Mag-log inตอนแรกฉันก็นึกว่าพี่โตจะพาไปเที่ยวผับทั่วไป แบบที่มีเวทีเล่นดนตรีสด แล้วก็เปิดแสงสีแดนซ์ๆ แต่ปรากฎว่าผับที่พี่โตพาไปเป็นผับหรูระดับไฮเอนท์ ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกสูงระฟ้า ตกแต่งเรียบหรูหราหมาเห่า เปิดเพลงคลาสสิกคลอเบาๆ แบบผู้ดี๊ผู้ดี พี่โตเคยมาบ่อยตอนบ้านยังรวย ส่วนฉันเพิ่งจะเคยมาที่นี่ครั้งแรกก็เลยตื่นๆ มองซ้ายมองขวาดูล่อกแล่ก การ์ดของผับเลยเข้ามาเช็คก่อน
ปกตินางเอกมาเที่ยวต้องแสดงแสนยานุภาพความงาม เดินเข้ามาในผับอย่างสวย ออร่าเปล่งแสงเทพธิดาจนมนุษย์รวมไปถึงสัมภเวสีตะลึงไปสามโลก แต่สำหรับฉัน การ์ดของผับเช็คบัตรประชาชนโดยดูรูปสลับกับตัวจริงอยู่นาน ก่อนจะส่งบัตรคืนพลางผายมือ เชิญเข้าเหรอ เปล่าค่ะ เชิญออก
“ที่นี่งดเรี่ยไรนะครับแม่ชี”
“เดี๋ยวแม่หยิกหัวนมขาด ว่าใครมาเรี่ยไรยะ”
แทนที่พี่โตจะช่วยพูด พี่ท่านเดินกลั้นหัวเราะลิ่วไปโน่นแล้ว ทิ้งนางพญาชุดขาวไว้ที่ด่านทางเข้า ไอ้พี่เชรี่ย ฉันเคี้ยวฟันกรอด นี่ถ้าไม่เห็นแก่เนื้อย่างเนยกับโอมากาเสะสุดหรูแล้วล่ะก็ ฉันกระโดดถีบพี่โชว์การ์ดไปแล้ว แค่ห้อยพระมาเยอะก็ห้ามเข้าด้วยเหรอวะ ฉันควักกระเป๋าจะเปิดให้ดูว่าแม่ยัดเงินมาให้เป็นฟ่อนเลยนะ นี่ไงๆ มีตังค์จ่าย แต่พอเปิดกระเป๋าดูมีแต่เหรียญ
การ์ดของผับก้มดูเหรียญเป็นกำๆ แล้วมองหน้าแม่ชีจีจี้ เขาคงนึกสงสารเลยหยอดแบงค์ยี่สิบให้แล้วโบกมือไล่ลงลิฟต์ไป
ก็กูบอกแล้วไงว่าไม่ได้มาเรี่ยไร!!
ระหว่างที่ฉันกำลังปะทะสายตากับไอ้พวกการ์ดจนเส้นเลือดขมับปูด เสียงแจ๋นๆ ของชะนีนางหนึ่งก็แปร๋นแทรกเข้ามา
“ต๋ายยย... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณหนูจิราภรณ์นี่เอง ไม่ได้เจอกันตั้งแต่เรียนจบม.ปลายเลยนะ”
นางชะนีนมโตควงผัวเด็กเข้ามาเย้ย นางคือเพชรกันยา แต่ฉันเรียกนางพากันเฮ็ด นางคือลูกสาวของตระกูลคหบดีร่ำรวย วงศาคณาญาติเป็นคนใหญ่คนโตมากมาย ฉันไม่ค่อยกินเส้นกับนางตั้งแต่เรียนด้วยกันแล้ว แถมนางเพิ่งได้งานตำแหน่งเลขา CEO บริษัทอะไรสักอย่าง คุณหนูเพชรกันยาจึงมองเหยียดใส่ฉันเต็มที่ จีบปากจีบคอคุย
“ก็อย่างว่าแหละเนอะ ฉันอ่ะฉลาดกว่าเธอก็เลยได้งานดีๆ ทำ อีกแค่ไม่กี่เดือนฉันก็จะได้เลื่อนตำแหน่งด้วยนะ เนี่ย เงินเดือนก็ไม่มากหรอก แค่แปดหมื่นเอง ซื้อกระเป๋าเบอร์กิ้นไม่ได้เลยสักใบ รู้จักมั้ยอ่ะกระเป๋าเบอร์กิ้นน่ะ”
“เหรอๆ แล้วไงต่อ” ฉันกอดอกฟังนางพล่าม ฉลาดกับคิดว่าตัวเองฉลาดมันแตกต่างกันนะ
“ฉันนึกสงสารเธอจัง เมื่อก่อนบ้านเราก็อยู่ติดกัน บ้านเธอหลังใหญ่ที่สุดเลยด้วยซ้ำ ตอนที่มีหมายศาลมาแปะหน้าบ้าน ฉันปวดใจแทนเธอมว๊ากกก... แล้วนี่ขนของหนีหนี้ไปอยู่ที่ไหนกัน เธอได้งานทำแล้วใช่มั้ย งานอะไรล่ะ แล้วมีแฟนแล้วยัง อ้วนขึ้นนะ ลดน้ำหนักหน่อยสิ ฉุแบบนี้ทุเรศสายตา อุ้ย ขอโทษนะถ้าฉันถามอะไรไปแล้วทำให้เธอไม่สบายใจ”
ตบกันเลยจะสบายใจกว่ามั้ยคะมึง ฉันคิด แต่พระมารดากำชับหนักหนาว่าห้ามสวมวิญญาณสก๊อย ฉันจึงฉีกยิ้มแล้วตอบเสียงนิ่มๆ
“ไม่ เป็น ไร”
“เนี่ย ผัวฉันเอง หล่อมั้ย เขาเป็น...”
กูไม่ได้อยากรู้ค่ะ อีกะโหลกหนาสมองเรียบ... ฉันคิดในใจแต่เผลอหลุดพูดออกไปมั้ง นังพากันเฮ็ดก็เลยชักสีหน้า ทำท่าจะเข้ามาตบ ฉันก็ถกกระโปรงรอ มาสิ แน่จริงมึงเข้ามา ฉันไม่ได้สนใจฟังโปรไฟล์ผัวนางหรอก เมื่อกี้เห็นนางเป็นคนควักเงินจ่ายนั่นจ่ายนี่ก็รู้แล้วว่าเป็นสายเปย์ผู้ชาย ฉันอยากหาทางเข้าไปข้างในเพื่อทำภารกิจให้เสร็จสิ้นแล้วไปซัดเนื้อย่างเร็วๆ มากกว่า แต่ถ้าจะให้ขอร้องยัยชะนีให้พาเข้าไป เอาเกิบมาฟาดหน้าฉันเสียยังดีกว่าค่ะ
“แล้วนี่เธอมากับใคร อย่าบอกนะว่า...” ยัยพากันเฮ็ดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหัวเราะเสียงสูง ฉันชักจะมีน้ำโหจึงคว้าแขนใครได้ก็คว้า แล้วประกาศออกไปว่า
“ฉันมากับผัว”
ยัยพากันเฮ็ดกับบรรดาการ์ดของผับมองเจ้าของแขนที่ฉันคว้ากันตาค้าง ฉันไม่ได้สนใจหรอกว่าใคร แค่เห็นยัยชะนีเสียงแปร๋นอ้าปากเหวอ ฉันก็ยิ้มร่า โบกมือตอแหลให้งามๆ พลางควงแขนกำยำ ตีเนียนเข้าไปข้างในผับแบบเนียนๆ เรานี่มันจีเนียสจริงๆ วะฮะฮ่าๆ
“ทำไงดีทูนหัว ลูกสาวเราน่ารักเหลือเกิน ไม่อยากห่างลูกเลยครับ”“ทำงี้สิเตง” ฉันนั่งยองๆ คุยกับลูกสาว “ถ้าจะไปกับพ่อ ลูกต้องอาบน้ำก่อนนะ”“โอเคมะม้า” แม่หนูรีบปล่อยขาพ่อแล้วจูงแขนแม่ไปเข้าห้องน้ำอย่างไว สักพักบิดาก็สตาร์ทรถ ขับหนีออกซะอย่างงั้นอ่ะ หนูต๋อมแต๋มลูกรักวิ่งออกจากห้องน้ำในสภาพฟองฟอด ตามรถพ่อไม่ทัน ฉันก็เหมือนเห็นตัวเองตอนเด็กๆ โดนพ่อหลอกทิ้งแบบนี้ไม่มีผิดค่ะ ลูกแม่น่าวงวารจริมๆ วันนั้นยัยต๋อมแต๋มงอนพ่อทั้งวันเลยค่ะคุณขาในขณะที่ยัยต๋อมแต๋มเจื้อยแจ้วเจรจาเหมือนวิญญาณนกขุนทองเข้าร่าง หนูติณณ์กลับเงียบขรึม keep look คูลกาย ตอนแรกฉันก็กังวลอยู่ว่าหนูติณณ์จะผิดปกติ เหมือนสกิลการพูดถูกน้องสาวสูบไปหมดแล้ว ฉันเทียวอุ้มไปปรึกษาหมอ หมอก็บอกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไปเพราะเด็กแต่ละคนพัฒนาการไม่เท่ากัน เด็กอาจจะกำลังงงๆ ว่าจะพูดภาษาอะไร เพราะเสี่ยพูดกับลูกเป็นภาษาอังกฤษ ฉันพูดภาษาไทย นังหม่อมพูดภาษาลู ส่วนแม่บ้านพูดอีสาน ดังนั้นหนูติณณ์ก็คงจะตัดสินใจแล้วว่าไม่พูดดีกว่า มึนเหลือเกินฉันเครียดๆ เรื่องนี้อยู่นาน สรรหาทุกวิธีทุกกระบวนท่าให้ลูกพูด
“เราจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้มั้ยนะ”“แน่นอนสิคะ จี้แน่ใจว่าเตงจะเป็นซุปเปอร์แดดดี้ของลูกๆ เราแน่นอน ส่วนจี้จะเป็นมะม้าสุดสตรอง ทุกอย่างต้องคูณสอง เราจะมีลูกกันเยอะๆ รับรองงานยุ่งจนไม่มีเวลาโอดครวญแน่นอน” หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นส่ำเอาเสียเลย ชีวิตคู่ของเรากำลังจะดำเนินไปอีกขั้น เรียกร้อยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าของเราทั้งสอง เขายิ้มอย่างอบอุ่นขณะแหงนหน้ารับจุมพิตอ่อนโยน ท่อนแขนกำยำโอบกอดฉันไว้อย่างรักใคร่ยิ่งนัก ส่วนฉันหัวเราะสุขใจไม่หยุด"ผัวไม่สบาย แต่ดูปรีดาเสียเหลือเกินนะครับทูนหัวของผัว""เอ้า ก็จะได้รอรับมรดกผัวแล้วนี่คะ""โถ งามไส้"นางจิราภรณ์ฟังผัวด่าด้วยสีหน้าจริงจัง ถือว่าผัวด่าคือผัวรัก "เคยคิดบ้างมั้ยถ้าไม่ได้แต่งงานกับจี้ เตงจะเป็นยังไง"“ไม่มีเมียผลาญเก่งอย่างทูนหัว ป่านนี้ผัวรวยติดอันดับโลกไปแล้วครับ... อ่ะ อำๆๆ” ฉันงับจมูกเขาไปหนึ่งทีโทษฐานอำเมีย จากนั้นก็กลิ้งมุดเข้าไปใต้ผ้านวม ให้เขาใช้ฉันแทนกระเป๋าน้ำร้อนก็แล้วกัน เราสองคนเงียบงันไปอึดใจก่อนจะนำริมฝีปากมาพบกัน จุมพิตดูดดื่มเชื่องช้าพลางสอดประสานนิ้วมือเข้าหากัน เขาบรรจงจูบหอมแก้ม กร
“ทูนหัวรู้มั้ยว่าหลายคืนมานี้ฉันฝันว่าอะไร”ฉันกำลังร้องไห้จนหน้าเยินไปหมด จึงเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่งขึ้นมาถาม “ฝันว่าอะไรเหรอ”“มีเด็กสองคนรุมเรียกฉันว่าพ่อ ผู้หญิงคน ผู้ชายคน ฉันเห็นหน้าไม่ชัดแต่น่ารักมากแน่ๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงใสๆ พวกแกบอกฉันว่าเที่ยวเล่นเพลินไปหน่อยก็เลยมาช้า ให้พ่อช่วยพาไปหาแม่หน่อย” เขาอุ้มฉันนั่งตัก ระดมกอดจูบและหอมแก้มอีกหลายฟอด มือไม้อยู่ไม่สุขและจูบดูดดื่มกันอย่างอ้อยอิ่ง “ลูกๆ ฉันกำลังรอมาเกิดแล้ว ทูนหัวคิดเหมือนกันมั้ย”“อืม...”“มาพยายามด้วยกันนะ ถ้าไม่สำเร็จก็พยายามด้วยกันใหม่ เดี๋ยวนี้หมอเก่ง ถ้าใช้วิธีธรรมชาติไม่ได้ผล เราก็ไปให้หมอช่วย ตกลงมั้ย”“ได้ค่ะ”“งั้นตอนนี้ให้ฉันเป่าเด็กเข้าท้องทูนหัวเยอะๆ เลยดีมั้ย”ฉันพยักหน้า“เดี๋ยวไปซื้อชุดสวยๆ น่ารักๆ เอาไว้ใส่คืนนี้กัน”“ชุดอะไรเหรอเตง”“ก็ชุดที่ใส่แล้วของขึ้นไง อันเดอร์แวร์ตัวเล็กๆ เห็นแก้มก้นส
หลังจากแต่งงานกันมาได้เกือบปี ฉันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตั้งท้องสักที พี่อ้อแอ้คลอดลูกสาวชื่อน้องวาวา น่ารักน่าชัง แก้มยุ้ยตาโตกลมแป๊ว ฉันกับเสี่ยก็เลยเห่อหลานคนนี้มาก ครั้งแรกที่เราได้อุ้มหนูวาวา เด็กน้อยหัวเราะคิกคักและหาวหวอดแทบจะในเฮือกเดียวกัน แค่นี้ฉันกับเสี่ยก็ใจละลายแล้ว“เด็กตัวนุ่มจังเลยเนอะ”“ใช่เตง ประคองคอวาวาไว้ด้วยนะ ดูสิ มองน้าตาแป๊วเลย” ฉันตามดูเวลาที่พี่สาวเลี้ยงลูก และอดหัวเราะไม่ได้เมื่อคุณชายเวทิศสาธิตวิธีการเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กให้พี่ชายดู แค่มองแววตาของเขา ฉันก็รู้ยิ่งกว่ารู้ว่าเขาอยากได้ลูกสักคนเหลือเกิน ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจ ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษฉันเองที่ทำให้เขาสมหวังไม่ได้สักทีช่วงนี้ฉันจึงหลบไปที่ชั้นยี่สิบแปด เป็นชั้นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แบ่งออกเป็นสองส่วนคือของฉันกับของเขา แยกกันไปเลยเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของฉันคือไอ้ไข่กับเจ้าแม่นาคี ส่วนของเขาอ่ะเหรอ... แปะรูปเมียล้วนๆ บูชาเช้าเย็นค่ะ กูจาบ้า ฉันเก็บตัวสวดมนต์ถือศีลห้าเพื่อหวังรวบรวมแต้มบุญหนุนนำทุกวันที่หนึ่งและสิบหกของเดือน ตั้งอกตั้งใจเพ่งนิมิตค้
“แฮ่กก... แฮ่กก... งื้ออ...” ฉันเกยสะโพกอยู่ตรงเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า สองขากางออกกว้างให้เขาลิ้มรส“อ๊า...” ฉันเผยอริมฝีปาก ร่างทั้งร่างเกร็งซ่านขณะปลายลิ้นร้อนๆ นั้นขยับ แตะเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงในพริบตา เขาบรรจงลงลิ้นเน้นๆ อย่างเนิบช้า ฉันครางราวกับจะขาดใจ ดิ้นเร่าๆ ร่างกายเกร็งกระตุกไม่หยุด มือไม้เริ่มไต่เปะปะไปบนแผ่นหลังทรงพลัง ลิ้นนุ่มๆ ที่ไล้เลียและสอดแทรกเข้ามานั้นทำให้ฉันบิดร่างด้วยความเสียวซ่าน ลิ้นของเขาลากไล้อย่างนุ่มนวล อ้อยอิ่งและรู้ว่าตรงไหนทำให้ฉันซาบซ่าน ฉันจิกเล็บลงบนบ่ากว้าง เนื้อตัวกระตุกไหวและต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้เมื่อปลายลิ้นกระดกถี่ยิบ“อ๊า” “แฉะสุดๆ เลยนะ ถึงเวลาใส่อย่างอื่นแทนลิ้นกับนิ้วแล้วล่ะ” ฉันหอบหายใจแรง ปรือตาขึ้นมองเขาปลดเข็มขัด เห็นได้ชัดว่าสิ่งนั้นกำลังพองขยายจนดุนดันชัดเจน มือแกร่งปลดกระดุมกางเกง ปล่อยให้มันดีดผึงออกมา มันช่างดูสวยงามทรงพลัง เครียดเขม็งและใหญ่จนฉันกำม
“เมียจ๋า” เขารวบฉันไว้แนบอก แววตาชื่นหัวอกอย่างบอกไม่ถูก มัดกล้ามทุกมัดแข็งกระด้าง เขาควบคุมตัวเองได้ยากขึ้นทุกทีจนแทบจะแตกดับ “จูบฉันหน่อยสิ”“อ้อนจังนะคะวันนี้”“ตอนอยู่ที่โต๊ะ เราเหล่กันไปเหล่กันมา ไม่ใช่ว่าอยากจูบฉันเหรอคะทูนหัว”“รู้อีกนะ” ฉันหายใจเข้าลึกๆ แล้ววางมืออันเคอะเขินบนไหล่กว้างกำยำ ทั้งที่แตะต้องตัวเขาเพียงแค่นี้ฉันกลับสะดุ้งเขิน เนื้อตัวแดงก่ำลามไปจนถึงปลายนิ้วเรียว ฉันหลับตาแน่นปี๋แล้วตัดสินใจเขย่งเท้า กลั้นลมหายใจแล้วประทับจูบ เพียงแตะริมฝีปากเล็กน้อย เปลวไฟเร่าร้อนก็ถูกจุดขึ้นในฉับพลันเราเกาะเกี่ยวกันไว้ด้วยจุมพิตดูดดื่มยิ่งกว่าครั้งใด ตวัดลิ้นหยอกล้อกันและกันจนฉันรู้สึกวาบหวิวคล้ายจะสิ้นสติ ฉันครางเบาๆ และเลื่อนมือขึ้นจากแผงอกกำยำ ไปสู่ลำคอล่ำสันจนกระทั่งซุกไซ้ปลายนิ้วเข้าสู่เรือนผมหนานุ่ม ซึ่งฉันคิดว่านุ่มเหมือนขนแมว จังหวะลมหายใจของเขาหนักหน่วงจนช่วงท้องปั่นป่วนไปหมด รู้สึกร้อนอบอ้าวเหมือนตกอยู่ในกองเพลิงทำให้เขารู้ว่าฉันรู้สึกเช
เสี่ยฤทธิ์ชาติ!คำขู่ของพี่โตพุ่งเข้ามาทันที... ฉันสังเกตเห็นเขาสอดมือเข้าไปข้างในสาบเสื้อสูท ปืนแน่ๆ ค่ะคุณตายค่ะ อีจี้ตายสมองของฉันจินตนาการภาพสโลวโมชั่น เสี่ยหมุนตัว สไลด์ตัวไปด้านข้างแล้วชักปืนพกขึ้นเล็ง กดกระสุนนัดแรกเจาะเข้ากะโหลกนังจีจี้ นัดที่สองเจาะเข้าท่อแก๊สทำควา
“ท่านพี่โปรดวางใจ อีจี้จะจัดการให้เอง”“ยังไง”“เผยธาตุแท้ไง แบไต๋ให้เห็นๆ เลยว่าบ้านเราพร้อมเกาะเป็นปลิง คนสติดีที่ไหนจะเอาเราสองคน ตีหม้อยังถูกกว่า จริงป่ะ”“ฮืออ... ทำไมฟังแล้วไม่ภูมิใจเลยอ่ะ”“พี่อ้อแอ้ไม่สนใจเหรอ ถึงจะอายุเยอะกว่าเกือบสองรอบ แต่แม่การันตีว่าเขารวย
ฉันเดินโซซัดโซเซไปหาแม่ หวังให้แม่บอกว่ามันไม่จริง ไม่จริ๊ง!!“แม่ แม่จะส่งจี้ไปเป็นนางบำเรอขัดดอกจริงเหรอ”“...”“แม่”ฉันเรียกแม่สองสามครั้ง แต่แม่กำลังจิ้มไลน์คุยกับใครสักคน นิ้วรัวแป้นจนมองตามแทบไม่ทัน แหม... ติดมือถือมากกว่าลูกอีกนะคะ ฉันเรียกแล้วเรียกอีก แม่นั่งอ
บทที่ 2 เสี่ยมาเยือนฉันฝัน...ฝันว่าเผชิญหน้ากับงูขนาดมหึมา ตัวใหญ่ล่ำกว่าควายอีกค่ะ เกล็ดงูเป็นทองฝังเพชรเหลืองอร่ามวิบวับไปทั้งตัว ตามันโตๆ แล่บลิ้นแผล่บๆ แล้วเลื้อยพุ่งเข้ามาจะรัดตัว ธรรมชาติคนเราเวลามีอันตรายสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะทำงานสูงสุดนะคะ ฉันกำหมัดตั้งท่าสู้ อาวุธไม่มีก็ต้องใช้สองมือสอ







