แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: เจ้าเหมียวแวววาว
หลังจากนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้าน สวี่เพียวเพียวก็ย่องเข้าบ้านอย่างเงียบเชียบที่สุด เธอจัดการล้างหน้าล้างตาก่อนจะแอบเข้าไปดูในห้องนอนเล็ก แล้วก็เห็นแม่สวี่กับเหลียนฮว่ากำลังหลับสนิท

แม่สวี่ขมวดคิ้วพลางกระซิบถาม “ทำไมกลับดึกนักลูก? หิวไหม? เดี๋ยวแม่ไปต้มบะหมี่ให้กิน”

แม่สวี่พูดพลางพะยุงตัวจะลุกขึ้น

สวี่เพียวเพียวรีบกดไหล่แม่ไว้ทันที “หนูกินมาแล้วค่ะ แม่นอนเถอะ”

ครั้นแล้วก็แม่สวี่ถึงยอมเอนตัวลงนอนต่อ

เพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของลูกสาว ปกติแม่สวี่จะพาเหลียนฮว่านอนอีกห้องหนึ่ง ซึ่งแยกกับสวี่เพียวเพียว

หลังจากตระกูลสวี่ล้มละลาย สวี่เพียวเพียวก็พาแม่และลูกสาวมาเช่าห้องพักในตึกเก่า ๆ แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากบริษัทพอสมควร

เธอเดินเข้าไปห้องครัวแล้วต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยหนึ่งโดยไม่ได้เปิดไฟ อาศัยเพียงแสงจากหน้าจอโทรศัพท์ไล่อ่านข้อมูล

ซึ่งในเว็บบอร์ดภายในของบริษัทตอนนี้มีแต่เรื่องของฮั่วจี้เซินเต็มไปหมด

แม้แต่พื้นที่ในมือถือของเธอก็ถูกเขายึดครองไปโดยปริยาย

ในฐานะเจ้านายสายฟ้าแลบคนใหม่ที่โปรไฟล์เริ่ดและหน้าตาหล่อเหลาขนาดนั้น

เพื่อนร่วมงานจึงต่างพากันแอบถ่ายรูปเขามาลงเว็บบอร์ดจนล้นฟีด

แถมข้อมูลของเขายังถูกขุดออกมาจนหมด แต่ทั้งหมดล้วนถูกแต่งเติมด้วยทองคำ

สายตาของสวี่เพียวเพียวหยุดอยู่ที่ประโยคหนึ่ง

(สมัยเรียนมหาวิทยาลัยต้องทำงานส่งตัวเองเรียน หลังจบการศึกษาได้ก่อตั้งซินเฉิง ไฟแนนซ์ด้วยตัวเองโดยไม่มีการสนับสนุนจากตระกูล จนก้าวเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีเอเชียที่อายุน้อยที่สุด และกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ปที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ...)

ทำงานส่งตัวเองเรียนงั้นเหรอ?

ตลอดหลายปีนั้นเธอเข้าใจผิดมาตลอดว่าฮั่วจี้เซินเป็นเด็กยากจน จึงพยายามรักษาศักดิ์ศรีให้เขาอย่างสุดความสามารถ จะเปย์เงินให้แต่ละทีก็ต้องทำอย่างระมัดระวังเพราะกลัวเขาจะคิดมากจนเหนื่อยใจ

ที่ไหนได้ มันก็แค่เกมสนุก ๆ ของคุณชายตระกูลดังเท่านั้นเอง

สวี่เพียวเพียวนึกถึงประโยคที่เขาเคยพูดในตอนนั้นว่า “ฉันไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ก็จริง

แต่ไหนแต่ไรมา พวกเขาก็อยู่กันคนละโลกอยู่แล้ว

เพราะเขาคือผู้ชายที่สูงส่งและมีสง่าราศี มีผลการเรียนยอดเยี่ยม แถมยังเป็นผู้ที่สอบติดมหาวิทยาลัยเอด้วยคะแนนสูงสุดในปีนั้น และได้เข้าเรียนในสาขาเด่นของมหาวิทยาลัยเออีกด้วย

ส่วนเธอคือคุณหนูที่รักอิสระ ไร้รสนิยม และไม่ชอบเรียนหนังสือ เข้ามหาวิทยาลัยเอได้อย่างหวุดหวิดก็เพราะโควตาขยายรับนักศึกษา และเป็นนักศึกษาสายศิลปะที่มีคะแนนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

ในตอนนี้ก็คงไม่ต่างกัน

ต่อให้เป็นหัวหน้ากับลูกน้องในบริษัทเดียวกัน ฮั่วจี้เซินก็ยังคงเป็นเหมือนยอดเขาสูงเทียมเมฆที่พนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอไม่มีวันเอื้อมถึง

หัวใจของเธอเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นจนปวดหนึบ ไอความร้อนจากถ้วยบะหมี่ลอยฟุ้งขึ้นมา ทำให้ความรู้สึกในใจของเธอราวกับถูกม่านหมอกปกคลุม

สวี่เพียวเพียวกดออกจากเว็บบอร์ดแล้วรีบกินบะหมี่คำโต ๆ เข้าไป

-

เช้าวันถัดมา เซ่ามู่ประกาศเรื่องเกณฑ์การจ่ายค่าล่วงเวลาใหม่ในกลุ่มไลน์บริษัท

เนื่องจากคำสั่งมีผลเฉพาะหลังเที่ยงคืน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เพราะไม่ค่อยมีใครอยู่ดึกขนาดนั้น

ยกเว้นสวี่เพียวเพียวที่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก

เยี่ยนชิว เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้าง ๆ กระซิบถาม “เพียวเพียว แบบนี้เงินเธอไม่หายไปเยอะเลยเหรอ?”

เยี่ยนชิวเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้สถานะทางการเงินของสวี่เพียวเพียว

ตอนแรกเธอก็ไม่ค่อยชอบสวี่เพียวเพียวเพราะเห็นว่ายังเด็กแต่ขยันทำงานจนเกินหน้าเกินตา นึกว่าอยากประจบเจ้านาย

แต่พอรู้ภายหลังว่าเงินเดือนทั้งเดือนของสวี่เพียวเพียวต้องจ่ายค่ายาของคนป่วยถึงสองคน ไหนจะค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายของทั้งครอบครัว และหนี้สิน ก็แทบไม่มีเงินเหลือแล้ว

ค่าล่วงเวลาที่ได้จากการทำงานดึกก็ถือว่าไม่น้อยเลย

ถ้าต่อไปนี้ไม่อนุญาตให้ทำโอทีอีก สวี่เพียวเพียวก็จะสูญเสียรายได้ส่วนหนึ่งไป

เยี่ยนชิวผลักสวี่เพียวเพียวเบา ๆ ครั้งหนึ่ง “หรือว่าเธอจะลองไปขอคุณฮั่วดูไหม? บอกเหตุผลความจำเป็นของเธอให้ชัดเจน ไม่แน่เขาอาจจะยอมให้เธอเบิกโอทีของเดือนนี้ก่อนก็ได้นะ”

ไปหาฮั่วจี้เซินงั้นเหรอ?

จะให้เธอพูดว่าอะไร?

บอกว่าตอนนี้เธอตกอับจนต้องดิ้นรนเพื่อเงินโอทีไม่กี่พันบาท แล้วขอความเมตตาจากเขาอย่างนั้นเหรอ?

ต่อให้ฮั่วจี้เซินจะใจดีรับฟัง เธอก็อายเกินกว่าจะพูดมันออกมา

สวี่เพียวเพียวถอนหายใจ “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหาพาร์ทไทม์ทำก็ได้ ถือซะว่าได้กลับบ้านไปอยู่กับลูกเร็วขึ้น”

พอพูดถึงลูกสาวของสวี่เพียวเพียว เยี่ยนชิวก็ตาสว่างขึ้นมาทันที “ลูกฉันมีเสื้อผ้าบางตัวที่เล็กเกินไป เดี๋ยวเอามาให้เหลียนฮว่านะ อย่ารังเกียจเลยนะ ส่วนใหญ่ใส่แค่ครั้งเดียวเอง”

ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณหนูสวี่ไม่มีทางชายตามองของมือสองเด็ดขาด

แต่ตอนนี้ต่างออกไป เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่นี้ก็เป็นของเดิมตั้งแต่ก่อนบ้านล้มละลาย เธอไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อชุดใหม่แล้วด้วยซ้ำ

สวี่เพียวเพียวยิ้มตอบ “ได้เลยค่ะ เสื้อผ้าเด็กใส่ต่อจากคนอื่นนี่แหละดี ผ้านุ่มและสะอาด ขอบคุณมากนะพี่ชิว”

เยี่ยนชิวเป็นคนมีฐานะดี ขับรถปอร์เช่มาทำงาน เสื้อผ้าที่เธอบอกว่าใส่ครั้งเดียว ส่วนใหญ่ก็เป็นแบรนด์เนมสภาพใหม่เอี่ยม

สวี่เพียวเพียวคิดว่าเอาไปซักอีกรอบแล้วให้ลูกใส่ก็ถือว่าดีมากแล้ว

เมื่อเยี่ยนชิวเห็นว่าเธอรับน้ำใจอย่างใจกว้างและเป็นธรรมชาติก็โล่งใจขึ้น

เธอกังวลว่าสวี่เพียวเพียวจะรู้สึกรังเกียจ แต่ก็อยากช่วยเธอสักหน่อย หากซื้อของใหม่ให้กลับจะดูไม่เหมาะสม แถมยังทำให้สวี่เพียวเพียวต้องคิดว่าจะตอบแทนอย่างไร การเอาเสื้อผ้าใหม่ที่ใส่ไม่ได้แล้วมามอบให้จึงดีที่สุด

อย่างไรเสียก็ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน

แม้สวี่เพียวเพียวจะไม่อยากเจอหน้าฮั่วจี้เซินแค่ไหน แต่อยู่ในบริษัทเดียวกันมันก็เลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากเมื่อคืนนอนน้อยเกินไป เธอจึงเข้าไปในห้องพักเบรกหวังจะชงกาแฟสักแก้ว แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายร่างสูงที่แผ่รังสีกดดันอย่างยิ่งยืนอยู่ก่อนแล้ว

ห้องพักเบรกไม่ถือว่าเล็ก แต่ด้วยความสูงและกล้ามเนื้อภายใต้ชุดสูทของฮั่วจี้เซินกลับให้ความรู้สึกตึงเครียดและความรู้สึกอึดอัดอย่างรุนแรง

สวี่เพียวเพียวจะถอยออกไปตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว จึงทำได้เพียงก้มหน้าลง “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณฮั่ว”

“อืม”

ฮั่วจี้เซินปรายตามองนิ่ง ๆ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะพูดอะไร

และไม่มีทีท่าว่าจะเดินออกไปเช่นกัน

สวี่เพียวเพียวรีบกดกาแฟและเติมน้ำแข็ง แล้วเตรียมจะเดินออกจากห้องพักเบรกไปให้เร็วที่สุด

แต่แล้วน้ำเสียงเย็นชาของเขาก็ดังขึ้น “แผนงานโครงการแก้เสร็จหรือยัง?”

นิ้วมือของเธอกำแก้วแน่นพลางถอยหลังหนึ่งก้าว “แก้เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวจะรีบเอาไปส่งให้นะคะ”

ท่าทางหวาดระแวงของเธอทำให้ฮั่วจี้เซินดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวชนิดหนึ่ง

ฮั่วจี้เซินเอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ต้อง ส่งทางอีเมลก็พอ”

“ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอมากเกินไป”

น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบเหมือนก้อนน้ำแข็ง

เขาเอนหลังพิงเคาน์เตอร์เล็กน้อย ขาเรียวยาวเหยียดออกมาอย่างสบายๆ มือล้วงกระเป๋ากางเกงแสดงออกถึงความสง่างามอย่างผ่อนคลาย

สายตาของสวี่เพียวเพียวจับจ้องอยู่ที่ขากางเกงและรองเท้าของเขา แต่เมื่อเลื่อนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เธอก็เห็นกางเกงสแล็คที่ตัดเย็บอย่างประณีตคู่กับเข็มขัดโลหะแบรนด์หรูราคาหลักหมื่น ซึ่งยิ่งขับเน้นให้เขาดูมีภูมิฐานมากขึ้น

แม้ว่าตระกูลสวี่จะล้มละลายไปแล้ว แต่สวี่เพียวเพียวก็สามารถมองออกในปราดเดียวว่าเสื้อผ้าทั้งชุดที่เขาใส่อยู่นี้ มูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่าหกหลักแน่นอน

อาจเป็นเพราะท่าทางที่ดึงดูดของเขา ทำให้สายตาของเธอเผลอไปหยุดอยู่ที่บริเวณใต้เข็มขัดกางเกงสูทของฮั่วจี้เซิน...

ขนาด... ที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย

เพียงแค่แวบเดียวก็ทำให้แก้มของเธอร้อนผ่าวจนต้องรีบชักสายตากลับ

สมัยที่ยังคบกัน พวกเขาทั้งคู่ต่างก็รื่นเริงไปกับความรักตามประสาวัยรุ่นโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจ สวี่เพียวเพียวเคยลองมาแล้วทุกรูปแบบ และการมีเหลียนฮว่าขึ้นมาก็เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย

แต่ในเมื่อลูกเกิดมาแล้ว เธอจึงถือว่าเป็นของขวัญจากสวรรค์และจะรักษาไว้อย่างดีที่สุด

เมื่อเลื่อนสายตามองขึ้นสูงไปอีก สวี่เพียวเพียวก็สะดุดตากับรอยแดงที่ลำคอของฮั่วจี้เซิน

คนวัยผู้ใหญ่เห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่ามันเกิดจากสถานการณ์แบบไหน

เมื่อก่อนฮั่วจี้เซินไม่ชอบให้เธอทิ้งร่องรอยไว้บนลำคอของเขา และบอกว่าไม่อยากให้ใครเห็น

แต่ตอนนี้เขากลับกล้าเดินไปเดินมาในบริษัทอย่างเปิดเผยพร้อมรอย ‘คิสมาร์ก’ เด่นหราแบบนี้งั้นเหรอ?

ก็แน่ล่ะ

คนอย่างฮั่วจี้เซินคงไม่ขาดแคลนผู้หญิงอยู่แล้ว

ขนาดสมัยเรียนยังมีผู้หญิงล้อมรอบ นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เขาถูกประดับด้วยตำแหน่งทายาทฮั่วซื่อกรุ๊ป คงมีผู้หญิงเก่ง โปรไฟล์ดี ๆ พร้อมวิ่งเข้าใส่มากมาย

สวี่เพียวเพียวลอบถอนหายใจในใจ

ในเมื่อเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอ เธอก็คิดแบบเดียวกัน

เธอข่มความรู้สึกอึดอัดที่เสียดแทงอยู่ในอกไว้ แล้วส่งยิ้มสดใสตอบกลับไป “ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ”

“นอกจากเรื่องงาน ฉันกับคุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกันอยู่แล้วค่ะ”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
พิศสมัย
สนุกมากอ่านแล้วทำให้อยากอ่านไปเรื่อยๆ
goodnovel comment avatar
Pikul Karaket
พบ้อตเรื่องน่าสนใจ
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 402

    “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันน่ะ? ทั้งที่มีลูกติดมาด้วยแท้ ๆ แต่กลับคว้าตัวคุณฮั่วจี้เซินไปครองได้เฉยเลย”“หน้าตาก็พอใช้ได้อยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นต่ำแค่ไหนไต่เต้าขึ้นมา”หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยาม“ถ้าคิดจะฝากชีวิตไว้กับเขาก็ถือว่าคำนวณพลาดไปถนัดใจ คอยดูเถอะไม่รู้ว่าจะโดนเขี่ยทิ้งวันไหน ตระกูลฮั่วไม่ใช่ตระกูลเศรษฐีที่ใครจะมาเกาะกินได้ง่าย ๆ เสียหน่อย”“พวกผู้หญิงประเภทนี้ก็เหมือนกันหมดไม่ใช่หรือไง? นึกว่าแค่มีรูปร่างหน้าตาเข้าหน่อย ก็จะเอาไว้สยบผู้ชายได้ทั้งโลกแล้วมั้ง”เยี่ยนชิวหันขวับไปตามเสียงทันทีเธอโกรธจนต้องขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนคนพวกนี้มีสิทธิ์อะไรมาพาดพิงถึงเพียวเพียว!ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะถลาเข้าไปโต้ตอบ สายตากลับเหลือบเห็นผู้หญิงสองคนนั้นเดินตรงไปยังกลุ่มของโสงเจี๋ยเสียก่อนทั้งคู่ประโคมแต่งด้วยเครื่องเพชรนิลจินดาระยิบระยับ หากกะเกณฑ์มูลค่าของนอกกายเหล่านั้นดูแล้ว คงรวมกันไม่ต่ำกว่าหลักล้านเป็นแน่ภาพความหรูหราตรงหน้าบีบให้เยี่ยนชิวต้องจำใจกลืนก้อนความโกรธแค้นกลับลงคอเจี่ยนหลินเอ่ย “เธอจะทำอะไรน่ะ?”“ฉันโมโหจนอยากจะถลาเ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 401

    พอนึกถึงคำเรียกพวกนั้นทีไร ใบหน้าของสวี่เพียวเพียวพลันร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูทุกทีก็ทุกคำที่เขาเรียกน่ะ ล้วนถูกกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูในยามที่อารมณ์รักพุ่งพล่านถึงขีดสุดทั้งนั้นและมันมักจะกลายเป็นสวิตช์ที่ทำให้เธอสูญเสียการควบคุมตัวเองไปเสียทุกครั้ง เพียงแค่เขาพึมพำเรียกเธอว่า เบ๊บ ออกมาคำเดียว สมองเธอก็ขาวโพลนจนพร้อมจะจมดิ่งลงไปในวังวนของเขาอย่างว่าง่ายและต้องลงเอยด้วยการรับศึกหนักเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหวเสมอไปสวี่เพียวเพียวรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือทุบลงบนแผงอกแกร่งของฮั่วจี้เซิน“ลงไปข้างล่างได้แล้ว”แขกเหรื่อตั้งมากมายกำลังรออยู่ฮั่วจี้เซินกุมมือเรียวของเธอขึ้น ก่อนจะบรรจงจุมพิตลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบาแววตาของเขาในยามนี้ราวกับมีแสงจันทร์ทอประกายอยู่ภายใน มันทั้งอ่อนโยนและสั่นระริกไปด้วยความรัก“ค้าบ”เมื่อทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมายังห้องโถงด้านล่าง ฮั่วหงจึงประกาศเริ่มงานเลี้ยงวันเกิดอย่างเป็นทางการทันที“วันนี้ ผมยังขอถือโอกาสประกาศเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งว่า ผมตัดสินใจที่จะโอนหุ้นทั้งหมดที่ถือครองอยู่ให้กับอาเซิน ลูกชายของผม และหลังจากวันนี้เป็นต้นไป ผมจะวางมือจากการ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 400

    ใบหน้าของคุณปู่ฮั่วนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งขรึมและดุดันด้วยหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลาบวกกับบุคลิกเจ้าระเบียบพูดน้อย แถมมุมปากยังคว่ำลง มันคือลักษณะใบหน้าประเภทที่เด็กคนไหนเห็นเข้าเป็นต้องขวัญผวาเด็กหลายคนในตระกูลฮั่ว แค่เผลอสบสายตาคุณปู่เข้าเพียงเสี้ยววินาที ก็อดไม่ได้ที่จะแผดเสียงร้องไห้ออกมาทว่าเหลียนฮว่ากลับนิ่งสนิทถึงแม้ลึก ๆ ในใจจะแอบตำหนิอย่างซื่อตรงว่าคุณปู่ทวดคนนี้หน้าตาจะไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่นัก แต่กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวหรือเสียขวัญเลยแม้แต่น้อยในฐานะลูกสาวของฮั่วจี้เซินและสวี่เพียวเพียว เหลียนฮว่าได้รับเอายีนเด่นและข้อดีของทั้งพ่อและแม่มาอย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่นสวี่เพียวเพียวในวัยเยาว์นั้นขึ้นชื่อเรื่องความร่าเริงแจ่มใสและซุกซนขี้เล่นส่วนฮั่วจี้เซินนั้นก็เปี่ยมไปด้วยความสงบนิ่งและรู้จักกาลเทศะมาแต่ไหนแต่ไร เขามักจะสุขุมและไม่แสดงอารมณ์ที่รุนแรงออกมาพร่ำเพรื่อสุดท้ายกลับกลายเป็นคุณปู่ฮั่วเสียเองที่เริ่มทนรับแรงกดดันไม่ไหวจนต้องกระแอมไอออกมาคำหนึ่ง“ฮั่วหง ยัยหนูนี่ชื่ออะไร?”“ฮว่าฮว่าครับ”ฮั่วหงเอ่ยตอบเพียงชื่อเล่นสั้น ๆ โดยจงใจไม่ยอมบอก

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 399

    นั่นเป็นเพราะความรู้สึกที่เธอมีให้เขานั้น แม้จะยังหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ลึกซึ้งดั่งวันวานที่เคยเป็นมาการวิ่งตามหาสิ่งที่ทำหล่นหายไปตามกาลเวลา แน่นอนว่ามันทั้งดูทุลักทุเลและยากลำบากทว่าเขากลับเป็นคนโลภคนหนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะปรารถนาจะครอบครองทุกเศษเสี้ยวความเป็นตัวเธอไว้เพียงผู้เดียวน้ำเสียงของฮั่วจี้เซินที่ดังอยู่ข้างหูฟังดูอู้อี้และสั่นพร่า“ที่รัก เมื่อไหร่จะยอมให้เปิดตัวอย่างเป็นทางการสักที?”“ไม่ใช่ว่าเปิดตัวแล้วเหรอ?”ในความเป็นจริงตอนนี้ นอกจากเรื่องที่เขายังไม่ได้ประกาศว่าเจ้าสาวผู้โชคดีคนนั้นคือใคร คนทั้งโลกต่างก็รับรู้กันหมดแล้วว่าฮั่วจี้เซินแต่งงานแล้วจะมีผู้ชายคนไหนในแวดวงสังคมที่กล้าอวดแหวนแต่งงานต่อหน้าสื่ออย่างออกนอกหน้าได้เท่าเขาอีกล่ะทั้งที่มูลค่าของแหวนวงนั้นเทียบไม่ได้เลยกับชุดสูทหรูที่เขาสวมใส่ในวันนั้นเสียด้วยซ้ำแต่เขากลับทะนุถนอมมันราวกับอัญมณีที่ล้ำค่าที่สุดในโลกฮั่วจี้เซินส่ายหัวเบา ๆ “มันไม่เหมือน ฉันอยากประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าเธอคือภรรยาของฉันอย่างภาคภูมิใจ”“ตอนนี้ยังก่อนดีกว่านะ ฉันยังมีงานต้องทำอีกเยอะ”สวี่เพียวเพียวยังไ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 398

    เฒ่าทั้งสองดูท่าจะนอนไม่หลับกันจริง ๆ เสียด้วยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จิตใจของพวกเขามัวแต่จดจ่ออยู่กับการคัดเลือกชุดที่เหมาะสมที่สุด และวางแผนว่าจะแต่งตัวอย่างไรเพราะสำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือวันเกิดครั้งแรกของเหลียนฮว่าภายใต้ชายคาบ้านตระกูลฮั่วและตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เด็กน้อยคนนี้จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ญาติสนิทมิตรสหายและผู้คนในแวดวงสังคมได้รู้จัก ทุกคนจะได้รับรู้โดยทั่วกันว่าตระกูลฮั่วได้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาแล้วเธอคือหลานสาวคนโตที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของฮั่วหง และเป็นลูกสาวคนแรกในชีวิตของฮั่วจี้เซินเพียงแค่จินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ โสงเจี๋ยก็ตื่นเต้นจนไม่อาจข่มตาลงได้หัวใจของเธอพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!“นี่เหล่าฮั่ว หรือว่าฉันควรจะใส่กี่เพ้าผ้ากำมะหยี่ตัวนั้น คู่กับเสื้อโค้ทที่สั่งตัดมาคราวก่อนดี? ฉันว่ามันดูเรียบง่ายดีนะ จะได้ไม่ไปแย่งซีนใครในงาน”พูดจบเธอก็ทำท่าจะผุดลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังห้องแต่งตัวเพื่อรื้อหาชุดทันที ราวกับตั้งใจจะลองสวมให้ดูเดี๋ยวนั้นเพื่อความมั่นใจ“แต่งแบบนั้น คุณกะจะไปขึ้นเวทีร้องเพลงแถวเซี่ยงไฮ้ยุคเก่าหรือไงกัน?”โสงเ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 397

    “...ใครนะ? เมื่อกี้เธอพูดถึงใครน่ะ?”“ก็คุณชายเล็กตระกูลซาไงคะ เท่าที่ฉันสังเกตดู เขาดูจะดูแลคุณดีมากเลยไม่ใช่เหรอคะ?”ฮั่วสวินเจินหันขวับมามองซูหว่านด้วยสายตาเบิกกว้าง คล้ายจะถามกลับว่า นี่คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปใหญ่หรือเปล่า“เขาดูแลฉันน่ะมันก็ถูกแล้วค่ะ! ก็แหม ตอนเด็ก ๆ เขาเกือบจะช็อกตายเพราะดันไปกินถั่ววอลนัทเข้า ก็ฉันนี่แหละที่เป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้!”ฮั่วสวินเจินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่าแฝงความขำขัน“นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว การแต่งงานในหมู่ญาติสนิทน่ะเขาเลิกฮิตกันไปนานแล้ว! นี่ข่าวการปฏิรูปบ้านเมืองเขาไม่ได้แจ้งไปถึงบ้านเธอบ้างหรือไงคะ? ฉันว่าเธอต้องรีบกลับไปเรียนประวัติศาสตร์ยุคใหม่ด่วนเลยนะ”ซูหว่านถึงกับอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ“ญาติสนิทงั้นเหรอคะ?”ฮั่วสวินเจินเอ่ยขยายความเพิ่ม“คุณย่าของพี่ซาน่ะ เป็นคุณย่าทวดแท้ ๆ ของฉันเลยนะ จริง ๆ แล้วตอนพี่ซาเกิดมาน่ะ เขาต้องใช้นามสกุลฮั่วด้วยซ้ำไป แต่เป็นเพราะทางตระกูลซาดันไปหาซินแสชื่อดังมา แล้วซินแสก็ทักว่าเด็กคนนี้ดวงมหาเศรษฐี พอรู้ว่าดวงดีขนาดนี้ ตระกูลซาเลยหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมให้เขาย้ายมาใช้นามสกุลบ้านเราเด็ดขาดเลยล่ะ”“ไม่อย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status