Share

บทที่ 4

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
สวี่เพียวเพียวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ฮั่วจี้เซินมีสีหน้าที่ย่ำแย่เพียงใด รู้เพียงแค่ว่าการถูกเขาจ้องมองแบบนี้ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างของเธอหดเกร็งไปหมดจนอยากจะหนีไปจากที่นี่เสียให้พ้น

เมื่อพูดจบเธอจึงรีบหันหลังเดินออกจากห้องพักเบรกไปทันที

ฮั่วจี้เซินบีบแก้วกาแฟในมือแน่นพลางมองตามแผ่นหลังของสวี่เพียวเพียวที่ดูเหมือนยกภูเขาออกจากอก

เมื่อก่อนเธอไม่เคยดื่มอเมริกาโน่เย็นเลยสักครั้ง และมักจะบ่นว่ามันทั้งขมทั้งเปรี้ยว

แต่ตอนนี้เธอกลับดื่มมันเสียแล้ว

ฮั่วจี้เซินมองตามแผ่นหลังที่หายลับไปจากสายตาของสวี่เพียวเพียว ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาดฉายอารมณ์ที่ซับซ้อน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะสบถคำหยาบคายออกมาเบา ๆ

เมื่อกลับถึงห้องทำงาน ฮั่วจี้เซินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเจียงซ่งทันที

“พี่เซิน มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“สวี่เพียวเพียวแต่งงานกับใคร?”

ปลายสายสะดุดเฮือก เจียงซ่งงุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าฮั่วจี้เซินมาไม้ไหน แต่ก็ยังตอบไปตามตรงว่า “ผมไม่ทราบครับ”

“เธอไปจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ เห็นว่า... พอรู้ตัวว่าท้อง ก็เลยตัดสินใจแต่งงานเลย ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นสามีของเธอเหมือนกัน”

“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อไหร่?”

เจียงซ่งเงียบไปและอ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ก่อนจะกัดฟันพูดออกมาว่า “ก็... ก็หลังจากเลิกกับพี่ได้ไม่นาน ได้ยินว่าสวี่เพียวเพียวเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับสามีของเธอนั่นแหละ...”

หลังจากนั้นเจียงซ่งก็ไม่กล้าพูดต่อ

เพิ่งจะเลิกกับฮั่วจี้เซินก็แต่งงานสายฟ้าแลบ แถมยังท้องทันที

ต่อให้ตอนนั้นฮั่วจี้เซินจะไม่ได้รักสวี่เพียวเพียว แต่คงยากที่จะไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกสวมเขา

เจียงซ่งตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฮั่วจี้เซินก็ชิงตัดสายไปเสียก่อน

เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณตัดสาย เจียงซ่งกลับรู้สึกโล่งอก

เพราะถ้าพี่เซินถามต่อ เขาเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน

หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง เจียงซ่งจึงตัดสินใจส่งข้อความหาสวี่เพียวเพียว

“พี่เซินมาถามเรื่องสามีของเธอนะ”

สวี่เพียวเพียวตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“เสียใจด้วยนะ สามีฉันคงไม่ใช่เกย์หรอก”

เจียงซ่ง: “...”

นั่นใช่ประเด็นที่ไหนกันล่ะ?

ตอนแรกเขาอยากจะถามว่าทั้งคู่ไปเจอกันได้ยังไง แต่คิดไปคิดมา เจียงซ่งก็รู้สึกอย่าหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า

-

หลังจากฮั่วจี้เซินได้รับอีเมลจนกระทั่งเลิกงาน ทุกอย่างก็ดูเงียบสงบ

สวี่เพียวเพียวยังขวัญเสียจากเรื่องเมื่อคืนจึงตัดสินใจเลิกงานตรงเวลา

เมื่อเยี่ยนชิวเห็นเธอปิดคอมพิวเตอร์จึงถามอย่างประหลาดใจว่า “วันนี้ไม่ทำโอทีเหรอ?”

“ไม่ค่ะ จะรีบกลับไปหาลูกสาว” สวี่เพียวเพียวตอบ

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินคุยเล่นกันไปพลางเดินเข้าไปในลิฟต์ ทว่ากลับต้องมาเจอฮั่วจี้เซินในลิฟต์โดยไม่คาดคิดหลังจากที่ไม่เจอมาทั้งวัน

เยี่ยนชิวและสวี่เพียวเพียวรีบเก็บสีหน้ายิ้มแย้มทันที และยืนตัวลีบอยู่ข้าง ๆ

โชคดีที่ฮั่วจี้เซินไม่ได้สนใจพวกเธอ เขากำลังสวมหูฟังบลูทูธและคุยโทรศัพท์อยู่

“อืม รู้แล้ว คืนนี้จะกลับไปกินข้าวด้วยแน่นอน”

“อืม วางใจเถอะ ผมจำได้ว่าจะต้องซื้อดอกไม้ไปฝากครับ”

น้ำเสียงอ่อนโยนและเอาใจใส่คล้ายกับคลื่นน้ำที่นุ่มนวลนั้น สามารถสัมผัสได้ถึงความรักและความทะนุถนอมของฮั่วจี้เซิน

เมื่อสามปีก่อน สวี่เพียวเพียวก็เคยได้ยินน้ำเสียงที่เอาใจอย่างอดทนแบบนี้จากฮั่วจี้เซินเฉพาะแค่ตอนอยู่บนเตียงเท่านั้นแหละ

บางที คนที่อยู่ในสายคงจะเป็นคนเดียวกับคนที่ทิ้งร่องรอยไว้บนต้นคอของเขา

เวลาไม่กี่สิบวินาทีในลิฟต์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฮั่วจี้เซินเดินออกไปก่อน

เยี่ยนชิวตบอกตัวเองเบา ๆ

แล้วเอ่ยอย่างอิจฉาว่า “เมื่อกี้คุณฮั่วคุยกับแฟนใช่ไหมนะ? อ่อนโยนซะขนาดนั้น ดูเหมือนว่าต่อให้ผู้ชายที่เข้มแข็งและเด็ดขาดแค่ไหน พอเจอผู้หญิงที่รักก็กลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟกันหมด”

สวี่เพียวเพียวอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบตามสัญชาตญาณว่า “คงงั้นมั้งคะ”

เธอปฏิเสธคำชวนของเยี่ยนชิวที่จะขับรถไปส่ง แล้วเบียดเสียดขึ้นรถไฟใต้ดินแทน

ท่ามกลางผู้คนบนรถไฟที่ขวักไขว่

เธอนึกถึงข้อความที่เจียงซ่งส่งมา

บางทีตอนที่เซ่ามู่แนะนำข้อมูลพนักงาน คงจะหลุดปากพูดเรื่องครอบครัวออกไปบ้าง

ก่อนหน้านี้เคยมีหัวหน้าคนหนึ่งเห็นสวี่เพียวเพียวสวยและมีบุคลิกเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์จึงคิดว่าทางบ้านของเธอคงมีฐานะดี และไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน จึงไม่เคยพิจารณาเรื่องการเลื่อนตำแหน่งหรือขึ้นเงินเดือนให้เธอเลย

เป็นเซ่ามู่ที่ช่วยผลักดันให้ ซึ่งสวี่เพียวเพียวก็รู้สึกซาบซึ้งมาก

แต่การที่ฮั่วจี้เซินถามเรื่องสามีเธอ ทำให้สวี่เพียวเพียวรู้สึกเหนือความคาดหมาย

ความจริงแล้ว สามีของสวี่เพียวเพียว... ไม่มีตัวตน

ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอพาคุณพ่อไปรักษาที่ต่างประเทศ เธอบังเอิญได้พบกับเพื่อนผู้ป่วยบนเครื่องบิน

ความปรารถนาสุดท้ายของผู้อาวุโสทั้งสองฝ่ายคือการได้เห็นลูก ๆ เป็นฝั่งเป็นฝา

สวี่เพียวเพียวและลูกชายของเพื่อนผู้ป่วยคนนั้นจึงจำใจรับปากต่อหน้าเตียงคนป่วยว่าจะคบกัน

แต่ไม่นานนักผู้ป่วยทั้งสองก็จากไป และเธอกับอีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว

ส่วนสถานภาพสมรส เป็นสิ่งที่สวี่เพียวเพียวกุขึ้นมาเอง เพื่อที่จะบอกกับคนภายนอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว

และตอนนั้นสวี่เพียวเพียวก็ได้ให้กำเนิดเหลียนฮว่าแล้ว

ในสังคมนี้ ผู้หญิงที่สามีไม่เอาไหนหรือไม่ดูแลลูกมักจะได้รับความเห็นใจ

แต่ผู้หญิงที่ท้องก่อนแต่งโดยหาพ่อเด็กไม่ได้ มักจะถูกตราหน้าและตำหนิ

สวี่เพียวเพียวไม่แคร์คำนินทาที่เกิดกับตัวเอง แต่เธอไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องเติบโตมาภายใต้สายตาที่เหยียดหยาม

ต่อให้จะไม่มีตัวตนจริง ๆ แต่เด็กก็จำเป็นต้องมีชื่อพ่อในนาม

ไม่ว่าอย่างไร สวี่เพียวเพียวจะไม่มีวันให้ฮั่วจี้เซินรู้เรื่องการมีตัวตนของเหลียนฮว่าเด็ดขาด

ครอบครัวอย่างตระกูลฮั่ว หากรู้เรื่องเหลียนฮว่าเข้า ไม่ว่าจะแย่งชิงลูกไปจากเธอ หรือจะดูถูกเหยียดหยามและทารุณลูกของเธอ...

ทุกอย่างก็ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น

เหลียนฮว่าเป็นลูกสาว ต่อให้ถูกแย่งกลับไป ตระกูลฮั่วก็คงไม่ให้ความสำคัญกับเธออยู่ดี

สวี่เพียวเพียวเห็นฉากการแย่งชิงลูกในหมู่เศรษฐีมามากเกินไป จนสิ่งนี้กลายเป็นหนามที่ฝังลึกอยู่ในใจของเธอ

ไม่ว่าฮั่วจี้เซินจะมีจุดประสงค์อะไร เธอก็ไม่สนใจทั้งนั้น

เธอสนแค่ลูกสาวคนเดียวเท่านั้น

-

ณ บ้านตระกูลฮั่ว

ฮั่วจี้เซินยื่นช่อดอกกุหลาบที่บานสะพรั่งให้กับคุณนายฮั่วที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร

เขาพูดน้อยตามนิสัย “ดอกไม้... ที่แม่ต้องการ”

คุณนายฮั่วรับมาด้วยความดีใจ แต่ปากกลับบ่นว่า “อะไรคือที่แม่ต้องการ? ตั้งแต่กลับประเทศมา แกแทบไม่กลับบ้านเลย ลืมแม่คนนี้ไปแล้วใช่ไหม?”

ฮั่วจี้เซินตอบเพียง “ผมไปล้างมือก่อน”

แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

“ไอ้ลูกชายคนนี้!” คุณนายฮั่วบ่นพึมพำ ก่อนจะทำหน้ายิ้มแล้วยื่นดอกไม้ในมือให้เจียงหรั่นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “มาสิจ๊ะ ดอกไม้ที่อาเซินซื้อมา ป้ายกให้หนูนะ ดอกไม้สวย ๆ แบบนี้ต้องคู่กับคนหนุ่มสาว ป้าน่ะแก่ฟันหลอแล้ว!”

ใบหน้าจิ้มลิ้มของเจียงหรั่นเต็มไปด้วยความขัดเขินและยินดี

เธอยังไม่ได้รับดอกไม้ไปทันที แต่สายตาเฝ้ามองไปที่ฮั่วจี้เซินที่เพิ่งล้างมือเดินออกมา เธอเม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “คุณป้าคะ นี่เป็นดอกไม้ที่พี่เซินซื้อให้คุณป้านะคะ หนูรับไว้คงไม่เหมาะ อีกอย่างคุณป้ายังดูสาวและสวยอยู่เลยค่ะ จะแก่ได้ยังไงกัน?”

คุณนายฮั่วยิ้มจนตาหยี

เจียงหรั่นพูดจาได้ไพเราะและถูกใจเธอเสมอ ช่างต่างจากคำพูดเย็นชาของฮั่วจี้เซินลิบลับ

“รับไปเถอะจ้ะ ตั้งใจซื้อมาให้หนูอยู่แล้ว”

พอรู้ว่าเจียงหรั่นจะมากินข้าวด้วย คุณนายฮั่วจึงตัดสินใจสั่งให้ฮั่วจี้เซินซื้อดอกไม้ติดมือมาด้วย

ฮั่วจี้เซินดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือเรื่องความรัก แถมดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย จนคนเป็นแม่อย่างเธอเริ่มร้อนใจ

ฮั่วจี้เซินเป็นลูกชายคนโตและหลานชายคนโตของตระกูลฮั่ว

และเป็นลูกชายโทนของบ้านใหญ่ คุณปู่ฮั่วมีลูกชายสามคน มีหลานชายสี่คนและหลานสาวหนึ่งคน ซึ่งยังไม่มีใครแต่งงานเลย

หลานคนอื่น ๆ ที่ยังเด็กก็ว่าไปอย่าง แต่คนที่โตหน่อยต่างก็อ้างว่าฮั่วจี้เซินซึ่งเป็นพี่ใหญ่ยังไม่แต่งงาน พวกเขาก็ยังไม่กล้าแต่งข้ามหน้าข้ามตา

คุณนายฮั่วมีฮั่วจี้เซินเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เธอจึงหวังจะเห็นเขาเป็นฝั่งเป็นฝาและมีทายาทโดยเร็ว

สายตาของเจียงหรั่นมีเพียงฮั่วจี้เซินเท่านั้น

เขามีบุคลิกที่โดดเด่นเหนือใคร เมื่อถอดเสื้อสูทออกเหลือเพียงเสื้อกั๊ก ยิ่งขับเน้นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเขา ทุกอากัปกิริยาล้วนแฝงไปด้วยความสูงศักดิ์ที่ยากจะบรรยาย

“พี่เซินคะ ฉันรับดอกไม้ช่อนี้ได้จริง ๆ เหรอคะ?”

“อย่าเรียกมั่วซั่ว”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้ามองไปที่ใบหน้าที่แดงระเรื่อของเจียงหรั่น “ดอกไม้ไม่ได้ซื้อให้เธอ ถ้าอยากได้ก็ไปซื้อเอาเอง”

เจียงหรั่นเม้มปากแน่นอย่างน่าสงสาร ก่อนจะโพล่งถามออกมาว่า “พี่เซินคะ พี่ยังจำสวี่เพียวเพียวได้ไหม?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 100

    เยี่ยนชิวพูดถึงบุคลิกพระเอกในเกมที่กำหนดไว้ก่อนเป็นลำดับแรก"พระเอกคนนี้เซ็ตไว้ว่าเป็นดอกฟ้าบนยอดภูผาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นหนุ่มหล่อดาวเด่นผู้โด่งดัง นิสัยสุขุมเยือกเย็น ชอบนางเอกมาตลอดแต่ปากแข็ง โทนเสียงจำเป็นต้องทุ้มต่ำสักหน่อยค่ะ""และก็ต้องคงความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเอาไว้ด้วย ควบคู่ไปกับนิสัยที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้นักพากย์ที่มีความสามารถค่อนข้างสูง"อาจเป็นเพราะบรรยากาศในห้องประชุมไม่ได้เคร่งเครียดอะไรมากมายในแผนงานของเกมจึงระบุพระเอกไว้ถึงห้าคนเกมแนวความรัก ตลาดเป้าหมายก็คือผู้เล่นเกมเพศหญิงภายในห้องประชุมล้วนมีแต่พนักงานหญิงเกมเกมนี้ หนึ่งในจุดขายที่ใช้โปรโมต ก็คือการใช้ทีมงานหญิงล้วนผู้เล่นในท้องตลาดยังคงมีความต้องการในด้านนี้อยู่อีกมากและขอบเขตของการประชุมก็ไม่ได้ตึงเครียดเช่นกัน เยี่ยนชิวจึงพูดด้วยความผ่อนคลายว่า "เพียวเพียว พระเอกคนนี้เธอคิดว่ายังมีตรงไหนต้องปรับแก้อีกไหม?""นอกจากด้านการพากย์เสียงที่ต้องหารือกันแล้ว นิสัยของพระเอกคนนี้ ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันค่ะ"สวี่เพียวเพียวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขณะมองดูข้อมูลแนะนำตัวพระเอก

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 99

    เซ่ามู่เตือนอย่างอ้อม ๆ ว่า "คุณฮั่วครับ ดูเหมือนตอนนี้เสี่ยวสวี่จะยังมีสามีอยู่นะครับ"ชายหนุ่มผู้นั่งอยู่เบาะหลังเงียบงันครู่หนึ่ง ถึงได้มีเสียงหัวเราะที่แฝงความเบิกบานใจดังขึ้น พร้อมด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายแววตาของชายหนุ่มคมกริบ ราวกับนายพรานในป่าใหญ่ ผู้เล็งเป้าหมายไว้แล้ว"ไม่มีแล้วต่างหาก"เมื่อเซ่ามู่ฟังความหมายของฮั่วจี้เซินออก ก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ลืมปรับเปลี่ยนท่าทีให้ดูเป็นการเป็นงานมากขึ้น ขณะแนะนำว่า "คุณฮั่วครับ เสี่ยวสวี่ทำโปรเจกต์ได้ดีหลายงานแล้ว หลังจากนี้ ผมอยากให้เธอได้ดีลงานกับคุณโดยตรง""เอาสิ"โปรเจกต์ที่ทีมของสวี่เพียวเพียวได้รับมาช่วงนี้ เป็นงานที่ส่งมาจากแผนกเกมเป็นโปรเจกต์เกมจีบหนุ่มเกมหนึ่งระเบียบการคร่าว ๆ ของโปรเจกต์ถูกระบุออกมาหมดแล้ว จุดที่ต้องแก้ไขก็ถูกสวี่เพียวเพียวขีดเส้นใต้ทีละจุด ตีกลับไปรอรับกลับมาใหม่ตอนนี้ดำเนินมาถึงหัวข้อสุดท้ายก่อนรายงานความคืบหน้าแต่มีพระเอกในเกมคนหนึ่ง ยังหานักพากย์ที่เหมาะสมไม่ได้เอฟเฟกต์เสียงพากย์ที่ใช้สำหรับทดสอบเสียง คือช่วงเสียงหัวเราะปนเสียงหอบหายใจเล็กน้อยหลังพระเอกจูบนางเอก รว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 98

    เซ่ามู่รับหน้าที่เป็นคนขับรถจากที่พักของฮั่วจี้เซินไปบริษัท ถ้านับรวมความเป็นไปได้ที่รถจะติดในช่วงเช้า ก็ต้องขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงตลอดทาง สวี่เพียวเพียวเอาแต่ตีหน้าขรึมมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวฮั่วจี้เซินเองก็ก้มหน้าดูรายงานในมือด้วยท่าทีสุขุมระหว่างทั้งสองคน คล้ายมีอะไรบางอย่างกั้นขวางอยู่ตรงกลางแต่ตอนนี้เซ่ามู่ดูออกแล้วประธานฮั่วน่าจะมีใจให้เสี่ยวสวี่ไม่น้อยแต่ดูเหมือนเสี่ยวสวี่จะไม่ได้มีใจให้ก็ใช่น่ะสิก่อนที่ประธานฮั่วจะมา ครอบครัวของเสี่ยวสวี่เขาก็รักใคร่กลมเกลียวมีความสุขดีอยู่แล้วไม่ว่าเป็นใคร ถ้าโดนคนอื่นเข้ามายุ่มย่าม สีหน้าก็ต้องดูไม่ดีกันทั้งนั้นแต่สาเหตุที่สวี่เพียวเพียวมีสีหน้าไม่สู้ดีนั้น เป็นเพราะกำลังเมารถอยู่ต่างหากฮั่วจี้เซินยื่นมือไปเปิดกล่องข้างตัว หยิบลูกอมรสมินต์มาส่งให้เม็ดหนึ่งเมื่อสวี่เพียวเพียวก้มหน้าลงก็เห็นมือข้างหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าเธอ ลักษณะขาวผ่อง นิ้วมืองดงามราวผลงานศิลปะ ข้อต่อนิ้วทุกช่วงดูดีประหนึ่งประติมากรรมปล้องไม้ไผ่กลางฝ่ามือ ปรากฏลูกอมรสมินต์"เมารถก็กินนี่ซะ"น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาของชายหนุ่ม ดั

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 97

    "อย่าหักโหมเกินไปนะลูก ถ้าลูกเป็นแบบนี้ทุกวัน แม่จะไม่ยอมผ่าตัดแล้ว"แม่สวี่เป็นห่วง ด้วยกลัวอาการป่วยของตัวเองจะเป็นภาระแก่สวี่เพียวเพียวทำให้ลูกสาวไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง แถมยังต้องทำงานล่วงเวลาอีกพาลบ่นไปถึงเจ้านายของสวี่เพียวเพียว"นี่พ่อหนุ่มคนนั้นให้ลูกกลับไปทำโอทีดึก ๆ ดื่น ๆ เหรอเนี่ย? โอ๊ย ทรมานคนแท้ ๆ ดูท่าทางก็เป็นคนดี ทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้นะ?"สวี่เพียวเพียวฟังแล้วก็ให้รู้สึกร้อนรนเล็กน้อยเพราะความจริง เป็นเธอเองที่มาหาเขา แล้วเผลอหลับไปสวี่เพียวเพียวยกมือขึ้นป้องโทรศัพท์ พูดกลบเกลื่อนไม่กี่คำ ก็วางสายทันทีเมื่อเห็นเธอกินอิ่มแล้ว ฮั่วจี้เซินจึงลุกขึ้น"ไปเถอะ ไปทำงาน""คุณฮั่วคะ..."สวี่เพียวเพียวลังเลเล็กน้อย สายตาล่อกแล่กเซ่ามู่ยังยืนรออยู่ข้างล่างขืนสวี่เพียวเพียวตามเขาลงไป คงได้จ๊ะเอ๋กับเซ่ามู่เข้าแน่"คือว่า ให้ฉันรออีกสักแป๊บค่อยลงไปดีไหมคะ?"ฮั่วจี้เซินมองคนถามด้วยความขบขันไม่ได้พูดแทงใจดำทำลายความคิดเธอนี่เธอคิดว่า เซ่ามู่จะจำไม่ได้จริง ๆ หรือ?ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พวกเขาทำงานร่วมกันมาตั้งกี่ปี และเวลานี้ บนตัวสวี่เพียวเพียวก็ยังมีกลิ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 96

    ฮั่วจี้เซินมองเธอเขม็งไม่ยอมพลาดการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเธอแม้เพียงเศษเสี้ยวน่าเสียดาย เขาไม่พบพิรุธใด ๆสวี่เพียวเพียวมีสีหน้าเรียบเฉย “ไม่รู้สิคะ ฉันเองก็ไม่เคยเจอคุณย่าของฮว่าฮว่าเหมือนกัน”“ไม่เคยเจอ?”ต่อให้ชีวิตสมรสจะดำรงอยู่เพียงสั้น ๆ ก็ไม่น่าจะถึงขั้นไม่เคยเจอพ่อแม่ของอีกฝ่ายเลยนี่สวี่เพียวเพียวถือหมั่นโถวพันชั้นอยู่ลูกหนึ่ง เธอลงมือฉีกกินทีละชั้นอาศัยจังหวะรับประทาน กลบเกลื่อนสีหน้าของตนเองเช่นเดียวกับมือที่กำลังสั่นเทาโชคดีที่สองปีนี้ คำถามเดิม ๆ ไม่รู้ได้ยินมากี่ครั้ง ลำพังแค่เพื่อนบ้านถามไถ่กันเองก็ไม่น้อยแล้ว ซ้ำคำตอบสำหรับคำถามนี้ ก็ซักซ้อมล่วงหน้ามาหลายหนเธอจึงรับมือได้เป็นอย่างดีเพียงแต่คนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้คือฮั่วจี้เซิน จึงเกิดอาการลนลานเล็กน้อย“ใช่ค่ะ แต่คุณก็เคยเจอพ่อของฮว่าฮว่าแล้วนี่คะ เขาไม่ชอบฉัน มีลูกก็ถือเป็นเรื่องผิดพลาด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันคลอดลูก แล้วฉันก็ไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบลูกสาวฉันด้วย”ในห้องอาหารอันโอ่อ่ามีเพียงพวกเขาอยู่กันสองคนเดิมทีฮั่วจี้เซินเพิ่งกินไปไม่กี่คำ เมื่อได้ยินประโยคนี้ ก็ถึงขั้นวางตะเกียบลงทันท

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 95

    เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาของเซ่ามู่กำลังจ้องมองเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆสวี่เพียวเพียวก็รีบกอดเอวฮั่วจี้เซินแน่น และฝังใบหน้าลงกับแผงอกของเขาภาวนาขอให้เซ่ามู่อย่าเดินเข้ามาเด็ดขาดมุมปากของฮั่วจี้เซินยกยิ้ม มือวางลงบนท้ายทอยของสวี่เพียวเพียว หลังสอดนิ้วผ่านเรือนผม นิ้วมือเรียวยาวก็ลูบไล้ต้นคอเธอเบา ๆลูบจนสวี่เพียวเพียวขนลุกไปทั้งตัวฮั่วจี้เซินพูดด้วยเสียงเนิบนาบ “ไม่ต้องหรอก แค่นี้แหละ เดี๋ยวนายลงไปรอข้างล่างก่อนแล้วกัน”“ครับผม”ในฐานะหัวหน้าทีมเลขา เซ่ามู่จึงควบตำแหน่งผู้ช่วยพิเศษของฮั่วจี้เซินไปในตัวและด้วยความที่ฮั่วจี้เซินไม่มีแม่บ้านดูแล เซ่ามู่จึงต้องคอยซื้ออาหารเช้ามาให้ตามรสชาติที่ผู้เป็นเจ้านายชื่นชอบวันนี้เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าเดี๋ยวเซ่ามู่ก็ต้องมาแต่พอเห็นสวี่เพียวเพียวเป็นแบบนี้ ฮั่วจี้เซินก็รู้สึกว่าน่าสนุกดีเซ่ามู่รีบร้อนออกไปทันทีสวี่เพียวเพียวถึงค่อยถอยออกจากอ้อมกอดของฮั่วจี้เซินประโยคแรกที่เธอพูดคือบ่นเขาว่า “ทำไมคุณไม่บอกฉันล่ะว่าจะมีคนมา!”“เธอนี่วุ่นวายจริง ใจคอจะไม่ให้ฉันกินข้าวเช้าหรือไง?”สวี่เพียวเพียวทำท่าจะเดินหนี แต่ก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status