LOGINแผนการจัดปาร์ตี้เพื่อว่าที่คู่หมั้นของชิตชลกำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้า...และเขาก็ได้เตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้กับคนรัก คือขอหมั้นกับเธอในงานปาร์ตี้นั้น
หลังจากไปรับน้องสาวที่มหาวิทยาลัย ชิตชลก็ชวนเธอไปที่ร้านจิลเวอรี่ ใจของอโณณายิ่งเต้นแรงรัว เธอเม้มปากแน่น ขณะที่พยายามฝืนยิ้มส่งให้พี่ชาย
มันใกล้แล้วสินะ
เธอจะยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เป็นอันขาด!
แผนการของเธอเองก็มีแล้วเช่นกัน
ตาของเธอมองชิตชลอย่างแน่วแน่ แม้ใจแปลบยามเขาชวนพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงคนนั้น แต่เธอก็ฝืนยิ้ม แล้วตอบเขาไป พยายามทำตัวให้ปรกติมากที่สุด
“ไหนขอพี่ยืมมือหน่อยสิ อ้อน”
เขาว่า มองมือของน้องสาว อโณณาส่งมือให้กับเขา เขาลูบนิ้วของเธอเบาๆ อโณณาถึงกับหน้าแดงน้อยๆ กับสัมผัสนั้นของพี่ชายเลี้ยงของเธอ
เขาทำให้เธอร้อนวูบวาบ มีความสุขเพียงแค่แตะต้องนิ้วของเธอ
เธอจะหาใครที่ไหนทำให้เธอใจเต้น มีความสุขได้เท่านี้อีก
เมื่อความสุขของเธอจะถูกพราก เธอไม่ยอมแน่นอน
“จะซื้อแหวนให้อ้อนเหรอ”
เธอแกล้งว่า ตากวาดมองดูบรรดาแหวนแบบสวยๆ ประดับด้วยอัญมณีเลอค่าในตู้กระจก
“อืม...นิ้วของอ้อนพอๆ กับนิ้วของเอวา พี่เลยจะยืมวัดแหวนหมั้นดูน่ะ ถ้าไม่พอดีค่อยเอามาเปลี่ยนทีหลัง พี่จะทำเซอร์ไพรส์เขา”
“แฟนของพี่ชลไม่รู้เหรอคะ ว่าพี่จะหมั้นเค้า”
“อื้อเค้าไม่รู้” เขาสั่นหน้า แล้วหันมาปรึกษากับเธอ
“อ้อนว่าวงไหนสวย เอาแบบไหนดี แหวนหมั้นควรจะเป็นเพชรดีไหม? พี่มีงบไว้สำหรับแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานแยกกัน แต่เอวาเค้าเลยพูดไว้ว่าเค้าไม่ชอบเพชรเท่าไหร่ เขาบอกว่ามันดูแข็งกระด้าง”
“พี่ชล...รักเขามากหรือคะ”
คำถามนี้ทำให้เธอถึงต้องกลั้นใจฟัง
“ก็...พี่คิดว่าพี่กับเขาเข้ากันได้ดี ดีมาก ทุกเรื่อง มันก็ถึงเวลาที่พี่จะมีครอบครัวแล้ว”
เขายังคงมองแหวนในตู้ ไม่ได้เห็นว่าหน้าของอโณณากำลังซีดลงเรื่อยๆ เมื่อเขาพูดแบบนั้น
“พี่ชลเพิ่งคบกับเขาเองนะคะ ไม่นานเลย”
“คนเราบางทีถ้าใช่ เวลาก็ไม่จำเป็น พี่คิดว่ามันเหมาะสมกับเวลาแล้ว ขอดูวงนี้หน่อยได้ไหมครับ”
เขาชี้ไปที่แหวนมรกตน้ำงามล้อมเพชร พนักงานหยิบแหวนออกมาให้เขาดู ชิตชลมองดูราคาของมันอย่างชั่งใจ พนักงานบอกถึงแหล่งที่มาของมัน ว่าสมค่าสมราคาแค่ไหน เขาก็ขอยืมมือของอโณณาไปลองดูแหวน
“อ้อน ทำไมมือเย็นจัง”
เขาจับมือเธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเชียบนั้น อโณณาสั่นหน้าฝืนยิ้ม ใจของเธอค่อยๆ สลาย
“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ มืออ้อนเย็นแบบนี้อยู่แล้ว”
“ขอลองดูได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะคุณผู้ชาย น่าจะสวมกับนิ้วของคุณผู้หญิงได้พอดีเลยค่ะ”
ตาของพนักงานขายมองชายหญิงที่เป็นลูกค้า ผู้ชายก็หล่อเหลา คมคาย ผู้หญิงก็สะสวยน่ารัก ดูสมกันมากจริงๆ
“พอดีเลยค่ะ”
พนักงานขายว่า เมื่อลองสวมแหวนให้กับอโณณาดู
“เอาวงนี้แหละครับ”
เขาตกลงใจในที่สุด เขารู้ว่าเอวิตาชอบมรกต คงจะถูกใจเธอไม่น้อย เขาจับมือของอโณณาอีกหน แล้วบ่นเสียงเบา
“มือของอ้อนเย็นเกินไป เคยไปตรวจหรือเปล่า เผื่อจะเกี่ยวกับระบบเลือด”
“ไม่เคยค่ะ”
อยากจะบอกกับเขา ว่าการที่เธอมือเย็น หน้าซีดตอนนี้ มันเพราะหัวใจของเธอมันเต้นอ่อน จากความเครียดต่างหาก
อกนี้แปลบไปหมด เพียงแค่คิดถึงภาพเขาคุกเข่าต่อหน้าผู้หญิงคนนั้น
“พี่จับไว้แบบนี้มันก็อุ่นขึ้นบ้างนะ”
ชิตชลว่า กับเธอ น้องสาวที่เขาเคยร้ายใส่ในตอนแรก ตอนนี้เขาคือชิตชลที่อ่อนโยนและช่างปกป้อง นั่นก็เพราะนึกรักและสงสารเธอ รักที่เธอน่ารักและแสนดี อ่อนน้อม อ่อนหวาน ดูแลบิดาเขาเป็นอย่างดี สงสารเพราะเธอพึ่งจะเสียมารดาไป อโณณาให้ความรู้สึกที่จะต้องปกป้องดูแลเธอไปจนกว่าเธอพร้อมจะบินได้ไปสู่ชีวิตของตนเอง
สำหรับเขา เขาคิดว่าเธอคือครอบครัวที่จะดูแลไปตลอด เพราะก็เหลือกันอยู่แค่นี้
ตามองสบตากับน้องสาวต่างเลือด สายตาของอโณณาช่างเศร้าสร้อย มันทำให้เขาสงสารขึ้นมาวูบหนึ่ง หรือว่ายัยน้องยังคงเศร้าเรื่องแม่ของเธอกันนะ
“เลือกแหวนสักวงหนึ่งสิ พี่ซื้อให้เราด้วย”
“จริงๆ หรือคะ”
อโณณาทำตาโต ชิตชลพยักหน้าแล้วยิ้มกว้างให้เธอ
“จริงสิ อ้อนก็เป็นคนสำคัญของพี่เหมือนกัน พี่ก็อยากให้ของขวัญน้องสาวของพี่ด้วย”
น้องสาวของพี่...
แต่พี่ไม่ใช่พี่ชายของน้อง
เธอเม้มปากนิดๆ แล้วเอ่ยออกไปเสียงอ่อน
“ถ้าอ้อนบอกว่าชอบเพชร พี่ชลจะซื้อให้ไหมคะ?”
“เอาสิ เลือกที่อ้อนชอบได้เลย”
“มีงบไหมคะ”
เธอย่นจมูกน้อยๆ หน้าแดงก่ำ มือของเธอก็เริ่มอุ่นขึ้นในอุ้งมือเขา ถ้าเขาซื้อให้เธอ สำหรับเธอ เธอจะถือว่านี่คือแหวนแต่งงานของเธอ...
“อืม...แล้วแต่อ้อนจะกรุณาพี่เลย”
เขาว่าแล้วหัวเราะ อโณณาไปหยุดตรงหน้าตู้ที่โชว์เฉพาะแหวนเพชร ถูกใจกับเพชรเม็ดเดี่ยว 0.5 กระรัต ตัวเรือนทองคำขาว เธอเลือกเพราะราคาของมันและแบบของมัน แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว
เพชรคือความแข็งแกร่ง ประกายของมันเจิดจ้า เป็นอัญมณีสีขาวที่มีความแข็งมากที่สุด
เปรียบแล้วคือความรักของเธอที่เจิดจ้าและแข็งแกร่ง เธอจะไม่มีวันยอมเสียความรักนี้ไป
แม้จะต้องแลกกับอะไร เธอก็ยอม
ชิตชลรูดการ์ดจ่ายค่าแหวนหมั้นให้กับคนรัก และของขวัญให้กับน้องสาว อโณณาขอให้เขาสวมให้เธอ มันพอดิบพอดีกับนิ้วนางด้านซ้ายของเธอเพราะเธอจงใจ รอยยิ้มของน้องสาวที่ส่งมาให้ชิตชลเมื่อเขาสวมแหวนให้เธอเสร็จแล้ว ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวไปวูบหนึ่ง แต่ด้วยความตั้งมั่นในหัวใจของตนในตอนนี้ เขาก็เพียงมองว่ายัยน้องของเขาโตมากขึ้นทุกวัน สวยมีเสน่ห์เหลือเกิน
เขาพาเธอกลับบ้าน เย็นวันนั้นมีเพียงสองพี่น้องในโต๊ะรับประทานอาหาร เพราะบิดาของเขาไปงานเลี้ยง
อโณณารับอาสาเป็นแม่ครัว เธอทำอาหารอร่อย จนเขาต้องแปลกใจ เพราะปรกติแล้วที่บ้านมีแม่ครัวประจำทำกับข้าวให้ทุกมื้อ
“ไม่น่าเชื่อว่าอ้อนทำกับข้าวเป็นด้วย”
“อร่อยด้วยใช่ไหมคะ”
เธอว่าแล้วหัวเราะ เธออารมณ์ดีขึ้นตั้งแต่ที่ได้ของขวัญจากพี่ชาย และแน่วแน่กับการตัดสินใจของตนเอง
“ชมตัวเอง” เขาบีบจมูกเธอเบาๆ แน่นอนว่าที่นั่งรับประทานอาหารของเขาและเธอคือการนั่งคู่กัน เหมือนทุกวัน
“ไม่ชมตัวเองจะชมใครละคะ”
เธออมยิ้ม ตักไก่ทอดน้ำปลาส่งให้เขาอีกชิ้น
“พี่ชลชอบกินอะไรเป็นพิเศษไหม อ้อนจะลองทำให้ชิม แล้วพี่ชลจะต้องอุทานว่ามันอร่อย”
“อืม...พี่ชอบกิน...อะไรน้า”
“อะไรคะ? คิดสิคะ ว่าชอบอะไรเป็นพิเศษ”
“ถ้าเราเป็นน้องสาวที่รักของพี่ เราก็จะต้องรู้พี่ชอบกินอะไร ไปคิดเอาเองนะครับคนสวย” เขาโคลงศีรษะเธอเล่น
“แน้...ไม่บอกจริงๆ เหรอคะ”
“ไม่บอก เราต้องรู้ใจพี่สิ ถึงจะเป็นน้องสาวที่รักพี่จริงๆ”
“อ้อนรักพี่ชล”
จู่ๆ เธอก็พูดขึ้นมา ตามความรู้สึกที่อัดไว้ในใจ ชิตชลเองก็ถึงกับอึ้ง หัวใจเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินอโณณาพูดแบบนั้น
ตาของเขามองสบตาเธอ
นัยน์ตาของอโณณาตอนนี้บอกความในใจจนหมดจด
เขาเองมองค้าง นัยน์ตาของเธอตอนนี้สวยเหลือเกิน มันทำให้เขาใจเต้นรัวเร็วขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
เสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้นเสียก่อน เป็นโทรศัพท์ของชิตชล ทำให้ภวังค์ประหลาดที่เริ่มห้อมล้อมเขาและเธอ หายไป เมื่อเขาก้มไปรับสาย
“ครับเอวา”
เพียงแค่ได้ยินชื่อผู้หญิงคนนั้น อโณณาก็รวบช้อนอิ่มอาหารเอาดื้อๆ เธอค่อยๆ ลุกออกจากโต๊ะ เดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง ก่อนที่ชิตชลจะรู้ว่าน้องสาวออกไปจากโต๊ะอาหารแล้วก็เกือบห้านาทีต่อมาหลังจากวางสายจากเอวิตาแล้ว
อโณณากรีดนิ้วดูแหวนเพชรวงสวยที่ตอนนี้แสงไฟตกกระทบกับเหลี่ยมที่เจียระไนยไว้ มันแพรวพราวเป็นสีรุ้งสวยเหลือเกิน
เธอจะไม่ยอมเสียเขาไปเด็ดขาด
แม้จะต้องเป็นนางร้าย นางยั่ว เธอก็ต้องทำ
เมื่อพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร คุณชาญผู้ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย แถมยังคิดเอาเอง ว่าลูกสาวกับลูกชายยังงอนกัน ก็เอ่ยเปรยชวนคุย และถามกลายๆ เหมือนจะชวนสนทนาว่าทั้งคู่นั้น คุยกันหรือยัง“ผมมีน้องสาวดื้อครับพ่อ” ชิตชลแกล้งว่า มองน้องด้วยสายตาเป็นประกายวาว “ดื้อมากร้ายมาก”“ส่วนหนูมีพี่ชายร้ายกาจค่ะ” เธอว่าแล้วทำแก้มป่อง ชาญกุมขมับ แล้วถอนใจเฮือก พร้อมกับบ่น“เมื่อไหร่พวกแกจะคุยกันดีๆ”“เมื่อพี่ชลยอมแต่งงานกับอ้อนค่ะ” สาวน้อยเอ่ยทะลุกลางปล้อง เล่นเอาคุณชาญและชิตชลถึงกับตะลึงกันไปทั้งคู่ แล้วอโณณาก็ลุกจากเก้าอี้ของเธอ พร้อมกับไปทรุดคุกเข่าอยู่ข้างกับพี่ชาย แล้วเอ่ยเสียงหวาน“พี่ชลค่ะ แต่งงานกับอ้อนนะ อ้อนรักพี่ชลมาก คุณพ่ออนุญาตนะคะ อ้อนรักพี่ชลมาก แล้ว...”เธอหน้าแดงก่ำ ก่อนจะเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย“ยังไงพ่อก็ต้องอนุญาตนะคะ เพราะพี่ชลอะเป็นมากกว่าพี่ชาย เป็นผัวอ้อนไปแล้ว อาจจะเป็นพ่อของลูกอ้อนแล้วด้วย”“หะ!”คุณชาญถึงกับอุทานลั่น ขณะที่ชิตชลหน้าเจื่อน เขามองน้องด้วยสายตาดุๆ ยัยน้องเล่นเขาเสียแล้ว“ยังไงวะไอ้ชล”“ก็...แหะๆ”เธอกอดเขาไว้ แล้วยิ้มให้กับบิดาเลี้ยง ที่ยังคงมองพวกเธอด้วยสา
“อรุณสวัสดิ์” เสียงห้าวเอ่ยขึ้นเมื่อเธอลืมตา อโณณานิ่งไปเล็กน้อย แล้วก็หน้าแดงซ่านขึ้นกับคำทักทายนั้น“อะ อรุณสวัสดิ์ค่ะ”“วันนี้ไปมหาวิทยาลัยไหวไหม”เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะที่ดึงเธอมาหอมแรงๆ แล้วมือไม้ก็ทำท่าจะเลื่อนลูบไปทั่วตัวเธอ“ไหวค่ะ พี่ชล อย่าสิคะ”“ไม่หย่า ยังไงพี่ก็ไม่หย่า”เขาพูดไปอีกทาง แล้วก็ซบหน้ากับหน้าอกหอมๆ ของน้องสาวคนสวย ดูดเคล้นบีบคลึงมันอย่างเมามันอโณณาถูกจัดหนักรับอรุณไปอีกหนึ่งรอบเธอได้แต่ค้อนเขา ขณะที่ลงมารับประทานอาหารเช้าด้วยกัน เขาก็มานั่งข้างๆ กินของตัวเองแบบให้เธอป้อน เธออายสายตาคนรับใช้จะแย่แล้วตอนนี้จวบจนเขาขับรถมาส่งเธอที่มหาวิทยาลัย เธอก็ระทวยไปหมดทั้งตัว เพราะมือไม้ของเขาไม่ได้อยู่นิ่งเลย เดี๋ยวจับ เดี๋ยวลูบ เดี๋ยวล้วง จนเธอฉ่ำไปหมด ร่างกายเรียกร้องหาเขา...ทั้งที่ไม่เหมาะไม่ควรได้แต่ค้อนเขาเมื่อลงมาจากรถเพื่อสาวของเธอทั้งคู่ มีคนหนึ่งเฮ มีคนหนึ่งโฮ เมื่อเห็นหน้าของอโณณา“เย้! บอกแล้วว่ามาไหว ยัยเหมียว จ่ายมาสามพัน”“โอ๊ย ยัยอ้อน ทำไมแกไม่นอนกกพี่ชลอยู่บ้านฮะ เสียเงินเลยสามพัน”โสภิตาบ่น แต่ก็หยิบเอาโทรศัพท์มาโอนเงินแต่โดยดี เสียงข้อความว
“พี่ชล”“อะไร?”“อ้อนบอกว่าจะนอนกับยัยเหมียวยัยเขมยังไงละค่ะ”เธอเล่นบทนางเหวี่ยงเมื่อโดนเขาจับยัดขึ้นรถมาได้ ชิตชลเพียงแค่ปรายตามองแล้วยักไหล่“พี่ไม่อนุญาต”“แน้ พี่ชล พี่ชลไม่มีสิทธิ์จะมาไม่อนุญาตอ้อนนะ” เธอทำหน้าเชิดใส่เขา “มีสิก็พี่เป็นผัว”“พี่ชล!”อโณณาอุทาน หน้าหวานแดงจัด นิ่งไปเลยเมื่อเขาเล่นพูดแบบนั้น ชิตชลหัวเราะหึๆ แล้วเอื้อมมือมาดึงแก้มเธออย่างหยอกๆ “อย่าดื้อกับพี่มาก พี่เหนื่อยกับเรามากรู้ไหม?”“เอ่อ...อ้อนเปล่าเสียหน่อย”“สาบานสิว่าเราไม่ใช่ตัวร้าย”เขาทำเสียงดุๆ ใส่เธอ อโณณาเพียงแค่ปรายตามองเขาแล้วเม้มปากแน่น ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงอ่อย“อ้อนร้ายไม่เท่าพี่ชลหรอกค่ะ”“พี่น่ะหรือร้าย พี่ร้ายเพราะอ้อนนั่นแหละ”เขาว่ากล่าวหาเธอ อโณณาได้แต่ทำหน้างอใส่เขา ใจเธอเต้นแรงขึ้นทุกทีเมื่อใกล้จะถึงบ้านตาของเธอเหลือบมองตาเขาชิตชลเลื่อนมือของตนเองมาจับมือเธอแล้วบีบแรงๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม“พี่ร้าย เพราะอ้อน...และอ้อนทำให้พี่ร้าย อ้อนก็ต้องรับผิดชอบทุกสิ่ง ด้วยตัวของอ้อน”“พี่ชลหมายความว่าอะไรคะ?”รถถึงบ้านพอดี เขาไม่ตอบเธอ แต่ดึงเธอให้เดินตามเขาขึ้นไปบนห้องแทน โดยไม
ออกมาจากห้องน้ำหลังจากหลบเพื่อนทั้งสองไปทำใจแล้ว อโณณาก็ต้องตกใจกว่าเดิม เมื่อพบว่าชิตชลนั่งอยู่ในห้องด้วย เขาพยักหน้าให้เธอมานั่งข้างๆ เขา เธอจำต้องไปทรุดนั่งข้างเขาแต่โดยดี พอนั่งปุ๊บ มือของเขาก็โอบที่เอว ต่อหน้าเพื่อนทั้งสอง ที่จ้องกันแบบตาแทบจะถลน“งานเสร็จหรือยัง”“งะ งานอะไรคะ”เลิ่กลั่กสิแบบนี้ เขาถามแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ถึงจะโกหกเขาไปแต่ก็ลืมไปแล้วตอนนี้“ก็ไหนอ้อนบอกว่ามาทำรายงานห้องเพื่อน เสร็จหรือยัง ถ้าไม่เสร็จพี่จะได้ช่วยให้เสร็จ เราจะได้กลับบ้านกัน”“เสร็จแล้วค่ะ” โสภิตาตอบแทน แล้วขยิบตาให้กับเพื่อนของเธอ“เรียบร้อยหมดแล้วค่ะพี่ชล พายัยอ้อนกลับไปได้เลยค่ะ”“ดะ เดี๋ยว ไหนคืนนี้แกบอกว่าฉันจะต้องนอนด้วยยังไงล่ะ” “ไม่ต้องแล้ว ฉันมียัยเขมเป็นเพื่อน แกกลับไปได้เลย” โสภิตายกมือบ้ายบายให้เพื่อน ก่อนจะพนมมือไหว้ขอบคุณชิตชล“ขอบคุณพี่ชลมากๆ นะคะสำหรับอาหารน่าอร่อย ยัยอ้อน กลับไปได้แล้ว พี่ชลมาตามอะ”“เอ่อ”“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ”เขาดึงแขนให้เธอลุกขึ้น อโณณาโอดว่าเธอต้องเก็บของก่อน แต่เขมพรรณก็ว่องไวเหลือเกิน ด้วยการยื่นกระเป๋าและแฟ้มหนังสือส่งให้เพื่อน ชิตชลแย
“มาอ้างฉันทำไมอะ”โสภิตาว่า ตอนนี้สามสาวมาอยู่พร้อมหน้ากันที่คอนโดของเธอ เขมพรรณโดนลากมาด้วย ให้มานอนค้างด้วยกันคืนนี้ “ก็ฉันไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากกลับไปกับพี่ชล” หน้าของอโณณาแดงเถือก เมื่อนึกถึงเขา...ก็ตั้งแต่วันนั้น คนเป็นพี่ก็ทำเมินหน้าตึงใส่เธอ งานปาร์ตี้ของเขาถูกยกเลิก เขาไม่พูดถึงเอวิตาอีกเลย แถมยังทำหน้าดุใส่ แต่ก็ยังรับหน้าที่รับส่งเธอที่มหาวิทยาลัยเหมือนเคย คุณพ่อยังถามว่าทะเลาะกับพี่เหรอ เธอบอกว่าเปล่า...แต่เขาดันบอกว่าทะเลาะกับเธอ เธอดื้อและไม่น่ารัก บอกต่อหน้าพ่อเขานั่นแหละพ่อชาญเลยบอกให้เธอง้อ ขอโทษพี่เสีย บรรยากาศในบ้านมึนตึง ท่านไม่ชอบนัก ท่านย้ำก่อนจะไปดูงานที่ต่างประเทศ แล้วเมื่อเช้า ก่อนเธอจะลงรถ เขาก็กระชากเธอเข้ามาจูบ แถมยังจับหน้าอกเธอบีบมันแรงๆ จนเธอใจสั่นไปหมด เขากระซิบกับปากเธอที่เจ่อขึ้นทันทีเพราะแรงบดเคล้า เป็นเสียงกระเส่าเบาๆ ว่า‘คืนนี้พ่อไม่อยู่ พี่จะไปจัดการเรา’แอร๊...เธอจะให้เขามารับได้ยังไงอะ แบบนี้ จัดการที่ว่าคงจะไม่จับเธอตีก้น หรือทำทารุณหรอก คงจะจัดการแบบ...แค่คิดหน้าก็แดงมากขึ้นอีก หนนี้แดงไปถึงหูและโสภิตาก็เห็นว่าเพื่อนรักหน้าแด
เอวิตาที่พอวางสายจากชิตชลแล้ว เธอก็หันไปตอบรับนัดจากแฟนของเธออีกคนอย่างเจสัน...เธอมาฮ่องกงเพื่อรอเขานี่แหละเธอยังคงเลือกได้ รู้ว่าถ้าเกิดโผล่ไปงานปาร์ตี้ของชิตชลอาจจะถูกทำเซอร์ไพรส์ พักนี้เขามาถามอ้อมๆ แปลกๆ อยู่เกี่ยวกับขนาดนิ้วเธอบ้าง อัญมณีที่เธอชอบ เธอก็ตอบเขาไปแบบลองหยั่งเชิง ไม่ใช่หนแรกที่เธอถูกจะขอหมั้นขอแต่งงาน เอวิตามั่นใจในเสน่ห์ความฮอตของตัวเอง เธออายุตั้งเท่าไหร่แล้ว แต่เธอก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ เหมือนกั๊กเขาไว้ เพราะเธอยังอยู่ในระหว่างเลือกคบหากับชิตชลเธอก็ควบควงคนอื่นไปด้วย เขาหล่อ นิสัยดี ลีลาก็เด็ด แต่ความเผ็ดของเขาไม่อาจจะบรรเทาความร่านร้อนของเธอ เขาดีมาก ดีจนเธอเกร็งว่าจะอยู่กันรอดไหมล่ะ คนดีๆ ก็เอาไว้คบแต่ไม่ถึงขั้นอยากจะไปใช้ชีวิตด้วยคนแบบเดียวกับเธอก็เอาไว้แอบคบสนุกๆ ตื่นเต้นเร้าใจเธอไล้นิ้วกับหน้าจอโทรศัพท์ โลกโซเชียลเธอบอกกับเขาว่าเธอไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ค อินสตราแกรม แต่จริงๆ เธอมีแอคเคานท์อยู่ และในนี้เธอใช้อวตาร ไม่ได้ใช้ตัวจริง เธอไม่ชอบที่จะเปิดเผยตัวเอง มันสนุกที่เธอใช้โลกออนไลน์นี้สอดส่องคนอื่น แต่ไม่สนุกถ้าคนพวกนั้นจะมายุ่งย่ามกับเธอ“เฮ้...ฮันนี่”
"ผมคิดว่า ผมกำลังจะขอให้พ่อไปหมั้นผู้หญิงให้ผมครับ" คำประกาศนั้นเล่นเอาคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ชิตชล ถึงกับทำช้อนในมือตกลง เธอหันขวับมองเขาทันที ปากของเธอสั่นเล็กน้อย จนต้องเม้มมันเอาไว้ หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวเร็ว"ว้าว...จริงหรือไอ้เสือ"คุณชาญ ร้องอุทานอย่างตื่นเต้น ชิตชลพยักหน้า แล้วยิ้มอย่างปลา
อีกมะรืนจะถึงกำหนดงานที่ชิตชลคิดไว้แล้วแหวนเขาก็เตรียมไว้แล้วไหนจะคำพูดที่เขาเตรียมไว้อีกเขายิ้มเมื่อมองกล่องแหวนในมือ เอวิตา...เขาไม่เคยเจอใครเหมือนเธอ ยอมรับว่าเขาตกหลุมเสน่ห์ของเธอเข้าอย่างจัง คลั่งรักอย่างไม่เคยรักใครมาก่อนเธอเป็นตัวของตัวเอง เก่ง อ่อนหวาน ครบเครื่องทุกเรื่อง แม้กระทั่ง
“คุณพ่อมีเวลาให้เอวากี่นาทีคะ?”เธอเอียงคอถามเสียงอ้อน เมื่อดึงชายวัยกลางคนเข้ามาด้วยกันในห้องเก็บของเล็กๆ ในคฤหาสน์ที่ไว้ใช้เก็บพวกอุปกรณ์สวน “เอวา...พ่ออยากเอาหนูนานๆ” เขาถลกเสื้อของเธอขึ้น เผยให้เห็นสองเต้าขาวผ่อง เด้งออกมา เธอไม่ได้สวมบรา เขารู้แถมยังจงใจใส่เสื้อซาตินผ้าแนบเนื้อสายเดี่ยว ล่อ
“ยัยอ้อน...คิดดีๆ นะ” “ฉันคิดดีแล้ว”“เอ่อ...ฉันไม่อยากให้แกทำเลย” เขมพรรณเม้มปากแน่น เพื่อนของเธอมาปรึกษา...เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังตั้งใจจะทำ แน่ล่ะเธอไม่เห็นด้วยในทุกประการ แต่เมื่ออโณณาตั้งมั่นแล้ว ก็ยากจะเปลี่ยนใจเพื่อนได้ “ทำไปเหอะยัยอ้อน”อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมาค้าน โสภิตาเป็นฝ่ายสนับสน







