แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: เจ้าเหมียวแวววาว
สวี่เพียวเพียวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ฮั่วจี้เซินมีสีหน้าที่ย่ำแย่เพียงใด รู้เพียงแค่ว่าการถูกเขาจ้องมองแบบนี้ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างของเธอหดเกร็งไปหมดจนอยากจะหนีไปจากที่นี่เสียให้พ้น

เมื่อพูดจบเธอจึงรีบหันหลังเดินออกจากห้องพักเบรกไปทันที

ฮั่วจี้เซินบีบแก้วกาแฟในมือแน่นพลางมองตามแผ่นหลังของสวี่เพียวเพียวที่ดูเหมือนยกภูเขาออกจากอก

เมื่อก่อนเธอไม่เคยดื่มอเมริกาโน่เย็นเลยสักครั้ง และมักจะบ่นว่ามันทั้งขมทั้งเปรี้ยว

แต่ตอนนี้เธอกลับดื่มมันเสียแล้ว

ฮั่วจี้เซินมองตามแผ่นหลังที่หายลับไปจากสายตาของสวี่เพียวเพียว ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาดฉายอารมณ์ที่ซับซ้อน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะสบถคำหยาบคายออกมาเบา ๆ

เมื่อกลับถึงห้องทำงาน ฮั่วจี้เซินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเจียงซ่งทันที

“พี่เซิน มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“สวี่เพียวเพียวแต่งงานกับใคร?”

ปลายสายสะดุดเฮือก เจียงซ่งงุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าฮั่วจี้เซินมาไม้ไหน แต่ก็ยังตอบไปตามตรงว่า “ผมไม่ทราบครับ”

“เธอไปจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ เห็นว่า... พอรู้ตัวว่าท้อง ก็เลยตัดสินใจแต่งงานเลย ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นสามีของเธอเหมือนกัน”

“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อไหร่?”

เจียงซ่งเงียบไปและอ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ก่อนจะกัดฟันพูดออกมาว่า “ก็... ก็หลังจากเลิกกับพี่ได้ไม่นาน ได้ยินว่าสวี่เพียวเพียวเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับสามีของเธอนั่นแหละ...”

หลังจากนั้นเจียงซ่งก็ไม่กล้าพูดต่อ

เพิ่งจะเลิกกับฮั่วจี้เซินก็แต่งงานสายฟ้าแลบ แถมยังท้องทันที

ต่อให้ตอนนั้นฮั่วจี้เซินจะไม่ได้รักสวี่เพียวเพียว แต่คงยากที่จะไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกสวมเขา

เจียงซ่งตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฮั่วจี้เซินก็ชิงตัดสายไปเสียก่อน

เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณตัดสาย เจียงซ่งกลับรู้สึกโล่งอก

เพราะถ้าพี่เซินถามต่อ เขาเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน

หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง เจียงซ่งจึงตัดสินใจส่งข้อความหาสวี่เพียวเพียว

“พี่เซินมาถามเรื่องสามีของเธอนะ”

สวี่เพียวเพียวตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“เสียใจด้วยนะ สามีฉันคงไม่ใช่เกย์หรอก”

เจียงซ่ง: “...”

นั่นใช่ประเด็นที่ไหนกันล่ะ?

ตอนแรกเขาอยากจะถามว่าทั้งคู่ไปเจอกันได้ยังไง แต่คิดไปคิดมา เจียงซ่งก็รู้สึกอย่าหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า

-

หลังจากฮั่วจี้เซินได้รับอีเมลจนกระทั่งเลิกงาน ทุกอย่างก็ดูเงียบสงบ

สวี่เพียวเพียวยังขวัญเสียจากเรื่องเมื่อคืนจึงตัดสินใจเลิกงานตรงเวลา

เมื่อเยี่ยนชิวเห็นเธอปิดคอมพิวเตอร์จึงถามอย่างประหลาดใจว่า “วันนี้ไม่ทำโอทีเหรอ?”

“ไม่ค่ะ จะรีบกลับไปหาลูกสาว” สวี่เพียวเพียวตอบ

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินคุยเล่นกันไปพลางเดินเข้าไปในลิฟต์ ทว่ากลับต้องมาเจอฮั่วจี้เซินในลิฟต์โดยไม่คาดคิดหลังจากที่ไม่เจอมาทั้งวัน

เยี่ยนชิวและสวี่เพียวเพียวรีบเก็บสีหน้ายิ้มแย้มทันที และยืนตัวลีบอยู่ข้าง ๆ

โชคดีที่ฮั่วจี้เซินไม่ได้สนใจพวกเธอ เขากำลังสวมหูฟังบลูทูธและคุยโทรศัพท์อยู่

“อืม รู้แล้ว คืนนี้จะกลับไปกินข้าวด้วยแน่นอน”

“อืม วางใจเถอะ ผมจำได้ว่าจะต้องซื้อดอกไม้ไปฝากครับ”

น้ำเสียงอ่อนโยนและเอาใจใส่คล้ายกับคลื่นน้ำที่นุ่มนวลนั้น สามารถสัมผัสได้ถึงความรักและความทะนุถนอมของฮั่วจี้เซิน

เมื่อสามปีก่อน สวี่เพียวเพียวก็เคยได้ยินน้ำเสียงที่เอาใจอย่างอดทนแบบนี้จากฮั่วจี้เซินเฉพาะแค่ตอนอยู่บนเตียงเท่านั้นแหละ

บางที คนที่อยู่ในสายคงจะเป็นคนเดียวกับคนที่ทิ้งร่องรอยไว้บนต้นคอของเขา

เวลาไม่กี่สิบวินาทีในลิฟต์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฮั่วจี้เซินเดินออกไปก่อน

เยี่ยนชิวตบอกตัวเองเบา ๆ

แล้วเอ่ยอย่างอิจฉาว่า “เมื่อกี้คุณฮั่วคุยกับแฟนใช่ไหมนะ? อ่อนโยนซะขนาดนั้น ดูเหมือนว่าต่อให้ผู้ชายที่เข้มแข็งและเด็ดขาดแค่ไหน พอเจอผู้หญิงที่รักก็กลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟกันหมด”

สวี่เพียวเพียวอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบตามสัญชาตญาณว่า “คงงั้นมั้งคะ”

เธอปฏิเสธคำชวนของเยี่ยนชิวที่จะขับรถไปส่ง แล้วเบียดเสียดขึ้นรถไฟใต้ดินแทน

ท่ามกลางผู้คนบนรถไฟที่ขวักไขว่

เธอนึกถึงข้อความที่เจียงซ่งส่งมา

บางทีตอนที่เซ่ามู่แนะนำข้อมูลพนักงาน คงจะหลุดปากพูดเรื่องครอบครัวออกไปบ้าง

ก่อนหน้านี้เคยมีหัวหน้าคนหนึ่งเห็นสวี่เพียวเพียวสวยและมีบุคลิกเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์จึงคิดว่าทางบ้านของเธอคงมีฐานะดี และไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน จึงไม่เคยพิจารณาเรื่องการเลื่อนตำแหน่งหรือขึ้นเงินเดือนให้เธอเลย

เป็นเซ่ามู่ที่ช่วยผลักดันให้ ซึ่งสวี่เพียวเพียวก็รู้สึกซาบซึ้งมาก

แต่การที่ฮั่วจี้เซินถามเรื่องสามีเธอ ทำให้สวี่เพียวเพียวรู้สึกเหนือความคาดหมาย

ความจริงแล้ว สามีของสวี่เพียวเพียว... ไม่มีตัวตน

ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอพาคุณพ่อไปรักษาที่ต่างประเทศ เธอบังเอิญได้พบกับเพื่อนผู้ป่วยบนเครื่องบิน

ความปรารถนาสุดท้ายของผู้อาวุโสทั้งสองฝ่ายคือการได้เห็นลูก ๆ เป็นฝั่งเป็นฝา

สวี่เพียวเพียวและลูกชายของเพื่อนผู้ป่วยคนนั้นจึงจำใจรับปากต่อหน้าเตียงคนป่วยว่าจะคบกัน

แต่ไม่นานนักผู้ป่วยทั้งสองก็จากไป และเธอกับอีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว

ส่วนสถานภาพสมรส เป็นสิ่งที่สวี่เพียวเพียวกุขึ้นมาเอง เพื่อที่จะบอกกับคนภายนอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว

และตอนนั้นสวี่เพียวเพียวก็ได้ให้กำเนิดเหลียนฮว่าแล้ว

ในสังคมนี้ ผู้หญิงที่สามีไม่เอาไหนหรือไม่ดูแลลูกมักจะได้รับความเห็นใจ

แต่ผู้หญิงที่ท้องก่อนแต่งโดยหาพ่อเด็กไม่ได้ มักจะถูกตราหน้าและตำหนิ

สวี่เพียวเพียวไม่แคร์คำนินทาที่เกิดกับตัวเอง แต่เธอไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องเติบโตมาภายใต้สายตาที่เหยียดหยาม

ต่อให้จะไม่มีตัวตนจริง ๆ แต่เด็กก็จำเป็นต้องมีชื่อพ่อในนาม

ไม่ว่าอย่างไร สวี่เพียวเพียวจะไม่มีวันให้ฮั่วจี้เซินรู้เรื่องการมีตัวตนของเหลียนฮว่าเด็ดขาด

ครอบครัวอย่างตระกูลฮั่ว หากรู้เรื่องเหลียนฮว่าเข้า ไม่ว่าจะแย่งชิงลูกไปจากเธอ หรือจะดูถูกเหยียดหยามและทารุณลูกของเธอ...

ทุกอย่างก็ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น

เหลียนฮว่าเป็นลูกสาว ต่อให้ถูกแย่งกลับไป ตระกูลฮั่วก็คงไม่ให้ความสำคัญกับเธออยู่ดี

สวี่เพียวเพียวเห็นฉากการแย่งชิงลูกในหมู่เศรษฐีมามากเกินไป จนสิ่งนี้กลายเป็นหนามที่ฝังลึกอยู่ในใจของเธอ

ไม่ว่าฮั่วจี้เซินจะมีจุดประสงค์อะไร เธอก็ไม่สนใจทั้งนั้น

เธอสนแค่ลูกสาวคนเดียวเท่านั้น

-

ณ บ้านตระกูลฮั่ว

ฮั่วจี้เซินยื่นช่อดอกกุหลาบที่บานสะพรั่งให้กับคุณนายฮั่วที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร

เขาพูดน้อยตามนิสัย “ดอกไม้... ที่แม่ต้องการ”

คุณนายฮั่วรับมาด้วยความดีใจ แต่ปากกลับบ่นว่า “อะไรคือที่แม่ต้องการ? ตั้งแต่กลับประเทศมา แกแทบไม่กลับบ้านเลย ลืมแม่คนนี้ไปแล้วใช่ไหม?”

ฮั่วจี้เซินตอบเพียง “ผมไปล้างมือก่อน”

แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

“ไอ้ลูกชายคนนี้!” คุณนายฮั่วบ่นพึมพำ ก่อนจะทำหน้ายิ้มแล้วยื่นดอกไม้ในมือให้เจียงหรั่นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “มาสิจ๊ะ ดอกไม้ที่อาเซินซื้อมา ป้ายกให้หนูนะ ดอกไม้สวย ๆ แบบนี้ต้องคู่กับคนหนุ่มสาว ป้าน่ะแก่ฟันหลอแล้ว!”

ใบหน้าจิ้มลิ้มของเจียงหรั่นเต็มไปด้วยความขัดเขินและยินดี

เธอยังไม่ได้รับดอกไม้ไปทันที แต่สายตาเฝ้ามองไปที่ฮั่วจี้เซินที่เพิ่งล้างมือเดินออกมา เธอเม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “คุณป้าคะ นี่เป็นดอกไม้ที่พี่เซินซื้อให้คุณป้านะคะ หนูรับไว้คงไม่เหมาะ อีกอย่างคุณป้ายังดูสาวและสวยอยู่เลยค่ะ จะแก่ได้ยังไงกัน?”

คุณนายฮั่วยิ้มจนตาหยี

เจียงหรั่นพูดจาได้ไพเราะและถูกใจเธอเสมอ ช่างต่างจากคำพูดเย็นชาของฮั่วจี้เซินลิบลับ

“รับไปเถอะจ้ะ ตั้งใจซื้อมาให้หนูอยู่แล้ว”

พอรู้ว่าเจียงหรั่นจะมากินข้าวด้วย คุณนายฮั่วจึงตัดสินใจสั่งให้ฮั่วจี้เซินซื้อดอกไม้ติดมือมาด้วย

ฮั่วจี้เซินดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือเรื่องความรัก แถมดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย จนคนเป็นแม่อย่างเธอเริ่มร้อนใจ

ฮั่วจี้เซินเป็นลูกชายคนโตและหลานชายคนโตของตระกูลฮั่ว

และเป็นลูกชายโทนของบ้านใหญ่ คุณปู่ฮั่วมีลูกชายสามคน มีหลานชายสี่คนและหลานสาวหนึ่งคน ซึ่งยังไม่มีใครแต่งงานเลย

หลานคนอื่น ๆ ที่ยังเด็กก็ว่าไปอย่าง แต่คนที่โตหน่อยต่างก็อ้างว่าฮั่วจี้เซินซึ่งเป็นพี่ใหญ่ยังไม่แต่งงาน พวกเขาก็ยังไม่กล้าแต่งข้ามหน้าข้ามตา

คุณนายฮั่วมีฮั่วจี้เซินเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เธอจึงหวังจะเห็นเขาเป็นฝั่งเป็นฝาและมีทายาทโดยเร็ว

สายตาของเจียงหรั่นมีเพียงฮั่วจี้เซินเท่านั้น

เขามีบุคลิกที่โดดเด่นเหนือใคร เมื่อถอดเสื้อสูทออกเหลือเพียงเสื้อกั๊ก ยิ่งขับเน้นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเขา ทุกอากัปกิริยาล้วนแฝงไปด้วยความสูงศักดิ์ที่ยากจะบรรยาย

“พี่เซินคะ ฉันรับดอกไม้ช่อนี้ได้จริง ๆ เหรอคะ?”

“อย่าเรียกมั่วซั่ว”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้ามองไปที่ใบหน้าที่แดงระเรื่อของเจียงหรั่น “ดอกไม้ไม่ได้ซื้อให้เธอ ถ้าอยากได้ก็ไปซื้อเอาเอง”

เจียงหรั่นเม้มปากแน่นอย่างน่าสงสาร ก่อนจะโพล่งถามออกมาว่า “พี่เซินคะ พี่ยังจำสวี่เพียวเพียวได้ไหม?”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 382

    สวี่เพียวเพียวยอมรับความจริงข้อนี้อย่างเต็มอกลึก ๆ แล้วเหตุผลที่เธอเลือกเปิดใจให้ฮั่วจี้เซินในตอนแรก ก็เป็นเพราะความหล่อของเขาเป็นประเดิมนั่นแหละหากปราศจากใบหน้าฟ้าประทานที่ดูโดดเด่นเกินใครนั่น ฮั่วจี้เซินก็อาจจะไม่สามารถดึงดูดสายตาของเธอให้หยุดนิ่งได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาเดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำสวี่เจินหลี่จำต้องยอมอย่างจนปัญญา “ลูกคนนี้นี่จริง ๆ เลย”“แม่คะ อย่ากังวลไปเลยค่ะ หนูเข้าใจดีว่าแม่เป็นห่วงเรื่องอะไร ถึงแม้ว่าในเชิงธุรกิจบ้านเราจะเทียบกับตระกูลฮั่วไม่ได้ แต่แม่กับพ่อก็เลี้ยงหนูมาให้เติบโตมาอย่างมีความสุขและเพียบพร้อมมาโดยตลอด”“แม่ยังจำคุณป้าชุนเทียน เพื่อนบ้านข้าง ๆ เราตอนเด็ก ๆ ได้ไหมคะ ตอนนั้นฝ่ายชายระแวงสารพัดจนเธอต้องยอมเซ็นสัญญาก่อนสมรสไว้ตั้งมากมาย แต่พอถึงคราวจะหย่ากันจริง ๆ นอกจากเขาจะไม่เหลือเงินติดตัวให้เธอสักบาทแล้ว ยังทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้เธอรับผิดชอบอีก แม่จำไม่ได้เหรอคะ?”เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เจินหลี่ก็เริ่มมีสีหน้าหวั่นไหวคนที่สวี่เพียวเพียวหยิบยกมาอ้างถึงนั้นคือเพื่อนบ้านในอดีตซึ่งฐานะทางบ้านก็ดูจะทัดเทียมกับตระกูลสวี่ในเวลานั้น ก่อ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 381

    ในเวลานั้น สื่อมวลชนและคนภายนอกรับรู้เพียงแค่ว่าจวีเยี่ยฝานนอกใจสามีทว่าเรื่องที่เธอแอบให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิงนั้นกลับมีคนรู้เพียงน้อยนิด เพราะตระกูลฮั่วได้สั่งปิดข่าวเงียบและวางกำลังป้องกันข้อมูลรั่วไหลอย่างแน่นหนาในทุกระดับชั้นยามนั้นจวีเยี่ยฝานกับฮั่วหมิ่นยังไม่มีสถานะหย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ ชาวเน็ตในยุคนั้นจึงทำได้เพียงคาดเดากันไปสนุกปากทว่าทันทีที่มีใครทิ้งความเห็นในคอมเมนต์ เหล่าแฟนคลับรุ่นเก่าของจวีเยี่ยฝานก็จะรีบออกโรงโต้แย้งและแก้ข่าวให้เธอทันทีแม้ว่าเธอจะลาออกจากวงการไปนานหลายปีจนแฟนคลับเหล่านั้นล่วงเข้าสู่วัยอาวุโสกันหมดแล้วแต่ด้วยผลงานการแสดงระดับขึ้นหิ้งที่ยังคงถูกนำมาตัดต่อวนเวียนให้เห็นอยู่ในโลกโซเชียล ทำให้ชื่อเสียงของเธอยังคงขลังและไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลาทันทีที่จวีหย่าเชี่ยนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เธอจึงได้รับฉายาว่าจวีเยี่ยฝานย่อส่วนเพราะเมื่อลองนำรูปถ่ายของทั้งคู่มาวางเปรียบเทียบกันแบบช็อตต่อช็อต จะพบว่าแม้กระทั่งตำแหน่งไฝเสน่ห์ที่หางตาของพวกเธอก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดียวกันราวกับพิมพ์เดียวกันและหลังจากที่เหล่าแฟนคลับช่วยกันออกโรงแก้ข่าว จวีเยี่ยฝ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 380

    เมื่อได้ยินเรื่องราวดังกล่าวสวี่เพียวเพียวถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่จนแทบจะตั้งตัวไม่ติดกับความจริงนี้หากจะว่ากันตามความสัตย์จริง ฮั่วหมิ่นกับเด็กสาวคนนั้นอาจจะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดผูกพันกันเลยแม้แต่น้อยแต่การที่เขาตัดสินใจมาลงเอยกับลูกสาวของอดีตภรรยาเช่นนี้ ไม่ว่าจะพิจารณาจากบรรทัดฐานของสังคมใด ก็นับว่าเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นแม้แต่คนที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนอย่างสวี่เพียวเพียวเอง ยังรู้สึกใจสั่นระรัวจนหนังตากระตุกถี่ ๆ อย่างไม่อาจควบคุม“อาสองรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”“รู้ และเขานั่นแหละที่เป็นคนเปิดปากบอกเรื่องนี้กับคุณพ่อและคุณปู่ด้วยตัวเอง”ฮั่วจี้เซินซบหน้าลงกับซอกคอของสวี่เพียวเพียวพลางส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ น้ำเสียงของเขาในยามนี้ทั้งแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างเหลือร้าย ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้า จนมีท่าทางที่ดูเกียจคร้านและปล่อยตัวตามสบาย“ที่รัก จะว่าไปพวกเราก็นับว่าโชคดีนะ”เขาหัวเราะอีกครั้ง “คุณปู่บอกว่า ถ้ารู้แต่แรกว่าอาสองจะคว้าเมียรุ่นคราวลูกแบบนี้มาเข้าบ้าน คงไม่เสียเวลามานั่งตำหนิเรื่องของพวกเราให้เหนื่อยเปล่

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 379

    สวี่เพียวเพียวยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างมั่นคง“ลองสู้ดูสักตั้งก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย ในเมื่อปรมาจารย์เสิ่นอยู่ที่เมืองซีและปรมาจารย์เหวินเองก็พักอยู่ที่นั่นเหมือนกัน ถ้าหากปรมาจารย์เสิ่นไม่ตอบตกลง เราค่อยเบนเข็มไปหาปรมาจารย์เหวินก็ได้”ตามความเป็นจริงแล้ว ปรมาจารย์เหวินเองก็อยู่ในรายชื่อที่พวกเธอตั้งใจจะติดต่อเพื่อขอความร่วมมืออยู่แล้ว เพียงแต่หากพิจารณาถึงระดับฝีมือที่เลื่องชื่อและบารมีในวงการ ปรมาจารย์เสิ่นย่อมถือว่าเหนือกว่าปรมาจารย์เหวินอยู่หลายขุมนักฮั่วสวินเจินเริ่มรู้สึกใจชื้นและฮึดสู้ตามขึ้นมาบ้าง“ค่ะ งั้นเราลองไปพบพวกเขาให้ครบทุกคนเลย! แต่ถ้าสุดท้ายแล้วพวกเขาพร้อมใจกันปฏิเสธเราล่ะ?”“พี่เชื่อมั่นว่าอัญมณีของพวกเราจะได้พบกับปรมาจารย์ที่มองเห็นคุณค่าและเข้าใจพวกมันอย่างลึกซึ้งที่สุด หากท้ายที่สุดพวกเขาจะปฏิเสธ นั่นก็เป็นเพียงบทพิสูจน์ว่าพวกเขายังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับแบรนด์ของเราเท่านั้นเอง”ฮั่วจี้เซินเอ่ยแทรกขึ้น “ฉันพอจะมีช่องทางการติดต่อส่วนตัวของเสิ่นอิ้นซานอยู่นะ”ทั้งสวี่เพียวเพียวและฮั่วสวินเจินต่างหันขวับมามองเขาเป็นตาเดียวเพียงครู่หนึ่ง สวี่เพียวเพียวก็

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 378

    ทันทีที่รับสวี่เพียวเพียวขึ้นรถมาฮั่วสวินเจินก็เริ่มบ่นอุบอิบระบายความอัดอั้นมาตลอดทาง“พี่สะใภ้ พี่คิดดูสิว่าปรมาจารย์คนนั้นเขาใช้ตรรกะอะไรคิดกันแน่? มาบอกว่าพวกเราเป็นผู้หญิงกันหมดเลยไม่ยอมร่วมงานด้วย ยุคสมัยไหนแล้วยังมาเหยียดเพศกันแบบนี้อีก น่าโมโหจริง ๆ เลย!”สวี่เพียวเพียวนั่งอยู่เบาะหน้า“พี่ลองไปเช็กข้อมูลดูอย่างละเอียดแล้ว ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์หลี่เขาก็เคยร่วมงานกับแบรนด์จิวเวลรี่ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของอยู่นะ เพราะฉะนั้นเหตุผลจริง ๆ คงแค่หาเรื่องไม่อยากร่วมงานกับพวกเราก็เท่านั้นแหละ”ยิ่งครุ่นคิด สวี่เพียวเพียวก็ยิ่งรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ชอบกลทว่าในวงการศิลปะ การพบเจอคนที่มีอุดมการณ์แรงกล้าจนเข้าขั้นแปลกประหลาดนั้นไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเขาอาจจะมองว่าแบรนด์ของพวกเธอเพิ่งจะตั้งไข่ และยังมองไม่เห็นอนาคตที่มั่นคงพอจะร่วมหัวจมท้ายด้วยซึ่งก็นับเป็นเหตุผลที่พอจะทำความเข้าใจได้สวี่เพียวเพียววางโทรศัพท์ลงพลางทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ในหัวยังคงติดตาอยู่กับแววตาของปรมาจารย์หลี่ที่วูบไหวด้วยความทึ่งที่ได้เห็นแบบร่างของคอลเลกชันนฤมิตปีกแบบร่างที่พวกเธอส่งไปให้ดูนั้นเป็นเพีย

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 377

    “ใช่ชีสเค้กของร้านตรงหัวมุมถนนข้างหน้านั่นหรือเปล่า? เดี๋ยวสัมภาษณ์เสร็จ พ่อจะพาหนูไปเลือกซื้อเค้กเอาไปฝากคุณแม่นะ แล้วเราค่อยไปรับแม่เลิกงานพร้อมกัน”เหลียนฮว่าพยักหน้าหงึกหงัก “ค่ะ”เมื่อคุณครูจดบันทึกคำตอบลงในสมุดคู่มือการสัมภาษณ์จนครบถ้วนทุกข้อ เธอก็ลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือออกมาเพื่อขอจับมือเป็นการแสดงความยินดีกับฮั่วจี้เซิน“ลูกสาวของคุณยอดเยี่ยมมากจริง ๆ ค่ะ ความรู้และไหวพริบหลายอย่างล้ำหน้าเกินวัยไปมาก ไม่ทราบว่าปกติคุณมีเคล็ดลับหรือวิธีการเลี้ยงดูยังไงคะ?”“ทั้งหมดนี้เป็นความดีความชอบของภรรยาผมเพียงคนเดียวครับ”ตลอดช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา ชีวิตของเหลียนฮว่าดำเนินไปโดยไม่มีเขาอยู่เคียงข้างฮั่วจี้เซินตระหนักดีว่าตนเองไม่ใช่พ่อที่สมบูรณ์แบบ เขาทำเวลาช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิตลูกสาวหล่นหายไปอย่างไม่อาจเรียกคืนได้และเป็นสวี่เพียวเพียวที่ใจกว้างพอจะมอบโอกาสให้เขาได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโลกของพวกเธออีกครั้งทางด้านการสัมภาษณ์ของฉินอวี่โยว แม้จะมีจังหวะที่ติดขัดและตะกุกตะกักไปบ้างตามประสาเด็กซน แต่ก็ถือว่าผ่านพ้นไปได้โดยไม่มีเหตุการณ์น่ากังวลใด ๆ คำถามที่เขาได้รับนั้นแทบไม่ต

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 98

    เซ่ามู่รับหน้าที่เป็นคนขับรถจากที่พักของฮั่วจี้เซินไปบริษัท ถ้านับรวมความเป็นไปได้ที่รถจะติดในช่วงเช้า ก็ต้องขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงตลอดทาง สวี่เพียวเพียวเอาแต่ตีหน้าขรึมมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวฮั่วจี้เซินเองก็ก้มหน้าดูรายงานในมือด้วยท่าทีสุขุมระหว่างทั้งสองคน คล้ายมีอะไร

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 77

    แต่แล้วน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ร่องรอยความรู้สึกของฮั่วจี้เซินก็ดังขึ้น“มีคนชอบ”มีดและส้อมในมือของสวี่เพียวเพียวสั่นจนเกือบจะหลุดมือที่เขาพูด... คงไม่ได้หมายถึงเธอใช่ไหม?ฉินอวี่โยวหันมองมาทันที “น้าเพียวเพียวชอบเจ้านี่เหรอครับ? ผมให้ครับ!”พูดจบเขาก็ใช้ส้อมจิ้มพิซซ่าชิ้นหนึ่งมาวางในจานของสวี่

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 55

    เพราะไม่ว่าเขาจะเรียกเงินเท่าไหร่ เธอก็ตั้งใจจะเก็บออมมาคืนเขาให้ได้ อย่างมากที่สุดก็แค่ขอผ่อนชำระเอา“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณฮั่วพักผ่อนให้เต็มที่ค่ะ”ประตูห้องปิดลง สวี่เพียวเพียวจากไปแล้วเสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นจากใกล้จนค่อย ๆ ห่างออกไป ราวกับการเคาะจังหวะบทเพลงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากโ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 50

    “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ผมมองดูแล้วทั้งสองท่านช่างดูเหมาะสมกันมากจริง ๆ ครับ”ฮั่วจี้เซินเพียงแต่ยิ้มรับสั้น ๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทางด้านสวี่เพียวเพียวที่เพิ่งจะหยิบเหล้ามาได้ ก็ถูกบริกรคนหนึ่งเดินเข้ามาชนจนเหล้าราดใส่ตัวเธอเข้าอย่างจังไวน์แดงที่หกรดลงบนชุดเดรสผ้าซาตินสีขาวนั้นดูเด่นชัดและเลอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status