แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: เจ้าเหมียวแวววาว
ฮั่วจี้เซินดึงลิ้นชักออกมา จากนั้นแกะแผงยากระดาษฟอยล์แล้วกินยาลอราทาดีนลงไป “แพ้น่ะครับ”

คุณนายฮั่วยอมรับว่า ตอนแรกที่เห็นรอยบนคอของเขา เธอแอบคิดว่าในที่สุดลูกชายก็มีแฟนเสียที แต่อาจจะยังไม่สะดวกพามาเปิดตัว

ใครจะไปรู้ว่าที่แท้... คืออาการแพ้

.....

คุณนายฮั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“อาเซิน หนูหรันหรั่นบอกว่าอยากจะไปฝึกงานที่บริษัท แกช่วยจัดการให้หน่อยนะ”

“ให้เธอทำตามขั้นตอนครับ ถ้าสัมภาษณ์ผ่านก็เข้าได้”

คุณนายฮั่วเริ่มไม่พอใจและอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “หรันหรั่นเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเชียวนะ แค่ไปฝึกงานที่บริษัททำไมต้องเดินเรื่องทำตามขั้นตอนให้ยุ่งยากด้วย? อาเซิน แกจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่อยไม่ได้เชียวเหรอ?”

ฮั่วจี้เซินปรายตาขึ้นมอง “ไม่ได้ครับ”

เจียงหรั่นออกจะหน้าตาสะสวย ฐานะทางบ้านก็คู่ควรเหมาสมกัน แถมยังแอบชอบฮั่วจี้เซินมาตั้งหลายปี

มันมีไม่ดีตรงไหนกัน?

คุณนายฮั่วมองลูกชาย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ จนต้องถามเสียงสูงออกไปว่า “อาเซิน แกไม่ได้... ชอบผู้ชายใช่ไหม?”

“...” ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด “ผมเคยมีแฟนครับ”

หัวใจที่เต็นระรัวของคุณนายฮั่วค่อย ๆ สงบลง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะถามต่อ ฮั่วจี้เซินก็เสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า “รสนิยมทางเพศมักจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม ถ้าแม่สงสัยในตัวผม สู้ไปถามพ่อดีกว่าครับ”

คุณนายฮั่วถึงกับสำลัก

พูดจาเลอะเทอะอะไรอย่างนี้!

เมื่อเห็นเช่นนั้น คุณนายฮั่วก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ จะโกรธก็ไม่เชิง จะไม่ก็โกรธก็ไม่ใช่ เหมือนต่อยลม ต่อยอากาศที่ไม่มีการตอบโต้

สุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะไม่สนใจ เก็บถาดอาหารที่ฮั่วจี้เซินทางเสร็จแล้วเดินจากไปทันที

ขืนอยู่ต่อนานกว่านี้ เธอคงโดนฮั่วจี้เซินยั่วโมโหจนอกแตกตายแน่ ๆ

-

วันรุ่งขึ้น

ฮั่วจี้เซินรับปากพี่สาวลูกพี่ลูกน้องว่าจะช่วยไปรับลูกให้ เมื่อเขาจอดรถลง เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้ปกครองละแวกนั้นทันที

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ขาเรียวยาวที่พิงอยู่กับรถหรู รูปร่างที่สง่างามบวกกับบุคลิกที่ดูเย็นชาเคร่งขรึม ทำให้เขาดูเป็นจุดสนใจไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน

ถึงขนาดมีคนแอบกระซิบถามกันว่า มีดารามาถ่ายละครแถวนี้หรือเปล่า

แต่เขายังไม่ทันได้เจอกับหลานชาย กลับเจอคุณครูอนุบาลที่เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “ขอโทษนะคะ คุณเป็นผู้ปกครองของน้องโยวโยวหรือเปล่าคะ? พอดีน้องมีปัญหากับเพื่อนในโรงเรียนนิดหน่อย และเราต้องการความร่วมมือจากผู้ปกครองค่ะ”

ฮั่วจี้เซินถอดแว่นกันแดดออก แล้วเดินตามคุณครูเข้าไปในโรงเรียน

ภายในโรงเรียน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีขาวนั่งฟุบอยู่บนพื้น เธอสะอื้นไห้เบา ๆ ทั้งตัวสั่นเทา บนแขนขาวนวลมีรอยถลอกเล็ก ๆ เต็มไปหมด

ส่วนหลานชายของเขายืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าอ้วนกลมนั้นเต็มไปด้วยความจองหอง

“เหลียนฮว่า ฉันชวนเธอเล่นด้วยก็ถือว่าให้เกียรติเธอมากแล้วนะ!”

“ทำไมเธอต้องเมินฉันด้วย? เลิกร้องไห้ได้แล้ว ร้องไห้แล้วดูขี้เหร่ชะมัด”

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้ว แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปคว้าตัวหลานชายที่กำลังแผลงฤทธิ์ขึ้นมา ในดวงตาคมเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรง “ฉินอวี่โยว นายกำลังทำอะไร?”

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซิน เจ้าอ้วนก็นิ่งสนิท ความซ่าหายวับไปกับตา เขาตัวสั่นเทาอยู่ในมือฮั่วจี้เซินราวกับนกกระทาตัวน้อย

ในฐานะลูกชายคนเดียวของพี่สาวฮั่วจี้เซิน ฉินอวี่โยวจึงถูกสปอยล์จนเสียคน จะเกรงกลัวก็แต่ฮั่วจี้เซินคนเดียวเท่านั้น

ถ้าน้าชายโกรธเมื่อไหร่ เป็นต้องซวยกันทั้งบ้าน

หลังจากได้รับฟังเรื่องราวจากคุณครู ก็สรุปได้ว่าเจ้าตัวแสบฉินอวี่โยวอยากเล่นกับเหลียนฮว่า แต่เหลียนฮว่าปฏิเสธ เขาจึงเข้าไปผลักเธอตอนเลิกเรียน จนทำให้เสื้อผ้าของเธอขาดและได้แผล

ฮั่วจี้เซินก้มตัวลงแล้วอุ้มเหลียนฮว่าขึ้นมาจากพื้น เมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา หัวใจของเขาก็อ่อนวูบลงอย่างกะทันหัน

เด็กคนนี้ ทำให้เขารู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก แถมยังรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด

และน้ำเสียงของเขาก็อ่อนนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว

“เจ็บไหมครับ? เดี๋ยวลุงจะพาไปโรงพยาบาลนะ”

“ช่วยติดต่อผู้ปกครองของเธอด้วยครับ บอกว่าทางผมจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเอง”

สายลมพัดผ่าน สวี่เพียวเพียวที่รีบร้อนวิ่งมาไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่อุ้มเหลียนฮว่าอยู่คือฮั่วจี้เซิน

สายตาของเธอมีเพียงลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอื้นอยู่เท่านั้น

เหลียนฮว่ามีนิสัยเหมือนใครก็ไม่รู้ เธอเป็นเด็กเก็บความรู้สึก

เวลาร้องไห้จึงไม่มีเสียง มีเพียงน้ำตาที่ไหลพรากราวกับไข่มุกที่สายสร้อยขาด ดูแล้วน่าสงสารจับใจจนคนมองใจแทบสลาย

มืออันอ่อนนุ่มแย่งตัวเหลียนฮว่ามาจากอ้อมแขนของฮั่วจี้เซิน แล้วกอดไว้ในอ้อมอกตัวเองแน่นพลางปลอบโยนเสียงเบา

“ฮว่าฮว่าเด็กดี ไม่ร้องนะลูก แม่มาแล้ว”

เหลียนฮว่าซบหน้าลงบนไหล่ของสวี่เพียวเพียว แขนเล็ก ๆ โอบรอบคอแม่ไว้แน่น

เมื่อสวี่เพียวเพียวเห็นบาดแผลบนแขนลูก เธอถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก

ภูมิคุ้มกันของเหลียนฮว่าอ่อนแอกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำแต่กำเนิดและการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หากได้รับบาดเจ็บแผลจะหายยากมาก

เมื่อเห็นลูกสาวบาดเจ็บ ท่าทีของสวี่เพียวเพียวก็แข็งกร้าวขึ้นมาทันที เธอมองไปที่คุณครู “เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่คะ? ฉันต้องการคำอธิบายค่ะ!”

ฮั่วจี้เซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “เป็นความผิดของโยวโยวครับ พวกเราจะรับผิดชอบค่าเสียหายเอง”

สวี่เพียวเพียวเป็นคนตัวสูง แต่ตอนนี้เธอดูซูบผอมลงมาก เหลียนฮว่าในอ้อมกอดของเธอเหมือนตุ๊กตาที่ถูกเธอโอบกอดไว้แน่น

นี่คือลูกสาวของเธอ... มิน่าล่ะ เขาถึงได้รู้สึกคุ้นหน้านัก

แต่ยังมีความรู้สึกประหลาดอีกอย่างหนึ่ง ฮั่วจี้เซินรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูจะถูกชะตากับเขาอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินจ้องมองเหลียนฮว่า หัวใจของสวี่เพียวเพียวก็เต้นเร็วรัว

เธอรีบกำบังตัวเหลียนฮว่าไว้มิดชิด ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งลูกไป

สวี่เพียวเพียวเงยหน้าสบเข้ากับดวงตาสีนิลลุ่มลึกคู่นั้น โครงคิ้วของเขาดูคมเข้ม มองเผิน ๆ อาจดูดุดันน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วทุกส่วนบนใบหน้านั้นประณีตงดงาม ทว่าแฝงไปด้วยความห่างเหินและเย็นชา

เด็กชายที่ชอบแกล้งลูกสาวเธอคนนี้... คือลูกของเขาเหรอ?

ไม่สิ เด็กคนนี้ใช้นามสกุลฉิน

หรือว่า... ฮั่วจี้เซินจะรักแม่ของเด็กคนนี้มาก จนถึงขั้นไม่สนใจว่าลูกจะใช้นามสกุลอะไร?

ความรู้สึกขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในอก มือของสวี่เพียวเพียวสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ไฟแห่งความโกรธแค้นที่ต้องการปกป้องลูกปะทุขึ้น เธอโพล่งออกมาว่า “รับผิดชอบเหรอ?”

“ฉินอวี่โยวแกล้งลูกสาวฉันหลายครั้งแล้ว ไม่ทราบว่าคุณฮั่วจะรับผิดชอบยังไงคะ? เขาสร้างบาดแผลทางใจที่รุนแรงให้กับลูกสาวฉันนะคะ!”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉินอวี่โยวแกล้งเหลียนฮว่า

ฮั่วจี้เซินปรายตามองหลานชายที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าพูดจาที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก

“ขึ้นรถ ไปโรงพยาบาล”

ฮั่วจี้เซินรู้ดีว่านิสัยของฉินอวี่โยวเป็นยังไง เมื่อเห็นสวี่เพียวเพียวยังอุ้มลูกยืนนิ่งอยู่ เขาจึงเร่ง “เร็วเข้า”

เหลียนฮว่าในอ้อมกอดหยุดร้องไห้แล้ว แต่เธอหอบหายใจแรงและใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงก่ำขึ้นมา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้ารอช้า เธอรีบสาวเท้าก้าวขึ้นรถของฮั่วจี้เซินไป

เมื่อถึงโรงพยาบาล สวี่เพียวเพียวไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เธออุ้มเหลียนฮว่าตรงดิ่งไปยังแผนกอายุรกรรมโรคระบบทางเดินหายใจเพื่อทำการตรวจชุดใหญ่จนเสร็จสิ้น

จากนั้นกลับมาพร้อมถุงยาพะรุงพะรังเต็มมือ

ฮั่วจี้เซินเดินตามหลังไปรูดบัตรชำระเงิน และทำให้เขารู้ว่าลูกสาวของสวี่เพียวเพียวสุขภาพไม่ดีจริง ๆ

ตอนจ่ายเงินเขาเหลือบเห็นชื่อในประวัติผู้ป่วย... ชื่อเหลียนฮว่า

สามีของเธอ นามสกุลเหลียนงั้นเหรอ?

เห็นได้ชัดว่าฉินอวี่โยวคิดไม่ถึง เขาคิดว่าการเล่นแกล้งกันในโรงเรียนอนุบาลแล้วเหลียนฮว่าร้องไห้คือความสำออย แต่ไม่คิดว่าเธอจะเจ็บจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินขับรถไปส่งพวกเธอ ระหว่างทางฉินอวี่โยวลังเลอยู่นาน จนกระทั่งช่วงติดไฟแดง เขาจึงหันไปขอโทษสวี่เพียวเพียวและเหลียนฮว่าที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

“ผมขอโทษครับ”

สวี่เพียวเพียวเบือนหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่ยอมพูดด้วย

ต่อให้ฉินอวี่โยวจะเป็นเพียงเด็ก แต่เธอก็ยังโกรธอยู่ดี

ลูกชายของฮั่วจี้เซินนั้นล้ำค่า แต่ลูกสาวของเธอก็คือแก้วตาดวงใจเช่นกัน

ร่างกายของเหลียนฮว่าถูกเธอเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมประณีตที่สุด อย่าว่าแต่ให้ได้รับบาดเจ็บเลย แม้แต่ตอนร้องไห้ก็นับครั้งได้

สภาพร่างกายของลูกสาวเธอห้ามมีอารมณ์ขึ้นลงรุนแรง เมื่อนึกถึงน้ำตาบนใบหน้าและตาที่บวมช้ำของเหลียนฮว่าตอนที่เธอไปถึง สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกเจ็บปวดใจไปหมด

เมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวไม่สนใจตน ฉินอวี่โยวจึงหันไปมองเหลียนฮว่าแทน

เหลียนฮว่ากะพริบตาให้เขา

เธอเป็นเด็กที่หน้าตาสวยมาก ราวกับสลักเสลามาจากหยกชิ้นงาม เป็นหน้าตาประเภทที่ถ้าโพสรูปออกไป แมวมองต้องติดต่อมาให้ไปเป็นนางแบบเด็กแน่นอน แถมใบหน้ายังมีเค้าโครงคล้ายลูกครึ่งอยู่นิด ๆ

ก่อนหน้านี้สวี่เพียวเพียวก็เคยสงสัยในรูปร่างหน้าตาของเหลียนฮว่า แต่เธอนึกขึ้นได้ว่าฮั่วจี้เซินเคยบอกว่าคุณนายฮั่วเป็นคนซินเจียง

บางทีเหลียนฮว่าอาจจะได้รับพันธุกรรมข้ามรุ่นมาจากทางนั้น ดวงตาที่ดูเหมือนลูกครึ่งก็น่าจะเป็นยีนจากทางซินเจียงนั่นเอง

เธอมักจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดเสมอ ว่าพ่อของเหลียนฮว่าเป็นชาวต่างชาติ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 30

    ข้อเรียกร้องของเจียงซ่งไม่ได้สูงส่งอะไรนัก“สุดสัปดาห์นี้หาห้างสักแห่ง เจอกับฉันแป๊บเดียว ให้คุณป้าเห็นหน้าแวบเดียว แล้วเราก็แยกย้าย”สวี่เพียวเพียวบอกพิกัดห้างที่เธอนัดกับเหลียนเส้าจิ่นไว้“งั้นก็ที่นั่นแล้วกัน สุดสัปดาห์นี้ฉันจะพาลูกสาวไปเที่ยวพอดี”หลังจากตกลงกับเจียงซ่งว่าไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับคุณนายฮั่ว สวี่เพียวเพียวถึงยอมตกลงหลังวางสาย สวี่เพียวเพียวก็ไม่มีอารมณ์จะวาดรูปต่อ เธอนอนแผ่หลับตาลงบนเตียงเสียงฝนตกกระทบขอบหน้าต่างดังเป็นจังหวะความคิดของเธอล่องลอยไปไกลเธอเคยเห็นคุณนายฮั่วครั้งหนึ่ง ตอนที่เธอยังคบกับฮั่วจี้เซินสวี่เพียวเพียวไม่ชอบอยู่หอพัก แต่บ้านของเธอกับมหาวิทยาลัยอยู่ในเขตเดียวกัน ขับรถเพียงสิบนาทีก็ถึง ซึ่งพ่อสวี่ก็ไม่อนุญาตให้เธอไปเช่าห้องข้างนอกอยู่คนเดียววันนั้น สวี่เพียวเพียวสืบจนรู้ว่าพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน จึงแอบพาฮั่วจี้เซินมาที่บ้านของเธอในห้องนอนของเธอ หลังจากที่ทั้งคู่หยอกล้อกันจนวุ่นวาย คุณนายฮั่วก็วิดีโอคอลมาหา และถามทันทีว่าฮั่วจี้เซินอยู่ที่ไหน ทำไมฉากหลังถึงเป็นสีชมพูไปหมดฮั่วจี้เซินตอบหน้าตายว่า อยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ตธีมสีชมพูสว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 29

    เขาวางสายทันทีคุณนายฮั่วฟังเสียงสัญญาณตัดสายด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ท่านหันไปสะกิดคุณพ่อฮั่วที่กำลังเล่นเกมไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดอย่างสนุกสนานอยู่ข้าง ๆ “คุณคะ คุณว่าลูกชายคุณผิดปกติหรือเปล่า?”ยังไม่ทันที่คุณพ่อฮั่วจะตอบ คุณนายฮั่วก็รีบกุลีกุจอไปจัดหาคู่นัดบอดให้ฮั่วจี้เซินทันทีและแถมยังโทรศัพท์ไปหาเจียงซ่งด้วยอีกคน-กลางดึกสงัด สวี่เพียวเพียวล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยห้องนอนของเธอเล็กมาก เมื่อเทียบกับบ้านตระกูลสวี่ในอดีต ห้องนอนเล็ก ๆ ห้องนี้อาจจะมีขนาดเท่ากับห้องน้ำของเธอเท่านั้นเองมีเพียงเตียงนอนหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งใบ และโต๊ะนักเรียนที่ซื้อมาจากร้านเฟอร์นิเจอร์มือสองเพื่อใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง นั่นคือภาพรวมทั้งหมดของห้องเธอเปิดโทรศัพท์และเห็นข้อความจากลูกค้าที่เคยติดต่อจ้างงานไว้ ฝ่ายนั้นยอมรับราคาของเธอได้และอยากนัดคิววาดรูปสองสามใบสวี่เพียวเพียวคุยคอนเฟิร์มสไตล์และประเภทของภาพวาดกับลูกค้า จากนั้นนัดแนะกำหนดส่งดร๊าฟแรกและหลังจากได้รับเงินมัดจำแล้ว เธอก็ออฟไลน์ข้อกำหนดของงานไม่ถือว่ายากเกินไปในวงการนักวาดภาพประกอบ สวี่เพียวเพียวคือยอดฝีมือที่กำลังโ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 28

    เธอส่งสติกเกอร์มา...บัญชีในอดีต สติกเกอร์ที่ใช้ก็ยังคงหยุดอยู่ในอดีตเช่นกันมันเป็นภาพเคลื่อนไหวลายเส้นง่าย ๆ รูปหมีน้อยตัวหนึ่งวิ่งเข้าไปกอดและจุ๊บหมีอีกตัวในอดีต ฮั่วจี้เซินได้รับมันแทบจะทุกวันเธอส่งผิด และกดยกเลิกการส่งได้อย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะเดียวเมื่อเขากดเข้าไปดูในฟีดก็เห็นข้อความที่สวี่เพียวเพียวโพสต์ขอติดรถกลับบ้านเขาอยู่แถวนั้นพอดี และทางกลับบ้านก็ต้องผ่านสถานีรถไฟใต้ดินถนนซงฮวา เขาจึงแวะรับเธอเพียงแต่บ้านของเขากับห้องเช่าเก่า ๆ ในเขตชานเมืองนั้นอยู่กันคนละมุมเมืองของเมืองเอ เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ห่างกันคนละขอบฟ้าวินาทีที่ฮั่วจี้เซินเห็นสวี่เพียวเพียว เธอเปียกโชกไปทั้งตัว ดูลุกลี้ลุกลนและน่าสงสารเหมือนลูกหมาจรจัดที่ไร้บ้านและถูกรังแกจากโลกภายนอกเส้นผมแนบไปกับใบหน้า หยดน้ำไหลรินจากปลายผมไม่หยุด ชุดกระโปรงเปียกชื้นแนบเนื้อ หลังจากขึ้นรถมาเธอก็ตัวสั่นเพราะแอร์ในรถที่เย็นเกินไปฮั่วจี้เซินปรับอุณหภูมิแอร์ขึ้นโดยไม่ให้เธอรู้ตัวตลอดทาง เธอเอาแต่หวาดระแวงเขาไม่ยอมปริปากพูดกับเขาสักคำ และจงใจขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับเขาอย่างชัดเจนแม้กระทั่งตอนที่นั่งอยู่บน

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 27

    ฮั่วจี้เซินเปล่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนอีกสายหนึ่ง ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ รถบนท้องถนนดูบางตาลงไปถนัดตา“รสนิยมของเธอ... ค่อนข้างแย่นะ”“...คะ?”สวี่เพียวเพียวยังไม่ทันตั้งตัว เธอก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ คล้ายกับการคาดคั้นผสมโรงไปด้วยความเหยียดหยามและสงสัยหรือบางที มันอาจจะเป็นเพียงความต้องการของผู้บังคับบัญชาที่จะควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น“เธอไปคว้าพ่อของลูกคนนี้มาได้ยังไง?”สวี่เพียวเพียวก้มหน้าลง มือบีบชายกระโปรงที่เปียกโชกไว้แน่น เดิมทีเธออยากจะเงียบไว้ แต่ท่าทางของฮั่วจี้เซินแสดงชัดว่าเขาจะไม่ยอมรามือหากไม่ได้คำตอบเธอจึงได้แต่ตอบไปอย่างคลุมเครือ “คือ... เพราะเขาหล่อน่ะค่ะ”ฮั่วจี้เซินทำเหมือนได้ยินเหตุผลที่ไร้สาระที่สุดในโลกเขาใช้ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มจนเห็นสันกรามคมชัด และในจังหวะนั้นเอง เขาก็ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอดฮั่วจี้เซิน: “งั้นเหรอ? เพราะแค่หน้าตา เธอถึงขั้นยอมแลกกับสุขภาพของลูกเลยงั้นเหรอ?”ใบหน้าของสวี่เพียวเพียวซีดเผือดลงทันทีการที่เหลียนฮว่าร่างกายไม่แข็งแรง มันไม่เกี่ยวกับพ่อของเด็กเลยส

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 26

    ในตอนนั้น เธอเสียใจมากและแอบร้องไห้อยู่ในหอพักเพียงลำพัง ไม่กล้าให้ฮั่วจี้เซินรู้เธอชอบฮั่วจี้เซินมากจริง ๆแต่ฮั่วจี้เซินมักจะแสดงท่าทีเฉยเมย ไม่ยินดียินร้าย และเขาก็เป็นแบบนี้กับทุกคนเมื่อเหอซิงกลับมา เธอก็เห็นสวี่เพียวเพียวนอนฟุบอยู่บนผ้าห่มพลางเช็ดน้ำตาทั้งขอบตาแดงก่ำ ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาหมีน่าเกลียดตัวหนึ่งที่เธอเคยตื๊อให้ฮั่วจี้เซินคีบให้จากตู้คีบตุ๊กตาสวี่เพียวเพียวเป็นคนสวยสะดุดตาและดูมั่นใจ แม้แต่ยามแอบร้องไห้ หยดน้ำตาที่ไหลผ่านใบหน้าขาวผุดผ่องราวกับเครื่องเคลือบดินเผานั้น ก็ยังทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจมันเป็นความงามที่น่าอิจฉาเหอซิงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความดีใจลึก ๆ “เป็นอะไรไป? ทะเลาะกับฮั่วจี้เซินเหรอ?”ในตอนนั้น เหอซิงกับสวี่เพียวเพียวยังไม่ได้มีเรื่องผิดใจกันรุนแรง ความสัมพันธ์ยังถือว่าพอใช้ได้สวี่เพียวเพียวเพียงแค่รู้สึกไม่ดี จึงไม่อยากชวนคุย“เปล่าหรอก ฉันขอนอนพักสักหน่อย อย่ากวนฉันเลยนะ”เหอซิงตอบรับคำสั้น ๆและเธอก็ไม่ได้สนใจสวี่เพียวเพียวจริง ๆไม่นานเธอก็สวมหูฟังแล้วเริ่มเล่นเกม สักพักก็ถอดหูฟังออกแล้วพูดว่า “เพียวเพียว หูฟังฉันแบตหมดแล

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 25

    สวี่เพียวเพียวไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็สัมผัสได้ถึงหยาดฝนที่สาดซัดลงบนใบหน้า เสื้อผ้าเปียกโชกแนบไปกับลำตัว เธอตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอย่างน่าเวทนารถจี๊ป แรงเลอร์จอดสนิทอยู่ที่หน้าทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของสวี่เพียวเพียว เจ้าของรถก็บีบแตรเร่งซ้ำ ๆ สองสามครั้งสวี่เพียวเพียวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะฝ่าพายุฝนพุ่งตัวออกไป จากนั้นพยายามดึงประตูเบาะหลังทว่ากลับดึงไม่ออกหยาดฝนเกาะหนาเตอะบนกระจกรถแล้วไหลรินลงมา สวี่เพียวเพียวกลัวว่าฮั่วจี้เซินจะรอนานเกินไป เธอจึงตัดสินใจลองดึงประตูฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับดูคราวนี้มันเปิดออกทันทีเธอถามด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า “ช่วยเปิดประตูหลังให้หน่อยได้ไหมคะ?”เพราะอย่างไรเสีย เบาะข้างคนขับก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ที่คนอย่างเธอควรจะนั่งฮั่วจี้เซินทำหน้าขรึมและเย็นชา“นั่งเบาะหลังงั้นเหรอ? เธอนึกว่าฉันเป็นคนขับรถของเธอหรือไง?”พอนึกดูดี ๆ มันก็จริงอย่างที่เขาว่ากว่าจะได้ก้าวขึ้นรถ สวี่เพียวเพียวก็เปียกปอนไปทั้งตัวแล้ว หยดน้ำจากปลายผมไหลร่วงลงบนเบาะหนังแท้เธอจึงรีบพูดขึ้นตามสัญชาตญาณ “ขอโทษด้วยนะคะคุณฮั่ว เดี๋ยวฉันจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status