Share

บทที่ 3

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
หลังจากนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้าน สวี่เพียวเพียวก็ย่องเข้าบ้านอย่างเงียบเชียบที่สุด เธอจัดการล้างหน้าล้างตาก่อนจะแอบเข้าไปดูในห้องนอนเล็ก แล้วก็เห็นแม่สวี่กับเหลียนฮว่ากำลังหลับสนิท

แม่สวี่ขมวดคิ้วพลางกระซิบถาม “ทำไมกลับดึกนักลูก? หิวไหม? เดี๋ยวแม่ไปต้มบะหมี่ให้กิน”

แม่สวี่พูดพลางพะยุงตัวจะลุกขึ้น

สวี่เพียวเพียวรีบกดไหล่แม่ไว้ทันที “หนูกินมาแล้วค่ะ แม่นอนเถอะ”

ครั้นแล้วก็แม่สวี่ถึงยอมเอนตัวลงนอนต่อ

เพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของลูกสาว ปกติแม่สวี่จะพาเหลียนฮว่านอนอีกห้องหนึ่ง ซึ่งแยกกับสวี่เพียวเพียว

หลังจากตระกูลสวี่ล้มละลาย สวี่เพียวเพียวก็พาแม่และลูกสาวมาเช่าห้องพักในตึกเก่า ๆ แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากบริษัทพอสมควร

เธอเดินเข้าไปห้องครัวแล้วต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยหนึ่งโดยไม่ได้เปิดไฟ อาศัยเพียงแสงจากหน้าจอโทรศัพท์ไล่อ่านข้อมูล

ซึ่งในเว็บบอร์ดภายในของบริษัทตอนนี้มีแต่เรื่องของฮั่วจี้เซินเต็มไปหมด

แม้แต่พื้นที่ในมือถือของเธอก็ถูกเขายึดครองไปโดยปริยาย

ในฐานะเจ้านายสายฟ้าแลบคนใหม่ที่โปรไฟล์เริ่ดและหน้าตาหล่อเหลาขนาดนั้น

เพื่อนร่วมงานจึงต่างพากันแอบถ่ายรูปเขามาลงเว็บบอร์ดจนล้นฟีด

แถมข้อมูลของเขายังถูกขุดออกมาจนหมด แต่ทั้งหมดล้วนถูกแต่งเติมด้วยทองคำ

สายตาของสวี่เพียวเพียวหยุดอยู่ที่ประโยคหนึ่ง

(สมัยเรียนมหาวิทยาลัยต้องทำงานส่งตัวเองเรียน หลังจบการศึกษาได้ก่อตั้งซินเฉิง ไฟแนนซ์ด้วยตัวเองโดยไม่มีการสนับสนุนจากตระกูล จนก้าวเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีเอเชียที่อายุน้อยที่สุด และกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ปที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ...)

ทำงานส่งตัวเองเรียนงั้นเหรอ?

ตลอดหลายปีนั้นเธอเข้าใจผิดมาตลอดว่าฮั่วจี้เซินเป็นเด็กยากจน จึงพยายามรักษาศักดิ์ศรีให้เขาอย่างสุดความสามารถ จะเปย์เงินให้แต่ละทีก็ต้องทำอย่างระมัดระวังเพราะกลัวเขาจะคิดมากจนเหนื่อยใจ

ที่ไหนได้ มันก็แค่เกมสนุก ๆ ของคุณชายตระกูลดังเท่านั้นเอง

สวี่เพียวเพียวนึกถึงประโยคที่เขาเคยพูดในตอนนั้นว่า “ฉันไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ก็จริง

แต่ไหนแต่ไรมา พวกเขาก็อยู่กันคนละโลกอยู่แล้ว

เพราะเขาคือผู้ชายที่สูงส่งและมีสง่าราศี มีผลการเรียนยอดเยี่ยม แถมยังเป็นผู้ที่สอบติดมหาวิทยาลัยเอด้วยคะแนนสูงสุดในปีนั้น และได้เข้าเรียนในสาขาเด่นของมหาวิทยาลัยเออีกด้วย

ส่วนเธอคือคุณหนูที่รักอิสระ ไร้รสนิยม และไม่ชอบเรียนหนังสือ เข้ามหาวิทยาลัยเอได้อย่างหวุดหวิดก็เพราะโควตาขยายรับนักศึกษา และเป็นนักศึกษาสายศิลปะที่มีคะแนนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

ในตอนนี้ก็คงไม่ต่างกัน

ต่อให้เป็นหัวหน้ากับลูกน้องในบริษัทเดียวกัน ฮั่วจี้เซินก็ยังคงเป็นเหมือนยอดเขาสูงเทียมเมฆที่พนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอไม่มีวันเอื้อมถึง

หัวใจของเธอเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นจนปวดหนึบ ไอความร้อนจากถ้วยบะหมี่ลอยฟุ้งขึ้นมา ทำให้ความรู้สึกในใจของเธอราวกับถูกม่านหมอกปกคลุม

สวี่เพียวเพียวกดออกจากเว็บบอร์ดแล้วรีบกินบะหมี่คำโต ๆ เข้าไป

-

เช้าวันถัดมา เซ่ามู่ประกาศเรื่องเกณฑ์การจ่ายค่าล่วงเวลาใหม่ในกลุ่มไลน์บริษัท

เนื่องจากคำสั่งมีผลเฉพาะหลังเที่ยงคืน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เพราะไม่ค่อยมีใครอยู่ดึกขนาดนั้น

ยกเว้นสวี่เพียวเพียวที่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก

เยี่ยนชิว เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้าง ๆ กระซิบถาม “เพียวเพียว แบบนี้เงินเธอไม่หายไปเยอะเลยเหรอ?”

เยี่ยนชิวเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้สถานะทางการเงินของสวี่เพียวเพียว

ตอนแรกเธอก็ไม่ค่อยชอบสวี่เพียวเพียวเพราะเห็นว่ายังเด็กแต่ขยันทำงานจนเกินหน้าเกินตา นึกว่าอยากประจบเจ้านาย

แต่พอรู้ภายหลังว่าเงินเดือนทั้งเดือนของสวี่เพียวเพียวต้องจ่ายค่ายาของคนป่วยถึงสองคน ไหนจะค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายของทั้งครอบครัว และหนี้สิน ก็แทบไม่มีเงินเหลือแล้ว

ค่าล่วงเวลาที่ได้จากการทำงานดึกก็ถือว่าไม่น้อยเลย

ถ้าต่อไปนี้ไม่อนุญาตให้ทำโอทีอีก สวี่เพียวเพียวก็จะสูญเสียรายได้ส่วนหนึ่งไป

เยี่ยนชิวผลักสวี่เพียวเพียวเบา ๆ ครั้งหนึ่ง “หรือว่าเธอจะลองไปขอคุณฮั่วดูไหม? บอกเหตุผลความจำเป็นของเธอให้ชัดเจน ไม่แน่เขาอาจจะยอมให้เธอเบิกโอทีของเดือนนี้ก่อนก็ได้นะ”

ไปหาฮั่วจี้เซินงั้นเหรอ?

จะให้เธอพูดว่าอะไร?

บอกว่าตอนนี้เธอตกอับจนต้องดิ้นรนเพื่อเงินโอทีไม่กี่พันบาท แล้วขอความเมตตาจากเขาอย่างนั้นเหรอ?

ต่อให้ฮั่วจี้เซินจะใจดีรับฟัง เธอก็อายเกินกว่าจะพูดมันออกมา

สวี่เพียวเพียวถอนหายใจ “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหาพาร์ทไทม์ทำก็ได้ ถือซะว่าได้กลับบ้านไปอยู่กับลูกเร็วขึ้น”

พอพูดถึงลูกสาวของสวี่เพียวเพียว เยี่ยนชิวก็ตาสว่างขึ้นมาทันที “ลูกฉันมีเสื้อผ้าบางตัวที่เล็กเกินไป เดี๋ยวเอามาให้เหลียนฮว่านะ อย่ารังเกียจเลยนะ ส่วนใหญ่ใส่แค่ครั้งเดียวเอง”

ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณหนูสวี่ไม่มีทางชายตามองของมือสองเด็ดขาด

แต่ตอนนี้ต่างออกไป เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่นี้ก็เป็นของเดิมตั้งแต่ก่อนบ้านล้มละลาย เธอไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อชุดใหม่แล้วด้วยซ้ำ

สวี่เพียวเพียวยิ้มตอบ “ได้เลยค่ะ เสื้อผ้าเด็กใส่ต่อจากคนอื่นนี่แหละดี ผ้านุ่มและสะอาด ขอบคุณมากนะพี่ชิว”

เยี่ยนชิวเป็นคนมีฐานะดี ขับรถปอร์เช่มาทำงาน เสื้อผ้าที่เธอบอกว่าใส่ครั้งเดียว ส่วนใหญ่ก็เป็นแบรนด์เนมสภาพใหม่เอี่ยม

สวี่เพียวเพียวคิดว่าเอาไปซักอีกรอบแล้วให้ลูกใส่ก็ถือว่าดีมากแล้ว

เมื่อเยี่ยนชิวเห็นว่าเธอรับน้ำใจอย่างใจกว้างและเป็นธรรมชาติก็โล่งใจขึ้น

เธอกังวลว่าสวี่เพียวเพียวจะรู้สึกรังเกียจ แต่ก็อยากช่วยเธอสักหน่อย หากซื้อของใหม่ให้กลับจะดูไม่เหมาะสม แถมยังทำให้สวี่เพียวเพียวต้องคิดว่าจะตอบแทนอย่างไร การเอาเสื้อผ้าใหม่ที่ใส่ไม่ได้แล้วมามอบให้จึงดีที่สุด

อย่างไรเสียก็ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน

แม้สวี่เพียวเพียวจะไม่อยากเจอหน้าฮั่วจี้เซินแค่ไหน แต่อยู่ในบริษัทเดียวกันมันก็เลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากเมื่อคืนนอนน้อยเกินไป เธอจึงเข้าไปในห้องพักเบรกหวังจะชงกาแฟสักแก้ว แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายร่างสูงที่แผ่รังสีกดดันอย่างยิ่งยืนอยู่ก่อนแล้ว

ห้องพักเบรกไม่ถือว่าเล็ก แต่ด้วยความสูงและกล้ามเนื้อภายใต้ชุดสูทของฮั่วจี้เซินกลับให้ความรู้สึกตึงเครียดและความรู้สึกอึดอัดอย่างรุนแรง

สวี่เพียวเพียวจะถอยออกไปตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว จึงทำได้เพียงก้มหน้าลง “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณฮั่ว”

“อืม”

ฮั่วจี้เซินปรายตามองนิ่ง ๆ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะพูดอะไร

และไม่มีทีท่าว่าจะเดินออกไปเช่นกัน

สวี่เพียวเพียวรีบกดกาแฟและเติมน้ำแข็ง แล้วเตรียมจะเดินออกจากห้องพักเบรกไปให้เร็วที่สุด

แต่แล้วน้ำเสียงเย็นชาของเขาก็ดังขึ้น “แผนงานโครงการแก้เสร็จหรือยัง?”

นิ้วมือของเธอกำแก้วแน่นพลางถอยหลังหนึ่งก้าว “แก้เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวจะรีบเอาไปส่งให้นะคะ”

ท่าทางหวาดระแวงของเธอทำให้ฮั่วจี้เซินดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวชนิดหนึ่ง

ฮั่วจี้เซินเอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ต้อง ส่งทางอีเมลก็พอ”

“ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอมากเกินไป”

น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบเหมือนก้อนน้ำแข็ง

เขาเอนหลังพิงเคาน์เตอร์เล็กน้อย ขาเรียวยาวเหยียดออกมาอย่างสบายๆ มือล้วงกระเป๋ากางเกงแสดงออกถึงความสง่างามอย่างผ่อนคลาย

สายตาของสวี่เพียวเพียวจับจ้องอยู่ที่ขากางเกงและรองเท้าของเขา แต่เมื่อเลื่อนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เธอก็เห็นกางเกงสแล็คที่ตัดเย็บอย่างประณีตคู่กับเข็มขัดโลหะแบรนด์หรูราคาหลักหมื่น ซึ่งยิ่งขับเน้นให้เขาดูมีภูมิฐานมากขึ้น

แม้ว่าตระกูลสวี่จะล้มละลายไปแล้ว แต่สวี่เพียวเพียวก็สามารถมองออกในปราดเดียวว่าเสื้อผ้าทั้งชุดที่เขาใส่อยู่นี้ มูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่าหกหลักแน่นอน

อาจเป็นเพราะท่าทางที่ดึงดูดของเขา ทำให้สายตาของเธอเผลอไปหยุดอยู่ที่บริเวณใต้เข็มขัดกางเกงสูทของฮั่วจี้เซิน...

ขนาด... ที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย

เพียงแค่แวบเดียวก็ทำให้แก้มของเธอร้อนผ่าวจนต้องรีบชักสายตากลับ

สมัยที่ยังคบกัน พวกเขาทั้งคู่ต่างก็รื่นเริงไปกับความรักตามประสาวัยรุ่นโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจ สวี่เพียวเพียวเคยลองมาแล้วทุกรูปแบบ และการมีเหลียนฮว่าขึ้นมาก็เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย

แต่ในเมื่อลูกเกิดมาแล้ว เธอจึงถือว่าเป็นของขวัญจากสวรรค์และจะรักษาไว้อย่างดีที่สุด

เมื่อเลื่อนสายตามองขึ้นสูงไปอีก สวี่เพียวเพียวก็สะดุดตากับรอยแดงที่ลำคอของฮั่วจี้เซิน

คนวัยผู้ใหญ่เห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่ามันเกิดจากสถานการณ์แบบไหน

เมื่อก่อนฮั่วจี้เซินไม่ชอบให้เธอทิ้งร่องรอยไว้บนลำคอของเขา และบอกว่าไม่อยากให้ใครเห็น

แต่ตอนนี้เขากลับกล้าเดินไปเดินมาในบริษัทอย่างเปิดเผยพร้อมรอย ‘คิสมาร์ก’ เด่นหราแบบนี้งั้นเหรอ?

ก็แน่ล่ะ

คนอย่างฮั่วจี้เซินคงไม่ขาดแคลนผู้หญิงอยู่แล้ว

ขนาดสมัยเรียนยังมีผู้หญิงล้อมรอบ นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เขาถูกประดับด้วยตำแหน่งทายาทฮั่วซื่อกรุ๊ป คงมีผู้หญิงเก่ง โปรไฟล์ดี ๆ พร้อมวิ่งเข้าใส่มากมาย

สวี่เพียวเพียวลอบถอนหายใจในใจ

ในเมื่อเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอ เธอก็คิดแบบเดียวกัน

เธอข่มความรู้สึกอึดอัดที่เสียดแทงอยู่ในอกไว้ แล้วส่งยิ้มสดใสตอบกลับไป “ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ”

“นอกจากเรื่องงาน ฉันกับคุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกันอยู่แล้วค่ะ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 100

    เยี่ยนชิวพูดถึงบุคลิกพระเอกในเกมที่กำหนดไว้ก่อนเป็นลำดับแรก"พระเอกคนนี้เซ็ตไว้ว่าเป็นดอกฟ้าบนยอดภูผาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นหนุ่มหล่อดาวเด่นผู้โด่งดัง นิสัยสุขุมเยือกเย็น ชอบนางเอกมาตลอดแต่ปากแข็ง โทนเสียงจำเป็นต้องทุ้มต่ำสักหน่อยค่ะ""และก็ต้องคงความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเอาไว้ด้วย ควบคู่ไปกับนิสัยที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้นักพากย์ที่มีความสามารถค่อนข้างสูง"อาจเป็นเพราะบรรยากาศในห้องประชุมไม่ได้เคร่งเครียดอะไรมากมายในแผนงานของเกมจึงระบุพระเอกไว้ถึงห้าคนเกมแนวความรัก ตลาดเป้าหมายก็คือผู้เล่นเกมเพศหญิงภายในห้องประชุมล้วนมีแต่พนักงานหญิงเกมเกมนี้ หนึ่งในจุดขายที่ใช้โปรโมต ก็คือการใช้ทีมงานหญิงล้วนผู้เล่นในท้องตลาดยังคงมีความต้องการในด้านนี้อยู่อีกมากและขอบเขตของการประชุมก็ไม่ได้ตึงเครียดเช่นกัน เยี่ยนชิวจึงพูดด้วยความผ่อนคลายว่า "เพียวเพียว พระเอกคนนี้เธอคิดว่ายังมีตรงไหนต้องปรับแก้อีกไหม?""นอกจากด้านการพากย์เสียงที่ต้องหารือกันแล้ว นิสัยของพระเอกคนนี้ ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันค่ะ"สวี่เพียวเพียวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขณะมองดูข้อมูลแนะนำตัวพระเอก

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 99

    เซ่ามู่เตือนอย่างอ้อม ๆ ว่า "คุณฮั่วครับ ดูเหมือนตอนนี้เสี่ยวสวี่จะยังมีสามีอยู่นะครับ"ชายหนุ่มผู้นั่งอยู่เบาะหลังเงียบงันครู่หนึ่ง ถึงได้มีเสียงหัวเราะที่แฝงความเบิกบานใจดังขึ้น พร้อมด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายแววตาของชายหนุ่มคมกริบ ราวกับนายพรานในป่าใหญ่ ผู้เล็งเป้าหมายไว้แล้ว"ไม่มีแล้วต่างหาก"เมื่อเซ่ามู่ฟังความหมายของฮั่วจี้เซินออก ก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ลืมปรับเปลี่ยนท่าทีให้ดูเป็นการเป็นงานมากขึ้น ขณะแนะนำว่า "คุณฮั่วครับ เสี่ยวสวี่ทำโปรเจกต์ได้ดีหลายงานแล้ว หลังจากนี้ ผมอยากให้เธอได้ดีลงานกับคุณโดยตรง""เอาสิ"โปรเจกต์ที่ทีมของสวี่เพียวเพียวได้รับมาช่วงนี้ เป็นงานที่ส่งมาจากแผนกเกมเป็นโปรเจกต์เกมจีบหนุ่มเกมหนึ่งระเบียบการคร่าว ๆ ของโปรเจกต์ถูกระบุออกมาหมดแล้ว จุดที่ต้องแก้ไขก็ถูกสวี่เพียวเพียวขีดเส้นใต้ทีละจุด ตีกลับไปรอรับกลับมาใหม่ตอนนี้ดำเนินมาถึงหัวข้อสุดท้ายก่อนรายงานความคืบหน้าแต่มีพระเอกในเกมคนหนึ่ง ยังหานักพากย์ที่เหมาะสมไม่ได้เอฟเฟกต์เสียงพากย์ที่ใช้สำหรับทดสอบเสียง คือช่วงเสียงหัวเราะปนเสียงหอบหายใจเล็กน้อยหลังพระเอกจูบนางเอก รว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 98

    เซ่ามู่รับหน้าที่เป็นคนขับรถจากที่พักของฮั่วจี้เซินไปบริษัท ถ้านับรวมความเป็นไปได้ที่รถจะติดในช่วงเช้า ก็ต้องขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงตลอดทาง สวี่เพียวเพียวเอาแต่ตีหน้าขรึมมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวฮั่วจี้เซินเองก็ก้มหน้าดูรายงานในมือด้วยท่าทีสุขุมระหว่างทั้งสองคน คล้ายมีอะไรบางอย่างกั้นขวางอยู่ตรงกลางแต่ตอนนี้เซ่ามู่ดูออกแล้วประธานฮั่วน่าจะมีใจให้เสี่ยวสวี่ไม่น้อยแต่ดูเหมือนเสี่ยวสวี่จะไม่ได้มีใจให้ก็ใช่น่ะสิก่อนที่ประธานฮั่วจะมา ครอบครัวของเสี่ยวสวี่เขาก็รักใคร่กลมเกลียวมีความสุขดีอยู่แล้วไม่ว่าเป็นใคร ถ้าโดนคนอื่นเข้ามายุ่มย่าม สีหน้าก็ต้องดูไม่ดีกันทั้งนั้นแต่สาเหตุที่สวี่เพียวเพียวมีสีหน้าไม่สู้ดีนั้น เป็นเพราะกำลังเมารถอยู่ต่างหากฮั่วจี้เซินยื่นมือไปเปิดกล่องข้างตัว หยิบลูกอมรสมินต์มาส่งให้เม็ดหนึ่งเมื่อสวี่เพียวเพียวก้มหน้าลงก็เห็นมือข้างหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าเธอ ลักษณะขาวผ่อง นิ้วมืองดงามราวผลงานศิลปะ ข้อต่อนิ้วทุกช่วงดูดีประหนึ่งประติมากรรมปล้องไม้ไผ่กลางฝ่ามือ ปรากฏลูกอมรสมินต์"เมารถก็กินนี่ซะ"น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาของชายหนุ่ม ดั

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 97

    "อย่าหักโหมเกินไปนะลูก ถ้าลูกเป็นแบบนี้ทุกวัน แม่จะไม่ยอมผ่าตัดแล้ว"แม่สวี่เป็นห่วง ด้วยกลัวอาการป่วยของตัวเองจะเป็นภาระแก่สวี่เพียวเพียวทำให้ลูกสาวไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง แถมยังต้องทำงานล่วงเวลาอีกพาลบ่นไปถึงเจ้านายของสวี่เพียวเพียว"นี่พ่อหนุ่มคนนั้นให้ลูกกลับไปทำโอทีดึก ๆ ดื่น ๆ เหรอเนี่ย? โอ๊ย ทรมานคนแท้ ๆ ดูท่าทางก็เป็นคนดี ทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้นะ?"สวี่เพียวเพียวฟังแล้วก็ให้รู้สึกร้อนรนเล็กน้อยเพราะความจริง เป็นเธอเองที่มาหาเขา แล้วเผลอหลับไปสวี่เพียวเพียวยกมือขึ้นป้องโทรศัพท์ พูดกลบเกลื่อนไม่กี่คำ ก็วางสายทันทีเมื่อเห็นเธอกินอิ่มแล้ว ฮั่วจี้เซินจึงลุกขึ้น"ไปเถอะ ไปทำงาน""คุณฮั่วคะ..."สวี่เพียวเพียวลังเลเล็กน้อย สายตาล่อกแล่กเซ่ามู่ยังยืนรออยู่ข้างล่างขืนสวี่เพียวเพียวตามเขาลงไป คงได้จ๊ะเอ๋กับเซ่ามู่เข้าแน่"คือว่า ให้ฉันรออีกสักแป๊บค่อยลงไปดีไหมคะ?"ฮั่วจี้เซินมองคนถามด้วยความขบขันไม่ได้พูดแทงใจดำทำลายความคิดเธอนี่เธอคิดว่า เซ่ามู่จะจำไม่ได้จริง ๆ หรือ?ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พวกเขาทำงานร่วมกันมาตั้งกี่ปี และเวลานี้ บนตัวสวี่เพียวเพียวก็ยังมีกลิ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 96

    ฮั่วจี้เซินมองเธอเขม็งไม่ยอมพลาดการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเธอแม้เพียงเศษเสี้ยวน่าเสียดาย เขาไม่พบพิรุธใด ๆสวี่เพียวเพียวมีสีหน้าเรียบเฉย “ไม่รู้สิคะ ฉันเองก็ไม่เคยเจอคุณย่าของฮว่าฮว่าเหมือนกัน”“ไม่เคยเจอ?”ต่อให้ชีวิตสมรสจะดำรงอยู่เพียงสั้น ๆ ก็ไม่น่าจะถึงขั้นไม่เคยเจอพ่อแม่ของอีกฝ่ายเลยนี่สวี่เพียวเพียวถือหมั่นโถวพันชั้นอยู่ลูกหนึ่ง เธอลงมือฉีกกินทีละชั้นอาศัยจังหวะรับประทาน กลบเกลื่อนสีหน้าของตนเองเช่นเดียวกับมือที่กำลังสั่นเทาโชคดีที่สองปีนี้ คำถามเดิม ๆ ไม่รู้ได้ยินมากี่ครั้ง ลำพังแค่เพื่อนบ้านถามไถ่กันเองก็ไม่น้อยแล้ว ซ้ำคำตอบสำหรับคำถามนี้ ก็ซักซ้อมล่วงหน้ามาหลายหนเธอจึงรับมือได้เป็นอย่างดีเพียงแต่คนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้คือฮั่วจี้เซิน จึงเกิดอาการลนลานเล็กน้อย“ใช่ค่ะ แต่คุณก็เคยเจอพ่อของฮว่าฮว่าแล้วนี่คะ เขาไม่ชอบฉัน มีลูกก็ถือเป็นเรื่องผิดพลาด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันคลอดลูก แล้วฉันก็ไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบลูกสาวฉันด้วย”ในห้องอาหารอันโอ่อ่ามีเพียงพวกเขาอยู่กันสองคนเดิมทีฮั่วจี้เซินเพิ่งกินไปไม่กี่คำ เมื่อได้ยินประโยคนี้ ก็ถึงขั้นวางตะเกียบลงทันท

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 95

    เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาของเซ่ามู่กำลังจ้องมองเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆสวี่เพียวเพียวก็รีบกอดเอวฮั่วจี้เซินแน่น และฝังใบหน้าลงกับแผงอกของเขาภาวนาขอให้เซ่ามู่อย่าเดินเข้ามาเด็ดขาดมุมปากของฮั่วจี้เซินยกยิ้ม มือวางลงบนท้ายทอยของสวี่เพียวเพียว หลังสอดนิ้วผ่านเรือนผม นิ้วมือเรียวยาวก็ลูบไล้ต้นคอเธอเบา ๆลูบจนสวี่เพียวเพียวขนลุกไปทั้งตัวฮั่วจี้เซินพูดด้วยเสียงเนิบนาบ “ไม่ต้องหรอก แค่นี้แหละ เดี๋ยวนายลงไปรอข้างล่างก่อนแล้วกัน”“ครับผม”ในฐานะหัวหน้าทีมเลขา เซ่ามู่จึงควบตำแหน่งผู้ช่วยพิเศษของฮั่วจี้เซินไปในตัวและด้วยความที่ฮั่วจี้เซินไม่มีแม่บ้านดูแล เซ่ามู่จึงต้องคอยซื้ออาหารเช้ามาให้ตามรสชาติที่ผู้เป็นเจ้านายชื่นชอบวันนี้เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าเดี๋ยวเซ่ามู่ก็ต้องมาแต่พอเห็นสวี่เพียวเพียวเป็นแบบนี้ ฮั่วจี้เซินก็รู้สึกว่าน่าสนุกดีเซ่ามู่รีบร้อนออกไปทันทีสวี่เพียวเพียวถึงค่อยถอยออกจากอ้อมกอดของฮั่วจี้เซินประโยคแรกที่เธอพูดคือบ่นเขาว่า “ทำไมคุณไม่บอกฉันล่ะว่าจะมีคนมา!”“เธอนี่วุ่นวายจริง ใจคอจะไม่ให้ฉันกินข้าวเช้าหรือไง?”สวี่เพียวเพียวทำท่าจะเดินหนี แต่ก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status