เข้าสู่ระบบ“แถวนั้นมีร้านเนื้อโคขุนย่างเนยอร่อยนะ”
ฉันกระเด้งตัวขึ้นยืนตรงและควานหารองเท้าผ้าใบใต้เตียงทันที “ออกจากผับสี่ทุ่ม ต่อด้วยเนื้อย่าง โอเคนะ”
“โอเคยัยตะกละ” พี่โตหัวเราะ พี่ชายของฉันคนนี้ถ้าว่ากันตามตรงก็ถือว่าหล่อเหลาสูงเกินมาตรฐาน ตัวใหญ่กำยำตามประสาสมาชิกกิตติมศักดิ์ของจีจี้เลิฟเลิฟฟิสเนต พี่โตแต่งตัวเท่ดูดีมีรสนิยม ฉีดน้ำหอมฟุ้งและปาดเจลใส่ผมเสยไปด้านหลัง หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว ส่วนฉันปาดลิปเมเบอลีนนิวหยวกสองสามปึ้ด เปลี่ยนกางเกงนอนเป็นกางเกงยีนส์และคว้าไอโฟนกับพาวเวอร์แบงค์ไปแค่นั้นแหละ
“แน่ใจนะว่าจะไม่เปลี่ยนชุด”
“แน่ใจดิพี่”
ฉันโพสท่านางแบบ อาชีพเก่าก่อนตกงาน ปากจือตาปรือเหมือนเมาน้ำท่อม บิดเอวเอสแอ่นนมให้พี่ดู แต่พี่โตทำหน้าปวดกบาล อะไรกัน นี่นางแบบที่สวยที่สุดในตำบลเลยนะยะ แขนเล็กขาก็เล็ก เล็กกว่านี้อีกนิดก็ก้างแล้ว เห็นเอวไหมเนี่ย เอวคอด ผมยาว ผิวขาวใสอมชมพู หน้าอ่อนเยาว์เหมือนเด็กเพิ่งหย่านมขนาดนี้นะคะ หน้าสดก็ยังสวยไม่ต้องง้อคอนทัวร์เลย
“แกไปเอาความเชื่อผิดๆ แบบนั้นมาจากไหน”
“เอ้า ตอนจี้เด็กๆ พี่โตก็ชมหนูว่าสวยที่สุดในโลกไม่ใช่อ่อ พอโตมาก็ต้องสวยยิ่งขึ้น ยิ่งๆ ขึ้นไป จริงป่ะ” ฉันทำท่าจะไปทั้งชุดแบบนั้น แต่แม่ทนดูไม่ได้เลยลากไปแต่งตัวเสียใหม่ให้เป็นผู้เป็นคนมากกว่านี้
“นี่เป็นสาริกาลิ้นทอง ห้อยคอไว้ เวลาจะพูดอะไรเผื่อสาลิกาจะช่วยเบรกๆ ให้ เผ้าผมทำไมมันถึงยุ่งแบบนี้ มาๆ แม่หวีผมให้”
คุณนายทองสุกรวบผมตึงให้แล้วมวยผมติดกิ๊บ ตึงจนหัวเหน่ง ซึ่งในสายตาพระมารดา ชุดที่ใส่แล้วสุภาพน่ารักน่ามองก็คือเสื้อสีขาวแขนยาว กระโปรงสีขาวยาวคลุมตาตุ่ม มีระบายๆ พร้อยไปทั้งตัวและรองเท้าหุ้มส้น แม่ชอบร้อยลูกปัดเป็นงานอดิเรกก็เลยสวมสร้อยคอให้เพียบ ห้อยไอเทมศักดิ์สิทธิ์เต็มตัว อารมณ์ออกจากผับตอนตีห้าแล้วไปทำบุญใส่บาตรต่อได้เลย ขนาดพี่โตเห็นแล้วยังขมวดคิ้วถามว่าเอาจริงอ่ะ
“แม่ว่าสวย น่ารักดีออก เรียบร้อยด้วย นี่แหวนพระแม่อุมาเทวี ด้ายแดงจากวัดหวังต้าเซียน แล้วก็เข็มกลัดขุนแผนบริหารเสน่ห์”
“แต่เราจะไปผับนะแม่ ไม่ใช่สถานฝึกกรรมฐาน”
“ไปเหอะๆ เดี๋ยวเนื้อหมด”
“อีนี่ก็ห่วงแต่กิน ทำความตกลงกันก่อน พี่จะแนะนำรุ่นพี่ให้เรารู้จัก ถ้าแกทำให้เขาขอไลน์แกได้ พี่ถึงจะพาไปกินเนื้อย่าง ตกลงมั้ย”
“โอ้ย ไม่เอาหรอก ทำไมหนูต้องให้ไลน์ด้วยอ่ะ”
“เอาไลน์ของอ้อแอ้ให้เขาไปสิ”
“พี่อ้อแอ้ได้ฟันศอกให้จี้อ่ะดิพี่โต พี่ก็รู้ว่าพี่อ้อแอ้เวลาโมโหโคตรน่ากลัว”
“ถ้าแกไม่อยากมีผัวก็ไม่เป็นไร คิดซะว่าช่วยหาผัวให้อ้อแอ้ไง”
“พี่อ้อแอ้เขาไม่ได้อยากมีผัวสักหน่อย ทำไมคุยกันตั้งนานแล้วไม่หลุดประเด็นมีผัวสักทีเนี่ยแม่” ฉันทำท่าจะควักไอโฟนออกมาเล่นเกมอีก พี่โตจึงกระซิบเป่ามนต์
“ติดกับร้านเนื้อย่าง มีร้านโอมากาเสะ มีซาซิมิ อูนิ ไข่ปลาคาเวียร์ หอยเชลล์ย่างสาหร่าย ไข่ปลาแซลมอน ซูโทโร่ มันปูซูไว”
ฉันพ่นลมหายใจเหมือนกระทิง “แค่ไลน์ไม่พอหรอก เดี๋ยวจี้ตามเฝ้าถึงบ้านผู้ชายคนนั้นเลยค่ะ จี้จะหาลูกเขยให้แม่เอง ไว้ใจได้เลย”
พี่โตโต้พูดไม่กี่คำ มนุษย์เนื้ออย่างจีจี้ก็พร้อมลุยค่ะ ก่อนไปก็ไม่ลืมคว้าผ้ากันเปื้อนติดมือไปด้วย เดี๋ยวกินเนื้อย่างเนยกระเด็นเปื้อนชุดขาวมันซักยาก แม่ช่วยรวบหางกระโปรงพาไปส่งขึ้นรถแล้วโบกมือบ๊ายบาย รอจนรถแล่นออกถนนไปจนสุดสายตาให้ชัวร์ว่าไอ้ลูกชายมันไม่ได้แวะถีบน้องลงจากรถ คุณนายทองสุกอุตส่าห์หาชุดกระโปรงสีขาวสวยๆ ให้ใส่เป็นเคล็ดว่าเหมือนชุดแต่งงานขนาดนี้ ขอให้นังจีจี้มันรัดเสี่ยฤทธิ์ชาติให้แน่นๆ เหมือนงูเหลือมรัดหมาได้ก็เป็นพอ พอหันหน้ามาก็เจอสามียืนน้ำตาซึมอยู่ คุณนายทองสุกก็ทำหน้าตกใจ รีบเข้ามาลูบหน้าลูบหลังถามว่าเป็นอะไร
“สงสารเสี่ย”
“ฮ่วย!”
“ทำไงดีทูนหัว ลูกสาวเราน่ารักเหลือเกิน ไม่อยากห่างลูกเลยครับ”“ทำงี้สิเตง” ฉันนั่งยองๆ คุยกับลูกสาว “ถ้าจะไปกับพ่อ ลูกต้องอาบน้ำก่อนนะ”“โอเคมะม้า” แม่หนูรีบปล่อยขาพ่อแล้วจูงแขนแม่ไปเข้าห้องน้ำอย่างไว สักพักบิดาก็สตาร์ทรถ ขับหนีออกซะอย่างงั้นอ่ะ หนูต๋อมแต๋มลูกรักวิ่งออกจากห้องน้ำในสภาพฟองฟอด ตามรถพ่อไม่ทัน ฉันก็เหมือนเห็นตัวเองตอนเด็กๆ โดนพ่อหลอกทิ้งแบบนี้ไม่มีผิดค่ะ ลูกแม่น่าวงวารจริมๆ วันนั้นยัยต๋อมแต๋มงอนพ่อทั้งวันเลยค่ะคุณขาในขณะที่ยัยต๋อมแต๋มเจื้อยแจ้วเจรจาเหมือนวิญญาณนกขุนทองเข้าร่าง หนูติณณ์กลับเงียบขรึม keep look คูลกาย ตอนแรกฉันก็กังวลอยู่ว่าหนูติณณ์จะผิดปกติ เหมือนสกิลการพูดถูกน้องสาวสูบไปหมดแล้ว ฉันเทียวอุ้มไปปรึกษาหมอ หมอก็บอกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไปเพราะเด็กแต่ละคนพัฒนาการไม่เท่ากัน เด็กอาจจะกำลังงงๆ ว่าจะพูดภาษาอะไร เพราะเสี่ยพูดกับลูกเป็นภาษาอังกฤษ ฉันพูดภาษาไทย นังหม่อมพูดภาษาลู ส่วนแม่บ้านพูดอีสาน ดังนั้นหนูติณณ์ก็คงจะตัดสินใจแล้วว่าไม่พูดดีกว่า มึนเหลือเกินฉันเครียดๆ เรื่องนี้อยู่นาน สรรหาทุกวิธีทุกกระบวนท่าให้ลูกพูด
“เราจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้มั้ยนะ”“แน่นอนสิคะ จี้แน่ใจว่าเตงจะเป็นซุปเปอร์แดดดี้ของลูกๆ เราแน่นอน ส่วนจี้จะเป็นมะม้าสุดสตรอง ทุกอย่างต้องคูณสอง เราจะมีลูกกันเยอะๆ รับรองงานยุ่งจนไม่มีเวลาโอดครวญแน่นอน” หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นส่ำเอาเสียเลย ชีวิตคู่ของเรากำลังจะดำเนินไปอีกขั้น เรียกร้อยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าของเราทั้งสอง เขายิ้มอย่างอบอุ่นขณะแหงนหน้ารับจุมพิตอ่อนโยน ท่อนแขนกำยำโอบกอดฉันไว้อย่างรักใคร่ยิ่งนัก ส่วนฉันหัวเราะสุขใจไม่หยุด"ผัวไม่สบาย แต่ดูปรีดาเสียเหลือเกินนะครับทูนหัวของผัว""เอ้า ก็จะได้รอรับมรดกผัวแล้วนี่คะ""โถ งามไส้"นางจิราภรณ์ฟังผัวด่าด้วยสีหน้าจริงจัง ถือว่าผัวด่าคือผัวรัก "เคยคิดบ้างมั้ยถ้าไม่ได้แต่งงานกับจี้ เตงจะเป็นยังไง"“ไม่มีเมียผลาญเก่งอย่างทูนหัว ป่านนี้ผัวรวยติดอันดับโลกไปแล้วครับ... อ่ะ อำๆๆ” ฉันงับจมูกเขาไปหนึ่งทีโทษฐานอำเมีย จากนั้นก็กลิ้งมุดเข้าไปใต้ผ้านวม ให้เขาใช้ฉันแทนกระเป๋าน้ำร้อนก็แล้วกัน เราสองคนเงียบงันไปอึดใจก่อนจะนำริมฝีปากมาพบกัน จุมพิตดูดดื่มเชื่องช้าพลางสอดประสานนิ้วมือเข้าหากัน เขาบรรจงจูบหอมแก้ม กร
“ทูนหัวรู้มั้ยว่าหลายคืนมานี้ฉันฝันว่าอะไร”ฉันกำลังร้องไห้จนหน้าเยินไปหมด จึงเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่งขึ้นมาถาม “ฝันว่าอะไรเหรอ”“มีเด็กสองคนรุมเรียกฉันว่าพ่อ ผู้หญิงคน ผู้ชายคน ฉันเห็นหน้าไม่ชัดแต่น่ารักมากแน่ๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงใสๆ พวกแกบอกฉันว่าเที่ยวเล่นเพลินไปหน่อยก็เลยมาช้า ให้พ่อช่วยพาไปหาแม่หน่อย” เขาอุ้มฉันนั่งตัก ระดมกอดจูบและหอมแก้มอีกหลายฟอด มือไม้อยู่ไม่สุขและจูบดูดดื่มกันอย่างอ้อยอิ่ง “ลูกๆ ฉันกำลังรอมาเกิดแล้ว ทูนหัวคิดเหมือนกันมั้ย”“อืม...”“มาพยายามด้วยกันนะ ถ้าไม่สำเร็จก็พยายามด้วยกันใหม่ เดี๋ยวนี้หมอเก่ง ถ้าใช้วิธีธรรมชาติไม่ได้ผล เราก็ไปให้หมอช่วย ตกลงมั้ย”“ได้ค่ะ”“งั้นตอนนี้ให้ฉันเป่าเด็กเข้าท้องทูนหัวเยอะๆ เลยดีมั้ย”ฉันพยักหน้า“เดี๋ยวไปซื้อชุดสวยๆ น่ารักๆ เอาไว้ใส่คืนนี้กัน”“ชุดอะไรเหรอเตง”“ก็ชุดที่ใส่แล้วของขึ้นไง อันเดอร์แวร์ตัวเล็กๆ เห็นแก้มก้นส
หลังจากแต่งงานกันมาได้เกือบปี ฉันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตั้งท้องสักที พี่อ้อแอ้คลอดลูกสาวชื่อน้องวาวา น่ารักน่าชัง แก้มยุ้ยตาโตกลมแป๊ว ฉันกับเสี่ยก็เลยเห่อหลานคนนี้มาก ครั้งแรกที่เราได้อุ้มหนูวาวา เด็กน้อยหัวเราะคิกคักและหาวหวอดแทบจะในเฮือกเดียวกัน แค่นี้ฉันกับเสี่ยก็ใจละลายแล้ว“เด็กตัวนุ่มจังเลยเนอะ”“ใช่เตง ประคองคอวาวาไว้ด้วยนะ ดูสิ มองน้าตาแป๊วเลย” ฉันตามดูเวลาที่พี่สาวเลี้ยงลูก และอดหัวเราะไม่ได้เมื่อคุณชายเวทิศสาธิตวิธีการเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กให้พี่ชายดู แค่มองแววตาของเขา ฉันก็รู้ยิ่งกว่ารู้ว่าเขาอยากได้ลูกสักคนเหลือเกิน ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจ ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษฉันเองที่ทำให้เขาสมหวังไม่ได้สักทีช่วงนี้ฉันจึงหลบไปที่ชั้นยี่สิบแปด เป็นชั้นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แบ่งออกเป็นสองส่วนคือของฉันกับของเขา แยกกันไปเลยเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของฉันคือไอ้ไข่กับเจ้าแม่นาคี ส่วนของเขาอ่ะเหรอ... แปะรูปเมียล้วนๆ บูชาเช้าเย็นค่ะ กูจาบ้า ฉันเก็บตัวสวดมนต์ถือศีลห้าเพื่อหวังรวบรวมแต้มบุญหนุนนำทุกวันที่หนึ่งและสิบหกของเดือน ตั้งอกตั้งใจเพ่งนิมิตค้
“แฮ่กก... แฮ่กก... งื้ออ...” ฉันเกยสะโพกอยู่ตรงเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า สองขากางออกกว้างให้เขาลิ้มรส“อ๊า...” ฉันเผยอริมฝีปาก ร่างทั้งร่างเกร็งซ่านขณะปลายลิ้นร้อนๆ นั้นขยับ แตะเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงในพริบตา เขาบรรจงลงลิ้นเน้นๆ อย่างเนิบช้า ฉันครางราวกับจะขาดใจ ดิ้นเร่าๆ ร่างกายเกร็งกระตุกไม่หยุด มือไม้เริ่มไต่เปะปะไปบนแผ่นหลังทรงพลัง ลิ้นนุ่มๆ ที่ไล้เลียและสอดแทรกเข้ามานั้นทำให้ฉันบิดร่างด้วยความเสียวซ่าน ลิ้นของเขาลากไล้อย่างนุ่มนวล อ้อยอิ่งและรู้ว่าตรงไหนทำให้ฉันซาบซ่าน ฉันจิกเล็บลงบนบ่ากว้าง เนื้อตัวกระตุกไหวและต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้เมื่อปลายลิ้นกระดกถี่ยิบ“อ๊า” “แฉะสุดๆ เลยนะ ถึงเวลาใส่อย่างอื่นแทนลิ้นกับนิ้วแล้วล่ะ” ฉันหอบหายใจแรง ปรือตาขึ้นมองเขาปลดเข็มขัด เห็นได้ชัดว่าสิ่งนั้นกำลังพองขยายจนดุนดันชัดเจน มือแกร่งปลดกระดุมกางเกง ปล่อยให้มันดีดผึงออกมา มันช่างดูสวยงามทรงพลัง เครียดเขม็งและใหญ่จนฉันกำม
“เมียจ๋า” เขารวบฉันไว้แนบอก แววตาชื่นหัวอกอย่างบอกไม่ถูก มัดกล้ามทุกมัดแข็งกระด้าง เขาควบคุมตัวเองได้ยากขึ้นทุกทีจนแทบจะแตกดับ “จูบฉันหน่อยสิ”“อ้อนจังนะคะวันนี้”“ตอนอยู่ที่โต๊ะ เราเหล่กันไปเหล่กันมา ไม่ใช่ว่าอยากจูบฉันเหรอคะทูนหัว”“รู้อีกนะ” ฉันหายใจเข้าลึกๆ แล้ววางมืออันเคอะเขินบนไหล่กว้างกำยำ ทั้งที่แตะต้องตัวเขาเพียงแค่นี้ฉันกลับสะดุ้งเขิน เนื้อตัวแดงก่ำลามไปจนถึงปลายนิ้วเรียว ฉันหลับตาแน่นปี๋แล้วตัดสินใจเขย่งเท้า กลั้นลมหายใจแล้วประทับจูบ เพียงแตะริมฝีปากเล็กน้อย เปลวไฟเร่าร้อนก็ถูกจุดขึ้นในฉับพลันเราเกาะเกี่ยวกันไว้ด้วยจุมพิตดูดดื่มยิ่งกว่าครั้งใด ตวัดลิ้นหยอกล้อกันและกันจนฉันรู้สึกวาบหวิวคล้ายจะสิ้นสติ ฉันครางเบาๆ และเลื่อนมือขึ้นจากแผงอกกำยำ ไปสู่ลำคอล่ำสันจนกระทั่งซุกไซ้ปลายนิ้วเข้าสู่เรือนผมหนานุ่ม ซึ่งฉันคิดว่านุ่มเหมือนขนแมว จังหวะลมหายใจของเขาหนักหน่วงจนช่วงท้องปั่นป่วนไปหมด รู้สึกร้อนอบอ้าวเหมือนตกอยู่ในกองเพลิงทำให้เขารู้ว่าฉันรู้สึกเช
มันนั่งพับเพียบบนโต๊ะ และกำลังเทศน์เสี่ยแบบจริงจัง“กินเหล้าอ่ะมันไม่ดีนะเสี่ย กินแล้วก็เมา เกิดขับรถไปชนคนอื่นแย่เลย ต้องกินน้อยลงนะ ไม่กินเลยยิ่งดี เมาแล้วตื่นมาปวดหัวด้วยนะ”“ครับ”“แล้วมากินเหล้าดึกๆ ลูกเมียเสี่ยไม่ว่าเหรอ ครอบครัวมันจะอบอุ่นได้ไงถ้าเสี่ยหนีมานั่งกินเหล้าแบบนี้ เสี่ยเมาแล้วชอบต
“โลกอนุญาตให้เรารักตัวเองนะ ใครเป็นคนตั้งกฎว่าเราห้ามชมตัวเองว่าสวยอ่ะ ทำไมเราต้องรอให้คนอื่นพูดล่ะคะ ถ้ารอให้คนอื่นพูด แล้วเมื่อไหร่เราจะสวยอ่ะ จริงป่ะเสี่ย”“เออ จริง”“คุยกับเสี่ยแล้วสนุกดีอ่ะ ชอบ” ฉันเมากึ่มๆ ยื่นคอขึ้นมาหอมแก้มสากระคายแบบเน้นๆ เต็มฟอด อา... ชื่นใจ! ชะนี เขามิได้ปัดป้องหรือห้าม
ฉันสบตาเขาแล้วตัดสินใจยื่นมือให้ อีกฝ่ายก็มิได้ฉวยโอกาสจับไม้จับมือ แค่มอบฝ่ามือของเขาให้ฉันเป็นฝ่ายกุมเอาไว้แล้วเดินไปด้วยกัน ฉันก็ไม่ใช่คนใจง่ายนะบอกก่อนเลย แค่ถามว่าเขาจะเติมเกมให้จริงๆ ใช่มั้ย พอเขาตอบว่าใช่ ฉันก็เลยไปกับเขาเท่านั้นเองค่ะ “น้ำส้มหรือนมปั่น” เขาถามหลังจากสั่งวิสกี้ให้ตั
“ฉันมากับผัว” ยัยพากันเฮ็ดกับบรรดาการ์ดของผับมองเจ้าของแขนที่ฉันคว้ากันตาค้าง ฉันไม่ได้สนใจหรอกว่าใคร แค่เห็นยัยชะนีเสียงแปร๋นอ้าปากเหวอ ฉันก็ยิ้มร่า โบกมือตอแหลให้งามๆ พลางควงแขนกำยำ ตีเนียนเข้าไปข้างในผับแบบเนียนๆ เรานี่มันจีเนียสจริงๆ วะฮะฮ่าๆ “ขอบคุณที่ช่วยตีเนียนกับฉันนะคะ อ่ะน







