LOGINนัยน์ตาคู่สวยที่บอบช้ำรื้นด้วยหยาดน้ำตา เหม่อมองแสงไฟนอกกระจกรถอย่างว่างเปล่า
ในมือบางนั้น... กำกล่องยาคุมฉุกเฉินไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
มันคือสัญลักษณ์ของศักดิ์ศรีที่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
เธอรู้สึกอับอาย... อับอายที่ถูกเขาย่ำยีอย่างไร้ความเป็นมนุษย์ และอับอายยิ่งกว่า ที่ร่างกายทรยศกลับเผลอไผลไปกับสัมผัสป่าเถื่อนนั้นชั่วขณะ
เธอพยายามสั่งให้สมองลืม แต่จะลืมได้อย่างไร ในเมื่อพรุ่งนี้ เธอต้องไปจดทะเบียนสมรส และบินไปฝรั่งเศสกับ "สามี" ที่เพิ่งปลุกปล้ำเธอ
“คุณอองรี... หยุดรถตรงนี้ก่อนค่ะ”
รถยนต์คันแพงจอดเทียบสวนสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา องุ่นก้าวลงจากรถราวกับคนไร้วิญญาณ กวาดสายตามองไปรอบๆ
ที่นี่... สถานที่แห่งนี้ที่เธอกับครอบครัวเคยมานั่งเล่นด้วยกัน ครอบครัวธรรมดาที่แสนอบอุ่น
ก่อนที่อุบัติเหตุในวันนั้น จะพรากทุกอย่างไปตลอดกาล
"องุ่น! รีบไปโรงพยาบาลด่วน! ป้าของเธอมารอรับอยู่ข้างล่างแล้ว!"
เสียงร้อนรนของอาจารย์ประจำชั้นยังดังก้องในความทรงจำ ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ป้าอรพาเธอกับน้องสาวมาที่โรงพยาบาลด้วยสีหน้าโศกเศร้า เมื่อรู้ว่าพ่อแม่เกิดอุบัติเหตุ เธอรีบวิ่งไปที่หน้าห้องฉุกเฉิน
ร่างของแม่มีเลือดสีแดงเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว หมอพยายามอย่างเต็มที่ แต่แม่ก็ฝืนทนบาดแผลไว้เพียงเพื่อสั่งลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย
“องุ่น... แม่ฝาก... ดูแลน้องด้วยนะลูก”
แม่จับมือเธอไว้แน่น... สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย ก่อนที่ลมหายใจจะรวยริน... ส่วนพ่อ เสียชีวิตระหว่างทาง ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้บอกลา
“แม่! อย่าทิ้งองุ่นไป! ฮือ ๆ”
คำขอร้องของเธอไร้ผล มือของแม่ที่เธอกำลังจับอยู่ ไร้เรี่ยวแรง ร่วงหลุดจากมือของเธอไป
ตอนนั้นเธออายุเพียงสิบสามปี การสูญเสียพ่อแม่ก็เหมือนสูญเสียโลกทั้งใบ
“แม่…! ตื่นขึ้นมาสิ! ฮือๆ”
เธอเขย่าร่างแม่ พยายามปลุกให้ตื่น ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง จนทุกคนต้องช่วยกันดึงเธอออกมา ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ที่เธอกอดแตงโมไว้แน่น นั่งร้องไห้ไปด้วยกัน
"พี่องุ่น... ฮือ... อย่าทิ้งโมไปนะ"
"...ไม่มีวันที่พี่จะทิ้งเราไปไหน!"
นั่นคือคำสัญญา... คำสัญญาที่ผูกมัดเธอไว้กับชะตากรรมในวันนี้
องุ่นยืนมองแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกสูงส่องแสงระยิบระยับบนผิวน้ำ หยาดน้ำตาไหลรินออกมาอีกครั้ง
“แม่จ๋า... พ่อจ๋า... องุ่นทำถูกแล้วใช่ไหม ที่ยอมรับสิ่งที่เขาทำ เพื่อชดใช้หนี้สินแทนโม แม้ว่าลูกจะเกลียดเขาเหลือเกิน”
น้ำเสียงของเธอเจ็บปวด เมื่อนึกถึงการกระทำอันโหดร้ายของฟาเบียน
อองรียืนมองภาพนั้นอยู่ห่างๆ เสียงสะอื้นไห้ของเธอดังมาไม่ขาดสาย เขาอยากจะเข้าไปโอบกอดเธอไว้เพื่อปลอบใจ แต่เธอคือ "ผู้หญิงของเจ้านาย"
เขาทำได้เพียงแค่เดินเข้าไปเงียบๆ และยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดผืนหนึ่งให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ” องุ่นรับผ้าเช็ดหน้านั้นมา เธอยิ้มให้เขา มันเป็นรอยยิ้มที่บอบช้ำ แต่ก็จริงใจ
อย่างน้อยที่สุด... ในค่ำคืนที่เลวร้ายนี้ เธอก็ยังมี "เพื่อน" อยู่หนึ่งคน
แสงตะวันเริ่มสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามา องุ่นค่อยๆ ลืมตาขึ้นมารับความจริงอันโหดร้าย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันหนักหนาเกินกว่าจะรับไหว เธออยากให้ทุกอย่างมันเป็นแค่ความฝัน... ฝันร้ายที่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วมันจะจางหายไป
เมื่อคืน... อองรีพาเธอมาส่งที่เพนท์เฮ้าส์ตามคำสั่งของฟาเบียน โชคดีอย่างเหลือเชื่อที่ชายหนุ่มออกไปข้างนอก เธอจึงไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขาในสภาพที่แหลกสลาย เธอไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นอีก
มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาอีกครั้ง...
ต้องทำอย่างไรเธอถึงจะลืมมันได้
...
ฟาเบียนนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเช้า เพื่อรอองุ่น
เขาไม่อยากยอมรับว่า เมื่อคืนเขาจงใจออกไปข้างนอกเพื่อ "หลบหน้า" เธอ แต่พอตั้งสติได้ เขาก็เปลี่ยนใจ เขากลับมาเพราะอยาก "ปรับความเข้าใจ" กับเธอ
เมื่อเช้ามืด เขาลองเข้าไปในห้องนอน ภาพที่เห็นคือองุ่นนอนหลับสนิท ใบหน้าสวยนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
และก่อนที่เขาจะรู้ตัว เขาก็ก้มลงจูบหน้าผากของหญิงสาวอย่างอ่อนโยนที่สุด
ความรู้สึกที่เขามีต่อองุ่นกำลังรบกวนจิตใจเขาอย่างรุนแรง มันเป็นเพราะความรู้สึกผิด หรือเขา "แคร์" องุ่นกันแน่?
ผู้ชายอย่างเขาไม่เคยรู้สึกอะไรซับซ้อนแบบนี้มาก่อน มันยากเกินกว่าจะหาคำอธิบายได้
...
องุ่นเดินออกมาจากห้องนอน เธอชะงักเมื่อเห็นเขานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร
เขามองมาที่เธอ ด้วยสายตาที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้
เธอจำใจนั่งลงฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะเดียวกันกับเขา อย่างไม่มีทางเลือก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกลียด
“ผมสั่งอาหารเช้ามาให้แล้ว หวังว่าคุณจะชอบ” ฟาเบียนพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่องุ่นกลับเชิดหน้าสวย เมินเฉย เย็นชาราวกับเขาไม่มีตัวตน
ความเงียบนั้นบาดลึกกว่าคำด่าทอ ฟาเบียนเริ่มหงุดหงิด ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้า "อวดดี" กับเขาอย่างนี้มาก่อน
“ผมคุยกับคุณอยู่ หูหนวกหรือไง องุ่น!”
น้ำเสียงที่เริ่มหาเรื่อง ทำให้องุ่นตวัดสายตาขึ้นมาสบตากับนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น” เขาสั่ง แต่ในใจกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด ไม่คิดว่าผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันแค่วันเดียว จะมีอิทธิพลกับความรู้สึกเขามากถึงขนาดนี้
“คุณมันเลว! ฉันเกลียดคุณ!”
หยาดน้ำตาใสไหลรินออกมาทันทีที่พูดคำนั้น ความรู้สึกเกลียดชังผู้ชายตรงหน้ามันจุกแน่นอยู่ในอก
เธอต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหน ถึงบังคับตัวเองให้มานั่งอยู่ตรงหน้าเขาได้ แต่เขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น! สิ่งที่เขาทำกับเธอเมื่อคืน มันเลวร้ายจนเธอไม่อยากแม้แต่จะหายใจร่วมกับเขา!
“เชิญคุณโกรธเกลียดผมได้ตามสบาย!” เขากระแทกเสียงกลับ ความรู้สึกผิดถูกความโกรธเข้าแทนที่
"เพราะยังไงมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่า... เราเป็นอะไรกัน!" เขาตอกย้ำความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยว
"ทำหน้าที่ เมีย ของคุณให้ดี แล้วผมจะตอบแทนด้วยเงินก้อนโต!"
ฟาเบียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“รีบกินให้หมด เราสองคนต้องไปจดทะเบียนสมรสกัน”
เขาไม่สามารถทนเห็นสายตาจงเกลียดจงชังขององุ่นได้อีกต่อไป จึงเลือกที่จะเดินหนีออกมาเพื่อสงบอารมณ์
ดวงตาคู่สวยมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความเกลียดชัง เหตุผลเดียวที่เธอยังไม่หนีไป ก็เพราะไม่อยากให้น้องสาวต้องเดือดร้อน
'จะตอบแทนด้วยเงินก้อนโต' เขาจะดูถูกศักดิ์ศรีของเธอไปถึงไหน!
มือบางกำแน่นจนสั่น ตั้งแต่ผู้ชายคนนี้เดินเข้ามาในชีวิต เธอก็ต้องเสียน้ำตานับครั้งไม่ถ้วน
สัญญาบ้าบอจบลงเมื่อไหร่ เธอจะหลีกหนีเขาไปให้ไกลที่สุด!
ภายในรถยนต์คันแพง บรรยากาศหนักอึ้งและเย็นเยียบยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศ
องุ่นนั่งตัวแข็งทื่อ ชิดประตูให้ห่างจากเขามากที่สุด นัยน์ตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถ แต่เธอไม่ได้เห็นทิวทัศน์ที่เคลื่อนผ่าน… จิตใจของเธอล่องลอยไปไกล
ส่วนฟาเบียน เขานั่งอ่านเอกสารการประชุมในช่วงบ่ายอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง การจราจรอันเลื่องชื่อของกรุงเทพฯ กำลังทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด เขามีประชุมผู้ถือหุ้นที่สำคัญมากในบ่ายนี้ และเขาหวังว่าจะจัดการเรื่อง "ทะเบียนสมรส" บ้าๆ นี่ให้เสร็จก่อนการประชุม
ดวงตาคู่สวยขององุ่นละจากทิวทัศน์ภายนอก กลับมาจับจ้องที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เธอกำแน่นอยู่ในมือ... ว่างเปล่า... ไม่มีข้อความ ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ
เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างหนักใจ
ป่านนี้แล้ว... แตงโมก็ยังไม่ยอมติดต่อกลับมาเลย
น้องสาวของเธอหายไปไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร ความเป็นห่วงกัดกินหัวใจเธอจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง
ตอนจบ“ไม่จริง! แกโกหก!”ใบหน้าสวยส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง เธอไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน“มันเป็นความจริง!” ลิต้ายืนยันเสียงสั่นและแล้ว... ลิต้าก็ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดที่เธอเก็บงำไว้ในอกมาทั้งชีวิตให้ "ลูกสาว" ฟัง...ตั้งแต่เรื่องที่เธอถูกพ่อของคาร่าขืนใจจนกระทั่งตั้งท้อง...และวินาทีที่เธอถูกพรากลูกออกไปจากอก เพียงเพราะ คุณผู้หญิง ของบ้านไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ที่ครอบครัวต้องแตกแยก มันไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะความเจ้าชู้ไม่เลือกหน้าของพ่อของคาร่าต่างหาก ที่ทำให้ คุณผู้หญิง รับความจริงไม่ได้“ฉันไม่เชื่อ... ฉันไม่เชื่อ!!! ฮือๆ”คาร่ากรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ ความจริงที่โหดร้ายนี้มันทลายโลกทั้งใบของเธอลงเธอลุกขึ้น... แล้วรีบวิ่งเตลิดหนีออกจากคฤหาสน์ที่ว่างเปล่านั้นไป... เธอไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้วหลังจากคาร่าหนีหายออกจากคฤหาสน์ไป ลิต้าก็หมดหนทางที่จะตามหาเธอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด... อาการป่วยด้วยโรคมะเร็งในมดลูกที่เธอซ่อนไว้ก็กำเริบขึ้นในเวลาเดียวกันเมื่อสิ้นหนทาง ลิต้าจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ หน้าด้าน ที่สุด คือการบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากตระกูลแบร์นาร์ดฟาเบียนและอ
ตอนที่ 38บทเรียนราคาแพงของคาร่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้วต่อให้เธอจ้างทนายที่เก่งกาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถหักล้างหลักฐานที่มัดตัวเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา จนไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปการคดโกงที่สะสมมาตลอดหลายปี ส่งผลให้เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับรัฐบาลเป็นเงินจำนวนมหาศาล...มหาศาล... จนบริษัทเสื้อผ้าชื่อดังของประเทศ ต้องเข้าสู่วิกฤต "ล้มละลาย"การต่อสู้ที่ยืดเยื้อในชั้นศาลตลอดหลายสัปดาห์ กลายเป็นจุดจบอันน่าเศร้า จนทำให้เธอรู้สึกคลุ้มคลั่ง... แทบจะเป็นบ้า“ฉันจะฆ่าแก... นังองุ่น!!!”สุดท้ายแล้ว... คาร่าก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่า ทั้งหมดนี้คือความผิดของตัวเธอเองณ ร้านจัดดอกไม้ชื่อดังในปารีสหลังจากเรื่องราวพายุร้ายทุกอย่างจบลง องุ่นก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เธอกลับมาเรียนจัดดอกไม้กับอลิซอีกครั้ง“วันนี้คุณฟาเบียนมารับกลับบ้านเหมือนเดิมใช่ไหมจ๊ะ” อลิซเอ่ยแซวตอนนี้สาวๆ ทั้งปารีสต่าพากันอิจฉาองุ่นกันยกใหญ่ ที่เธอได้หัวใจหนุ่มฮอตอย่างฟาเบียนไปครอบครองแต่เพียงผู้เดียว“ค่ะ” องุ่นยิ้มเขินเล็กน้อยหลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ฟาเบียนก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวเหมือนแต่ก่อน ถ้าเขาไม
ตอนที่ 37ภายในภัตตาคารหรู... สองหุ้นส่วนทางธุรกิจกำลังนั่งดื่มไวน์ฉลองกันอย่างสบายใจคาร่าส่งยิ้มหวานให้กับอองเดร หุ้นส่วนคนสำคัญที่ช่วยทำให้ธุรกิจของเธอมีกำไรมหาศาล และช่วยให้แผนของเธอสำเร็จ“แผนของคุณที่แกล้งประกาศถอนตัวจากการเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ BTI นี่มันสุดยอดจริงๆ” อองเดรหัวเราะอย่างชอบใจ“มันเล่นเอาหลานชายตัวดีของผมกระเด็นตกจากตำแหน่ง แถมผมยังได้หน้า ในฐานะคนที่ 'ช่วย' เจรจาให้คุณยังยอมเป็นลูกค้าของบริษัทเราต่อไป”“ยังไงผลประโยชน์ก็ต้องมาก่อนอยู่แล้วนี่คะ” คาร่ายกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เธอแอบทำธุรกิจลับๆ กับอองเดรมาหลายปี และมันก็เกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีมูลค่ามหาศาลต่อปี“ผมหวังว่าเราจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกันอย่างนี้ ไปเรื่อยๆ” อองเดรยกแก้วขึ้นชนกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม“แน่นอนค่ะ” คาร่ายิ้มรับเพราะการได้เห็นฟาเบียนตกต่ำ... มันคือการแก้แค้นที่หอมหวานที่สุดของเธอคลิปฉาวล่าสุดถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของประชาชนทั่วไปเพียงแค่ข้ามคืน เมื่อลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า คาร่าก็พบว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด“กรี๊ด!!!!!!
ตอนที่ 36ภายในห้องนอนกว้าง องุ่นนั่งมองตัวเองที่หน้ากระจก ริมฝีปากบางพยายามฝืนยิ้มให้กับเงาสะท้อนที่ดูอิดโรยพอแล้ว...วันนี้เธอต้องเป็นคนใหม่ เธอจะไม่จมอยู่กับความเศร้าและทำให้ทุกคนต้องมาเป็นห่วงเธออีกต่อไปร่างบางสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเดินไปอุ้มโฟวิลลูกชายตัวน้อย แล้วก้าวลงมาจากบันไดชั้นสอง มุ่งหน้าไปยังโต๊ะอาหารเช้า เมื่อเธอเผชิญหน้ากับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่นั่งรออยู่ องุ่นก็ฉีกยิ้มกว้าง... ราวกับว่าเธอไม่มีความทุกข์ใดๆ หลงเหลืออยู่“กู๊ดมอนิ่งค่ะทุกคน” น้ำเสียงของเธอพยายามสดใสที่สุดทุกคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารต่างชะงักไปเล็กน้อย พวกเขาปรับสภาพอารมณ์ตามเธอแทบไม่ทันแต่ในวินาทีต่อมา ทุกคนก็พร้อมใจกันส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดกลับมาให้เธอรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของ "ครอบครัว" มันทรงพลังเหลือเกิน องุ่นอดที่จะน้ำตาซึมออกมาไม่ได้หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันทีเซดริกและลูกชายทั้งสามคนย้ายมานั่งคุยกันอยู่ในห้องทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียดลูเซียงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาโชว์คลิปวิดีโอที่เขาได้รับมาให้ทุกคนดู มันคือวีดีโอที่ใครบางคนแอบถ่ายเอาไว้ บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้นไว้ได้อ
ตอนที่ 35นักข่าวจำนวนมหาศาลกำลังรวมตัวกันอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากเกิดเรื่องขึ้น คาร่าก็ถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลทันทีแต่ภายในห้องพักผู้ป่วย VVIP ริมฝีปากเรียวอิ่มกลับกำลังยิ้มเยาะอย่างสะใจ... ป่านนี้ มารหัวใจของเธอคงกำลังโดนตำรวจสอบสวนจนเสียขวัญ“ถ้าแกยอมถอยไปดีๆ ตั้งแต่แรก... ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก”ทางด้านสถานีตำรวจ...ภายในห้องสอบสวนที่แคบและอึดอัด มันกดดันความรู้สึกขององุ่นจนแทบหายใจไม่ออก เธอยังคงนั่งหน้าเศร้า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดตอนนี้เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน... แต่เธอไม่ได้กลัวที่ตัวเองจะติดคุก...เธอกลัวว่าเรื่องของเธอจะทำให้ฟาเบียนเดือดร้อนถ้ารู้ว่าต้องเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ขึ้น เธอจะไม่มีวันยอมออกมาพบคาร่าเด็ดขาด เป็นเพราะความคิดโง่ๆ ที่ว่าตัวเองคงพอจะพูดคุยช่วยเหลือฟาเบียนได้ มันจึงทำให้เธอมีจุดจบเช่นนี้“สรุปว่าคุณยังยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายคู่กรณีใช่ไหมครับ” ตำรวจชายถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย“ค่ะ... เรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด... ฉันไม่ได้ทำร้ายคุณคาร่า”ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้การสอบสวนหยุดลงกลางคันประตูเปิดออก... ฟาเบียนก้าวเข้ามาใ
ตอนที่ 34ในช่วงบ่ายที่แสนสงบ องุ่นกำลังมีความสุขกับการจัดดอกไม้ที่เพิ่งตัดจากสวนใหม่ใส่แจกัน เธอยิ้มกว้างขณะมองไปที่ลูกชายตัวน้อยที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในรถเข็นเด็กข้างๆแต่แล้ว... เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบนั้นเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างสงสัย“สวัสดีค่ะ” องุ่นตัดสินใจรับสายเพียงชั่ววินาที... รอยยิ้มที่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าก็พลันเลือนหายไปในพริบตาสายที่โทรเข้ามาคือ "คาร่า""ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ พรุ่งนี้... และมาคนเดียว"เสียงปลายสายนั้นเย็นชาและเต็มไปด้วยอำนาจ คาร่าบอกสถานที่นัดหมายอย่างชัดเจนก่อนจะตัดสายไปองุ่นยังคงยืนนิ่งถือโทรศัพท์ค้างไว้ รอยยิ้มที่เคยมีบนใบหน้าพลันเลือนหายไป“พี่องุ่น ทำอะไรอยู่คะ”เสียงใสของแตงโมที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้องุ่นสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะหันกลับไป“อ๋อ... ไม่มีอะไรจ้ะ กำลังคิดอะไรเพลินๆ”องุ่นสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ “นี่โม... พรุ่งนี้ตอนบ่าย พี่ว่าจะออกไปทำธุระหน่อยน่ะ”“ธุระอะไรเหรอ ให้โมไปด้วยไหม”“ไม่เป็นไรหรอก” องุ่นส่ายหน้า แต่เธ







