Mag-log inเปี่ยมรักดึงใบหน้ากลับ แอบกรอกตาแล้วเค้นเสียงในลำคอเบาๆ
เขาและเธออยู่ในสถานะสามีภรรยา แต่ต้องมารอลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายรู้สึกหรือรักก่อนเนี่ยนะ! หากคนอื่นมองเข้ามาเขาจะลงความเห็นในเรื่องนี้ว่ายังไงกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นั่นมันก็ไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญอะไรมากมาย สุดท้ายการทำให้ผัวที่ถูกต้องตามกฎหมายรักเมียหลงเมีย มันก็เป็นสิ่งที่เมียอย่างเธอควรทำ รถยนต์ยี่ห้อดังสีดำวาบวับเลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าบริษัทขนาดใหญ่ ตึกหลายสิบชั้นย้ำชัดว่าเขาเป็นผู้บริหารในระดับที่โก้แค่ไหน โคตรรวย ความหล่อก็ไม่แพ้ใคร ท่องไว้เถอะรัก ใครๆ เขาก็ว่าเธอโชคดี "ฉันขอเวลาเคลียร์งานสักสองชั่วโมง เสร็จจากนั้นเธออยากไปไหนก็คิดไว้ละกัน" "รักอยากกลับบ้านค่ะ" ใบหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังดับเครื่องยนต์หันกลับมามอง ส่งผลให้คนตัวเล็กที่กำลังรั้งสายกระเป๋าสะพายขึ้นมาคล้องบ่ารีบอธิบายออกมา "พอดีว่ารักลืมของน่ะค่ะ อยากกลับไปเอา อยากซื้อของไปฝากพ่อกับแม่ด้วย" "ไม่อยากไปเที่ยวเหมือนคนอื่นบ้าง?" "ก่อนหน้านี้ก็เที่ยวมาจนทั่วแล้วค่ะ" "อ้อ ลืมไป เมื่อก่อนเธอมีเวลาว่างมากนี่" คิ้วสวยขมวดเป็นปม เป็นจังหวะที่คนตัวโตก้าวขาลงจากรถไป "นี่กำลังว่าเราอยู่ปะวะ" คนตัวเล็กมุ่ยหน้าอย่างงุนงง จากนั้นก็รีบตามลงจากรถอย่างรวดเร็ว "เมื่อก่อนรักก็ทำงานนะคะ" "งานที่ทำแค่ไม่กี่เดือนและยังไม่มีประสบการณ์มากพอไม่ควรเอามาอวดนะ" มือหนาจัดการล็อกรถยนต์ด้วยรีโมท เป็นจังหวะที่คนตัวเล็กก้าวขาไปหยุดตรงหน้า "เฮียรู้เหรอคะว่ารักเคยทำงานอะไร และทำมากี่เดือน" คนถูกถามทำทีเป็นเมินออกไปอีกทาง สองมือล้วงกระเป๋า ท่าทีเมินเฉยของเขามันทำให้เธอไม่ค่อยพอใจ "แม่รักเล่าให้ฟังสินะคะ ถ้าอย่างนั้นรักจะบอกให้นะคะ ประสบการณ์ในการทำงานรักพอมีค่ะ และเหตุผลที่ต้องลาออกมันก็เป็นเพราะว่าคุณแม่ขอให้รักมาแต่งงาน" "ไม่อยากลาออกจากที่นั่นเลยว่างั้น?" "ใช่ค่ะ รักไม่ได้อยากลาออกเลยสักนิด เพราะที่นั่น..." "เสียใจด้วยก็แล้วกันนะที่เป็นต้นเหตุให้เธอต้องลาออกจากงานที่เธอชอบ เสียใจด้วยกับความผิดหวังในใจของเธอ" เปี่ยมรักนิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งเห็นรอยยิ้มเล็กๆ บนมุมปากของอีกฝ่ายเธอก็ยิ่งไม่เข้าใจ "หมายความว่าไงคะ" "ก็หมายความว่าฉันเสียใจด้วย ที่เป็นต้นเหตุ ทำให้เธอต้องลาออกจากที่นั่น และการลาออกจากที่นั่น มันก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอเสียใจไม่ใช่เหรอ" "ก็ใช่ค่ะ รักเสียใจ" รอยยิ้มเย้ยหยันผุดบนมุมปากหนา ถึงอย่างนั้นดวงตาคมกริบก็แอบหลุดความไม่พอใจออกมา "ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าที่นั่นมันมีอะไรดี" "มันก็มีดีทุกอย่างนั่นแหละค่ะ มีเงินเดือน มีหนังสือดีๆ ให้อ่านเพียบ เวลาที่ทำงาน มองไปทิศทางไหนก็ได้เจอแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ มันก็ดีไม่ใช่เหรอคะ" "ช่างเถอะ ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลที่ว่าเงินเดือนดี มีหนังสือฟรีให้อ่านหรือว่ามีเจ้านายใจดีมาก นั่นมันก็เป็นเพียงแค่อดีตเท่านั้น ปัจจุบันเธอแต่งงานและเป็นภรรยาของฉัน เวลาอยู่ด้วยกันก็ควรทำหน้าให้มันดีๆ อย่ามานั่งเหม่อเพราะคิดถึงอดีตก็แล้วกัน" เปี่ยมรักนิ่วหน้า ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเธอทำแบบที่เขาพูดตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่กล้าพูดว่าเสียใจที่ได้ออกจากงานเดิม เพราะงานที่เธอทำก่อนหน้านี้มันเป็นงานที่เธอรัก เปี่ยมรักเคยเป็นบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของห้องสมุดแห่งนั้นเป็นนักเขียนในดวงใจที่เธอติดตามผลงานของเขามาโดยตลอด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบหน้าเขาด้วยซ้ำ และเหมือนว่าครั้งหนึ่งเธอจะโชคดีมาก สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งที่เธอชื่นชอบและสนับสนุนหนังสืออยู่บ่อยๆ มีการแจ้งและประชาสัมพันธ์สำหรับงานหนังสือ ข่าวดีคือเธอมีโอกาสได้ขอลายเซ็นนักเขียนในดวงใจ เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมาย เจ้าของนามปากกาสุดเก๋ที่รู้ตั้งแต่ต้นว่าคำนำหน้าคือนาย เขาเป็นผู้ชายแท้ ตัวเป็นชาย ใจเป็นชาย และเขียนนิยายรักโรแมนติกได้โคตรดี ที่สำคัญวันแรกและครั้งแรกที่พบหน้า เขาหล่อราวกับพระเอกนิยายที่เขาบรรยายในคาแรคเตอร์ของพระเอกของนิยายตัวเอง ได้มารู้หลังจากนั้นว่านักเขียนที่เธอติดตามเปิดห้องสมุดเพื่อให้เช่า หนอนหนังสืออย่างเธอที่รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ สุดท้ายกลับถูกชักชวนให้เข้าไปเป็นบรรณารักษ์ ความชอบส่วนตัวทำให้เธอตกปากรับคำ และได้มารู้ในภายหลังว่ารายได้จากงานที่ทำสามารถเลี้ยงเธอได้มากกว่าที่คิดเลย "เดินเร็วๆ อย่าชักช้า" ใบหน้าหล่อเหลาที่ตวัดกลับมาหาส่งผลให้คนตัวเล็กสาวเท้าเร็วๆ สังเกตเห็นว่าตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่น บุคลิกของเขากลายเป็นคนที่สุขุม ถึงอย่างนั้นก็ออกหยิ่ง แม้แต่ตอนที่มีคนยกมือไหว้เขายังตีหน้านิ่งกลับไป "สวัสดีค่ะบอส วันนี้รับ..." เสียงสดใสเมื่อสักครู่ขาดหาย ในตอนที่เลขาสาวอย่าง ทอฝัน ประสานสายตากับดวงตากลมโตของคนที่ก้าวเข้ามาตามหลังผู้ที่เป็นเจ้านายของเธอ ใบหน้างดงาม เรือนร่างขาวผ่องสมส่วน ออร่าของเจ้าสาวหมาดๆ ยังมีให้เห็น และการที่เธอถูกเรียกตัวไปใช้ในตอนงานแต่งงาน ทอฝันจำต้องรีบยกมือไหว้หญิงสาวผู้ที่เป็นภรรยาของเจ้านาย "คุณรัก สวัสดีค่ะ ทอฝันนะคะ เรียกฝันเฉยๆ ก็ได้ค่ะ ฝันเป็นเลขาของคุณภูมิ" "อ๋อ รักจำได้ค่ะ ตอนงานแต่งเห็นช่วยงานหลายอย่างเลย" เจ้าสาวหมาดๆ ยิ้มกลับไปอย่างเป็นมิตร ขณะที่อีกฝ่ายเพียงแต่ยิ้มแห้งๆ กลับมา "อยากได้อะไรก็บอกทอฝัน เข้าไปรอในห้อง ขอทำธุระแป๊บเดี๋ยวตามเข้าไป" "อ๋อได้ค่ะ" เปี่ยมรักตอบรับสามีด้วยรอยยิ้ม "ดูแลด้วย" เขาหันไปสั่งเลขาก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง กลิ่นน้ำหอมที่ฟุ้งกระจายจากสูทหรูราคาแพงผสานกับกลิ่นโคโลญจน์บนเรือนร่างสมส่วนส่งผลให้หัวใจของผู้ที่จงรักภักดีกระตุกวูบ สายตาคมที่เหลือบมองผู้หญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าภรรยาตอนจะก้าวขาออกไป เลขาสาวมีความรู้สึกว่าเจ้านายของเธอไม่ได้เสียใจกับการแต่งงานที่เกิดขึ้นกระทันหันเพราะผู้ใหญ่ต้องการเลย หลังจากที่ภูมิรพีเคลียร์งานที่บริษัทโดยใช้เวลาราวๆ สองชั่วโมงแบบที่บอกก่อนหน้า เขาก็ยอมพาเธอไปที่บ้านของเธอแบบที่เธอร้องขอ อาหารดีๆ หลายอย่างที่เปี่ยมรักซื้อติดไม้ติดมือกลับ และราคาของอาหารมันก็ทำให้เธอนิ่งเฉยไม่ได้จริงๆ "ขอบคุณมากนะคะที่ออกค่าอาหารให้" "ดูเธอดีใจมากนะที่ได้กลับบ้าน" "ค่ะ รักอยากกลับไปเอาของด้วยค่ะ" "ของชิ้นนั้นคงสำคัญมากสินะ" เจ้าของคำพูดเพียงแต่ปรายตามอง และรอยยิ้มบนมุมปากบางมันทำให้เขาสนใจ "หนังสือน่ะค่ะ รักจะกลับไปเอาหนังสือ พอดีอ่านมาได้ครึ่งเรื่องแล้ว อยากอ่านต่อให้จบ" "ชอบอ่านหนังสือมาก?" "อ่านทุกวันค่ะ อ้อ ลืมเล่าให้ฟัง เจ้าของห้องสมุดที่รักเคยเป็นบรรณารักษ์ เขาคือผู้เขียนหนังสือที่รักชอบอ่านด้วยนะคะ" เปี่ยมรักยิ้มกว้าง ในความคิดเธอ พอเจอหนังสือเล่มโปรด ซ้ำยังมาพบว่าผู้เขียนหล่อมาก มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นชะมัดเลย "พูดถึงผู้ชายแล้วอมยิ้ม ไม่คิดว่าตัวเองกำลังปลื้มสามีชาวบ้าน?" "ไม่เป็นแบบนั้นเลยค่ะ นักเขียนคนนั้นที่เป็นเจ้านายเก่าของรักเขายังโสด โสดสนิทมาก ใจดีมากด้วยนะคะ" ภูมิรพีปรายตามองพลางดันลิ้นเข้าหากระพุ้งแก้ม ไม่นานก็ส่งเสียงผ่านลำคอซ้ำยังแอบหลุดสีหน้าที่ไม่พอใจออกมาโดยไม่รู้ตัว -------"พ่อแม่เธอก็เหมือนพ่อแม่เฮีย เฮียไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้นเลยสักนิด เฮียแค่ถือไวน์ติดไม่ติดมือมา พ่อกับแม่เฮียบอกว่าการดื่มสักนิดสักหน่อยอาจจะทำให้คุยกันราบรื่นขึ้น ที่จริงมันเป็นเพียงแค่ตัวช่วยที่ทำให้เฮียมีความกล้ามากขึ้นในตอนที่ต้องมานอนค้างที่บ้านของเธอ ทั้งที่จริงเฮียไม่เคยไปนอนบ้านใครนอกจากบ้านของตัวเอง" เปี่ยมรักฝังจมูกเข้ากับอกแกร่ง สูดดมกลิ่นหอมบนลำตัวหนาพร้อมกับยิ้มกว้างออกมา"ขอบคุณนะคะที่ยอมทุกอย่างเพื่อรัก รักไม่คิดเลยว่าเราจะได้พบกัน" หนุ่มหล่อยิ้มมุมปาก มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเมียสาวอย่างรวดเร็ว"พูดได้เลย อะไรที่เธออยากคุยกับเฮีย" ภูมิรพีดันร่างบางเปลือยเปล่าลงกับเตียงตามด้วยการพลิกตัวขึ้นคร่อม ปากร้อนเลื่อนเข้าไปคลอเคลียอกนุ่ม ตวัดปลายลิ้นหยอกล้อกระทั่งคนตัวเล็กหลุดเสียงคราง"อ๊าส์! ระ รัก อื้ออ! จริงๆ แล้วเหตุผลที่รักยอมแต่งงาน มันเป็นเพราะครอบครัวรักเป็นหนี้ครอบครัวของเฮียค่ะ อ๊ะ! อื้ออ!""แบบนี้ชอบไหม""อื้ออ!" เปี่ยมรักเชิดหน้า อกอวบเบียดเข้าหาปากหนา ทั้งที่จริงกำลังกังวลในสิ่งที่กำลังสารภาพ คนตัวโตกลับปรนเปรอความเสียวซ่านให้แทรกเข้ามาแทน"ชะ ช่วยฟังรักก่อ
อีกด้าน"...มันไม่มากเกินไปเหรอลูก จริงๆ แล้วแม่ไม่อยากให้ลูกลำบาก สำหรับที่ผ่านมามันก็มากพอแล้วนะแม่ว่า" ดารินกำลังเกรงใจเรื่องที่ลูกเขยตั้งใจจะปรับปรุงและต่อเติมบ้านให้ใหม่"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมยังอยากขอบคุณพ่อกับแม่ที่ให้โอกาสผม ที่ผมทำมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ""หากยัยรักรู้ว่าภูมิมองน้องมานานขนาดไหน รายนั้นอาจคาดไม่ถึงเมื่อชีวิตของตัวเองมันดุจดังพระเอกและนางเอกในหนังสือนิยายที่ยัยรักชอบอ่าน" ภูมิรพียิ้มกว้าง แค่คิดว่าภรรยาของเขาจะมีความสุขกับสิ่งที่เขาทำ เท่านี้มันก็เพียงพอ"พ่อเห็นด้วยนะ ยัยรักชอบอ่านหนังสือ หากรู้ว่าพระเอกในชีวิตจริงทำตัวยิ่งกว่าพระเอกในหนังสือ คงกอดคอน้องและคุยเรื่องที่น่าปีติกันทั้งวันทั้งคืน" นรินทร์หัวเราะร่าที่จริงแล้วเขาและภรรยาไม่ได้คิดที่จะใช้บุตรสาวปลดหนี้ หากไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ชอบบุตรสาวของเขามานาน นรินทร์พร้อมทั้งภรรยาคงไม่ยอมให้งานแต่งงานเกิดขึ้นอย่างแน่นอน"ผมไม่ยอมให้ใครมาเป็นพระเอกในชีวิตลูกสาวของพ่อกับแม่แทนผมอยู่แล้วครับ""ฮ่า!" ดารินและนรินทร์หัวเราะถูกใจ คนที่เคยผ่านการอาบน้ำร้อนมาก่อน รู้ดีว่าหากมีชายหนุ่มคนใดกล้าสารภาพความในใจให้กับพ่อแม่ของห
"รักว่าเราลงไปข้างล่างดีกว่านะคะ อยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวพ่อกับแม่สงสัยเอา" แก้มนวลร้อนผ่าว การกระทำของคนตัวเล็กทำหนุ่มหล่อระบายรอยยิ้มให้หลุดออกมาในรูปแบบเดียวกัน ภูมิรพีกวาดสายตามองทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร หลายสิ่งหลายอย่างเป็นเมนูที่เขาชอบทาน อีกหลายอย่างก็เป็นเมนูที่เขาไม่เคยทานเลยเช่นเดียวกัน "มาลูกมา อาหารพร้อมแล้ว" "พ่อเพิ่มพัดลมให้อีกตัวนะลูก รับรองว่าไม่ร้อน" นรินทร์ยกพัดลมหน้ากว้างเข้ามาแล้วรีบทำการเสียบปลั๊ก เห็นชัดว่าทุกคนในบ้านเอาอกเอาใจเขาเป็นอย่างดี "สปริงเกอร์ล่ะพ่อ ถ้าเปิดสปริงเกอร์บนหลังคามันจะทำให้บ้านเราเย็นขึ้นนะ" "แล้วจะยืนบอกพ่อทำไมล่ะยัยรส ไปสิ รีบไปเปิดเร็วๆ เลย พี่ๆ เขาร้อนเอ็งนี่มัน" "ไปแล้วๆ โอ๊ยบ่นจัง" ปัณรสรีบหมุนตัวออกไปนอกบ้าน ทุกการกระทำเรียกรอยยิ้มจากหนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่เคยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดยิ้มกว้างออกมา "พอกลับมาบ้านแล้วรักไม่อยากกลับไปที่อื่นอีกเลยค่ะ คิดถึงเหตุการณ์เก่าๆ จัง" "เรานี่ยังไง ไม่คิดว่าคนข้างๆ จะน้อยใจเลยเหรอ" ดารินมองลูกเขยอย่างเกรงใจ พลอยทำให้คนกลางอย่างเปี่ยมรักมองตาม "รักแค่คิดถึงวันเก่าๆ" "ผมเข้าใจครับ เอาเป
"เฮียเคยพูดว่าไม่หวงเธอ และเธอบังเอิญมาได้ยินคำพูดนั้นพอดี การพูดไม่เข้าหูเมีย มันอาจจะทำให้คะแนนของเฮียลดลงในความรู้สึกเธอไง" เปี่ยมรักคิดตาม และเหมือนว่า หญิงสาวจะจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี"แล้วที่บอกว่าพูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับหัวใจ?""เฮียหวงเธอจะตาย แต่ทำเป็นปากแข็งไปอย่างนั้นเอง!" ใจคนฟังเต้นแรงแทบคลั่ง เปี่ยมรักกัดปากตัวเองเบาๆ วันนั้นเธอเองก็แอบน้อยใจและคิดมากอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าความเป็นจริงแล้วทุกอย่างมันจะพลิกผัน เธอดันน้อยใจทั้งที่ในใจเขารู้สึกหวงเธออยากรู้เหลือเกินว่าความรู้สึกที่เขาเป็น แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเคยบอกว่ารู้สึกนานแล้ว แล้วความรู้สึกของเขามันนานแค่ไหน เธอจะเอาคำตอบในจุดที่ยังค้างคาออกมาจากปากของเขาให้ได้ เธอเองก็จะหาจังหวะสารภาพสิ่งที่อยู่ในใจออกไปเช่นกัน"ตอนนั้นคะแนนลดเพราะปากแข็งกับเมีย หากเฮียปลูกบ้านให้พ่อแม่ของเธอใหม่ มันอาจจะทำให้ท่านรู้สึกไม่พอใจก็ได้นะ""ทำไมล่ะคะ""ผู้ใหญ่มักรู้สึกรักและผูกพันกับบ้านที่พวกท่านอยู่มานานแสนนาน ในเมื่อเรารู้อยู่เต็มอกว่าท่านรักบ้านหลังนี้ สิ่งที่ทำแล้วมันจะออกมาดีที่สุดนั่นก็คือการรีโนเวทให้บางส
บ้านดานุกุล ดารินพร้อมทั้งสามีซึ่งเป็นประมุขของบ้านอย่างนรินทร์เปิดบ้านต้อนรับบุตรสาวที่วันนี้เข้าบ้านมาพร้อมกับหนุ่มหล่อข้างกายซึ่งมีสถานะเป็นลูกเขยของแม่กับพ่อ ภูมิรพียกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง ไม่ลืมที่จะส่งต่อของฝากให้กับพวกท่านซึ่งของเหล่านั้นไม่ได้มีเฉพาะของชายหนุ่มและภรรยาที่ตั้งใจซื้อมา แต่พ่อกับแม่ของเขาเองพอทราบข่าวว่าเขาจะไปเยี่ยมบ้านของภรรยา ผู้เป็นแม่ก็จัดสรรของฝากจนเต็มไม้เต็มมือ "ไหว้พระนะลูกนะ ยัยรสบอกแม่ว่ารักกับคุณภูมิจะมา วันนี้พ่อกับแม่เตรียมอาหารไว้เยอะแยะเลยนะลูก" "นั่นไง รักว่าแล้วว่าแม่ต้องเตรียมอาหารไว้รอ เฮียก็ซื้อของมาซะเยอะเลย" เปี่ยมรักหันกลับไปมองคนที่เข้าบ้านมาพร้อมกัน พบเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่ชายหนุ่มส่งกลับมา "วันนี้เราทานข้าวกันที่บ้านนะคะ แม่รักทำอาหารอร่อยค่ะ อร่อยกว่ารักทำด้วย" "ได้สิ ไม่มีปัญหา กระเป๋าให้เฮียเอาไปเก็บที่ไหน" สรรพนามที่ภูมิรพีใช้ระหว่างคุยกับภรรยา ดารินและนรินทร์มองหน้ากันทันที "เห็นลูกๆ สนิทกันแบบนี้พ่อกับแม่ดีใจมากเลยนะ" นรินทร์สังเกตเห็นว่า สีหน้าของบุตรสาวดูสดใสมากเป็นพิเศษ คนเป็นพ่อที่พูดน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เน้นการสัง
"เฮียพูดคำว่ารัก เพราะว่ารักกำลังอุ้มท้องลูกของเฮียอยู่รึเปล่าคะ" คงจะเป็นฮอร์โมนของคนที่กำลังตั้งครรภ์ส่งผลให้เปี่ยมรักร้องถาม ดวงตากลมสวยกลอกกลิ้งไปตามกรอบหน้าหล่อเหลาลงตัวทุกจุดของผู้เป็นสามี ปากอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ เปี่ยมรักไม่ชอบการเก็บทุกอย่างเอามาคิดมาก ถามแบบตรงไปตรงมามันคงเป็นอะไรที่ง่ายมากกว่าการเก็บทุกอย่างไว้เอง"สำหรับเฮีย ลูกคือตัวแทนของความรักนะ เพราะรักจึงอยากมี" "ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราต่างก็รู้ดีน่ะเหรอคะว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร" ใจคนตั้งประเด็นแทบหยุดเต้น เปี่ยมรักกำลังเก็บความรู้สึกของตัวเองไม่มิด เกิดอยากเคลียร์ในเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่และรู้สึกผิดมาโดยตลอดในเมื่อทุกอย่างมันกำลังดีและไปได้สวย บางเรื่องที่ยังค้างคาก็ควรคลี่คลายออกให้กระจ่าง ท้ายที่สุดเหล่าปัญหาจะได้ไม่ต้องตามมาทีหลัง"ถ้าเฮียเคลียร์ในเรื่องนี้ได้ ตัวเธอล่ะจะเคลียร์เรื่องนี้ได้รึเปล่า" ใจคนฟังกระตุกวูบ เปี่ยมรักโน้มตัวเข้าไปแนบชิด ท่อนแขนเรียวเกี่ยวลำคอหนาเข้ามากอดอย่างออดอ้อน เลยเป็นตัวเธอที่พูดไม่ออกทั้งที่เป็นฝ่ายสร้างประเด็นเองแท้ๆ"หึ..." ภูมิรพีหลุดเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางยกมือขึ้นมาลูบ







