Share

บทที่ 5

Penulis: เจ้าเหมียวแวววาว
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เจียงหรั่นมักจะไปหาฮั่วจี้เซินที่มหาวิทยาลัยเอบ่อย ๆ

โดยทุกครั้งจะใช้ชื่อของพี่ชายอย่างเจียงซ่งเป็นข้ออ้างเสมอ

และช่วงเวลานั้นเองที่เธอมักจะได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่คอยตามติดฮั่วจี้เซินราวกับเงา ผู้หญิงคนนั้นรูปร่างสูง มีทรวดทรงเด่นชัด สวมเสื้อผ้าสีสันสดใสสะดุดตา เธอเหมือนกับแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันที่เจิดจรัส

เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม

เจียงหรั่นรู้จากปากของเจียงซ่งว่า ผู้หญิงคนนั้นชื่อสวี่เพียวเพียว เป็นแฟนของฮั่วจี้เซิน เรียนอยู่คณะศิลปะ

ไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่มีบุคลิกเย็นชาสูงส่งและดูสะอาดสะอ้านราวกับแสงจันทร์อย่างฮั่วจี้เซิน จะมาคบกับคุณหนูผู้เอาแต่ใจและดูจะไร้รสนิยมในสายตาคนอื่นเช่นนี้

เจียงซ่งเคยบอกว่า ฮั่วจี้เซินค่อนข้างยากจน ที่คบกันก็คงเพราะสวี่เพียวเพียวใช้เงินฟาดหัว ซึ่งเจียงหรั่นเองก็เชื่อแบบนั้น

จนกระทั่งมีการร่วมงานทางธุรกิจครั้งหนึ่ง เธอถึงได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วฮั่วจี้เซินคือบุตรชายคนโตของตระกูลฮั่ว และเป็นผู้สืบทอดกลุ่มบริษัทในอนาคต

เจียงหรั่นจึงมั่นใจว่า ระหว่างฮั่วจี้เซินกับสวี่เพียวเพียวก็คงแค่เล่น ๆ กันเท่านั้น

ต่อมาเธอก็เคยได้ยินเรื่องนี้จากปากเขาเองเช่นกัน แต่แปลกที่เจียงหรั่นกลับดีใจไม่ลง

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้น จ้องมองมาด้วยสายตาเย็นเฉียบ

เจียงหรั่นตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว

ฮั่วจี้เซินวางตะเกียบในมือลงทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ผมขึ้นข้างบนก่อน ต่อไปถ้าแม่จะส่งดอกไม้ให้ใคร ก็ไม่ต้องใช้ผมเป็นข้ออ้างอีก”

คุณนายฮั่วร้องเหอะออกมา สีหน้าดูแทบไม่ได้ “แกหมายความว่ายังไง? แม่แค่ยกดอกไม้ให้หรั่นหรั่นช่อเดียว แกถึงกับต้องไม่พอใจเลยเหรอ?”

แต่ฮั่วจี้เซินเดินขึ้นบันไดไปเสียแล้ว

เจียงหรั่นมองตามหลังเขาไป ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม

คุณนายฮั่วดึงมือเจียงหรั่นมาปลอบประโลมอยู่สองสามคำ ก่อนจะถามขึ้นว่า “หรันหรั่น เมื่อกี้ที่หนูพูดถึงสวี่เพียวเพียว เธอคือใครเหรอจ๊ะ?”

ทำไมเธอถึงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย

เจียงหรั่นรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไป อุตส่าห์ได้เจอฮั่วจี้เซินทั้งที แต่กลับทำให้เขาโกรธจนเดินหนีไปเสียได้

“ไม่มีอะไรค่ะคุณป้า แค่เพื่อนเก่าสมัยเรียนน่ะค่ะ อ้อ เมื่อกี้หนูลืมบอกพี่เซินเรื่องที่อยากจะไปฝึกงานที่ฮั่วซื่อกรุ๊ป พี่เซินคงไม่ปฏิเสธใช่ไหมคะ?”

“เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวป้าไปบอกเขาให้”

“ขอบคุณค่ะคุณป้า”

-

ที่ชั้นบน ในห้องทำงานของฮั่วจี้เซิน

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์กำลังประมวลผลรายงานผลประกอบการของกลุ่มบริษัท ก่อนที่ข้อมูลของแต่ละทีมโปรเจกต์จะแสดงออกมาอย่างชัดเจน

สายตาของฮั่วจี้เซินเผลอเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ทีมของสวี่เพียวเพียวโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นทีมที่มีสัดส่วนการเติบโตสูงที่สุดอย่างเลี่ยงไม่ได้

เมื่อตอนกลางวันที่ได้พบเธอ เขารู้สึกเพียงว่าเธอผอมลงไปมาก จากเดิมที่เคยมีรูปร่างสมส่วนและมักจะโวยวายว่าจะลดความอ้วนอยู่บ่อย ๆ แต่ตอนนี้ไหล่และแผ่นหลังของเธอดูผอมบางราวกับกระดาษ A4 หนึ่งแผ่น

เขายอมรับว่า ตอนที่เห็นชื่อสวี่เพียวเพียวในฐานะผู้รับผิดชอบโปรเจกต์บนแผนงาน เขาก็เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย

จะมีใครที่ชื่อซ้ำกับเธอได้ขนาดนี้

ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเธอจริง ๆ

สวี่เพียวเพียวเรียนศิลปะ เมื่อก่อนเธอไม่ชอบเรียนหนังสือเลย ตอนเรียนก็มักจะบ่นอยู่เสมอว่าในอนาคตเธอจะไม่ทำงานเป็นลูกจ้างใครเด็ดขาด เพราะเงินที่บ้านเธอใช้ยังไงก็ไม่หมด

แต่ตอนนี้เธอกลับมาทำงาน แถมยังทำงานที่ฮั่วซื่อกรุ๊ปอีก ซึ่งทำให้ฮั่วจี้เซินรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ แผนงานของเธอดีที่สุดในบรรดาทุกทีม

แรกเริ่ม การที่เขาคบกับสวี่เพียวเพียวคือการเดิมพันอย่างหนึ่ง

ประกอบกับสวี่เพียวเพียวตามตื๊อเขาไม่ลดละ ฮั่วจี้เซินจึงตอบตกลงไป

ตอนนั้นเขาคิดว่า เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยและเขากลับไปรับตำแหน่งที่ฮั่วซื่อกรุ๊ปแล้วเขาจะเลิกกับเธอ

ทว่าการเดิมพันนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนรสชาติไป

เธอเป็นคนที่กระตือรือร้น ร่าเริง เหมือนกับดอกไม้ที่อ่อนโยนแต่แข็งแกร่ง เพียงแค่ได้เห็นหน้าเธอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

คุณหนูตระกูลสวี่ผู้หยิ่งยโสต่อหน้าคนอื่น กลับกลายเป็นเด็กสาวที่ว่าง่ายและเรียบร้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

ทั้งคู่เคยปล่อยกายปล่อยใจด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ฮั่วจี้เซินประหลาดใจที่พบว่าสวี่เพียวเพียวสามารถตอบสนองความต้องการส่วนตัวของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เขาเสพติดเธอราวกับเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย เขาตัดใจจากเธอไม่ได้ เขารักเธอ

เขาเคยวางแผนถึงอนาคต ถึงขั้นคิดไปว่าหลังจบการศึกษาจะแกล้งบอกเลิกก่อน แล้วค่อยสารภาพตัวตนที่แท้จริงกับเธอในฐานะใหม่

หากเธอไม่ยกโทษให้ เขาก็จะมอบเงินจำนวนมหาศาลและความรักทั้งหมดที่มีให้แก่เธอ

เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าสวี่เพียวเพียวจะเจอปัญหาอะไร วิธีแก้เดียวของเธอคือการใช้เงินแก้ปัญหา ทั้งจ้างคนเข้าเรียนแทน จ้างทำการบ้านและรายงาน แม้แต่ไปรับพัสดุเธอยังจ้างคนอื่นไปรับแทน

ในสายตาของเธอ เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง

แม้แต่ตอนที่มาขอคบกับเขา เธอยังสำคัญตัวผิดบอกว่าจะให้เงินเขาด้วยซ้ำ

แต่เธอคงไม่รู้ว่า ทรัพย์สินของตระกูลสวี่สิบตระกูลรวมกันยังเทียบไม่ได้กับเงินปันผลรายปีของกองทุนตระกูลฮั่วเพียงกองเดียว

แต่ผลสุดท้าย คนที่ถูกทิ้งกลับเป็นเขาเสียเอง

สวี่เพียวเพียวจากไปอย่างเด็ดขาด

เธอบล็อกทุกช่องทางการติดต่อของเขา และขนของย้ายออกไป ซึ่งเป็นการบอกเลิกแบบสายฟ้าแลบที่ตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย

ฮั่วจี้เซินต้องไปสืบหาความจริงถึงได้รู้ว่าเธอไปต่างประเทศแล้ว

เธอจากไปแบบนั้น โดยไม่ทิ้งคำพูดไว้ให้เขาสักคำเดียว

แม้แต่เจียงซ่งยังรู้เรื่องที่เธอไปต่างประเทศ เธอยังขายไอดีเกมที่เติมเงินจนอั้นแถมไอเท็มระดับเทพให้เจียงซ่งอีกต่างหาก

ฮั่วจี้เซินได้แต่หัวเราะเยาะด้วยความโกรธเคือง

เธอเป็นคนเข้ามาจีบเขา พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแทรกซึมเข้ามาในโลกของเขา แต่ตอนนี้กลับนึกจะไปก็ไป

มันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี

ฮั่วจี้เซินเป็นใคร? เขาคือเดือนมหาลัยเอ คือผู้สืบทอดของตระกูลฮั่วที่ถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก เขาไม่เชื่อว่าสวี่เพียวเพียวจะจากไปเฉย ๆ แบบนี้

เขาเคยตามหาเธอ แต่ทุกข้อความที่ส่งไปกลับเงียบหายราวกับจมลงสู่ก้นมหาสมุทร

เขาถึงขั้นคิดว่าเธอเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น และวางแผนจะใช้เครือข่ายเส้นสายของตระกูลฮั่วเพื่อตามหาเธอให้พบก่อน

ทว่าในตอนนั้นเอง เขาได้ยินเจียงซ่งที่อยู่เตียงข้าง ๆ แอบป้องปากคุยโทรศัพท์เบา ๆ

เป็นสวี่เพียวเพียวโทรมา

วินาทีนั้น ความเกลียดชังในใจของฮั่วจี้เซินลุกโชนราวกับไฟป่าที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง รวมถึงสติสัมปชัญญะของเขาเองด้วย

โทรศัพท์สายนั้นเหมือนกับการหัวเราะเยาะฮั่วจี้เซินอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากนั้น ก็ไม่มีใครเอ่ยชื่อสวี่เพียวเพียวขึ้นมาอีกเลย

การเข้ามาบริหารบริษัทเป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้าแล้ว ฮั่วจี้เซินแค่ไม่คิดว่าสวี่เพียวเพียวจะมาอยู่ในบริษัทของเขาด้วย

วินาทีที่เห็นเธอ ฮั่วจี้เซินถึงกับตะลึงงัน

ตอนนี้ชีวิตของเธอดูไม่ได้สุขสบายเหมือนเมื่อก่อน ทว่าฮั่วจี้เซินไม่ได้รู้สึกสะใจเลยสักนิด ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มแทงในอกจนอึดอัดไปหมด

เธอแต่งงานแล้ว

และเวลาที่แต่งงานก็คือตอนที่เพิ่งเลิกกับเขาได้ไม่นาน

ฮั่วจี้เซินเริ่มสงสัยว่า ที่เธอรีบร้อนบอกเลิกเขา เป็นเพราะจะไปแต่งงานกับชายอื่นใช่ไหม

แถมยังมีลูกด้วยกันแล้วด้วย

เมื่อก่อนสวี่เพียวเพียวพูดอยู่บ่อย ๆ ว่าเธอไม่ชอบเด็ก เธออยากใช้ชีวิตคู่สองคนให้เบื่อก่อนค่อยคิดเรื่องลูก

แต่ที่เธอไม่ชอบ คงจะเป็นลูกของเขาฮั่วจี้เซินเสียมากกว่า แต่พอกับชายอื่น เธอกลับยอมอุ้มท้องและคลอดลูกออกมาทันที

ในอกของฮั่วจี้เซินเหมือนมีหินหนัก ๆ ถ่วงอยู่ จนรู้สึกหายใจไม่ออกอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงเตะเข้าไปที่ขาโต๊ะอย่างแรง

สวี่เพียวเพียว... เธอเก่งมากจริง ๆ

-

เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น ก่อนที่คุณนายฮั่วจะยกถาดอาหารเดินเข้ามา

เธอพูดตรงประเด็นทันที “แกไม่ชอบหนูเจียงหรั่นเหรอ? ฉันเห็นว่าปกติแกกับเจียงซ่งก็สนิทกันดี เลยกะว่าจะให้ดองเป็นทองแผ่นเดียวกันเสียหน่อย”

การที่ลูกชายไม่ยอมกินข้าวแล้วเดินหนีมาแบบนี้ ทำให้คุณนายฮั่วรู้สึกสงสารลูก เพราะถ้าเป็นบ้านอื่น คงไม่มีใครทนนิสัยเย็นชาของฮั่วจี้เซินได้

คุณนายฮั่วกับฮั่วจี้เซินไม่ได้สนิทกันนัก

ตอนเด็ก ๆ เขาถูกเลี้ยงดูโดยคุณปู่ฮั่ว พอโตมาก็วุ่นอยู่กับงาน

หลายปีมานี้ เมื่อฮั่วจี้เซินกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ บารมีและความเย็นชาในตัวเขาก็เพิ่มมากขึ้น จนคุณนายฮั่วเองยังรู้สึกเกรงใจลูกชายคนนี้อยู่ลึก ๆ

ฮั่วจี้เซินหยิบตะเกียบขึ้นมาทานข้าวคำหนึ่ง “ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่เกลียดครับ”

เขาเจอผู้หญิงแบบนี้มานักต่อนักแล้ว ความต้องการในตัวเขาที่ฉายชัดในดวงตาพวกเธอมันช่างน่ารังเกียจจนปิดไม่มิด

แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงดวงตาอีกคู่หนึ่ง ดวงตาที่เคยอ่อนโยน แต่ตอนนี้กลับเย็นชาจนทำให้หัวใจของเขาจมดิ่งลงสู่ความหนาวเหน็บ

“คราวหน้าถ้าที่บ้านมีแขก ช่วยบอกล่วงหน้าด้วยครับ”

เพราะถ้ามีแขกอยู่ เขาจะไม่กลับมา

“แกหมายความว่ายังไง? ต่อให้ไม่ชอบ แกก็น่าจะให้เกียรติเด็กผู้หญิงเขาบ้าง!”

การสะบัดหน้าหนีออกมาแบบนั้นทำให้คุณนายฮั่วเสียหน้าไม่น้อย

ฮั่วจี้เซินตอบรับสั้น ๆ “แม่จะเลือกแขกหรือเลือกผม ก็ลองตัดสินใจดูเอาเองแล้วกันครับ”

คุณนายฮั่วรู้สึกเหมือนมีไฟสุมทรวง จะระเบิดออกมาก็ไม่ได้ จะกลืนลงไปก็กลืนไม่ลง

ผ่านไปพักใหญ่เธอจึงพูดขึ้นว่า “นิสัยเสีย ๆ แบบนี้ จะมีผู้หญิงที่ไหนทนแกได้ หนูหรันหรั่นเขาชอบแกนะ แกยังจะมาทำท่าไม่พอใจอีกเหรอ?”

ฮั่วจี้เซินวางตะเกียบลงแล้วใช้ผ้าเช็ดมุมปาก

“ครับ”

คุณนายฮั่วเงยหน้าขึ้นแล้วสังเกตเห็นรอยบางอย่างที่คอของลูกชาย “รอยที่คอแกคือ...”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Sitang Pijitpalakad
สนุกค่ะ ◌ูได้อย่างต่อ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 390

    “พี่ใหญ่ โปรเจกต์นั้นที่ต้องพับเก็บไปตอนแรก เพราะมันติดปัญหาเรื่องสายป่านทางการเงินที่ไม่ยาวพอ แถมเทคโนโลยีในตอนนั้นก็ยังไม่นิ่งพอที่จะรองรับความเสี่ยงได้”“แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิมครับ ผมมั่นใจว่ารอบนี้ผมจะสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่จากกลุ่มทุนฝั่งฝรั่งเศสมาลงในโปรเจกต์นี้ได้สำเร็จ แถมทางนั้นเขายังยินดีจะส่งวิศวกรระดับหัวกะทิมาช่วยดูแลให้เราโดยเฉพาะด้วย”แววตาของฮั่วจี้เซินยังคงราบเรียบและเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ “แล้วนายจะเอาอะไรไปเป็นเหยื่อล่อล่ะ?”ฮั่วจี้รุ่ยกระแอมไอออกมาเล็กน้อยเพื่อลดความประหม่า“คุณพ่อกำลังจะเดินทางไปถ่ายหนังที่ฝรั่งเศส ผมเลยอยากจะถือโอกาสนี้ขอลาหยุดสักอาทิตย์หนึ่งเพื่อตามไปด้วย สถานที่ถ่ายทำหลักของหนังเรื่องนี้ดันบังเอิญตั้งอยู่ในเมืองเดียวกับสำนักงานใหญ่ของกลุ่มนักลงทุนที่ผมเล็งไว้พอดีครับ”เมื่อพูดถึงฮั่วหมิ่น เขาคือผู้กำกับสายอาร์ตตัวพ่อเขามักจะบินไปละเลงความคิดสร้างสรรค์ผ่านฟิล์มภาพยนตร์ตามประเทศต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ฝีมือของเขาจะการันตีด้วยรางวัลมาไม่น้อย แต่เม็ดเงินมหาศาลที่หามาได้กลับมักจะถูกเผาทิ้งไปกับงานศิลปะเหล่านั้นจนเกือบเกลี้ยง อย่าว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 389

    สวี่เพียวเพียวส่ายหน้าเบา ๆ “ความจริงตอนนั้นฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบากขนาดนั้นหรอก อาจจะเพราะไม่มีเวลาหยุดคิดเรื่องตัวเองเลย หรือบางทีมันอาจจะเป็นกลไกการป้องกันตัวเองตามธรรมชาติของมนุษย์ยามที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตหนัก ๆ มั้ง ตอนนั้นในหัวของฉันมีแต่เรื่องอาการป่วยของคุณพ่อ จนบางครั้งเผลอละเลยฮว่าฮว่าไปบ้างเหมือนกัน”เพราะเหลียนฮว่าลืมตาดูโลกพร้อมกับร่างกายที่ไม่สู้จะแข็งแรงนัก เด็กน้อยจึงมีอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและทุกครั้งที่ฤดูกาลผันเปลี่ยน ลูกน้อยต้องล้มป่วยลงเสมอเพียงแค่หนูน้อยร้องไห้หนักเกินไป หรือมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยบนร่างกาย ก็สามารถเป็นชนวนเหตุให้พิษไข้พุ่งสูงขึ้นได้ทันควันนอกจากร่างกายที่แสนเปราะบางแล้ว เรื่องอาหารการกินก็เป็นปัญหาใหญ่ เพราะเหลียนฮว่ามีสิ่งที่ทานไม่ได้เยอะจนน่าตกใจ หากรายการสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจเจอสามารถนำมาต่อกันจนยาวลากพื้นได้ มันก็คงจะยาวสุดลูกหูลูกตาและตัวสวี่เพียวเพียวเอง ในตอนนั้นเธอก็เป็นเพียงหญิงสาวที่เพิ่งจะได้เรียนรู้การเป็นแม่เป็นครั้งแรกในชีวิตตอนที่เหลียนฮว่าไข้ขึ้นสูงเป็นครั้งแรก คุณหมอไม่แนะนำให้ใช้ยาเคมีกับเด็กท

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 388

    น้ำเสียงของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความหยอกเย้ากล้ามเนื้อบริเวณแผ่นหลังอันกำยำของชายหนุ่มแข็งเกร็งขึ้นมาทันควันทันทีที่เขาหมุนตัวหันกลับมา ก็พบกับสวี่เพียวเพียวที่กำลังยืนพิงขอบประตู ในอ้อมแขนของเธอยังคงโอบกอดกล่องอาหารเอาไว้แน่นวันนี้เธอสวมเสื้อคลุมโทนสีเหลืองนวลดูละมุนตา ตัดกับกระโปรงสั้นสีขาวสะอาดและรองเท้าบูทสั้นส้นสูงที่ขับเน้นเรียวขาให้ดูเพรียวยาวภาพตรงหน้าซ้อนทับกับภาพของเด็กสาวจอมแสบในวันวานที่ชอบสวมเสื้อฮู้ดตัวโคร่งคู่กับกระโปรงเทนนิสและรองเท้าด็อกเตอร์มาร์ตินส์ ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกที่ต่างกันออกไปสิ่งที่เปลี่ยนไปอาจเป็นเพียงเครื่องแต่งกายตามกาลเวลาทว่าสิ่งที่ยังคงหนักแน่นและไม่เคยเปลี่ยนแปรเลย คือรอยยิ้มสดใสที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าของเธอเสมอฮั่วจี้เซินหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับหยดน้ำที่เกาะพราวบนใบหน้า ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเธอ“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”“ก็มีคนแถวนี้ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องทั้งคืน ฉันก็เลยต้องมาเดินตรวจเวรดูหน่อย อยากรู้เหมือนกันว่าแอบแวะไปแซ่บที่ไหนหรือเปล่า”ฮั่วจี้เซินหลุบสายตาลงจ้องมองคนตรงหน้าในระยะประชิดเขาเพิ่งจะล้างหน้ามาหมาด ๆ ห

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 387

    เหลียนฮว่าเงยหน้าขึ้นสบตากับสวี่เพียวเพียว“เหมือนตอนที่เราเคยอยู่กันแค่สองคนก่อนหน้านี้ไงคะ มันก็มีความสุขดีอยู่หรอกค่ะ แต่มันก็แอบเหงาไปหน่อยจริง ๆ นะคะ”ถ้อยคำที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายกลับทำให้หัวใจของสวี่เพียวเพียวสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเธอมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ไร้เดียงสาของลูกสาว แววตาคู่นั้นบรรจุไปด้วยความปรารถนาดีและความกังวลที่มีต่ออวี๋ฮุ่ยและฉินอวี่โยวอย่างจริงใจที่สุดก่อนหน้านี้ภาพของครอบครัวที่มีกันเพียงไม่กี่คนของพวกเธอก็เคยอยู่ในสภาพที่โดดเดี่ยว ไม่ต่างจากครอบครัวของอวี๋ฮุ่ยในยามนี้เลยไม่มีผิดเพี้ยนเด็กตัวน้อย แม้จะยังเยาว์วัยนักทว่าในบางแง่มุมของชีวิต พวกเขากลับสามารถเข้าใจทุกอย่างได้อย่างลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะคาดคิดสวี่เพียวเพียวใช้ปลายนิ้วลูบไล้แก้มใสที่นุ่มนิ่มของเหลียนฮว่า พร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยนราวกับกระแสสายน้ำที่ช่วยชโลมหัวใจ“ได้สิจ๊ะ แต่หนูต้องรอให้คุณพ่อกลับมาก่อน แล้วลองถามความเห็นเขา โอเคไหมจ๊ะ?”“ตกลงค่ะ”ฮั่วจี้รุ่ยยังคงนั่งนิ่งพลางลอบมองเหลียนฮว่าวันนี้เด็กน้อยสวมชุดคลุมสีแดงสดขลิบด้วยผ้าลายสก๊อต มองเผิน ๆ ราวกับหลุดออกมาจาก

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 386

    คำถามที่หลุดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อยเพราะการที่ฮั่วจี้เซินอยู่ที่ตึกหลักนั้น ถือเป็นเรื่องที่มีความชอบธรรมและมั่นคงเสียยิ่งกว่าตัวฮั่วหงผู้เป็นบิดาเสียอีก เขาจึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องย้ายออกไปเลยเปลือกตาของโสงเจี๋ยกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าเธอก็ยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทและแผ่รัศมีผู้สูงศักดิ์ออกมาอย่างแนบเนียน“อาเซินกับเพียวเพียวเขาเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน จะให้หนุ่มสาวมาอุดอู้อยู่กับคนแก่อย่างเราสองคนไปตลอดมันก็น่าเบื่อแย่ อีกอย่าง แม่กับคุณลุงใหญ่ของพวกเธอก็เริ่มอยากจะมีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อพักผ่อนบ้างเหมือนกัน”“เดิมที ตึกเหล่านั้นก็ถือเป็นกรรมสิทธิ์ในส่วนที่พวกเธอควรจะได้รับอยู่แล้ว เรื่องราวความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของพวกเธอมันคือความผิดพลาดของคนรุ่นเรา มาถึงตอนนี้ ฉันจึงขอยกบ้านคืนให้พวกเธอไปจัดการแบ่งสรรและดูแลกันเอาเอง ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตกันอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องภายในของพวกเธอ ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย”โสงเจี๋ยครองตำแหน่งคุณนายใหญ่แห่งตระกูลฮั่วมานานนับปีท่วงท่าและท่วงทำนองที่เธอแสดงออกมาในยามนี

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 385

    ตึกหลักหลังนี้ถูกกำหนดไว้เป็นที่อยู่ของผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลฮั่วคนต่อไปเท่านั้นนี่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัดและยาวนานในเมื่อฮั่วหงคือบุตรชายคนโต และฮั่วจี้เซินคือหลานชายคนโต ทั้งยังเป็นผู้กุมบังเหียนบริหารเครือบริษัทอย่างเต็มตัวในปัจจุบัน การที่ครอบครัวของพวกเขาครอบครองตึกหลักจึงเป็นสิทธิที่สมเหตุสมผลทว่าโสงเจี๋ยกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“ตึกหลักของเรามีห้องตั้งมากมาย ต่อให้พักอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมดก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรหรอก เพียงแต่แม่เห็นว่าพวกเด็ก ๆ ก็เริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว การแยกสัดส่วนที่พักให้เป็นส่วนตัวย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า แต่ที่แม่หนักใจ ก็คือเรื่องของอารุ่ยนั่นแหละ แม่กลัวว่าเด็กคนนั้นจะเก็บเอาไปคิดมากน่ะสิ”สิ่งที่โสงเจี๋ยเป็นกังวลที่สุด คือนิสัยส่วนตัวของฮั่วจี้รุ่ยที่มักจะอ่อนไหวและคิดเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเธอเกรงว่าเขาจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เหตุใดในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกคนถึงยังสามารถพำนักรวมกันอยู่ที่ตึกหลักได้อย่างสงบสุขแต่พอเขาก้าวเท้ากลับมาบ้านปุ๊บ กลับกลายเป็นว่าทุกคนต้องมาแยกย้ายบ้านกันอยู่ทันทีแม้ระยะห่างระหว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status