Share

บทที่ 6

Penulis: เจ้าเหมียวแวววาว
ฮั่วจี้เซินดึงลิ้นชักออกมา จากนั้นแกะแผงยากระดาษฟอยล์แล้วกินยาลอราทาดีนลงไป “แพ้น่ะครับ”

คุณนายฮั่วยอมรับว่า ตอนแรกที่เห็นรอยบนคอของเขา เธอแอบคิดว่าในที่สุดลูกชายก็มีแฟนเสียที แต่อาจจะยังไม่สะดวกพามาเปิดตัว

ใครจะไปรู้ว่าที่แท้... คืออาการแพ้

.....

คุณนายฮั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“อาเซิน หนูหรันหรั่นบอกว่าอยากจะไปฝึกงานที่บริษัท แกช่วยจัดการให้หน่อยนะ”

“ให้เธอทำตามขั้นตอนครับ ถ้าสัมภาษณ์ผ่านก็เข้าได้”

คุณนายฮั่วเริ่มไม่พอใจและอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “หรันหรั่นเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเชียวนะ แค่ไปฝึกงานที่บริษัททำไมต้องเดินเรื่องทำตามขั้นตอนให้ยุ่งยากด้วย? อาเซิน แกจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่อยไม่ได้เชียวเหรอ?”

ฮั่วจี้เซินปรายตาขึ้นมอง “ไม่ได้ครับ”

เจียงหรั่นออกจะหน้าตาสะสวย ฐานะทางบ้านก็คู่ควรเหมาสมกัน แถมยังแอบชอบฮั่วจี้เซินมาตั้งหลายปี

มันมีไม่ดีตรงไหนกัน?

คุณนายฮั่วมองลูกชาย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ จนต้องถามเสียงสูงออกไปว่า “อาเซิน แกไม่ได้... ชอบผู้ชายใช่ไหม?”

“...” ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด “ผมเคยมีแฟนครับ”

หัวใจที่เต็นระรัวของคุณนายฮั่วค่อย ๆ สงบลง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะถามต่อ ฮั่วจี้เซินก็เสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า “รสนิยมทางเพศมักจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม ถ้าแม่สงสัยในตัวผม สู้ไปถามพ่อดีกว่าครับ”

คุณนายฮั่วถึงกับสำลัก

พูดจาเลอะเทอะอะไรอย่างนี้!

เมื่อเห็นเช่นนั้น คุณนายฮั่วก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ จะโกรธก็ไม่เชิง จะไม่ก็โกรธก็ไม่ใช่ เหมือนต่อยลม ต่อยอากาศที่ไม่มีการตอบโต้

สุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะไม่สนใจ เก็บถาดอาหารที่ฮั่วจี้เซินทางเสร็จแล้วเดินจากไปทันที

ขืนอยู่ต่อนานกว่านี้ เธอคงโดนฮั่วจี้เซินยั่วโมโหจนอกแตกตายแน่ ๆ

-

วันรุ่งขึ้น

ฮั่วจี้เซินรับปากพี่สาวลูกพี่ลูกน้องว่าจะช่วยไปรับลูกให้ เมื่อเขาจอดรถลง เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้ปกครองละแวกนั้นทันที

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ขาเรียวยาวที่พิงอยู่กับรถหรู รูปร่างที่สง่างามบวกกับบุคลิกที่ดูเย็นชาเคร่งขรึม ทำให้เขาดูเป็นจุดสนใจไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน

ถึงขนาดมีคนแอบกระซิบถามกันว่า มีดารามาถ่ายละครแถวนี้หรือเปล่า

แต่เขายังไม่ทันได้เจอกับหลานชาย กลับเจอคุณครูอนุบาลที่เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “ขอโทษนะคะ คุณเป็นผู้ปกครองของน้องโยวโยวหรือเปล่าคะ? พอดีน้องมีปัญหากับเพื่อนในโรงเรียนนิดหน่อย และเราต้องการความร่วมมือจากผู้ปกครองค่ะ”

ฮั่วจี้เซินถอดแว่นกันแดดออก แล้วเดินตามคุณครูเข้าไปในโรงเรียน

ภายในโรงเรียน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีขาวนั่งฟุบอยู่บนพื้น เธอสะอื้นไห้เบา ๆ ทั้งตัวสั่นเทา บนแขนขาวนวลมีรอยถลอกเล็ก ๆ เต็มไปหมด

ส่วนหลานชายของเขายืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าอ้วนกลมนั้นเต็มไปด้วยความจองหอง

“เหลียนฮว่า ฉันชวนเธอเล่นด้วยก็ถือว่าให้เกียรติเธอมากแล้วนะ!”

“ทำไมเธอต้องเมินฉันด้วย? เลิกร้องไห้ได้แล้ว ร้องไห้แล้วดูขี้เหร่ชะมัด”

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้ว แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปคว้าตัวหลานชายที่กำลังแผลงฤทธิ์ขึ้นมา ในดวงตาคมเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรง “ฉินอวี่โยว นายกำลังทำอะไร?”

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซิน เจ้าอ้วนก็นิ่งสนิท ความซ่าหายวับไปกับตา เขาตัวสั่นเทาอยู่ในมือฮั่วจี้เซินราวกับนกกระทาตัวน้อย

ในฐานะลูกชายคนเดียวของพี่สาวฮั่วจี้เซิน ฉินอวี่โยวจึงถูกสปอยล์จนเสียคน จะเกรงกลัวก็แต่ฮั่วจี้เซินคนเดียวเท่านั้น

ถ้าน้าชายโกรธเมื่อไหร่ เป็นต้องซวยกันทั้งบ้าน

หลังจากได้รับฟังเรื่องราวจากคุณครู ก็สรุปได้ว่าเจ้าตัวแสบฉินอวี่โยวอยากเล่นกับเหลียนฮว่า แต่เหลียนฮว่าปฏิเสธ เขาจึงเข้าไปผลักเธอตอนเลิกเรียน จนทำให้เสื้อผ้าของเธอขาดและได้แผล

ฮั่วจี้เซินก้มตัวลงแล้วอุ้มเหลียนฮว่าขึ้นมาจากพื้น เมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา หัวใจของเขาก็อ่อนวูบลงอย่างกะทันหัน

เด็กคนนี้ ทำให้เขารู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก แถมยังรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด

และน้ำเสียงของเขาก็อ่อนนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว

“เจ็บไหมครับ? เดี๋ยวลุงจะพาไปโรงพยาบาลนะ”

“ช่วยติดต่อผู้ปกครองของเธอด้วยครับ บอกว่าทางผมจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเอง”

สายลมพัดผ่าน สวี่เพียวเพียวที่รีบร้อนวิ่งมาไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่อุ้มเหลียนฮว่าอยู่คือฮั่วจี้เซิน

สายตาของเธอมีเพียงลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอื้นอยู่เท่านั้น

เหลียนฮว่ามีนิสัยเหมือนใครก็ไม่รู้ เธอเป็นเด็กเก็บความรู้สึก

เวลาร้องไห้จึงไม่มีเสียง มีเพียงน้ำตาที่ไหลพรากราวกับไข่มุกที่สายสร้อยขาด ดูแล้วน่าสงสารจับใจจนคนมองใจแทบสลาย

มืออันอ่อนนุ่มแย่งตัวเหลียนฮว่ามาจากอ้อมแขนของฮั่วจี้เซิน แล้วกอดไว้ในอ้อมอกตัวเองแน่นพลางปลอบโยนเสียงเบา

“ฮว่าฮว่าเด็กดี ไม่ร้องนะลูก แม่มาแล้ว”

เหลียนฮว่าซบหน้าลงบนไหล่ของสวี่เพียวเพียว แขนเล็ก ๆ โอบรอบคอแม่ไว้แน่น

เมื่อสวี่เพียวเพียวเห็นบาดแผลบนแขนลูก เธอถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก

ภูมิคุ้มกันของเหลียนฮว่าอ่อนแอกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำแต่กำเนิดและการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หากได้รับบาดเจ็บแผลจะหายยากมาก

เมื่อเห็นลูกสาวบาดเจ็บ ท่าทีของสวี่เพียวเพียวก็แข็งกร้าวขึ้นมาทันที เธอมองไปที่คุณครู “เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่คะ? ฉันต้องการคำอธิบายค่ะ!”

ฮั่วจี้เซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “เป็นความผิดของโยวโยวครับ พวกเราจะรับผิดชอบค่าเสียหายเอง”

สวี่เพียวเพียวเป็นคนตัวสูง แต่ตอนนี้เธอดูซูบผอมลงมาก เหลียนฮว่าในอ้อมกอดของเธอเหมือนตุ๊กตาที่ถูกเธอโอบกอดไว้แน่น

นี่คือลูกสาวของเธอ... มิน่าล่ะ เขาถึงได้รู้สึกคุ้นหน้านัก

แต่ยังมีความรู้สึกประหลาดอีกอย่างหนึ่ง ฮั่วจี้เซินรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูจะถูกชะตากับเขาอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินจ้องมองเหลียนฮว่า หัวใจของสวี่เพียวเพียวก็เต้นเร็วรัว

เธอรีบกำบังตัวเหลียนฮว่าไว้มิดชิด ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งลูกไป

สวี่เพียวเพียวเงยหน้าสบเข้ากับดวงตาสีนิลลุ่มลึกคู่นั้น โครงคิ้วของเขาดูคมเข้ม มองเผิน ๆ อาจดูดุดันน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วทุกส่วนบนใบหน้านั้นประณีตงดงาม ทว่าแฝงไปด้วยความห่างเหินและเย็นชา

เด็กชายที่ชอบแกล้งลูกสาวเธอคนนี้... คือลูกของเขาเหรอ?

ไม่สิ เด็กคนนี้ใช้นามสกุลฉิน

หรือว่า... ฮั่วจี้เซินจะรักแม่ของเด็กคนนี้มาก จนถึงขั้นไม่สนใจว่าลูกจะใช้นามสกุลอะไร?

ความรู้สึกขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในอก มือของสวี่เพียวเพียวสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ไฟแห่งความโกรธแค้นที่ต้องการปกป้องลูกปะทุขึ้น เธอโพล่งออกมาว่า “รับผิดชอบเหรอ?”

“ฉินอวี่โยวแกล้งลูกสาวฉันหลายครั้งแล้ว ไม่ทราบว่าคุณฮั่วจะรับผิดชอบยังไงคะ? เขาสร้างบาดแผลทางใจที่รุนแรงให้กับลูกสาวฉันนะคะ!”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉินอวี่โยวแกล้งเหลียนฮว่า

ฮั่วจี้เซินปรายตามองหลานชายที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าพูดจาที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก

“ขึ้นรถ ไปโรงพยาบาล”

ฮั่วจี้เซินรู้ดีว่านิสัยของฉินอวี่โยวเป็นยังไง เมื่อเห็นสวี่เพียวเพียวยังอุ้มลูกยืนนิ่งอยู่ เขาจึงเร่ง “เร็วเข้า”

เหลียนฮว่าในอ้อมกอดหยุดร้องไห้แล้ว แต่เธอหอบหายใจแรงและใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงก่ำขึ้นมา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้ารอช้า เธอรีบสาวเท้าก้าวขึ้นรถของฮั่วจี้เซินไป

เมื่อถึงโรงพยาบาล สวี่เพียวเพียวไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เธออุ้มเหลียนฮว่าตรงดิ่งไปยังแผนกอายุรกรรมโรคระบบทางเดินหายใจเพื่อทำการตรวจชุดใหญ่จนเสร็จสิ้น

จากนั้นกลับมาพร้อมถุงยาพะรุงพะรังเต็มมือ

ฮั่วจี้เซินเดินตามหลังไปรูดบัตรชำระเงิน และทำให้เขารู้ว่าลูกสาวของสวี่เพียวเพียวสุขภาพไม่ดีจริง ๆ

ตอนจ่ายเงินเขาเหลือบเห็นชื่อในประวัติผู้ป่วย... ชื่อเหลียนฮว่า

สามีของเธอ นามสกุลเหลียนงั้นเหรอ?

เห็นได้ชัดว่าฉินอวี่โยวคิดไม่ถึง เขาคิดว่าการเล่นแกล้งกันในโรงเรียนอนุบาลแล้วเหลียนฮว่าร้องไห้คือความสำออย แต่ไม่คิดว่าเธอจะเจ็บจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินขับรถไปส่งพวกเธอ ระหว่างทางฉินอวี่โยวลังเลอยู่นาน จนกระทั่งช่วงติดไฟแดง เขาจึงหันไปขอโทษสวี่เพียวเพียวและเหลียนฮว่าที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

“ผมขอโทษครับ”

สวี่เพียวเพียวเบือนหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่ยอมพูดด้วย

ต่อให้ฉินอวี่โยวจะเป็นเพียงเด็ก แต่เธอก็ยังโกรธอยู่ดี

ลูกชายของฮั่วจี้เซินนั้นล้ำค่า แต่ลูกสาวของเธอก็คือแก้วตาดวงใจเช่นกัน

ร่างกายของเหลียนฮว่าถูกเธอเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมประณีตที่สุด อย่าว่าแต่ให้ได้รับบาดเจ็บเลย แม้แต่ตอนร้องไห้ก็นับครั้งได้

สภาพร่างกายของลูกสาวเธอห้ามมีอารมณ์ขึ้นลงรุนแรง เมื่อนึกถึงน้ำตาบนใบหน้าและตาที่บวมช้ำของเหลียนฮว่าตอนที่เธอไปถึง สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกเจ็บปวดใจไปหมด

เมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวไม่สนใจตน ฉินอวี่โยวจึงหันไปมองเหลียนฮว่าแทน

เหลียนฮว่ากะพริบตาให้เขา

เธอเป็นเด็กที่หน้าตาสวยมาก ราวกับสลักเสลามาจากหยกชิ้นงาม เป็นหน้าตาประเภทที่ถ้าโพสรูปออกไป แมวมองต้องติดต่อมาให้ไปเป็นนางแบบเด็กแน่นอน แถมใบหน้ายังมีเค้าโครงคล้ายลูกครึ่งอยู่นิด ๆ

ก่อนหน้านี้สวี่เพียวเพียวก็เคยสงสัยในรูปร่างหน้าตาของเหลียนฮว่า แต่เธอนึกขึ้นได้ว่าฮั่วจี้เซินเคยบอกว่าคุณนายฮั่วเป็นคนซินเจียง

บางทีเหลียนฮว่าอาจจะได้รับพันธุกรรมข้ามรุ่นมาจากทางนั้น ดวงตาที่ดูเหมือนลูกครึ่งก็น่าจะเป็นยีนจากทางซินเจียงนั่นเอง

เธอมักจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดเสมอ ว่าพ่อของเหลียนฮว่าเป็นชาวต่างชาติ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 722

    แต่ในเมื่อถือมันติดมือมาแล้ว สู้เอาพกกลับไปเผาทำลายทิ้งที่บ้านน่าจะปลอดภัยกว่าฮั่วสวินเจินควานหากุญแจรถอยู่ตั้งนานสองนานแต่ก็หาไม่เจอคาดว่าเธอน่าจะเผลอโยนทิ้งไว้ที่บ้านตามความคุ้นเคยเสียมากกว่าเธอถือถุงบรรจุเศษกระดาษเดินออกมาด้านนอก ฮั่วสวินเจินกวาดสายตาหันไปมองทางประตูโดยอัตโนมัติ และสะดุดเข้ากับรถของเหลียงเจียเหยียนที่จอดอยู่ตรงมุมตึกพอดีความรู้สึกในใจตอนนี้บอกไม่ถูกเลยว่ามันคือความรู้สึกอะไรกันแน่ฮั่วสวินเจินยืนนิ่งอยู่กับที่ใบไม้สองใบปลิวร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ ตกลงแทบเท้าของเธอราวกับกำลังตั้งคำถามกับเธอว่า จะเลือกหันซ้าย หรือหันขวาดีแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นรถคันนั้น แล้วโบกแท็กซี่กลับบ้านไปเสียหรือจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาดีนะ?ฮั่วสวินเจินยื่นมือไปควานหาของในกระเป๋าทว่ากลับไปสัมผัสโดนซาลาเปาสองลูกจากเมื่อเช้าเข้าเสียอย่างนั้นซาลาเปาทั้งสองลูกเย็นชืดไปเสียแล้ว แต่ราวกับว่าต่อให้มีถุงพลาสติกกั้นอยู่ เธอก็ยังคงได้กลิ่นหอมของมันโชยออกมาจาง ๆเมื่อว่านฉู่กวางเห็นเธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับไปไหนเสียที “ผู้อำนวยการฮั่วครับ ฝั่งโน้นมีรถคันหนึ่งจอดรอคุณอยู่นะครับ!”

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 721

    ตั้งแต่บ้านสองไปจนถึงบ้านสาม เรื่องฉาวก็มีไม่เคยขาดสายแถมพอหลังจากงานศพ ความหลังที่ถูกปิดตายมานานหลายเรื่องก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่อีกครั้งกระทั่งเรื่องราวในอดีตสมัยที่ผู้อาวุโสฮั่วล่วงลับยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังถูกสื่อมวลชนนำเอามาพูดถึงกันอย่างสนุกปากฮั่วสวินเจินถึงกับใช้ข่าวพวกนั้นเป็นกับแกล้มเวลาทานข้าวเลยทีเดียวแต่ถ้าให้ตัวเองต้องตกเป็นข่าวขึ้นมาบ้างล่ะก็ เธอขอปฏิเสธหัวชนฝาซูหว่านก็รีบปฏิเสธทันควันเช่นกัน “ฉันก็ไม่ได้เหมือนกันค่ะ ฉันดำรงตำแหน่งอยู่ในกลุ่มบริษัทแล้ว ถ้าเกิดฉันขึ้นไปพรีเซนต์ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องยุ่งเหยิงรุงรังเคลียร์ไม่จบสิ้นเอา”พูดไปพูดมา สุดท้ายแล้วก็เหลือแค่ทางเลือกเดียว คือต้องให้สวี่เพียวเพียวเป็นคนขึ้นไปนำเสนอด้วยตัวเองในส่วนของการขึ้นรูปชิ้นงาน สวี่เพียวเพียวยังคงตั้งใจว่าจะเดินทางไปที่เมืองซีสักรอบเพื่อไปดูว่าปรมาจารย์เสิ่นจะยังมีความสะดวกใจอยู่บ้างไหมเพียงแต่พอพ่วงเข้ากับเรื่องสุขภาพและวัยชรา สวี่เพียวเพียวก็อดรู้สึกเห็นใจและเกรงใจขึ้นมาไม่ได้เธอไม่เต็มใจที่จะไปรบกวนท่านเลยจริง ๆ ฮั่วสวินเจิน “ฉันเหมือนจะมีคุณน้าที่ทำงานด้านงานฝีมือการตีขึ้

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 720

    เหลียงเจียเหยียนสัมผัสได้ถึงอารมณ์ฉุนเฉียวที่ไม่ได้ถูกปกปิดเอาไว้เลยแม้แต่น้อยในน้ำเสียงของเธอเขาเม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาตลอดทางจนกระทั่งมาส่งถึงหน้าบริษัท เขามองเห็นฮั่วสวินเจินผลักประตูรถเปิดออก ปิดประตู แล้วก้าวเดินเข้าสู่อาคารด้วยท่าทางฮึกเหิมดุดันผ่านไปครู่เดียว โทรศัพท์มือถือของเขาก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนการโอนเงินเข้ามาแถมบนสลิปยังมีข้อความโน้ตกำกับไว้อีกด้วยว่า ค่ารถนี่เธอเห็นเขาเป็นคนขับรถรับจ้างไปแล้วจริง ๆ งั้นเหรอ?และหลังจากนั้นไม่นานฮั่วสวินเจินก็ส่งข้อความตามมาอีกหนึ่งฉบับ【ขอโทษด้วยนะคะ เมื่อเช้าฉันตื่นนอนแล้วอารมณ์ไม่ค่อยดีน่ะค่ะ】【แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องมาหาอีกแล้วนะคะ เสียเวลาคุณเปล่า ๆ 】เสียเวลาเขาอย่างนั้นเหรอ?พูดออกมาได้สวยหรูเสียจริงแน่นอนว่าเขาย่อมมองออกอยู่แล้วว่านี่คือความไม่พอใจของฮั่วสวินเจินและเป็นการปฏิเสธการกระทำอันเอาอกเอาใจของเขาอย่างชัดเจนเหลียงเจียเหยียนถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือแล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับไป【เมื่อเช้าไม่ได้ตั้งใจเอาอาหารเช้ามาให้ แต่ตั้งใจจะมาบอกคุณเรื่องไปเอาใบรับรองผลการตรวจร่างกายต่างหา

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 719

    “เปล่า ฉันบอกเขาเรื่องที่จะให้ฮว่าฮว่าย้ายโรงเรียนต่างหากล่ะ”“ย้ายโรงเรียนเหรอ?”“อืม” ฮั่วจี้เซินส่งเสียงตอบรับในลำคอ“อันที่จริงฉันเล็งโรงเรียนอื่นไว้นานแล้วล่ะ ว่าจะให้ย้ายไปพร้อมกับโยวโยว โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ค่อนข้างดีสำหรับวัยที่เด็ก ๆ ยังต้องการบริการรับฝากดูแล แต่ตอนนี้เด็ก ๆ โตกันหมดแล้ว ฉันเลยวางแผนจะให้พวกแกย้ายไปเรียนที่โรงเรียนอนุบาลของโรงเรียนนานาชาติแทน”เขาเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอธิบายต่อเพียงแต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ฟังเรื่องนั้นก็เป็นเพียงแค่เรื่องแทรกแซงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นไม่มีความจำเป็นเลยสักนิดที่จะทำให้สวี่เพียวเพียวนึกหงุดหงิดใจตั้งแต่เช้าตรู่“โรงเรียนอนุบาลที่นี่เหมาะกับเด็กวัยสองถึงสามขวบมากกว่า ในช่วงเวลาที่ผู้ปกครองยังติดธุระและไม่มีคนคอยดูแลอยู่ที่บ้าน แต่โรงเรียนอนุบาลแห่งใหม่ทางโน้น จะให้ความสำคัญกับหลักสูตรการศึกษาภาษาอังกฤษและกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าครับ”สวี่เพียวเพียวพยักหน้ารับทว่าในเมื่อฮั่วจี้เซินเป็นคนตัดสินใจเรื่องย้ายโรงเรียนด้วยตัวเองแล้ว แน่นอนว่าเขาจะต้องเตรียมข้อมูลมาอย่างดีเรื่องการพิจารณาใน

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 718

    ฮั่วจี้เซินมองทัศนียภาพเบื้องหน้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนที่เขาเคยพบเจอมีมากมายมหาศาลคนที่มีชาติตระกูลดีกว่าตระกูลฮั่ว หรือดีกว่าตระกูลเหลียง มีอยู่ไม่รู้ตั้งเท่าไรทว่าคนที่ทำตัวเหลวไหลจนก้าวเดินผิดพลาดแล้วสุดท้ายต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดตัวมีอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกันในสายตาของเขา สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความจริงใจทว่าความจริงใจเพียงน้อยนิดที่เหลียงเจียเหยียนหยิบยกเอามาแสดงออกในตอนนี้ ยังห่างไกลคำว่าเพียงพออยู่มากอย่างน้อยที่สุด ฮั่วจี้เซินก็มั่นใจว่า ฮั่วสวินเจินไม่ได้ต้องการมันเมื่อขับรถพาเด็กน้อยมาถึงโรงเรียนอนุบาลข้างนอกอากาศร้อนจัด ฮั่วจี้เซินจึงไม่อนุญาตให้สวี่เพียวเพียวลงจากรถเหลียนฮว่ายืนอยู่ตรงประตูทางเข้า พร้อมกับรับกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ฮั่วจี้เซินเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยดวงตามองตรงมาที่ฮั่วจี้เซินตาปริบ ๆ “ช่วงบ่ายเลิกเรียนแล้วคุณพ่อมารับหนูไหมคะ?”“แน่นอนครับ มารับแน่นอนอยู่แล้ว”ช่วงวันหยุดฤดูร้อน เหลียนฮว่าราวกับตัวติดอยู่กับฮั่วจี้เซินแทบจะทุกวันไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ ขี่ม้า หรือยิงปืน เหลียนฮว่าล้วนได้ทดลองสัมผัสมาหมดแล้วทุกอย่างจนกระท

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 717

    เขาไม่ได้ชอบเด็ก ๆ สักเท่าไรนักเด็ก ๆ ในตระกูลเครือญาติเมื่อก่อนนี้ เขาก็แทบจะไม่ค่อยมีความอดทนกับพวกเขาเลยสักนิดเด็ก ๆ ในอำเภอชนบทก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่สำหรับเหลียงเจียเหยียนแล้ว เขาวางตัวกับเด็ก ๆ เหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับผู้ใหญ่เลยแทบจะทุกครั้งแต่ทำไมทุกครั้งที่ได้เห็นเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ เขากลับรู้สึกมีความสุขออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจแถมยังรู้สึกอยากจะยิ้มออกมาเสียดื้อ ๆ อีกด้วยเหลียงเจียเหยียนย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้สายตาของตนเองอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กน้อยตัวจิ๋ว“ใช่แล้วครับ แต่ว่าลุงไม่ใช่คุณอาเขยของหนูหรอกนะ ทานมื้อเช้ามาหรือยัง? ซาลาเปาลูกนี้ให้หนูนะ”เหลียนฮว่าหันกลับไปมองสวี่เพียวเพียวที่ยืนอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวไม่ได้เอ่ยปากห้ามอะไร เพียงแต่มองมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เธอก็หันกลับไปหาเหลียงเจียเหยียนเช่นเดิม“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณลุง”รอยยิ้มบนใบหน้าของเหลียงเจียเหยียนเพิ่งจะคลี่ออกได้ไม่ทันไร ก็ต้องชะงักค้าง เมื่อได้ยินเสียงใส ๆ ของเหลียนฮว่าเอ่ยประโยคต่อมา“แต่ว่าคุณแม่สอนไว้ว่าห้ามกินของจากคนแปลกหน้าค่ะ หนูทานมื้อเช้ามาเรียบร้อยแล้ว ขอตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status