Beranda / รักโบราณ / เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป / ตอนที่ 9 เตรียมความพร้อมให้สามี

Share

ตอนที่ 9 เตรียมความพร้อมให้สามี

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 20:39:58

คล้อยหลังสามี เฉาเยว่รีบเร่งฝีเท้าไปยังบ้านของท่านหมอเวิง นางชะเง้อมองอยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจ ไม่แน่ใจว่าหยวนฉินกลับมาถึงหรือยัง

ขณะกำลังยืนรอด้วยใจร้อนรน จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งแตะลงบนไหล่ขวาเบา ๆ

“เฉาเยว่”

นางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปตามเสียงเรียก แล้วก็เห็นว่าเป็นหยวนฉินที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าของเฉาเยว่อ่อนลงทันที ก่อนรอยยิ้มดีใจจะปรากฏขึ้น

“เจ้ากลับมาแล้วหรือ” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความโล่งใจและความห่วงใย

“ข้ากลับมาแล้ว พร้อมของที่เจ้าฝากให้ซื้อด้วย เจ้าจะเข้ามาในบ้านข้าหรือไม่ นี่คือท่านตาของข้า ท่านหมอหยวนเวิง”

เฉาเยว่หันไปมองชายสูงวัยที่ยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าของเขาคล้ายหยวนฉินถึงแปดส่วน จึงค้อมศีรษะให้เล็กน้อย

“ท่านหมอเวิง ข้าต้องรบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ”

“รบกวนอะไรกันเล่า หยวนฉินเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ว่าเจ้าทำเช่นนี้เพราะห่วงสามีของเจ้า เรื่องนี้เป็นสิ่งดี ข้าเห็นแล้วชื่นชม” ท่านหมอเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านหมอเวิง” นางยิ้มกว้างขึ้น ความตึงเครียดที่เกาะแน่นในอกคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

“เข้ามาเถิด ยืนอยู่ตรงนี้นาน เดี๋ยวมีใครผ่านมาเห็นเข้า” ท่านหมอพูดพลางเปิดประตูบ้านเชิญทั้งสองเข้าไป

ภายในบ้านหลังเล็กที่สร้างจากอิฐดินดูอบอุ่นเรียบง่าย รอบบ้านมีสมุนไพรนานาชนิดตากอยู่ กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่ว ทำให้รู้สึกสดชื่นแปลกประหลาด

“เฉาเยว่ เจ้าคิดจะทำสิ่งใดให้พี่หยวนเล่อกินหรือ” หยวนฉินถามด้วยแววตาอยากรู้

“ข้าคิดจะทำเนื้อหมูอบสมุนไพร จะได้เก็บไว้กินได้นาน เขาจะได้มีของดีติดตัวไว้เวลาเดินทาง”

“เนื้อหมูอบสมุนไพรหรือ ฟังดูดีนัก ข้าจะช่วยเจ้าทำด้วย” หยวนฉินตอบพลางยิ้ม นางเคยได้ยินสูตรนี้มาก่อน แต่ยังไม่เคยลองทำด้วยตนเอง

“งั้นข้าคงต้องรบกวนของในบ้านเจ้าบ้าง แต่ข้าไม่ได้ใช้เปล่า ๆ หรอกนะ” เฉาเยว่พูดพลางยกตะกร้าเนื้อหมูเข้าไปในครัว แล้วแบ่งครึ่งหนึ่งให้หยวนฉิน

“เจ้ารับไว้เถอะ ข้าให้ไม่มากนัก กลัวว่าเนื้อจะไม่พอ แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธ ข้าอาจเสียใจจริง ๆ นะ”

หยวนฉินหัวเราะเบา ๆ พลางรับมาอย่างจำใจ “เจ้าพูดเช่นนี้ ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไรเล่า”

“ว่าแต่ ที่บ้านเจ้ามีสมุนไพรขายหรือไม่ ข้ายังต้องหาสมุนไพรบางอย่างไว้สำหรับรมควันเนื้อ”

“มีอยู่บ้าง เจ้าไปเลือกดูได้เลย” หยวนฉินพาเฉาเยว่ไปยังลานที่ใช้ตากสมุนไพร กลิ่นหอมผสมกลิ่นฉุนคลุ้งไปทั่ว เฉาเยว่กวาดสายตาไปเห็นโป๊ยกั๊กที่แห้งดี จึงหยิบขึ้นมาพิจารณา

“ข้าเอาเจ้าสิ่งนี้ก็แล้วกัน เจ้าขายเท่าไหร่ ข้าขอซื้อ เจ้าอย่าได้เกรงใจเลยนะ”

หยวนฉินส่ายหน้า “ข้าไม่รับเงินของเจ้า สมุนไพรนี้ถือว่าเป็นส่วนที่ข้าช่วยทำของให้พี่หยวนเล่อด้วย อย่าได้คิดเล็กคิดน้อยไปเลย”

“ขอบใจเจ้ามาก หยวนฉิน” น้ำเสียงของเฉาเยว่สั่นนิด ๆ ด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ

“เอาเถิด พวกเราเริ่มทำกันเถอะ เจ้าอยู่ที่นี่ได้ไม่นานใช่หรือไม่” หยวนฉินพูดพลางมองดวงตาที่แดงก่ำของเฉาเยว่ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้บรรยากาศหม่นลง

“ได้เลย”

ทั้งสองช่วยกันลงมือเตรียมเนื้อหมู ล้างน้ำให้สะอาดก่อนหั่นเป็นชิ้นยาวไม่หนาเกินไป จากนั้นใช้เชือกมัดไว้แล้วนำไปแขวนเหนือเตา ก่อนค่อย ๆ รมควันด้วยสมุนไพรและไม้แห้ง กลิ่นหอมอวลไปทั่วห้องครัว

เฉาเยว่ขยับมืออย่างขยันขันแข็ง เหงื่อเม็ดเล็กผุดบนหน้าผาก แต่ในใจกลับอบอุ่นอย่างประหลาด เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมากแล้ว นางจึงกล่าวลาหยวนฉิน

“เรื่องที่เหลือฝากเจ้าด้วยนะ ตอนนี้แค่รมให้เนื้อสุกและแห้ง พรุ่งนี้อีกวันก็สามารถกินได้แล้ว”

นางกล่าวฝากด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะขอตัวกลับ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นสมุนไพรหอมอ่อนที่ลอยคลุ้งอบอุ่นอยู่ทั่วเรือน

“เจ้าไปเถอะ ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง” นางเอ่ยบอกสหายที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น เพื่อให้ฝ่ายนั้นคลายความกังวล

เฉาเยว่รีบก้าวออกจากบ้านท่านหมอทันที ลืมไปเสียสนิทว่าจะให้ท่านหมอตรวจร่างกายไว้สักหน่อย คงต้องเลื่อนไปพรุ่งนี้แทน ระหว่างเดินกลับ นางก็ก้มหน้ามองสองข้างทาง พลางเก็บผักป่าติดมือไปด้วย ดีที่ตลอดทางยังมีผักป่าขึ้นอยู่บ้าง จะได้มีข้ออ้างอธิบายกับแม่สามีได้ว่าเหตุใดถึงกลับช้า

เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เสียงบ่นของแม่สามีก็ดังแว่วมาตั้งแต่ยังไม่ทันข้ามรั้ว

“แค่เอาอาหารไปให้สามีเจ้าก็เท่านั้น เหตุใดถึงหายไปนานนัก”

ซูฟางหันขวับมาทันทีที่เห็นลูกสะใภ้รีบวิ่งเข้ามาในลานบ้าน

“ระหว่างทางข้าพบผักป่าบางอย่าง ก็เลยเก็บติดมือมาเสียหน่อย ทำให้ช้าไปบ้าง ท่านแม่มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ” นางพูดพลางเปิดตะกร้าให้ดูผักป่าที่เก็บมา

ซูฟางเหลือบมองเพียงครู่ เมื่อเห็นผักสดที่อยู่ในตะกร้า ความขุ่นเคืองในใจจึงลดลงเล็กน้อย

“จานยังไม่ได้เก็บล้าง” นางพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบ้านไป เพื่อไปพูดคุยกับเพื่อนบ้านเช่นทุกวัน

หลินเม่ยมองตามแผ่นหลังของแม่สามีจนลับตา ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วนำผักป่าไปเก็บในครัว พร้อมเก็บจานชามที่กินค้างไว้ ไม่มีอาหารเหลือให้กินเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างถูกกินจนหมดสิ้น

หลังล้างจานเรียบร้อยและทำงานบ้านตามหน้าที่เสร็จ นางจึงแอบกลับเข้าห้อง หยิบผลไม้ที่สามีแอบเก็บไว้ให้ขึ้นมากินประทังความหิว รสหวานเล็กน้อยจากผลไม้ช่วยปลอบประโลมหัวใจที่เหนื่อยล้า

ระหว่างเคี้ยวผลไม้ นางเผลอคิดไปถึงอีกไม่กี่วันที่สามีต้องจากบ้านไป ทำให้หัวใจห่อเหี่ยวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาเหม่อมองผ้าที่วางพับอยู่ข้างเตียง ผ้าสีดำที่สามีเคยซื้อให้จากในเมือง เพราะเห็นว่าไม่เด่นสะดุดตา นางจึงหยิบมันมาตัดเย็บเป็นกระเป๋าสะพายข้างขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้ความคิดนี้มาจากที่ใด เพียงแต่รู้สึกว่ามันอาจเป็นประโยชน์กับเขา

เมื่อเย็บเสร็จเรียบร้อย นางก็เก็บซ่อนไว้อย่างดี ตั้งใจจะใช้ใส่อาหารให้เขานำติดตัวระหว่างเดินทาง คิดถึงตรงนี้หัวใจกลับแน่นขึ้น เพราะรู้ดีว่า หากสามีไม่อยู่ บ้านหลังนี้คงไม่สงบสุขนัก หากไม่ระวังคำพูดก็คงอยู่ยาก ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกท้อแท้

ระหว่างกำลังนั่งเหม่อ ความเวียนหัวและอาการหน้ามืดก็แล่นขึ้นมาอีกครั้ง อาการนี้เป็นอยู่หลายวันแล้ว พรุ่งนี้คงต้องไปให้ท่านหมอตรวจดูให้แน่ชัด นางหยิบเฉาเหม่ยที่เก็บไว้ขึ้นมากินอีกเล็กน้อย เห็นมันเหลือเพียงนิดเดียวก็พลันนึกขึ้นได้ว่าคงต้องให้สามีช่วยหาเพิ่มเสียแล้ว

ยามเย็นมาเยือนอีกครั้ง นางทำอาหารเย็นเช่นทุกวัน แม่สามีเองก็ดูอารมณ์ดีขึ้นในช่วงสองสามวันนี้ หลังเก็บล้างเสร็จเฉาเยว่จึงกลับเข้าห้อง หยิบกระเป๋าที่เย็บไว้ขึ้นมาเย็บซ่อมอีกเล็กน้อย

เสียงประตูถูกผลักเปิดออก หยวนเล่อเดินเข้ามาพร้อมสายตาที่ทอดมองสิ่งในมือนาง

“เจ้าทำอะไรอยู่” เขาถามขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ

“ข้ากำลังทำกระเป๋าใส่ของให้ท่าน เอาไว้ใช้เวลาเดินทาง” นางตอบโดยไม่ละสายตาจากงานเย็บมือ

“ผ้านั่น…ไม่ใช่ผ้าที่ข้าซื้อให้เจ้าหรือ” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แฝงความประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่านางจะนำสิ่งนั้นมาตัดเย็บให้เขาแทนที่จะเก็บไว้เอง

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านคงไม่ว่าข้าหรอกนะ ผ้าซื้อใหม่เมื่อไรก็ได้ แต่ท่านน่ะ…ซื้อใหม่ไม่ได้แล้ว” นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนปนรักลึกซึ้ง

หยวนเล่อหัวเราะเบา ๆ พลางก้มลงหอมแก้มภรรยาอย่างเอ็นดู “เจ้าทำตาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ภรรยาของข้าช่างร้ายนัก” เขากระซิบข้างหู “เจ้าก็ซื้อใหม่ไม่ได้แล้วเช่นกัน”

เฉาเยว่หน้าแดงระเรื่อ เงยหน้าขึ้นสบตาคมของเขา ดวงตานั้นอ่อนโยนราวกับแสงอุ่นยามเย็น

“อีกไม่กี่วันท่านก็จะไปแล้ว…ท่านต้องสัญญานะว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัย” นางพูดเสียงแผ่ว ความห่วงหาแผ่วผ่านในทุกถ้อยคำ

“ข้ารู้แล้ว เจ้าเอ่ยคำนี้ทุกวันจนข้าท่องได้ขึ้นใจเสียแล้ว” เขาหัวเราะนุ่มนวล เพื่อคลายความกังวลของนาง

หลินเม่ยตีอกเขาเบา ๆ ด้วยความเขิน “ท่านเอาแต่พูดเล่นอยู่ได้” แม้ปากจะว่าเช่นนั้น แต่หัวใจกลับอุ่นจนแทบละลาย เพราะรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มของเขาเองก็แฝงความกังวลไว้ไม่น้อย

ถึงแม้หยวนเล่อจะทำเป็นไม่ทุกข์ร้อน แต่เฉาเยว่รู้ดี ว่าภายใต้รอยยิ้มของชายผู้นี้ มีความห่วงใยซ่อนอยู่มากเพียงใด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 9 เตรียมความพร้อมให้สามี

    คล้อยหลังสามี เฉาเยว่รีบเร่งฝีเท้าไปยังบ้านของท่านหมอเวิง นางชะเง้อมองอยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจ ไม่แน่ใจว่าหยวนฉินกลับมาถึงหรือยังขณะกำลังยืนรอด้วยใจร้อนรน จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งแตะลงบนไหล่ขวาเบา ๆ“เฉาเยว่”นางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปตามเสียงเรียก แล้วก็เห็นว่าเป็นหยวนฉินที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าของเฉาเยว่อ่อนลงทันที ก่อนรอยยิ้มดีใจจะปรากฏขึ้น“เจ้ากลับมาแล้วหรือ” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความโล่งใจและความห่วงใย“ข้ากลับมาแล้ว พร้อมของที่เจ้าฝากให้ซื้อด้วย เจ้าจะเข้ามาในบ้านข้าหรือไม่ นี่คือท่านตาของข้า ท่านหมอหยวนเวิง”เฉาเยว่หันไปมองชายสูงวัยที่ยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าของเขาคล้ายหยวนฉินถึงแปดส่วน จึงค้อมศีรษะให้เล็กน้อย“ท่านหมอเวิง ข้าต้องรบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ”“รบกวนอะไรกันเล่า หยวนฉินเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ว่าเจ้าทำเช่นนี้เพราะห่วงสามีของเจ้า เรื่องนี้เป็นสิ่งดี ข้าเห็นแล้วชื่นชม” ท่านหมอเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านหมอเวิง” นางยิ้มกว้างขึ้น ความตึงเครียดที่เกาะแน่นในอกคลายลงอย่างเห็นได้ชัด“เข้ามาเถิด ยืนอยู่ตรงนี้นาน เดี๋ยวมีใครผ่านมาเห

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 8 ฝากซื้อของ

    หลังจากวันนั้นที่ได้พูดคุยกับหยวนฉิน เวลาผ่านมาแล้วสองวัน ตลอดช่วงเวลานั้น หยวนเล่อมักพานางขึ้นเขาบ่อยครั้ง เพื่อสอนวิธีเอาตัวรอดในป่าเขา ความเอาใจใส่ของเขาทำให้นางรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอเช้าวันนี้เฉาเยว่เหลียวมองซ้ายขวา พอเห็นทางว่างและปลอดภัย นางก็รีบก้าวเท้าออกจากบ้าน โดยพกเงินติดตัวมาด้วยห้าตำลึง ตั้งใจว่าจะซื้อของมาทำอาหารให้เขากินมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เขาไม่ต้องทนหิวอีกหยวนฉินยืนชะเง้อมองไปทางถนนหน้าหมู่บ้าน เวลารถเกวียนจะออกเดินทางเข้าเมืองใกล้เข้ามาทุกที เมื่อเห็นเฉาเย่วิ่งมาจากระยะไกล นางก็รีบยกมือขึ้นเรียกเฉาเยว่หอบหายใจแรง พอถึงตัวเพื่อนก็พูดพลางสูดลมหายใจเข้า “ข้ามาแล้ว…เจ้ารอนานหรือไม่”“เจ้าค่อย ๆ พูดก่อน หายใจก่อนเถอะ” หยวนฉินมองเพื่อนสาวด้วยแววตาเอ็นดูเมื่อหายใจเป็นปกติแล้ว เฉาเยว่หยิบเงินห้าตำลึงออกมาวางในมือเพื่อน “ข้าฝากเจ้าด้วยนะ เอาเงินนี่ไปซื้อเนื้อหมูมาให้หน่อย เอาแต่เนื้อล้วน ๆ ทั้งหมดเลย” นางกระซิบเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงระมัดระวังหยวนฉินตาโต มองเงินในมืออย่างตกใจ “ได้สิ ข้าจะซื้อแล้วเก็บไว้ให้ รอเจ้ามาที่บ้านข้าอีกทีค่อยเริ่มทำ”เฉาเยว่ยิ้มกว้าง ดวงตาเป

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 7 จำเป็นต้องไป

    ซูฟางปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนปนเศร้า คล้ายแม่ที่ทุกข์ใจหนักหนา นางหันไปมองลูกชายคนโตด้วยแววตาเว้าวอน ก่อนเอ่ยสิ่งที่ครุ่นคิดไว้อย่างระมัดระวัง“เจ้าใหญ่ แม่มีเรื่องจะพูดด้วยหน่อย เจ้าคงได้ยินที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศแล้วใช่หรือไม่ ว่าครอบครัวละหนึ่งคนต้องถูกส่งไปช่วยงาน เจ้าคิดเห็นอย่างไร” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลแต่แฝงแรงกดดันอยู่ลึก ๆหยวนเล่อวางช้อนไว้ช้า ๆ เงยหน้ามองมารดาอย่างนิ่งสงบ “ข้าแล้วแต่ท่านแม่ขอรับ”เขารู้อยู่แล้วว่าต่อให้พูดอย่างไร ก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดีเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ซูฟางก็ถอนหายใจโล่งอก ความกังวลในใจคลายลง นางยกยิ้มจาง ๆ “เจ้าก็รู้ว่าน้องชายของเจ้ายังเด็ก ต้องตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบในปีหน้า มีเพียงเจ้าที่ร่างกายแข็งแรงพอจะไปได้ อีกอย่าง งานนั้นยังมีเงินเดือน หากเจ้าส่งเงินกลับมาให้เมียของเจ้า แม่จะไม่แตะต้องเลยสักตำลึงเดียว”แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงคำล่อใจเท่านั้น เพราะในใจนางไม่ได้คิดจะให้เงินหลุดมือแม้แต่น้อย ขอเพียงโน้มน้าวลูกชายได้ก็พอเฉาเยว่มองสามีอย่างเป็นห่วง ดวงตาของนางเอ่อคลอ นางไม่สนใจเรื่องเงินแม้แต่น้อย ขอเพียงได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขก็เพียงพอแล้ว“ท่านพี่…” นาง

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 6 เรื่องด่วนจากเจ้าเมือง

    หยวนจื่อคลี่จดหมายจากเจ้าเมืองออกอ่านอย่างตั้งใจ เมื่อสายตากวาดผ่านเนื้อความทั้งหมด เขาก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างหนักใจ นี่มันเรื่องอะไรกันอีกหนอ… เนื้อหาภายในจดหมายทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งยิ่งนัก“ท่านพี่ มีเรื่องใดหรือ” เสียงของไช่หลานดังขึ้นจากด้านหลัง นางเดินออกมาหาสามีด้วยสีหน้าเป็นกังวล เห็นเขาขมวดคิ้วแน่นจนแทบไม่เหลือรอยยิ้ม“หมู่บ้านของเราคงลำบากแล้ว… ไม่สิ คงไม่ใช่แค่หมู่บ้านของเรา แต่ทุกหมู่บ้านคงต้องประสบเคราะห์เช่นเดียวกัน” เขาหันมาสบตาภรรยา ก่อนเล่าเนื้อความในจดหมายให้ฟัง“ลำบากอย่างไรหรือคะ แล้วเกี่ยวข้องกับครอบครัวเราด้วยหรือไม่” ไช่หลานถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความกังวลหยวนจื่อส่ายหน้าเบา ๆ “ยังไม่เกี่ยวกับบ้านเราโดยตรง โชคดีที่ลูกชายของเรายังเล็กเกินไป แต่บ้านอื่นคงไม่รอดแน่ ทางการส่งคำสั่งให้ทุกหมู่บ้านจัดชายหนุ่มแข็งแรงไปขุดเหมืองแร่ที่เพิ่งค้นพบ ข้าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทั้งที่มีทาสมากมาย เหตุใดจึงต้องการแรงงานจากชาวบ้านอย่างพวกเราด้วย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจปนขมขื่นการต้องเลือกส่งคนในหมู่บ้านออกไปบ้านละหนึ่งคน เป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจเขาหนักหน

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 5 สอนหาของในป่า

    “ท่านนอนเถอะ… ข้าไม่ไหวแล้ว” เสียงแผ่วของภรรยาทำให้เขาชะงัก ความอ่อนแรงปรากฏชัดทั่วร่าง เอวของนางระบมจนแทบขยับไม่ได้หยวนเล่อเห็นท่าทีเช่นนั้นก็ยอมยุติความต้องการไว้เพียงเท่านั้น เขาล้มตัวลงกอดก่ายภรรยาไว้แนบอก ก่อนทั้งคู่จะหลับใหลไปด้วยกันรุ่งเช้า… เฉาเยว่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อเห็นแสงแรกของวันลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ด้านนอกยังมืดสลัวแต่นภาก็เริ่มเปลี่ยนสี นางปลุกสามีให้ตื่นไปล้างหน้าล้างตา แล้วจึงรีบลุกไปจัดการงานบ้านที่เป็นหน้าที่ของตนหลังผ่านวันแรกอันเหน็ดเหนื่อยไป นางก็เริ่มปรับตัวได้ดี หากไม่ทำผิดก็จะไม่โดนตำหนิจากแม่สามี ส่วนสาวน้อยน้องสามี หากไม่เข้าไปข้องเกี่ยวด้วย นางก็ไม่ถูกหาเรื่อง ทุกอย่างจึงสงบได้อย่างน่าอัศจรรย์แม้แม่สามีจะไม่ค่อยแสดงท่าทีเป็นมิตร แต่ก็ไม่มีปากเสียงกับนางมากนัก อาจเพราะรายได้ภายในบ้านมาจากหยวนเล่อแทบทั้งสิ้น ทั้งเงินค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่าเล่าเรียนของน้องชาย และค่าสินเดิมในการแต่งสามีให้น้องสาว ล้วนมาจากเขาวันเวลาล่วงไปครบหนึ่งเดือน เฉาเยว่สังเกตว่าสามีมักนำสมุนไพรจากป่ามาขาย และนำเงินมาให้นางเก็บไว้เสมอ โดยที่แม่ของเขาไม่เคยล่วงรู้ นางแอบวิตกกลัวว่าสักว

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนทื่ 4 สามีของข้าฉลาดนัก

    หยวนเล่อเดินเข้าไปในร้านไป๋อันถัง ร้านรับซื้อสมุนไพรที่มีชายชรานั่งเฝ้าอยู่เพียงลำพัง“เจ้ามาขายสิ่งใดหรือ” ลูกจ้างในร้านเอ่ยถามพลางมองชายหนุ่มที่แต่งตัวมอมแมม“ข้านำสมุนไพรมาขายขอรับ” เขายื่นห่อสมุนไพรในมือให้ชายผู้นั้นตรวจดูเมื่อรับของมาเปิดดู ก็พบว่าเป็นเพียง ถังเฉ่า สมุนไพรที่หาได้ทั่วไป แม้จะไม่ใช่ของหายากนัก แต่ก็ยังพอมีความต้องการในตลาด“เจ้ามีกี่ต้น” ลูกจ้างถามต่อ“ทั้งหมดห้าต้นขอรับ” เขาตอบ พลางนึกขอบคุณโชคชะตาที่พาตนไปพบมันบนเขา เขาจดจำสรรพคุณของพืชชนิดนี้ได้จากคำสอนของหมอประจำหมู่บ้าน“ห้าต้น หนึ่งตำลึง” อีกฝ่ายกล่าวพร้อมยื่นเงินให้ ราคานี้ไม่มากนักเพราะต้นที่เขาเก็บมาอายุยังน้อย ขนาดไม่ใหญ่นักหยวนเล่อรับเงินไว้เงียบ ๆ เงินเล็กน้อยนี้เขาจะเก็บไว้เพื่อภรรยาและอนาคตของครอบครัว แต่ก่อนนั้นไม่เคยคิดเรื่องนี้จริงจัง เงินทุกก้อนล้วนตกไปอยู่ในมือมารดา แต่จากนี้ เขาจะต้องเริ่มวางแผนเผื่อภรรยา และ…เผื่อลูกชายตัวน้อยในอนาคตด้วยเมื่อคิดถึงใบหน้าอ่อนโยนของภรรยา รอยยิ้มบางก็แต้มบนใบหน้า เขาแวะซื้อซาลาเปาสองลูก หนึ่งลูกกินเอง ส่วนอีกลูกเขาแอบซ่อนไว้ใต้กองไม้ในตะกร้าด้านหลัง ปิดทับด้วย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status