LOGIN“โอเคครับทุกคน เราจะมาทำความรู้จักดาบกันก่อนเลย ดาบจีนน่ะมีหลายแบบ หลายประเภท ซึ่งที่พวกเราถือกันอยู่ก็คือ ดาบเจี้ยน เป็นดาบจีนแบบกว้างตรง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจีนครับ”
เสียงทุ้มของเฟยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ภายในค่ายขนาดใหญ่แห่งนี้ก็มีกลุ่มคนที่เรียนดึกแค่ไม่กี่คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีจินนี่กับเพื่อนรักในชุดฝึกดาบ เธอเหลือบมองไปทางเกี๊ยวที่ดูจะชอบใจกับเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ
“เฮ้อ.. นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย..”
จินนี่สบถโดยที่ก้มลงมองชุดสีดำบนร่างกายอย่างเหนื่อยล้า มันเป็นเสื้อคอจีนแขนยาว กับกางเกงทรงหลวม มีลายอักษรจีนประดับไว้อย่างสวยงาม มีห้องเปลี่ยนชุดอยู่ด้านล่างติดกับห้องน้ำชายและหญิง เธอกับเกี๊ยวเพิ่งเข้าไปเปลี่ยนกันมาเมื่อกี้นี้เอง
และเธอก็ดันมารู้ทีหลังว่าขึ้นไปเข้าห้องน้ำผิดที่..
“ย..ยัยจินนี่”
“หือ”
“แกไปทำอีท่าไหนคุณอี้เฉินถึงให้เราเรียนฟรีอะ นี่แกไม่ได้เล่นของใส่คุณเขาใช่ไหมเนี่ย ตอนกลางวันเขายังจะฆ่าแกอยู่เลย แกก็เพิ่งเล่าให้ฉันฟังนี่”
“เอ่อ ฉ..ฉันไม่รู้เลยเกี๊ยว เขาเป็นบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้เนี่ย”
จินนี่เอ่ยพลางก็เหลือบมองไปทางหนุ่มหล่อที่นั่งอยู่บนโซฟาถัดไปไม่ไกล มันมีลานกว้างคล้ายที่นั่งพักจิบน้ำชา โดยอี้เฉินก็เอาแต่จ้องมองมาทางเธอสักพักใหญ่แล้ว
“ยิ่งกว่าบ้าอีกค่ะเพื่อนรัก โน่น.. มานั่งจ้องแกเป็นชั่วโมงแล้วมั้งนั่น นี่เขาไม่มีงานมีการทำหรือไงอะ น่ากลัว..”
“ใช่ไหมแก ฉันก็ว่าเขาน่ากลัวแปลกๆ อะอึ่ก..”
“อือ ถึงแม้จะน่ากลัว แต่เขาก็โคตรหล่อเลยอ่า!! คนบ้าอะไรวะเนี่ย ทั้งจมูก ทั้งตา ทั้งรูปหน้า ผิวเขาอีก ไม่มีที่ติเลยอะ เขาเป็นดาราจีนหรือเปล่าวะยัยจินนี่?”
ผ่าง!
ดูเหมือนว่าคนที่หลงกลในความหล่อจะเริ่มสารภาพความในใจออกมา ประโยคของเกี๊ยวทำให้จินนี่ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับ เธอคิดว่าเพื่อนรักจะเห็นด้วยซะอีก ที่ไหนได้กลับหน้ามืดตามัวในความหล่อของอี้เฉิน
และเธอเองก็ยังไม่ได้เล่าให้เกี๊ยวฟังว่าไปเห็นอะไรมา ในเมื่อสัญญากับคุณอี้เฉินแล้ว เธอไม่อยากให้เขาขายขี้หน้าคนอื่นเหมือนกัน อีกอย่างเธอก็ผิดที่บุ่มบ่ามเข้าไปในห้องส่วนตัวของเขาแบบนั้น..
‘แล้วเธอล่ะสาวน้อย เธอชื่ออะไร?’
‘เอ่อ.. ฉันชื่อว่า จินนี่ ค่ะ..’
‘โอเค ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะ’
‘……’
‘ต่อจากนี้ฉันหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกบ่อยๆ หึ.. แต่ก็คงจะบ่อยอยู่หรอก บ้านเราสองคนอยู่ข้างกันนี่’
ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะความบังเอิญหรือโชคชะตาที่ลิขิตมาแล้ว หัวใจของเธอเต้นระรัวมากขึ้นกว่าเดิมเพราะเขา ยิ่งได้รู้ว่าจะได้มีโอกาสเจอกันอีกบ่อยๆ เธอก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก น่าแปลกแฮะ..
“ฉันคง.. ไม่ได้หลงเสน่ห์ความหล่อของเขาหรอกมั้ง”
ถัดไปไม่ไกล..
“มันเป็นเรื่องจริงเหรอครับเฮีย! ผ..ผู้หญิงคนนี้คือน้องสาวของเจสซี่นั่นจริงๆเหรอครับ ไม่อยากจะเชื่อ!”
“กูก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันไอ้ถัง ว่าแล้ว.. สังหรณ์ใจตั้งแต่เธอโผล่เข้ามาในบ้านของเฮียแล้วครับ ดูเหมือนว่าเธอจะมีแผนการเข้าหาเฮียนะ แล้วเฮียจะเอาไงต่อครับ”
เทาเทาที่ยืนหน้าตื่นอยู่หลังโซฟาเอ่ยถามเจ้านายเป็นภาษาจีน โดยสายตาของหนุ่มหล่อทั้งสามก็หันมองไปทางลานกว้างของค่าย ตอนนี้มีเฟยกำลังสอนลูกค้าเกี่ยวกับเรื่องการใช้ดาบอยู่ ซึ่งทางอี้เฉินที่หรี่ตามองสาวน้อยคนนั้นไม่ละสายตาก็กระตุกยิ้มร้าย
“เธอไม่ได้ตั้งใจจะเข้าหากูหรอก กูดูออก ทุกอย่างมันเป็นเพราะความบังเอิญทั้งนั้นแหละ ต่อจากนี้กูก็แค่ปล่อยให้เรื่องบังเอิญกลายเป็นความตั้งใจ”
“เอ่อ.. ด้วยการให้เธอมาเรียนที่นี่ทุกวันเหรอครับ?” อาถังยื่นหน้าเข้าไปถามคนบนโซฟาด้วยความแปลกใจ
“อืม”
“…….”
ทั้งอาถังกับเทาเทาก็ไม่รู้เลยว่าเจ้านายคิดจะทำอะไร ความแค้นในอดีตสิบกว่าปีมันไม่เคยจางหายไปเลย
อี้เฉินยังจำได้ดีว่าครอบครัวเธอทำอะไรไว้กับน้องชายเขา ในวันขึ้นศาลเจสซี่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากคนมีอำนาจมากมาย แต่เขาและแม่กลับถูกกฎหมายเพิกเฉย เพียงเพราะตอนนั้นเขายังไม่ได้มีพ่อเลี้ยงเป็นเจ้าสัวใหญ่
“หึ.. เก็บศัตรูไว้ใกล้ตัวมันดีกว่าไม่ใช่หรือไง หลังจากนี้เรื่องมันคงจะน่าสนุกขึ้นเยอะเลย..”
หลายอาทิตย์ต่อมา..
ณ โรงพยาบาลนวมินทร์ธารา กรุงเทพฯ
(โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางเมืองหลวง)
ภายในห้องผ่าตัดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อ เสียงเครื่องวัดชีพจรดังอยู่เป็นจังหวะ โดยที่เหล่าแพทย์ในชุดยูนิฟอร์มจะตั้งใจทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าสวยภายใต้หน้ากากอนามัยสีขาวสะอาด เธอกำลังหรี่ตาจ้องมองแผลช่วงท้องของคนไข้อย่างพิจารณา
ปิ๊บ… ปิ๊บ…
“โอเค เช็กฮีโม (Hemostasis = กระบวนการหยุดเลือด) อีกรอบแล้วเตรียมย้ายเข้าห้องพักฟื้นได้เลย เคสนี้ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ทุกคนทำดีมากค่ะ”
แพทย์สาวคนสวยที่ชีวิตแสนเพอร์เฟกต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนเธอจะเดินออกมาจากห้องผ่าตัดเหมือนกับทุกครั้ง มือทั้งสองถอดถุงมือออกอย่างระมัดระวัง และรีบฆ่าเชื้อบนร่างกายอย่างร้อนรนใจ เพราะก่อนหน้านี้พยาบาลได้มาบอกว่าแฟนหนุ่มของเธอรออยู่ในห้องพักแล้ว
“พ..พี่เจสซี่คะ อันนี้คือทีมแพทย์ฝึกหัดนะคะ ทุกคนอยากจะมาทักทายพี่ค่ะ พี่มีอะไรแนะนำน้องๆไหมคะ”
ทว่าผู้ช่วยที่นำทีมแพทย์หน้าใสเข้ามาก็เอ่ยบอกกับเจสซี่ด้วยรอยยิ้ม ซึ่งผิดกับสีหน้าของเธออย่างสิ้นเชิง แววตาเฉี่ยวของสาวสวยตวัดมองไปทางด้านหลังแวบหนึ่ง ก่อนเธอจะหันกลับมาจ้องมองนิ้วมือตัวเองต่อ
“ฉันไม่มีอะไรจะแนะนำหรอก ห้ามทำงานพลาดก็พอ”
“เอ่อ.. ค่ะ..”
ผู้ช่วยที่เป็นรุ่นพี่นำเด็กใหม่เอ่ยด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ เธอหันมองไปทางทีมแพทย์ที่ยืนหน้าซีดเซียว ทุกคนดูจะเกรงกลัวบุคลิกของเจสซี่กันไม่น้อย
“เพราะถ้าใครหน้าไหนทำเคสพลาด ฉันจะไล่ไปอยู่ทีมอื่น อย่าเป็นตัวถ่วงฉันเด็ดขาด เข้าใจนะ?”
กึก
พูดจบเจสซี่ก็เดินออกไปจากหน้าห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ทุกคนยืนอ้าปากค้างกันเป็นแถว สีหน้าที่ทั้งหวาดกลัวและไม่ชอบใจจ้องมองไปยังคนหยิ่งยโส เพราะเจสซี่ขึ้นชื่อในเรื่องความถือตัวเป็นที่สุด ไม่มีใครคุยเล่นกับเธอได้ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทจริงๆ
เอี๊ยดดดดๆๆๆ อ๊าดดดๆๆ
“อ..อ๊าาาาาา อื๊ออออ!!”
เสียงครางดังขึ้นอยู่เป็นระยะภายในห้องพักวีไอพีของแพทย์สาว ร่างบางอันเปลือยเปล่าถูกแรงกระแทกจากคนด้านล่าง ในขณะที่มือหนาของแฟนหนุ่มก็เคล้นคลึงเนินอกใหญ่ไปด้วย ใบหน้าหล่อร้ายกำลังดูดกลืนเต้าอวบอย่างเมามัน
คู่รักคู่นี้ไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าจะมีใครได้ยินเสียงครางของตน เพราะเวลาที่ แทนไท หรือแฟนหนุ่มของเจสซี่มาหา ทั้งสองก็จะมีอะไรกันในห้องพักอยู่เป็นประจำ จนคนทั้งชั้นเอือมระอากันหมด แต่ก็ไม่มีใครกล้าร้องเรียนเพราะเจสซี่สนิทกับทีมผู้บริหารที่นี่ แถมครอบครัวเธอก็ยังเป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของโรงพยาบาลอีกด้วย
“เมียใครเนี่ย เด็ดจัง หึ..”
“อะอื๊ออออ อย่าพูดมากแทนไท”
“อื้มมมม.. วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกด้วย”
“ร..เรื่องอะไร”
คนที่บดขยี้ร่องสวาทลงบนแท่งเอ็นร้อนเอ่ยเสียงกระเส่า เธอขมวดคิ้วจ้องมองหนุ่มร่างล่ำที่นอนเอาแขนหนุนหัว
“เรื่องของผู้ชายที่ชื่อว่าอี้เฉินไง โจทก์เก่าเธอน่ะ ตอนนี้มันกลับมาแล้วนะ มันมาอยู่ไทย อึ่ก! ถาวรเลย แถมมันก็กลายเป็นลูกเลี้ยงของเจ้าสัวภพด้วย”
“อะไรนะ!!!”
ราวกับว่าทุกอย่างหยุดชะงักในชั่วพริบตา เจสซี่เบิกตาโพลงกับคำอธิบายของแฟนหนุ่ม ก่อนที่เธอจะหยุดดันร่องสวาททับลงบนท่อนเอ็นอุ่น ความรู้สึกเสียววูบวาบหายไปชั่วขณะ หลงเหลือแต่เพียงความโกรธและความหวาดกลัวในอดีตที่ไม่อาจลืมเลือน
“ฉันให้ลูกน้องไปสืบมาหมดแล้ว ก่อนหน้านี้มันเก็บตัวหนีจากสังคม แต่อีกไม่นานมันคงจะเปิดเผยตัวตน ถึงตอนนั้นเธอกับครอบครัวอาจจะแย่ก็ได้”
“ล..แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะที่รัก”
“ชู่ววววว.. ไม่ต้องห่วงนะ เธอยังมีฉันเจสซี่..”
หนุ่มหล่อเอ่ยพลางก็ดันร่างของตัวเองขึ้น ใบหน้าแสนร้ายขยับเข้ามาใกล้กับแพทย์สาวที่เริ่มตัวสั่น ก่อนมือข้างหนึ่งจะเอื้อมมาลูบหัวของเมียอย่างแผ่วเบา ภายในแววตาคู่นั้นซ่อนแผนการร้ายไว้มากมาย
“อย่าลืมสิว่าเธอเองก็มีน้องสาว มันคงจะดีนะถ้าให้จินนี่ไปอ่อยไอ้เวรนั่น หึ.. จินนี่เองก็สวยใช่เล่น ฉันเชื่อว่ามันคงจะต้องหลงเสน่ห์น้องสาวเธอแน่ที่รัก”
ณ มหาวิทยาลัยนอร์ทเอเชีย กรุงเทพฯ(หน้าคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน)“ม..ไม่จริงใช่ไหมเนี่ยยัยเกี๊ยว ไม่ได้นะ! ไหนแกบอกว่าจะไปฝึกดาบกับฉันทุกวันไง ทำไมวันนี้แกเทฉันแบบนี้เล่า”(ฮืออออ ก็วันนี้ฉันต้องไปเยี่ยมยายนี่หน่าเพื่อนรัก ฉันขอโทษจริงๆยัยจินนี่ พอดียายฉันเรียกกะทันหันอะ นี่ถ้าไม่ไปฉันต้องอดได้มรดกแน่ ฉันไม่ยอมหรอก!)“เฮ้อ.. ฉันอยากจะบ้าตายกับแกจริงๆ”จินนี่ที่นั่งอยู่บนเบาะคนขับในรถคันหรูเอ่ยด้วยสีหน้าสิ้นหวังสุดขีด เพราะวันนี้เกี๊ยวติดธุระเรื่องทางบ้าน เธอจึงขอลาเรียนที่มหาลัยครึ่งวัน ตอนแรกจินนี่ก็คิดว่าเพื่อนสาวจะกลับมาเรียนฟันดาบกับเธอตอนเย็นซะอีกหลายวันที่ผ่านมาเธอกับเกี๊ยวก็ไปที่ค่ายของอี้เฉิน เธอได้เห็นหน้าเขาทุกวันจนชิน จากความหวาดกลัวก็เปลี่ยนเป็นความสบายใจ เพราะอี้เฉินลงทุนมาสอนดาบเธอเองกับมือ ในขณะที่ลูกน้องของเขาก็อึ้งเหมือนกัน..(ฉันขอโทษจริงๆนะยัยจินนี่ งั้นวันนี้แกไม่ต้องไปก็ได้ รอฉันกลับมาก่อนแล้วค่อยไปพร้อมกัน ยังไงเราสองคนก็เรียนฟรีอยู่แล้ว นอกเสียจากว่า..)“อะไรเหรอ”(แกจะทนคิดถึงคุณอี้เฉินไม่ไหวจนต้องไปหาเขาไง คิกๆ ก็นั่นแหละน้า.. แกคงจะหลงเสน่ห์หนุ่มจีนที่
“โอเคครับทุกคน เราจะมาทำความรู้จักดาบกันก่อนเลย ดาบจีนน่ะมีหลายแบบ หลายประเภท ซึ่งที่พวกเราถือกันอยู่ก็คือ ดาบเจี้ยน เป็นดาบจีนแบบกว้างตรง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจีนครับ”เสียงทุ้มของเฟยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ภายในค่ายขนาดใหญ่แห่งนี้ก็มีกลุ่มคนที่เรียนดึกแค่ไม่กี่คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีจินนี่กับเพื่อนรักในชุดฝึกดาบ เธอเหลือบมองไปทางเกี๊ยวที่ดูจะชอบใจกับเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ“เฮ้อ.. นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย..”จินนี่สบถโดยที่ก้มลงมองชุดสีดำบนร่างกายอย่างเหนื่อยล้า มันเป็นเสื้อคอจีนแขนยาว กับกางเกงทรงหลวม มีลายอักษรจีนประดับไว้อย่างสวยงาม มีห้องเปลี่ยนชุดอยู่ด้านล่างติดกับห้องน้ำชายและหญิง เธอกับเกี๊ยวเพิ่งเข้าไปเปลี่ยนกันมาเมื่อกี้นี้เองและเธอก็ดันมารู้ทีหลังว่าขึ้นไปเข้าห้องน้ำผิดที่..“ย..ยัยจินนี่”“หือ”“แกไปทำอีท่าไหนคุณอี้เฉินถึงให้เราเรียนฟรีอะ นี่แกไม่ได้เล่นของใส่คุณเขาใช่ไหมเนี่ย ตอนกลางวันเขายังจะฆ่าแกอยู่เลย แกก็เพิ่งเล่าให้ฉันฟังนี่”“เอ่อ ฉ..ฉันไม่รู้เลยเกี๊ยว เขาเป็นบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้เนี่ย”จินนี่เอ่ยพลางก็เหลือบมองไปทางหนุ่มหล่อที่นั่งอยู่บนโซฟาถัดไ
“ค..คุณ?”“นี่เธออีกแล้วเหรอ!?”เจ้าของค่ายฟันดาบชี้นิ้วมองไปยังแม่สาวตัวเล็กที่คุ้นเคย ก่อนคิ้วหนาจะขมวดเข้าหากันอย่างหัวเสีย อี้เฉินขบกรามแน่นโดยที่ยังยืนนิ่งอยู่แบบนั้น แม้จะรู้สึกอายที่มีสาวสวยเข้ามาเห็นความลับเรื่องเพศของตัวเอง แต่ตอนนี้เขาสงสัยมากกว่าว่าเธอเป็นใครกันแน่?“อะ เอ่อคือ.. คุณอี้เฉินเหรอคะ..”จินนี่เอ่ยพลางก็ถอยหลังหนีจากเขาทีละนิด เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอโดยที่มองไปโดยรอบอย่างหวาดระแวง เพราะในห้องนี้มันปิดทึบจนน่ากลัว แถมเสียงที่เธอกรีดร้องเมื่อชั่วครู่ก็ดูเหมือนว่าคนด้านนอกจะไม่ได้ยิน“เธอรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ” อี้เฉินจ้องเธอตาขวาง“ก..ก็วันนี้ไงคะ ฉันได้ยินลูกน้องของคุณเรียกคุณค่ะ คือว่าฉันกับเพื่อนมาเรียนฟันดาบ แต่ฉันหาห้องน้ำไม่เจอ พอเห็นป้ายชี้มาทางนี้ ฉ..ฉันก็เลยเดินเข้ามา ประตูข้างหน้ามันไม่ได้ล็อกค่ะ”“มันไม่ได้ล็อกก็เพราะต้องเคาะก่อนเข้าไง นี่เธอเป็นคนไม่มีมารยาทใช่ไหม?”“ไม่ใช่นะคะ! เอ่อ.. ฉันคิดว่าที่นี่เป็นห้องน้ำจริงๆค่ะ”“ตอนบ่ายก็ครั้งนึงแล้ว เธอพรวดพราดเข้ามาในบ้านฉันกับหมาของเธอ แถมยังทำตัวเป็นผู้หญิงโรคจิตอีก”“ค..คะ!? ผู้หญิงโรคจิต..”พอได้ยินคำเรียกน
ณ สถาบันสอนฟันดาบอี้เฉิน 逸晨击剑学院ผ่าง!!!“อ..อี้เฉินเหรอ”ราวกับตอนนี้ความมึนเมาภายในร่างกายจางหายไปในชั่วพริบตา เมื่อเธอได้เห็นป้ายภาษาไทยของคำว่า ‘อี้เฉิน’ ใหญ่โตมโหฬาร ก่อนที่หญิงสาวจะใจเต้นระส่ำกับภาพจำในตอนกลางวัน เพราะเธอจำได้ว่าเขาเหมือนเป็นครูฝึกฟันดาบอะไรสักอย่าง แล้วที่นี่ก็เปิดสถาบันสอนอีก..“แกเป็นอะไรหรือเปล่าจินนี่ ทำไมทำหน้าอย่างกับเห็นผี”“อื้อ ยิ่งกว่าเห็นผีอีก..”“ห๊ะ”“ฮืออออ รีบกลับกันเถอะเกี๊ยว ฉันว่าที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเราหรอก ม..มันเถื่อนจะตาย อีกอย่างพวกเราก็บอบบางกันทั้งคู่นะ เผื่อเข้าไปฝึกฟันดาบแล้วมีแผลล่ะ!”จินนี่รีบเกาะแขนเพื่อนสนิทในทันที เผื่อว่าแม่เกี๊ยวทอดของเธอจะยอมเปลี่ยนใจออกไปจากที่นี่บ้าง“นี่แหละยัยจินนี่! พวกเราจะได้ฝึกความเข้มแข็งไง!”“อ..อะไรนะ”“การฟันดาบมันก็คือการต่อสู้อย่างหนึ่ง เราสองคนจะได้ฝึกป้องกันตัวด้วย ฉันเคยไปอ่านเจอในรีวิวเฟสบุ๊คอะ ที่นี่มีแบบสอนป้องกันตัวโดยใช้มีดด้วย แล้วก็มีสอนต่อยมวย แต่ที่ขึ้นชื่อมากที่สุดก็คือการฟันดาบ!”เกี๊ยวพูดโดยที่ดวงตาทั้งสองลุกวาว ดูท่าแล้วเธอจะชอบกีฬาประเภทนี้จริงๆ ผิดกับจินนี่ที่อยากจะวิ่งหนีไปขึ้นร
ภายในคฤหาสน์หงส์บดินทร์ตึกๆๆๆเสียงฝีเท้าเล็กเดินย่างกรายเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่พร้อมกับเจ้าหมา บิงซูถูกปล่อยให้เป็นอิสระทันทีหลังจากที่มันกลับสู่ถิ่นเดิม ตามมาด้วยร่างบางของจินนี่ที่ยังคงอกสั่นขวัญผวากับเหตุการณ์เมื่อชั่วครู่ เธอพ่นลมหายใจแล้วยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องโถงใหญ่“แหมลูก วันนี้ก็วันหยุดทั้งทีนะ งานในโรงพยาบาลมันก็เครียดๆนั่นแหละแม่รู้ แม่เลยอยากจะพาเจสซี่ไปช้อปปิ้งที่ห้างไง นี่แม่ให้คนเตรียมรถรอแล้ว ไปเถอะลูกแม่”“เฮ้อ.. หนูขี้เกียจค่ะแม่ เย็นนี้หนูมีนัดไปดินเนอร์กับแทนไทอีก วันนี้เลยอยากออกจากบ้านแค่รอบเดียว”ฟุบ!เสียงของสองแม่ลูกที่ดังแว่วมาทำให้ทางจินนี่หันไปมอง ซึ่งเธอก็เห็นทางคนเป็นแม่กับพี่สาวเดินตามติดกันมายังโซฟา ก่อนที่สาวหน้าสวยเป๊ะในชุดโยคะจะทิ้งตัวลงบนนั้นอย่างรำคาญใจ โดยมีแม่ของเธอตามประกบข้างไม่ห่าง ดูเหมือนว่าพี่สาวเธอจะเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ“คุณเจสซี่ต้องการรับน้ำอะไรไหมคะ”“ไม่อะ จะไปไหนก็ไป!”เจสซี่ หญิงสาวหน้าสวยที่ตอบรับแม่บ้านอย่างรำคาญใจ พูดจบเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น พอแม่บ้านได้ยินจึงรีบก้มหน้าขอโทษแล้วเดินออกไปจากห้องโ
ข..เขาพูดภาษาไทยได้ด้วยเหรอนึกว่าเป็นคนจีนแท้ๆซะอีก..จินนี่ที่ยืนเบิกตาโพลงคิดอยู่ภายในใจพลางกลืนน้ำลายลงคอ เธอกำสายจูงในมือแน่นโดยที่บอกตัวเองว่าใจเย็นๆ หากทำอะไรผิดนิดหน่อยก็อาจจะโดนไอ้ตาโหดคนนี้ฆ่าหมกโพรงหญ้าได้เลย แววตาหวาดหวั่นเหลือบมองไปยังด้านหลังที่มีหนุ่มหล่อหลายคนกระตุกยิ้มบาง“เอ่อ ฉ..ฉันขอโทษค่ะคุณ พอดีว่าเจ้าหมาของฉันจู่ๆมันก็วิ่งมาที่นี่ ฉันพยายามจะรั้งสุดแรงที่มีแล้วนะคะ แต่ว่าฉันก็ต้านแรงหมาตัวเองไม่ได้ ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ”“……”“ฉันอยู่ข้างบ้านคุณนะคะ ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ แหะๆ”หญิงสาวที่ไม่ได้ขุ่นเคืองใจกับประโยคเหน็บแนมของหนุ่มหน้าจีน เธอก็ฉีกยิ้มหวานส่งกลับไปอย่างเก้อเขิน คงเพราะสายตาของเขามันน่าเกรงขาม และบรรดาผู้ชายด้านหลังที่เอาแต่จ้องเธอตาเป็นมันกันทุกคน“เอ่อ.. งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ ค..คุณ..?”“……”อี้เฉินยังคงไม่ตอบรับอะไรนอกจากยืนแน่นิ่งเหมือนรูปปั้น เขาใช้แววตาเรียบเฉยอันแสนน่ากลัวจ้องมองไปที่เธออยู่แบบนั้น จนจินนี่ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดกลัว เธอไม่คิดเลยว่าหนุ่มหล่อข้างบ้านจะเป็นพวกต่อต้านสังคมรอบข้างขนาดนี้แค่บอกชื่อและทักทายกลับก็







