เข้าสู่ระบบชาติก่อนนางเป็นเพียงองค์หญิงผู้อ่อนแอมิอาจปกป้องใครได้ทั้งยังจบชีวิตด้วยเงื้อมมือของชายผู้เป็นสวามี เมื่อได้ย้อนกลับมาอีกครั้งนางสัญญาว่านางจะไม่ยอมให้ทุกอย่างเป็นเช่นเดิมต่อให้ต้องร้ายกาจเพียงใดก็ตาม
ดูเพิ่มเติมแยกจากจวนมารดาโอวหยางเหวินหลงก็มุ่งหน้าไปยังร้านเครื่องประดับ เดิมทีแล้วบุรุษอย่างเขามิมีความคิดจะเข้าร้านเครื่องประดับเลยแม้แต่น้อย แต่ยามนี้เมื่อนึกถึงพิธีปักปิ่นของศิษย์หญิงเพียงคนเดียว เขาที่เป็นอาจารย์ จะไม่มีปิ่นให้นางได้อย่างไร“มิคิดว่าจะพบท่านในที่เช่นนี้ ท่านพี่เหวินหลง” กำลังใช้ความคิดว่าจะซื้อปิ่นแบบใดให้เจ้าปีศาจน้อยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดทำให้โอวหยาง เหวินหลงต้องหันไปปลายตามอง มีไม่กี่คนหรอกที่รู้หน้าคร่าตาเขา คนที่มาทักจึงเป็นผู้ที่เขาไม่สนใจมิได้“ถวายพระพรองค์ไท่จื่อ” เจ้าสำนักศึกษาเฟยผิงเอ่ยเสียงไม่ดังนักพร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นประสานทำความเคารพ อีกฝ่ายไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นรัชทายาทของแคว้นลั่วหยางแห่งนี้อย่างลั่วหยางหยงจิ้นซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายที่อายุน้อยกว่าเขานั่นเอง“พี่เหวินหลงอย่าได้มากพิธี ตามสบายเถิด”“เหตุใดไท่จื่อผู้สูงศักดิ์จึงมาอยู่ที่นี่เล่า”“ข่าวว่าบุตรีสกุลหยวนจะปักปิ่น เสด็จพ่อจึงมีรับสั่งให้ข้าไปร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย ข้าก็เลยมาเลือกดูปิ่น” รัชทายาทหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ผู้คนต่างก็ได้พบเห็นบ่อย ๆ จนหลงคิดไปว่าโอรสฮ่องเต้พระองค์นี้ทรงอ่อนโยนและใ
หลังจากที่นายหญิงไป๋เซียนกลับมาถึงตำหนักฮวาเซียนซึ่งเป็นที่พำนักที่เสด็จน้าฮ่องเต้ของนางประทานให้นางก็ได้พบกับบุตรชายที่ถอดหน้ากากออกดื่มด่ำชารสชาติกลมกล่อมและโอวหยางจิ้นหลงผู้เป็นพ่อซึ่งถูกฮ่องเต้ขอร้องให้เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงหลังจากมอบตำแหน่งให้แก่บุตรชายอยู่ภายในสวนนายหญิงไป๋เซียนมองไปยังบุตรชายที่ดูคล้ายเทพเซียนก่อนจะคลี่ยิ้ม บุตรีขุนนางที่นางเคยไปทาบทามสู่ขอไร้วาสนานักจึงไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากของลูกนางนั้นคือเทพเซียนที่หล่อเหลายิ่งกว่าพานอิน“เจ้ามาแล้วรึอาหลง”“ขอรับท่านแม่” เหวินหลงตอบรับก่อนจะถามกลับ “ท่านไปที่ใดมาหรือท่านแม่”“แม่ไปหาอาจิ้งมา ข่าวว่าบุตรสาวของเขากับฮวาเอ๋อร์จะกลับมาเข้าพิธีปักปิ่นหลังจากหายไปหลายปีแม่จึงอยากเห็นหน้าคร่าตาสักครั้ง อ้อ เจ้ามาผู้เดียวรึ เจ้าลูกเจี๊ยบทั้งห้าของเจ้ามาด้วยหรือไม่ มิได้เจอะเจอกันถึงสองปี นังหนูเฟยเฟยออกจากถ้ำฝึกตนรึยัง”“แล้วท่านได้เห็นหน้าคุณหนูใหญ่สกุลหยวนหรือไม่” เหวินหลงไม่ตอบแต่กลับถามกลับ ใบหน้าหล่อเหลายามนี้เคร่งเครียดขึ้นอย่างมิอาจห้ามได้...เขาลืมบอกมารดาไปเรื่องนึงสิน“เฮ้อ น่าเสียดาย ตอนแม่ไปชินอ๋องเองก็ไปแถมยังนำราชโองกา
เมื่อจิวเฟยและทุกคนถูกนำไปยังที่พักหยวนจิ้งก็ต้องกลับมายังห้องโถงอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงการมาของสองบุคคลสำคัญ“หยวนจิ้งคารวะอาจารย์หญิง ถวายพระพรชินอ๋องพะย่ะค่ะ”บุคคลสำคัญที่ว่า หนึ่งคือลั่วหยางหยงฉี ชินอ๋องแห่งแคว้นลั่วหยาง บุรุษผู้เป็นรองเพียงฮ่องเต้และยังเป็นฐานอำนาจของลั่วหยางหยงจิ้น องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นลั่วหยางส่วนอีกหนึ่งคือชุนไป๋เซียนหรือท่านหญิงไป๋เซียน ธิดาขององค์หญิงไป๋ซิงพระธิดาพระองค์เดียวของลั่วหยางหยงเจี้ยน อดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อน กับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นนางคือหลานสาวที่หย่งไท่ฮ่องเต้ให้ความเอ็นดูที่สุดและนอกจากจะเป็นท่านหญิงที่ฮ่องเต้รักใคร่แล้วนางยังมีอีกตำแหน่งที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกัน....นายหญิงแห่งสกุลโอวหยาง มารดาของโอวหยางเหวินหลง“ลุกขึ้นเถิดท่านแม่ทัพ” ชินอ๋องเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้กับบุคคลอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ภายในห้องโถง ซือซิงมองชินอ๋องวัยยี่สิบสี่ด้วยท่าทีเขินอาย นางพึงใจในตัวชินอ๋องและมาดหมายจะเป็นชินหวางเฟย นางจะได้มีอำนาจมากกว่าจิวเฟยที่ไม่แม้แต่จะเอ่ยอันใดกับนาง และนางต้องได้“ข้ามาวันนี้ก็เพื่อนำราชโองการของเสด็จพ่อมามอบให้ท่าน” ชินอ๋องกล่าวในขณะที่คนมาพร้
เมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องโถงของจวนจิวเฟยก็ได้เห็นร่างกายสูงตระหง่านของบิดานั่งอยู่โดยมีสตรีไม่คุ้นหน้านั่งอยู่เคียงข้างถัดไปจึงเป็นจินลั่วอวี้ฮูหยินรองที่นางเรียกติดปากตั้งแต่เล็กว่านางจิ้งจอกและเด็กหนุ่มสองคนกับเด็กสาวอีกสองคนที่คงจะเป็นน้อง ๆ ของนาง“ซือซือ” หยวนจิ้งเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นก้าวเข้ามาหาจิวเฟย เขาดูแก่ขึ้นมาก ผิดกับรูปร่างสง่างามเมื่อยามที่นางยังเด็ก เมื่อได้เห็นหน้าบิดาใกล้ ๆ จิวเฟยก็รู้สึกคิดถึงขึ้นมาดื้อ ๆ ทว่านางหาได้ก้าวเข้าไปกอดบิดาไม่จิวเฟยทำเพียงคารวะตามธรรมเนียมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จิวเฟยคารวะบิดา”“จิวเฟย?”“สิบปีก่อนท่านยอบรับกฎดังนั้นแล้วตัวข้าคือจิวเฟย หาใช่ซือซือไม่” นางตอบกลับ หยวนจิ้งหน้าเสียไปครู่ก่อนจะยิ้มอีกครั้ง“นั่นสินะ ข้าเลอะเลือนเสียจริง มาเถอะจิวเฟย พ่อจะแนะนำให้เจ้ารู้จักน้อง ๆ”นางเดินตามบิดามาหยุดตรงหน้าเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่านางราวปีกว่าด้วยความรู้สึกคิดถึงก่อนที่หยวนจิ้งจะเอ่ย “นี่ซือจิ้น เจ้าจำน้องได้หรือไม่?”“หยวนซือจิ้น ข้าจำได้ เจ้าเหมือนบิดามากกว่าท่านแม่เสียอีก” นางเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีด้วยความคะนึงหา หยวน
“แล้วจะให้ข้าชื่อว่าอะไรล่ะเจ้าคะ”“ศิษย์ของข้าละทิ้งชื่อแซ่ ชื่อใหม่ข้าจะเป็นคนตั้งให้และจะมีแค่ชื่อไม่มีแซ่ ตอนนี้ข้ามีศิษย์อยู่แล้วสี่คนชื่อของทุกคนขึ้นต้นด้วยคำว่าจิวที่หมายถึงโชคชะตา เพราะทุกคนมาพบข้าด้วยโชคชะตา...ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าคือจิวหลิง ศิษย์พี่รองจิวหลิน ศิษย์พี่สามจิวหู และศิษย์พี่สี่จ
“บิดา ข้าไม่อยู่ที่นี่นะ!”แม่ทัพหยวนมิได้มองบุตรสาวที่ส่ายหน้าไม่ยินยอม สายตาคมกริบจ้องสบตากับศิษย์น้องของตนก่อนจะยกมือประสาน “ข้ายังต้องไปสู้ศึกแดนใต้ชักช้ามิได้ คงต้องขอลาแล้ว...รักษาตัวด้วย”“ขอศิษย์พี่โชคดี ถนอมตัวด้วย” เจ้าสำนักเฟยผิงเอ่ยก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นลั่วหยางจะเดินจา
ห่างออกไปจากเมืองหลวงแคว้นลั่วหยางหลายพันร้อยลี้มียอดเขาสูงนามว่าเหอซาน บนยอดเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสำนักศึกษาเฟยผิง สำนักศึกษาอันเลื่องชื่อที่นอกจากจะเปิดสอนวรยุทธ์ กลศึก และวิชาแพทย์เป็นหลักผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสำนักเฟยผิงบ้างก็เป็นจอมยุทธที่เลื่องชื่อ บ้างก็เป็นแม่ทัพของแคว้นหรือขุนนางที่ได้
หกเดือนต่อมา...ในที่สุดงานมงคลของกู้หลุนอันหนิงกงจู่อันเป็นที่รักของผู้คนและราชวงศ์ก็เกิดขึ้น ฟู่จื่อเหยียนในชุดสีแดงปักเย็บอย่างดีขี่ม้าคู่ใจนำหน้าแห่ขบวนเจ้าสาวอันยาวเหยียดด้วยสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มกว่าจะมีวันนี้ มิใช่ง่าย


















ความคิดเห็น