Share

บทที่ 4

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
สวี่เพียวเพียวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ฮั่วจี้เซินมีสีหน้าที่ย่ำแย่เพียงใด รู้เพียงแค่ว่าการถูกเขาจ้องมองแบบนี้ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างของเธอหดเกร็งไปหมดจนอยากจะหนีไปจากที่นี่เสียให้พ้น

เมื่อพูดจบเธอจึงรีบหันหลังเดินออกจากห้องพักเบรกไปทันที

ฮั่วจี้เซินบีบแก้วกาแฟในมือแน่นพลางมองตามแผ่นหลังของสวี่เพียวเพียวที่ดูเหมือนยกภูเขาออกจากอก

เมื่อก่อนเธอไม่เคยดื่มอเมริกาโน่เย็นเลยสักครั้ง และมักจะบ่นว่ามันทั้งขมทั้งเปรี้ยว

แต่ตอนนี้เธอกลับดื่มมันเสียแล้ว

ฮั่วจี้เซินมองตามแผ่นหลังที่หายลับไปจากสายตาของสวี่เพียวเพียว ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาดฉายอารมณ์ที่ซับซ้อน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะสบถคำหยาบคายออกมาเบา ๆ

เมื่อกลับถึงห้องทำงาน ฮั่วจี้เซินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเจียงซ่งทันที

“พี่เซิน มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“สวี่เพียวเพียวแต่งงานกับใคร?”

ปลายสายสะดุดเฮือก เจียงซ่งงุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าฮั่วจี้เซินมาไม้ไหน แต่ก็ยังตอบไปตามตรงว่า “ผมไม่ทราบครับ”

“เธอไปจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ เห็นว่า... พอรู้ตัวว่าท้อง ก็เลยตัดสินใจแต่งงานเลย ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นสามีของเธอเหมือนกัน”

“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อไหร่?”

เจียงซ่งเงียบไปและอ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ก่อนจะกัดฟันพูดออกมาว่า “ก็... ก็หลังจากเลิกกับพี่ได้ไม่นาน ได้ยินว่าสวี่เพียวเพียวเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับสามีของเธอนั่นแหละ...”

หลังจากนั้นเจียงซ่งก็ไม่กล้าพูดต่อ

เพิ่งจะเลิกกับฮั่วจี้เซินก็แต่งงานสายฟ้าแลบ แถมยังท้องทันที

ต่อให้ตอนนั้นฮั่วจี้เซินจะไม่ได้รักสวี่เพียวเพียว แต่คงยากที่จะไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกสวมเขา

เจียงซ่งตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฮั่วจี้เซินก็ชิงตัดสายไปเสียก่อน

เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณตัดสาย เจียงซ่งกลับรู้สึกโล่งอก

เพราะถ้าพี่เซินถามต่อ เขาเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน

หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง เจียงซ่งจึงตัดสินใจส่งข้อความหาสวี่เพียวเพียว

“พี่เซินมาถามเรื่องสามีของเธอนะ”

สวี่เพียวเพียวตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“เสียใจด้วยนะ สามีฉันคงไม่ใช่เกย์หรอก”

เจียงซ่ง: “...”

นั่นใช่ประเด็นที่ไหนกันล่ะ?

ตอนแรกเขาอยากจะถามว่าทั้งคู่ไปเจอกันได้ยังไง แต่คิดไปคิดมา เจียงซ่งก็รู้สึกอย่าหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า

-

หลังจากฮั่วจี้เซินได้รับอีเมลจนกระทั่งเลิกงาน ทุกอย่างก็ดูเงียบสงบ

สวี่เพียวเพียวยังขวัญเสียจากเรื่องเมื่อคืนจึงตัดสินใจเลิกงานตรงเวลา

เมื่อเยี่ยนชิวเห็นเธอปิดคอมพิวเตอร์จึงถามอย่างประหลาดใจว่า “วันนี้ไม่ทำโอทีเหรอ?”

“ไม่ค่ะ จะรีบกลับไปหาลูกสาว” สวี่เพียวเพียวตอบ

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินคุยเล่นกันไปพลางเดินเข้าไปในลิฟต์ ทว่ากลับต้องมาเจอฮั่วจี้เซินในลิฟต์โดยไม่คาดคิดหลังจากที่ไม่เจอมาทั้งวัน

เยี่ยนชิวและสวี่เพียวเพียวรีบเก็บสีหน้ายิ้มแย้มทันที และยืนตัวลีบอยู่ข้าง ๆ

โชคดีที่ฮั่วจี้เซินไม่ได้สนใจพวกเธอ เขากำลังสวมหูฟังบลูทูธและคุยโทรศัพท์อยู่

“อืม รู้แล้ว คืนนี้จะกลับไปกินข้าวด้วยแน่นอน”

“อืม วางใจเถอะ ผมจำได้ว่าจะต้องซื้อดอกไม้ไปฝากครับ”

น้ำเสียงอ่อนโยนและเอาใจใส่คล้ายกับคลื่นน้ำที่นุ่มนวลนั้น สามารถสัมผัสได้ถึงความรักและความทะนุถนอมของฮั่วจี้เซิน

เมื่อสามปีก่อน สวี่เพียวเพียวก็เคยได้ยินน้ำเสียงที่เอาใจอย่างอดทนแบบนี้จากฮั่วจี้เซินเฉพาะแค่ตอนอยู่บนเตียงเท่านั้นแหละ

บางที คนที่อยู่ในสายคงจะเป็นคนเดียวกับคนที่ทิ้งร่องรอยไว้บนต้นคอของเขา

เวลาไม่กี่สิบวินาทีในลิฟต์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฮั่วจี้เซินเดินออกไปก่อน

เยี่ยนชิวตบอกตัวเองเบา ๆ

แล้วเอ่ยอย่างอิจฉาว่า “เมื่อกี้คุณฮั่วคุยกับแฟนใช่ไหมนะ? อ่อนโยนซะขนาดนั้น ดูเหมือนว่าต่อให้ผู้ชายที่เข้มแข็งและเด็ดขาดแค่ไหน พอเจอผู้หญิงที่รักก็กลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟกันหมด”

สวี่เพียวเพียวอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบตามสัญชาตญาณว่า “คงงั้นมั้งคะ”

เธอปฏิเสธคำชวนของเยี่ยนชิวที่จะขับรถไปส่ง แล้วเบียดเสียดขึ้นรถไฟใต้ดินแทน

ท่ามกลางผู้คนบนรถไฟที่ขวักไขว่

เธอนึกถึงข้อความที่เจียงซ่งส่งมา

บางทีตอนที่เซ่ามู่แนะนำข้อมูลพนักงาน คงจะหลุดปากพูดเรื่องครอบครัวออกไปบ้าง

ก่อนหน้านี้เคยมีหัวหน้าคนหนึ่งเห็นสวี่เพียวเพียวสวยและมีบุคลิกเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์จึงคิดว่าทางบ้านของเธอคงมีฐานะดี และไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน จึงไม่เคยพิจารณาเรื่องการเลื่อนตำแหน่งหรือขึ้นเงินเดือนให้เธอเลย

เป็นเซ่ามู่ที่ช่วยผลักดันให้ ซึ่งสวี่เพียวเพียวก็รู้สึกซาบซึ้งมาก

แต่การที่ฮั่วจี้เซินถามเรื่องสามีเธอ ทำให้สวี่เพียวเพียวรู้สึกเหนือความคาดหมาย

ความจริงแล้ว สามีของสวี่เพียวเพียว... ไม่มีตัวตน

ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอพาคุณพ่อไปรักษาที่ต่างประเทศ เธอบังเอิญได้พบกับเพื่อนผู้ป่วยบนเครื่องบิน

ความปรารถนาสุดท้ายของผู้อาวุโสทั้งสองฝ่ายคือการได้เห็นลูก ๆ เป็นฝั่งเป็นฝา

สวี่เพียวเพียวและลูกชายของเพื่อนผู้ป่วยคนนั้นจึงจำใจรับปากต่อหน้าเตียงคนป่วยว่าจะคบกัน

แต่ไม่นานนักผู้ป่วยทั้งสองก็จากไป และเธอกับอีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว

ส่วนสถานภาพสมรส เป็นสิ่งที่สวี่เพียวเพียวกุขึ้นมาเอง เพื่อที่จะบอกกับคนภายนอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว

และตอนนั้นสวี่เพียวเพียวก็ได้ให้กำเนิดเหลียนฮว่าแล้ว

ในสังคมนี้ ผู้หญิงที่สามีไม่เอาไหนหรือไม่ดูแลลูกมักจะได้รับความเห็นใจ

แต่ผู้หญิงที่ท้องก่อนแต่งโดยหาพ่อเด็กไม่ได้ มักจะถูกตราหน้าและตำหนิ

สวี่เพียวเพียวไม่แคร์คำนินทาที่เกิดกับตัวเอง แต่เธอไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องเติบโตมาภายใต้สายตาที่เหยียดหยาม

ต่อให้จะไม่มีตัวตนจริง ๆ แต่เด็กก็จำเป็นต้องมีชื่อพ่อในนาม

ไม่ว่าอย่างไร สวี่เพียวเพียวจะไม่มีวันให้ฮั่วจี้เซินรู้เรื่องการมีตัวตนของเหลียนฮว่าเด็ดขาด

ครอบครัวอย่างตระกูลฮั่ว หากรู้เรื่องเหลียนฮว่าเข้า ไม่ว่าจะแย่งชิงลูกไปจากเธอ หรือจะดูถูกเหยียดหยามและทารุณลูกของเธอ...

ทุกอย่างก็ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น

เหลียนฮว่าเป็นลูกสาว ต่อให้ถูกแย่งกลับไป ตระกูลฮั่วก็คงไม่ให้ความสำคัญกับเธออยู่ดี

สวี่เพียวเพียวเห็นฉากการแย่งชิงลูกในหมู่เศรษฐีมามากเกินไป จนสิ่งนี้กลายเป็นหนามที่ฝังลึกอยู่ในใจของเธอ

ไม่ว่าฮั่วจี้เซินจะมีจุดประสงค์อะไร เธอก็ไม่สนใจทั้งนั้น

เธอสนแค่ลูกสาวคนเดียวเท่านั้น

-

ณ บ้านตระกูลฮั่ว

ฮั่วจี้เซินยื่นช่อดอกกุหลาบที่บานสะพรั่งให้กับคุณนายฮั่วที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร

เขาพูดน้อยตามนิสัย “ดอกไม้... ที่แม่ต้องการ”

คุณนายฮั่วรับมาด้วยความดีใจ แต่ปากกลับบ่นว่า “อะไรคือที่แม่ต้องการ? ตั้งแต่กลับประเทศมา แกแทบไม่กลับบ้านเลย ลืมแม่คนนี้ไปแล้วใช่ไหม?”

ฮั่วจี้เซินตอบเพียง “ผมไปล้างมือก่อน”

แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

“ไอ้ลูกชายคนนี้!” คุณนายฮั่วบ่นพึมพำ ก่อนจะทำหน้ายิ้มแล้วยื่นดอกไม้ในมือให้เจียงหรั่นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “มาสิจ๊ะ ดอกไม้ที่อาเซินซื้อมา ป้ายกให้หนูนะ ดอกไม้สวย ๆ แบบนี้ต้องคู่กับคนหนุ่มสาว ป้าน่ะแก่ฟันหลอแล้ว!”

ใบหน้าจิ้มลิ้มของเจียงหรั่นเต็มไปด้วยความขัดเขินและยินดี

เธอยังไม่ได้รับดอกไม้ไปทันที แต่สายตาเฝ้ามองไปที่ฮั่วจี้เซินที่เพิ่งล้างมือเดินออกมา เธอเม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “คุณป้าคะ นี่เป็นดอกไม้ที่พี่เซินซื้อให้คุณป้านะคะ หนูรับไว้คงไม่เหมาะ อีกอย่างคุณป้ายังดูสาวและสวยอยู่เลยค่ะ จะแก่ได้ยังไงกัน?”

คุณนายฮั่วยิ้มจนตาหยี

เจียงหรั่นพูดจาได้ไพเราะและถูกใจเธอเสมอ ช่างต่างจากคำพูดเย็นชาของฮั่วจี้เซินลิบลับ

“รับไปเถอะจ้ะ ตั้งใจซื้อมาให้หนูอยู่แล้ว”

พอรู้ว่าเจียงหรั่นจะมากินข้าวด้วย คุณนายฮั่วจึงตัดสินใจสั่งให้ฮั่วจี้เซินซื้อดอกไม้ติดมือมาด้วย

ฮั่วจี้เซินดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือเรื่องความรัก แถมดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย จนคนเป็นแม่อย่างเธอเริ่มร้อนใจ

ฮั่วจี้เซินเป็นลูกชายคนโตและหลานชายคนโตของตระกูลฮั่ว

และเป็นลูกชายโทนของบ้านใหญ่ คุณปู่ฮั่วมีลูกชายสามคน มีหลานชายสี่คนและหลานสาวหนึ่งคน ซึ่งยังไม่มีใครแต่งงานเลย

หลานคนอื่น ๆ ที่ยังเด็กก็ว่าไปอย่าง แต่คนที่โตหน่อยต่างก็อ้างว่าฮั่วจี้เซินซึ่งเป็นพี่ใหญ่ยังไม่แต่งงาน พวกเขาก็ยังไม่กล้าแต่งข้ามหน้าข้ามตา

คุณนายฮั่วมีฮั่วจี้เซินเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เธอจึงหวังจะเห็นเขาเป็นฝั่งเป็นฝาและมีทายาทโดยเร็ว

สายตาของเจียงหรั่นมีเพียงฮั่วจี้เซินเท่านั้น

เขามีบุคลิกที่โดดเด่นเหนือใคร เมื่อถอดเสื้อสูทออกเหลือเพียงเสื้อกั๊ก ยิ่งขับเน้นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเขา ทุกอากัปกิริยาล้วนแฝงไปด้วยความสูงศักดิ์ที่ยากจะบรรยาย

“พี่เซินคะ ฉันรับดอกไม้ช่อนี้ได้จริง ๆ เหรอคะ?”

“อย่าเรียกมั่วซั่ว”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้ามองไปที่ใบหน้าที่แดงระเรื่อของเจียงหรั่น “ดอกไม้ไม่ได้ซื้อให้เธอ ถ้าอยากได้ก็ไปซื้อเอาเอง”

เจียงหรั่นเม้มปากแน่นอย่างน่าสงสาร ก่อนจะโพล่งถามออกมาว่า “พี่เซินคะ พี่ยังจำสวี่เพียวเพียวได้ไหม?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Panisa
เนื้อเเรื่องน่าสนใจ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 702

    เมื่อผู้อาวุโสเหลียงได้พบหน้าฮั่วสวินเจิน สีหน้าและท่าทางก็ดูสดใสขึ้นมาถนัดตาเขาไถ่ถามเรื่องราวของตระกูลฮั่วอยู่สองสามคำ พร้อมทั้งเอ่ยแสดงความเสียใจกับฮั่วสวินเจินฮั่วสวินเจินรับคำด้วยความนอบน้อม ครั้นเห็นผู้อาวุโสเหลียงพูดได้ไม่กี่ประโยคก็เริ่มเหนื่อยล้า เธอจึงโน้มตัวไปหยิบหมอนอิงที่อยู่ด้านหลังออก แล้วปรับเตียงให้ต่ำลง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เธอรู้ว่า หากเขารู้ว่าเธอกำลังจะมา ผู้อาวุโสคงจะมารอคอยอยู่ตั้งนานแล้วเป็นแน่ปล่อยให้ผู้หลักผู้ใหญ่ต้องมารอ เธอนึกละอายใจจนทนดูไม่ได้จริง ๆ เหลียงเชียนหลานมองฮั่วสวินเจินยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจเธอผ่านผู้คนมามากมายนักไม่ว่าใครจะมีความห่วงใยและกตัญญูกตเวทีต่อผู้ใหญ่จากใจจริง หรือเป็นเพียงแค่การเสแสร้งแกล้งทำ เธอกลับมองปราดเดียวก็รู้แจ้งได้ทันทีทว่าเธอก็รู้ดีว่า ฮั่วสวินเจินมีชาติตระกูลที่ดีเยี่ยม ทั้งยังมีทิฐิและความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี หากเหลียงเจียเหยียนไม่พยายามให้หนักมือเข้าล่ะก็ คงไม่มีทางตามจีบทันอย่างแน่นอนเหลียงเชียนหลานจึงตัดสินใจปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองโดยไม่เข้าไปก้าวก่ายอีกเธอมองเพียงเหลียงเจียเ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 701

    เรื่องที่ฮั่วจี้เซินขึ้นชื่อลือชาเรื่องกลัวภรรยาถูกเล่าลือออกไปเช่นนั้นสวี่เพียวเพียว “นายไม่กลัวคนอื่นเขาหัวเราะเยาะเอาหรือไง?”“หัวเราะก็ดีกว่าบังคับให้ฉันไปงานเลี้ยงพวกนั้น เสียเวลาเปล่า”ฮั่วจี้เซินไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนั้นเลยแถมยังตีหน้าขรึมขู่สวี่เพียวเพียวเสียอีก“ที่รัก เธอก็ไม่รู้หรอกว่าวงการการเงินมันเละเทะแค่ไหน เรื่องพวกนั้นที่พวกเขาเล่นกัน แค่ฉันมองดูก็รู้สึกแสบตาแล้ว”สวี่เพียวเพียวรู้ดีถึงนิสัยของเขาหากมีเวลาว่างจริง ๆ ฮั่วจี้เซินยินดีที่จะตัวติดอยู่กับเธอและอยู่เป็นเพื่อนเหลียนฮว่าเสียมากกว่าพอคิดถึงเหลียนฮว่า สวี่เพียวเพียวก็อดนึกถึงเรื่องน้องสาวของเซ่ามู่ขึ้นมาไม่ได้หากวันหนึ่งในฐานะแม่ เธอต้องพบเจอเรื่องราวแบบนี้เข้าสวี่เพียวเพียวไม่กล้าคิดเลยเธอไม่อาจยอมรับความเป็นไปได้เช่นนั้นได้ และคงจะเอาแต่โทษตัวเองที่อบรมสั่งสอนลูกไม่ดีน้องสาวของเซ่ามู่ จากน้ำเสียงที่เขาเล่า ดูเหมือนจะเป็นลูกสาวที่เกิดตอนแก่ เป็นแก้วตาดวงใจที่ถูกตามใจ อยากได้อะไรก็หามาให้ทั้งหมด ตามใจทุกอย่างจึงทำให้เธอเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาต่อทุกสิ่งทุกอย่างสายวิดีโอคอลยังคงดำเนินต่อไป

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 700

    สวี่เพียวเพียวนิ่งคิดทบทวนในใจว่าจะเอ่ยปากพูดเรื่องนี้อย่างไรดีท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเธอจะปล่อยปละละเลยไม่สนใจไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถโพล่งเรื่องแบบนี้ออกไปโต้ง ๆ ได้เช่นกัน“คุณรู้ตัวไหมว่าน้องสาวของคุณกำลังมีความรักในวัยเรียน?”เซ่ามู่ส่งเสียงอ๊ะออกมา“ก่อนหน้านี้คุณครูเคยเรียกผมไปคุยอยู่เหมือนกันครับ แต่แกบอกว่ามันเป็นแค่การเล่นขายของเด็ก ๆ คบกันเพื่อช่วยกันทำการบ้านเฉย ๆ ครับ”สวี่เพียวเพียวคิดในใจว่า ที่เด็กพูดแบบนั้นก็เพราะไม่ได้ยอมพูดความจริงกับเซ่ามู่ต่างหากล่ะ“แล้วคุณรู้ไหมว่าน้องสาวคบอยู่กับใคร?”“ไม่รู้เลยครับ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นเหรอครับ?”ความรู้สึกอึดอัดใจระลอกหนึ่งพลันเอ่อล้นขึ้นมาในอกของสวี่เพียวเพียวมนุษย์เรามักไม่ชอบฟังข่าวร้าย และยิ่งเกลียดคนที่นำข่าวร้ายมาบอกกล่าวมากที่สุดทว่าเมื่อหวนนึกถึงคำพูดของมู่เป่าเยว่ที่บอกว่าอยากจะคลอดเด็กคนนั้นออกมาแล้ว สายตึงเครียดเส้นหนึ่งในสมองของเธอก็พลันขมวดเกร็งขึ้นมาทันทีเธอไม่ต้องการเข้าไปก้าวก่ายวิถีชีวิตของผู้อื่น แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้ความลังเลใจชั่วขณะข

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 699

    เธอก้าวเข้าไปด้านหน้าแล้วฉวยหยิบใบตรวจในมืออีกฝ่ายมาดูทว่ากลับสะดุดตากับตัวอักษรคำว่า ยืนยันการตั้งครรภ์สวี่เพียวเพียวนิ่งงันไป ก่อนจะหันไปมองหน้าฉีจี้ด้วยความประหลาดใจ “พี่สาวเธอรู้เรื่องนี้หรือยัง?”“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ใช่ของหนูนะคะ พี่เพียวเพียว! นี่เป็นของ... ของเพื่อนสนิทหนูค่ะ พอดีเพื่อนกลัวทางบ้านรู้เรื่องเข้าเลยยืมบัตรประจำตัวประชาชนของหนูมาลงทะเบียนตรวจ ถ้าคุณไม่เชื่อลองไปถามคุณหมอดูก็ได้ค่ะ ว่าคนที่เข้าไปตรวจในห้องเมื่อกี้ไม่ใช่หนูจริง ๆ ”“เพื่อนของเธอเหรอ?”เมื่อพิจารณาจากวัยของฉีจี้แล้ว เพื่อนของเธอก็คงอยู่ในช่วงมัธยมต้นหรือไม่ก็มัธยมปลายเท่านั้นสวี่เพียวเพียวถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะแต่เธอก็ยังตัดสินใจจูงมือฉีจี้กลับเข้าไปสอบถามความจริงจากแพทย์ผู้ตรวจให้แน่ใจอีกครั้งจนกระทั่งมั่นใจแน่ชัดแล้วว่าคนไข้ที่เข้ารับการตรวจไม่ใช่ตัวฉีจี้จริง ๆ เธอถึงค่อยโล่งอกลงไปได้เปลาะหนึ่ง“เรื่องแบบนี้ ฉันต้องบอกพี่สาวของเธอนะ”สีหน้าของฉีจี้เต็มไปด้วยความกลุ้มใจ“เอาเถอะค่ะ เพื่อนของหนูออกมาจากห้องน้ำพอดี หนูไปก่อนนะคะ พี่เพียวเพียว ขอตัวก่อนค่ะ”ฉีจี้รีบคว้าแขนเด็กผู้หญิงคนหนึ่

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 698

    หลังจากเสร็จสิ้นการจัดการพิธีศพของบ้านสามสวี่เพียวเพียวก็กลับมาที่บริษัท และทันทีที่เธอเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ก็ได้รับแบบร่างดีไซน์จำนวนมากจากฮั่วสวินเจินส่งตรงเข้ามาไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคร้ายที่กลายเป็นโชคดีหรือเปล่าช่วงนี้เธอกลับมีประกายไอเดียพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสายไม่เพียงแต่ออกแบบเครื่องประดับคอลเลกชันใหม่ประจำฤดูกาลของ à l'aube สำเร็จเท่านั้น แต่เธอยังออกแบบสินค้าไฮไลท์สำหรับแบรนด์ทองคำได้เสร็จเรียบร้อยแล้วอีกด้วยโดยเน้นไปที่ธีมงานแต่งงานมีดวงดาวและดวงจันทร์เป็นองค์ประกอบหลัก ผสมผสานเข้ากับงานฝีมือลายลูกไม้ ทำให้ชุดเครื่องประดับทั้งชุดดูราวกับงานศิลปะชั้นฮั่วสวินเจิน “ฉันลองไตร่ตรองดูแล้ว หลายคนเวลาแต่งงานมักจะซื้อเครื่องประดับทองน้ำหนักมาก แต่พอล่วงเลยงานแต่งไปแล้วกลับไม่สะดวกที่จะหยิบมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ฉันก็เลยออกแบบทองคำน้ำหนักมากที่ยังคงสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ง่าย กับทองคำขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบาแต่มีความประณีตบรรจงค่ะ”สวี่เพียวเพียวกวาดสายตามองแบบร่างดีไซน์เหล่านั้นดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาวาววับสำหรับคนที่ปกติแล้วไม่ค่อยชอบเครื่องประดับทองคำ และมั

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 697

    “ใครต่อใครต่างก็พูดกันว่า ฉันเป็นแค่เด็กที่ตระกูลฮั่วไม่ต้องการ วันข้างหน้าถ้าไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการแต่งงานเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้กับตระกูลแล้ว ฉันก็ไม่มีค่าอะไรหลงเหลืออยู่อีกเลย”ฮั่วสวินเจินหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงหยาดน้ำตาเอ่อล้นไหลรินลงมาตามหางตาของเธอ“ฉันเคยคิดว่าชีวิตของฉันคงมีอยู่แค่นี้แหละ คงเป็นได้แค่หุ่นเชิดที่มีคุณค่าและว่าง่ายตัวหนึ่ง แต่แล้วฉันก็ได้มาพบกับพี่สะใภ้ใหญ่”“แม่ของฉันก็กลับมาด้วย”“เธอพาฉันไปพบคุณตาคุณยาย และพูดคุยกับฉันตั้งมากมาย ฉันเคยนึกว่าชีวิตของฉันกำลังจะดีขึ้นแล้วแท้ ๆ ”ต่อให้จะเป็นฮั่วสวินเจินผู้เจิดจรัส ก็ยังคงมีความทุกข์ระทมในแบบที่คนธรรมดาทั่วไปยากจะจินตนาการความเชื่อใจและความปรารถนาดีครั้งแรกที่เธอได้รับ ล้วนมาจากสวี่เพียวเพียวทั้งสิ้นและก็เป็นเพราะสวี่เพียวเพียวเช่นกัน พี่ใหญ่ถึงยอมเปิดทางให้พ่อแม่ของเธอกลับบ้านได้ทว่าผลกรรมและเหตุปัจจัยเหล่านี้ กลับระเบิดขึ้นมาทั้งหมดก็เพราะภัยพิบัติที่ถูกฝังรากลึกไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนความแค้นเคืองและความขมขื่นที่สะสมมานานหลายปี ไม่เคยจางหายไปจากใจของเจินอวิ๋นเลยแม้แต่น้อยมันทวี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status