Share

บทที่ 6

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
ฮั่วจี้เซินดึงลิ้นชักออกมา จากนั้นแกะแผงยากระดาษฟอยล์แล้วกินยาลอราทาดีนลงไป “แพ้น่ะครับ”

คุณนายฮั่วยอมรับว่า ตอนแรกที่เห็นรอยบนคอของเขา เธอแอบคิดว่าในที่สุดลูกชายก็มีแฟนเสียที แต่อาจจะยังไม่สะดวกพามาเปิดตัว

ใครจะไปรู้ว่าที่แท้... คืออาการแพ้

.....

คุณนายฮั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“อาเซิน หนูหรันหรั่นบอกว่าอยากจะไปฝึกงานที่บริษัท แกช่วยจัดการให้หน่อยนะ”

“ให้เธอทำตามขั้นตอนครับ ถ้าสัมภาษณ์ผ่านก็เข้าได้”

คุณนายฮั่วเริ่มไม่พอใจและอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “หรันหรั่นเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเชียวนะ แค่ไปฝึกงานที่บริษัททำไมต้องเดินเรื่องทำตามขั้นตอนให้ยุ่งยากด้วย? อาเซิน แกจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่อยไม่ได้เชียวเหรอ?”

ฮั่วจี้เซินปรายตาขึ้นมอง “ไม่ได้ครับ”

เจียงหรั่นออกจะหน้าตาสะสวย ฐานะทางบ้านก็คู่ควรเหมาสมกัน แถมยังแอบชอบฮั่วจี้เซินมาตั้งหลายปี

มันมีไม่ดีตรงไหนกัน?

คุณนายฮั่วมองลูกชาย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ จนต้องถามเสียงสูงออกไปว่า “อาเซิน แกไม่ได้... ชอบผู้ชายใช่ไหม?”

“...” ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด “ผมเคยมีแฟนครับ”

หัวใจที่เต็นระรัวของคุณนายฮั่วค่อย ๆ สงบลง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะถามต่อ ฮั่วจี้เซินก็เสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า “รสนิยมทางเพศมักจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม ถ้าแม่สงสัยในตัวผม สู้ไปถามพ่อดีกว่าครับ”

คุณนายฮั่วถึงกับสำลัก

พูดจาเลอะเทอะอะไรอย่างนี้!

เมื่อเห็นเช่นนั้น คุณนายฮั่วก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ จะโกรธก็ไม่เชิง จะไม่ก็โกรธก็ไม่ใช่ เหมือนต่อยลม ต่อยอากาศที่ไม่มีการตอบโต้

สุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะไม่สนใจ เก็บถาดอาหารที่ฮั่วจี้เซินทางเสร็จแล้วเดินจากไปทันที

ขืนอยู่ต่อนานกว่านี้ เธอคงโดนฮั่วจี้เซินยั่วโมโหจนอกแตกตายแน่ ๆ

-

วันรุ่งขึ้น

ฮั่วจี้เซินรับปากพี่สาวลูกพี่ลูกน้องว่าจะช่วยไปรับลูกให้ เมื่อเขาจอดรถลง เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้ปกครองละแวกนั้นทันที

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ขาเรียวยาวที่พิงอยู่กับรถหรู รูปร่างที่สง่างามบวกกับบุคลิกที่ดูเย็นชาเคร่งขรึม ทำให้เขาดูเป็นจุดสนใจไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน

ถึงขนาดมีคนแอบกระซิบถามกันว่า มีดารามาถ่ายละครแถวนี้หรือเปล่า

แต่เขายังไม่ทันได้เจอกับหลานชาย กลับเจอคุณครูอนุบาลที่เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “ขอโทษนะคะ คุณเป็นผู้ปกครองของน้องโยวโยวหรือเปล่าคะ? พอดีน้องมีปัญหากับเพื่อนในโรงเรียนนิดหน่อย และเราต้องการความร่วมมือจากผู้ปกครองค่ะ”

ฮั่วจี้เซินถอดแว่นกันแดดออก แล้วเดินตามคุณครูเข้าไปในโรงเรียน

ภายในโรงเรียน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีขาวนั่งฟุบอยู่บนพื้น เธอสะอื้นไห้เบา ๆ ทั้งตัวสั่นเทา บนแขนขาวนวลมีรอยถลอกเล็ก ๆ เต็มไปหมด

ส่วนหลานชายของเขายืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าอ้วนกลมนั้นเต็มไปด้วยความจองหอง

“เหลียนฮว่า ฉันชวนเธอเล่นด้วยก็ถือว่าให้เกียรติเธอมากแล้วนะ!”

“ทำไมเธอต้องเมินฉันด้วย? เลิกร้องไห้ได้แล้ว ร้องไห้แล้วดูขี้เหร่ชะมัด”

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้ว แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปคว้าตัวหลานชายที่กำลังแผลงฤทธิ์ขึ้นมา ในดวงตาคมเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรง “ฉินอวี่โยว นายกำลังทำอะไร?”

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซิน เจ้าอ้วนก็นิ่งสนิท ความซ่าหายวับไปกับตา เขาตัวสั่นเทาอยู่ในมือฮั่วจี้เซินราวกับนกกระทาตัวน้อย

ในฐานะลูกชายคนเดียวของพี่สาวฮั่วจี้เซิน ฉินอวี่โยวจึงถูกสปอยล์จนเสียคน จะเกรงกลัวก็แต่ฮั่วจี้เซินคนเดียวเท่านั้น

ถ้าน้าชายโกรธเมื่อไหร่ เป็นต้องซวยกันทั้งบ้าน

หลังจากได้รับฟังเรื่องราวจากคุณครู ก็สรุปได้ว่าเจ้าตัวแสบฉินอวี่โยวอยากเล่นกับเหลียนฮว่า แต่เหลียนฮว่าปฏิเสธ เขาจึงเข้าไปผลักเธอตอนเลิกเรียน จนทำให้เสื้อผ้าของเธอขาดและได้แผล

ฮั่วจี้เซินก้มตัวลงแล้วอุ้มเหลียนฮว่าขึ้นมาจากพื้น เมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา หัวใจของเขาก็อ่อนวูบลงอย่างกะทันหัน

เด็กคนนี้ ทำให้เขารู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก แถมยังรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด

และน้ำเสียงของเขาก็อ่อนนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว

“เจ็บไหมครับ? เดี๋ยวลุงจะพาไปโรงพยาบาลนะ”

“ช่วยติดต่อผู้ปกครองของเธอด้วยครับ บอกว่าทางผมจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเอง”

สายลมพัดผ่าน สวี่เพียวเพียวที่รีบร้อนวิ่งมาไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่อุ้มเหลียนฮว่าอยู่คือฮั่วจี้เซิน

สายตาของเธอมีเพียงลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอื้นอยู่เท่านั้น

เหลียนฮว่ามีนิสัยเหมือนใครก็ไม่รู้ เธอเป็นเด็กเก็บความรู้สึก

เวลาร้องไห้จึงไม่มีเสียง มีเพียงน้ำตาที่ไหลพรากราวกับไข่มุกที่สายสร้อยขาด ดูแล้วน่าสงสารจับใจจนคนมองใจแทบสลาย

มืออันอ่อนนุ่มแย่งตัวเหลียนฮว่ามาจากอ้อมแขนของฮั่วจี้เซิน แล้วกอดไว้ในอ้อมอกตัวเองแน่นพลางปลอบโยนเสียงเบา

“ฮว่าฮว่าเด็กดี ไม่ร้องนะลูก แม่มาแล้ว”

เหลียนฮว่าซบหน้าลงบนไหล่ของสวี่เพียวเพียว แขนเล็ก ๆ โอบรอบคอแม่ไว้แน่น

เมื่อสวี่เพียวเพียวเห็นบาดแผลบนแขนลูก เธอถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก

ภูมิคุ้มกันของเหลียนฮว่าอ่อนแอกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำแต่กำเนิดและการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หากได้รับบาดเจ็บแผลจะหายยากมาก

เมื่อเห็นลูกสาวบาดเจ็บ ท่าทีของสวี่เพียวเพียวก็แข็งกร้าวขึ้นมาทันที เธอมองไปที่คุณครู “เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่คะ? ฉันต้องการคำอธิบายค่ะ!”

ฮั่วจี้เซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “เป็นความผิดของโยวโยวครับ พวกเราจะรับผิดชอบค่าเสียหายเอง”

สวี่เพียวเพียวเป็นคนตัวสูง แต่ตอนนี้เธอดูซูบผอมลงมาก เหลียนฮว่าในอ้อมกอดของเธอเหมือนตุ๊กตาที่ถูกเธอโอบกอดไว้แน่น

นี่คือลูกสาวของเธอ... มิน่าล่ะ เขาถึงได้รู้สึกคุ้นหน้านัก

แต่ยังมีความรู้สึกประหลาดอีกอย่างหนึ่ง ฮั่วจี้เซินรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูจะถูกชะตากับเขาอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินจ้องมองเหลียนฮว่า หัวใจของสวี่เพียวเพียวก็เต้นเร็วรัว

เธอรีบกำบังตัวเหลียนฮว่าไว้มิดชิด ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งลูกไป

สวี่เพียวเพียวเงยหน้าสบเข้ากับดวงตาสีนิลลุ่มลึกคู่นั้น โครงคิ้วของเขาดูคมเข้ม มองเผิน ๆ อาจดูดุดันน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วทุกส่วนบนใบหน้านั้นประณีตงดงาม ทว่าแฝงไปด้วยความห่างเหินและเย็นชา

เด็กชายที่ชอบแกล้งลูกสาวเธอคนนี้... คือลูกของเขาเหรอ?

ไม่สิ เด็กคนนี้ใช้นามสกุลฉิน

หรือว่า... ฮั่วจี้เซินจะรักแม่ของเด็กคนนี้มาก จนถึงขั้นไม่สนใจว่าลูกจะใช้นามสกุลอะไร?

ความรู้สึกขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในอก มือของสวี่เพียวเพียวสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ไฟแห่งความโกรธแค้นที่ต้องการปกป้องลูกปะทุขึ้น เธอโพล่งออกมาว่า “รับผิดชอบเหรอ?”

“ฉินอวี่โยวแกล้งลูกสาวฉันหลายครั้งแล้ว ไม่ทราบว่าคุณฮั่วจะรับผิดชอบยังไงคะ? เขาสร้างบาดแผลทางใจที่รุนแรงให้กับลูกสาวฉันนะคะ!”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉินอวี่โยวแกล้งเหลียนฮว่า

ฮั่วจี้เซินปรายตามองหลานชายที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าพูดจาที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก

“ขึ้นรถ ไปโรงพยาบาล”

ฮั่วจี้เซินรู้ดีว่านิสัยของฉินอวี่โยวเป็นยังไง เมื่อเห็นสวี่เพียวเพียวยังอุ้มลูกยืนนิ่งอยู่ เขาจึงเร่ง “เร็วเข้า”

เหลียนฮว่าในอ้อมกอดหยุดร้องไห้แล้ว แต่เธอหอบหายใจแรงและใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงก่ำขึ้นมา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้ารอช้า เธอรีบสาวเท้าก้าวขึ้นรถของฮั่วจี้เซินไป

เมื่อถึงโรงพยาบาล สวี่เพียวเพียวไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เธออุ้มเหลียนฮว่าตรงดิ่งไปยังแผนกอายุรกรรมโรคระบบทางเดินหายใจเพื่อทำการตรวจชุดใหญ่จนเสร็จสิ้น

จากนั้นกลับมาพร้อมถุงยาพะรุงพะรังเต็มมือ

ฮั่วจี้เซินเดินตามหลังไปรูดบัตรชำระเงิน และทำให้เขารู้ว่าลูกสาวของสวี่เพียวเพียวสุขภาพไม่ดีจริง ๆ

ตอนจ่ายเงินเขาเหลือบเห็นชื่อในประวัติผู้ป่วย... ชื่อเหลียนฮว่า

สามีของเธอ นามสกุลเหลียนงั้นเหรอ?

เห็นได้ชัดว่าฉินอวี่โยวคิดไม่ถึง เขาคิดว่าการเล่นแกล้งกันในโรงเรียนอนุบาลแล้วเหลียนฮว่าร้องไห้คือความสำออย แต่ไม่คิดว่าเธอจะเจ็บจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินขับรถไปส่งพวกเธอ ระหว่างทางฉินอวี่โยวลังเลอยู่นาน จนกระทั่งช่วงติดไฟแดง เขาจึงหันไปขอโทษสวี่เพียวเพียวและเหลียนฮว่าที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

“ผมขอโทษครับ”

สวี่เพียวเพียวเบือนหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่ยอมพูดด้วย

ต่อให้ฉินอวี่โยวจะเป็นเพียงเด็ก แต่เธอก็ยังโกรธอยู่ดี

ลูกชายของฮั่วจี้เซินนั้นล้ำค่า แต่ลูกสาวของเธอก็คือแก้วตาดวงใจเช่นกัน

ร่างกายของเหลียนฮว่าถูกเธอเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมประณีตที่สุด อย่าว่าแต่ให้ได้รับบาดเจ็บเลย แม้แต่ตอนร้องไห้ก็นับครั้งได้

สภาพร่างกายของลูกสาวเธอห้ามมีอารมณ์ขึ้นลงรุนแรง เมื่อนึกถึงน้ำตาบนใบหน้าและตาที่บวมช้ำของเหลียนฮว่าตอนที่เธอไปถึง สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกเจ็บปวดใจไปหมด

เมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวไม่สนใจตน ฉินอวี่โยวจึงหันไปมองเหลียนฮว่าแทน

เหลียนฮว่ากะพริบตาให้เขา

เธอเป็นเด็กที่หน้าตาสวยมาก ราวกับสลักเสลามาจากหยกชิ้นงาม เป็นหน้าตาประเภทที่ถ้าโพสรูปออกไป แมวมองต้องติดต่อมาให้ไปเป็นนางแบบเด็กแน่นอน แถมใบหน้ายังมีเค้าโครงคล้ายลูกครึ่งอยู่นิด ๆ

ก่อนหน้านี้สวี่เพียวเพียวก็เคยสงสัยในรูปร่างหน้าตาของเหลียนฮว่า แต่เธอนึกขึ้นได้ว่าฮั่วจี้เซินเคยบอกว่าคุณนายฮั่วเป็นคนซินเจียง

บางทีเหลียนฮว่าอาจจะได้รับพันธุกรรมข้ามรุ่นมาจากทางนั้น ดวงตาที่ดูเหมือนลูกครึ่งก็น่าจะเป็นยีนจากทางซินเจียงนั่นเอง

เธอมักจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดเสมอ ว่าพ่อของเหลียนฮว่าเป็นชาวต่างชาติ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 398

    เฒ่าทั้งสองดูท่าจะนอนไม่หลับกันจริง ๆ เสียด้วยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จิตใจของพวกเขามัวแต่จดจ่ออยู่กับการคัดเลือกชุดที่เหมาะสมที่สุด และวางแผนว่าจะแต่งตัวอย่างไรเพราะสำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือวันเกิดครั้งแรกของเหลียนฮว่าภายใต้ชายคาบ้านตระกูลฮั่วและตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เด็กน้อยคนนี้จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ญาติสนิทมิตรสหายและผู้คนในแวดวงสังคมได้รู้จัก ทุกคนจะได้รับรู้โดยทั่วกันว่าตระกูลฮั่วได้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาแล้วเธอคือหลานสาวคนโตที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของฮั่วหง และเป็นลูกสาวคนแรกในชีวิตของฮั่วจี้เซินเพียงแค่จินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ โสงเจี๋ยก็ตื่นเต้นจนไม่อาจข่มตาลงได้หัวใจของเธอพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!“นี่เหล่าฮั่ว หรือว่าฉันควรจะใส่กี่เพ้าผ้ากำมะหยี่ตัวนั้น คู่กับเสื้อโค้ทที่สั่งตัดมาคราวก่อนดี? ฉันว่ามันดูเรียบง่ายดีนะ จะได้ไม่ไปแย่งซีนใครในงาน”พูดจบเธอก็ทำท่าจะผุดลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังห้องแต่งตัวเพื่อรื้อหาชุดทันที ราวกับตั้งใจจะลองสวมให้ดูเดี๋ยวนั้นเพื่อความมั่นใจ“แต่งแบบนั้น คุณกะจะไปขึ้นเวทีร้องเพลงแถวเซี่ยงไฮ้ยุคเก่าหรือไงกัน?”โสงเ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 397

    “...ใครนะ? เมื่อกี้เธอพูดถึงใครน่ะ?”“ก็คุณชายเล็กตระกูลซาไงคะ เท่าที่ฉันสังเกตดู เขาดูจะดูแลคุณดีมากเลยไม่ใช่เหรอคะ?”ฮั่วสวินเจินหันขวับมามองซูหว่านด้วยสายตาเบิกกว้าง คล้ายจะถามกลับว่า นี่คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปใหญ่หรือเปล่า“เขาดูแลฉันน่ะมันก็ถูกแล้วค่ะ! ก็แหม ตอนเด็ก ๆ เขาเกือบจะช็อกตายเพราะดันไปกินถั่ววอลนัทเข้า ก็ฉันนี่แหละที่เป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้!”ฮั่วสวินเจินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่าแฝงความขำขัน“นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว การแต่งงานในหมู่ญาติสนิทน่ะเขาเลิกฮิตกันไปนานแล้ว! นี่ข่าวการปฏิรูปบ้านเมืองเขาไม่ได้แจ้งไปถึงบ้านเธอบ้างหรือไงคะ? ฉันว่าเธอต้องรีบกลับไปเรียนประวัติศาสตร์ยุคใหม่ด่วนเลยนะ”ซูหว่านถึงกับอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ“ญาติสนิทงั้นเหรอคะ?”ฮั่วสวินเจินเอ่ยขยายความเพิ่ม“คุณย่าของพี่ซาน่ะ เป็นคุณย่าทวดแท้ ๆ ของฉันเลยนะ จริง ๆ แล้วตอนพี่ซาเกิดมาน่ะ เขาต้องใช้นามสกุลฮั่วด้วยซ้ำไป แต่เป็นเพราะทางตระกูลซาดันไปหาซินแสชื่อดังมา แล้วซินแสก็ทักว่าเด็กคนนี้ดวงมหาเศรษฐี พอรู้ว่าดวงดีขนาดนี้ ตระกูลซาเลยหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมให้เขาย้ายมาใช้นามสกุลบ้านเราเด็ดขาดเลยล่ะ”“ไม่อย

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 396

    แม้เมืองซีจะอยู่ห่างจากเมืองเอไม่ไกลมากนักทว่าด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ซึ่งขยับขึ้นไปทางทิศเหนือมากกว่าเพียงเล็กน้อย กลับทำให้ท้องฟ้าที่นี่เริ่มส่งเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาเสียแล้ว ทั้งที่เมื่อเช้าตอนที่เธอก้าวเท้าออกจากบ้านในเมืองเออากาศยังคงมีแดดจ้าอยู่แท้ ๆ เกล็ดหิมะเม็ดละเอียดร่วงหล่นลงบนเสื้อโค้ทสีดำสนิทที่ฮั่วจี้เซินสวมใส่แต่ชายหนุ่มกลับไม่มีกะจิตกะใจจะใส่ใจเลยสักนิดมือหนาเอื้อมไปปัดเกล็ดหิมะออกจากเสื้อผ้าของสวี่เพียวเพียว ก่อนจะช่วยดึงผ้าพันคอของเธอให้ขึ้นมาห่อหุ้มร่างกายจนมิดชิด แล้วจึงรีบประคองยัดตัวเธอเข้าไปในรถทันทีที่ฟากฝั่งตรงข้ามของถนนรถของโรงแรมเคลื่อนตัวมาจอดเทียบท่าได้จังหวะพอดี ฮั่วสวินเจินยืนอยู่ตรงนั้นพลางโบกมือลาฮั่วจี้เซินทว่าหลังจากที่เธอก้าวขึ้นรถไปแล้วสายตาเธอมองผ่านกระจกหน้าต่างรถที่เริ่มมีฝ้าเกาะ ฮั่วสวินเจินเห็นพี่ชายของเธอจัดการปิดประตูรถฝั่งที่สะใภ้ใหญ่นั่งเสร็จสรรพ จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปยังแผงขายมันเผาริมถนนดูเหมือนเขาจะกลัวว่ามันเผาที่เพิ่งขึ้นจากเตาจะเย็นชืด จึงจัดแจงซุกมันเผาราคาไม่กี่สิบหยวนไว้ใต้เสื้อโค้ทแบรนด์เนมตัวหรูราคาหลักแสนอย่า

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 395

    พี่ปิงก้มหน้าก้มตาจัดการกับหน้าจอมือถือพลางเอ่ยยิ้ม ๆ “ตอนแรกที่คุณฮั่วมีคำสั่งให้ย้ายพี่มาอยู่ที่นี่ พี่ก็นึกระแวงไปเองว่าตัวเองไปทำอะไรผิดเข้า แต่พอได้ย้ายมาจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าชีวิตที่นี่สงบและมีอิสระกว่าตอนอยู่เมืองเอตั้งเยอะเลยล่ะ”สวี่เพียวเพียวฟังแล้วถึงกับหนังตากระตุกวูบฮั่วจี้เซิน ผู้ชายคนนี้เจ้าแผนการเกินไปแล้ว“คุณฮั่วเป็นคนสั่งย้ายพี่ปิงด้วยตัวเองเลยเหรอคะ?”“ใช่จ้ะ เห็นว่าเป็นคำสั่งโดยตรงจากเบื้องบนลงมาเลยล่ะ แล้วทางเครือบริษัทเขาก็พิจารณาเพื่อพี่จริง ๆ นั่นแหละ เพราะสามีพี่ทำงานอยู่ที่นี่คนเดียวมาตั้งนาน น่าสงสารจะตาย อ้อ ว่าแต่พอพี่ไม่อยู่แล้ว ใครย้ายมาแทนตำแหน่งพี่ล่ะ?”ฮั่วสวินเจินยื่นหน้าทะเล้นเข้าไปใกล้ “ฉันเองค่ะ ฉันเป็นคนเสียบแทนตำแหน่งพี่เอง แต่ตอนนี้ฉันก็ลาออกมาเป็นลูกน้องกึ่งหุ้นส่วน ลุยธุรกิจส่วนตัวกับคุณสวี่คนนี้เรียบร้อยแล้วเหมือนกันค่ะ”พี่ปิงได้ฟังก็หัวเราะร่า“เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะเนี่ย”ในสายตาของพี่ปิงนั้น สวี่เพียวเพียวคือภาพจำของพนักงานต้นแบบที่ทำงานได้ละเอียดรอบคอบ เธอเป็นคนประเภทที่ไม่เคยสร้างศัตรู และคุยง่ายเสียจนใครต่อใครมักจะมาขอแลกเวรกะทัน

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 394

    เมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวดูมีท่าทีสนใจฮั่วจี้เซินก็กินพาสต้าในชามไปพลาง เล่าเรื่องวีรกรรมของฮั่วหมิ่นที่เคยก่อเอาไว้ไปพลางซึ่งเรื่องเหล่านั้นมันมากมายเหลือเกิน จนบรรยายไม่หมด“ตอนที่ฉันอายุสามขวบ อาสองอยากให้พ่อแม่มีลูกเพิ่มอีกคน ถึงกับส่งชุดนอนมาให้กว่ายี่สิบชุด พร้อมกับอุปกรณ์เสริมตัวช่วยอีกสารพัดอย่าง”เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เพียวเพียวก็เข้าใจได้ทันทีว่าชุดนอนที่ส่งมานั้นเป็นชุดนอนแบบไหน“ปีที่คุณย่าเสีย อาสองกลัวว่าคุณปู่จะเหงา เลยส่งตุ๊กตายางมาให้ตัวหนึ่ง บอกว่าเอาไว้ให้คุณปู่คลายเหงา”“ตอนฉันอายุแปดขวบ เขาพานักแสดงเข้ามาถ่ายหนังในบ้าน แถมยังเป็นฉากเลิฟซีนที่ดุเดือดบนเตียงของเขากับอาสะใภ้สองด้วย ทำเอาคุณปู่โกรธจนความดันขึ้นเลย แต่เขายังกล้าถามคุณปู่อีกนะว่าอยากลองแสดงสักตอนไหม เดี๋ยวจะจัดฉากจูบให้”“เรื่องพรรค์นั้นมีมาให้เห็นแทบจะทุกปีเลยล่ะ”สวี่เพียวเพียวฟังจบก็นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ “...”ฮั่วหมิ่นคนนี้ ช่างเป็นคนที่เดินนอกกรอบได้สุดโต่งจะว่ามีความเป็นศิลปินเกินเบอร์จนน่าสะพรึงกลัวไปหน่อย“คุณปู่ที่เจ้าระเบียบขนาดนั้น เลี้ยงลูกชายทั้งสามคนออกมาให้มีนิสัยต่างกันสุดขั้

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 393

    “ไม่เป็นไรเลย จริง ๆ มื้อนี้ฉันก็ไม่ได้เป็นคนเลี้ยงเองหรอกนะ พอดีใช้เงินสามีจ่ายน่ะ”พูดจบสวี่เพียวเพียวขยิบตาให้เวินลี่ทีหนึ่งพร้อมกับส่งรอยยิ้มอ่อนโยนและเป็นมิตรให้อย่างจริงใจตลอดเวลาที่แอบฟัง สวี่เพียวเพียวรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเวินลี่พยายามจะโต้แย้งและใช้เหตุผลปกป้องเธอผ่านคำพูดอ้อม ๆ อย่างสุดความสามารถความหวังดีนี้ สวี่เพียวเพียวสลักมันไว้ในใจเรียบร้อยแล้วสวี่เพียวเพียวเดินนวยนาดออกจากร้านไป โดยไม่แม้แต่จะเหลือบหางตาไปมองอันเหวินโม่แม้แต่นิดเดียวเซ่ามู่หันมามองคนโต๊ะข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แววตาของเขาเต็มไปด้วยการแจ้งเตือน รังสีคุกคามแผ่ออกมาจนคนมองถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัวเวินลี่รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันทีลำพังแค่การแอบนินทาคนอื่นลับหลังก็นับว่าเสียมารยาทมากพออยู่แล้วแต่นี่เจ้าตัวดันมานั่งฟังอยู่จัง ๆ ทว่ารอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูของสวี่เพียวเพียวเมื่อครู่ ก็ช่วยชะล้างความกังวลที่แบกไว้ในอกให้เบาบางลงไปได้มากในขณะที่อันเหวินโม่ ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับหมดอารมณ์ทานข้าวโดยสิ้นเชิงสวี่เพียวเพียวมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้?แล้วทำไมเซ่ามู่ก็มาอยู่ที่นี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status