LOGINอลินยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายของภาคเหนือ
มือเล็กที่ถือกระเป๋าเดินทางกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว บ้านตรงหน้าใหญ่กว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก ตัวบ้านทำจากไม้ผสมปูน ตกแต่งเรียบหรูแต่ยังคงกลิ่นอายของบ้านทางเหนือ รอบบริเวณเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้สีสด บรรยากาศแตกต่างจากบ้านในกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ทำให้อลินไม่อาจละสายตาได้...ไม่ใช่บ้าน แต่เป็นผู้ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอ อัคนี ชายหนุ่มรูปร่างสูง ใบหน้าคมคายดูสุขุม ดวงตาคมเข้มจับจ้องมาที่เธออย่างพิจารณา เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอก กางเกงขายาวสีเข้ม และแม้จะยืนด้วยท่าทางมั่นคง แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าขาข้างหนึ่งของเขายังลงน้ำหนักได้ไม่เต็มที่ อลินสบตากับเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายยิ้มให้ รอยยิ้มของเธอเป็นรอยยิ้มธรรมดา... แต่กลับทำให้อัคนีชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่ได้คาดคิดว่าเธอจะยิ้มให้เขา เพราะในความคิดของเขา ผู้หญิงคนนี้เพิ่งถูกส่งมาแต่งงานกับชายที่มีร่างกายไม่สมบูรณ์อย่างเขา เธอน่าจะรู้สึกผิดหวังมากกว่า “สวัสดีค่ะ...คุณอัคนี” อลินยกมือไหว้ด้วยท่าทางสุภาพ น้ำเสียงนุ่มและเป็นมิตร อัคนีมองมือที่ยกขึ้นไหว้ ก่อนเลื่อนสายตากลับไปยังใบหน้าของเธอ “เรียกผมว่าอัคนีก็ได้” น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ อลินพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ...อัคนี” เมื่อพูดชื่อเขาออกมา เธอก็ยิ้มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ชายหนุ่มกลับเบือนหน้าหนี ไม่ใช่เพราะรำคาญ เขาเพียงไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงดูเป็นธรรมชาติเหลือเกิน “เดินทางมาเหนื่อยไหม” อัคนีถามขึ้น “นิดหน่อยค่ะ แต่ไม่เป็นไร” อลินตอบพร้อมยกมือขึ้นปัดผมที่ถูกลมพัดมาปรกใบหน้า เธอมองไปรอบ ๆ ด้วยแววตาสนใจ ก่อนถามอย่างอดไม่ได้ “ที่นี่คือไร่ส้มทั้งหมดเลยเหรอคะ?” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นสดใสทันที อัคนีมองตามสายตาของเธอไปยังแนวต้นส้มที่ทอดยาวสุดสายตา “ส่วนหนึ่ง” “สวยจังเลยค่ะ” อลินพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว แววตาของเธอเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัด อัคนีเหลือบมองเธออีกครั้ง ต่างจากอลิชาโดยสิ้นเชิง อลิชาไม่เคยถามถึงไร่ของเขา ไม่เคยสนใจว่าที่นี่เป็นอย่างไร และไม่เคยแสดงสีหน้าตื่นเต้นกับสิ่งธรรมดาเหล่านี้ แต่อลินกลับยืนมองต้นส้มเหมือนเด็กที่เพิ่งค้นพบโลกใบใหม่ “ถ้าชอบ พรุ่งนี้ให้คนพาไปดู” “จริงเหรอคะ?” หญิงสาวหันกลับมาทันที ดวงตากลมโตเป็นประกาย อัคนีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า “อืม” “ขอบคุณนะคะ” อลินยิ้มกว้างกว่าเดิม ชายหนุ่มมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าทำไม...แต่รอยยิ้มของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด --- “คุณดินคะ!” เสียงหญิงวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านในบ้าน ไม่นานนัก ผู้หญิงวัยประมาณห้าสิบปลาย ๆ ก็เดินออกมา เธอคือ แม่ของอัคนี ทันทีที่เห็นอลิน ดวงตาของเธอเบิกกว้าง “หนู...” เธอรีบเดินเข้ามาหา ก่อนจับมืออลินเอาไว้ทั้งสองข้าง “หนูคืออลินใช่ไหม?” อลินยิ้มอย่างสุภาพ “ค่ะ” “แม่จำหนูได้!” น้ำเสียงของหญิงสูงวัยเต็มไปด้วยความดีใจ อลินทำหน้าสงสัยเล็กน้อย “เราเคยเจอกันด้วยเหรอคะ?” ผู้เป็นแม่หัวเราะเบา ๆ พลางลูบหลังมือของเธอ “เคยสิลูก เมื่อปีก่อนที่โรงพยาบาล” อลินนิ่งไป ความทรงจำบางอย่างค่อย ๆ กลับเข้ามา เมื่อหนึ่งปีก่อน...ตอนที่เธอเดินทางมาเที่ยวภาคเหนือกับเพื่อน หญิงสูงวัยคนหนึ่งเป็นลมอยู่หน้าโรงพยาบาล เธอจึงรีบเข้าไปช่วย ก่อนเรียกรถพยาบาลและอยู่ดูจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายปลอดภัย ตอนนั้นเธอไม่เคยคิดเลยว่า... ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นแม่ของผู้ชายที่กำลังจะกลายเป็นคู่หมั้นของเธอ “หนูจำได้แล้วค่ะ” อลินยิ้มกว้างขึ้น ผู้เป็นแม่มองเธอด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนหันไปมองลูกชาย “แม่บอกแล้วว่าหนูคนนี้เป็นเด็กดี” อัคนีไม่ได้ตอบ เขาเพียงยืนฟังเงียบ ๆ แต่สายตาของเขากลับจับอยู่ที่อลิน “ถ้าวันนั้นไม่มีหนูช่วย แม่คงแย่แน่ ๆ” “ไม่เป็นไรเลยค่ะ หนูแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ” อลินพูดพร้อมโบกมือเบา ๆ ราวกับไม่อยากให้เรื่องนั้นกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผู้เป็นแม่ยิ่งมองเธอด้วยความเอ็นดู “อัคนี...ดูแลน้องดี ๆ นะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย “ครับ” คำตอบสั้น ๆ ทำให้แม่ของเขายิ้มอย่างพอใจ แต่อลินกลับรู้สึกเก้อเขินขึ้นมา เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย มือที่ถือสายกระเป๋าเดินทางขยับไปมาอย่างประหม่า “เข้าไปพักก่อนเถอะลูก” “ค่ะ” --- ห้องนอนของอลินอยู่ชั้นสอง ทันทีที่ประตูเปิดออก หญิงสาวก็เดินเข้าไปช้า ๆ แล้ววางกระเป๋าลงข้างเตียง เธอเดินไปเปิดม่าน ภาพไร่ส้มกว้างใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้า อลินยืนมองอยู่นาน ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในอก ที่นี่สวยมาก...แต่เป็นสถานที่ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้มาอยู่ เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพึมพำกับตัวเอง “เอาเถอะอลิน...ไหน ๆ ก็มาแล้ว” ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ลองเริ่มต้นใหม่ดูสักครั้งก็แล้วกัน” แต่เธอไม่รู้เลยว่า...อีกด้านหนึ่งของประตู อัคนีกำลังยืนอยู่ ชายหนุ่มเพิ่งเดินผ่านหน้าห้อง และบังเอิญได้ยินเสียงของเธอ เขาหยุดฝีเท้า ก่อนหันกลับมามองประตูที่ปิดสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “เริ่มต้นใหม่?” คำพูดของเธอยังติดอยู่ในหัว อัคนีไม่รู้ว่าอลินกำลังคิดอะไร แต่มีบางอย่างในน้ำเสียงของเธอที่ทำให้เขารู้สึก...ผู้หญิงคนนี้อาจไม่ได้มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอย่างที่เขาคิด เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินจากไป โดยไม่รู้เลยว่า...ความสนใจเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ กำลังจะกลายเป็นความผูกพันที่เขาไม่สามารถถอนตัวได้ในวันข้างหน้า และในคืนนั้น...อัคนีเป็นครั้งแรกที่เผลอนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งก่อนหลับตาลง ผู้หญิงที่ควรเป็นเพียง “เจ้าสาวตัวแทน” ของเขาเท่านั้นรุ่งเช้า...แสงแดดอ่อนส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนของอลิน หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน พ่อกลับมาแล้ว เพียงคิดถึงคำพูดนั้น หัวใจของเธอก็ทั้งอบอุ่นและหวาดกลัวในเวลาเดียวกันอลินลุกขึ้นนั่ง พลางมองสร้อยข้อมือเด็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ◌ืนิ้วเรียวค่อย ๆ ลูบมันอย่างทะนุถนอม“พ่อไม่เคยทิ้งเรา...จริง ๆ เหรอ”เธอพึมพำกับตัวเอง แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก๊อก...ก๊อก...“อลิน”เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้น เธอรีบเช็ดน้ำตาที่หางตา ก่อนตอบ“เข้ามาได้ค่ะ”ประตูเปิดออก อัคนีเดินเข้ามาในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ใบหน้าคมยังคงเรียบนิ่งเหมือนทุกวัน แต่ดวงตากลับจับจ้องเธอทันที“ร้องไห้อีกแล้ว?”เขาถามพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย อลินรีบส่ายหน้า“ไม่ได้ร้องค่ะ”อัคนีเดินเข้ามาใกล้ ก่อนใช้นิ้วโป้งเกลี่ยรอยน้ำตาที่หางตาเธออย่างแผ่วเบา“แล้วนี่อะไร?”อลินก้มหน้าหลบสายตา“ก็...คิดถึงพ่อค่ะ”อัคนีถอนหายใจเบา ๆ“วันนี้ผมจะพาเธอไปหาเขา”เธอเงยหน้าขึ้นทันที“จริงเหรอคะ?”“อืม”“แต่คุณดินไม่ต้องไปทำงานเหรอ?”“งานสำคัญแค่ไหนก็รอได้”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน“เรื่องของเธอ
ค่ำคืนในไร่ส้มเงียบสงบกว่าทุกวัน...แต่ภายในใจของอลินกลับเต็มไปด้วยคำถามมากมายหลังจากกลับมาถึงบ้าน เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มือเล็กกำสร้อยข้อมือเด็กที่พบในกล่องไม้แน่น ดวงตาเหม่อมองแสงไฟจากไร่ด้านนอกเธอพยายามนึกถึงใบหน้าของชายที่ไม่เคยอยู่ในความทรงจำพ่อของเธอคนที่เธอเคยคิดว่าทอดทิ้งเธอ แต่จดหมายกลับบอกว่าเขาไม่เคยทอดทิ้ง“คิดอะไรอยู่ครับ?”เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง อลินหันกลับไป เห็นอัคนียืนพิงกรอบประตูอยู่ เขาเพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ใบหน้าคมยังคงเคร่งขรึม แต่แววตากลับอ่อนลงทันทีเมื่อมองเห็นเธอ“เรื่องพ่อค่ะ”อลินตอบเบา ๆ ก่อนหลุบตาลง“หนูไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจ”อัคนีเดินเข้ามานั่งข้างเธอ“ทำไม?”“ถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ หนูก็ดีใจ”เธอเม้มริมฝีปาก“แต่หนูก็กลัว...กลัวว่าถ้าได้เจอกันแล้ว เขาจะไม่ได้อยากเจอหนูจริง ๆ”อัคนีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นวางบนศีรษะเธออย่างอ่อนโยน“อย่าคิดแทนเขา”อลินเงยหน้าขึ้น“ถ้าเขาไม่อยากเจอเธอ เขาคงไม่ทิ้งของพวกนั้นไว้ให้”น้ำเสียงของเขาหนักแน่น“อย่างน้อยเขาก็อยากให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ลืมเธอ”อลินมองหน้าเขา ดวงตาค่อ
หลังจากพบรถของอัครเดชในโกดังร้าง...บรรยากาศภายในรถของอัคนีเงียบผิดปกติอลินนั่งกอดแฟ้มเอกสารไว้แนบอก ดวงตาของเธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง คำพูดของพีรพัฒน์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว“พ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่”ตลอดยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา เธอเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงลูกสาวคนหนึ่งที่พ่อแม่ไม่ค่อยรัก แต่วันนี้กลับพบว่า...เธออาจไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของครอบครัวที่เลี้ยงดูเธอมาด้วยซ้ำและพ่อแท้ ๆ ของเธออาจยังมีชีวิตอยู่“คุณดิน...”เสียงเรียกเบา ๆ ทำให้อัคนีที่กำลังขับรถเหลือบมอง“ครับ?”อลินก้มมองมือของตัวเอง“ถ้าพ่อหนูยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ...ทำไมเขาถึงไม่เคยกลับมาหาหนูเลยคะ?”น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความน้อยใจ อัคนีไม่ได้ตอบทันที เขาชะลอรถ ก่อนเอื้อมมือไปจับมือเธอ“เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”“แต่หนูรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้ง”นิ้วของเธอกำแน่นขึ้น“ตั้งแต่เด็ก หนูพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อกับแม่รัก”เธอฝืนหัวเราะ“หนูตั้งใจเรียน ทำตัวดี ไม่เคยสร้างปัญหา แต่สุดท้าย...หนูก็ยังเป็นคนที่พวกเขาไม่ต้องการ”อัคนีมองเธอผ่านกระจกมองข้าง แววตาของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“อลิน”“คะ?”“เธอไม่จำเป็นต้องพยา
หลังคำพูดของพีรพัฒน์จบลง...ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ อลินยืนตัวแข็งอยู่ข้างอัคนี มือเล็กกำชายเสื้อของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัวส่วนอัคนี...ยังคงจ้องหน้าพีรพัฒน์ด้วยแววตาเย็นจัด“นายกำลังจะบอกว่าแม่ของฉันเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ?”น้ำเสียงของเขาต่ำลงทุกคำ พีรพัฒน์ยกยิ้มมุมปาก“ฉันไม่ได้พูดว่าเธอเป็นคนทำ”“งั้นหมายความว่าอะไร?”“หมายความว่า...แม่ของนายรู้อะไรมากกว่าที่นายคิด”อัคนีขบกรามแน่น“หลักฐาน?”พีรพัฒน์หยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋าแต่ยังไม่ทันส่งให้...เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง“พีรพัฒน์!”ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน หญิงสูงวัยยืนอยู่ตรงประตู ใบหน้าของเธอซีดเผือด แม่ของอัคนี อัคนีชะงัก“แม่?”เธอมองพีรพัฒน์ด้วยสายตาหวาดหวั่น“เธอมาที่นี่ทำไม?”พีรพัฒน์หัวเราะเบา ๆ“ผมแค่อยากให้ทุกคนรู้ความจริง”“กลับไปซะ!”เสียงของหญิงสูงวัยสั่น แต่พยายามทำให้เด็ดขาด พีรพัฒน์ไม่ขยับ“ถ้าผมกลับไป...ความจริงก็ยังไม่หายไปไหน”เขาหันไปมองอัคนี“จริงไหม?”อัคนีเดินเข้าหาแม่“แม่รู้อะไร?”ผู้เป็นแม่หลบสายตา“ไม่มีอะไร”“แม่ครับ”อัคนีจับไหล่เธอเบา ๆ“มองหน้าผมแล้วพูด”หญิงสูงวัยเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ
“ผล DNA ของคุณอลินกับผู้ชายที่ระบุในเอกสาร...แสดงความสัมพันธ์ทางสายเลือดระดับพ่อกับลูกครับ”คำพูดจากปลายสายยังคงก้องอยู่ในหัวอลินยืนนิ่ง ร่างกายเหมือนถูกตรึงเอาไว้กับพื้นดวงตากลมโตค่อย ๆ เบิกกว้าง ก่อนริมฝีปากจะสั่น“พ่อ...?”เสียงของเธอเบาจนแทบไม่ได้ยิน อัคนีมองเธอด้วยความเป็นห่วง เขารีบกดวางสาย ก่อนเดินเข้ามาหา“อลิน”หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาเริ่มแดง“คุณดิน...หนูมีพ่ออีกคนจริง ๆ เหรอคะ?”อัคนีไม่ได้ตอบทันที เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังสับสน และสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดไม่ใช่คำปลอบใจที่ไม่มีหลักฐาน แต่คือความจริงเขาจึงจับมือเธอไว้แน่น“เรายังไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นทั้งหมด”“แต่ผลตรวจ...”“ผลตรวจเป็นเพียงหนึ่งส่วนของความจริง”เขามองเธอด้วยสายตาหนักแน่น“ก่อนจะเชื่ออะไร เราจะตรวจสอบให้แน่ชัด”อลินเม้มริมฝีปาก น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงบนแก้ม“ถ้าความจริงคือ...พ่อแม่เลี้ยงหนูมาเพราะหนูไม่ใช่ลูกของพวกเขาจริง ๆ ล่ะคะ?”อัคนียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้“ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เธอก็ไม่ได้ผิด”อลินหลับตาลง“หนูแค่...อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร”อัคนีดึงเธอเข้ามากอด“ผมจะพาเธอไปหาคำตอบ”กรุงเทพมหานครหลายชั่ว
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายภายในบ้านสงบลง...อลินยังคงยืนกอดอัคนีแน่นอยู่กลางห้อง มือของเธอสั่นเล็กน้อย แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว แต่ความหวาดกลัวยังคงเกาะอยู่ในใจ อัคนีลูบแผ่นหลังเธอช้า ๆ“ไม่เป็นไรแล้ว”เสียงของเขานุ่มกว่าปกติ“ผมอยู่ตรงนี้”อลินสูดหายใจเข้าลึก ก่อนค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมแขนของเขา ดวงตาของเธอยังแดงจากการร้องไห้“คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ?”“ไม่”“แน่ใจนะคะ?”อัคนีพยักหน้า“แน่ใจ”อลินมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างละเอียด ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก“ถ้าคุณเป็นอะไรไป...”เธอเม้มริมฝีปาก น้ำเสียงสั่น“หนูคง...”เธอพูดต่อไม่ออก อัคนีมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่แก้มให้“ผมไม่เป็นอะไร”“เพราะมีคนคอยปกป้องผมต่างหาก”เขายิ้มบาง ๆ“คราวหน้า ถ้ากลัวก็ร้องเรียกผม”อลินพยักหน้า“ค่ะ”ภาคินที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองภาพนั้นแล้วแอบยิ้ม“ผมว่าเวลาคุณดินอยู่กับคุณอลินนี่เหมือนคนละคนเลยนะครับ”อัคนีหันไปมอง“อยากกลับไปวิ่งรอบไร่ไหม?”ภาคินรีบยกมือ“ไม่ครับ ผมเพิ่งวิ่งมาจนขาจะหลุด”อลินหลุดหัวเราะทั้งที่ยังมีน้ำตา บรรยากาศตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย แต่ไม่นาน... ภาคินก็พูดขึ้นด้วยส






![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
