Masuk“แม็กซ์...แม่คงห้ามลูกไม่ได้แล้วซีนะ” คลอเดียยิ้มแห้งแล้ง แต่แล้วก็ทำหน้าราวกับนึกอะไรได้
“แล้วนี่...ลูกจะอยู่กับแม่ที่เยอรมันสักพักใช่ไหมจ๊ะ”
“ผมคงต้องรีบกลับวันนี้ครับ เพราะให้คนเตรียมเครื่องบินไว้แล้ว”
“ลูกจะกลับไปอยู่กับพ่อที่อเมริกา...อย่างนั้นหรือ?”
ฮอฟมันน์ส่ายหน้าน้อย ๆ โดยที่มารดาไม่ทันสังเกตเห็นอะไรบางอย่างฉายวาบขึ้นมาบนดวงตาคู่นั้น
“ผมจะกลับไปอยู่ที่บาฮามาสสักพัก ที่เกาะไดโอนีของผมไงครับแม่”
“โอ!” คลอเดียขมวดคิ้วมุ่นเมื่อรู้ความคิดบุตรชาย “แม่ไม่ชอบไดโอนีของลูกเลย ที่เกาะนั่นอันตรายจะตายไป”
เธอกำลังบ่นถึงเกาะเล็ก ๆ ซึ่งอยู่เลยหมู่เกาะบาฮามาสเข้าไปในเขตทะเลลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก ฮอฟมันน์ซื้อเกาะที่อยู่ห่างไกลผู้คนเอาไว้และเรียกมันว่า ไดโอนี ตามชื่อดาวเคราะห์ซึ่งเป็นหนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ เธอไม่เคยย่างกรายเข้าไปเพราะรอบ ๆ อาณาบริเวณเกาะมีน้ำวนในหลุมสีน้ำเงินใต้สมุทร (Ocean Blue Hole) ซุกซ่อนอยู่ในที่ใดสักแห่งหนึ่ง ทว่าสถานที่ยิ่งมีภยันตรายมากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่าบุตรชายหัวขบถของเธอจะยิ่งโปรดปราณมันมากเท่านั้น
“แม่ไม่เคยได้ยินหรือครับว่า ที่ยิ่งอันตรายก็ยิ่งปลอดภัยสำหรับเรา”
“โอเค แม็กซ์ แต่อีกอย่างที่แม่อยากรู้ก็คือ...ลูกจะไปพบพ่อก่อนไปบาฮามาสหรือเปล่า?”
ฮอฟมันน์ทำสีหน้าครุ่นคิด ร่างสูงใหญ่ผิวแทนเข้มจัดภายใต้ชุดสูทเนื้อหนาบีบมือบางเบา ๆ อย่างทะนุถนอมก่อนกระตุกยิ้มมุมปากและกล่าวเสียงห้าวลึก
“ผมอาจจะแค่...แวะไป อีกอย่าง...ผมแค่อยากเห็นผู้หญิงคนใหม่ของพ่อ...ก็เท่านั้น”
แสงไฟหลากสีที่ส่องประกายวูบวาบด้านหน้าโรงแรมอันหรูหราดูจะดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวและลูกค้าของบ่อนคาสิโนภายในเขตลาสเวกัส ทว่าอะไรก็ไม่น่าสนใจสำหรับบุรุษร่างสูงใหญ่ที่นั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังกระจกอาบฟิล์มดำสนิทภายในรถเก๋งที่จอดอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าโรงแรมเท่ากับภาพของชายร่างสูงวัยกลางคนกับสาวสวยร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดเน้นสัดส่วนโค้งเว้าที่เดินคลอเคลียกันออกมา เบื้องหลังคนทั้งสองมีบอดี้การ์ดร่างใหญ่สองสามคนคอยอำนวยความสะดวกด้วยการเปิดประตูรถลีมูซีนให้ก่อนขับรถอีกคันตามออกไปไม่ห่าง ฮอฟมันน์ภายในชุดเสื้อยืดเน้นมัดกล้ามบนร่างหนาและกางเกงเดนิมยังคงนั่งนิ่งบนเบาะด้านหลังคนขับกระทั่งมีใครอีกคนเปิดประตูรถและก้าวขึ้นมานั่งด้านข้าง
“คุณฮอฟมันน์...เรื่องที่คุณให้ผมไปสืบ ผมได้ข้อมูลมาแล้วครับ”
เสียงทุ้มลึกของชายร่างโปร่งอายุราว ๆ สามสิบกว่าปีในชุดเสื้อโค้ตตัวยาวดังขึ้นก่อนยื่นซองกระดาษให้กับฮอฟมันน์แกะออกดู
“ผู้หญิงที่พ่อคุณพาไปไหนมาไหนด้วยตอนนี้ เธอชื่อ อัญมณี แต่ในวงการนางแบบใคร ๆ ต่างรู้จักเธอในชื่อ จูเวล...นี่เป็นรูปน้องสาวคนเดียวของเธอที่เมืองไทยครับ เธอชื่อ บุษราคัม เป็นพีอาร์อยู่ในโรงแรมแถวพัทยา”
ฮอฟมันน์ก้มลงมองรูปถ่ายในมือภายใต้แสงไฟสลัว นัยน์ตาสีน้ำเงินเป็นประกายเข้มจัดเมื่อเห็นคนในภาพซึ่งถูกถ่ายทั้งระยะไกลและใกล้ โดยเฉพาะรูปสุดท้ายเป็นใบหน้าของหญิงสาวชาวไทยที่ดูละม้ายกับนางแบบเปรี้ยวจัดคู่ควงของบิดาคนนั้น แม้แสงสว่างยังไม่มากพอให้เขาพินิจพิจารณาชัด ๆ ทว่า บุษราคัม ทักษาพินิจ ก็จัดได้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งเลยทีเดียว
ก็แค่ผู้หญิงหน้าตาดี...
ชายหนุ่มสะกดความคิดตัวเองลงที่พี่สาวของเจ้าหล่อน ถึงให้สวยหยาดฟ้ามาดินแค่ไหนหากก็คงไม่ใช่คนดีนักหรอก ในเมื่อเธอมีสายเลือดเดียวกันกับผู้หญิงคนนั้น...คนที่หวังปอกลอกบิดาและทำให้แม่ของเขาต้องเสียใจ
“เธอทำงานอยู่ในโรงแรม เคป พาราไดส์ ส่วนที่อยู่กับประวัติส่วนตัวของเธออยู่ในซองเอกสารนี้แล้วครับ”
“ขอบใจมาก พอล...นี่เป็นค่าเหนื่อยของคุณ”
ฮอฟมันน์ยื่นซองกระดาษที่เตรียมไว้ให้นักสืบของเขารับไปด้วยรอยยิ้ม น้ำหนักสิ่งของในนั้นทำให้ผู้รับแทบไม่ต้องคาดเดาเลยว่าคุ้มค่าแค่ไหนกับการลงแรง
“ถ้ามีอะไรนอกเหนือจากนี้ก็เรียกใช้ผมได้ทุกเวลาครับ คุณฮอฟมันน์”
“ถ้ามีอะไรจะให้สืบเพิ่มเติมอีก ผมจะนึกถึงคุณเป็นคนแรก...พอล”
รอยยิ้มเหี้ยมจุดขึ้นบนเรียวปากหยัก เมื่อนักสืบของเขาไปแล้วฮอฟมันน์ก็ยังคงนั่งจับจ้องรูปถ่ายในมือไม่วางตา
บุษราคัม...เธอคงไม่รู้ว่าเกมแห่งการเอาคืนกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว
“ยังไม่กลับอีกหรือบุษ...แล้วนั่น กำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดีใจเรื่องอะไรบอกกันหน่อยได้ไหม?”
เสียงทุ้มลึกที่ดังขึ้นทำให้เจ้าของใบหน้าสวยหวานในชุดผ้าไหมไทยสีบานเย็นที่กำลังก้มหน้ายิ้มอมเงยไปมองหน้าเคาน์เตอร์ภายในล็อบบี้ของโรงแรมอันหรูหราเพื่อพบว่ามีหนุ่มร่างสูงหน้าตาดียืนรอคำตอบอยู่
“อ้าว!...ปกรณ์...บุษกำลังจะกลับ แต่มีข่าวดีเลยยังไม่ไปไหนค่ะ”
เสียงพูดคุยด้านนอกทำให้เธอรู้ว่ากานต์นทีเพิ่งกลับเข้ามา ช่างโชคดีนักที่เขาไม่เห็นสภาพของเธอในตอนนี้ แต่...เธอเป็นอะไร อาการวิงเวียน คลื่นเหียนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานตอนนี้เริ่มถี่ขึ้นจนน่าสงสัย หากหญิงสาวก็ไม่มีเวลาคิดนอกจากรีบเปิดประตูออกไปพบหน้าผู้จัดการกับแขกคนสำคัญซึ่งอยู่ในชุดสูทดูดีดังเดิม“คุณบุษราคัม ต้องขอโทษทีที่ปล่อยให้คุณอยู่ต้อนรับคุณฮอฟมันน์คนเดียว ผมต้องลงไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เกรงว่าเดี๋ยวจะไม่เป็นไปตามคุณฮอฟมันน์ต้องการ”กานต์นทีพูดเสียงแจ่มชัด หากประชาสัมพันธ์ของเขากลับพยักหน้ารับและเพียงเสยผมเบา ๆ ถ้าเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าเธอคงถูกไล่ออกเสียวันนี้“ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่าซีเรียสมากเลย” ฮอฟมันน์กล่าวเสียงเรียบก่อนทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ที่เขาใช้เป็นสนามโรมรันบทพิศวาสแบบเร่งร้อนเมื่อครู่ บุษราคัมแก้มแดงปลั่งทว่ามีเขาเท่านั้นที่สังเกตเห็น“ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการอะไรนอกเหนือจากนี้ก็บอกกันได้นะครับ”กานต์นทียืนยิ้มกว้างขณะมองเจ้าของร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดสูทกำลังรินน้ำสีแดงเข้มจากขวดไวน์ชั้นดีลงในแก้ว ผู้ชายอะไรทั้งหล่อเหลาบึกบึนแถมรวยระยับแต่กลับโสดสนิท“
ร่างแน่งน้อยราวถูกกระชากขึ้นไปยังที่สูงเมื่อฮฟมันน์เริ่มขยับกายแกร่งไปพร้อม ๆ กับการโอ้โลมเพื่อช่วยเธอคลายความเจ็บปวด บุษราคัมกดกลั้นเสียงตัวเองไม่ได้สักครั้งเมื่อเขาส่งตัวตนเข้าไปและขยับมันออกอย่างไม่คิดระวัง เขาไม่ได้ป้องกันตัวเองอย่างเคย ละเลยไม่อยากให้มีสิ่งใดขวางกั้น แน่นอนว่าอดีตนาวิกโยธินหนุ่มต้องการให้เป็นดังเช่นทุกครั้งที่การประสานสนิทแน่นแบบกายถึงกาย“บีน่า...อา...คุณยังแน่นดีเหลือเกิน”ร่างสูงหลุดเสียงครางเมื่อความอ่อนนุ่มที่โอบล้อมบีบรัดจนเขาแทบจะระเบิด การที่ไม่ได้เห็นหน้าแม้จากกันเป็นเวลาไม่ถึงเดือนทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนคนสมองมีปัญหา นี่เขาคิดถึงบุษราคัมมากขนาดที่อยากกระโจนใส่เมื่อพบหน้าตั้งแต่วินาทีแรก“แม็กซ์...แม็กซ์คะ...อ๊า”ร่างเล็กบอบบางแอ่นทรวงสวยขึ้นรับเรียวลิ้นที่โลมไล้อยู่บนยอดโดกเมนแดงกล่ำ หญิงสาวแทบขาดใจราวคลื่นร้อนนับหมื่นระลอกหมุนเกลียวบนเรือนร่างที่สั่นไหวไปตามแรงขยับโยก ความสุขกระสันเข้ามาแทนที่ความลังเลไม่แน่ใจ มันกำลังกร่อนกัดกายเธอให้แตกออกเป็นเสี่ยง บุษราคัมลืมไปแล้วว่ากานต์นทีอาจกลับเข้ามา หากเธอก็ไม่เห็นเขา รับรู้ก็แต่ความร้อนเร่าที่กำลังทว
เขายังคงร้อนแรงและทุกสัมผัสก็ยังเป็นที่จดจำของบุษราคัม นี่ไม่ใช่การข่มขืนซึ่งเธอก็รู้ดี ชั่วครู่อาการขมวดเกร็งของร่างกายจากการแข็งขืนก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นผ่อนตาม ทว่าเสี้ยวหนึ่งเธอยังคงตื่นเต้น กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเข้ามาเห็นร่างงามที่เสื้อเชิ้ตถูกแยกออกกว้างและกระโปรงถูกรั้งขึ้นมาถึงสะโพกผายกำลังนอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ที่กอดก่ายไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เขาคงไม่รู้ว่าเธอเจ็บปวดแม้เสียวซ่านทุกครั้งที่เจ้าของเรือนกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำปลุกปั่นหญิงสาวด้วยริมฝีปากอุ่น ลิ้นชื้นและมือสากหนาที่กำลังเลื่อนลงมาค่อย ๆ สอดลึกเข้าไปใต้อันเดอร์แวร์“แม็กซ์...หยุดเถอะค่ะ ฉันกลัวใครจะมาเห็นเข้า”“ผมหยุดไม่ได้ บีน่า คุณก็รู้...คุณไม่คิดถึงมันบ้างเลยหรือ”“ฉัน...ฉัน...” บุษราคัมอยากบอกเขาให้เสียงดังกว่ากระซิบ ว่าเธอรอคอยสัมผัสนี้เสมอ หากเขาไม่เห็นว่าเธอเป็นหญิงปลิ้นปล้อน หญิงสาวถูกล่วงล้ำอีกครั้งอย่างล้ำลึกจากปลายนิ้วแกร่งที่แทรกผ่านกลีบดอกไม้บอบบางชุมฉ่ำเข้าไปถึงชั้นในของหลืบถ้ำที่ยังคับแคบ มันบีบรัดตลอดเวลา ฮอฟมันน์กระตุกให้เลือดในกายสาวฉีดพล่าน แล้วเธอก็ยินยอมเป็นเชลยหัวใจให้เขาลงทัณฑ
“ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า...คุณแกล้งทำดีให้ผมตายใจ พอคุณเจอคู่หมั้นของคุณที่ไมแอมี่ก็ถึงกลับต้องรีบหนีกลับมาที่เมืองไทย คุณอาจทำตามแผนที่วาไว้สำเร็จ แต่คุณก็ยังรู้จักฮอฟมันน์คนนี้น้อยไป”“แม็กซ์...ไม่ว่าจะยังไงคุณก็ยังเป็นคนที่ไม่มีหตุผล คุณมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่”“ผมจะเอาคืน!” ฮอฟมันน์คำรามเสียงกร้าวขณะล้วงฝ่ามือหนาเข้าไปใต้ชายเสื้อผ้าไหมเนื้อลื่น ชายหนุ่มถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของล้วงลึกเข้าไปในบราเซียลูกไม้ บีบเคล้นนวลเนื้ออวบหยุ่นรุนแรงด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน“แม็กซ์! ฉันเจ็บนะคะ ปล่อย!” บุษราคัมบิดกายเร่าเมื่อถูกเขาคุกคาม เธออาจคิดถึงและปรารถนาอ้อมกอดของฮอฟมันน์ หากก็ไม่ต้องการความหยาบร้าย อดีตนาวิกโยธินหนุ่มไม่ยอมฟังเสียง เขาปิดปากเธอไว้ด้วยการแทรกลิ้นเข้าไปลึก ร่างเล็กบอบบางเจ็บระบมไปหมดเมื่อร่างสูงใหญ่ปลดปล่อยปิศาจร้ายครอบงำทุกอย่าง จูบนั้นทั้งเร่าร้อนรุนแรงจนเธอหายใจแทบไม่ทัน มือไม้ของเขาที่ครอบครองปทุมถันล้วนสร้างความปวดร้าวเกินจะทานทน“คนบ้า!” หญิงสาวร้องออกมาพร้อมทั้งจิกเล็บลงบนต้นแขนหนาภายใต้สูทเนื้อดีแรง ๆ หวังจะเรียกสติคนหยาบเถื่อนให้กลับคืน แต่ยิ่งทำเหมือนยิ่งยั่วยุให้มาเฟีย
อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เธอเคยรู้จักหล่อเหลาในชุดสูทซึ่งเธอไม่คุ้นเคย เขาอยู่ในมาดนักธุรกิจผิดไปจากนักรบในหน่วยซีลที่ฝึกซ้อมตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายบนเกาะไดโอนี นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังคงส่องประกายน่าหลงใหลบนใบหน้าทรงเสน่ห์หากแต่ท่าทีเครียดขรึมของเขามีแต่เธอเท่านั้นที่รับรู้ได้“สวัสดีครับ คุณบุษราคัม” เสียงทักทายนั้นราวกระชากหัวใจบอบบางให้ร่วงหล่น หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนตอบกลับไปโดยไม่ยอมมองหน้าเขาแม้แต่น้อย“สวัสดีค่ะ คุณฮอฟมันน์” ร่างแน่งน้อยหายใจขัด ทำไมเธอต้องมาพบเขาในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเผชิญหน้ากับคนที่คงตามเธอมาด้วยความคั่งแค้น“มิสเตอร์กานต์นที ผมอยากให้คุณช่วยจัดเตรียมไวน์อย่างดีของโรงแรมมาให้ผมตอนนี้จะได้ไหมครับ?”“อ้อ...ครับ...ครับ ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการไวน์รสเลิศ เคปพาราไดส์ของเราน่ะมีชื่อเสียงในเรื่องนี้เลยล่ะครับ รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะเป็นคนไปจัดการให้คุณฮอฟมันน์ด้วยตัวของผมเองเลยครับ”“เชิญตามสบายครับ แต่ผมอยากให้คุณบุษราคัมอยู่ที่นี่ก่อน เพราะผมมีอะไรที่อยากสอบถามเธอเกี่ยวกับที่นี่หลายอย่าง หวังว่าคุณคงไม่ขัดข้อง”คำพูดของแขกชั้นดีทำให้ร่างเล็กที่กำล
“แม่ครับ คงไม่เป็นไรใช่ไหมครับถ้าพ่อจะนำเสนอโปรเจ็คของบริษัทเพียงคนเดียว”“ทำไมล่ะจ๊ะ แม็กซ์...ลูกจะไปไหนอย่างนั้นหรือ”“ใช่ครับแม่” อดีตนาวิกโยธินหนุ่มว่าพลางลุกขึ้นยืนและมองคลอเดียอย่างมีความหมาย “ผมจะเดินทางไปประเทศไทย”“เมื่อไหร่ล่ะลูก มันเป็นธุระด่วนมากเลยหรือ?”“ผมจะเดินทางคืนนี้ครับ มันเป็นธุระด่วน...มากเลยล่ะครับแม่”ชายหนุ่มกุมโทรศัพท์ในมือแน่นและคลอเดียก็ไม่ถามอะไรต่อเพราะรู้นิสัยลูกชายดี ร่างสูงตระหง่านรู้สึกราวกับเลือดในกายสูบฉีดแรงเมื่อนักสืบรายงานกลับมาว่าบุษราคัมกลับประเทศไทยแล้วจริง ๆ เธอยังเป็นประชาสัมพันธ์ในโรงแรมเคป พาราไดส์ ซึ่งเป็นที่ทำงานเดิม แต่ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิมเพราะเขาจะไปที่นั่นและทำให้เธอรู้ว่าการหนีจาก ฮอฟมันน์ แม็คเคลน ไม่ใช่เรื่องง่าย!บุษราคัมมาถึงโรงแรมในตอนเช้าดังทุกวันเป็นปกติ หากผู้จัดการไม่ติดต่อให้กลับเข้ามทำงานที่นี่ป่านนี้เธอคงต้องหาที่ทำงานใหม่เพราะรู้สึกเกรงใจที่ไปต่างประเทศจนเลยเวลาที่แจ้งไว้กับทางฝ่ายบุคคล หากทว่าเมื่อกลับมาทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพื่อนร่วมงานยังคงปฏิบัตต่อเธอดังที่เคยผ่านมา ไม่มีใครถามถึงเหตุผลว่าเธอไปทำอ







