Share

บทที่ 6

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
ฮั่วจี้เซินดึงลิ้นชักออกมา จากนั้นแกะแผงยากระดาษฟอยล์แล้วกินยาลอราทาดีนลงไป “แพ้น่ะครับ”

คุณนายฮั่วยอมรับว่า ตอนแรกที่เห็นรอยบนคอของเขา เธอแอบคิดว่าในที่สุดลูกชายก็มีแฟนเสียที แต่อาจจะยังไม่สะดวกพามาเปิดตัว

ใครจะไปรู้ว่าที่แท้... คืออาการแพ้

.....

คุณนายฮั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“อาเซิน หนูหรันหรั่นบอกว่าอยากจะไปฝึกงานที่บริษัท แกช่วยจัดการให้หน่อยนะ”

“ให้เธอทำตามขั้นตอนครับ ถ้าสัมภาษณ์ผ่านก็เข้าได้”

คุณนายฮั่วเริ่มไม่พอใจและอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “หรันหรั่นเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเชียวนะ แค่ไปฝึกงานที่บริษัททำไมต้องเดินเรื่องทำตามขั้นตอนให้ยุ่งยากด้วย? อาเซิน แกจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่อยไม่ได้เชียวเหรอ?”

ฮั่วจี้เซินปรายตาขึ้นมอง “ไม่ได้ครับ”

เจียงหรั่นออกจะหน้าตาสะสวย ฐานะทางบ้านก็คู่ควรเหมาสมกัน แถมยังแอบชอบฮั่วจี้เซินมาตั้งหลายปี

มันมีไม่ดีตรงไหนกัน?

คุณนายฮั่วมองลูกชาย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ จนต้องถามเสียงสูงออกไปว่า “อาเซิน แกไม่ได้... ชอบผู้ชายใช่ไหม?”

“...” ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด “ผมเคยมีแฟนครับ”

หัวใจที่เต็นระรัวของคุณนายฮั่วค่อย ๆ สงบลง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะถามต่อ ฮั่วจี้เซินก็เสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า “รสนิยมทางเพศมักจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม ถ้าแม่สงสัยในตัวผม สู้ไปถามพ่อดีกว่าครับ”

คุณนายฮั่วถึงกับสำลัก

พูดจาเลอะเทอะอะไรอย่างนี้!

เมื่อเห็นเช่นนั้น คุณนายฮั่วก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ จะโกรธก็ไม่เชิง จะไม่ก็โกรธก็ไม่ใช่ เหมือนต่อยลม ต่อยอากาศที่ไม่มีการตอบโต้

สุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะไม่สนใจ เก็บถาดอาหารที่ฮั่วจี้เซินทางเสร็จแล้วเดินจากไปทันที

ขืนอยู่ต่อนานกว่านี้ เธอคงโดนฮั่วจี้เซินยั่วโมโหจนอกแตกตายแน่ ๆ

-

วันรุ่งขึ้น

ฮั่วจี้เซินรับปากพี่สาวลูกพี่ลูกน้องว่าจะช่วยไปรับลูกให้ เมื่อเขาจอดรถลง เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้ปกครองละแวกนั้นทันที

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ขาเรียวยาวที่พิงอยู่กับรถหรู รูปร่างที่สง่างามบวกกับบุคลิกที่ดูเย็นชาเคร่งขรึม ทำให้เขาดูเป็นจุดสนใจไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน

ถึงขนาดมีคนแอบกระซิบถามกันว่า มีดารามาถ่ายละครแถวนี้หรือเปล่า

แต่เขายังไม่ทันได้เจอกับหลานชาย กลับเจอคุณครูอนุบาลที่เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “ขอโทษนะคะ คุณเป็นผู้ปกครองของน้องโยวโยวหรือเปล่าคะ? พอดีน้องมีปัญหากับเพื่อนในโรงเรียนนิดหน่อย และเราต้องการความร่วมมือจากผู้ปกครองค่ะ”

ฮั่วจี้เซินถอดแว่นกันแดดออก แล้วเดินตามคุณครูเข้าไปในโรงเรียน

ภายในโรงเรียน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีขาวนั่งฟุบอยู่บนพื้น เธอสะอื้นไห้เบา ๆ ทั้งตัวสั่นเทา บนแขนขาวนวลมีรอยถลอกเล็ก ๆ เต็มไปหมด

ส่วนหลานชายของเขายืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าอ้วนกลมนั้นเต็มไปด้วยความจองหอง

“เหลียนฮว่า ฉันชวนเธอเล่นด้วยก็ถือว่าให้เกียรติเธอมากแล้วนะ!”

“ทำไมเธอต้องเมินฉันด้วย? เลิกร้องไห้ได้แล้ว ร้องไห้แล้วดูขี้เหร่ชะมัด”

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้ว แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปคว้าตัวหลานชายที่กำลังแผลงฤทธิ์ขึ้นมา ในดวงตาคมเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรง “ฉินอวี่โยว นายกำลังทำอะไร?”

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซิน เจ้าอ้วนก็นิ่งสนิท ความซ่าหายวับไปกับตา เขาตัวสั่นเทาอยู่ในมือฮั่วจี้เซินราวกับนกกระทาตัวน้อย

ในฐานะลูกชายคนเดียวของพี่สาวฮั่วจี้เซิน ฉินอวี่โยวจึงถูกสปอยล์จนเสียคน จะเกรงกลัวก็แต่ฮั่วจี้เซินคนเดียวเท่านั้น

ถ้าน้าชายโกรธเมื่อไหร่ เป็นต้องซวยกันทั้งบ้าน

หลังจากได้รับฟังเรื่องราวจากคุณครู ก็สรุปได้ว่าเจ้าตัวแสบฉินอวี่โยวอยากเล่นกับเหลียนฮว่า แต่เหลียนฮว่าปฏิเสธ เขาจึงเข้าไปผลักเธอตอนเลิกเรียน จนทำให้เสื้อผ้าของเธอขาดและได้แผล

ฮั่วจี้เซินก้มตัวลงแล้วอุ้มเหลียนฮว่าขึ้นมาจากพื้น เมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา หัวใจของเขาก็อ่อนวูบลงอย่างกะทันหัน

เด็กคนนี้ ทำให้เขารู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก แถมยังรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด

และน้ำเสียงของเขาก็อ่อนนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว

“เจ็บไหมครับ? เดี๋ยวลุงจะพาไปโรงพยาบาลนะ”

“ช่วยติดต่อผู้ปกครองของเธอด้วยครับ บอกว่าทางผมจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเอง”

สายลมพัดผ่าน สวี่เพียวเพียวที่รีบร้อนวิ่งมาไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่อุ้มเหลียนฮว่าอยู่คือฮั่วจี้เซิน

สายตาของเธอมีเพียงลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอื้นอยู่เท่านั้น

เหลียนฮว่ามีนิสัยเหมือนใครก็ไม่รู้ เธอเป็นเด็กเก็บความรู้สึก

เวลาร้องไห้จึงไม่มีเสียง มีเพียงน้ำตาที่ไหลพรากราวกับไข่มุกที่สายสร้อยขาด ดูแล้วน่าสงสารจับใจจนคนมองใจแทบสลาย

มืออันอ่อนนุ่มแย่งตัวเหลียนฮว่ามาจากอ้อมแขนของฮั่วจี้เซิน แล้วกอดไว้ในอ้อมอกตัวเองแน่นพลางปลอบโยนเสียงเบา

“ฮว่าฮว่าเด็กดี ไม่ร้องนะลูก แม่มาแล้ว”

เหลียนฮว่าซบหน้าลงบนไหล่ของสวี่เพียวเพียว แขนเล็ก ๆ โอบรอบคอแม่ไว้แน่น

เมื่อสวี่เพียวเพียวเห็นบาดแผลบนแขนลูก เธอถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก

ภูมิคุ้มกันของเหลียนฮว่าอ่อนแอกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำแต่กำเนิดและการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หากได้รับบาดเจ็บแผลจะหายยากมาก

เมื่อเห็นลูกสาวบาดเจ็บ ท่าทีของสวี่เพียวเพียวก็แข็งกร้าวขึ้นมาทันที เธอมองไปที่คุณครู “เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่คะ? ฉันต้องการคำอธิบายค่ะ!”

ฮั่วจี้เซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “เป็นความผิดของโยวโยวครับ พวกเราจะรับผิดชอบค่าเสียหายเอง”

สวี่เพียวเพียวเป็นคนตัวสูง แต่ตอนนี้เธอดูซูบผอมลงมาก เหลียนฮว่าในอ้อมกอดของเธอเหมือนตุ๊กตาที่ถูกเธอโอบกอดไว้แน่น

นี่คือลูกสาวของเธอ... มิน่าล่ะ เขาถึงได้รู้สึกคุ้นหน้านัก

แต่ยังมีความรู้สึกประหลาดอีกอย่างหนึ่ง ฮั่วจี้เซินรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูจะถูกชะตากับเขาอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินจ้องมองเหลียนฮว่า หัวใจของสวี่เพียวเพียวก็เต้นเร็วรัว

เธอรีบกำบังตัวเหลียนฮว่าไว้มิดชิด ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งลูกไป

สวี่เพียวเพียวเงยหน้าสบเข้ากับดวงตาสีนิลลุ่มลึกคู่นั้น โครงคิ้วของเขาดูคมเข้ม มองเผิน ๆ อาจดูดุดันน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วทุกส่วนบนใบหน้านั้นประณีตงดงาม ทว่าแฝงไปด้วยความห่างเหินและเย็นชา

เด็กชายที่ชอบแกล้งลูกสาวเธอคนนี้... คือลูกของเขาเหรอ?

ไม่สิ เด็กคนนี้ใช้นามสกุลฉิน

หรือว่า... ฮั่วจี้เซินจะรักแม่ของเด็กคนนี้มาก จนถึงขั้นไม่สนใจว่าลูกจะใช้นามสกุลอะไร?

ความรู้สึกขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในอก มือของสวี่เพียวเพียวสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ไฟแห่งความโกรธแค้นที่ต้องการปกป้องลูกปะทุขึ้น เธอโพล่งออกมาว่า “รับผิดชอบเหรอ?”

“ฉินอวี่โยวแกล้งลูกสาวฉันหลายครั้งแล้ว ไม่ทราบว่าคุณฮั่วจะรับผิดชอบยังไงคะ? เขาสร้างบาดแผลทางใจที่รุนแรงให้กับลูกสาวฉันนะคะ!”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉินอวี่โยวแกล้งเหลียนฮว่า

ฮั่วจี้เซินปรายตามองหลานชายที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าพูดจาที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก

“ขึ้นรถ ไปโรงพยาบาล”

ฮั่วจี้เซินรู้ดีว่านิสัยของฉินอวี่โยวเป็นยังไง เมื่อเห็นสวี่เพียวเพียวยังอุ้มลูกยืนนิ่งอยู่ เขาจึงเร่ง “เร็วเข้า”

เหลียนฮว่าในอ้อมกอดหยุดร้องไห้แล้ว แต่เธอหอบหายใจแรงและใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงก่ำขึ้นมา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้ารอช้า เธอรีบสาวเท้าก้าวขึ้นรถของฮั่วจี้เซินไป

เมื่อถึงโรงพยาบาล สวี่เพียวเพียวไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เธออุ้มเหลียนฮว่าตรงดิ่งไปยังแผนกอายุรกรรมโรคระบบทางเดินหายใจเพื่อทำการตรวจชุดใหญ่จนเสร็จสิ้น

จากนั้นกลับมาพร้อมถุงยาพะรุงพะรังเต็มมือ

ฮั่วจี้เซินเดินตามหลังไปรูดบัตรชำระเงิน และทำให้เขารู้ว่าลูกสาวของสวี่เพียวเพียวสุขภาพไม่ดีจริง ๆ

ตอนจ่ายเงินเขาเหลือบเห็นชื่อในประวัติผู้ป่วย... ชื่อเหลียนฮว่า

สามีของเธอ นามสกุลเหลียนงั้นเหรอ?

เห็นได้ชัดว่าฉินอวี่โยวคิดไม่ถึง เขาคิดว่าการเล่นแกล้งกันในโรงเรียนอนุบาลแล้วเหลียนฮว่าร้องไห้คือความสำออย แต่ไม่คิดว่าเธอจะเจ็บจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินขับรถไปส่งพวกเธอ ระหว่างทางฉินอวี่โยวลังเลอยู่นาน จนกระทั่งช่วงติดไฟแดง เขาจึงหันไปขอโทษสวี่เพียวเพียวและเหลียนฮว่าที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

“ผมขอโทษครับ”

สวี่เพียวเพียวเบือนหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่ยอมพูดด้วย

ต่อให้ฉินอวี่โยวจะเป็นเพียงเด็ก แต่เธอก็ยังโกรธอยู่ดี

ลูกชายของฮั่วจี้เซินนั้นล้ำค่า แต่ลูกสาวของเธอก็คือแก้วตาดวงใจเช่นกัน

ร่างกายของเหลียนฮว่าถูกเธอเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมประณีตที่สุด อย่าว่าแต่ให้ได้รับบาดเจ็บเลย แม้แต่ตอนร้องไห้ก็นับครั้งได้

สภาพร่างกายของลูกสาวเธอห้ามมีอารมณ์ขึ้นลงรุนแรง เมื่อนึกถึงน้ำตาบนใบหน้าและตาที่บวมช้ำของเหลียนฮว่าตอนที่เธอไปถึง สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกเจ็บปวดใจไปหมด

เมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวไม่สนใจตน ฉินอวี่โยวจึงหันไปมองเหลียนฮว่าแทน

เหลียนฮว่ากะพริบตาให้เขา

เธอเป็นเด็กที่หน้าตาสวยมาก ราวกับสลักเสลามาจากหยกชิ้นงาม เป็นหน้าตาประเภทที่ถ้าโพสรูปออกไป แมวมองต้องติดต่อมาให้ไปเป็นนางแบบเด็กแน่นอน แถมใบหน้ายังมีเค้าโครงคล้ายลูกครึ่งอยู่นิด ๆ

ก่อนหน้านี้สวี่เพียวเพียวก็เคยสงสัยในรูปร่างหน้าตาของเหลียนฮว่า แต่เธอนึกขึ้นได้ว่าฮั่วจี้เซินเคยบอกว่าคุณนายฮั่วเป็นคนซินเจียง

บางทีเหลียนฮว่าอาจจะได้รับพันธุกรรมข้ามรุ่นมาจากทางนั้น ดวงตาที่ดูเหมือนลูกครึ่งก็น่าจะเป็นยีนจากทางซินเจียงนั่นเอง

เธอมักจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดเสมอ ว่าพ่อของเหลียนฮว่าเป็นชาวต่างชาติ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 726

    คำพูดนี้ช่างกำกวมและคลุมเครือราวกับว่าตัวของซูหว่านเป็นหนึ่งในอาหารบนจานที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เขาลิ้มลองเช่นนั้นความรู้สึกไม่สบายใจเล็ก ๆ จึงก่อตัวขึ้นในใจของซูหว่านทว่าเธอก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา พร้อมกับปฏิเสธคำชวนดื่มไวน์ของฮั่วจี้เจ๋ออย่างนิ่มนวล “ฉันต้องขับรถค่ะ คุณชายเจ๋อเชิญตามสบายเลย ไวน์แดงของที่นี่รสชาติดีมากทีเดียวค่ะ”“ผมก็นึกว่าพี่หกจะควบคุมเข้มงวดซะอีก ขนาดออกข้างนอกยังไม่ยอมให้คุณดื่มสักแก้วเลยเหรอ”“นั่นสิคะ” ซูหว่านเท้าคาง แกล้งทำท่าทางถอนหายใจด้วยความหนักใจ แต่บนใบหน้ากลับประดับไว้ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่ใครมองปราดเดียวก็รู้ทันที “เขาเป็นแบบนั้นแหละค่ะ แม้แต่อยู่บ้านก็ยังไม่ยอมให้ฉันดื่มเลย พอดีฉันแพ้แอลกอฮอล์น่ะค่ะ”มุมปากของฮั่วจี้เจ๋อยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ ออกมาทว่าพออาหารยกมาเสิร์ฟ รอยยิ้มจางๆ นั้นก็พลันมลายหายไปจนหมดสิ้นเซ็ตอาหารที่ซูหว่านสั่งมีแต่ผักล้วน ปากบอกว่ามากินข้าว แต่เอาเข้าจริงแทบไม่ต่างอะไรกับการกินหญ้าเลยหากพูดตามคำของฉีเหมี่ยวแล้ว วัวยังกินอาหารที่มีเนื้อสัตว์มากกว่าที่ซูหว่านกินเสียอีกซูหว่านเป็นคนอ้วนง่าย ปกติถ้ามีเวลา

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 725

    นอกจากตอนที่ไปร่วมงานแต่งงานของสวี่เพียวเพียวกับฮั่วจี้เซินเมื่อครั้งก่อน แล้วบังเอิญได้เพิ่มไลน์กันไว้โดยบังเอิญซูหว่านก็คิดไม่ตกเลยว่าเพราะเหตุใดฮั่วจี้เจ๋อถึงส่งดอกไม้มาให้เธอแถมยังเขียนการ์ดที่มีความกำกวมชวนคิดขนาดนั้นอีกจะมองมุมไหนก็น่าสงสัยอยู่ดีทว่าในเมื่อส่งมาแล้ว ซูหว่านจึงหันไปบอกกับซาลวี่เอิน“พี่ช่วยส่งของขวัญตอบแทนให้ทีนะคะ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องการจะทำอะไร”ซาลวี่เอินก็รู้สึกงุนงงเช่นกันฮั่วจี้เจ๋อมีแผนการอะไรซ่อนอยู่กันแน่?หลังจากซูหว่านสั่งความเสร็จก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างกายกระทั่งช่วงเลิกงานยามบ่าย ณ ลานจอดรถ ซูหว่านยังไม่ทันหารถของตัวเองเจอ เสียงบีบแตรก็ดังขึ้นข้างกายเธอฮั่วจี้เจ๋อที่นั่งอยู่บนเบาะคนขับ ยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “คุณซู ได้รับดอกไม้ที่ผมส่งไปหรือยังครับ? สนใจไปทานมื้อค่ำร่วมกับผมสักมื้อไหม”ซูหว่านชะงักไปจากนั้นจึงหันกลับไปมองฮั่วจี้เจ๋อที่นั่งอยู่ในรถราคาแพงระยับลูกหลานตระกูลฮั่วล้วนมีรูปร่างหน้าตาที่ดี แต่กระดูกกับผิวพรรณนั้นแตกต่างกันโครงกระดูกของฮั่วจี้เซินชวนให้รู้สึกยำเกรง เกิดมาก็มีใบหน้าราวกับปั้นแต่งส่วนฮั่ว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 724

    สายการผลิตของแบรนด์ลูกถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็วสวี่เพียวเพียวครุ่นคิดอยู่นานสองนาน ก่อนจะตัดสินใจตั้งชื่อแบรนด์ลูกนี้ว่า ผสานวสันต์ผลิตภัณฑ์ชุดแรกที่จะปล่อยออกมามีชื่อว่า ร่วมปรีดาโดยเน้นชูจุดเด่นไปที่คอลเลกชั่นเครื่องประดับแต่งงาน แต่ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงการสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ในส่วนของงานฝีมือและการผลิตจะรับผิดชอบโดยฝ่ายของเจินหยวนหลาง นับเป็นการร่วมมือกันแบบพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างไร้ที่ติเมื่อกระบวนการผลิตถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว ทั่วทั้งบริษัทก็เริ่มหมุนวนขับเคลื่อนและประสานงานกันราวกับเฟืองจักรที่ขบเข้าหากันอย่างรวดเร็วสวี่เพียวเพียวพาเหล่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมาร่วมประชุมกันพี่เฉิน หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์เอ่ยขึ้นก่อนว่า “คุณสวี่คะ ทางเราได้เตรียมแผนเส้นทางการโปรโมตไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเลยที่แสดงความคาดหวังอยากให้ร่วมงานกับอาจารย์เหยียนเฟิงอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ในคอลเลกชันนฤมิตปีกและคอลเลกชันสวนอีเดน เราเคยแนบภาพประกอบผลงานของเหยียนเฟิงแถมไปด้วย ซึ่งเป็นล็อตที่ขายหมดเกลี้ยงเร็วที่สุดเลยค่ะ”สวี่เพียวเพียวระบายยิ้มมุมปาก “พว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 723

    “อืม ดีแล้ว”ฮั่วสวินเจินจำใจต้องเอ่ยปากชวน “ถ้าอย่างนั้นคุณไปกินด้วยกันไหมคะ?”เหลียงเจียเหยียนปรายตามองเธอแวบหนึ่งด้วยท่าทีเรียเฉย“ไม่ต้องหรอกครับ”เมื่อเขาปฏิเสธ ฮั่วสวินเจินจึงไม่ได้เอ่ยปากเซ้าซี้ต่อรถแล่นมาถึงหน้าประตูหมู่บ้าน เหลียงเจียเหยียนยังไม่ได้รีบกดปลดล็อกประตูรถทันทีภายในรถไม่ได้เปิดไฟ อาศัยเพียงแสงไฟสว่างจ้าจากดวงโคมขนาดใหญ่บริเวณหน้าประตูหมู่บ้านหรู เหลียงเจียเหยียนก็เอ่ยปากขึ้น“คุณเกลียดผมมากเลยเหรอ?”“เปล่าสักหน่อยค่ะ”“งั้นคุณคิดว่าคนอย่างผมเป็นยังไงบ้างครับ?”ปลายนิ้วของฮั่วสวินเจินจิกเกร็งเข้ากับเบาะที่นั่งรถยนต์เนื่องจากคำถามที่จู่ ๆ ก็โพล่งออกมาอย่างไร้ปี่มีขลุ่ย ทำให้ความรู้สึกข้างในใจของเธอยุ่งเหยิงสับสนไปหมด“ก็ดีนี่คะ คุณคู่ควรกับคนที่ดีกว่านี้แหละค่ะ”ชายหนุ่มข้างกายพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเห็นได้ชัดราวกับถูกคำพูดของเธอทำเอาโมโหจนกลายเป็นเรื่องขำขันเขายกศีรษะขึ้นเล็กน้อย เอนหลังพิงกับเบาะที่นั่ง สันจมูกและลูกกระเดือกโดดเด่นชัดเจน ราวกับคมดาบแหลมคมที่สามารถกรีดผ่านกลุ่มหมอกตรงหน้าให้แยกออกจากกันได้“คุณไม่เข้าใจความหมายของผมจริง ๆ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 722

    แต่ในเมื่อถือมันติดมือมาแล้ว สู้เอาพกกลับไปเผาทำลายทิ้งที่บ้านน่าจะปลอดภัยกว่าฮั่วสวินเจินควานหากุญแจรถอยู่ตั้งนานสองนานแต่ก็หาไม่เจอคาดว่าเธอน่าจะเผลอโยนทิ้งไว้ที่บ้านตามความคุ้นเคยเสียมากกว่าเธอถือถุงบรรจุเศษกระดาษเดินออกมาด้านนอก ฮั่วสวินเจินกวาดสายตาหันไปมองทางประตูโดยอัตโนมัติ และสะดุดเข้ากับรถของเหลียงเจียเหยียนที่จอดอยู่ตรงมุมตึกพอดีความรู้สึกในใจตอนนี้บอกไม่ถูกเลยว่ามันคือความรู้สึกอะไรกันแน่ฮั่วสวินเจินยืนนิ่งอยู่กับที่ใบไม้สองใบปลิวร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ ตกลงแทบเท้าของเธอราวกับกำลังตั้งคำถามกับเธอว่า จะเลือกหันซ้าย หรือหันขวาดีแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นรถคันนั้น แล้วโบกแท็กซี่กลับบ้านไปเสียหรือจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาดีนะ?ฮั่วสวินเจินยื่นมือไปควานหาของในกระเป๋าทว่ากลับไปสัมผัสโดนซาลาเปาสองลูกจากเมื่อเช้าเข้าเสียอย่างนั้นซาลาเปาทั้งสองลูกเย็นชืดไปเสียแล้ว แต่ราวกับว่าต่อให้มีถุงพลาสติกกั้นอยู่ เธอก็ยังคงได้กลิ่นหอมของมันโชยออกมาจาง ๆเมื่อว่านฉู่กวางเห็นเธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับไปไหนเสียที “ผู้อำนวยการฮั่วครับ ฝั่งโน้นมีรถคันหนึ่งจอดรอคุณอยู่นะครับ!”

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 721

    ตั้งแต่บ้านสองไปจนถึงบ้านสาม เรื่องฉาวก็มีไม่เคยขาดสายแถมพอหลังจากงานศพ ความหลังที่ถูกปิดตายมานานหลายเรื่องก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่อีกครั้งกระทั่งเรื่องราวในอดีตสมัยที่ผู้อาวุโสฮั่วล่วงลับยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังถูกสื่อมวลชนนำเอามาพูดถึงกันอย่างสนุกปากฮั่วสวินเจินถึงกับใช้ข่าวพวกนั้นเป็นกับแกล้มเวลาทานข้าวเลยทีเดียวแต่ถ้าให้ตัวเองต้องตกเป็นข่าวขึ้นมาบ้างล่ะก็ เธอขอปฏิเสธหัวชนฝาซูหว่านก็รีบปฏิเสธทันควันเช่นกัน “ฉันก็ไม่ได้เหมือนกันค่ะ ฉันดำรงตำแหน่งอยู่ในกลุ่มบริษัทแล้ว ถ้าเกิดฉันขึ้นไปพรีเซนต์ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องยุ่งเหยิงรุงรังเคลียร์ไม่จบสิ้นเอา”พูดไปพูดมา สุดท้ายแล้วก็เหลือแค่ทางเลือกเดียว คือต้องให้สวี่เพียวเพียวเป็นคนขึ้นไปนำเสนอด้วยตัวเองในส่วนของการขึ้นรูปชิ้นงาน สวี่เพียวเพียวยังคงตั้งใจว่าจะเดินทางไปที่เมืองซีสักรอบเพื่อไปดูว่าปรมาจารย์เสิ่นจะยังมีความสะดวกใจอยู่บ้างไหมเพียงแต่พอพ่วงเข้ากับเรื่องสุขภาพและวัยชรา สวี่เพียวเพียวก็อดรู้สึกเห็นใจและเกรงใจขึ้นมาไม่ได้เธอไม่เต็มใจที่จะไปรบกวนท่านเลยจริง ๆ ฮั่วสวินเจิน “ฉันเหมือนจะมีคุณน้าที่ทำงานด้านงานฝีมือการตีขึ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status