Masuk“แม็กซ์...”
ร่างแน่งน้อยเรียก เขา ที่ยังคงยืนนิ่งขณะค่อย ๆ เคลื่อนกายลงจากเตียง
“แม็กซ์...คุณเพิ่งมาถึงหรือคะ แม่ของคุณล่ะคะ...ท่านเป็นยังไงบ้าง?”
บุษราคัมถามออกไปด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วร่างสูงใหญ่ก็ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมใบหน้าถมึงทึง
“ที่คุณถามนี่เป็นเพราะห่วงจริง ๆ หรืออยากจะสมน้ำหน้ากันแน่!”
“แม็กซ์!”
ร่างเล็กถอยกรูดไปจนชิดผนังเมื่อฮอฟมันน์ก้าวพรวดเดียวเข้ามาถึงตัวและจับไหล่บางกดไว้แน่น หน้าตาเขาเหมือนจะเอาเรื่องแต่อะไรก็ไม่น่าตกใจเท่ากลิ่นแอลกอฮอล์ที่กำจายมาจากร่างสูง
“นี่คุณเมาหรือคะ แม็กซ์...ถ้าไม่ไหวก็กลับไปนอนก่อนเถอะค่ะ”
“ผมยังสติดีอยู่ บีน่า!”
ฮอฟมันน์แทรกขึ้นทันควันแต่ลักษณะท่าทางนั้นสวนทางกับคำพูด บุษราคัมเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แม้เธอจะเพิ่งเคยพบและสัมผัสเขาเพียงครั้งหากก็ยังจดจำได้ว่าอดีตนาวิกโยธินผู้นี้น่าหวั่นหวาดแค่ไหน
“แม็กซ์...ฉันเป็นห่วงแม่ของคุณจริง ๆ นะคะ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าพี่สาวฉันทำอะไรไว้กับคุณบ้าง ฉันแค่อยากจะ...”
“บอกใช่มั้ยว่าสมเพช! หรือสงสารคนโง่ที่คิดฆ่าตัวตายอย่างแม่ผม!”
“เราพูดกันดี ๆ เถอะค่ะ แม็กซ์...รู้ตัวไหมคะว่าคุณน่ะเมามาก”
บุษราคัมเอามือยันหน้าอกกว้างไว้เมื่อร่างสูงใหญ่ดันตัวเข้าไปจนชิด ยิ่งอยู่ใกล้หญิงสาวก็ยิ่งได้กลิ่นแอลกอฮอล์แรงขึ้นจนแสบจมูก
“ผมไม่ได้เมา! เบียร์แค่สิบกระป๋องไม่ระคายคอผมหรอก”
“แต่ตอนนี้เราคุยกันไม่รู้เรื่องนะคะ แม็กซ์ ขนาดฉันถามดี ๆ คุณก็ยังมาหาว่าฉันสมน้ำหน้าคุณ”
“หรือไม่จริง! รู้ไว้ด้วยว่าแม่ผมกินยากล่อมประสาทเข้าไปเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในขณะที่พี่สาวคุณระเริงสุขอยู่กับพ่อของผมที่เขาไม่สนใจใยดีอะไรเลย!”
“พี่อิง...”
ร่างเล็กเผลอครางชื่อพี่สาวออกมาทว่าท่าทีเหมือนสำนึกผิดกลับยิ่งจุดเชื้อไฟผลาญหัวใจของชายหนุ่ม เขาแทบไม่รู้สึกตัวว่าเพลิงพิโรธที่กำลังระบิดออกนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากน้ำเมาดีกรีต่ำที่เขาสาดเข้าปากแทบจะตลอดเวลาก่อนกลับมาถึง
“แม็กซ์...อ๊ะ!”
บุษราคัมอ้าปากจะพูดทว่าถูกกระชากลงไปนอนอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่บนเตียง รอบ ๆ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเป็นรอยแดงก่ำและนั่นยิ่งทำให้หญิงสาวหวาดหวั่นด้วยเขากำลังขาดสติ
“แม็กซ์...คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ!”
“ไม่ปล่อย!”
ฮอฟมันน์คำรามเสียงดังก่อนจะฝังจมูกลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวทั้งทุบด้วยกำปั้นและพยายามยกเข่าเบียดท่อนขาใหญ่ออกไปให้พ้นแต่พละกำลังอันน้อยนิดไม่อาจต้านทานคนบ้าระห่ำอย่างเขาได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น...เขาไปจากเกาะนี้ไม่ถึงสิบวันพอกลับมาก็กลายร่างเป็นซาตานป่าเถื่อนยิ่งกว่าครั้งแรกที่ได้พบ
“หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้นะ บีน่า!...ผมบอกให้คุณหยุดดิ้น!”
ฮอฟมันน์ออกคำสั่งทันทีที่ถออนใบหน้าสากระคายออกมาจากซอกคอระหง แต่ยังกดไหล่บางของร่างเล็กที่หยุดตัวเองลงทว่าอกอิ่มภายใต้บชุดนอนบางเบายังหอบสะท้อนทั้งเรียวปากสั่นระริกและนัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างราวกับกลัวสุดชีวิต ชายหนุ่มเหยียดริมฝีปากออก ดวงตาคู่นั้นอาบด้วยความคั่งแค้นจนขุ่นคลั่ก
“คุณกลัวหรือ...จริงสินะ เราเพิ่งพบกันแค่ครั้งเดียว ทีนี่เริ่มจะรู้จักผมดีหรือยังล่ะ บีน่า!”
“ฉันไม่ได้อยากรู้จักคุณ! คนเลว คุณเอาฉันมาขังไว้แล้วยังจะทำอะไรฉันอีก!”
“ทำอะไรอย่างนั้นหรือ?”
ชายหนุ่มทวนคำนั้นก่อนจะโน้มใบหน้าคร้ามเข้มลงไปเพื่อลากลิ้นร้อนไปตามขมับเปียกชื้นของร่างอรชรที่หลับตาพร้อมทั้งเบือนหน้าหลบ
“มองหน้าผม...บีน่า!”
ฮอฟมันน์ยังคงออกคำสั่งขณะบุษราคัมค่อย ๆ ลืมตารื้นน้ำและทำตามบัญชานั้น
“ก่อนมาที่นี่ผมไปหาพ่อที่เบเวอลี่ ฮิลล์ ผมพบจูเวล เธอดูไม่แตกต่างจากคุณสักเท่าไหร่ ทั้งรูปร่าง หน้าตา และผมก็เดาเอาว่าอีกอย่างที่คงไม่ต่างกันก็คือนิสัยร่านผู้ชาย!”
“คุณตัดสินอะไรแค่สิ่งที่ตาเห็นหรือคะ แม็กซ์...คุณผ่านการฝึกจนถึงขนาดเป็นซีลทีมซิกซ์แต่กลับไม่รู้จักใช้วิจารณญาณตัดสินคนอื่น!”
“ผมมองอะไรไม่เคยผิด! การตัดสินใจของผมไม่เคยพลาดแม้แต่หนเดียว เหมือนคุณที่คงผ่านผู้ชายมาไม่รู้เท่าไหร่ก่อนมาเจอคู่หมั้นคนนี้!”
“อุ๊ย!”
บุษราคัมครางสียงแหบเมื่อฮอฟมันน์ดึงมือเรียวบางข้างซ้ายขึ้นมากุมไว้แน่น ประกายบนเรือนแหวนทองเหลืองยังคงวาววามในชั่วยามที่โลกทั้งโลกราวจมหายไปในหลุมมืด หญิงสาวเพียรเก็บกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้กับคำถากถางท้าทายจากผู้ชายที่มองเธอแค่เศษธุลี
“ฉันจะมีใครสักกี่คนมาก่อนมันก็เรื่องของฉัน แต่ที่แน่ ๆ ผู้ชายพวกนั้นไม่ได้ป่าเถื่อนอย่างคุณ รู้ไว้ด้วยว่าฉันเกลียด ฉันขยะแขยงคุณเป็นที่สุด!”
“คุณพูดว่ายังไงนะ บีน่า!”
“ฉันบอกว่าฉันเกลียดคุณ ขยะแขยงคนเถื่อนยิ่งกว่าสัตว์ป่าอย่างคุณจะแย่อยู่แล้ว!”
หญิงสาวโพล่งใส่ใบหน้าคมคายที่กรามถูกขบจนนูนขึ้นมาเป็นสันก่อนที่เธอจะเห็นว่าฮอฟมันน์เหยียดยิ้มร้ายออกมา
“ใช่...ผมอาจจะดิบเถื่อนยิ่งกว่าสัตว์ป่า แต่คุณเองก็แสดงตัวตนออกมาแล้วนี่ว่าไม่ได้ต่างจากพี่สาวของคุณเลย บีน่า...คุณก็คือด้านมืดของจูเวล เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าคุณจะมีผู้ชายมานับไม่ถ้วน ผมไม่ถือรอกนะ ก็แค่สนุกกัน ลองดูสักครั้งแล้วคุณจะลืมผู้ชายพวกนั้นจนหายขยะแขยงผมไปเลย!”
กลางดึกทุกคืนเขายังคงฝึกตัวเองอย่างหนักทั้งออกไปวิ่งบนชายหาดและดำน้ำอยู่กลางท้องสมุทรนับชั่วโมง หลายครั้งที่หญิงสาวก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าหลังเที่ยงคืนใยจึงตื่นขึ้นมาและคอยมองออกไปนอกหน้าต่างห้องราวกับจะค้นหาอะไรสักอย่าง จนกระทั่งเกือบสางที่พอร่างสูงใหญ่สวมกางเกงเดนิมตัวเดียวเปียกซ่กกลับขึ้นมาจากห้วงน้ำ บุษราคัมจึงค่อยขยับกลับไปที่เตียงก่อนหลับไปด้วยความโล่งใจอย่างประหลาดหากก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่บุษราคัมมักเห็นว่าตอนเที่ยงวันจะมีเครื่องบินเล็กร่อนลงจอดพร้อมชายอีกสี่ห้าคนหอบหิ้วกระเป๋าเอกสารและกล่องอุปกรณ์มากมายเข้ามาภายในบ้านซึ่งเธอจะเก็บตัวเงียบก่อนออกไปดูอีกครั้ง ทว่าก็พบเพียงความว่างเปล่า ทุกอย่างเงียบงันไม่มีเสียงสนทนาพาทีหรือเงาของใครแม้สักคนหญิงสาวแปลกใจทุกครั้งเพราะแม้แต่ฮอฟมันน์ก็หายไปด้วย พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกัน...เธอจะได้รับคำตอบอีกครั้งก็เมื่อเครื่องบินทะยานออกไปจากเกาะ บุษราคัมได้แต่คาดเดาว่าภายในบ้านรูปทรงสมัยใหม่หลังนี้อาจมีบางส่วนซึ่งเธอไม่เคยเห็นก็เป็นได้“ที่นี่เคยใช้เป็นจุดนัดพบและที่ประชุมลับของหน่วยซีลที่ผมสังกัด”คำพูด
“โอเค ที่รัก ผมคิดว่าผมคงห้ามคุณไม่ได้ ผู้หญิงที่รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจก็คงเป็นแบบนี้ทุกคน แต่...คุณจะไม่ถามหน่อยหรือว่าตอนนี้ผมเป็นยังไงบ้าง”คลอเดียเอียงศีรษะมองสามีก่อนยิ้มมุมปากอย่างมีนัย“ให้ฉันตอบแทนไหมคะว่าคุณเป็นยังไง คุณก็เหมือนดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรพ้องคาบโลกและตอนนี้เชื้อเพลิงใกล้หมด ในอนาคตก็จะหลุดจากวงโคจรและกลายเป็นแค่ขยะอวกาศ”“ฮันนี่...” ไมค์ออดอ้อนกลับขณะยกมือบางขึ้นมาบีบเบา ๆ“พวกผู้หญิงนี่ประชดประชันกันได้เจ็บดีจริงนะ พระเจ้าสร้างพวกเธอมาได้สมบูรณ์แบบกันทุกคน”“สำหรับคุณไม่มีผู้หญิงคนไหนขาดตกบกพร่องหรอกค่ะ ไมค์”“ฮันนี่...ผมคิดว่าจะกลับไปที่ เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ป”คำกล่าวนั้นทำให้คลอเดียหยุดชะงักขณะกำลังจะดึงมือกลับด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง เธอจ้องหน้าไมค์ก่อนหัวเราะหึ“นี่มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของคุณค่ะ เพราะเราต่างคนต่างก็ทำงานและมีชีวิตที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกันมานานแล้ว”“แต่ระหว่างผมกับคุณก็ยังมีแม็กซ์”
“แม็กซ์...ไม่ว่าคุณจะกักขังฉันไว้ที่นี่อีกนานแค่ไหน แต่เมื่อไหร่ที่ฉันเป็นอิสระ ฉันจะกลับไปหาเขา!”ร่างบางเน้นย้ำเจตจำนงของตัวเองก่อนหันหลังให้หากแต่ก่อนจะเดินกลับไปก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงดุดันข้างหลัง“คุณจะกลับไปหาผู้ชายคนนั้นก็ได้ แต่ต้องหลังจากที่คุณมีลูก แล้วผมจะปล่อยคุณกลับไป...หาคู่หมั้นของคุณ!”ร่างสูงใหญ่ย้ำเตือนความตั้งใจของตัวเองบ้างโดยไม่ทันได้เห็นหยาดน้ำตาที่หล่นไหลบนใบหน้างามซึ่งเจ้าของรีบก้าวห่างออกไปอย่างรวดเร็ว อดีตนาวิกโยธินหนุ่มถอนลมหายใจพรืดก่อนฉุดพื้นทรายอย่างหัวเสีย“โธ่เว้ย!”ฮอฟมันน์สบถเสียงดังอย่างขัดใจ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน สับสนวุ่นวายในความคิดและอัดอั้นเสียสมาธิจนอยากระบายออกมา ชายหนุ่มเริ่มคิดไม่ตกด้วยเริ่มไม่แน่ใจว่าใครกันที่ก้าวพลาดลงไปในกับดักที่เขาวางมันไว้แต่แรกเป็นเวลานานที่อัญมณีนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดในห้องโถงใหญ่ภายในบ้านหรูซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในแถบเบเวอลลี่ ฮิลล์ อันเป็นยานที่อยู่อาศัยของคนดังและบุคคลในแวดวงชั้นสูงของนครลอส แองเจลิส หญิงสาวในชุดแสก
“ปกติ...ทุกคืนตอนตีหนึ่งผมต้องตื่นขึ้นมาเพื่อฝึกวิ่งและกลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำลึก แต่วันนี้ผมช้าไปสองชั่วโมง”ชายหนุ่มกล่าวเสียงเบาลงขณะหญิงสาวเบือนหน้าออกไปยังเวิ้งน้ำสีเงินระยับ หากแต่ท่าทีไม่ใส่ใจก็เป็นสิ่งรบกวนเขาไม่น้อย ใช่...เขาตื่นขึ้นมาตอนตีสามแม้ยังปวดมึนในหัวเพราะฤทธิ์เบียร์หากแต่ก็จำเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ดี มันยังติดอยู่ในความรู้สึกและทำลายสมาธิการฝึกหนักที่ทำอยู่เป็นประจำแม้มิได้เป็นหนึ่งในซีลทีมซิกซ์ เขาคิดถึงเรือนร่างงดงามและความบริสุทธิ์ที่ได้ครอบครองเมื่อราตรีที่กำลังจะล่วงผ่านแม้รู้ว่าบุษราคัมอาจไม่อยากจดจำมันอีก“ไม่เห็นเกี่ยวกับฉันนี่คะ ฉันจะกลับไปที่บ้าน”“แต่คุณจำเป็นต้องรู้ไว้!”ฮอฟมันน์คว้าข้อมมือบางไว้ก่อนที่บุษราคัมจะหันหลังให้ทว่าหญิงสาวหันขวับมามองด้วยประกายตากล้าแข็ง“ยังมีอะไรที่ฉันยังไม่รู้เกี่ยวกับเกาะที่เหมือนคุกนี่อย่างนั้นหรือคะ! มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกบ้างนอกจากผู้ชายโหดร้ายคนหนึ่งล่อลวงผู้หญิงมาข่มขืน หรือว่ามีกับดักสัตว์ป่าอยู่ที่นี่ หรือว่ามี...”&ld
“ออกไปนะ! ออกไป!”ร่างอรชรขับไล่พร้อมทั้งใช้ความพยายามดันร่างสูงใหญ่ให้พ้นตัว แต่แล้วเธอเองกลับต้องเหนื่อยเปล่า“บีน่า...”ฮอฟมันน์ครางแผ่วก่อนผงกศีรษะขึ้นมองและนั่นทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะก่อนร้องไห้ออกมา“คนเลว!...คน...”บุษราคัมพูดไม่ทันขาดคำก็สะอื้นไห้กับความโชคร้ายที่ต้องเจอแบบนี้ ในขณะเดียวกันนั้นร่างสูงใหญ่ก็ค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาเคลียเคล้าบนแก้มเปียกน้ำตา เขาทำราวจะปลอบใจหากก็ยังไม่ยอมถอดถอนตัวเองออกจากแก่นกายของร่างเล็กเสมือนปรารถนาให้เธอกักเก็บเขาไว้เช่นนั้น“บีน่า...”“ฉันชื่อบุษราคัม! อย่ามาเรียกฉันแบบนี้อีก!”หญิงสาวแหวกลับเสียงพร่าก่อนออกแรงดันชายหนุ่มให้พ้นจากตัวซึ่งคราวนี้อีกฝ่ายยินยอมพลิกกายใหญ่โตลงนอนด้านข้างและคอยดูร่างแน่งน้อยที่รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ก่อนนอนคุดคู้หันหลังให้ด้วยความอับอายเป็นที่สุด เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังลอดออกมาทำให้ฮอฟมันน์เกินจะหลับตาได้ลง เขายังคงนอนตะแคงว้บนฟูกและมองดูคนที่อยู่ในผ้าห่มร้องกระซิกโดยไม่มี
หญิงสาวเอ่ยทั้งน้ำตาแต่กลับรู้สึกว่าสะโพกหนากำลังขยับ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแต่เขายิ่งเขยื้อนตัวมากเท่าใดร่างกายที่รองรับเบื้องล่างก็ยิ่งปวดร้าวมากเท่านั้น“แม็กซ์...ได้ยินไหมคะ...ว่าฉัน...จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”ร่างอ้อนแอ้นห้ามเสียงแผ่ว หากเธอจะได้ยินเช่นกันว่าหัวใจของเขาก็เต้นเร็วเป็นกลองรัว ฮอฟมันน์ยังคงขยับตัวตนลึกเข้าไปอีกขณะกระชับอ้อมแขนหนาตระกองกอดบุษราคัมไว้ ร่างสูงใหญ่กดกลั้นถึงที่สุดทั้งที่ตัวเองก็กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงชายหนุ่มนึกโกรธตัวเองว่าใยความอดทนจึงมีน้อยนักทั้งที่ตอนเป็นนาวิกโยธินต้องผ่านการฝึกมาไม่รู้สักกี่ด่าน แต่ตอนนี้เขากลับจะพ่ายแพ้ให้แก่ความบอบบางทว่าทรงพลังที่ห่อหุ้มความเป็นเขาจนยากจะถ่ายถอน บุษราคัม...ทันทีที่ค้นพบว่าเธอยังบริสุทธิ์ก็ดูเหมือนเขาไม่อาจหยุดตัวเองลงได้“แม็กซ์...ปล่อยฉัน...ปล่อยฉัน”“โอ...พระเจ้า!...ให้ตายเถอะบีน่า ผมจะปล่อยคุณไปตอนนี้ได้ยังไง”เรียวปากหยักประกบลงบนกลีบปากนุ่มอีกครั้งราวต้องการดูดกลืนเสียงสะอื้นนั้นไว้ทั้งหมด บุษราคัมรวดร้าวไปทุกหนแห่งโดยเฉพาะที่แก่







