Masukข..เขาพูดภาษาไทยได้ด้วยเหรอ
นึกว่าเป็นคนจีนแท้ๆซะอีก..
จินนี่ที่ยืนเบิกตาโพลงคิดอยู่ภายในใจพลางกลืนน้ำลายลงคอ เธอกำสายจูงในมือแน่นโดยที่บอกตัวเองว่าใจเย็นๆ หากทำอะไรผิดนิดหน่อยก็อาจจะโดนไอ้ตาโหดคนนี้ฆ่าหมกโพรงหญ้าได้เลย แววตาหวาดหวั่นเหลือบมองไปยังด้านหลังที่มีหนุ่มหล่อหลายคนกระตุกยิ้มบาง
“เอ่อ ฉ..ฉันขอโทษค่ะคุณ พอดีว่าเจ้าหมาของฉันจู่ๆมันก็วิ่งมาที่นี่ ฉันพยายามจะรั้งสุดแรงที่มีแล้วนะคะ แต่ว่าฉันก็ต้านแรงหมาตัวเองไม่ได้ ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ”
“……”
“ฉันอยู่ข้างบ้านคุณนะคะ ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ แหะๆ”
หญิงสาวที่ไม่ได้ขุ่นเคืองใจกับประโยคเหน็บแนมของหนุ่มหน้าจีน เธอก็ฉีกยิ้มหวานส่งกลับไปอย่างเก้อเขิน คงเพราะสายตาของเขามันน่าเกรงขาม และบรรดาผู้ชายด้านหลังที่เอาแต่จ้องเธอตาเป็นมันกันทุกคน
“เอ่อ.. งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ ค..คุณ..?”
“……”
อี้เฉินยังคงไม่ตอบรับอะไรนอกจากยืนแน่นิ่งเหมือนรูปปั้น เขาใช้แววตาเรียบเฉยอันแสนน่ากลัวจ้องมองไปที่เธออยู่แบบนั้น จนจินนี่ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดกลัว เธอไม่คิดเลยว่าหนุ่มหล่อข้างบ้านจะเป็นพวกต่อต้านสังคมรอบข้างขนาดนี้
แค่บอกชื่อและทักทายกลับก็ยังทำไม่ได้เลย
ชิ.. คนอะไรหยิ่งชะมัด..
“ง..งั้นฉันขอตัวก่อนแล้วกันนะคะ ไปกันเถอะบิงซู”
คนที่หน้าแตกยับเยินก้มลงมองเจ้าสัตว์เลี้ยงด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เธอแอบเหลือบมองชายหนุ่มในชุดคลุมจีนแวบหนึ่ง ก่อนจะออกแรงดึงสายจูงของบิงซูให้เดินตามออกไป แต่ทว่าหมาเจ้ากรรมที่เดินอยู่ก็ดันหยุดชะงัก มันเริ่มโก่งตัวแล้วแหงนหน้ามองเจ้าของบ้านที่ยืนค้ำหัวอยู่
“บิงซู!?”
ฉี่……
กึก!
วินาทีนั้นเองมันก็ได้ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมากลางอากาศ แล้วจัดการปล่อยน้ำสีเหลืองอ๋อยของตัวเองออกมารดสวนหย่อมอันเขียวขจี ต่อหน้าต่อตาผู้ชายทุกคนที่นี่ รวมถึงอี้เฉินที่ยืนจ้องมองภาพนี้ด้วยสีหน้าอำมหิต
“ว๊ายยยยย!! บ..บิงซูลูก!! ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ!!”
แต่ทว่าจังหวะที่จินนี่ยืนอ้าปากค้างชั่ววินาที เธอก็เตรียมจะพุ่งตัวไปอุ้มหมาของตัวเองขึ้นมาจากหญ้าด้านล่าง จู่ๆเจ้าบิงซูมันก็กระโดดพรวดออกไปอีกทางอย่างแรง นั่นจึงทำให้แรงกระชากจากสายจูงในมือพาร่างบางมาด้วย
วืบบบบบ
หมับ!!!
ร่างเล็กอันบอบบางน่าทะนุถนอม แต่หน้าอกหน้าใจก็ใหญ่จนเซ็กซี่ ทรวดทรงของเธอไม่ได้ผอมแห้งจนเกินไป มันกำลังทำให้หนุ่มๆแถวนี้น้ำลายแตกกันเป็นแถว จินนี่ถูกแรงกระชากให้หน้าคะมำไปฟุบกับอ้อมอกของใครบางคน ซึ่งใครคนนั้นก็อ้าแขนรับเธอไว้ได้พอดี
ถ้าไม่อย่างนั้นจินนี่คงต้องนอนกองกับพื้นหญ้าไปแล้ว..
“อะอึ่ก!.. ข..ขอโทษค่ะ..”
รู้ตัวอีกทีเธอก็เอ่ยคำขอโทษออกไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหวานรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นผ่านผิวหนัง จังหวะการเต้นของหัวใจกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมที่ผู้ชายชอบใช้
“เชี้ยยยยยยยย...”
“ม..มึง น้องเขาเอาหน้าซบเฮียเลยเหรอวะ”
“ซุบซิบ.. น้องเขาจะตายปะวะมึง”
“ชู่ววววว เฮียเขาไม่ทำผู้หญิงหรอก ปากมึงนี่นะ!”
เหล่านักดาบกล้ามล่ำหลายคนต่างซุบซิบกันด้วยสีหน้าแตกตื่น ทุกสายตาจ้องมองไปยังสาวน้อยที่ขลุกอยู่ในอ้อมอกแกร่ง โดยที่เธอยังไม่รู้ว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่ทุกวินาที เจ้าของกล้ามหน้าอกที่จินนี่กำลังใช้จมูกเล็กคลอเคลียอยู่อย่างนั้นไม่ห่าง
“เธอเป็นพวกโรคจิตเหรอ”
“ค..คะ?”
“……”
จังหวะนี้เองที่จินนี่เงยหน้าขึ้นไปสบสายตากับเจ้าของเสียงทุ้ม เธอก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจกับการกระทำของตัวเอง เพราะใบหน้าหล่อของเขาใกล้กับเธอแค่เพียงนิดเดียว แถมสองมือของเธอก็ยังทาบลงไปยังกล้ามหน้าอกอันขาวเนียน
“เอ่อ อ๊ะ!! ขอโทษค่ะ!!”
ตายแล้วยัยจินนี่.. แกทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย..
“ฉ..ฉันไม่ได้ตั้งใจแต๊ะอั๋งคุณจริงๆนะคะ! คือว่าเมื่อกี๊มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ! งั้นฉันขอตัวกลับบ้านก่อน ขอโทษจริงๆนะคะคุณ!”
พูดจบสาวน้อยที่หน้าแดงฉานก็รีบเร่งฝีเท้าวิ่งออกไปอย่างระมัดระวัง เธอตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก ทั้งขายหน้าผู้ชายทุกคนที่นี่ และก็หวาดกลัวสายตากับท่าทีของหนุ่มจีนคนนั้น เขามองเธอราวกับไม่อยากจะสุงสิงด้วย แถมเธอยังเอาหน้าไปซบกล้ามอกของเขาอีก
“ฮืออออ นี่มันวันซวยอะไรของฉันเนี่ย..”
บ๊อก! บ๊อก!
และแน่นอนว่าเจ้าบิงซูที่ยืนกระดิกหางรออยู่ริมถนนหน้าคฤหาสน์ทรงจีน มันก็ได้เห่าเรียกเจ้านายที่วิ่งหน้าตั้งออกมา
“ไม่ต้องมาเห่าเลยบิงซู! เพราะลูกนั่นแหละที่ทำให้แม่ขายหน้า วิ่งเข้าไปบ้านคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วยังจะไปฉี่ใส่หญ้าเขาอีก กลับไปแม่จะไม่ให้กินขนมเลยคอยดู!”
หงิ๋งงงง…
พอรู้ว่าแม่ตัวเองเริ่มทำเสียงดุกับประโยคคาดโทษ เจ้าหมาตัวแสบก็หางตกกับหูลู่ลงทันที มันทำได้แต่เดินก้มหน้าตามเจ้าของไปอย่างระมัดระวัง โดยที่มีสายตาของใครคนหนึ่งคอยจ้องมองอยู่ตลอดเวลา
“ฮึ่ม.. ดูท่าน้องเขาจะไม่ธรรมดาเลยนะครับเฮีย ไม่น่าเชื่อว่าเฮียมาอยู่ที่นี่ไม่ถึงเดือนก็เจอสาวมาจีบแล้ว หึๆ”
เทาเทา หนุ่มเจ้าชู้ที่ชอบโปรยเสน่ห์เอ่ยบอกกับอี้เฉินด้วยสีหน้ากวน เขาหันไปขยิบตาใส่เพื่อนรักนักดาบเพื่อให้ช่วยแซวเจ้านายด้วยอีกแรง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตายเหมือนกับเขาเลยสักคน
“เอ่อ ผมว่าน้องเขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอกครับเฮีย”
“นั่นสิครับ เมื่อกี้นี้พวกเราก็เห็นอยู่ว่าเป็นเพราะหมาตัวนั้น มันออกแรงวิ่งจนทำให้สายจูงกระชากเข้ามาหาเฮีย ยังไงก็อย่าถือสาผู้หญิงคนนั้นเลยครับ”
ตามมาด้วย เฟย และ อาถัง สองคนที่วางตัวกับเจ้านายได้สงบเสงี่ยมกว่าเทาเทา เฟยเป็นผู้ชายหน้าดุ นิสัยโหดเหมือนอี้เฉิน ส่วนอาถังก็เป็นชายหนุ่มอัธยาศัยดี เขาชอบมองโลกในแง่ดีและยิ้มง่ายกว่าเจ้านายเยอะเลย
ทั้งสามคนเป็นลูกน้องของอี้เฉินตั้งแต่อยู่ที่ค่ายประลองดาบเถื่อนในจีน แต่พอเขากับแม่ย้ายมาอยู่ที่ไทยถาวร เหล่าลูกน้องหน้าโหดทั้งหลายจึงตามมาทำงานด้วย นานๆทีพวกเขาถึงจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวที่นั่น
“เออ กูไม่ได้ถือสาอะไร พวกมึงอย่าคิดมาก ไปซ้อมกันต่อได้แล้ว เดี๋ยวเย็นนี้กูต้องเข้าบริษัทพ่ออีก”
“รับทราบครับเฮีย!!!”
เหล่าลูกน้องแถวหน้าอย่าง อาถัง เฟย เทาเทา พวกเขาต่างก็ตอบรับเจ้านายพร้อมลูกน้องคนอื่น ก่อนจะหันไปหยิบดาบเล่มยาวออกมาเพื่อทำการประลองเหมือนเคย โดยมีชายหนุ่มร่างสูงยืนเฝ้ามองดูอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ตั้งแต่ที่อี้เฉินย้ายมาอยู่เมืองไทยพร้อมกับแม่
เขาก็ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างการเปิดค่ายสอนฟันดาบ ซึ่งมันเป็นค่ายใหญ่ที่มีสถานที่ฝึกสอนอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ บางครั้งเขาก็จะนัดลูกน้องมาสอนที่คฤหาสน์นี้ เพื่อให้ลูกน้องไปฝึกสอนเด็กที่เข้ามาเรียนเป็นทอดๆต่อไป
โดยมีข้อแม้จากเจ้าสัวที่เป็นพ่อเลี้ยงของเขาว่า.. เขาจะต้องคอยดูแลบริษัทอัศวินกุลให้ดีที่สุด ห้ามให้บริษัทมีเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงเด็ดขาด ซึ่งอี้เฉินก็ตอบตกลงและทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาตลอดไม่มีขาดตกบกพร่อง
ครืดดดดดดด
(สายเรียกเข้าจาก สายสืบ)
“ว่าไง”
หนุ่มหน้าจีนกรอกเสียงทุ้มลงในปลายสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งวินาทีนี้เองอี้เฉินก็ก้มลงมองความร้อนรุ่นบางอย่างที่ยังติดอยู่บนอก ก่อนเขาจะหรี่ตาจ้องมองคราบลิปสติกสีแดงจางๆบนนั้น หัวคิ้วหนาพลันกระตุกวูบและขมวดชนกันในทันที
(ได้เรื่องแล้วครับคุณอี้เฉิน เรื่องนี้สำคัญมากครับ)
“อืม ได้เรื่องว่ายังไงบ้าง”
อี้เฉินขบกรามแน่นก่อนจะใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดคราบลิปสติกออกจากหน้าอก เขาถอนหายใจแล้วเดินหลีกหนีจากเสียงฟันดาบบริเวณสวนหย่อม
(ครอบครัวของผู้หญิงที่ชื่อเจสซี่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านของคุณอี้เฉินครับ ผมกับทีมใช้เวลานานมากกว่าจะสืบหาจนเจอ เพราะตระกูลหงส์บดินทร์มีอิทธิพลมาก พวกมันปิดที่อยู่จริงจนไม่มีใครตามตัวได้ ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องนั้นเมื่อสิบปีก่อน ครอบครัวของเจสซี่ก็ไม่เคยเปิดเผยเรื่องส่วนตัวอีกเลย มีแค่ออกงานสังคมนานๆทีเท่านั้นครับ)
“กึ่ด.. มันก็แน่นอนอยู่แล้ว สังคมประณามครอบครัวพวกมันฉิบหายไงล่ะ เพราะมันทำให้น้องชายกูต้องตายอย่างปริศนา มันยังมีหน้าไม่รับผิดชอบเหี้ยอะไรอีก ไอ้ครอบครัวระยำ..”
(ครับคุณอี้เฉิน)
“มึงไปเร่งสืบให้ด้วยว่าเป็นบ้านหลังไหน”
(รับทราบครับ)
“อ้อ.. แล้วก็สืบหาด้วยว่าน้องสาวเจสซี่ชื่ออะไร เพราะกูไม่เคยเห็นแม้กระทั่งหน้า ชื่อก็ไม่รู้จัก จำได้ว่าตอนขึ้นศาลน้องสาวของยัยนั่นก็ไม่มา”
(ได้ครับคุณอี้เฉิน แต่ข้อมูลของตระกูลนั้นเป็นความลับหลายอย่างเลยครับ เพราะคนที่รู้และแฉก็ถูกตามเก็บหมด บ้างก็ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจนหมดตัว โดยเฉพาะน้องสาวของเจสซี่ที่ไม่ค่อยเล่นโซเชียล)
พอได้ยินแบบนั้นจึงทำให้ทางอี้เฉินแน่นิ่งไป เขาหรี่ตาลงกับความจริงของน้องสาวศัตรู มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ลูกคุณหนูสาวผู้มีชีวิตที่ดีจะไม่เล่นโซเชียล ในขณะที่เจสซี่ก็ชอบอัพรูปของแบรนด์เนมลงแทบทุกวัน
“เฮ้อ.. ยังไงก็คอยตามสืบเรื่อยๆแล้วกัน อย่าให้แม่กูรู้เด็ดขาด พ่อกูด้วย เข้าใจไหม”
(เข้าใจครับคุณอี้เฉิน)
ก่อนสายจะถูกตัดไปด้วยน้ำมือของหนุ่มจีนที่เลือดขึ้นหน้า อี้เฉินยืนขบกรามแน่นกับบาดแผลทางใจที่ไม่เคยจางหายไปเลย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเอาแต่ตามสืบเรื่องของตระกูลหงส์บดินทร์อยู่ตลอด อี้เฉินไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้ทั้งนั้น โดยเฉพาะแม่กับพ่อเลี้ยง
เขาใช้อำนาจของเขาจัดการทุกอย่างหลังบ้านอย่างเงียบๆ แต่อี้เฉินก็ไม่ได้โง่จนมองไม่ออก ที่ผ่านมาเขารู้มาตลอดว่าพ่อเลี้ยง.. รู้เรื่องนี้แต่ไม่ยอมพูดอะไร
ณ มหาวิทยาลัยนอร์ทเอเชีย กรุงเทพฯ(หน้าคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน)“ม..ไม่จริงใช่ไหมเนี่ยยัยเกี๊ยว ไม่ได้นะ! ไหนแกบอกว่าจะไปฝึกดาบกับฉันทุกวันไง ทำไมวันนี้แกเทฉันแบบนี้เล่า”(ฮืออออ ก็วันนี้ฉันต้องไปเยี่ยมยายนี่หน่าเพื่อนรัก ฉันขอโทษจริงๆยัยจินนี่ พอดียายฉันเรียกกะทันหันอะ นี่ถ้าไม่ไปฉันต้องอดได้มรดกแน่ ฉันไม่ยอมหรอก!)“เฮ้อ.. ฉันอยากจะบ้าตายกับแกจริงๆ”จินนี่ที่นั่งอยู่บนเบาะคนขับในรถคันหรูเอ่ยด้วยสีหน้าสิ้นหวังสุดขีด เพราะวันนี้เกี๊ยวติดธุระเรื่องทางบ้าน เธอจึงขอลาเรียนที่มหาลัยครึ่งวัน ตอนแรกจินนี่ก็คิดว่าเพื่อนสาวจะกลับมาเรียนฟันดาบกับเธอตอนเย็นซะอีกหลายวันที่ผ่านมาเธอกับเกี๊ยวก็ไปที่ค่ายของอี้เฉิน เธอได้เห็นหน้าเขาทุกวันจนชิน จากความหวาดกลัวก็เปลี่ยนเป็นความสบายใจ เพราะอี้เฉินลงทุนมาสอนดาบเธอเองกับมือ ในขณะที่ลูกน้องของเขาก็อึ้งเหมือนกัน..(ฉันขอโทษจริงๆนะยัยจินนี่ งั้นวันนี้แกไม่ต้องไปก็ได้ รอฉันกลับมาก่อนแล้วค่อยไปพร้อมกัน ยังไงเราสองคนก็เรียนฟรีอยู่แล้ว นอกเสียจากว่า..)“อะไรเหรอ”(แกจะทนคิดถึงคุณอี้เฉินไม่ไหวจนต้องไปหาเขาไง คิกๆ ก็นั่นแหละน้า.. แกคงจะหลงเสน่ห์หนุ่มจีนที่
“โอเคครับทุกคน เราจะมาทำความรู้จักดาบกันก่อนเลย ดาบจีนน่ะมีหลายแบบ หลายประเภท ซึ่งที่พวกเราถือกันอยู่ก็คือ ดาบเจี้ยน เป็นดาบจีนแบบกว้างตรง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจีนครับ”เสียงทุ้มของเฟยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ภายในค่ายขนาดใหญ่แห่งนี้ก็มีกลุ่มคนที่เรียนดึกแค่ไม่กี่คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีจินนี่กับเพื่อนรักในชุดฝึกดาบ เธอเหลือบมองไปทางเกี๊ยวที่ดูจะชอบใจกับเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ“เฮ้อ.. นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย..”จินนี่สบถโดยที่ก้มลงมองชุดสีดำบนร่างกายอย่างเหนื่อยล้า มันเป็นเสื้อคอจีนแขนยาว กับกางเกงทรงหลวม มีลายอักษรจีนประดับไว้อย่างสวยงาม มีห้องเปลี่ยนชุดอยู่ด้านล่างติดกับห้องน้ำชายและหญิง เธอกับเกี๊ยวเพิ่งเข้าไปเปลี่ยนกันมาเมื่อกี้นี้เองและเธอก็ดันมารู้ทีหลังว่าขึ้นไปเข้าห้องน้ำผิดที่..“ย..ยัยจินนี่”“หือ”“แกไปทำอีท่าไหนคุณอี้เฉินถึงให้เราเรียนฟรีอะ นี่แกไม่ได้เล่นของใส่คุณเขาใช่ไหมเนี่ย ตอนกลางวันเขายังจะฆ่าแกอยู่เลย แกก็เพิ่งเล่าให้ฉันฟังนี่”“เอ่อ ฉ..ฉันไม่รู้เลยเกี๊ยว เขาเป็นบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้เนี่ย”จินนี่เอ่ยพลางก็เหลือบมองไปทางหนุ่มหล่อที่นั่งอยู่บนโซฟาถัดไ
“ค..คุณ?”“นี่เธออีกแล้วเหรอ!?”เจ้าของค่ายฟันดาบชี้นิ้วมองไปยังแม่สาวตัวเล็กที่คุ้นเคย ก่อนคิ้วหนาจะขมวดเข้าหากันอย่างหัวเสีย อี้เฉินขบกรามแน่นโดยที่ยังยืนนิ่งอยู่แบบนั้น แม้จะรู้สึกอายที่มีสาวสวยเข้ามาเห็นความลับเรื่องเพศของตัวเอง แต่ตอนนี้เขาสงสัยมากกว่าว่าเธอเป็นใครกันแน่?“อะ เอ่อคือ.. คุณอี้เฉินเหรอคะ..”จินนี่เอ่ยพลางก็ถอยหลังหนีจากเขาทีละนิด เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอโดยที่มองไปโดยรอบอย่างหวาดระแวง เพราะในห้องนี้มันปิดทึบจนน่ากลัว แถมเสียงที่เธอกรีดร้องเมื่อชั่วครู่ก็ดูเหมือนว่าคนด้านนอกจะไม่ได้ยิน“เธอรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ” อี้เฉินจ้องเธอตาขวาง“ก..ก็วันนี้ไงคะ ฉันได้ยินลูกน้องของคุณเรียกคุณค่ะ คือว่าฉันกับเพื่อนมาเรียนฟันดาบ แต่ฉันหาห้องน้ำไม่เจอ พอเห็นป้ายชี้มาทางนี้ ฉ..ฉันก็เลยเดินเข้ามา ประตูข้างหน้ามันไม่ได้ล็อกค่ะ”“มันไม่ได้ล็อกก็เพราะต้องเคาะก่อนเข้าไง นี่เธอเป็นคนไม่มีมารยาทใช่ไหม?”“ไม่ใช่นะคะ! เอ่อ.. ฉันคิดว่าที่นี่เป็นห้องน้ำจริงๆค่ะ”“ตอนบ่ายก็ครั้งนึงแล้ว เธอพรวดพราดเข้ามาในบ้านฉันกับหมาของเธอ แถมยังทำตัวเป็นผู้หญิงโรคจิตอีก”“ค..คะ!? ผู้หญิงโรคจิต..”พอได้ยินคำเรียกน
ณ สถาบันสอนฟันดาบอี้เฉิน 逸晨击剑学院ผ่าง!!!“อ..อี้เฉินเหรอ”ราวกับตอนนี้ความมึนเมาภายในร่างกายจางหายไปในชั่วพริบตา เมื่อเธอได้เห็นป้ายภาษาไทยของคำว่า ‘อี้เฉิน’ ใหญ่โตมโหฬาร ก่อนที่หญิงสาวจะใจเต้นระส่ำกับภาพจำในตอนกลางวัน เพราะเธอจำได้ว่าเขาเหมือนเป็นครูฝึกฟันดาบอะไรสักอย่าง แล้วที่นี่ก็เปิดสถาบันสอนอีก..“แกเป็นอะไรหรือเปล่าจินนี่ ทำไมทำหน้าอย่างกับเห็นผี”“อื้อ ยิ่งกว่าเห็นผีอีก..”“ห๊ะ”“ฮืออออ รีบกลับกันเถอะเกี๊ยว ฉันว่าที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเราหรอก ม..มันเถื่อนจะตาย อีกอย่างพวกเราก็บอบบางกันทั้งคู่นะ เผื่อเข้าไปฝึกฟันดาบแล้วมีแผลล่ะ!”จินนี่รีบเกาะแขนเพื่อนสนิทในทันที เผื่อว่าแม่เกี๊ยวทอดของเธอจะยอมเปลี่ยนใจออกไปจากที่นี่บ้าง“นี่แหละยัยจินนี่! พวกเราจะได้ฝึกความเข้มแข็งไง!”“อ..อะไรนะ”“การฟันดาบมันก็คือการต่อสู้อย่างหนึ่ง เราสองคนจะได้ฝึกป้องกันตัวด้วย ฉันเคยไปอ่านเจอในรีวิวเฟสบุ๊คอะ ที่นี่มีแบบสอนป้องกันตัวโดยใช้มีดด้วย แล้วก็มีสอนต่อยมวย แต่ที่ขึ้นชื่อมากที่สุดก็คือการฟันดาบ!”เกี๊ยวพูดโดยที่ดวงตาทั้งสองลุกวาว ดูท่าแล้วเธอจะชอบกีฬาประเภทนี้จริงๆ ผิดกับจินนี่ที่อยากจะวิ่งหนีไปขึ้นร
ภายในคฤหาสน์หงส์บดินทร์ตึกๆๆๆเสียงฝีเท้าเล็กเดินย่างกรายเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่พร้อมกับเจ้าหมา บิงซูถูกปล่อยให้เป็นอิสระทันทีหลังจากที่มันกลับสู่ถิ่นเดิม ตามมาด้วยร่างบางของจินนี่ที่ยังคงอกสั่นขวัญผวากับเหตุการณ์เมื่อชั่วครู่ เธอพ่นลมหายใจแล้วยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องโถงใหญ่“แหมลูก วันนี้ก็วันหยุดทั้งทีนะ งานในโรงพยาบาลมันก็เครียดๆนั่นแหละแม่รู้ แม่เลยอยากจะพาเจสซี่ไปช้อปปิ้งที่ห้างไง นี่แม่ให้คนเตรียมรถรอแล้ว ไปเถอะลูกแม่”“เฮ้อ.. หนูขี้เกียจค่ะแม่ เย็นนี้หนูมีนัดไปดินเนอร์กับแทนไทอีก วันนี้เลยอยากออกจากบ้านแค่รอบเดียว”ฟุบ!เสียงของสองแม่ลูกที่ดังแว่วมาทำให้ทางจินนี่หันไปมอง ซึ่งเธอก็เห็นทางคนเป็นแม่กับพี่สาวเดินตามติดกันมายังโซฟา ก่อนที่สาวหน้าสวยเป๊ะในชุดโยคะจะทิ้งตัวลงบนนั้นอย่างรำคาญใจ โดยมีแม่ของเธอตามประกบข้างไม่ห่าง ดูเหมือนว่าพี่สาวเธอจะเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ“คุณเจสซี่ต้องการรับน้ำอะไรไหมคะ”“ไม่อะ จะไปไหนก็ไป!”เจสซี่ หญิงสาวหน้าสวยที่ตอบรับแม่บ้านอย่างรำคาญใจ พูดจบเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น พอแม่บ้านได้ยินจึงรีบก้มหน้าขอโทษแล้วเดินออกไปจากห้องโ
ข..เขาพูดภาษาไทยได้ด้วยเหรอนึกว่าเป็นคนจีนแท้ๆซะอีก..จินนี่ที่ยืนเบิกตาโพลงคิดอยู่ภายในใจพลางกลืนน้ำลายลงคอ เธอกำสายจูงในมือแน่นโดยที่บอกตัวเองว่าใจเย็นๆ หากทำอะไรผิดนิดหน่อยก็อาจจะโดนไอ้ตาโหดคนนี้ฆ่าหมกโพรงหญ้าได้เลย แววตาหวาดหวั่นเหลือบมองไปยังด้านหลังที่มีหนุ่มหล่อหลายคนกระตุกยิ้มบาง“เอ่อ ฉ..ฉันขอโทษค่ะคุณ พอดีว่าเจ้าหมาของฉันจู่ๆมันก็วิ่งมาที่นี่ ฉันพยายามจะรั้งสุดแรงที่มีแล้วนะคะ แต่ว่าฉันก็ต้านแรงหมาตัวเองไม่ได้ ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ”“……”“ฉันอยู่ข้างบ้านคุณนะคะ ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ แหะๆ”หญิงสาวที่ไม่ได้ขุ่นเคืองใจกับประโยคเหน็บแนมของหนุ่มหน้าจีน เธอก็ฉีกยิ้มหวานส่งกลับไปอย่างเก้อเขิน คงเพราะสายตาของเขามันน่าเกรงขาม และบรรดาผู้ชายด้านหลังที่เอาแต่จ้องเธอตาเป็นมันกันทุกคน“เอ่อ.. งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ ค..คุณ..?”“……”อี้เฉินยังคงไม่ตอบรับอะไรนอกจากยืนแน่นิ่งเหมือนรูปปั้น เขาใช้แววตาเรียบเฉยอันแสนน่ากลัวจ้องมองไปที่เธออยู่แบบนั้น จนจินนี่ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดกลัว เธอไม่คิดเลยว่าหนุ่มหล่อข้างบ้านจะเป็นพวกต่อต้านสังคมรอบข้างขนาดนี้แค่บอกชื่อและทักทายกลับก็