Share

บทที่ 4

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
สวี่เพียวเพียวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ฮั่วจี้เซินมีสีหน้าที่ย่ำแย่เพียงใด รู้เพียงแค่ว่าการถูกเขาจ้องมองแบบนี้ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างของเธอหดเกร็งไปหมดจนอยากจะหนีไปจากที่นี่เสียให้พ้น

เมื่อพูดจบเธอจึงรีบหันหลังเดินออกจากห้องพักเบรกไปทันที

ฮั่วจี้เซินบีบแก้วกาแฟในมือแน่นพลางมองตามแผ่นหลังของสวี่เพียวเพียวที่ดูเหมือนยกภูเขาออกจากอก

เมื่อก่อนเธอไม่เคยดื่มอเมริกาโน่เย็นเลยสักครั้ง และมักจะบ่นว่ามันทั้งขมทั้งเปรี้ยว

แต่ตอนนี้เธอกลับดื่มมันเสียแล้ว

ฮั่วจี้เซินมองตามแผ่นหลังที่หายลับไปจากสายตาของสวี่เพียวเพียว ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาดฉายอารมณ์ที่ซับซ้อน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะสบถคำหยาบคายออกมาเบา ๆ

เมื่อกลับถึงห้องทำงาน ฮั่วจี้เซินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเจียงซ่งทันที

“พี่เซิน มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“สวี่เพียวเพียวแต่งงานกับใคร?”

ปลายสายสะดุดเฮือก เจียงซ่งงุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าฮั่วจี้เซินมาไม้ไหน แต่ก็ยังตอบไปตามตรงว่า “ผมไม่ทราบครับ”

“เธอไปจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ เห็นว่า... พอรู้ตัวว่าท้อง ก็เลยตัดสินใจแต่งงานเลย ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นสามีของเธอเหมือนกัน”

“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อไหร่?”

เจียงซ่งเงียบไปและอ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ก่อนจะกัดฟันพูดออกมาว่า “ก็... ก็หลังจากเลิกกับพี่ได้ไม่นาน ได้ยินว่าสวี่เพียวเพียวเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับสามีของเธอนั่นแหละ...”

หลังจากนั้นเจียงซ่งก็ไม่กล้าพูดต่อ

เพิ่งจะเลิกกับฮั่วจี้เซินก็แต่งงานสายฟ้าแลบ แถมยังท้องทันที

ต่อให้ตอนนั้นฮั่วจี้เซินจะไม่ได้รักสวี่เพียวเพียว แต่คงยากที่จะไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกสวมเขา

เจียงซ่งตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฮั่วจี้เซินก็ชิงตัดสายไปเสียก่อน

เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณตัดสาย เจียงซ่งกลับรู้สึกโล่งอก

เพราะถ้าพี่เซินถามต่อ เขาเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน

หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง เจียงซ่งจึงตัดสินใจส่งข้อความหาสวี่เพียวเพียว

“พี่เซินมาถามเรื่องสามีของเธอนะ”

สวี่เพียวเพียวตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“เสียใจด้วยนะ สามีฉันคงไม่ใช่เกย์หรอก”

เจียงซ่ง: “...”

นั่นใช่ประเด็นที่ไหนกันล่ะ?

ตอนแรกเขาอยากจะถามว่าทั้งคู่ไปเจอกันได้ยังไง แต่คิดไปคิดมา เจียงซ่งก็รู้สึกอย่าหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า

-

หลังจากฮั่วจี้เซินได้รับอีเมลจนกระทั่งเลิกงาน ทุกอย่างก็ดูเงียบสงบ

สวี่เพียวเพียวยังขวัญเสียจากเรื่องเมื่อคืนจึงตัดสินใจเลิกงานตรงเวลา

เมื่อเยี่ยนชิวเห็นเธอปิดคอมพิวเตอร์จึงถามอย่างประหลาดใจว่า “วันนี้ไม่ทำโอทีเหรอ?”

“ไม่ค่ะ จะรีบกลับไปหาลูกสาว” สวี่เพียวเพียวตอบ

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินคุยเล่นกันไปพลางเดินเข้าไปในลิฟต์ ทว่ากลับต้องมาเจอฮั่วจี้เซินในลิฟต์โดยไม่คาดคิดหลังจากที่ไม่เจอมาทั้งวัน

เยี่ยนชิวและสวี่เพียวเพียวรีบเก็บสีหน้ายิ้มแย้มทันที และยืนตัวลีบอยู่ข้าง ๆ

โชคดีที่ฮั่วจี้เซินไม่ได้สนใจพวกเธอ เขากำลังสวมหูฟังบลูทูธและคุยโทรศัพท์อยู่

“อืม รู้แล้ว คืนนี้จะกลับไปกินข้าวด้วยแน่นอน”

“อืม วางใจเถอะ ผมจำได้ว่าจะต้องซื้อดอกไม้ไปฝากครับ”

น้ำเสียงอ่อนโยนและเอาใจใส่คล้ายกับคลื่นน้ำที่นุ่มนวลนั้น สามารถสัมผัสได้ถึงความรักและความทะนุถนอมของฮั่วจี้เซิน

เมื่อสามปีก่อน สวี่เพียวเพียวก็เคยได้ยินน้ำเสียงที่เอาใจอย่างอดทนแบบนี้จากฮั่วจี้เซินเฉพาะแค่ตอนอยู่บนเตียงเท่านั้นแหละ

บางที คนที่อยู่ในสายคงจะเป็นคนเดียวกับคนที่ทิ้งร่องรอยไว้บนต้นคอของเขา

เวลาไม่กี่สิบวินาทีในลิฟต์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฮั่วจี้เซินเดินออกไปก่อน

เยี่ยนชิวตบอกตัวเองเบา ๆ

แล้วเอ่ยอย่างอิจฉาว่า “เมื่อกี้คุณฮั่วคุยกับแฟนใช่ไหมนะ? อ่อนโยนซะขนาดนั้น ดูเหมือนว่าต่อให้ผู้ชายที่เข้มแข็งและเด็ดขาดแค่ไหน พอเจอผู้หญิงที่รักก็กลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟกันหมด”

สวี่เพียวเพียวอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบตามสัญชาตญาณว่า “คงงั้นมั้งคะ”

เธอปฏิเสธคำชวนของเยี่ยนชิวที่จะขับรถไปส่ง แล้วเบียดเสียดขึ้นรถไฟใต้ดินแทน

ท่ามกลางผู้คนบนรถไฟที่ขวักไขว่

เธอนึกถึงข้อความที่เจียงซ่งส่งมา

บางทีตอนที่เซ่ามู่แนะนำข้อมูลพนักงาน คงจะหลุดปากพูดเรื่องครอบครัวออกไปบ้าง

ก่อนหน้านี้เคยมีหัวหน้าคนหนึ่งเห็นสวี่เพียวเพียวสวยและมีบุคลิกเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์จึงคิดว่าทางบ้านของเธอคงมีฐานะดี และไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน จึงไม่เคยพิจารณาเรื่องการเลื่อนตำแหน่งหรือขึ้นเงินเดือนให้เธอเลย

เป็นเซ่ามู่ที่ช่วยผลักดันให้ ซึ่งสวี่เพียวเพียวก็รู้สึกซาบซึ้งมาก

แต่การที่ฮั่วจี้เซินถามเรื่องสามีเธอ ทำให้สวี่เพียวเพียวรู้สึกเหนือความคาดหมาย

ความจริงแล้ว สามีของสวี่เพียวเพียว... ไม่มีตัวตน

ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอพาคุณพ่อไปรักษาที่ต่างประเทศ เธอบังเอิญได้พบกับเพื่อนผู้ป่วยบนเครื่องบิน

ความปรารถนาสุดท้ายของผู้อาวุโสทั้งสองฝ่ายคือการได้เห็นลูก ๆ เป็นฝั่งเป็นฝา

สวี่เพียวเพียวและลูกชายของเพื่อนผู้ป่วยคนนั้นจึงจำใจรับปากต่อหน้าเตียงคนป่วยว่าจะคบกัน

แต่ไม่นานนักผู้ป่วยทั้งสองก็จากไป และเธอกับอีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว

ส่วนสถานภาพสมรส เป็นสิ่งที่สวี่เพียวเพียวกุขึ้นมาเอง เพื่อที่จะบอกกับคนภายนอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว

และตอนนั้นสวี่เพียวเพียวก็ได้ให้กำเนิดเหลียนฮว่าแล้ว

ในสังคมนี้ ผู้หญิงที่สามีไม่เอาไหนหรือไม่ดูแลลูกมักจะได้รับความเห็นใจ

แต่ผู้หญิงที่ท้องก่อนแต่งโดยหาพ่อเด็กไม่ได้ มักจะถูกตราหน้าและตำหนิ

สวี่เพียวเพียวไม่แคร์คำนินทาที่เกิดกับตัวเอง แต่เธอไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องเติบโตมาภายใต้สายตาที่เหยียดหยาม

ต่อให้จะไม่มีตัวตนจริง ๆ แต่เด็กก็จำเป็นต้องมีชื่อพ่อในนาม

ไม่ว่าอย่างไร สวี่เพียวเพียวจะไม่มีวันให้ฮั่วจี้เซินรู้เรื่องการมีตัวตนของเหลียนฮว่าเด็ดขาด

ครอบครัวอย่างตระกูลฮั่ว หากรู้เรื่องเหลียนฮว่าเข้า ไม่ว่าจะแย่งชิงลูกไปจากเธอ หรือจะดูถูกเหยียดหยามและทารุณลูกของเธอ...

ทุกอย่างก็ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น

เหลียนฮว่าเป็นลูกสาว ต่อให้ถูกแย่งกลับไป ตระกูลฮั่วก็คงไม่ให้ความสำคัญกับเธออยู่ดี

สวี่เพียวเพียวเห็นฉากการแย่งชิงลูกในหมู่เศรษฐีมามากเกินไป จนสิ่งนี้กลายเป็นหนามที่ฝังลึกอยู่ในใจของเธอ

ไม่ว่าฮั่วจี้เซินจะมีจุดประสงค์อะไร เธอก็ไม่สนใจทั้งนั้น

เธอสนแค่ลูกสาวคนเดียวเท่านั้น

-

ณ บ้านตระกูลฮั่ว

ฮั่วจี้เซินยื่นช่อดอกกุหลาบที่บานสะพรั่งให้กับคุณนายฮั่วที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร

เขาพูดน้อยตามนิสัย “ดอกไม้... ที่แม่ต้องการ”

คุณนายฮั่วรับมาด้วยความดีใจ แต่ปากกลับบ่นว่า “อะไรคือที่แม่ต้องการ? ตั้งแต่กลับประเทศมา แกแทบไม่กลับบ้านเลย ลืมแม่คนนี้ไปแล้วใช่ไหม?”

ฮั่วจี้เซินตอบเพียง “ผมไปล้างมือก่อน”

แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

“ไอ้ลูกชายคนนี้!” คุณนายฮั่วบ่นพึมพำ ก่อนจะทำหน้ายิ้มแล้วยื่นดอกไม้ในมือให้เจียงหรั่นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “มาสิจ๊ะ ดอกไม้ที่อาเซินซื้อมา ป้ายกให้หนูนะ ดอกไม้สวย ๆ แบบนี้ต้องคู่กับคนหนุ่มสาว ป้าน่ะแก่ฟันหลอแล้ว!”

ใบหน้าจิ้มลิ้มของเจียงหรั่นเต็มไปด้วยความขัดเขินและยินดี

เธอยังไม่ได้รับดอกไม้ไปทันที แต่สายตาเฝ้ามองไปที่ฮั่วจี้เซินที่เพิ่งล้างมือเดินออกมา เธอเม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “คุณป้าคะ นี่เป็นดอกไม้ที่พี่เซินซื้อให้คุณป้านะคะ หนูรับไว้คงไม่เหมาะ อีกอย่างคุณป้ายังดูสาวและสวยอยู่เลยค่ะ จะแก่ได้ยังไงกัน?”

คุณนายฮั่วยิ้มจนตาหยี

เจียงหรั่นพูดจาได้ไพเราะและถูกใจเธอเสมอ ช่างต่างจากคำพูดเย็นชาของฮั่วจี้เซินลิบลับ

“รับไปเถอะจ้ะ ตั้งใจซื้อมาให้หนูอยู่แล้ว”

พอรู้ว่าเจียงหรั่นจะมากินข้าวด้วย คุณนายฮั่วจึงตัดสินใจสั่งให้ฮั่วจี้เซินซื้อดอกไม้ติดมือมาด้วย

ฮั่วจี้เซินดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือเรื่องความรัก แถมดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย จนคนเป็นแม่อย่างเธอเริ่มร้อนใจ

ฮั่วจี้เซินเป็นลูกชายคนโตและหลานชายคนโตของตระกูลฮั่ว

และเป็นลูกชายโทนของบ้านใหญ่ คุณปู่ฮั่วมีลูกชายสามคน มีหลานชายสี่คนและหลานสาวหนึ่งคน ซึ่งยังไม่มีใครแต่งงานเลย

หลานคนอื่น ๆ ที่ยังเด็กก็ว่าไปอย่าง แต่คนที่โตหน่อยต่างก็อ้างว่าฮั่วจี้เซินซึ่งเป็นพี่ใหญ่ยังไม่แต่งงาน พวกเขาก็ยังไม่กล้าแต่งข้ามหน้าข้ามตา

คุณนายฮั่วมีฮั่วจี้เซินเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เธอจึงหวังจะเห็นเขาเป็นฝั่งเป็นฝาและมีทายาทโดยเร็ว

สายตาของเจียงหรั่นมีเพียงฮั่วจี้เซินเท่านั้น

เขามีบุคลิกที่โดดเด่นเหนือใคร เมื่อถอดเสื้อสูทออกเหลือเพียงเสื้อกั๊ก ยิ่งขับเน้นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเขา ทุกอากัปกิริยาล้วนแฝงไปด้วยความสูงศักดิ์ที่ยากจะบรรยาย

“พี่เซินคะ ฉันรับดอกไม้ช่อนี้ได้จริง ๆ เหรอคะ?”

“อย่าเรียกมั่วซั่ว”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้ามองไปที่ใบหน้าที่แดงระเรื่อของเจียงหรั่น “ดอกไม้ไม่ได้ซื้อให้เธอ ถ้าอยากได้ก็ไปซื้อเอาเอง”

เจียงหรั่นเม้มปากแน่นอย่างน่าสงสาร ก่อนจะโพล่งถามออกมาว่า “พี่เซินคะ พี่ยังจำสวี่เพียวเพียวได้ไหม?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 30

    ข้อเรียกร้องของเจียงซ่งไม่ได้สูงส่งอะไรนัก“สุดสัปดาห์นี้หาห้างสักแห่ง เจอกับฉันแป๊บเดียว ให้คุณป้าเห็นหน้าแวบเดียว แล้วเราก็แยกย้าย”สวี่เพียวเพียวบอกพิกัดห้างที่เธอนัดกับเหลียนเส้าจิ่นไว้“งั้นก็ที่นั่นแล้วกัน สุดสัปดาห์นี้ฉันจะพาลูกสาวไปเที่ยวพอดี”หลังจากตกลงกับเจียงซ่งว่าไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับคุณนายฮั่ว สวี่เพียวเพียวถึงยอมตกลงหลังวางสาย สวี่เพียวเพียวก็ไม่มีอารมณ์จะวาดรูปต่อ เธอนอนแผ่หลับตาลงบนเตียงเสียงฝนตกกระทบขอบหน้าต่างดังเป็นจังหวะความคิดของเธอล่องลอยไปไกลเธอเคยเห็นคุณนายฮั่วครั้งหนึ่ง ตอนที่เธอยังคบกับฮั่วจี้เซินสวี่เพียวเพียวไม่ชอบอยู่หอพัก แต่บ้านของเธอกับมหาวิทยาลัยอยู่ในเขตเดียวกัน ขับรถเพียงสิบนาทีก็ถึง ซึ่งพ่อสวี่ก็ไม่อนุญาตให้เธอไปเช่าห้องข้างนอกอยู่คนเดียววันนั้น สวี่เพียวเพียวสืบจนรู้ว่าพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน จึงแอบพาฮั่วจี้เซินมาที่บ้านของเธอในห้องนอนของเธอ หลังจากที่ทั้งคู่หยอกล้อกันจนวุ่นวาย คุณนายฮั่วก็วิดีโอคอลมาหา และถามทันทีว่าฮั่วจี้เซินอยู่ที่ไหน ทำไมฉากหลังถึงเป็นสีชมพูไปหมดฮั่วจี้เซินตอบหน้าตายว่า อยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ตธีมสีชมพูสว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 29

    เขาวางสายทันทีคุณนายฮั่วฟังเสียงสัญญาณตัดสายด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ท่านหันไปสะกิดคุณพ่อฮั่วที่กำลังเล่นเกมไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดอย่างสนุกสนานอยู่ข้าง ๆ “คุณคะ คุณว่าลูกชายคุณผิดปกติหรือเปล่า?”ยังไม่ทันที่คุณพ่อฮั่วจะตอบ คุณนายฮั่วก็รีบกุลีกุจอไปจัดหาคู่นัดบอดให้ฮั่วจี้เซินทันทีและแถมยังโทรศัพท์ไปหาเจียงซ่งด้วยอีกคน-กลางดึกสงัด สวี่เพียวเพียวล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยห้องนอนของเธอเล็กมาก เมื่อเทียบกับบ้านตระกูลสวี่ในอดีต ห้องนอนเล็ก ๆ ห้องนี้อาจจะมีขนาดเท่ากับห้องน้ำของเธอเท่านั้นเองมีเพียงเตียงนอนหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งใบ และโต๊ะนักเรียนที่ซื้อมาจากร้านเฟอร์นิเจอร์มือสองเพื่อใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง นั่นคือภาพรวมทั้งหมดของห้องเธอเปิดโทรศัพท์และเห็นข้อความจากลูกค้าที่เคยติดต่อจ้างงานไว้ ฝ่ายนั้นยอมรับราคาของเธอได้และอยากนัดคิววาดรูปสองสามใบสวี่เพียวเพียวคุยคอนเฟิร์มสไตล์และประเภทของภาพวาดกับลูกค้า จากนั้นนัดแนะกำหนดส่งดร๊าฟแรกและหลังจากได้รับเงินมัดจำแล้ว เธอก็ออฟไลน์ข้อกำหนดของงานไม่ถือว่ายากเกินไปในวงการนักวาดภาพประกอบ สวี่เพียวเพียวคือยอดฝีมือที่กำลังโ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 28

    เธอส่งสติกเกอร์มา...บัญชีในอดีต สติกเกอร์ที่ใช้ก็ยังคงหยุดอยู่ในอดีตเช่นกันมันเป็นภาพเคลื่อนไหวลายเส้นง่าย ๆ รูปหมีน้อยตัวหนึ่งวิ่งเข้าไปกอดและจุ๊บหมีอีกตัวในอดีต ฮั่วจี้เซินได้รับมันแทบจะทุกวันเธอส่งผิด และกดยกเลิกการส่งได้อย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะเดียวเมื่อเขากดเข้าไปดูในฟีดก็เห็นข้อความที่สวี่เพียวเพียวโพสต์ขอติดรถกลับบ้านเขาอยู่แถวนั้นพอดี และทางกลับบ้านก็ต้องผ่านสถานีรถไฟใต้ดินถนนซงฮวา เขาจึงแวะรับเธอเพียงแต่บ้านของเขากับห้องเช่าเก่า ๆ ในเขตชานเมืองนั้นอยู่กันคนละมุมเมืองของเมืองเอ เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ห่างกันคนละขอบฟ้าวินาทีที่ฮั่วจี้เซินเห็นสวี่เพียวเพียว เธอเปียกโชกไปทั้งตัว ดูลุกลี้ลุกลนและน่าสงสารเหมือนลูกหมาจรจัดที่ไร้บ้านและถูกรังแกจากโลกภายนอกเส้นผมแนบไปกับใบหน้า หยดน้ำไหลรินจากปลายผมไม่หยุด ชุดกระโปรงเปียกชื้นแนบเนื้อ หลังจากขึ้นรถมาเธอก็ตัวสั่นเพราะแอร์ในรถที่เย็นเกินไปฮั่วจี้เซินปรับอุณหภูมิแอร์ขึ้นโดยไม่ให้เธอรู้ตัวตลอดทาง เธอเอาแต่หวาดระแวงเขาไม่ยอมปริปากพูดกับเขาสักคำ และจงใจขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับเขาอย่างชัดเจนแม้กระทั่งตอนที่นั่งอยู่บน

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 27

    ฮั่วจี้เซินเปล่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนอีกสายหนึ่ง ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ รถบนท้องถนนดูบางตาลงไปถนัดตา“รสนิยมของเธอ... ค่อนข้างแย่นะ”“...คะ?”สวี่เพียวเพียวยังไม่ทันตั้งตัว เธอก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ คล้ายกับการคาดคั้นผสมโรงไปด้วยความเหยียดหยามและสงสัยหรือบางที มันอาจจะเป็นเพียงความต้องการของผู้บังคับบัญชาที่จะควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น“เธอไปคว้าพ่อของลูกคนนี้มาได้ยังไง?”สวี่เพียวเพียวก้มหน้าลง มือบีบชายกระโปรงที่เปียกโชกไว้แน่น เดิมทีเธออยากจะเงียบไว้ แต่ท่าทางของฮั่วจี้เซินแสดงชัดว่าเขาจะไม่ยอมรามือหากไม่ได้คำตอบเธอจึงได้แต่ตอบไปอย่างคลุมเครือ “คือ... เพราะเขาหล่อน่ะค่ะ”ฮั่วจี้เซินทำเหมือนได้ยินเหตุผลที่ไร้สาระที่สุดในโลกเขาใช้ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มจนเห็นสันกรามคมชัด และในจังหวะนั้นเอง เขาก็ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอดฮั่วจี้เซิน: “งั้นเหรอ? เพราะแค่หน้าตา เธอถึงขั้นยอมแลกกับสุขภาพของลูกเลยงั้นเหรอ?”ใบหน้าของสวี่เพียวเพียวซีดเผือดลงทันทีการที่เหลียนฮว่าร่างกายไม่แข็งแรง มันไม่เกี่ยวกับพ่อของเด็กเลยส

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 26

    ในตอนนั้น เธอเสียใจมากและแอบร้องไห้อยู่ในหอพักเพียงลำพัง ไม่กล้าให้ฮั่วจี้เซินรู้เธอชอบฮั่วจี้เซินมากจริง ๆแต่ฮั่วจี้เซินมักจะแสดงท่าทีเฉยเมย ไม่ยินดียินร้าย และเขาก็เป็นแบบนี้กับทุกคนเมื่อเหอซิงกลับมา เธอก็เห็นสวี่เพียวเพียวนอนฟุบอยู่บนผ้าห่มพลางเช็ดน้ำตาทั้งขอบตาแดงก่ำ ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาหมีน่าเกลียดตัวหนึ่งที่เธอเคยตื๊อให้ฮั่วจี้เซินคีบให้จากตู้คีบตุ๊กตาสวี่เพียวเพียวเป็นคนสวยสะดุดตาและดูมั่นใจ แม้แต่ยามแอบร้องไห้ หยดน้ำตาที่ไหลผ่านใบหน้าขาวผุดผ่องราวกับเครื่องเคลือบดินเผานั้น ก็ยังทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจมันเป็นความงามที่น่าอิจฉาเหอซิงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความดีใจลึก ๆ “เป็นอะไรไป? ทะเลาะกับฮั่วจี้เซินเหรอ?”ในตอนนั้น เหอซิงกับสวี่เพียวเพียวยังไม่ได้มีเรื่องผิดใจกันรุนแรง ความสัมพันธ์ยังถือว่าพอใช้ได้สวี่เพียวเพียวเพียงแค่รู้สึกไม่ดี จึงไม่อยากชวนคุย“เปล่าหรอก ฉันขอนอนพักสักหน่อย อย่ากวนฉันเลยนะ”เหอซิงตอบรับคำสั้น ๆและเธอก็ไม่ได้สนใจสวี่เพียวเพียวจริง ๆไม่นานเธอก็สวมหูฟังแล้วเริ่มเล่นเกม สักพักก็ถอดหูฟังออกแล้วพูดว่า “เพียวเพียว หูฟังฉันแบตหมดแล

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 25

    สวี่เพียวเพียวไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็สัมผัสได้ถึงหยาดฝนที่สาดซัดลงบนใบหน้า เสื้อผ้าเปียกโชกแนบไปกับลำตัว เธอตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอย่างน่าเวทนารถจี๊ป แรงเลอร์จอดสนิทอยู่ที่หน้าทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของสวี่เพียวเพียว เจ้าของรถก็บีบแตรเร่งซ้ำ ๆ สองสามครั้งสวี่เพียวเพียวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะฝ่าพายุฝนพุ่งตัวออกไป จากนั้นพยายามดึงประตูเบาะหลังทว่ากลับดึงไม่ออกหยาดฝนเกาะหนาเตอะบนกระจกรถแล้วไหลรินลงมา สวี่เพียวเพียวกลัวว่าฮั่วจี้เซินจะรอนานเกินไป เธอจึงตัดสินใจลองดึงประตูฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับดูคราวนี้มันเปิดออกทันทีเธอถามด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า “ช่วยเปิดประตูหลังให้หน่อยได้ไหมคะ?”เพราะอย่างไรเสีย เบาะข้างคนขับก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ที่คนอย่างเธอควรจะนั่งฮั่วจี้เซินทำหน้าขรึมและเย็นชา“นั่งเบาะหลังงั้นเหรอ? เธอนึกว่าฉันเป็นคนขับรถของเธอหรือไง?”พอนึกดูดี ๆ มันก็จริงอย่างที่เขาว่ากว่าจะได้ก้าวขึ้นรถ สวี่เพียวเพียวก็เปียกปอนไปทั้งตัวแล้ว หยดน้ำจากปลายผมไหลร่วงลงบนเบาะหนังแท้เธอจึงรีบพูดขึ้นตามสัญชาตญาณ “ขอโทษด้วยนะคะคุณฮั่ว เดี๋ยวฉันจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status