Share

บทที่ 3

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
หลังจากนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้าน สวี่เพียวเพียวก็ย่องเข้าบ้านอย่างเงียบเชียบที่สุด เธอจัดการล้างหน้าล้างตาก่อนจะแอบเข้าไปดูในห้องนอนเล็ก แล้วก็เห็นแม่สวี่กับเหลียนฮว่ากำลังหลับสนิท

แม่สวี่ขมวดคิ้วพลางกระซิบถาม “ทำไมกลับดึกนักลูก? หิวไหม? เดี๋ยวแม่ไปต้มบะหมี่ให้กิน”

แม่สวี่พูดพลางพะยุงตัวจะลุกขึ้น

สวี่เพียวเพียวรีบกดไหล่แม่ไว้ทันที “หนูกินมาแล้วค่ะ แม่นอนเถอะ”

ครั้นแล้วก็แม่สวี่ถึงยอมเอนตัวลงนอนต่อ

เพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของลูกสาว ปกติแม่สวี่จะพาเหลียนฮว่านอนอีกห้องหนึ่ง ซึ่งแยกกับสวี่เพียวเพียว

หลังจากตระกูลสวี่ล้มละลาย สวี่เพียวเพียวก็พาแม่และลูกสาวมาเช่าห้องพักในตึกเก่า ๆ แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากบริษัทพอสมควร

เธอเดินเข้าไปห้องครัวแล้วต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยหนึ่งโดยไม่ได้เปิดไฟ อาศัยเพียงแสงจากหน้าจอโทรศัพท์ไล่อ่านข้อมูล

ซึ่งในเว็บบอร์ดภายในของบริษัทตอนนี้มีแต่เรื่องของฮั่วจี้เซินเต็มไปหมด

แม้แต่พื้นที่ในมือถือของเธอก็ถูกเขายึดครองไปโดยปริยาย

ในฐานะเจ้านายสายฟ้าแลบคนใหม่ที่โปรไฟล์เริ่ดและหน้าตาหล่อเหลาขนาดนั้น

เพื่อนร่วมงานจึงต่างพากันแอบถ่ายรูปเขามาลงเว็บบอร์ดจนล้นฟีด

แถมข้อมูลของเขายังถูกขุดออกมาจนหมด แต่ทั้งหมดล้วนถูกแต่งเติมด้วยทองคำ

สายตาของสวี่เพียวเพียวหยุดอยู่ที่ประโยคหนึ่ง

(สมัยเรียนมหาวิทยาลัยต้องทำงานส่งตัวเองเรียน หลังจบการศึกษาได้ก่อตั้งซินเฉิง ไฟแนนซ์ด้วยตัวเองโดยไม่มีการสนับสนุนจากตระกูล จนก้าวเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีเอเชียที่อายุน้อยที่สุด และกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ปที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ...)

ทำงานส่งตัวเองเรียนงั้นเหรอ?

ตลอดหลายปีนั้นเธอเข้าใจผิดมาตลอดว่าฮั่วจี้เซินเป็นเด็กยากจน จึงพยายามรักษาศักดิ์ศรีให้เขาอย่างสุดความสามารถ จะเปย์เงินให้แต่ละทีก็ต้องทำอย่างระมัดระวังเพราะกลัวเขาจะคิดมากจนเหนื่อยใจ

ที่ไหนได้ มันก็แค่เกมสนุก ๆ ของคุณชายตระกูลดังเท่านั้นเอง

สวี่เพียวเพียวนึกถึงประโยคที่เขาเคยพูดในตอนนั้นว่า “ฉันไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ก็จริง

แต่ไหนแต่ไรมา พวกเขาก็อยู่กันคนละโลกอยู่แล้ว

เพราะเขาคือผู้ชายที่สูงส่งและมีสง่าราศี มีผลการเรียนยอดเยี่ยม แถมยังเป็นผู้ที่สอบติดมหาวิทยาลัยเอด้วยคะแนนสูงสุดในปีนั้น และได้เข้าเรียนในสาขาเด่นของมหาวิทยาลัยเออีกด้วย

ส่วนเธอคือคุณหนูที่รักอิสระ ไร้รสนิยม และไม่ชอบเรียนหนังสือ เข้ามหาวิทยาลัยเอได้อย่างหวุดหวิดก็เพราะโควตาขยายรับนักศึกษา และเป็นนักศึกษาสายศิลปะที่มีคะแนนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

ในตอนนี้ก็คงไม่ต่างกัน

ต่อให้เป็นหัวหน้ากับลูกน้องในบริษัทเดียวกัน ฮั่วจี้เซินก็ยังคงเป็นเหมือนยอดเขาสูงเทียมเมฆที่พนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอไม่มีวันเอื้อมถึง

หัวใจของเธอเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นจนปวดหนึบ ไอความร้อนจากถ้วยบะหมี่ลอยฟุ้งขึ้นมา ทำให้ความรู้สึกในใจของเธอราวกับถูกม่านหมอกปกคลุม

สวี่เพียวเพียวกดออกจากเว็บบอร์ดแล้วรีบกินบะหมี่คำโต ๆ เข้าไป

-

เช้าวันถัดมา เซ่ามู่ประกาศเรื่องเกณฑ์การจ่ายค่าล่วงเวลาใหม่ในกลุ่มไลน์บริษัท

เนื่องจากคำสั่งมีผลเฉพาะหลังเที่ยงคืน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เพราะไม่ค่อยมีใครอยู่ดึกขนาดนั้น

ยกเว้นสวี่เพียวเพียวที่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก

เยี่ยนชิว เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้าง ๆ กระซิบถาม “เพียวเพียว แบบนี้เงินเธอไม่หายไปเยอะเลยเหรอ?”

เยี่ยนชิวเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้สถานะทางการเงินของสวี่เพียวเพียว

ตอนแรกเธอก็ไม่ค่อยชอบสวี่เพียวเพียวเพราะเห็นว่ายังเด็กแต่ขยันทำงานจนเกินหน้าเกินตา นึกว่าอยากประจบเจ้านาย

แต่พอรู้ภายหลังว่าเงินเดือนทั้งเดือนของสวี่เพียวเพียวต้องจ่ายค่ายาของคนป่วยถึงสองคน ไหนจะค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายของทั้งครอบครัว และหนี้สิน ก็แทบไม่มีเงินเหลือแล้ว

ค่าล่วงเวลาที่ได้จากการทำงานดึกก็ถือว่าไม่น้อยเลย

ถ้าต่อไปนี้ไม่อนุญาตให้ทำโอทีอีก สวี่เพียวเพียวก็จะสูญเสียรายได้ส่วนหนึ่งไป

เยี่ยนชิวผลักสวี่เพียวเพียวเบา ๆ ครั้งหนึ่ง “หรือว่าเธอจะลองไปขอคุณฮั่วดูไหม? บอกเหตุผลความจำเป็นของเธอให้ชัดเจน ไม่แน่เขาอาจจะยอมให้เธอเบิกโอทีของเดือนนี้ก่อนก็ได้นะ”

ไปหาฮั่วจี้เซินงั้นเหรอ?

จะให้เธอพูดว่าอะไร?

บอกว่าตอนนี้เธอตกอับจนต้องดิ้นรนเพื่อเงินโอทีไม่กี่พันบาท แล้วขอความเมตตาจากเขาอย่างนั้นเหรอ?

ต่อให้ฮั่วจี้เซินจะใจดีรับฟัง เธอก็อายเกินกว่าจะพูดมันออกมา

สวี่เพียวเพียวถอนหายใจ “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหาพาร์ทไทม์ทำก็ได้ ถือซะว่าได้กลับบ้านไปอยู่กับลูกเร็วขึ้น”

พอพูดถึงลูกสาวของสวี่เพียวเพียว เยี่ยนชิวก็ตาสว่างขึ้นมาทันที “ลูกฉันมีเสื้อผ้าบางตัวที่เล็กเกินไป เดี๋ยวเอามาให้เหลียนฮว่านะ อย่ารังเกียจเลยนะ ส่วนใหญ่ใส่แค่ครั้งเดียวเอง”

ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณหนูสวี่ไม่มีทางชายตามองของมือสองเด็ดขาด

แต่ตอนนี้ต่างออกไป เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่นี้ก็เป็นของเดิมตั้งแต่ก่อนบ้านล้มละลาย เธอไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อชุดใหม่แล้วด้วยซ้ำ

สวี่เพียวเพียวยิ้มตอบ “ได้เลยค่ะ เสื้อผ้าเด็กใส่ต่อจากคนอื่นนี่แหละดี ผ้านุ่มและสะอาด ขอบคุณมากนะพี่ชิว”

เยี่ยนชิวเป็นคนมีฐานะดี ขับรถปอร์เช่มาทำงาน เสื้อผ้าที่เธอบอกว่าใส่ครั้งเดียว ส่วนใหญ่ก็เป็นแบรนด์เนมสภาพใหม่เอี่ยม

สวี่เพียวเพียวคิดว่าเอาไปซักอีกรอบแล้วให้ลูกใส่ก็ถือว่าดีมากแล้ว

เมื่อเยี่ยนชิวเห็นว่าเธอรับน้ำใจอย่างใจกว้างและเป็นธรรมชาติก็โล่งใจขึ้น

เธอกังวลว่าสวี่เพียวเพียวจะรู้สึกรังเกียจ แต่ก็อยากช่วยเธอสักหน่อย หากซื้อของใหม่ให้กลับจะดูไม่เหมาะสม แถมยังทำให้สวี่เพียวเพียวต้องคิดว่าจะตอบแทนอย่างไร การเอาเสื้อผ้าใหม่ที่ใส่ไม่ได้แล้วมามอบให้จึงดีที่สุด

อย่างไรเสียก็ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน

แม้สวี่เพียวเพียวจะไม่อยากเจอหน้าฮั่วจี้เซินแค่ไหน แต่อยู่ในบริษัทเดียวกันมันก็เลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากเมื่อคืนนอนน้อยเกินไป เธอจึงเข้าไปในห้องพักเบรกหวังจะชงกาแฟสักแก้ว แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายร่างสูงที่แผ่รังสีกดดันอย่างยิ่งยืนอยู่ก่อนแล้ว

ห้องพักเบรกไม่ถือว่าเล็ก แต่ด้วยความสูงและกล้ามเนื้อภายใต้ชุดสูทของฮั่วจี้เซินกลับให้ความรู้สึกตึงเครียดและความรู้สึกอึดอัดอย่างรุนแรง

สวี่เพียวเพียวจะถอยออกไปตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว จึงทำได้เพียงก้มหน้าลง “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณฮั่ว”

“อืม”

ฮั่วจี้เซินปรายตามองนิ่ง ๆ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะพูดอะไร

และไม่มีทีท่าว่าจะเดินออกไปเช่นกัน

สวี่เพียวเพียวรีบกดกาแฟและเติมน้ำแข็ง แล้วเตรียมจะเดินออกจากห้องพักเบรกไปให้เร็วที่สุด

แต่แล้วน้ำเสียงเย็นชาของเขาก็ดังขึ้น “แผนงานโครงการแก้เสร็จหรือยัง?”

นิ้วมือของเธอกำแก้วแน่นพลางถอยหลังหนึ่งก้าว “แก้เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวจะรีบเอาไปส่งให้นะคะ”

ท่าทางหวาดระแวงของเธอทำให้ฮั่วจี้เซินดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวชนิดหนึ่ง

ฮั่วจี้เซินเอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ต้อง ส่งทางอีเมลก็พอ”

“ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอมากเกินไป”

น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบเหมือนก้อนน้ำแข็ง

เขาเอนหลังพิงเคาน์เตอร์เล็กน้อย ขาเรียวยาวเหยียดออกมาอย่างสบายๆ มือล้วงกระเป๋ากางเกงแสดงออกถึงความสง่างามอย่างผ่อนคลาย

สายตาของสวี่เพียวเพียวจับจ้องอยู่ที่ขากางเกงและรองเท้าของเขา แต่เมื่อเลื่อนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เธอก็เห็นกางเกงสแล็คที่ตัดเย็บอย่างประณีตคู่กับเข็มขัดโลหะแบรนด์หรูราคาหลักหมื่น ซึ่งยิ่งขับเน้นให้เขาดูมีภูมิฐานมากขึ้น

แม้ว่าตระกูลสวี่จะล้มละลายไปแล้ว แต่สวี่เพียวเพียวก็สามารถมองออกในปราดเดียวว่าเสื้อผ้าทั้งชุดที่เขาใส่อยู่นี้ มูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่าหกหลักแน่นอน

อาจเป็นเพราะท่าทางที่ดึงดูดของเขา ทำให้สายตาของเธอเผลอไปหยุดอยู่ที่บริเวณใต้เข็มขัดกางเกงสูทของฮั่วจี้เซิน...

ขนาด... ที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย

เพียงแค่แวบเดียวก็ทำให้แก้มของเธอร้อนผ่าวจนต้องรีบชักสายตากลับ

สมัยที่ยังคบกัน พวกเขาทั้งคู่ต่างก็รื่นเริงไปกับความรักตามประสาวัยรุ่นโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจ สวี่เพียวเพียวเคยลองมาแล้วทุกรูปแบบ และการมีเหลียนฮว่าขึ้นมาก็เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย

แต่ในเมื่อลูกเกิดมาแล้ว เธอจึงถือว่าเป็นของขวัญจากสวรรค์และจะรักษาไว้อย่างดีที่สุด

เมื่อเลื่อนสายตามองขึ้นสูงไปอีก สวี่เพียวเพียวก็สะดุดตากับรอยแดงที่ลำคอของฮั่วจี้เซิน

คนวัยผู้ใหญ่เห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่ามันเกิดจากสถานการณ์แบบไหน

เมื่อก่อนฮั่วจี้เซินไม่ชอบให้เธอทิ้งร่องรอยไว้บนลำคอของเขา และบอกว่าไม่อยากให้ใครเห็น

แต่ตอนนี้เขากลับกล้าเดินไปเดินมาในบริษัทอย่างเปิดเผยพร้อมรอย ‘คิสมาร์ก’ เด่นหราแบบนี้งั้นเหรอ?

ก็แน่ล่ะ

คนอย่างฮั่วจี้เซินคงไม่ขาดแคลนผู้หญิงอยู่แล้ว

ขนาดสมัยเรียนยังมีผู้หญิงล้อมรอบ นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เขาถูกประดับด้วยตำแหน่งทายาทฮั่วซื่อกรุ๊ป คงมีผู้หญิงเก่ง โปรไฟล์ดี ๆ พร้อมวิ่งเข้าใส่มากมาย

สวี่เพียวเพียวลอบถอนหายใจในใจ

ในเมื่อเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอ เธอก็คิดแบบเดียวกัน

เธอข่มความรู้สึกอึดอัดที่เสียดแทงอยู่ในอกไว้ แล้วส่งยิ้มสดใสตอบกลับไป “ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ”

“นอกจากเรื่องงาน ฉันกับคุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกันอยู่แล้วค่ะ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
พิศสมัย
สนุกมากอ่านแล้วทำให้อยากอ่านไปเรื่อยๆ
goodnovel comment avatar
Pikul Karaket
พบ้อตเรื่องน่าสนใจ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 386

    คำถามที่หลุดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อยเพราะการที่ฮั่วจี้เซินอยู่ที่ตึกหลักนั้น ถือเป็นเรื่องที่มีความชอบธรรมและมั่นคงเสียยิ่งกว่าตัวฮั่วหงผู้เป็นบิดาเสียอีก เขาจึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องย้ายออกไปเลยเปลือกตาของโสงเจี๋ยกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าเธอก็ยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทและแผ่รัศมีผู้สูงศักดิ์ออกมาอย่างแนบเนียน“อาเซินกับเพียวเพียวเขาเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน จะให้หนุ่มสาวมาอุดอู้อยู่กับคนแก่อย่างเราสองคนไปตลอดมันก็น่าเบื่อแย่ อีกอย่าง แม่กับคุณลุงใหญ่ของพวกเธอก็เริ่มอยากจะมีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อพักผ่อนบ้างเหมือนกัน”“เดิมที ตึกเหล่านั้นก็ถือเป็นกรรมสิทธิ์ในส่วนที่พวกเธอควรจะได้รับอยู่แล้ว เรื่องราวความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของพวกเธอมันคือความผิดพลาดของคนรุ่นเรา มาถึงตอนนี้ ฉันจึงขอยกบ้านคืนให้พวกเธอไปจัดการแบ่งสรรและดูแลกันเอาเอง ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตกันอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องภายในของพวกเธอ ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย”โสงเจี๋ยครองตำแหน่งคุณนายใหญ่แห่งตระกูลฮั่วมานานนับปีท่วงท่าและท่วงทำนองที่เธอแสดงออกมาในยามนี

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 385

    ตึกหลักหลังนี้ถูกกำหนดไว้เป็นที่อยู่ของผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลฮั่วคนต่อไปเท่านั้นนี่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัดและยาวนานในเมื่อฮั่วหงคือบุตรชายคนโต และฮั่วจี้เซินคือหลานชายคนโต ทั้งยังเป็นผู้กุมบังเหียนบริหารเครือบริษัทอย่างเต็มตัวในปัจจุบัน การที่ครอบครัวของพวกเขาครอบครองตึกหลักจึงเป็นสิทธิที่สมเหตุสมผลทว่าโสงเจี๋ยกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“ตึกหลักของเรามีห้องตั้งมากมาย ต่อให้พักอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมดก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรหรอก เพียงแต่แม่เห็นว่าพวกเด็ก ๆ ก็เริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว การแยกสัดส่วนที่พักให้เป็นส่วนตัวย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า แต่ที่แม่หนักใจ ก็คือเรื่องของอารุ่ยนั่นแหละ แม่กลัวว่าเด็กคนนั้นจะเก็บเอาไปคิดมากน่ะสิ”สิ่งที่โสงเจี๋ยเป็นกังวลที่สุด คือนิสัยส่วนตัวของฮั่วจี้รุ่ยที่มักจะอ่อนไหวและคิดเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเธอเกรงว่าเขาจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เหตุใดในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกคนถึงยังสามารถพำนักรวมกันอยู่ที่ตึกหลักได้อย่างสงบสุขแต่พอเขาก้าวเท้ากลับมาบ้านปุ๊บ กลับกลายเป็นว่าทุกคนต้องมาแยกย้ายบ้านกันอยู่ทันทีแม้ระยะห่างระหว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 384

    เครื่องยนต์คำรามกึกก้องขณะที่รถทะยานเร่งความเร็วขึ้นเซ่ามู่หักพวงมาลัยหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วและแซงผ่านรถคันหน้าไปได้อย่างรวดเร็วในจังหวะที่รถกำลังเคลื่อนเข้าสู่ทางโค้ง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับของรถคันหลังค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพลางทอดสายตาตรงไปข้างหน้าภายในรถคันที่เพิ่งแซงพ้นไปนั้น หญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้มหน้าลงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ในมือ แสงสว่างจาง ๆ จากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะท้อนอาบใบหน้าของเธอให้โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดรูปหน้าด้านข้างของเธอนั้นดูวิจิตรบรรจง เส้นผมสีดำขลับที่รวบเป็นมวยเรียบร้อยไว้ที่ท้ายทอย มีปอยผมบางส่วนทิ้งตัวลงระต้นคอขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแสงสลัวจากไฟข้างทางสาดส่องเข้ามา กระทบเข้ากับผิวหน้าด้านข้างของสวี่เพียวเพียวจนดูขาวกระจ่างตาราวกับมีเรื่องราวบางอย่างในหน้าจอโทรศัพท์ที่ดึงดูดความสนใจและทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมา จนเธอเผยรอยยิ้มละมุนออกมาบาง ๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฮั่วจี้รุ่ยมองเห็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ ของลักยิ้มที่ข้างแก้มของเธอได้อย่างชัดถนัดตาทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นรถหรูพุ่งทะยานผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วสายตาของเธอไม่ได้หยุดพักหรือเหล

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 383

    “จริง ๆ บนอินเทอร์เน็ตก็มีข่าวซุบซิบเรื่องตระกูลเราโผล่มาให้เห็นตลอดแหละค่ะ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ภาพที่พี่แคปส่งมาเมื่อคืนน่ะมันเป็นเรื่องของบ้านอาสอง ซึ่งทั้งอาสองและอาสะใภ้สองต่างก็เคยเป็นคนในวงการบันเทิงทั้งคู่ ข่าวฉาวมันเลยพุ่งเป้าไปที่พวกเขาเยอะเป็นพิเศษ”“คนที่จับได้ว่าอาสะใภ้สองนอกใจน่ะไม่ใช่พี่เลี้ยงตามข่าวลือหรอกค่ะ แต่เป็นอาสองเองที่บังเอิญควงคู่ไปกับคุณป้าสะใภ้ใหญ่!”สวี่เพียวเพียวตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ“ตอนนั้นอาสะใภ้สองประกาศว่าตัวเองท้องค่ะ แล้วก็ขออนุญาตทางบ้านกลับมาพักฟื้นร่างกาย ป้าสะใภ้ใหญ่ที่หวังดีก็เลยหิ้วของบำรุงกะจะไปเยี่ยม อาสองเองก็ไม่ได้เฉลียวใจเลยพาป้าสะใภ้ใหญ่เดินขึ้นไปหาถึงบนห้องนอน แล้วก็เจอแจ็กพอตเข้า เพราะอาสะใภ้สองกับนักแสดงชายคนกำลัง...”“และพอเด็กแฝดคู่นั้นลืมตาดูโลก ผลตรวจ DNA ก็ออกมาเป็นเครื่องยืนยันค่ะว่า เด็กทั้งสองคนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของอาสองจริง ๆ ”“หลังจากนั้น คุณปู่ก็ยื่นคำขาดบีบให้ทั้งคู่หย่าขาดจากกัน แต่อาสองกลับดื้อแพ่งไม่ยอมหย่าท่าเดียว เขาคร่ำครวญว่าต่อให้อาสะใภ้สองจะคบชู้ เธอก็ยังเป็นแรงบันดาลใจและเป็นนางเอกในดวงใจของเขาตลอดกาล ถึ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 382

    สวี่เพียวเพียวยอมรับความจริงข้อนี้อย่างเต็มอกลึก ๆ แล้วเหตุผลที่เธอเลือกเปิดใจให้ฮั่วจี้เซินในตอนแรก ก็เป็นเพราะความหล่อของเขาเป็นประเดิมนั่นแหละหากปราศจากใบหน้าฟ้าประทานที่ดูโดดเด่นเกินใครนั่น ฮั่วจี้เซินก็อาจจะไม่สามารถดึงดูดสายตาของเธอให้หยุดนิ่งได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาเดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำสวี่เจินหลี่จำต้องยอมอย่างจนปัญญา “ลูกคนนี้นี่จริง ๆ เลย”“แม่คะ อย่ากังวลไปเลยค่ะ หนูเข้าใจดีว่าแม่เป็นห่วงเรื่องอะไร ถึงแม้ว่าในเชิงธุรกิจบ้านเราจะเทียบกับตระกูลฮั่วไม่ได้ แต่แม่กับพ่อก็เลี้ยงหนูมาให้เติบโตมาอย่างมีความสุขและเพียบพร้อมมาโดยตลอด”“แม่ยังจำคุณป้าชุนเทียน เพื่อนบ้านข้าง ๆ เราตอนเด็ก ๆ ได้ไหมคะ ตอนนั้นฝ่ายชายระแวงสารพัดจนเธอต้องยอมเซ็นสัญญาก่อนสมรสไว้ตั้งมากมาย แต่พอถึงคราวจะหย่ากันจริง ๆ นอกจากเขาจะไม่เหลือเงินติดตัวให้เธอสักบาทแล้ว ยังทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้เธอรับผิดชอบอีก แม่จำไม่ได้เหรอคะ?”เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เจินหลี่ก็เริ่มมีสีหน้าหวั่นไหวคนที่สวี่เพียวเพียวหยิบยกมาอ้างถึงนั้นคือเพื่อนบ้านในอดีตซึ่งฐานะทางบ้านก็ดูจะทัดเทียมกับตระกูลสวี่ในเวลานั้น ก่อ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 381

    ในเวลานั้น สื่อมวลชนและคนภายนอกรับรู้เพียงแค่ว่าจวีเยี่ยฝานนอกใจสามีทว่าเรื่องที่เธอแอบให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิงนั้นกลับมีคนรู้เพียงน้อยนิด เพราะตระกูลฮั่วได้สั่งปิดข่าวเงียบและวางกำลังป้องกันข้อมูลรั่วไหลอย่างแน่นหนาในทุกระดับชั้นยามนั้นจวีเยี่ยฝานกับฮั่วหมิ่นยังไม่มีสถานะหย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ ชาวเน็ตในยุคนั้นจึงทำได้เพียงคาดเดากันไปสนุกปากทว่าทันทีที่มีใครทิ้งความเห็นในคอมเมนต์ เหล่าแฟนคลับรุ่นเก่าของจวีเยี่ยฝานก็จะรีบออกโรงโต้แย้งและแก้ข่าวให้เธอทันทีแม้ว่าเธอจะลาออกจากวงการไปนานหลายปีจนแฟนคลับเหล่านั้นล่วงเข้าสู่วัยอาวุโสกันหมดแล้วแต่ด้วยผลงานการแสดงระดับขึ้นหิ้งที่ยังคงถูกนำมาตัดต่อวนเวียนให้เห็นอยู่ในโลกโซเชียล ทำให้ชื่อเสียงของเธอยังคงขลังและไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลาทันทีที่จวีหย่าเชี่ยนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เธอจึงได้รับฉายาว่าจวีเยี่ยฝานย่อส่วนเพราะเมื่อลองนำรูปถ่ายของทั้งคู่มาวางเปรียบเทียบกันแบบช็อตต่อช็อต จะพบว่าแม้กระทั่งตำแหน่งไฝเสน่ห์ที่หางตาของพวกเธอก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดียวกันราวกับพิมพ์เดียวกันและหลังจากที่เหล่าแฟนคลับช่วยกันออกโรงแก้ข่าว จวีเยี่ยฝ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 25

    สวี่เพียวเพียวไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็สัมผัสได้ถึงหยาดฝนที่สาดซัดลงบนใบหน้า เสื้อผ้าเปียกโชกแนบไปกับลำตัว เธอตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอย่างน่าเวทนารถจี๊ป แรงเลอร์จอดสนิทอยู่ที่หน้าทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของสวี่เพียวเพียว เจ้าของรถก็บีบแตรเร่งซ้ำ ๆ สองสามครั้งส

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 23

    “อืม เอาตามนั้น”เซ่ามู่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะได้ยินเสียงฮั่วจี้เซินที่กำลังจะเดินจากไปพูดขึ้นว่า “ค่าผ้าเช็ดหน้า ให้ไปเบิกกับบริษัท”ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เป็นของแถมจากการซื้อสินค้าแบรนด์เนมแบรนด์หนึ่ง แต่ถ้าจะซื้อแยกราคาก็หลายพันบาท ฮั่วจี้เซินตาถึงและเขาไม่ต้องการเอาเปรียบใครเซ่ามู่ที่ยืน

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 98

    เซ่ามู่รับหน้าที่เป็นคนขับรถจากที่พักของฮั่วจี้เซินไปบริษัท ถ้านับรวมความเป็นไปได้ที่รถจะติดในช่วงเช้า ก็ต้องขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงตลอดทาง สวี่เพียวเพียวเอาแต่ตีหน้าขรึมมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวฮั่วจี้เซินเองก็ก้มหน้าดูรายงานในมือด้วยท่าทีสุขุมระหว่างทั้งสองคน คล้ายมีอะไร

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 77

    แต่แล้วน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ร่องรอยความรู้สึกของฮั่วจี้เซินก็ดังขึ้น“มีคนชอบ”มีดและส้อมในมือของสวี่เพียวเพียวสั่นจนเกือบจะหลุดมือที่เขาพูด... คงไม่ได้หมายถึงเธอใช่ไหม?ฉินอวี่โยวหันมองมาทันที “น้าเพียวเพียวชอบเจ้านี่เหรอครับ? ผมให้ครับ!”พูดจบเขาก็ใช้ส้อมจิ้มพิซซ่าชิ้นหนึ่งมาวางในจานของสวี่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status