้หญิงเก่ง โปรไฟล์ดี ๆ พร้อมวิ่งเข้าใส่มากมาย

สวี่เพียวเพียวลอบถอนหายใจในใจ

ในเมื่อเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอ เธอก็คิดแบบเดียวกัน

เธอข่มความรู้สึกอึดอัดที่เสียดแทงอยู่ในอกไว้ แล้วส่งยิ้มสดใสตอบกลับไป “ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ”

“นอกจากเรื่องงาน ฉันกับคุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกันอยู่แล้วค่ะ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 30

    ข้อเรียกร้องของเจียงซ่งไม่ได้สูงส่งอะไรนัก“สุดสัปดาห์นี้หาห้างสักแห่ง เจอกับฉันแป๊บเดียว ให้คุณป้าเห็นหน้าแวบเดียว แล้วเราก็แยกย้าย”สวี่เพียวเพียวบอกพิกัดห้างที่เธอนัดกับเหลียนเส้าจิ่นไว้“งั้นก็ที่นั่นแล้วกัน สุดสัปดาห์นี้ฉันจะพาลูกสาวไปเที่ยวพอดี”หลังจากตกลงกับเจียงซ่งว่าไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับคุณนายฮั่ว สวี่เพียวเพียวถึงยอมตกลงหลังวางสาย สวี่เพียวเพียวก็ไม่มีอารมณ์จะวาดรูปต่อ เธอนอนแผ่หลับตาลงบนเตียงเสียงฝนตกกระทบขอบหน้าต่างดังเป็นจังหวะความคิดของเธอล่องลอยไปไกลเธอเคยเห็นคุณนายฮั่วครั้งหนึ่ง ตอนที่เธอยังคบกับฮั่วจี้เซินสวี่เพียวเพียวไม่ชอบอยู่หอพัก แต่บ้านของเธอกับมหาวิทยาลัยอยู่ในเขตเดียวกัน ขับรถเพียงสิบนาทีก็ถึง ซึ่งพ่อสวี่ก็ไม่อนุญาตให้เธอไปเช่าห้องข้างนอกอยู่คนเดียววันนั้น สวี่เพียวเพียวสืบจนรู้ว่าพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน จึงแอบพาฮั่วจี้เซินมาที่บ้านของเธอในห้องนอนของเธอ หลังจากที่ทั้งคู่หยอกล้อกันจนวุ่นวาย คุณนายฮั่วก็วิดีโอคอลมาหา และถามทันทีว่าฮั่วจี้เซินอยู่ที่ไหน ทำไมฉากหลังถึงเป็นสีชมพูไปหมดฮั่วจี้เซินตอบหน้าตายว่า อยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ตธีมสีชมพูสว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 29

    เขาวางสายทันทีคุณนายฮั่วฟังเสียงสัญญาณตัดสายด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ท่านหันไปสะกิดคุณพ่อฮั่วที่กำลังเล่นเกมไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดอย่างสนุกสนานอยู่ข้าง ๆ “คุณคะ คุณว่าลูกชายคุณผิดปกติหรือเปล่า?”ยังไม่ทันที่คุณพ่อฮั่วจะตอบ คุณนายฮั่วก็รีบกุลีกุจอไปจัดหาคู่นัดบอดให้ฮั่วจี้เซินทันทีและแถมยังโทรศัพท์ไปหาเจียงซ่งด้วยอีกคน-กลางดึกสงัด สวี่เพียวเพียวล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยห้องนอนของเธอเล็กมาก เมื่อเทียบกับบ้านตระกูลสวี่ในอดีต ห้องนอนเล็ก ๆ ห้องนี้อาจจะมีขนาดเท่ากับห้องน้ำของเธอเท่านั้นเองมีเพียงเตียงนอนหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งใบ และโต๊ะนักเรียนที่ซื้อมาจากร้านเฟอร์นิเจอร์มือสองเพื่อใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง นั่นคือภาพรวมทั้งหมดของห้องเธอเปิดโทรศัพท์และเห็นข้อความจากลูกค้าที่เคยติดต่อจ้างงานไว้ ฝ่ายนั้นยอมรับราคาของเธอได้และอยากนัดคิววาดรูปสองสามใบสวี่เพียวเพียวคุยคอนเฟิร์มสไตล์และประเภทของภาพวาดกับลูกค้า จากนั้นนัดแนะกำหนดส่งดร๊าฟแรกและหลังจากได้รับเงินมัดจำแล้ว เธอก็ออฟไลน์ข้อกำหนดของงานไม่ถือว่ายากเกินไปในวงการนักวาดภาพประกอบ สวี่เพียวเพียวคือยอดฝีมือที่กำลังโ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 28

    เธอส่งสติกเกอร์มา...บัญชีในอดีต สติกเกอร์ที่ใช้ก็ยังคงหยุดอยู่ในอดีตเช่นกันมันเป็นภาพเคลื่อนไหวลายเส้นง่าย ๆ รูปหมีน้อยตัวหนึ่งวิ่งเข้าไปกอดและจุ๊บหมีอีกตัวในอดีต ฮั่วจี้เซินได้รับมันแทบจะทุกวันเธอส่งผิด และกดยกเลิกการส่งได้อย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะเดียวเมื่อเขากดเข้าไปดูในฟีดก็เห็นข้อความที่สวี่เพียวเพียวโพสต์ขอติดรถกลับบ้านเขาอยู่แถวนั้นพอดี และทางกลับบ้านก็ต้องผ่านสถานีรถไฟใต้ดินถนนซงฮวา เขาจึงแวะรับเธอเพียงแต่บ้านของเขากับห้องเช่าเก่า ๆ ในเขตชานเมืองนั้นอยู่กันคนละมุมเมืองของเมืองเอ เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ห่างกันคนละขอบฟ้าวินาทีที่ฮั่วจี้เซินเห็นสวี่เพียวเพียว เธอเปียกโชกไปทั้งตัว ดูลุกลี้ลุกลนและน่าสงสารเหมือนลูกหมาจรจัดที่ไร้บ้านและถูกรังแกจากโลกภายนอกเส้นผมแนบไปกับใบหน้า หยดน้ำไหลรินจากปลายผมไม่หยุด ชุดกระโปรงเปียกชื้นแนบเนื้อ หลังจากขึ้นรถมาเธอก็ตัวสั่นเพราะแอร์ในรถที่เย็นเกินไปฮั่วจี้เซินปรับอุณหภูมิแอร์ขึ้นโดยไม่ให้เธอรู้ตัวตลอดทาง เธอเอาแต่หวาดระแวงเขาไม่ยอมปริปากพูดกับเขาสักคำ และจงใจขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับเขาอย่างชัดเจนแม้กระทั่งตอนที่นั่งอยู่บน

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 27

    ฮั่วจี้เซินเปล่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนอีกสายหนึ่ง ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ รถบนท้องถนนดูบางตาลงไปถนัดตา“รสนิยมของเธอ... ค่อนข้างแย่นะ”“...คะ?”สวี่เพียวเพียวยังไม่ทันตั้งตัว เธอก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ คล้ายกับการคาดคั้นผสมโรงไปด้วยความเหยียดหยามและสงสัยหรือบางที มันอาจจะเป็นเพียงความต้องการของผู้บังคับบัญชาที่จะควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น“เธอไปคว้าพ่อของลูกคนนี้มาได้ยังไง?”สวี่เพียวเพียวก้มหน้าลง มือบีบชายกระโปรงที่เปียกโชกไว้แน่น เดิมทีเธออยากจะเงียบไว้ แต่ท่าทางของฮั่วจี้เซินแสดงชัดว่าเขาจะไม่ยอมรามือหากไม่ได้คำตอบเธอจึงได้แต่ตอบไปอย่างคลุมเครือ “คือ... เพราะเขาหล่อน่ะค่ะ”ฮั่วจี้เซินทำเหมือนได้ยินเหตุผลที่ไร้สาระที่สุดในโลกเขาใช้ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มจนเห็นสันกรามคมชัด และในจังหวะนั้นเอง เขาก็ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอดฮั่วจี้เซิน: “งั้นเหรอ? เพราะแค่หน้าตา เธอถึงขั้นยอมแลกกับสุขภาพของลูกเลยงั้นเหรอ?”ใบหน้าของสวี่เพียวเพียวซีดเผือดลงทันทีการที่เหลียนฮว่าร่างกายไม่แข็งแรง มันไม่เกี่ยวกับพ่อของเด็กเลยส

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 26

    ในตอนนั้น เธอเสียใจมากและแอบร้องไห้อยู่ในหอพักเพียงลำพัง ไม่กล้าให้ฮั่วจี้เซินรู้เธอชอบฮั่วจี้เซินมากจริง ๆแต่ฮั่วจี้เซินมักจะแสดงท่าทีเฉยเมย ไม่ยินดียินร้าย และเขาก็เป็นแบบนี้กับทุกคนเมื่อเหอซิงกลับมา เธอก็เห็นสวี่เพียวเพียวนอนฟุบอยู่บนผ้าห่มพลางเช็ดน้ำตาทั้งขอบตาแดงก่ำ ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาหมีน่าเกลียดตัวหนึ่งที่เธอเคยตื๊อให้ฮั่วจี้เซินคีบให้จากตู้คีบตุ๊กตาสวี่เพียวเพียวเป็นคนสวยสะดุดตาและดูมั่นใจ แม้แต่ยามแอบร้องไห้ หยดน้ำตาที่ไหลผ่านใบหน้าขาวผุดผ่องราวกับเครื่องเคลือบดินเผานั้น ก็ยังทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจมันเป็นความงามที่น่าอิจฉาเหอซิงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความดีใจลึก ๆ “เป็นอะไรไป? ทะเลาะกับฮั่วจี้เซินเหรอ?”ในตอนนั้น เหอซิงกับสวี่เพียวเพียวยังไม่ได้มีเรื่องผิดใจกันรุนแรง ความสัมพันธ์ยังถือว่าพอใช้ได้สวี่เพียวเพียวเพียงแค่รู้สึกไม่ดี จึงไม่อยากชวนคุย“เปล่าหรอก ฉันขอนอนพักสักหน่อย อย่ากวนฉันเลยนะ”เหอซิงตอบรับคำสั้น ๆและเธอก็ไม่ได้สนใจสวี่เพียวเพียวจริง ๆไม่นานเธอก็สวมหูฟังแล้วเริ่มเล่นเกม สักพักก็ถอดหูฟังออกแล้วพูดว่า “เพียวเพียว หูฟังฉันแบตหมดแล

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 25

    สวี่เพียวเพียวไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็สัมผัสได้ถึงหยาดฝนที่สาดซัดลงบนใบหน้า เสื้อผ้าเปียกโชกแนบไปกับลำตัว เธอตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอย่างน่าเวทนารถจี๊ป แรงเลอร์จอดสนิทอยู่ที่หน้าทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของสวี่เพียวเพียว เจ้าของรถก็บีบแตรเร่งซ้ำ ๆ สองสามครั้งสวี่เพียวเพียวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะฝ่าพายุฝนพุ่งตัวออกไป จากนั้นพยายามดึงประตูเบาะหลังทว่ากลับดึงไม่ออกหยาดฝนเกาะหนาเตอะบนกระจกรถแล้วไหลรินลงมา สวี่เพียวเพียวกลัวว่าฮั่วจี้เซินจะรอนานเกินไป เธอจึงตัดสินใจลองดึงประตูฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับดูคราวนี้มันเปิดออกทันทีเธอถามด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า “ช่วยเปิดประตูหลังให้หน่อยได้ไหมคะ?”เพราะอย่างไรเสีย เบาะข้างคนขับก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ที่คนอย่างเธอควรจะนั่งฮั่วจี้เซินทำหน้าขรึมและเย็นชา“นั่งเบาะหลังงั้นเหรอ? เธอนึกว่าฉันเป็นคนขับรถของเธอหรือไง?”พอนึกดูดี ๆ มันก็จริงอย่างที่เขาว่ากว่าจะได้ก้าวขึ้นรถ สวี่เพียวเพียวก็เปียกปอนไปทั้งตัวแล้ว หยดน้ำจากปลายผมไหลร่วงลงบนเบาะหนังแท้เธอจึงรีบพูดขึ้นตามสัญชาตญาณ “ขอโทษด้วยนะคะคุณฮั่ว เดี๋ยวฉันจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status