LOGINกลางดึกสงัดวันหนึ่ง
มินตรารู้สึกปวดท้องกระทันหันทำให้เธอต้องตื่นขึ้นมาแล้วรีบลงมาเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านล่าง ก่อนที่เธอจะพบกับแสงไฟสว่างจากทางหน้าบ้านซึ่งเป็นแสงไฟจากรถหลายๆ คัน ก่อนที่เธอจะเดินแอบเข้าไปดูด้วยความอยากรู้ แต่ทันใดนั้นรถก็แล่นออกไปทันทีทำให้มินตราต้องรีบหาที่หลบ “อะไรกันเนี่ย!” เธออุทานออกมา “หรือว่าจะเป็นขโมย” มันก็ไม่แปลกที่เธอจะคิดแบบนี้เพราะตรงนี้ไม่เหลือการ์ดที่เคยอยู่ตรงหน้าบ้านแม้แต่คนเดียว ถึงจะมีคนเคยบอกว่าบ้านหลังนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาขโมยของ แต่มันก็ไม่แน่เหมือนกัน ข้าวของในบ้านหลังนี้มีแต่ของมีค่าทั้งนั้น ใครบ้างที่จะไม่อยากได้ วันต่อมา มินตราได้แต่เก็บความสงสัยไว้กับตัวเองไม่ได้เล่าให้ใครฟังแม้กระทั่งยายเพราะเธอกลัวว่ายายจะดุเอาที่ออกไปข้างนอกตอนดึกดื่นแบบนั้น เธอเป็นเด็กที่ขี้สงสัยและถ้าสงสัยอะไรแล้วเธอก็จะต้องรู้ให้ได้ “ยาย…ใครมาเหรอ มินเห็นคนเดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้านคุณกรของยายอะ” เด็กสาวเดินเข้ามาถามยายด้วยความสงสัย เพราะไม่กล้าไปถามกับชายหนุ่มตรงๆ “น้องๆ ของคุณกรไง คุณกรมีน้องชายอีกสามคน” “อ๋อ…ถึงว่าเห็นคนเดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้านของเค้า” “เอ็งน่ะก็อย่าเข้าไปวุ่นวายในบ้านของคุณกรล่ะ เดี๋ยวคุณๆ เค้าจะรำคาญกันเอา” “จ้ะยาย มินไม่เข้าไปหรอกจ้ะ” ถึงยายไม่บอกเธอก็ไม่มีทางเข้าไปในบ้านหลังนั้นอยู่แล้วถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆ “หรือว่าแสงไฟเมื่อคืนเป็นรถของพวกน้องๆ คุณกร” มินตราพูดขึ้นเบาๆ เพราะกลัวว่ายายจะได้ยิน “บ่นอะไรของเอ็งงึมงำๆ” “เปล่าจ้ะยาย ถ้าไม่มีงานอะไรทำแล้วมินไปนั่งอ่านหนังสือนะ” “ตามใจ” เธอมีหนังสือเล่มใหม่มานั่งอ่านอีกหลายเล่มเพราะลูกน้องของมังกรเอามาให้เธอไว้นั่งอ่านเวลาเบื่อๆ หรือไม่มีอะไรทำในตอนกลางวัน แกบ~ ( เสียงคนเหยียบใบไม้แห้ง ) “ยายมินอยากกลับบ้านจังเลย ให้มินไปอยู่คนเดียวก็ได้ เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็คงจะกลับมาเองนั่นแหละ” เธอพูดกับคนที่เดินเข้ามาทางด้านหลังของเธอ ในขณะที่ตายังคงจับจ้องอยู่กับหนังสือตรงหน้า “ฉันไม่ใช่ยายของเธอ” “!!!” มินตราวางหนังสือแล้วหันกลับไปมองด้วยความตกใจ “คุณมาทำอะไรที่นี่?” “บ้านฉันจะเดินไปตรงไหนก็ได้ หรือว่าเธอจะมีปัญหา?” “ไม่ค่ะ ไม่มี” เธอปฏิเสธก่อนจะหันหน้ากลับไปอ่านหนังสือของเธอเหมือนเดิม “ใครให้หนังสือเธอมา?” “ใครก็ได้ค่ะ คนที่เค้าใจดีไม่หยิ่ง” “ถามดีๆ” “มินก็ตอบคุณดีๆ แล้ว ตรงนี้บรรยากาศมันไม่บริสุทธิ์หรอกค่ะคุณอย่ามาอยู่เลย” “บ้านฉัน ฉันจะอยู่ตรงไหนมันก็เรื่องของฉัน” “ตามใจค่ะ” เธอเก็บหนังสือแล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านทันที อยากจะมองยังไงก็ช่างเธอไม่ได้สนใจ ______________________ ตกดึกของอีกวัน มินตรานอนไม่หลับไม่รู้เป็นเพราะอะไร อยากจะออกไปเดินเล่นก็กลัวจะถูกว่า เธอคิดถึงพ่อคิดถึงแม่อยากกลับบ้านของตัวเองใจจะขาดแล้ว เธอเป็นเด็กที่ไม่เคยไปอยู่ที่ไหนไกลบ้านเลย ไม่เคยไปพักค้างแรมที่ไหนนานๆ เธอติดบ้านมาก และตอนนี้ก็อยากกลับบ้านมากๆ เลยด้วย “เฮ้อ…เบื่อจัง” ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรเหมือนกันที่ทำให้เธอเป็นคนหลับยากมากขนาดนี้ แต่ถ้าได้รับแล้วก็จะหลับเป็นตายเลย ใครมาปลุกก็ไม่ตื่นจนกว่าจะถึงเวลาตื่นของเธอเอง มินตราดีดตัวลุกขึ้นนั่งกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่มืดสนิท ก่อนจะคว้าไฟฉายของตัวเองแล้วเดินออกไปจากห้อง “กรี๊ด!!” จู่ๆ ก็มีเสียงของผู้หญิงกรีดร้องออกมา เสียงร้องนั้นทำให้มินตรายืนนิ่งพร้อมกับปิดไฟฉายในมือของตัวเอง สายตากวาดมองไปรอบๆ ตัวเพื่อหาเจ้าของเสียงนั้น ดึกป่านนี้แล้วใครจะมาส่งเสียงร้องกรี๊ดแบบนี้กัน ถ้าไม่ใช่คนก็คงจะเป็นผีเพราะมันก็ดึกจนป่านนี้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าเสียงนั้นจะเงียบหายไปเลย “เสียงใครกัน” เธอพูดขึ้นเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เดินกลับเข้าไป แต่เธอออกไปทางประตูหลังบ้านแทน และก็ได้เจอกับบางอย่างที่คาดว่าเป็นที่มาของเสียงกรีดร้องผู้หญิง ทางหลังบ้านพักของการ์ดมีแสงไฟสว่างจ้าอยู่ไม่ไกล และก็ไม่ไกลจากตัวบ้านของเธอ ด้วยความอยากรู้มินตราเดินตามแสงไฟนั้นไปจนเธอได้พบกับผู้ชายหลายๆ คนที่ยืนเรียงรายกันอยู่ และหนึ่งในนั้นก็มีผู้ชายที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีนั่นก็คือมังกรมาเฟียหนุ่มพี่ใหญ่ของตระกูล ด้านหน้าของพวกเขามีชายสองคนถูกมัดมือไพล่หลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า เธอไม่รู้ว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกันแต่เธอคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ปิ้ว! ปิ้ว! และสิ่งที่ทำเอามินตราแทบช็อคอยู่ตรงนั้นก็เกิดขึ้น เมื่อผู้ชายสองคนที่ถูกมัดมือถูกยิงด้วยปืนเก็บเสียงจนล้มลงกับพื้นต่อหน้าต่อตาของเธอ มินตราได้แต่เอามือปิดปากของตัวเองเอาไว้แน่นเพราะกลัวว่าจะตกใจแล้วเผลอร้องออกไปเสียงดัง “ฮึก….” เธอนั่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ การกระทำของคนพวกนั้นอยู่ในสายตาของเธอทุกอย่าง แกร้ง!! ขณะที่มินตรากำลังขยับตัวถอยหนีไปเธอก็เผลอไปชนกับเหล็กที่วางพิงอยู่กับเสาตกลงพื้นเสียงดัง ทำให้กลุ่มชายพวกนั้นหันมามองที่เธอพร้อมๆ กัน และจากนั้นมินตราก็วิ่งกลับเข้าไปทางหลังบ้านของเธอทันที “ฮึก…คนตาย…ที่นี่มีคนตาย พวกเค้าฆ่าคนตาย” เธอเคยสงสัยว่าคำว่ามาเฟียมันคืออะไร จนวันนี้เธอได้รู้ทุกอย่าง มาเฟียฆ่าคนแบบโหดร้ายไม่ปราณีใคร ไม่ใจดีกับใคร และถ้ามีคนรู้ว่าเธอรู้ความลับของพวกเขาชีวิตของเธอก็คงจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เพราะความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองแท้ๆ มินตรา _____________________ เช้าวันต่อมา “อื้อ…ยาย!” มินตราตื่นมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นยายของเธอกำลังนั่งเช็ดตัวให้เธออยู่ “เช็ดตัวก่อนนะ เอ็งเป็นไข้อยู่ไข้มันจะได้ลดลง” “มินไม่สบายเหรอ?” “อืม…เมื่อเช้ายายมาปลุกเอ็งเห็นว่าเอ็งตัวร้อน รู้ตัวว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงก็อย่าไปตากแดดให้มากนัก” “จ้ะยาย” “เดี๋ยวกินข้าวซะนะ จะได้กินยา” “จ้ะยาย” “ถ้ายังไปทำงานไม่ไหวก็ไม่ต้องไป นอนพักอยู่ที่นี่แหละหายดีแล้วค่อยกลับไปทำ” “จ้ะ”#งานแต่งสุดหรูของตระกูลดรากอนหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวทั้ง4คนกำลังเดินมาพร้อมๆ กัน ท่ามกลางสายตาของคนที่มาร่วมงาน และสายตาของเจ้าบ่าวที่จับจ้องไปที่เจ้าสาวของตัวเองอย่างไม่กระพริบตาเป็นงานแต่งที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โตเพราะทายาทของตระกูลแต่งงานพร้อมกับครบทั้ง4คน และก็มีหลานๆ อีกหลายคนที่อยู่ในงานด้วย และเหลือดีแรคเพียงคนเดียวที่ยังไม่มีทายาทกับเขาไม่นานคู่บ่าวสาวก็ได้จับมือยืนคู่กัน ก่อนที่บาทหลวงจะเดินขึ้นมายืนอยู่ตรงกลางบาทหลวง : เป็นเพราะความประสงค์ของพวกเธอที่จะแต่งงานให้ประสานมือขวาและประกาศความยินยอมของพวกเธอต่อหน้าพระองค์และศาสนิกชนของพระองค์ และหลังจากนั้นคู่บ่าวสาวทุกคนก็เริ่มพูดในทำนองเดียวกันว่าผู้ชาย : ผมจะขอรับคุณเป็นภรรยาของผมและผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยากในยามไข้และในยามสบายดี และผมจะรักคุณให้เกลียดคุณตลอดช่วงชีวิตของผมผู้หญิง : ดิฉันขอรับคุณเป็นสามีของดิฉัน และดิฉันสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามยากและยามสุขยามไข้และยามสบายดี ดิฉันจะรักคุณให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของดิฉัน ไม่นานทุกอย่างก็จบลงและก็เริ่มสวมแหวนแต่งงานให้กับเจ้าสาวของตัวเอง และเ
@เวลาผ่านไป#บ้านใหญ่ดรากอน"หอมจัง..." ดีแรคเดินมากอดเอวคนรักจากทางด้านหลังขณะที่เธอกำลังช่วยคนอื่นๆ เตรียมของกินอยู่ผู้หญิงเตรียมอาหารเตรียมของกินส่วนผู้ชายก็นั่งเลี้ยงลูกไป ทว่ามีเพียงดีแรคคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มีลูกกับเขา"นายไปนั่งรอสิเดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง มีแต่พวกผู้หญิงไม่เห็นเหรอ?""เห็นแล้วไงอะ ผม...ไม่รู้จะทำอะไร ที่ดูพวกนั้นสินั่งเลี้ยงลูกกันอย่างเดียว ส่วนผมนั่งอยู่เฉยๆ เพราะไม่มีลูกให้เลี้ยง""แหมพี่ดีแรคอยากมีลูกก็ทำเอาสักคนสิ" มินตราเอ่ยแซวเพราะกับหัวเราะขบขัน"ก็อยากได้อยู่เหมือนกัน แต่ใครบางคนเขายังไม่ยอม เขาอยากทำงานก่อนน่ะ""ดูเอาเถอะดีแรค ฉันก็อยากทำงานเหมือนกัน ใครๆ ก็อยากทำงานกันทั้งนั้นแหละ แต่ดูสิ่งที่พี่ชายของนายทำสิ เพราะไม่อยากให้พวกฉันทำงานก็เลยปล่อยให้ฉันมีลูก เจ้าเล่ห์กันจริงๆ พี่น้องตระกูลนี้" น่านน้ำเอ่ย"ยกเว้นผมใช่ไหมครับพี่สะใภ้""ไม่ยกเว้นใครทั้งนั้นแหละ นายก็เจ้าเล่ห์ไม่แพ้ใครเหมือนกันอย่ามาพูดนะว่าไม่จริง" นิชาหันไปเอาที่คีบชี้หน้าดีแรค เพราะเธอรู้จักนิสัยของเขาดี"หึหึ ไปนั่งเถอะดีแรคเดี๋ยวที่เหลือพวกเราจะจัดการเอง" จีน่าบอก"ผมช่วยดีกว่าคร
@เวลาต่อมา#บ้านดีแรค"สวัสดีค่ะคุณทั้งสองคน""อุ้ย!" ฉันสะดุ้งก่อนจะหันหลังกลับไปมองยังต้นเสียงที่ดังก่อนหน้า ก่อนจะพบเข้ากับหญิงสูงวัยคนนึงยืนยิ้มให้กับฉันอยู่ "สะ สวัสดีค่ะ""สวัสดีครับแม่นม""แม่นม?""อื้ม...คนนี้แหละแม่นมที่ผมเล่าให้พี่ฟังไง""อ๋อ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่...""ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ใครก็ตามที่เข้ามาอยู่ที่นี่แรกๆ ก็ยังไม่รู้จักนมหรอกค่ะ เดี๋ยวอยู่นานไปก็ชินเอง""ค่ะแม่นม""ต้องขอโทษแม่นมด้วยนะครับที่โทรมาบอกกะทันหันเลย พอดีว่าเราสองคนเพิ่งกลับจากเที่ยวพักผ่อนกันครับ""ไม่เป็นอะไรค่ะ นมเองก็ให้แม่บ้านคอยมาทำความสะอาดให้อยู่ทุกวันเหมือนกันค่ะ ""ว่าแต่ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอครับ?""อยู่ค่ะแต่ก็อยู่บ้านใครบ้านมันไม่ได้เข้ามาวุ่นวายที่นี่ค่ะ""อ๋อ..""จะให้นมไปตามให้หรือเปล่าคะ""ไม่ต้องหรอกครับนม แค่นี้ก็ลำบากนมจะแย่แล้ว ขอบคุณน้องมากนะครับที่ช่วยจัดการธุระเรื่องนี้ให้ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการต่อเองครับนมไม่ต้องห่วง""ถ้าอย่างนั้นนมขอตัวกลับก่อนนะคะ""ครับนม""ตามสบายนะคะคุณหมอนิชา""แหะๆ ขอบคุณมากค่ะแม่นม นิเอ็งก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ หากทำอะไรผิดพลาดไปหรือทำให้แม่นมไม่พ
@หลายวันต่อมาครืด ครืด ครืดสายเรียกเข้า >>> เจนิส"เจนิสโทรมา" นิชาพูดขึ้นก่อนจะลุกออกจากตักของดีแรค แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์กดรับออกไปคุยด้านนอกระเบียง"ว่ายังไงคะคุณเพื่อน"( สารภาพมาดีๆ นะว่าแกหนีฉันไปเที่ยวไหน )"บ้านพักต่างจังหวัดที่เหนือน่ะ"( ยัยนิ! )"ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ดีแรคเล่นจัดการทุกอย่างก่อนจะมาบอกฉัน"( ถ้าอย่างนั้นแกต้องสัญญากับฉันก่อน ว่าเราจะไปเที่ยวด้วยกันหลังจากที่กลับมาแล้ว )"โอเคฉันสัญญา แต่คงจะกลับไปแล้วไปเที่ยวกับแกต่อไม่ได้เลยหรอกนะ ฉันต้องทำงานก่อน"( อาๆ เรื่องนี้ฉันยอมแกก็ได้ ว่าแต่สนุกหรือเปล่าแล้วที่นั่นเป็นยังไงบ้าง )"ก็สนุกดีนะ บ้านพักร่มรื่นรอบๆ ก็เต็มไปด้วยป่าสีเขียวชะอุ่มสดชื่นดี"( อยากไปบ้างจัง แต่เสียดายที่ไม่มีแฟนพาไปเหมือนกับแก )"ก็หาแฟนสักคนสิ แกน่ะก็มีคนมาจีบตั้งมากมายทำไมถึงไม่สนใจล่ะ"( ไม่รู้สิ ฉันไม่ชอบก็บอกไม่ชอบไปเลย และหลังจากนั้นก็หายเงียบกันไปหมดเลย )"ลองเปิดใจรับรักใครบ้างสิ"( ไว้ฉันจะลองดูนะ งั้นก็เที่ยวให้สบายใจนะแล้วค่อยเจอกันฉันไปทำงานต่อละ )"จ้า แล้วเจอกันนะ"นิชาวางสายจากเพื่อนสนิท จากนั้นก็เ
ร่างบางถูกอุ้มลอยกลับเข้าไปในห้องด้านใน ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มนัวเนียกันด้วยความคิดถึงและโหยหาริมฝีปากประทับเข้าหากันพร้อมกับจูบแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อน สองมือก็พยายามช่วยกันและกันถอดอาภรณ์ในร่างกาย จนกระทั่งเสื้อผ้าหลุดลอยหายไปหมดสิ้น"อืม...พี่นิชา""ดีแรค...จ๊วบอืมม..."เสียงครางกระเส่าดังเล็ดลอดออกมาจากปากของทั้งสอง ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้ลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าอกอวบใหญ่ ยอดถันสีสวยสะดุดตายั่วยวนให้เขาได้ลิ้มลองรสชาตินั้น"อ๊ะอ๊าา!!~" คนตัวเล็กเปล่งเสียงครางออกมาจากริมฝีปากได้รูป พร้อมกับสองมือประคองลูบไล้เส้นผมดำขลับของคนด้านบน "อยะ อย่ากัดสิ อื้มม!~" นิชาทักท้วงขึ้น ทว่าเธอเองก็รู้สึกชอบกับการกระทำของเขาเอามากๆ เช่นกัน"ก็นมพี่น่ากัดนี่นา มันใหญ่จัง" ดีแรคพูดพร้อมกับบีบนวดเล่นไปมาราวกับลูกบอลนุ่มนิ่ม"อืมม...""ผมอยากชิมน้ำหวานๆ ของพี่จัง""นะ นายจะทำอะไร!?""...." ดีแรคมองหน้าแฟนสาวแล้วกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เขาจะขยับเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปตรงจุดกายสาวมือหนาสัมผัสกับโหนกนูนตรงหน้าอย่างหลงใหล ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะค่อยๆ ลูบลงไปตามรอยแยกงามและแยกออกจากกันจนเห็นกายสาวสีแดงกุ
@ตกเย็นวันเดียวกัน"ดื่มหน่อยไหมพี่" ดีแรคพูดขึ้นพร้อมกับชูขวดไวน์ในมือให้เธอเห็น"นายไปเอาไวน์มาจากไหน?""ซื้อมาสิพี่""ดูเหมือนนายจะเตรียมการมาพร้อมเลยนะ""เปล่าหรอก ผมลงไปซื้อมาตรงด้านหน้าน่ะ ไม่คิดว่าจะมีไวน์ด้วย""ที่นายหายไปพักนึงเพราะเรื่องนี้เหรอ?""ครับ อย่าว่าผมนะ""....""เดี๋ยวผมเอาไวน์ไปให้แป๊บนึงนะ"ดีแรครีบเดินไปหาแก้วไวน์ก่อนจะถือเดินออกไปหาเธอที่นั่งอยู่ตรงริมระเบียงด้านนอก"ไวน์สำหรับคนสวยของผมครับ""ขอบใจ" นิชารับแก้วไวน์ที่ดีแรครินให้มาจิบเล็กน้อย ก่อนจะวางลงบนโต๊ะแล้วหันหน้าไปชมธรรมชาติต่อ "บรรยากาศที่นี่ดีจังเลยเนอะ""เห็นไหมผมบอกพี่แล้ว ว่าที่นี่บรรยากาศดีพี่ต้องชอบมากแน่ๆ""นี่นาย..""ครับ""ฉันมาไม่ได้บอกเจนิสนะเนี่ย ถ้ามันรู้มีหวังบ่นฉันแน่ๆ ที่หนีมันเที่ยวแบบนี้ รายนั้นน่ะจ้องจะพาฉันไปเที่ยวอยู่ แต่ไม่มีเวลา""เอาไว้ว่างๆ ชวนเพื่อนพี่เพื่อนผม แล้วก็ครอบครัวของผมไปเที่ยวด้วยกัน เที่ยวแบบครอบครัวใหญ่คงจะมีความสุขดี""นั่นสิ ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่ได้สัมผัสคำว่าครอบครัวเลย คำว่าอบอุ่นเป็นแบบไหนฉันยังไม่รู้เลย""ห่มผ้าสิพี่ แค่นั้นก็อุ่นแล้ว""...." นิชาหันไปจ้อง







