Share

บทที่ 6

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
ฮั่วจี้เซินดึงลิ้นชักออกมา จากนั้นแกะแผงยากระดาษฟอยล์แล้วกินยาลอราทาดีนลงไป “แพ้น่ะครับ”

คุณนายฮั่วยอมรับว่า ตอนแรกที่เห็นรอยบนคอของเขา เธอแอบคิดว่าในที่สุดลูกชายก็มีแฟนเสียที แต่อาจจะยังไม่สะดวกพามาเปิดตัว

ใครจะไปรู้ว่าที่แท้... คืออาการแพ้

.....

คุณนายฮั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“อาเซิน หนูหรันหรั่นบอกว่าอยากจะไปฝึกงานที่บริษัท แกช่วยจัดการให้หน่อยนะ”

“ให้เธอทำตามขั้นตอนครับ ถ้าสัมภาษณ์ผ่านก็เข้าได้”

คุณนายฮั่วเริ่มไม่พอใจและอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “หรันหรั่นเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเชียวนะ แค่ไปฝึกงานที่บริษัททำไมต้องเดินเรื่องทำตามขั้นตอนให้ยุ่งยากด้วย? อาเซิน แกจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่อยไม่ได้เชียวเหรอ?”

ฮั่วจี้เซินปรายตาขึ้นมอง “ไม่ได้ครับ”

เจียงหรั่นออกจะหน้าตาสะสวย ฐานะทางบ้านก็คู่ควรเหมาสมกัน แถมยังแอบชอบฮั่วจี้เซินมาตั้งหลายปี

มันมีไม่ดีตรงไหนกัน?

คุณนายฮั่วมองลูกชาย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ จนต้องถามเสียงสูงออกไปว่า “อาเซิน แกไม่ได้... ชอบผู้ชายใช่ไหม?”

“...” ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด “ผมเคยมีแฟนครับ”

หัวใจที่เต็นระรัวของคุณนายฮั่วค่อย ๆ สงบลง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะถามต่อ ฮั่วจี้เซินก็เสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า “รสนิยมทางเพศมักจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม ถ้าแม่สงสัยในตัวผม สู้ไปถามพ่อดีกว่าครับ”

คุณนายฮั่วถึงกับสำลัก

พูดจาเลอะเทอะอะไรอย่างนี้!

เมื่อเห็นเช่นนั้น คุณนายฮั่วก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ จะโกรธก็ไม่เชิง จะไม่ก็โกรธก็ไม่ใช่ เหมือนต่อยลม ต่อยอากาศที่ไม่มีการตอบโต้

สุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะไม่สนใจ เก็บถาดอาหารที่ฮั่วจี้เซินทางเสร็จแล้วเดินจากไปทันที

ขืนอยู่ต่อนานกว่านี้ เธอคงโดนฮั่วจี้เซินยั่วโมโหจนอกแตกตายแน่ ๆ

-

วันรุ่งขึ้น

ฮั่วจี้เซินรับปากพี่สาวลูกพี่ลูกน้องว่าจะช่วยไปรับลูกให้ เมื่อเขาจอดรถลง เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้ปกครองละแวกนั้นทันที

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ขาเรียวยาวที่พิงอยู่กับรถหรู รูปร่างที่สง่างามบวกกับบุคลิกที่ดูเย็นชาเคร่งขรึม ทำให้เขาดูเป็นจุดสนใจไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน

ถึงขนาดมีคนแอบกระซิบถามกันว่า มีดารามาถ่ายละครแถวนี้หรือเปล่า

แต่เขายังไม่ทันได้เจอกับหลานชาย กลับเจอคุณครูอนุบาลที่เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “ขอโทษนะคะ คุณเป็นผู้ปกครองของน้องโยวโยวหรือเปล่าคะ? พอดีน้องมีปัญหากับเพื่อนในโรงเรียนนิดหน่อย และเราต้องการความร่วมมือจากผู้ปกครองค่ะ”

ฮั่วจี้เซินถอดแว่นกันแดดออก แล้วเดินตามคุณครูเข้าไปในโรงเรียน

ภายในโรงเรียน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีขาวนั่งฟุบอยู่บนพื้น เธอสะอื้นไห้เบา ๆ ทั้งตัวสั่นเทา บนแขนขาวนวลมีรอยถลอกเล็ก ๆ เต็มไปหมด

ส่วนหลานชายของเขายืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าอ้วนกลมนั้นเต็มไปด้วยความจองหอง

“เหลียนฮว่า ฉันชวนเธอเล่นด้วยก็ถือว่าให้เกียรติเธอมากแล้วนะ!”

“ทำไมเธอต้องเมินฉันด้วย? เลิกร้องไห้ได้แล้ว ร้องไห้แล้วดูขี้เหร่ชะมัด”

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้ว แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปคว้าตัวหลานชายที่กำลังแผลงฤทธิ์ขึ้นมา ในดวงตาคมเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรง “ฉินอวี่โยว นายกำลังทำอะไร?”

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซิน เจ้าอ้วนก็นิ่งสนิท ความซ่าหายวับไปกับตา เขาตัวสั่นเทาอยู่ในมือฮั่วจี้เซินราวกับนกกระทาตัวน้อย

ในฐานะลูกชายคนเดียวของพี่สาวฮั่วจี้เซิน ฉินอวี่โยวจึงถูกสปอยล์จนเสียคน จะเกรงกลัวก็แต่ฮั่วจี้เซินคนเดียวเท่านั้น

ถ้าน้าชายโกรธเมื่อไหร่ เป็นต้องซวยกันทั้งบ้าน

หลังจากได้รับฟังเรื่องราวจากคุณครู ก็สรุปได้ว่าเจ้าตัวแสบฉินอวี่โยวอยากเล่นกับเหลียนฮว่า แต่เหลียนฮว่าปฏิเสธ เขาจึงเข้าไปผลักเธอตอนเลิกเรียน จนทำให้เสื้อผ้าของเธอขาดและได้แผล

ฮั่วจี้เซินก้มตัวลงแล้วอุ้มเหลียนฮว่าขึ้นมาจากพื้น เมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา หัวใจของเขาก็อ่อนวูบลงอย่างกะทันหัน

เด็กคนนี้ ทำให้เขารู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก แถมยังรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด

และน้ำเสียงของเขาก็อ่อนนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว

“เจ็บไหมครับ? เดี๋ยวลุงจะพาไปโรงพยาบาลนะ”

“ช่วยติดต่อผู้ปกครองของเธอด้วยครับ บอกว่าทางผมจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเอง”

สายลมพัดผ่าน สวี่เพียวเพียวที่รีบร้อนวิ่งมาไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่อุ้มเหลียนฮว่าอยู่คือฮั่วจี้เซิน

สายตาของเธอมีเพียงลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอื้นอยู่เท่านั้น

เหลียนฮว่ามีนิสัยเหมือนใครก็ไม่รู้ เธอเป็นเด็กเก็บความรู้สึก

เวลาร้องไห้จึงไม่มีเสียง มีเพียงน้ำตาที่ไหลพรากราวกับไข่มุกที่สายสร้อยขาด ดูแล้วน่าสงสารจับใจจนคนมองใจแทบสลาย

มืออันอ่อนนุ่มแย่งตัวเหลียนฮว่ามาจากอ้อมแขนของฮั่วจี้เซิน แล้วกอดไว้ในอ้อมอกตัวเองแน่นพลางปลอบโยนเสียงเบา

“ฮว่าฮว่าเด็กดี ไม่ร้องนะลูก แม่มาแล้ว”

เหลียนฮว่าซบหน้าลงบนไหล่ของสวี่เพียวเพียว แขนเล็ก ๆ โอบรอบคอแม่ไว้แน่น

เมื่อสวี่เพียวเพียวเห็นบาดแผลบนแขนลูก เธอถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก

ภูมิคุ้มกันของเหลียนฮว่าอ่อนแอกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำแต่กำเนิดและการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หากได้รับบาดเจ็บแผลจะหายยากมาก

เมื่อเห็นลูกสาวบาดเจ็บ ท่าทีของสวี่เพียวเพียวก็แข็งกร้าวขึ้นมาทันที เธอมองไปที่คุณครู “เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่คะ? ฉันต้องการคำอธิบายค่ะ!”

ฮั่วจี้เซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “เป็นความผิดของโยวโยวครับ พวกเราจะรับผิดชอบค่าเสียหายเอง”

สวี่เพียวเพียวเป็นคนตัวสูง แต่ตอนนี้เธอดูซูบผอมลงมาก เหลียนฮว่าในอ้อมกอดของเธอเหมือนตุ๊กตาที่ถูกเธอโอบกอดไว้แน่น

นี่คือลูกสาวของเธอ... มิน่าล่ะ เขาถึงได้รู้สึกคุ้นหน้านัก

แต่ยังมีความรู้สึกประหลาดอีกอย่างหนึ่ง ฮั่วจี้เซินรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูจะถูกชะตากับเขาอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินจ้องมองเหลียนฮว่า หัวใจของสวี่เพียวเพียวก็เต้นเร็วรัว

เธอรีบกำบังตัวเหลียนฮว่าไว้มิดชิด ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งลูกไป

สวี่เพียวเพียวเงยหน้าสบเข้ากับดวงตาสีนิลลุ่มลึกคู่นั้น โครงคิ้วของเขาดูคมเข้ม มองเผิน ๆ อาจดูดุดันน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วทุกส่วนบนใบหน้านั้นประณีตงดงาม ทว่าแฝงไปด้วยความห่างเหินและเย็นชา

เด็กชายที่ชอบแกล้งลูกสาวเธอคนนี้... คือลูกของเขาเหรอ?

ไม่สิ เด็กคนนี้ใช้นามสกุลฉิน

หรือว่า... ฮั่วจี้เซินจะรักแม่ของเด็กคนนี้มาก จนถึงขั้นไม่สนใจว่าลูกจะใช้นามสกุลอะไร?

ความรู้สึกขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในอก มือของสวี่เพียวเพียวสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ไฟแห่งความโกรธแค้นที่ต้องการปกป้องลูกปะทุขึ้น เธอโพล่งออกมาว่า “รับผิดชอบเหรอ?”

“ฉินอวี่โยวแกล้งลูกสาวฉันหลายครั้งแล้ว ไม่ทราบว่าคุณฮั่วจะรับผิดชอบยังไงคะ? เขาสร้างบาดแผลทางใจที่รุนแรงให้กับลูกสาวฉันนะคะ!”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉินอวี่โยวแกล้งเหลียนฮว่า

ฮั่วจี้เซินปรายตามองหลานชายที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าพูดจาที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก

“ขึ้นรถ ไปโรงพยาบาล”

ฮั่วจี้เซินรู้ดีว่านิสัยของฉินอวี่โยวเป็นยังไง เมื่อเห็นสวี่เพียวเพียวยังอุ้มลูกยืนนิ่งอยู่ เขาจึงเร่ง “เร็วเข้า”

เหลียนฮว่าในอ้อมกอดหยุดร้องไห้แล้ว แต่เธอหอบหายใจแรงและใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงก่ำขึ้นมา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้ารอช้า เธอรีบสาวเท้าก้าวขึ้นรถของฮั่วจี้เซินไป

เมื่อถึงโรงพยาบาล สวี่เพียวเพียวไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เธออุ้มเหลียนฮว่าตรงดิ่งไปยังแผนกอายุรกรรมโรคระบบทางเดินหายใจเพื่อทำการตรวจชุดใหญ่จนเสร็จสิ้น

จากนั้นกลับมาพร้อมถุงยาพะรุงพะรังเต็มมือ

ฮั่วจี้เซินเดินตามหลังไปรูดบัตรชำระเงิน และทำให้เขารู้ว่าลูกสาวของสวี่เพียวเพียวสุขภาพไม่ดีจริง ๆ

ตอนจ่ายเงินเขาเหลือบเห็นชื่อในประวัติผู้ป่วย... ชื่อเหลียนฮว่า

สามีของเธอ นามสกุลเหลียนงั้นเหรอ?

เห็นได้ชัดว่าฉินอวี่โยวคิดไม่ถึง เขาคิดว่าการเล่นแกล้งกันในโรงเรียนอนุบาลแล้วเหลียนฮว่าร้องไห้คือความสำออย แต่ไม่คิดว่าเธอจะเจ็บจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินขับรถไปส่งพวกเธอ ระหว่างทางฉินอวี่โยวลังเลอยู่นาน จนกระทั่งช่วงติดไฟแดง เขาจึงหันไปขอโทษสวี่เพียวเพียวและเหลียนฮว่าที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

“ผมขอโทษครับ”

สวี่เพียวเพียวเบือนหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่ยอมพูดด้วย

ต่อให้ฉินอวี่โยวจะเป็นเพียงเด็ก แต่เธอก็ยังโกรธอยู่ดี

ลูกชายของฮั่วจี้เซินนั้นล้ำค่า แต่ลูกสาวของเธอก็คือแก้วตาดวงใจเช่นกัน

ร่างกายของเหลียนฮว่าถูกเธอเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมประณีตที่สุด อย่าว่าแต่ให้ได้รับบาดเจ็บเลย แม้แต่ตอนร้องไห้ก็นับครั้งได้

สภาพร่างกายของลูกสาวเธอห้ามมีอารมณ์ขึ้นลงรุนแรง เมื่อนึกถึงน้ำตาบนใบหน้าและตาที่บวมช้ำของเหลียนฮว่าตอนที่เธอไปถึง สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกเจ็บปวดใจไปหมด

เมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวไม่สนใจตน ฉินอวี่โยวจึงหันไปมองเหลียนฮว่าแทน

เหลียนฮว่ากะพริบตาให้เขา

เธอเป็นเด็กที่หน้าตาสวยมาก ราวกับสลักเสลามาจากหยกชิ้นงาม เป็นหน้าตาประเภทที่ถ้าโพสรูปออกไป แมวมองต้องติดต่อมาให้ไปเป็นนางแบบเด็กแน่นอน แถมใบหน้ายังมีเค้าโครงคล้ายลูกครึ่งอยู่นิด ๆ

ก่อนหน้านี้สวี่เพียวเพียวก็เคยสงสัยในรูปร่างหน้าตาของเหลียนฮว่า แต่เธอนึกขึ้นได้ว่าฮั่วจี้เซินเคยบอกว่าคุณนายฮั่วเป็นคนซินเจียง

บางทีเหลียนฮว่าอาจจะได้รับพันธุกรรมข้ามรุ่นมาจากทางนั้น ดวงตาที่ดูเหมือนลูกครึ่งก็น่าจะเป็นยีนจากทางซินเจียงนั่นเอง

เธอมักจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดเสมอ ว่าพ่อของเหลียนฮว่าเป็นชาวต่างชาติ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 762

    ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นขั้นตอนการปิดท้ายของโปรเจกต์ที่เหลียงเจียเหยียนเคยเข้าร่วมประชุมเมื่อครั้งก่อนสิ่งที่เขาต้องทำมีไม่มากนัก ก็แค่ร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานการกระทำความผิดของกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าหลังจากนั้นก็สามารถปิดจ๊อบและถอนตัวได้อย่างงดงามเพียงแต่เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะบังเอิญมาเจอเข้ากับฮั่วสวินเจินที่นี่จึงได้แต่เล่นตามน้ำและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามสถานการณ์เหลียงเจียเหยียนคาบบุหรี่ไว้ในปาก พ่นควันสีเทาจาง ๆ ออกมา ขณะที่สายตาเย็นชาทอดมองไปยังฮั่วสวินเจิน “คงพาเข้าบ้านไม่ได้หรอก พอดีแม่ผมมีคนที่หมายปองให้เป็นลูกสะใภ้ไว้แล้ว ไม่ใช่ผู้หญิงสะเปะสะปะที่ไหนก็พาเข้าบ้านได้หรอกนะ”คนรอบข้างต่างพากันส่งเสียงร้องอ๋อในใจ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีก “คุณหนูตระกูลไหนกันนะ ถึงจะเข้าตาพี่เหลียงได้?”“คุณหนูห้าตระกูลฮั่ว”คนกลุ่มนั้นต่างพากันตกตะลึงจนตาค้าง หันมามองเหลียงเจียเหยียนเป็นตาเดียว และยิ่งปักใจเชื่อว่าเบื้องหลังของเหลียงเจียเหยียนนั้นทรงอิทธิพลยิ่งกว่าที่พวกตนเคยคาดคิดเอาไว้เสียอีกทั่วทั้งเมืองเอไม่มีใครที่ไม่รู้จักตระกูลฮั่วการที่เหลียงเจียเหยี

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 761

    “...เป็นเพื่อนกันค่ะ”พนักงานเสิร์ฟกล่าวเสริมขึ้นว่า “สุภาพบุรุษท่านนั้นบอกว่า ได้ยินคำพูดของคุณผู้หญิงแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผลมาก”ฮั่วสวินเจินเกือบจะกัดลิ้นตัวเองเข้าให้แล้วช่วงนี้เธอยุ่งมากเสียจนไม่ได้เจอหน้ากับเหลียงเจียเหยียนมาหลายวันแล้วคนทั้งสองต่างก็เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยติดสอยห้อยตามกัน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจอหน้ากันทุกวันจริง ๆยิ่งไปกว่านั้น ฮั่วสวินเจินยังได้รับของที่เหลียงเจียเหยียนซื้อให้ส่งมาทุกวันอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นของขวัญ หรืออาหารที่สั่งมาให้ ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ด้วย แต่ของที่ซื้อให้ไม่เคยขาดหายไปเลยสักวันทุกครั้งที่ฮั่วสวินเจินได้รับ เธอก็จะส่งข้อความบอกว่าได้รับแล้วทุกครั้งเธอยังพบอีกว่า อาหารเดลิเวอรีที่เหลียงเจียเหยียนสั่งมาให้ ล้วนแต่เป็นรสชาติที่เธอโปรดปรานทั้งสิ้นแม้ว่าการเลือกซื้อของขวัญในหมวดกระเป๋าและเครื่องประดับเขาจะมีความเป็นผู้ชายแมน ๆ ที่เลือกไม่ค่อยเป็นอยู่บ้าง แต่เวลาซื้อของใช้จำเป็นต่าง ๆ กลับมีความใส่ใจเกินกว่าที่ฮั่วสวินเจินคาดคิดเสียอีกเครื่องนวดคอและไหล่รวมถึงปืนนวดกล้ามเนื้อที่เขาซื้อให้ ฮั่วสวินเจินใช้งานมันมาโดยตลอดย

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 760

    ภายในบาร์ แสงไฟนีออนกะพริบไหวระยิบระยับชายหญิงสวมกอดกัน โยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงฮั่วสวินเจินเดินหาโต๊ะโซฟาที่เจินหลิ่นอยู่ เอ่ยทักทายแล้วทรุดตัวลงนั่ง“เจินเจินทำไมเพิ่งมาล่ะเนี่ย?”“เพิ่งเลิกงานค่ะ ที่บริษัทมีเรื่องกองพะเนินรอให้ฉันสะสางอยู่เพียบเลย”คนที่มีชาติตระกูลอย่างฮั่วสวินเจิน น้อยคนนักที่จะตั้งอกตั้งใจทำงานจริง ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าฮั่วสวินเจินไม่ได้ดำรงตำแหน่งอะไรในฮั่วซื่อกรุ๊ปจึงยิ่งพบเห็นได้ยากยิ่งขึ้นไปอีกเจินหลิ่นจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบมวนหนึ่งในช่วงแรก เธอก็รู้สึกสนใจในตัวของฮั่วสวินเจินอยู่บ้างเหมือนกัน เจินหยวนหลางบอกให้เธอลองคบค้าสมาคมไว้ ไม่มีทางเสียหายอะไร เจินหลิ่นจึงคิดว่า อย่างไรเสียก็ถือว่าเป็นญาติกัน มาพบหน้ากันหน่อยก็ไม่เสียหายพอได้คบค้าสมาคมกันนานเข้า เจินหลิ่นถึงได้ค้นพบว่าฮั่วสวินเจินนั้นแตกต่างจากคุณหนูตระกูลใหญ่ในแบบที่เธอเคยคิดไว้อย่างสิ้นเชิงมีอารมณ์ฉุนเฉียว มีความเย่อหยิ่งทระนงตน แต่สิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่า กลับเป็นความสามารถที่แท้จริงการนัดพบในครั้งนี้ แท้จริงแล้วเจินหลิ่นต้องการโน้มน้าวใจให้ฮั่วสวินเจินมาร่วมลงทุนทำธุรก

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 759

    เขาแทบไม่จำเป็นต้องลงมือเองเลยด้วยซ้ำเรื่องทั้งหมดนี้ เป็นเพราะฮั่วจี้เจ๋อทำตัวเองทั้งสิ้นฮั่วจี้รุ่ยจ้องมองฮั่วจี้เซินด้วยสายตาเย็นชาผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหมดความสนใจที่จะเสวนากับเขาต่อแล้ว จึงโบกมือปัดไล่“ไสหัวออกไป”ฮั่วจี้รุ่ยยืนนิ่งอยู่กับที่ชั่วขณะนั้น เขาไม่รู้ว่าตนเองควรจะดีใจที่ฮั่วหมิ่นยังคงเป็นห่วงเป็นใยเขา หรือควรจะโกรธแค้นที่ฮั่วจี้เซินไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อยฮั่วจี้รุ่ยขบกรามแน่น“พี่ใหญ่ ไม่ช้าก็เร็วพี่ต้องกลายเป็นคนโดดเดี่ยวเดียวดาย ไม่เหลือใครอยู่เคียงข้างเลยสักคน”ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้น ปรายตามองกลับมาอย่างเย็นชา “พูดจาเอาสะใจแต่ไม่คิดถึงผลที่จะตามมา ทำให้นายมีความสุขนักหรือไง?”“ตอนเด็ก ๆ เป็นยังไง มาตอนนี้ ก็ยังไม่พัฒนาขึ้นเลยสักนิด”เพียงคำพูดลอย ๆ ไม่กี่คำของฮั่วจี้เซินก็ดึงโทสะของฮั่วจี้รุ่ยให้ดิ่งลงเหวในทันทีน้ำเสียงที่แฝงความเหยียดหยามอย่างเข้มข้นนั้น ทำเอาฮั่วจี้รุ่ยรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอุดอยู่ที่ลำคอ อัดอั้นอยู่นานครึ่งค่อนวันก็พูดไม่ออกสักคำฮั่วจี้เซินไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตาจริง ๆ ด้วยเขาหมุนตัวเดินจากไปทว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 758

    หลายวันต่อมา ณ ฮั่วซื่อกรุ๊ปเซ่ามู่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานประธาน “คุณฮั่วครับ คุณชายรุ่ยขึ้นมาแล้วครับ บอกว่าอยากพบคุณ”“ให้เขาขึ้นมา”“ครับ”ผ่านไปครู่เดียว ฮั่วจี้รุ่ยก็ปรากฏตัวขึ้นภายในห้องทำงานของฮั่วจี้เซิน พร้อมกับเอ่ยเรียกขึ้นว่า“พี่ใหญ่”“มีเรื่องอะไรถึงมาหาฉัน?”ฮั่วจี้รุ่ยนั่งลงบนโซฟา ยื่นมือปัดผมหน้าม้าของตนไปไว้ด้านข้าง เผยให้เห็นรอยแผลเป็นบนใบหน้าร่องรอยจากแผลไฟไหม้ บนหน้าผากของเขายังคงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนฮั่วจี้รุ่ยหันไปมองฮั่วจี้เซินที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานสองพี่น้องสบตากันเข้าพอดีฮั่วจี้เซินลุกขึ้นยืน เอนกายพิงขอบโต๊ะทำงาน มองลงมาที่ฮั่วจี้รุ่ยด้วยสายตาที่เหนือกว่าฮั่วจี้รุ่ยเอ่ยขึ้นว่า “พี่ใหญ่ ต้องให้ต้อนจนมุมถึงที่สุด ถึงจะพอใจอย่างนั้นเหรอครับ?”“ฉันได้ต้อนจนนายสิ้นไร้ไม้ตอกแล้วหรือเปล่า ในใจนายรู้ดีที่สุด”ฮั่วจี้รุ่ยแค่นหัวเราะเยาะออกมาคราหนึ่ง“ใช่สิครับ พี่ใหญ่ส่งผมไปต่างประเทศ ธุรกิจที่ให้ผมรับช่วงต่อก็เป็นกิจการของคุณพ่อผมเอง แน่นอนว่าคงไม่นับว่าเป็นการต้อนจนมุมหรอกครับ แต่พี่ใหญ่ครับ พี่คิดจริง ๆ เหรอว่าทำแบบนี้แล้วจะแก้ปัญหาได้ครั้ง

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 757

    การเติบโตของ à l'aube เป็นไปอย่างราบรื่น แบรนด์เต็มไปด้วยพลังชีวิตทำเลที่ตั้งของบริษัทค่อนข้างเร้นกายอยู่ในพื้นที่ลึกลับ บางครั้งเวลาที่พาร์ทเนอร์มาติดต่อขอร่วมมือ ก็มักจะหาทางมาไม่ค่อยเจอการย้ายสำนักงานเข้าสู่เขตตัวเมือง จึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอาคารสำนักงานเช่าเรียบร้อยแล้ว การย้ายไปที่นั่นจึงเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ซูหว่านเงยหน้าขึ้นมองเห็นฮั่วจี้เซินที่ก้าวลงมาจากรถพอดี เธอส่งสายตาขยิบขยับล้อเลียนให้สวี่เพียวเพียว “ฉันไปก่อนดีกว่านะ คุณฮั่วติดไม่ปล่อยเลยนะคะ”สวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้น สบสายตากับฮั่วจี้เซินที่กำลังเดินตรงเข้ามาเขาก้าวขึ้นบันไดทีละก้าว ฝ่าแสงแดดในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ยังคงแผดเผาร้อนแรง เดินตรงมาหาเธอเมื่อเดินมาถึงข้างกายสวี่เพียวเพียว เขาก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เธอสวี่เพียวเพียวเพ่งมองดูให้ชัดเจนทันทีเธอเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “ใบรับรองการทดลองความเจ็บปวดจากการคลอดบุตร? ทำไมนายถึงไปทดลองอะไรแบบนี้ล่ะ?”“ฉันอยากรู้ถึงความเจ็บปวดที่เธอเคยผ่านมา และกำลังจะต้องเผชิญกับมันอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้”สวี่เพียวเพียวมองใบประกาศนียบัตรใบนั้น พลันเห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status