Partager

เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน
เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน
Auteur: พิมพ์ธนภัส / เวณิตา24

เกริ่นนำ

last update Date de publication: 2024-11-27 17:47:38

นัยน์ตาโศกทอดมองประตูตำหนักที่เปิดกว้างออกหลังจากที่ถูกปิดตายมานานนับเดือนก่อนจะเบือนหน้าหนียามที่บุรุษในชุดสีเหลืองอร่ามลายมังกรก้าวผ่านประตูนั้นมาพร้อมกับสตรีอาภรณ์สีแดงชาดประดับลายมังกร คนทั้งคู่ก็คือฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ปัจจุบันแห่งแคว้นเฉินทว่าสำหรับเฉินอันหนิงองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเฉินแล้วคนทั้งคู่เป็นเพียงแค่ชายโฉด หญิงชั่วที่ปล้นบัลลังก์ของผู้อื่นเท่านั้น

“ยังจองหองได้อีกเช่นนั้นหรือพี่หญิงของข้า” น้ำเสียงเย้ยหยันมากกว่าจะเป็นมิตรส่งมาก่อนที่ฮองเฮาผู้สูงศักดิ์อย่างเฉินซูเหมยจะกรีดกรายเข้ามาใกล้พี่สาวต่างมารดาที่สถานะยามนี้คืออดีตองค์หญิงแห่งราชวงค์ก่อน

สายตาวาวโรจน์จ้องเขม็งไม่ปกปิดความอาฆาตแค้นพร้อม ๆ กับร้องตวาดเสียงดังลั่น “ออกไปให้ห่างจากข้า นังอสรพิษ”

ยามที่น้องสาวต่างมารดาเข้ามาใกล้เฉินอันหนิงให้รู้สึกสะอิดสะเอียดจนแทบจะอาเจียน ยิ่งภาพเหตุการณ์นองเลือดที่ผ่านพ้นมาไม่นานผุดขึ้นมาในหัวนางก็ยิ่งเคียดแค้นคนตรงหน้า

นังงูพิษผู้นี้กับสามีชั่วข้าของมันร่วมมือกันสังหารได้กระทั่งพี่น้องสายเลือดเดียวกัน วางยาสังหารได้กระทั่งบิดา ฆ่าล้างตระกูลขุนนางไปนับสิบโดยไม่รู้สึกรู้สา นางมิใช่คน นางชั่วร้ายยิ่งกว่าสัตว์นรกเสียอีก

“เฮ้อ พี่หญิง ท่านที่เคยอ่อนแอขี้ขลาดให้ข้าปกป้องยามนี้กลายเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้ว จิ๊ ๆ ช่างน่าขันยิ่ง” ฮองเฮาผู้สังหารพี่น้องเพื่อบัลลังก์หงส์มองพี่สาวต่างมารดาอย่างสมเพชแล้วยื่นมือไปจับคางอีกฝ่าย กดปอกเล็บแหลมลงบนผิวเนื้อบอบบางก่อนจะเอ่ยต่อ “เจ้าคิดว่ามาจองหองแข็งกร้าวใส่ข้ายามนี้แล้วจะรอดไปได้เช่นนั้นรึ…คนเช่นเจ้ามาได้เพียงเท่านั้นล่ะอันหนิง”

เฉินอันหนิงกดสายตามองนังงูพิษด้วยสายตาเคียดแค้นไม่เปลี่ยนแปลง นางเกลียดสตรีตรงหน้า แต่เหนือกว่านั้นก็คือเกลียดตัวเองที่อ่อนแอจนถูกสตรีตรงหน้าหลอกใช้เพื่อเหยียบขึ้นบัลลังก์

เกลียดที่ตนเป็นธิดาองค์โตแต่มิอาจปกป้องน้อง ๆ ได้ทั้งที่ฝันถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ก่อนจะเกิดเรื่อง

เกลียดที่ตนอ่อนแอและขี้ขลาดจึงตกอยู่ใต้อำนาจของเฉินซุเหมยและมารดาจนทุกอย่างเลยเถิด

และเกลียดที่มิอาจปกป้องเสด็จพ่อจากนังงูพิษได้…

นางเกลียดตัวเองที่สุด

“ผู้คนจะต้องได้รับรู้ความบัดซบของพวกเจ้า พวกเจ้ามิมีทางหลีกหนีคำสาปแช่งได้ ไม่มีวัน”

“หึ น่าขันยิ่ง จะตายอยู่แล้วยังจะพายลมเรื่องเพ้อฝัน ซือเยว่…ฆ่านางซะ” คำสั่งเฉียบขาดถูกเอื้องเอ่ยก่อนที่บุรุษในชุดเครื่องแบบทหารองครักษ์จะก้าวมาตรงหน้าอดีตองค์หญิงใหญ่

เฉินอันหนิงมองคนก้าวขึ้นมาตรงหน้าด้วยสายตาร้าวราน สิ่งที่นางเกลียดตัวเองอีกอย่างก็คือเรื่องของคนผู้นี้

นางช่วยเหลือเขาในยามตระกูลตกยาก ช่วยเหลือจนได้เป็นทหารองครักษ์และได้เป็นถึงสวามีของนาง…แต่สุดท้ายคนผู้นี้กลับยืนเคียงข้างคู่ผัวตัวเมียแสนชั่วช้าเพื่ออำนาจของตน

และกำลังจะเป็นผู้ปลิดชีวิตของนาง

นางเกลียดตัวเองที่หลงเชื่อและแต่งให้บุรุษสารเลวผู้นี้ยิ่ง

“จื่อเหยียน เจ้ามันคนสารเลว”

“หึ…ไหน ๆ ก็จะต้องตายแล้ว กระหม่อมจะบอกเรื่องดี ๆ ให้สักเรื่องนึง เผื่อท่านจะได้ตาสว่างขึ้น” บุรุษผู้ชักดาบขึ้นพร้อมจะปลิดชีวิตภรรยาของตนเอ่ยด้วยใบหน้าเลือดเย็นพร้อมกับยิ้มร้าย “ข้าชื่อฮุยอี้มิใช่ฟู่จื่อเหยียน…ข้าเพียงสวมรอยเป็นคุณชายฟู่ที่เคยพบเจอระหว่างทางยามเด็กเท่านั้น”

“เจ้า ที่แท้เจ้าก็ ฮึก…” ไม่รอให้นางได้กล่าวสิ่งใดจนจบปลายดาบก็แทงเข้าที่กลางลำตัวของนางเสียแล้ว ทันทีที่ดาบถูกชักกลับคืนเรือนกายของอดีตองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ก็ทรุดลงไปบนพื้น เจ็บปวดที่กายก็เจ็บยิ่งนัก ซ้ำยังเจ็บที่ใจเสียอีก

นางเจ็บเจียนตายเมื่อชายผู้เป็นสามีมิใช้ผู้ที่นางอยากแต่งด้วยจริง ๆ ดวงตาเหลือกลานมีเส้นเลือดผาดผ่านจ้องเขม็งไปยังผู้บอกว่าตนชื่อฮุยอี้พร้อมกับแผดเสียงที่มีทั้งหมดด้วยความคับแค้น

“สารเลว!!!”

“ภรรยา คำชมนี้สามีชอบใจยิ่ง” ฮุยอี้กล่าวพร้อมกับลูบไล้ใบหน้าขาวผุดผ่องของผู้เป็นภรรยาก่อนจะเอ่ย “น่าเสียดายที่สุดท้ายเจ้าไม่โง่งมเช่นก่อนนี้ หากเจ้าโง่งมและอยู่ข้างฮองเฮากับฝ่าบาทต่อไปเราสามีภรรยาคงมิต้องเป็นเช่นนี้ องค์หญิงของข้า น่าเสียดายยิ่ง”

“แม้เป็นผีข้าก็จะสาปแช่งพวกเจ้า พวกเจ้ามิมีทางได้อำนาจที่วาดฝัน มิมีทาง” นางใช้กำลังที่มีเอ่ยออกไปอย่างเคียดแค้นก่อนจะนอนหายใจโรยระรินอย่างคนใกล้ตาย

นางทำได้แค่เพียงเท่านี้…เท่านี้จริง ๆ

แต่อีกมิกี่อึดใจหรอก อีกเพียงไม่นานคนพวกนี้ก็จะต้องชดใช้ให้นาง!

“ปากดียิ่งพี่หญิงของข้า ซือเหยียน ไม่สิ ฮุยอี้ ทำให้นางทรมานยิ่งกว่านี้”

“ตามรับสั่งพะย่ะค่ะ” ฮุยอี้ง้างดาบในมือหมายจะฟันลงบนร่างของคนใกล้ตายอีกครั้งทว่าไม่ทันจะได้ทำก็มีขันทีวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน

“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะย่ะค่ะ ทะ ทหารแคว้นเสิ่นเคลื่อนทัพเข้าเมืองหลวงแล้วพะย่ะค่ะ”

“อันใดนะ เกิดขึ้นได้เช่นไร!”

“แม่ทัพชายแดน และกองกำลังรักษาเมืองต่างก็ยอมเปิดทางให้เพราะแม่ทัพแคว้นเสิ่นก็คือองค์ชายสามพะย่ะค่ะ ยามนี้ชาวบ้านและไพร่พลทั้งหลายต่างรับรู้ว่าฝ่าบาทและฮองเฮาสังหารอดีตฮ่องเต้และองค์ชายทั้งหลายเพื่อชิงบัลลังก์ ชักช้ามิได้แล้วพะย่ะค่ะ องค์ชายสามใกล้จะทลายประตูวังได้แล้ว” ขันทีข้างกายฮ่องเต้หุ่นเชิดและฮองเฮาผู้ครองอำนาจอย่างแท้จริงไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เฉินซูเหมยตกตะลึงและเจ็บแค้นจนคิดอ่านสิ่งใดไม่ได้ขึ้นมาชั่วขณะ องค์ชายสามเช่นนั้นหรือ องค์ชายสามผู้นั้นนางสังหารที่งานล่าสัตว์ไปแล้วมิใช่หรือ

“บัดซบ…พี่สามยังไม่ตายอีกหรือ”

“หึ” เสียงจากพื้นเย็นยะเยือกดังขึ้นเรียกให้สายตาของฮองเฮาผู้ปล้นชิงบัลลังก์มาต้องหันขวับ เพียงแค่เท่านั้นนางก็เข้าใจทุกสิ่ง

เป็นนางนี่เอง นังจิ้งจอกเฉินอันหนิง

“นังสารเลว เจ้ากล้าลอบให้การช่วยเหลือเฉินอี้หลงลับหลังข้า”

“สะ สิ่งนึงที่เจ้าคงมิเคยรู้ อะ อี้หลง ปะ เป็นบุตรชายของ ทะ ท่านป้าข้า เขาคะ คือผู้ที่มีสายเลือด ดะ เดียวกับข้า ตะ ต่อให้ข้าโง่งม ขะ ข้าก็มิอาจให้ขะ เขาตายได้ ฮึก…”

“นังสารเลว!”

ปัก!

ไม่ทันที่เฉินซูเหมยจะได้เข้าใกล้ร่างโรยระรินไปมากกว่านี้ทวนปลายแหลมก็พุ่งเข้ามาปักด้านหลังของนางจนล้มลงพร้อม ๆ กับการปรากฏกายขององค์ชายสามแห่งราชวงค์เฉินเฉินอี้หลง

“สตรีชั่วช้าเช่นเจ้ามิคู่ควรแตะต้องพี่หญิงของข้า”

“ฮึก จะ เจ้ามาแล้ว”

“พี่หญิง ท่านอดทนก่อนข้าพาหมอมาด้วย เขากำลังตามมา ฮึก พี่หญิงใหญ่” เฉินอี้หลงตะกองกอดพี่สาวต่างมารดาเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด เพียงมองด้วยตาเขาก็คาดคะเนได้ว่าพี่สาวอาจมิสามารถอยู่กับเขาต่อไปได้

เหตุใดกัน นางอุตส่าห์ลักลอบช่วยเหลือเขาและพระชายา ซ้ำต้องทนทุกข์จากกระทำของสามี ยามนี้เขามีกำลังมากพอที่จะจัดการทุกสิ่งแล้ว เหตุใดนางถึงเป็นเช่นนี้

“พี่หญิงใหญ่ ท่านอดทน...”

“พะ พี่ไม่ไหวแล้วน้องสาม พะ พี่รู้ตัวดี” นางเอื้องเอ่ยอย่างติด ๆ ขัด ๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของน้องชายต่างมารดาที่มีมารดาเป็นสายเลือดเดียวกัน “พะ พี่ไม่ปรารถนามีชีวิตแสนนาน พี่หวังเพียงเจ้า ปะ เป็นฮ่องเต้ที่ดี ดูแลแคว้นเฉินให้ ระ ร่มเย็น เพียงเท่านั้น”

“พี่ใหญ่ ข้าจะเป็นฮ่องเต้ที่ดี ข้าให้สัญญากับท่าน”

“ฮึก ดี ดียิ่ง” นางพึมพำเช่นนั้นก่อนจะฝืนความเจ็บปวดหันไปมองยังบุรุษสารเลวผู้เป็นสามีที่ถูกทหารจับกุมเอาไว้ มิใช่เพราะยังรัก หากแต่เคียดแค้นจนมิอาจจะปล่อยไปเฉย ๆ

“ฮุยอี้ หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอให้เจ้าเป็นได้เพียงชายที่ไม่มีสตรีใดต้องการ สตรีทุกคนเข้ามา พะ เพื่อหลอกใช้เจ้า ขะ ขอให้เจ้าต้องมีจุดจบเพราะสตรีที่เจ้ารัก ทุกภพ ทุกชาติให้สาสม กะ กับที่เจ้าทำกับขะ…ข้า”

“พี่หญิงใหญ่ พี่หญิง!!!”

ในเฮือกสุดท้ายของชีวิตแม้จะบอกว่าสิ่งที่หวังมีเพียงให้องค์ชายสามเฉินอี้หลงปกครองแคว้นให้ร่มเย็นเพียงเท่านั้นหากแต่ความปรารถนาลึก ๆ เฉินอันหนิงกลับอยากย้อนเวลากลับในวันที่ทุกอย่างยังคงปกติสุขเสียมากกว่า

นางปรารถนาให้เหตุนองเลือดครั้งแล้วครั้งเล่าที่ได้ประสบไม่เกิดขึ้น อยากเป็นคนที่ปกป้องพี่น้องและบิดามารดาได้…หากเป็นไปได้ ก็อยากให้เป็นเช่นนั้น

แต่โลกนี้มิมีผู้ใดทำเช่นนั้นได้…มิมีเลย

ช่างเถิด ตายแล้วดื่มน้ำแกงยายเมิ่งข้ามสะพานไปสู่ภพหน้าเฉย ๆ ก็ดี มิต้องดิ้นรนสิ่งใดอีก

ดีแล้ว…

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่12 พบไท่จื่อ

    แยกจากจวนมารดาโอวหยางเหวินหลงก็มุ่งหน้าไปยังร้านเครื่องประดับ เดิมทีแล้วบุรุษอย่างเขามิมีความคิดจะเข้าร้านเครื่องประดับเลยแม้แต่น้อย แต่ยามนี้เมื่อนึกถึงพิธีปักปิ่นของศิษย์หญิงเพียงคนเดียว เขาที่เป็นอาจารย์ จะไม่มีปิ่นให้นางได้อย่างไร“มิคิดว่าจะพบท่านในที่เช่นนี้ ท่านพี่เหวินหลง” กำลังใช้ความคิดว่าจะซื้อปิ่นแบบใดให้เจ้าปีศาจน้อยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดทำให้โอวหยาง เหวินหลงต้องหันไปปลายตามอง มีไม่กี่คนหรอกที่รู้หน้าคร่าตาเขา คนที่มาทักจึงเป็นผู้ที่เขาไม่สนใจมิได้“ถวายพระพรองค์ไท่จื่อ” เจ้าสำนักศึกษาเฟยผิงเอ่ยเสียงไม่ดังนักพร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นประสานทำความเคารพ อีกฝ่ายไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นรัชทายาทของแคว้นลั่วหยางแห่งนี้อย่างลั่วหยางหยงจิ้นซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายที่อายุน้อยกว่าเขานั่นเอง“พี่เหวินหลงอย่าได้มากพิธี ตามสบายเถิด”“เหตุใดไท่จื่อผู้สูงศักดิ์จึงมาอยู่ที่นี่เล่า”“ข่าวว่าบุตรีสกุลหยวนจะปักปิ่น เสด็จพ่อจึงมีรับสั่งให้ข้าไปร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย ข้าก็เลยมาเลือกดูปิ่น” รัชทายาทหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ผู้คนต่างก็ได้พบเห็นบ่อย ๆ จนหลงคิดไปว่าโอรสฮ่องเต้พระองค์นี้ทรงอ่อนโยนและใ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่11 นางแต่งให้ชินอ๋องมิได้

    หลังจากที่นายหญิงไป๋เซียนกลับมาถึงตำหนักฮวาเซียนซึ่งเป็นที่พำนักที่เสด็จน้าฮ่องเต้ของนางประทานให้นางก็ได้พบกับบุตรชายที่ถอดหน้ากากออกดื่มด่ำชารสชาติกลมกล่อมและโอวหยางจิ้นหลงผู้เป็นพ่อซึ่งถูกฮ่องเต้ขอร้องให้เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงหลังจากมอบตำแหน่งให้แก่บุตรชายอยู่ภายในสวนนายหญิงไป๋เซียนมองไปยังบุตรชายที่ดูคล้ายเทพเซียนก่อนจะคลี่ยิ้ม บุตรีขุนนางที่นางเคยไปทาบทามสู่ขอไร้วาสนานักจึงไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากของลูกนางนั้นคือเทพเซียนที่หล่อเหลายิ่งกว่าพานอิน“เจ้ามาแล้วรึอาหลง”“ขอรับท่านแม่” เหวินหลงตอบรับก่อนจะถามกลับ “ท่านไปที่ใดมาหรือท่านแม่”“แม่ไปหาอาจิ้งมา ข่าวว่าบุตรสาวของเขากับฮวาเอ๋อร์จะกลับมาเข้าพิธีปักปิ่นหลังจากหายไปหลายปีแม่จึงอยากเห็นหน้าคร่าตาสักครั้ง อ้อ เจ้ามาผู้เดียวรึ เจ้าลูกเจี๊ยบทั้งห้าของเจ้ามาด้วยหรือไม่ มิได้เจอะเจอกันถึงสองปี นังหนูเฟยเฟยออกจากถ้ำฝึกตนรึยัง”“แล้วท่านได้เห็นหน้าคุณหนูใหญ่สกุลหยวนหรือไม่” เหวินหลงไม่ตอบแต่กลับถามกลับ ใบหน้าหล่อเหลายามนี้เคร่งเครียดขึ้นอย่างมิอาจห้ามได้...เขาลืมบอกมารดาไปเรื่องนึงสิน“เฮ้อ น่าเสียดาย ตอนแม่ไปชินอ๋องเองก็ไปแถมยังนำราชโองกา

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่10 นายหญิงไป๋เซียนและชินอ๋อง

    เมื่อจิวเฟยและทุกคนถูกนำไปยังที่พักหยวนจิ้งก็ต้องกลับมายังห้องโถงอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงการมาของสองบุคคลสำคัญ“หยวนจิ้งคารวะอาจารย์หญิง ถวายพระพรชินอ๋องพะย่ะค่ะ”บุคคลสำคัญที่ว่า หนึ่งคือลั่วหยางหยงฉี ชินอ๋องแห่งแคว้นลั่วหยาง บุรุษผู้เป็นรองเพียงฮ่องเต้และยังเป็นฐานอำนาจของลั่วหยางหยงจิ้น องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นลั่วหยางส่วนอีกหนึ่งคือชุนไป๋เซียนหรือท่านหญิงไป๋เซียน ธิดาขององค์หญิงไป๋ซิงพระธิดาพระองค์เดียวของลั่วหยางหยงเจี้ยน อดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อน กับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นนางคือหลานสาวที่หย่งไท่ฮ่องเต้ให้ความเอ็นดูที่สุดและนอกจากจะเป็นท่านหญิงที่ฮ่องเต้รักใคร่แล้วนางยังมีอีกตำแหน่งที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกัน....นายหญิงแห่งสกุลโอวหยาง มารดาของโอวหยางเหวินหลง“ลุกขึ้นเถิดท่านแม่ทัพ” ชินอ๋องเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้กับบุคคลอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ภายในห้องโถง ซือซิงมองชินอ๋องวัยยี่สิบสี่ด้วยท่าทีเขินอาย นางพึงใจในตัวชินอ๋องและมาดหมายจะเป็นชินหวางเฟย นางจะได้มีอำนาจมากกว่าจิวเฟยที่ไม่แม้แต่จะเอ่ยอันใดกับนาง และนางต้องได้“ข้ามาวันนี้ก็เพื่อนำราชโองการของเสด็จพ่อมามอบให้ท่าน” ชินอ๋องกล่าวในขณะที่คนมาพร้

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่9 พบปะครอบครัว

    เมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องโถงของจวนจิวเฟยก็ได้เห็นร่างกายสูงตระหง่านของบิดานั่งอยู่โดยมีสตรีไม่คุ้นหน้านั่งอยู่เคียงข้างถัดไปจึงเป็นจินลั่วอวี้ฮูหยินรองที่นางเรียกติดปากตั้งแต่เล็กว่านางจิ้งจอกและเด็กหนุ่มสองคนกับเด็กสาวอีกสองคนที่คงจะเป็นน้อง ๆ ของนาง“ซือซือ” หยวนจิ้งเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นก้าวเข้ามาหาจิวเฟย เขาดูแก่ขึ้นมาก ผิดกับรูปร่างสง่างามเมื่อยามที่นางยังเด็ก เมื่อได้เห็นหน้าบิดาใกล้ ๆ จิวเฟยก็รู้สึกคิดถึงขึ้นมาดื้อ ๆ ทว่านางหาได้ก้าวเข้าไปกอดบิดาไม่จิวเฟยทำเพียงคารวะตามธรรมเนียมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จิวเฟยคารวะบิดา”“จิวเฟย?”“สิบปีก่อนท่านยอบรับกฎดังนั้นแล้วตัวข้าคือจิวเฟย หาใช่ซือซือไม่” นางตอบกลับ หยวนจิ้งหน้าเสียไปครู่ก่อนจะยิ้มอีกครั้ง“นั่นสินะ ข้าเลอะเลือนเสียจริง มาเถอะจิวเฟย พ่อจะแนะนำให้เจ้ารู้จักน้อง ๆ”นางเดินตามบิดามาหยุดตรงหน้าเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่านางราวปีกว่าด้วยความรู้สึกคิดถึงก่อนที่หยวนจิ้งจะเอ่ย “นี่ซือจิ้น เจ้าจำน้องได้หรือไม่?”“หยวนซือจิ้น ข้าจำได้ เจ้าเหมือนบิดามากกว่าท่านแม่เสียอีก” นางเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีด้วยความคะนึงหา หยวน

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่8 หวนคืนสกุลหยวน

    หลักจากพ้นโทษจิวเฟยก็ต้องเตรียมตัวลงเขาเพื่อที่จะกลับไปเข้าพิธีปักปิ่นอย่างคนจำใจ ตั้งแต่ถึงวัยปักปิ่นบิดาเพียรส่งจดหมายอ้างเหตุผลร้อยแปดให้นางลงเขาแต่นางก็ไม่ตอบรับมาโดยตลอด คราวนี้นางก็ไม่คิดที่จะตอบรับเช่นเคยแต่เพราะคราวนี้ผู้เป็นอาจารย์มีเหตุผลให้ต้องลงเขานางจึงเลี่ยงอีกไม่ได้...จำต้องลงไปเข้าพิธีปักปิ่นทั้งที่ไม่เคยคิดว่าจำเป็นเพื่อไม่ให้อาจารย์ขุ่นเคืองจนส่งนางไปช่วยผู้เฒ่าหมื่นพิษทดสอบพิษลงเขาดีกว่าไปหุบเขาพิษยิ่งนักเหตุผลที่โอวหยางเหวินหลงลงเขาในครั้งนี้เป็นเพราะมารดาของเขาที่อยู่เมืองหลวงส่งข่าวมาให้เขาลงไปหา และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะจดหมายของหยวนจิ้งที่ส่งมาให้เขา...ศิษย์พี่ขอร้องให้เขาช่วยพาบุตรสาวลงเขาไปหาสักครั้งแน่นอนว่าเรื่องจดหมายขอร้องเขามิได้บอกเล่าให้ศิษย์หญิงเพียงคนเดียวได้ฟัง สิ่งที่เขาบอกจึงมีเพียงว่าเขาจะไปพบบิดาและมารดาและมีเรื่องที่จำเป็นต้องให้ศิษย์ทั้งห้าติดตามไปช่วยจัดการ...ด้วยเหตุนี้จิวเฟย จึงไม่มีข้ออ้างให้บ่ายเบี่ยงจิวเฟยเคยลงเขามาแล้วหลายครั้งเพื่อคุ้มกันคนและสืบข่าวลับ บ้างก็ลงไปเพื่อสืบดูหน้าตาคุณสมบัติของคุณหนูจวนขุนนางที่มารดาของอาจารย์คิดจะทาบท

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่7 เรียกตัวไปปักปิ่น

    ดวงตางดงามแต่แฝงความนิ่งสงบมองจดหมายประทับตราสกุลหยวนที่อยู่ในมือของผู้เป็นอาจารย์แล้วก็พลางอ่อนอกอ่อนใจ จดหมายเช่นนี้ถูกส่งมาบ่อยนักอ้างโน่นอ้างนี่มาในจดหมายจุดประสงค์ก็เพื่อให้นางหวนกลับ...วันนี้ก็ส่งมาอีกแล้วคราวนี้เอาอันใดมาอ้างอีกเล่า“บิดาเจ้าส่งจดหมายมาให้เจ้ากลับไปเข้าพิธีปักปิ่นพร้อมน้องสาว” เหวินหลงเอ่ยพร้อมกับยื่นจดหมายให้แก่ศิษย์เอกหญิงเพียงคนเดียวที่ยามนี้เติบโตขึ้นมาเป็นหญิงงามล่มเมืองจนศิษย์สายอื่นเพียรส่งถังหูลู่มาให้เป็นการเกี้ยวอยู่บ่อยครั้งจิวเฟยที่รับจดหมายมาเปลี่ยนสีหน้าจากอ่อนอกอ่อนใจเป็นสีหน้างุนงงอย่างโง่งมในทันที “ปักปิ่น?”“อะไรกันน้องเล็ก เจ้าไม่รู้รึว่าสตรีต้องผ่านพิธีปักปิ่นน่ะ” เมื่อจิวเฟยมีสีหน้าที่งุนงงศิษย์พี่ใหญ่จึงถามไปอย่างล้อเลียน“ใช่ การปักปิ่นเป็นการบ่งบอกว่าเจ้าพร้อมจะเป็นเจ้าสาวแล้ว พอเจ้าปักปิ่นแล้วเจ้าก็จะมีเหย้ามีเรือนได้ เอ๋ เอ๋ เอ๋ หรือบิดาเจ้าจะคิดให้เจ้าแต่งงาน อ่า ข้าสงสารน้องเขยในอนาคตของข้ายิ่ง ที่จะได้เจ้าไปเป็นฮูหยิน” จิวหลินเสริมก่อนจะถูกน้องหญิงคนเดียวมองค้อน“ได้ข้าเป็นฮูหยินแล้วมันเป็นอย่างไรกัน!”“ก็เจ้ามันนางปีศาจอย่างไรเล่

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่62 หมายชีวิต

    หอสุราเทียนหลินคือหอสุราหนึ่งในสามอันดับต้น ๆ ของต้าเฉิน ยิ่งฟ้ามืดก็ยิ่งคึกคัก ด้านล่างเต็มไปด้วยเสียงเจือยแจ้วของคอสุราที่มาดื่มกินสังสรรค์โดยไม่รับรู้เลยว่าด้านบนได้มีการเปิดต้อนรับเหล่าเชื้อพระวงค์ถึงเก้าพระองค์ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครล่วงรู้เลยจร

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่61 ศิษย์สำนักเฟยผิง

    หอเทียนหลินเมื่อการประชุมหารือราชการจบลง เหล่าขุนนางก็กลับไปทำงานในหน้าที่ บ้างก็กลับจวน ส่วนเหล่าอ๋อง...ถูกพี่สาวเรียกมาหอเทียนหลินเฉินอันหนิงยิ้มกว้างเมื่อกวาดตามองเหล่าน้องชายทีละคน วันนี้ช่างเป็นวันดี เจ้าลูกเจี๊ยบของนางมากันครบ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่60 ไป๋อ๋อง

    ตำหนักอันหนิงอากาศยามเช้าในวันหิมะตก ไม่ดีหนัก แต่ถึงแม้จะอยากซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนาสักเท่าไหร่เฉินอันหนิงก็ต้องฝืนตัวเองลุกขึ้นมา ด้วยว่าวันนี้เป็นวันที่นางมั่นใจว่าน้องชายคนที่ห้าจะมาเข้าเฝ้ากลางดึกที่ผ่านมาเค่อซินมารายงานว่าเฉิ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่57 รองแม่ทัพหรง

    เฉินอันหนิงมองสองพี่น้องที่ตัวสั่นเป็นลูกนกก่อนจะยิ้มขำ ดูเอาเถิดท่าทีในตอนนี้แตกต่างจนน่าใจหาย “เอาเถิด พวกเจ้าลุกขึ้นได้ ข้ามิได้ขุ่นเคืองอันใด แต่สิ่งที่ข้าบอกพวกเจ้าไป อย่าได้ลืมเล่า”“พวกเราจะจดจำและทำตามเพคะ”

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status