จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว

จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว

last updateLast Updated : 2026-03-07
By:  ซินเสวี่ยUpdated just now
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
16Chapters
55views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

จากทายาทพันล้านต้องกลายเป็นเพียงลูกสาวของชาวบ้านยากจนที่มีชีวิตแสนจะลำบาก แถมยังโดนคนในสกุลสายหลักคอยเอาเปรียบและรังแกไม่เคยได้รับความเป็นธรรม นางที่ไม่เคยยอมแพ้ให้กับใครมีหรือจะยอมโดน

View More

Chapter 1

เป็นไปไม่ได้!

กึก กึก กึก ติง ติง ติง!

“เรียนท่านผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี้เครื่องบินเกิดตกหลุมอากาศ ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านโปรดรัดเข็มขัดนิรภัยและนั่งประจำอยู่กับที่ของตนเองเพื่อความปลอดภัยดะ...”

วูบบ

ยังไม่ทันที่หลินหลินจะได้ฟังคำพูดของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจบประโยค ทุกอย่างก็ดับวูบลงไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ

.

.

.

“โม่เอ๋อร์! โม่เอ๋อร์เจ้าได้ยินแม่หรือไม่ลูกรัก โม่เอ๋อร์ โม่เอ๋อร์...”

เสียงเรียกชื่อของใครบางคนดังขึ้นอย่างเลือนราง ข้าง ๆ หูของหลินหลิน มันเป็นเสียงที่ดูกระวนกระวายใจ ตกใจ เป็นห่วงและเต็มไปด้วยความรัก

เฮือก!!!

ในที่สุดเปลือกตาที่ปิดสนิทไร้หนทางที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งของเด็กสาวที่กำลังนอนหมดสติในอ้อมกอดของผู้เป็นมารดาก็กลับลืมตาพรึ่บขึ้นมา พร้อมกับอาการหายใจหอบเล็กน้อย

“อะ...เจ็บจัง”

หลินหลินเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งยกมือขึ้นจับไปที่บาดแผลตรงท้ายทอยของตนเองด้วยอาการเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

“โม่เอ๋อร์ลูกแม่! ฮือ ๆ ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณที่ให้ลูกสาวของข้ากลับคืนมา อึก”

น้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความยินดีของ จ้าวฟาน ผู้เป็นมารดาของเด็กน้อยเอ่ยขึ้น ทั้งที่ยังกอดรัดร่างของบุตรสาวคนเล็กของตนเองเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“อื้อ! ท่านแม่ลูกไม่เป็นอะไรแล้ว ท่านแม่ปล่อยข้าก่อนดีหรือไม่ข้ารู้สึกหายใจไม่ออกแล้วเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่ (วิญญาณหลินหลิน) เอ่ยบอกกับมารดาของตนหลังจากที่ถูกอีกฝ่ายกอดแน่นเสียจนรู้สึกหายใจไม่ออกแล้ว

“โอ๊ะ! แม่ขอโทษด้วยลูก แล้วเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกเจ็บตรงไหนหรือไม่ลูกรัก?”

นางฟานซื่อเอ่ยถามบุตรสาวตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง พร้อมกันนั้นนางก็ยังใช้สายตามองสำรวจทั่วร่างกายของเด็กสาวเพื่อหาบาดแผล

“ท่านแม่ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่เอ่ยตอบกลับพร้อมกับส่งรอยยิ้มบางเบาไปให้กับผู้เป็นมารดาเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลลงไป

“เช่นนั้นก็ลุกขึ้นไปทำงานบ้านเสีย อย่ามัวแต่มานั่งสำออยให้เสียเวลา!”

เพียงแค่จบคำพูดของเด็กสาว เสียงตะโกนอย่างฉุนเฉียวก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกนางสองแม่ลูก

“พี่สะใภ้หลิว โม่เอ๋อร์นางบาดเจ็บไม่อาจฝืนทำงานบ้านต่อได้แล้วในวันนี้”

นางฟานซื่อเอ่ยกับนาง หลิวตาน พี่สะใภ้ใหญ่ของตนเองอย่างต้องการความเห็นใจจากอีกฝ่าย

“แต่สิ่งที่ข้าเห็นอยู่ในตอนนี้นางก็ดูสบายดีไม่ใช่หรืออย่างไร เจ้าไม่ต้องมาแก้ตัวแทนนางรีบไสหัวไปทำงานได้แล้วอย่ามัวแต่ขี้เกียจ!”

นางหลิวซื่อ หรือ หลิวตาน สะใภ้คนโตของสกุลจ้าวสายหลัก หญิงวัยกลางคนอายุ 48 ปี ยังคงเอ่ยกับสองแม่ลูกอย่างไม่สนใจใยดีแม้แต่น้อย

“พี่สะใภ้หลิว ข้าขอร้องท่านละ ประเดี๋ยวข้าจะเป็นคนทำงานทั้งหมดเอง ข้าขอเพียงแค่ให้โม่เอ๋อร์ได้กลับไปนอนพักได้หรือไม่?”

นางฟานซื่อยังคงเอ่ยขอร้องพี่สะใภ้ใหญ่ด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนอย่างถึงที่สุด เพื่อให้บุตรสาวที่บาดเจ็บของนางได้กลับไปนอนพักที่บ้าน

“หึ เอาอย่างนั้นก็ได้ แล้ววันหลังอย่าให้ข้าเห็นอีกนะว่าพวกเจ้าสองแม่ลูกอู้งานจนทำงานไม่เสร็จ ไม่อย่างนั้นข้าจะบอกให้สามีของข้าจัดการสั่งสอนพวกเจ้าทั้งครอบครัวเสีย!”

นางหลิวซื่อเอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้น นางก็สะบัดตัวหันหลังเดินกลับเข้าไปภายในบ้านในทันที โดยไม่คิดที่จะสนใจสองแม่ลูกสกุลจ้าวอีกต่อไป

“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ ข้าจะอยู่ช่วยท่านทำงานให้เสร็จก่อนแล้วพวกเราจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนพร้อมกัน”

จ้าวโม่เอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นว่านางหลิวซื่อเดินจากไปแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาจากผู้เป็นมารดาก็ทำให้เด็กสาวจำต้องทำตามอย่างขัดไม่ได้

“ไม่เป็นไร ลูกกลับบ้านไปพักผ่อนเถิด อย่าดื้อรั้นและทำให้แม่ต้องเป็นห่วงไปมากกว่านี้เลยนะลูกรัก”

“ก็ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะกลับไปพักตามที่ท่านแม่เอ่ยมานะเจ้าคะ แต่ท่านแม่อย่าฝืนตัวเองมากเกินไปจนตัวเองไม่ไหวนะ”

จ้าวโม่เอ่ยกำชับกับมารดาทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนที่นางจะพาร่างอันบอบช้ำของตัวเองเดินกลับไปยังบ้านที่อยู่ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมเพื่อพักผ่อนในทันที

หลังจากที่จ้าวโม่เดินตามเส้นทางกลับบ้านได้สักพักหนึ่ง ในที่สุดเด็กสาวก็มาหยุดลงที่หน้าบ้านโทรม ๆ หลังหนึ่งที่ในความทรงจำของเด็กสาวนั้นคือบ้านของพวกเขาสกุลจ้าวสายรอง

ใช่แล้ว ร่างที่หญิงสาวเข้ามาสวมอยู่ใหม่ในตอนนี้คือ จ้าวโม่ เด็กสาวอายุเพียงแค่ 11 หนาว จากสกุลจ้าวสายรอง ขึ้นชื่อว่าเป็นสายรองก็ย่อมต้องถูกสายหลักกดเอาไว้อย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

โดยครอบครัวของเด็กสาวนั้นมีด้วยกันทั้งหมดหกคนและนางก็คือลูกสาวคนเล็กของบ้าน ท่านตาของนางนั้นเป็นน้องชายของท่านตาใหญ่ที่เป็นผู้นำสกุลจ้าวสายหลัก

ส่วนมารดาของนางเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านตา ในความทรงจำของเด็กสาวจ้าวโม่ตามที่นางได้เห็นในตอนที่กำลังจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมานั้นช่างน่าสงสารยิ่งนัก

ครอบครัวของเด็กสาวนั้นมักจะถูกคนจากบ้านสายหลักคอยรังแกอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะมารดาของนางกับเจ้าของร่างเดิม

ทุกครั้งที่สามีและลูกชายทั้งสองของนางขึ้นเขาไปล่าสัตว์ บิดาไปหาสมุนไพร นางกับบุตรสาวก็จะถูกนางหลิวซื่อพี่สะใภ้ใหญ่กับนางหมี่ซื่อพี่สะใภ้รองเรียกไปใช้ให้ทำงานบ้านอยู่ทุกวัน

นานวันเข้าเมื่อเด็กสาวเริ่มโตขึ้นอายุได้ 7 หนาวก็ถูกบุตรสาวทั้งสองของป้าสะใภ้ทุบตีระบายความโกรธ แต่เด็กสาวกลับไม่เคยเอ่ยปากบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนที่บ้านรู้เลยแม้แต่น้อย

นั่นเพราะกลัวคำขู่ของญาติผู้พี่ทั้งสองคนที่บอกว่าถ้านางกล้านำเรื่องนี้ไปบอกคนที่บ้าน พวกนางทั้งสองจะบอกให้บิดาของพวกตนจัดการกับครอบครัวของนางเสีย

ด้วยความเป็นเด็กและกลัวว่าตนเองจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ดังนั้นเด็กสาวจึงได้เก็บงำเรื่องที่ตนเองถูกญาติผู้พี่ทั้งสองรังแกมาโดยตลอด

พอนางฟานซื่อเอ่ยถามถึงบาดแผลตามตัวเด็กสาวก็บอกเพียงตนเองไม่ทันระวังหกล้มบ้าง โดยไม้ข่วนบ้าง ด้วยจ้าวโม่นั้นเป็นเด็กซุ่มซ่ามและขี้กลัว นางฟานซื่อจึงไม่ได้เอะใจเกี่ยวกับเรื่องแผลบนตัวของบุตรสาวคนเล็กแม้แต่น้อย

จนมาวันนี้ในขณะที่นางฟานซื่อเดินไปซักผ้าที่ลำธารอยู่นั้น จ้าวโม่ที่กำลังช่วยมารดาล้างถ้วยชามอยู่ที่หลังบ้านของบ้านสายหลักก็ถูกบุตรสาวของป้าสะใภ้ทั้งสองรุมรังแก

ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะพลั้งมือผลักเด็กสาวจนล้มหงายหลังไปหัวฟาดเข้ากับเก้าอี้นั่งล้างจานที่ทำจากไม้เนื้อแข็งจนหมดสติและสิ้นใจตาย

เมื่อนางฟานซื่อกลับมาก็พบเพียงร่างของบุตรสาวที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ด้วยความตกใจนางฟานซื่อรีบทิ้งถังใส่ผ้าลงพื้นแล้วรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง

นางรีบเขย่าเรียกร่างเล็กในอ้อมกอด ด้วยความหวาดกลัวสุดหัวใจ ไม่นานร่างเล็กในอ้อมแขนก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ซึ่งก็คือตอนที่วิญญาณของหญิงสาวได้เข้ามาสวมร่างนี้แทนเด็กสาวจ้าวโม่แล้วนั่นเอง

กลับมาที่ปัจจุบัน ในตอนนี้จ้าวโม่กำลังยืนอึ้งกับสภาพบ้านที่ตนเองต้องมาอาศัยอยู่ด้วยความรู้สึกหดหู่ แลดูสิ้นหวังเป็นอย่างมาก

เพราะว่าบ้านของนางกับครอบครัวที่ใช้อาศัยอยู่ด้วยกันหกชีวิตตรงหน้าของนางในตอนนี้มันช่างไม่ต่างอะไรกับกระท่อมปลายนาที่นางเห็นบ่อย ๆ ในช่วงวัยเด็กที่ตนเองได้อาศัยอยู่กับท่านยายที่บ้านในต่างจังหวัด

ต่างกันก็เพียงแค่บ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่กว่าและดูดีกว่าเล็กน้อยเพียงเท่านั้น

‘นี่มันเกิดเรื่องพิสดารอะไรขึ้นกับนางกัน! มันไม่มีทางเป็นไปได้!

นางไม่อาจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นกับตนเองได้แม้แต่น้อย’

==========================================================================================

เปิดมาตอนแรกก็เจอตัวแม่กันเลยทีเดียว ยัยน้องจะไหวไหมคะนั่น มาเอาใจช่วยน้องกันเยอะ ๆ นะคะ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
16 Chapters
เป็นไปไม่ได้!
กึก กึก กึก ติง ติง ติง!“เรียนท่านผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี้เครื่องบินเกิดตกหลุมอากาศ ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านโปรดรัดเข็มขัดนิรภัยและนั่งประจำอยู่กับที่ของตนเองเพื่อความปลอดภัยดะ...”วูบบยังไม่ทันที่หลินหลินจะได้ฟังคำพูดของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจบประโยค ทุกอย่างก็ดับวูบลงไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ...“โม่เอ๋อร์! โม่เอ๋อร์เจ้าได้ยินแม่หรือไม่ลูกรัก โม่เอ๋อร์ โม่เอ๋อร์...”เสียงเรียกชื่อของใครบางคนดังขึ้นอย่างเลือนราง ข้าง ๆ หูของหลินหลิน มันเป็นเสียงที่ดูกระวนกระวายใจ ตกใจ เป็นห่วงและเต็มไปด้วยความรักเฮือก!!!ในที่สุดเปลือกตาที่ปิดสนิทไร้หนทางที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งของเด็กสาวที่กำลังนอนหมดสติในอ้อมกอดของผู้เป็นมารดาก็กลับลืมตาพรึ่บขึ้นมา พร้อมกับอาการหายใจหอบเล็กน้อย“อะ...เจ็บจัง”หลินหลินเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งยกมือขึ้นจับไปที่บาดแผลตรงท้ายทอยของตนเองด้วยอาการเจ็บปวดเป็นอย่างมาก“โม่เอ๋อร์ลูกแม่! ฮือ ๆ ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณที่ให้ลูกสาวของข้ากลับคืนมา อึก”น้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความยินดีของ จ้าวฟาน ผู้เป็นมารดาของเด็กน้อยเอ่ยขึ้น ทั้งที่ยังกอดรัดร่างของบุตรสาวคนเล็กของตนเองเ
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
ครอบครัวสกุลจ้าวสายรอง
เด็กสาวยืนทำใจอยู่หน้าบ้านจนเสร็จก็เดินตรงเข้าไปภายในบ้านเพื่อนอนหลับพักผ่อนที่ห้องนอนของตนเองในทันทีแต่จ้าวโม่ก็ยังไม่ลืมที่จะค้นหายาทาแผลเพื่อนำไปทาตรงบาดแผลที่ปูดโนขึ้นตรงบริเวณท้ายทอยของตนเองก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนที่นอนแข็ง ๆ ไม่มีสัมผัสของความนุ่มนิ่มจนผล็อยหลับไปในที่สุดเป็นเวลากว่าสองชั่วยามที่จ้าวโม่นั้นนอนหลับไป จนนางรู้สึกตัวตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงพูดคุยกันจากด้านนอกบ้านที่ดังเข้ามาภายในห้องนอนนั่นจึงทำให้เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลืมสะลือเล็กน้อย เพราะเพิ่งจะตื่นนอนใหม่ ๆ ผ่านไปไม่นานจ้าวโม่ก็สามารถตื่นขึ้นมาได้อย่างเต็มตาจากนั้นร่างผอมเล็กของเด็กสาวจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปยังจุดที่มีการสนทนากันอยู่ในทันทีและเมื่อจ้าวโม่เดินผ่านประตูหน้าบ้านออกมาก็พบว่าในตอนนี้เจ้าของเสียงที่กำลังพูดคุยกันอยู่ก็คือท่านตากับพวกท่านพ่อและพี่ชายทั้งสองของตนเองที่กำลังพูดคุยกันอยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้านกันอยู่“โม่เอ๋อร์วันนี้เจ้าไม่ได้ไปกับมารดาของเจ้าหรอกหรือ?”จ้าวเหยียน เอ่ยถามบุตรสาวขึ้นทันที เมื่อเขามองเห็นร่างของอีกฝ่ายเดินออกมาจากภายในบ้าน“ไปเจ้าค่ะ แต่ข้ากลับมาก่อนเพราะท่า
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
ความจริงที่ไม่เคยรู้
“เพราะอะไรเช่นนั้นรึ? อะไรที่ทำให้เจ้าต้องการจะแยกบ้านกับบ้านใหญ่กันพอจะเอ่ยบอกกับตาได้หรือไม่”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามถึงเหตุผลจากหลานสาวอีกครั้ง เพราะการที่เขาจะสามารถตัดสินใจในเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้ย่อมต้องมีเหตุผลรองรับที่หนักแน่นพอไม่เช่นนั้นเรื่องการแยกบ้านก็จะยุ่งยากขึ้นและไม่สามารถทำมันได้อย่างง่ายดายเช่นที่หลานสาวของเขาเอ่ยขึ้นมาเมื่อสักครู่นี้นั่นเอง“เฮ้อ...ความจริงแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น ข้ากับท่านแม่จะถูกพวกป้าสะใภ้และลูก ๆ ของพวกเขาคอยรังแก เอาเปรียบ พูดจาถากถาง จิกหัวใช้ราวกับเป็นทาสมาโดยตลอดเจ้าค่ะ”“ทุกวันหลังจากที่พวกท่านพากันออกจากบ้านไปแล้ว ข้ากับท่านแม่ก็ต้องไปทำงานบ้านให้กับบ้านใหญ่อยู่ทุกวัน ไม่ใช่ไปรับจ้างข้างนอกเหมือนที่ท่านแม่เอ่ยบอกกับพวกท่านหรอก”“ในแต่ละวันพวกป้าสะใภ้กับลูก ๆ ของนางจะชอบด่าทอ ทุบตีข้ากับท่านแม่เพื่อระบายโทสะของพวกนางอยู่ทุกครั้ง”“แต่พวกข้าก็อดทนไม่เอ่ยบอกเรื่องนี้กับท่านตาและท่านพ่อรวมไปถึงพี่ชายทั้งสอง นั่นเป็นเพราะว่าพวกป้าสะใภ้ขู่พวกข้าเอาไว้ว่าถ้านำเรื่องนี้ไปบอกกับพวกท่านแล้ว”“พวกนางจะใส่ไฟพวกท่านตาใหญ่กับท่านลุงทั้งสองให้ไล่พวกเราออกจ
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
หมู่บ้านหานไห่
เมื่อนางฟานซื่อเห็นว่าบุตรสาวไม่เอ่ยโต้แย้งตนเองแล้วเดินจากไป นางจึงได้เงียบเสียงลง ก่อนจะหันไปมองหน้าของผู้เป็นสามีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มาตลอดด้วยความรู้สึกเสียใจ“นางยังเด็ก ย่อมมีความรู้สึกขุ่นเคืองที่ตนเองถูกกระทำมา เจ้าก็อย่าคิดมากไปเลยนะน้องหญิง”จ้าวเหยียนเอ่ยปลอบภรรยาของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างให้เหตุผล ถึงแม้ว่าเขาเองจะรู้ดีว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้บุตรสาวคนเล็กของเขาเป็นเช่นนั้นก็ตาม“เจ้าค่ะท่านพี่ ความจริงแล้วข้าเองก็โกรธพวกพี่สะใภ้ที่ทำกับพวกเราเช่นนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ข้าเองก็ไม่สามารถปล่อยให้ลูก ๆ ของเราต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนอกตัญญู”“ข้าจึงจำเป็นจะต้องเอ่ยดุนางไป แต่ภายในใจของมารดาเช่นข้าย่อมรู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน”นางฟานซื่อเอ่ยบอกกับสามีของตนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างรู้สึกเศร้าเสียใจที่ตนเองได้ต่อว่าลูกสาวอันเป็นที่รักเช่นนั้น“พี่เชื่อว่าโม่เอ๋อร์เข้าใจถึงความรักและหวังดีที่เจ้ามีให้กับนางอย่างแน่นอน ไม่เป็นไรนะน้องหญิง”จ้าวเหยียนเอ่ยปลอบใจภรรยาสุดรักอีกครั้ง อย่างให้กำลังใจ และเขาเองก็คิดว่าบุตรสาวของตนนั้นย่อมเข้าใจถึงความรักที่มารดามีให้กับนางอย่างแน่นอน
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
หารือเรื่องแยกบ้าน
ในที่สุดตอนนี้ครอบครัวของจ้าวโม่ก็อยู่กันอย่างพร้อมหน้าในมื้ออาหารเย็นเสียทีเพราะหลังจากที่จัดการเรื่องต่าง ๆ มากมายกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลามื้อเย็นแล้ว ดังนั้นในเวลานี้ครอบครัวของจ้าวโม่จึงกำลังกินมื้อเย็นกันอย่างพร้อมหน้าเมื่อจ้าวเหว่ยผู้อาวุโสที่สุดของบ้านเห็นว่าทุกคนในบ้านต่างก็กินข้าวเย็นกันเสร็จหมดแล้ว ชายชราจึงเริ่มต้นเอ่ยเปรยถึงเรื่องของการแยกบ้านขึ้นมาเพื่อไม่ให้เสียเวลา“เอาละ ในเมื่อทุกคนทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าเองก็มีเรื่องที่จะเอ่ยถามความคิดเห็นจากพวกเจ้าทุกคนหน่อย”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”สมาชิกทุกคนของบ้านจึงเอ่ยรับคำของชายชราขึ้น จากนั้นคนทั้งหมดจึงได้เดินตามหลังของจ้าวเหว่ยเข้าไปนั่งภายในบ้านอย่างสงบเมื่อชายชราเห็นว่าทุกคนได้นั่งลงประจำที่กันอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองต้องการจะพูดขึ้นมา“ข้าคิดว่าพวกเราควรจะแยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่เสียที พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไรกันบ้างก็เอ่ยออกมาเถิด”“พวกข้าเห็นด้วยกับท่านพ่อขอรับ ไม่ว่าท่านพ่อตัดสินใจเช่นไรพวกข้าก็จะทำตามความต้องการของท่านพ่ออย่างดีขอรับ”หลังจากจบคำพูดของชายชรา จ้าวเหยียนก็เป็นคนเอ่ยให้คำตอบ
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
สกุลจ้าวบ้านใหญ่
ในตอนนี้จ้าวโม่กับท่านตาของนางก็ได้เดินทางมาถึงหน้าบ้านของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่แล้ว“พี่ใหญ่ท่านอยู่หรือไม่?”จ้าวเหว่ยเอ่ยเรียกพี่ชายของตนจากหน้าบ้านเพื่อดูว่าอีกฝ่ายได้อยู่ที่บ้านในวันนี้หรือไม่“อ้าวท่านอามาหาท่านพ่อหรือขอรับ”คนที่ออกมาจากตัวบ้านแล้วเอ่ยทักทายชายชรากลับเป็น จ้าวหัวหนาน บุตรชายคนโตของพี่ชายเขาแทน“ใช่แล้วละ แล้วพ่อเจ้าละอาหนาน”จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบหลานชายตรงหน้าไป ก่อนจะเอ่ยถามถึงบุคคลที่ตัวเขามีธุระจะพูดคุยด้วยในวันนี้ขึ้นมาอีกครั้ง“ท่านพ่ออยู่ด้านในบ้านขอรับ เดี๋ยวข้าจะเข้าไปเรียกให้”จ้าวหัวหนานเอ่ยจบลงก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปภายในบ้านอย่างรวดเร็วเพื่อเรียกบิดาของตนให้กับชาชราอีกคนที่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน“ท่านตาคิดว่าท่านตาใหญ่จะยอมให้พวกเราแยกบ้านกันไปอย่างง่ายดายหรือไม่เจ้าคะ?”ในระหว่างที่สองตาหลานกำลังยืนรออีกฝ่ายอยู่นั้น จ้าวโม่ก็ได้เอ่ยถามคำถามที่ตนเองกำลังสงสัยขึ้นมา“ตาก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ถ้ามันไม่สามารถพูดคุยกันได้จริง ๆ ก็คงต้องเชิญหัวหน้าหมู่บ้านเข้ามาเป็นผู้ตัดสินให้แทน”จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบหลานสาวไปตามความจริงที่เขากำลังขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่“ถ้าเป็น
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!
จ้าวโม่ที่ในตอนแรกรู้สึกโมโหป้าปากตลาดตรงหน้าจนอยากจะฟาดอีกฝ่ายด้วยเปลือกทุเรียนเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวแต่เมื่อนางคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเปลี่ยนไปเป็นเอ่ยยอกย้อนคำพูดของนางหลิวซื่อกลับไป“นังตัวดี! เจ้าคงจะลืมรสมือของข้าไปแล้วสินะ เช่นนั้นวันนี้ข้าจะตบเจ้าเพื่อสั่งสอนแทนมารดาไม่เอาไหนของเจ้าเอง”นางหลิวซื่อเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างลืมตัว จากนั้นร่างของหญิงวัยกลางคนก็ปรี่ตรงเข้าไปหาร่างของจ้าวโม่ที่อยู่ไม่ไกลเพื่อลงมือกับอีกฝ่ายตามที่ตนเองพูดขึ้นมาในทันที“ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!”แต่ยังไม่ทันที่ร่างของนางหลิวซื่อจะเข้าไปถึงตัวของเด็กสาว จู่ ๆ น้ำเสียงเข้มที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดก็ดังขึ้นจากจ้าวเหว่ยพร้อมกับที่ชายชรานั้นได้ก้าวขึ้นไปยืนบดบังร่างของหลานสาวคนเล็กของตนเอาไว้อย่างต้องการปกป้อง“ท่านอาจ้าว! ท่านไม่เห็นหรือว่าหลานสาวของท่านนั้นแสดงท่าทางเช่นไรกับผู้ใหญ่ ข้าก็เพียงแค่จะสั่งสอนนางแทนมารดาของนางด้วยความหวังดีก็เพียงเท่านั้น”“ไม่จำเป็น! ลูกสาวของข้า ข้าย่อมสั่งสอนนางเองได้ ไม่รบกวนให้พี่สะใภ้หลิวต้องมาเป็นห่วงหรอกนะเจ้าคะ”“ข้าคิดว่าท่านคงจะยุ่งอยู่กับการสั่งสอ
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
หนังสือแยกบ้าน
บาดแผลที่เพิ่งจะตกสะเก็ดตรงบริเวณท้ายทอยของเด็กสาวทำให้ทุกคนที่ได้เห็นบาดแผลนั้นเริ่มที่จะเชื่อคำพูดของจ้าวโม่ขึ้นมามากกว่าเดิมในทันทีแต่จ้าวโม่กลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางยังถลกแขนเสื้อของตนเองขึ้นเพื่อเผยให้เห็นรอยแผลฟกช้ำจากการถูกทำร้ายให้กับเหล่าชาวบ้านรวมไปถึงคนบ้านใหญ่ให้ได้เห็นกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน เมื่อทุกคนได้เห็นรอยบาดแผลและรอยฟกช้ำเต็มตัวของเด็กสาวต่างก็เบนสายตากลับไปจ้องมองยังคนบ้านใหญ่จ้าวกันอย่างตำหนิและต่อว่าอยู่ภายในใจ“เหลวไหล! บุตรสาวของข้าไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างแน่นอนต้องเป็นบุตรสาวของเจ้าใช่หรือไม่นางหมี่ซื่อที่เป็นคนยุยงลูกสาวของข้า!”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของนางหลิวซื่อดังขึ้นอย่างไม่เชื่อในคำพูดของเด็กสาวพร้อมทั้งยังเอ่ยปัดความผิดไปให้กับบุตรสาวของสะใภ้คนรองอย่างนางหมี่ซื่อที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ของผู้เป็นสามีในทันที“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านจะมาโยนความผิดให้กับหนิงเอ๋อร์ของข้าเพียงคนเดียวเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะเจ้าคะ เพราะนางก็เอ่ยบอกอยู่ว่าเป็นทั้งสองคนหาใช่เพียงคนเดียว”นางหมี่ซื่อเองก็ไม่ยินยอมที่จะให้ลูกสาวของตนเองต้องแบกรับความผิดที่ร้ายแรงเช่นนี้เอาไว้
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
ขึ้นเขากับท่านตา
ช่วงปลายยามซื่อ (09.00-10.59) หลังจากที่จ้าวเหว่ยกลับมาจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วนั้นชายชราก็เตรียมตัวขึ้นเขาเพื่อหาสมุนไพรตามปกติ เพียงแต่วันนี้ขึ้นเขาสายกว่าทุกวันเพราะติดเรื่องการแยกบ้านในช่วงเช้าอยู่ในขณะที่ชายชราเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะเดินออกจากบ้านไปนั่นจู่ ๆ เสียงเรียกของหลานสาวคนเล็กของเขาก็ดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน“ท่านตาข้าขอไปด้วยเจ้าค่ะ ข้าอยากขึ้นเขาด้วยจะได้หรือไม่ ข้าอยากไปเปิดหูเปิดตาบ้างเจ้าค่ะ”จ้าวโม่ที่รีบเร่งเตรียมตัวเพื่อจะขอขึ้นเขาไปกับผู้เป็นตาจนเกือบจะไม่ทันอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อย“ได้สิ แต่ว่าเจ้าห้ามอยู่ห่างจากตาเป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่?”คำตอบจากชายชราที่เอ่ยอนุญาตอย่างง่ายดายทำให้เด็กสาวถึงกับงุนงงเล็กน้อย แต่ไม่นานจ้าวโม่ก็เผยยิ้มสดใสออกมาอย่างดีใจก่อนที่นางจะเอ่ยรับปากกับชายชราด้วยน้ำเสียงแข็งขันด้วยความดีใจ“ได้เลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเลยดีหรือไม่?”“แล้วเจ้าได้บอกมารดาของเจ้าเอาไว้หรือยังเล่า”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามกับหลานสาวหลังจากที่เห็นท่าทางดีอกดีใจเป็นอย่างมากที่เขาอนุญาตให้อีกฝ่ายตามขึ้นเขาไปด้วยจนอาจจะหลงลืมเรื่
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
พบสมุนไพรหายาก
“มันคืออะไรหรือเจ้าคะท่านตา เหตุใดท่านจึงได้ดูตกใจถึงขนาดนั้นกัน?”จ้าวโม่เอ่ยถามชายชราขึ้นด้วยความงุนงง สงสัยกับท่าทางที่อีกฝ่ายกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้“มันคือ...เห็ดหลินจือแดงเป็นสมุนไพรหายากมาก!”จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบหลานสาวของตนเองไปอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าในชีวิตนี้เขาจะสามารถค้นพบเห็นหลินจือแดงเช่นนี้ได้“เห็ดหลินจือแดงหรือเจ้าคะ? แล้วราคาของมันแพงมากหรือไม่เจ้าคะท่านตา”จ้าวโม่เอ่ยทวนชื่อเรียกของเจ้าดอกเห็ดที่อยู่ตรงหน้าของตนไปพรางคิดถึงชื่อของสมุนไพรไปด้วย ก่อนที่เด็กสาวจะเอ่ยถามราคาการซื้อขายของที่นี่ว่าแพงหรือไม่เพราะในโลกก่อนนั้นราคาของเห็ดหลินจือไม่ค่อยแพงสักเท่าไหร่ อาจจะเพราะมันสามารถเพาะขายได้จึงทำให้ราคาไม่แพงมากนัก“ตาเองก็ไม่รู้เช่นกัน เพราะตานั้นไม่ได้อยู่ร้านขายสมุนไพรมานานมากแล้ว ประเดี๋ยวตาจะเก็บดอกเห็ดทั้งหมดนี้ก่อน เจ้ารอตาสักครู่นะโม่เอ๋อร์”เอ่ยจบชายชราก็เริ่มลงมือเก็บเจ้าเห็ดหลินจือแดงที่อยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวังในทันทีผ่านไปหนึ่งก้านธูปในที่สุดจ้าวเหว่ยก็สามารถเก็บเห็ดหลินจือแดงทั้งห้าดอกเสร็จเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับรีบนำมันลงไปซ่อนเอาไว้ที่ก้นตะกร้าท
last updateLast Updated : 2026-03-07
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status