Share

บทที่ 6

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
ฮั่วจี้เซินดึงลิ้นชักออกมา จากนั้นแกะแผงยากระดาษฟอยล์แล้วกินยาลอราทาดีนลงไป “แพ้น่ะครับ”

คุณนายฮั่วยอมรับว่า ตอนแรกที่เห็นรอยบนคอของเขา เธอแอบคิดว่าในที่สุดลูกชายก็มีแฟนเสียที แต่อาจจะยังไม่สะดวกพามาเปิดตัว

ใครจะไปรู้ว่าที่แท้... คืออาการแพ้

.....

คุณนายฮั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“อาเซิน หนูหรันหรั่นบอกว่าอยากจะไปฝึกงานที่บริษัท แกช่วยจัดการให้หน่อยนะ”

“ให้เธอทำตามขั้นตอนครับ ถ้าสัมภาษณ์ผ่านก็เข้าได้”

คุณนายฮั่วเริ่มไม่พอใจและอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “หรันหรั่นเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเชียวนะ แค่ไปฝึกงานที่บริษัททำไมต้องเดินเรื่องทำตามขั้นตอนให้ยุ่งยากด้วย? อาเซิน แกจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่อยไม่ได้เชียวเหรอ?”

ฮั่วจี้เซินปรายตาขึ้นมอง “ไม่ได้ครับ”

เจียงหรั่นออกจะหน้าตาสะสวย ฐานะทางบ้านก็คู่ควรเหมาสมกัน แถมยังแอบชอบฮั่วจี้เซินมาตั้งหลายปี

มันมีไม่ดีตรงไหนกัน?

คุณนายฮั่วมองลูกชาย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ จนต้องถามเสียงสูงออกไปว่า “อาเซิน แกไม่ได้... ชอบผู้ชายใช่ไหม?”

“...” ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด “ผมเคยมีแฟนครับ”

หัวใจที่เต็นระรัวของคุณนายฮั่วค่อย ๆ สงบลง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะถามต่อ ฮั่วจี้เซินก็เสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า “รสนิยมทางเพศมักจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม ถ้าแม่สงสัยในตัวผม สู้ไปถามพ่อดีกว่าครับ”

คุณนายฮั่วถึงกับสำลัก

พูดจาเลอะเทอะอะไรอย่างนี้!

เมื่อเห็นเช่นนั้น คุณนายฮั่วก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ จะโกรธก็ไม่เชิง จะไม่ก็โกรธก็ไม่ใช่ เหมือนต่อยลม ต่อยอากาศที่ไม่มีการตอบโต้

สุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะไม่สนใจ เก็บถาดอาหารที่ฮั่วจี้เซินทางเสร็จแล้วเดินจากไปทันที

ขืนอยู่ต่อนานกว่านี้ เธอคงโดนฮั่วจี้เซินยั่วโมโหจนอกแตกตายแน่ ๆ

-

วันรุ่งขึ้น

ฮั่วจี้เซินรับปากพี่สาวลูกพี่ลูกน้องว่าจะช่วยไปรับลูกให้ เมื่อเขาจอดรถลง เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้ปกครองละแวกนั้นทันที

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ขาเรียวยาวที่พิงอยู่กับรถหรู รูปร่างที่สง่างามบวกกับบุคลิกที่ดูเย็นชาเคร่งขรึม ทำให้เขาดูเป็นจุดสนใจไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน

ถึงขนาดมีคนแอบกระซิบถามกันว่า มีดารามาถ่ายละครแถวนี้หรือเปล่า

แต่เขายังไม่ทันได้เจอกับหลานชาย กลับเจอคุณครูอนุบาลที่เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “ขอโทษนะคะ คุณเป็นผู้ปกครองของน้องโยวโยวหรือเปล่าคะ? พอดีน้องมีปัญหากับเพื่อนในโรงเรียนนิดหน่อย และเราต้องการความร่วมมือจากผู้ปกครองค่ะ”

ฮั่วจี้เซินถอดแว่นกันแดดออก แล้วเดินตามคุณครูเข้าไปในโรงเรียน

ภายในโรงเรียน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีขาวนั่งฟุบอยู่บนพื้น เธอสะอื้นไห้เบา ๆ ทั้งตัวสั่นเทา บนแขนขาวนวลมีรอยถลอกเล็ก ๆ เต็มไปหมด

ส่วนหลานชายของเขายืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าอ้วนกลมนั้นเต็มไปด้วยความจองหอง

“เหลียนฮว่า ฉันชวนเธอเล่นด้วยก็ถือว่าให้เกียรติเธอมากแล้วนะ!”

“ทำไมเธอต้องเมินฉันด้วย? เลิกร้องไห้ได้แล้ว ร้องไห้แล้วดูขี้เหร่ชะมัด”

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้ว แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปคว้าตัวหลานชายที่กำลังแผลงฤทธิ์ขึ้นมา ในดวงตาคมเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรง “ฉินอวี่โยว นายกำลังทำอะไร?”

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซิน เจ้าอ้วนก็นิ่งสนิท ความซ่าหายวับไปกับตา เขาตัวสั่นเทาอยู่ในมือฮั่วจี้เซินราวกับนกกระทาตัวน้อย

ในฐานะลูกชายคนเดียวของพี่สาวฮั่วจี้เซิน ฉินอวี่โยวจึงถูกสปอยล์จนเสียคน จะเกรงกลัวก็แต่ฮั่วจี้เซินคนเดียวเท่านั้น

ถ้าน้าชายโกรธเมื่อไหร่ เป็นต้องซวยกันทั้งบ้าน

หลังจากได้รับฟังเรื่องราวจากคุณครู ก็สรุปได้ว่าเจ้าตัวแสบฉินอวี่โยวอยากเล่นกับเหลียนฮว่า แต่เหลียนฮว่าปฏิเสธ เขาจึงเข้าไปผลักเธอตอนเลิกเรียน จนทำให้เสื้อผ้าของเธอขาดและได้แผล

ฮั่วจี้เซินก้มตัวลงแล้วอุ้มเหลียนฮว่าขึ้นมาจากพื้น เมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา หัวใจของเขาก็อ่อนวูบลงอย่างกะทันหัน

เด็กคนนี้ ทำให้เขารู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก แถมยังรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด

และน้ำเสียงของเขาก็อ่อนนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว

“เจ็บไหมครับ? เดี๋ยวลุงจะพาไปโรงพยาบาลนะ”

“ช่วยติดต่อผู้ปกครองของเธอด้วยครับ บอกว่าทางผมจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเอง”

สายลมพัดผ่าน สวี่เพียวเพียวที่รีบร้อนวิ่งมาไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่อุ้มเหลียนฮว่าอยู่คือฮั่วจี้เซิน

สายตาของเธอมีเพียงลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอื้นอยู่เท่านั้น

เหลียนฮว่ามีนิสัยเหมือนใครก็ไม่รู้ เธอเป็นเด็กเก็บความรู้สึก

เวลาร้องไห้จึงไม่มีเสียง มีเพียงน้ำตาที่ไหลพรากราวกับไข่มุกที่สายสร้อยขาด ดูแล้วน่าสงสารจับใจจนคนมองใจแทบสลาย

มืออันอ่อนนุ่มแย่งตัวเหลียนฮว่ามาจากอ้อมแขนของฮั่วจี้เซิน แล้วกอดไว้ในอ้อมอกตัวเองแน่นพลางปลอบโยนเสียงเบา

“ฮว่าฮว่าเด็กดี ไม่ร้องนะลูก แม่มาแล้ว”

เหลียนฮว่าซบหน้าลงบนไหล่ของสวี่เพียวเพียว แขนเล็ก ๆ โอบรอบคอแม่ไว้แน่น

เมื่อสวี่เพียวเพียวเห็นบาดแผลบนแขนลูก เธอถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก

ภูมิคุ้มกันของเหลียนฮว่าอ่อนแอกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำแต่กำเนิดและการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หากได้รับบาดเจ็บแผลจะหายยากมาก

เมื่อเห็นลูกสาวบาดเจ็บ ท่าทีของสวี่เพียวเพียวก็แข็งกร้าวขึ้นมาทันที เธอมองไปที่คุณครู “เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่คะ? ฉันต้องการคำอธิบายค่ะ!”

ฮั่วจี้เซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “เป็นความผิดของโยวโยวครับ พวกเราจะรับผิดชอบค่าเสียหายเอง”

สวี่เพียวเพียวเป็นคนตัวสูง แต่ตอนนี้เธอดูซูบผอมลงมาก เหลียนฮว่าในอ้อมกอดของเธอเหมือนตุ๊กตาที่ถูกเธอโอบกอดไว้แน่น

นี่คือลูกสาวของเธอ... มิน่าล่ะ เขาถึงได้รู้สึกคุ้นหน้านัก

แต่ยังมีความรู้สึกประหลาดอีกอย่างหนึ่ง ฮั่วจี้เซินรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูจะถูกชะตากับเขาอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินจ้องมองเหลียนฮว่า หัวใจของสวี่เพียวเพียวก็เต้นเร็วรัว

เธอรีบกำบังตัวเหลียนฮว่าไว้มิดชิด ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งลูกไป

สวี่เพียวเพียวเงยหน้าสบเข้ากับดวงตาสีนิลลุ่มลึกคู่นั้น โครงคิ้วของเขาดูคมเข้ม มองเผิน ๆ อาจดูดุดันน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วทุกส่วนบนใบหน้านั้นประณีตงดงาม ทว่าแฝงไปด้วยความห่างเหินและเย็นชา

เด็กชายที่ชอบแกล้งลูกสาวเธอคนนี้... คือลูกของเขาเหรอ?

ไม่สิ เด็กคนนี้ใช้นามสกุลฉิน

หรือว่า... ฮั่วจี้เซินจะรักแม่ของเด็กคนนี้มาก จนถึงขั้นไม่สนใจว่าลูกจะใช้นามสกุลอะไร?

ความรู้สึกขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในอก มือของสวี่เพียวเพียวสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ไฟแห่งความโกรธแค้นที่ต้องการปกป้องลูกปะทุขึ้น เธอโพล่งออกมาว่า “รับผิดชอบเหรอ?”

“ฉินอวี่โยวแกล้งลูกสาวฉันหลายครั้งแล้ว ไม่ทราบว่าคุณฮั่วจะรับผิดชอบยังไงคะ? เขาสร้างบาดแผลทางใจที่รุนแรงให้กับลูกสาวฉันนะคะ!”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉินอวี่โยวแกล้งเหลียนฮว่า

ฮั่วจี้เซินปรายตามองหลานชายที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าพูดจาที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก

“ขึ้นรถ ไปโรงพยาบาล”

ฮั่วจี้เซินรู้ดีว่านิสัยของฉินอวี่โยวเป็นยังไง เมื่อเห็นสวี่เพียวเพียวยังอุ้มลูกยืนนิ่งอยู่ เขาจึงเร่ง “เร็วเข้า”

เหลียนฮว่าในอ้อมกอดหยุดร้องไห้แล้ว แต่เธอหอบหายใจแรงและใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงก่ำขึ้นมา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้ารอช้า เธอรีบสาวเท้าก้าวขึ้นรถของฮั่วจี้เซินไป

เมื่อถึงโรงพยาบาล สวี่เพียวเพียวไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เธออุ้มเหลียนฮว่าตรงดิ่งไปยังแผนกอายุรกรรมโรคระบบทางเดินหายใจเพื่อทำการตรวจชุดใหญ่จนเสร็จสิ้น

จากนั้นกลับมาพร้อมถุงยาพะรุงพะรังเต็มมือ

ฮั่วจี้เซินเดินตามหลังไปรูดบัตรชำระเงิน และทำให้เขารู้ว่าลูกสาวของสวี่เพียวเพียวสุขภาพไม่ดีจริง ๆ

ตอนจ่ายเงินเขาเหลือบเห็นชื่อในประวัติผู้ป่วย... ชื่อเหลียนฮว่า

สามีของเธอ นามสกุลเหลียนงั้นเหรอ?

เห็นได้ชัดว่าฉินอวี่โยวคิดไม่ถึง เขาคิดว่าการเล่นแกล้งกันในโรงเรียนอนุบาลแล้วเหลียนฮว่าร้องไห้คือความสำออย แต่ไม่คิดว่าเธอจะเจ็บจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินขับรถไปส่งพวกเธอ ระหว่างทางฉินอวี่โยวลังเลอยู่นาน จนกระทั่งช่วงติดไฟแดง เขาจึงหันไปขอโทษสวี่เพียวเพียวและเหลียนฮว่าที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

“ผมขอโทษครับ”

สวี่เพียวเพียวเบือนหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่ยอมพูดด้วย

ต่อให้ฉินอวี่โยวจะเป็นเพียงเด็ก แต่เธอก็ยังโกรธอยู่ดี

ลูกชายของฮั่วจี้เซินนั้นล้ำค่า แต่ลูกสาวของเธอก็คือแก้วตาดวงใจเช่นกัน

ร่างกายของเหลียนฮว่าถูกเธอเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมประณีตที่สุด อย่าว่าแต่ให้ได้รับบาดเจ็บเลย แม้แต่ตอนร้องไห้ก็นับครั้งได้

สภาพร่างกายของลูกสาวเธอห้ามมีอารมณ์ขึ้นลงรุนแรง เมื่อนึกถึงน้ำตาบนใบหน้าและตาที่บวมช้ำของเหลียนฮว่าตอนที่เธอไปถึง สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกเจ็บปวดใจไปหมด

เมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวไม่สนใจตน ฉินอวี่โยวจึงหันไปมองเหลียนฮว่าแทน

เหลียนฮว่ากะพริบตาให้เขา

เธอเป็นเด็กที่หน้าตาสวยมาก ราวกับสลักเสลามาจากหยกชิ้นงาม เป็นหน้าตาประเภทที่ถ้าโพสรูปออกไป แมวมองต้องติดต่อมาให้ไปเป็นนางแบบเด็กแน่นอน แถมใบหน้ายังมีเค้าโครงคล้ายลูกครึ่งอยู่นิด ๆ

ก่อนหน้านี้สวี่เพียวเพียวก็เคยสงสัยในรูปร่างหน้าตาของเหลียนฮว่า แต่เธอนึกขึ้นได้ว่าฮั่วจี้เซินเคยบอกว่าคุณนายฮั่วเป็นคนซินเจียง

บางทีเหลียนฮว่าอาจจะได้รับพันธุกรรมข้ามรุ่นมาจากทางนั้น ดวงตาที่ดูเหมือนลูกครึ่งก็น่าจะเป็นยีนจากทางซินเจียงนั่นเอง

เธอมักจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดเสมอ ว่าพ่อของเหลียนฮว่าเป็นชาวต่างชาติ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 100

    เยี่ยนชิวพูดถึงบุคลิกพระเอกในเกมที่กำหนดไว้ก่อนเป็นลำดับแรก"พระเอกคนนี้เซ็ตไว้ว่าเป็นดอกฟ้าบนยอดภูผาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นหนุ่มหล่อดาวเด่นผู้โด่งดัง นิสัยสุขุมเยือกเย็น ชอบนางเอกมาตลอดแต่ปากแข็ง โทนเสียงจำเป็นต้องทุ้มต่ำสักหน่อยค่ะ""และก็ต้องคงความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเอาไว้ด้วย ควบคู่ไปกับนิสัยที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้นักพากย์ที่มีความสามารถค่อนข้างสูง"อาจเป็นเพราะบรรยากาศในห้องประชุมไม่ได้เคร่งเครียดอะไรมากมายในแผนงานของเกมจึงระบุพระเอกไว้ถึงห้าคนเกมแนวความรัก ตลาดเป้าหมายก็คือผู้เล่นเกมเพศหญิงภายในห้องประชุมล้วนมีแต่พนักงานหญิงเกมเกมนี้ หนึ่งในจุดขายที่ใช้โปรโมต ก็คือการใช้ทีมงานหญิงล้วนผู้เล่นในท้องตลาดยังคงมีความต้องการในด้านนี้อยู่อีกมากและขอบเขตของการประชุมก็ไม่ได้ตึงเครียดเช่นกัน เยี่ยนชิวจึงพูดด้วยความผ่อนคลายว่า "เพียวเพียว พระเอกคนนี้เธอคิดว่ายังมีตรงไหนต้องปรับแก้อีกไหม?""นอกจากด้านการพากย์เสียงที่ต้องหารือกันแล้ว นิสัยของพระเอกคนนี้ ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันค่ะ"สวี่เพียวเพียวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขณะมองดูข้อมูลแนะนำตัวพระเอก

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 99

    เซ่ามู่เตือนอย่างอ้อม ๆ ว่า "คุณฮั่วครับ ดูเหมือนตอนนี้เสี่ยวสวี่จะยังมีสามีอยู่นะครับ"ชายหนุ่มผู้นั่งอยู่เบาะหลังเงียบงันครู่หนึ่ง ถึงได้มีเสียงหัวเราะที่แฝงความเบิกบานใจดังขึ้น พร้อมด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายแววตาของชายหนุ่มคมกริบ ราวกับนายพรานในป่าใหญ่ ผู้เล็งเป้าหมายไว้แล้ว"ไม่มีแล้วต่างหาก"เมื่อเซ่ามู่ฟังความหมายของฮั่วจี้เซินออก ก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ลืมปรับเปลี่ยนท่าทีให้ดูเป็นการเป็นงานมากขึ้น ขณะแนะนำว่า "คุณฮั่วครับ เสี่ยวสวี่ทำโปรเจกต์ได้ดีหลายงานแล้ว หลังจากนี้ ผมอยากให้เธอได้ดีลงานกับคุณโดยตรง""เอาสิ"โปรเจกต์ที่ทีมของสวี่เพียวเพียวได้รับมาช่วงนี้ เป็นงานที่ส่งมาจากแผนกเกมเป็นโปรเจกต์เกมจีบหนุ่มเกมหนึ่งระเบียบการคร่าว ๆ ของโปรเจกต์ถูกระบุออกมาหมดแล้ว จุดที่ต้องแก้ไขก็ถูกสวี่เพียวเพียวขีดเส้นใต้ทีละจุด ตีกลับไปรอรับกลับมาใหม่ตอนนี้ดำเนินมาถึงหัวข้อสุดท้ายก่อนรายงานความคืบหน้าแต่มีพระเอกในเกมคนหนึ่ง ยังหานักพากย์ที่เหมาะสมไม่ได้เอฟเฟกต์เสียงพากย์ที่ใช้สำหรับทดสอบเสียง คือช่วงเสียงหัวเราะปนเสียงหอบหายใจเล็กน้อยหลังพระเอกจูบนางเอก รว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 98

    เซ่ามู่รับหน้าที่เป็นคนขับรถจากที่พักของฮั่วจี้เซินไปบริษัท ถ้านับรวมความเป็นไปได้ที่รถจะติดในช่วงเช้า ก็ต้องขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงตลอดทาง สวี่เพียวเพียวเอาแต่ตีหน้าขรึมมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวฮั่วจี้เซินเองก็ก้มหน้าดูรายงานในมือด้วยท่าทีสุขุมระหว่างทั้งสองคน คล้ายมีอะไรบางอย่างกั้นขวางอยู่ตรงกลางแต่ตอนนี้เซ่ามู่ดูออกแล้วประธานฮั่วน่าจะมีใจให้เสี่ยวสวี่ไม่น้อยแต่ดูเหมือนเสี่ยวสวี่จะไม่ได้มีใจให้ก็ใช่น่ะสิก่อนที่ประธานฮั่วจะมา ครอบครัวของเสี่ยวสวี่เขาก็รักใคร่กลมเกลียวมีความสุขดีอยู่แล้วไม่ว่าเป็นใคร ถ้าโดนคนอื่นเข้ามายุ่มย่าม สีหน้าก็ต้องดูไม่ดีกันทั้งนั้นแต่สาเหตุที่สวี่เพียวเพียวมีสีหน้าไม่สู้ดีนั้น เป็นเพราะกำลังเมารถอยู่ต่างหากฮั่วจี้เซินยื่นมือไปเปิดกล่องข้างตัว หยิบลูกอมรสมินต์มาส่งให้เม็ดหนึ่งเมื่อสวี่เพียวเพียวก้มหน้าลงก็เห็นมือข้างหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าเธอ ลักษณะขาวผ่อง นิ้วมืองดงามราวผลงานศิลปะ ข้อต่อนิ้วทุกช่วงดูดีประหนึ่งประติมากรรมปล้องไม้ไผ่กลางฝ่ามือ ปรากฏลูกอมรสมินต์"เมารถก็กินนี่ซะ"น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาของชายหนุ่ม ดั

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 97

    "อย่าหักโหมเกินไปนะลูก ถ้าลูกเป็นแบบนี้ทุกวัน แม่จะไม่ยอมผ่าตัดแล้ว"แม่สวี่เป็นห่วง ด้วยกลัวอาการป่วยของตัวเองจะเป็นภาระแก่สวี่เพียวเพียวทำให้ลูกสาวไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง แถมยังต้องทำงานล่วงเวลาอีกพาลบ่นไปถึงเจ้านายของสวี่เพียวเพียว"นี่พ่อหนุ่มคนนั้นให้ลูกกลับไปทำโอทีดึก ๆ ดื่น ๆ เหรอเนี่ย? โอ๊ย ทรมานคนแท้ ๆ ดูท่าทางก็เป็นคนดี ทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้นะ?"สวี่เพียวเพียวฟังแล้วก็ให้รู้สึกร้อนรนเล็กน้อยเพราะความจริง เป็นเธอเองที่มาหาเขา แล้วเผลอหลับไปสวี่เพียวเพียวยกมือขึ้นป้องโทรศัพท์ พูดกลบเกลื่อนไม่กี่คำ ก็วางสายทันทีเมื่อเห็นเธอกินอิ่มแล้ว ฮั่วจี้เซินจึงลุกขึ้น"ไปเถอะ ไปทำงาน""คุณฮั่วคะ..."สวี่เพียวเพียวลังเลเล็กน้อย สายตาล่อกแล่กเซ่ามู่ยังยืนรออยู่ข้างล่างขืนสวี่เพียวเพียวตามเขาลงไป คงได้จ๊ะเอ๋กับเซ่ามู่เข้าแน่"คือว่า ให้ฉันรออีกสักแป๊บค่อยลงไปดีไหมคะ?"ฮั่วจี้เซินมองคนถามด้วยความขบขันไม่ได้พูดแทงใจดำทำลายความคิดเธอนี่เธอคิดว่า เซ่ามู่จะจำไม่ได้จริง ๆ หรือ?ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พวกเขาทำงานร่วมกันมาตั้งกี่ปี และเวลานี้ บนตัวสวี่เพียวเพียวก็ยังมีกลิ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 96

    ฮั่วจี้เซินมองเธอเขม็งไม่ยอมพลาดการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเธอแม้เพียงเศษเสี้ยวน่าเสียดาย เขาไม่พบพิรุธใด ๆสวี่เพียวเพียวมีสีหน้าเรียบเฉย “ไม่รู้สิคะ ฉันเองก็ไม่เคยเจอคุณย่าของฮว่าฮว่าเหมือนกัน”“ไม่เคยเจอ?”ต่อให้ชีวิตสมรสจะดำรงอยู่เพียงสั้น ๆ ก็ไม่น่าจะถึงขั้นไม่เคยเจอพ่อแม่ของอีกฝ่ายเลยนี่สวี่เพียวเพียวถือหมั่นโถวพันชั้นอยู่ลูกหนึ่ง เธอลงมือฉีกกินทีละชั้นอาศัยจังหวะรับประทาน กลบเกลื่อนสีหน้าของตนเองเช่นเดียวกับมือที่กำลังสั่นเทาโชคดีที่สองปีนี้ คำถามเดิม ๆ ไม่รู้ได้ยินมากี่ครั้ง ลำพังแค่เพื่อนบ้านถามไถ่กันเองก็ไม่น้อยแล้ว ซ้ำคำตอบสำหรับคำถามนี้ ก็ซักซ้อมล่วงหน้ามาหลายหนเธอจึงรับมือได้เป็นอย่างดีเพียงแต่คนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้คือฮั่วจี้เซิน จึงเกิดอาการลนลานเล็กน้อย“ใช่ค่ะ แต่คุณก็เคยเจอพ่อของฮว่าฮว่าแล้วนี่คะ เขาไม่ชอบฉัน มีลูกก็ถือเป็นเรื่องผิดพลาด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันคลอดลูก แล้วฉันก็ไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบลูกสาวฉันด้วย”ในห้องอาหารอันโอ่อ่ามีเพียงพวกเขาอยู่กันสองคนเดิมทีฮั่วจี้เซินเพิ่งกินไปไม่กี่คำ เมื่อได้ยินประโยคนี้ ก็ถึงขั้นวางตะเกียบลงทันท

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 95

    เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาของเซ่ามู่กำลังจ้องมองเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆสวี่เพียวเพียวก็รีบกอดเอวฮั่วจี้เซินแน่น และฝังใบหน้าลงกับแผงอกของเขาภาวนาขอให้เซ่ามู่อย่าเดินเข้ามาเด็ดขาดมุมปากของฮั่วจี้เซินยกยิ้ม มือวางลงบนท้ายทอยของสวี่เพียวเพียว หลังสอดนิ้วผ่านเรือนผม นิ้วมือเรียวยาวก็ลูบไล้ต้นคอเธอเบา ๆลูบจนสวี่เพียวเพียวขนลุกไปทั้งตัวฮั่วจี้เซินพูดด้วยเสียงเนิบนาบ “ไม่ต้องหรอก แค่นี้แหละ เดี๋ยวนายลงไปรอข้างล่างก่อนแล้วกัน”“ครับผม”ในฐานะหัวหน้าทีมเลขา เซ่ามู่จึงควบตำแหน่งผู้ช่วยพิเศษของฮั่วจี้เซินไปในตัวและด้วยความที่ฮั่วจี้เซินไม่มีแม่บ้านดูแล เซ่ามู่จึงต้องคอยซื้ออาหารเช้ามาให้ตามรสชาติที่ผู้เป็นเจ้านายชื่นชอบวันนี้เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าเดี๋ยวเซ่ามู่ก็ต้องมาแต่พอเห็นสวี่เพียวเพียวเป็นแบบนี้ ฮั่วจี้เซินก็รู้สึกว่าน่าสนุกดีเซ่ามู่รีบร้อนออกไปทันทีสวี่เพียวเพียวถึงค่อยถอยออกจากอ้อมกอดของฮั่วจี้เซินประโยคแรกที่เธอพูดคือบ่นเขาว่า “ทำไมคุณไม่บอกฉันล่ะว่าจะมีคนมา!”“เธอนี่วุ่นวายจริง ใจคอจะไม่ให้ฉันกินข้าวเช้าหรือไง?”สวี่เพียวเพียวทำท่าจะเดินหนี แต่ก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status