Masukบุษราคัมร้องถามซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า
“มันเป็นถ้ำใต้น้ำนอกชายฝั่งครับ เราเรียกว่าหลุมสีน้ำเงินใต้สมุทร มันเป็นพื้นที่ส่วนขยายของทะเลที่ได้รับอิทธิพลของกระแสน้ำขึ้นน้ำลงรุนแรง ตอนน้ำทะเลหนุนสูงมันจะดูดน้ำหลายล้านลิตรลงไปอย่างกับท่อน้ำทิ้งในอ่างยักษ์เลยล่ะครับ...สวยงามและอันตรายสุด ๆ “
เรียวปากจิ้มลิ้มบนหน้าหวานอ้าค้าง ในที่อันสวยงามแท้จริงแอบซ่อนความน่าสะพรึงไว้เช่นนี้เอง ก่อนจะได้คิดเรื่องอะไรต่อไปก็รู้สึกว่าเครื่องบินเล็กที่เธอโดยสารมากำลังร่อนลงสู่เบื้องล่างและได้ยินเสียงชายผู้นั้นหลังจากที่เขาปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว
“เชิญครับ...คุณบุษราคัม เรามาถึงเกาะนี้แล้ว ไดโอนีที่แสนสวย”
บุษราคัมก้าวลงจากเครื่องบินเล็กและจรดปลายเท้าในรองเท้าส้นแบนลงบนผืนทรายขาวเนียน ณ ที่แห่งนั้น...เกาะไดโอนีอันสงบเงียบ ยินเพียงเสียงลมทะเลหอบคลื่นเล่นล้อชายฝั่งและลมชายหาดพัดเข้ามาปะทะใบหน้าสวยหวานสีระเรื่อยามแดดอาบไล้ สถานที่ซึ่งหญิงสาวเคยใฝ่ฝันถึงทอดตัวอยู่ใต้เงาของเธอในตอนนี้แล้ว
“พี่อิงล่ะคะ...พี่อิงอยู่ที่ไหน?”
เจ้าของร่างแน่งน้อยเอ่ยถามขณะเกลี่ยปอยผมที่โดนลมพัดมาปรกผิวแก้ม ทว่าชายในชุดสูทไม่ตอบ เขาเพียงย่ำไปบนผืนทรายตรงไปยังบ้านหลังใหญ่ซึ่งวางตัวอยู่บนเนินโอบล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี บุษราคัมเดาเอาว่านี่อาจป็นที่พักของพี่สาว บ้านหลังนั้นถูกสร้างขึ้นในสไตล์โมเดิร์นกรุกระจกโดยรอบและดูกว้างขวาง ไม่มีรั้วกั้นหรือกำแพงบดบังทัศนียภาพของท้องทะเลแสนสวย
“เชิญด้านในครับ คุณบุษราคัม”
คนที่พาเธอมาเปิดประตูให้หญิงสาวก้าวเข้าไปเพื่อพบกับการตกแต่งภายในอันน่าตื่นตาในบ้านหลังนั้น เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกออกแบบอย่างประณีตให้กลมกลืนกันไปทั้งหมด ชุดรับแขกแบบเรียบอยู่ในพื้นที่โล่งกว้างสบายตาซึ่งเธอไม่อยากคาดเดามูลค่าวัสดุและการก่อสร้าง
“คุณคะ...พี่อิง...” บุษราคัมหันกลับไปทว่าไม่ทันชายร่างใหญ่ที่จากไปเสียแล้ว หญิงสาวยืนมองบานประตูตาปริบ ๆ และเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เขาไม่ยอมบอกว่าอัญมณีอยู่ที่ไหนแถมยังปล่อยให้เธอยืนอยู่อย่างนี้ หรือว่า...
“สวัสดีครับ...คุณ...บุษราคัม”
ความคิดของหญิงสาวชะงักกึกเมื่อเสียงห้าวกังวานดังขึ้นเบื้องหลัง เสียงนั้นลึกและราวกับมีอำนาจซึ่งร่างบางก็ไม่คิดลังเลที่จะหันกลับไปมอง
“คุณ...”
บุษราคัมอ้าปากค้างเมื่อพบว่ามีบุรุษร่างสูงใหญ่ยืนในท่าเอามือล้วงกระเป๋าเดนิมทั้งสองข้างโดยพิงไหล่กว้างกับผนังด้านหนึ่งของห้อง คนที่อยู่ตรงหน้าเธอเป็นชายชาวต่างชาติ นัยน์ตาสีน้ำเงินเป็นประกายขับความหล่อเหลาบนใบหน้าเข้มคมจับจิตภายใต้ทรงผมสั้นดูคล้ายทหาร เรือนร่างทั้งสูงใหญ่สีแทนจัดเต็มไปด้วยมัดกล้ามดูแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า แต่หญิงสาวมีเวลาพินิจเขาได้ไม่นานนักเพราะสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการมาหาใครอีกคน
“คุณเป็นใคร...ฉันมาหาพี่สาวของฉัน เธอเป็นนางแบบชื่ออัญมณีและเธอก็มาถ่ายแบบที่นี่”
หญิงสาวพยายามคุมน้ำเสียงให้คงที่แม้ความประหม่าแล่นขึ้นมาท่วมท้นเมื่อ เขา ก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทีสงบนิ่ง เรียวปากหยักบนใบหน้าเข้มกระตุกยิ้มน้อย ๆ ก่อนพูด
“ที่นี่ไม่มีผู้หญิงที่ชื่ออัญมณีหรือจูเวลอะไรนั่น มีแต่ผม...ฮอฟมันน์ แม็คเคลน!”
คำตอบของอีกฝ่ายที่ดังก้องทำเอาดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง บุษราคัมคิดว่าเธอคงหูฝาดแต่ให้บังเกิดความกลัวจนมือเริ่มสั่น
“คุณ...คุณพูดเรื่องอะไรน่ะ...ก็ผู้ชายที่พาฉันมาเมื่อกี๊เขาบอกว่าพี่อิงส่งเขาไปรับฉันที่สนามบิน หรือว่า...หรือว่าเขาพาฉันมาผิดที่...ขอโทษทีค่ะ...ฉันจะกลับออกไปเดี๋ยวนี้”
“เขาพาคุณมาถูกที่แล้ว! ที่นี่แหละ...เกาะไดโอนีที่ไม่มีอยู่ในแผนที่ของบาฮามาส!”
เสียงดุดันสะกดร่างบางที่กำลังหันไปจับลูกบิดประตูให้หยุดชะงัก บุษราคัมมือสั่นเทาอยู่ตรงนั้นกระทั่งรู้ตัวว่าเธอไม่ปลอดภัยเสียแล้วเมื่อลูกบิดถูกล็อคจากภายนอก
“คุณต้องการอะไร!”
ร่างเล็กรวบรวมความกล้าหันมาเผชิญหน้ากับคนตัวใหญ่อีกครั้ง เรือนผมสีน้ำตาลประกายเงางามที่ถูกมุ่นไว้อย่างดีหลุดรุ่ยเหมือนสติองเธอที่กระจัดกระจายแตกซ่าน แต่แล้วหญิงสาวกลับต้องถอยกรูดจนหลังชนกับบานประตูเมื่อชายหนุ่มภายใต้เสื้อยืดอวดกล้ามเป็นมัดค้ำแขนทั้งสองข้างกับผนังเพื่อกักตัวเธอไว้ ในเสี้ยววินาทีที่ได้อยู่ชิดใกล้ชายหนุ่มจึงเห็นชัด ๆ ว่าใบหน้าแม้ตื่นตระหนกนั้นงดงามแค่ไหน นี่คือภาพอันมีชีวิตชีวาหาใช่รูปถ่ายหากแต่ฮอฟมันน์กลับสำแดงอากัปกิริยาตรงข้ามกับความนึกคิด
”สิ่งที่ผมต้องการตอนนี้อยู่ที่นี่แล้ว...คุณยังไงล่ะ บุษราคัม!”
“ฉันไม่รู้จักคุณ! หรือว่า...คุณเป็นพวกมาเฟียหลอกผู้หญิงมาขาย ปล่อยฉันไปนะ รู้มั้ยว่าพี่สาวฉันเป็นนางแบบ ถ้าเขารู้ต้องส่งบอดี้การ์ดของเขามาจัดการคุณแน่”
“พวกที่พาคุณมาเป็นคนของผม! ส่วนพี่สาวคุณก็เป็นแค่นางแบบกระจอก ๆ ที่หวังแต่จะใช้ความสวยปอกลอกผู้ชายรวย ๆ !”
บุษราคัมตัวแข็งทื่อเมื่อฮอฟมันน์ตะเบ็งเสียงและมองเธอด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย เธอเกลียดเขาขึ้นมาจับหัวใจ ถึงจะหล่อปานเทพบุตรแต่ช่างเป็นคนกักขฬะหยาบคายและปากร้ายเป็นที่สุด ขอให้นี่เป็นความฝัน...แต่แล้วหญิงสาวก็รู้ว่ามันไม่ใช่เมื่อจิกเล็บลงบนอุ้งมือกลับรู้สึกเจ็บจนน้ำตาซึม
เสียงพูดคุยด้านนอกทำให้เธอรู้ว่ากานต์นทีเพิ่งกลับเข้ามา ช่างโชคดีนักที่เขาไม่เห็นสภาพของเธอในตอนนี้ แต่...เธอเป็นอะไร อาการวิงเวียน คลื่นเหียนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานตอนนี้เริ่มถี่ขึ้นจนน่าสงสัย หากหญิงสาวก็ไม่มีเวลาคิดนอกจากรีบเปิดประตูออกไปพบหน้าผู้จัดการกับแขกคนสำคัญซึ่งอยู่ในชุดสูทดูดีดังเดิม“คุณบุษราคัม ต้องขอโทษทีที่ปล่อยให้คุณอยู่ต้อนรับคุณฮอฟมันน์คนเดียว ผมต้องลงไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เกรงว่าเดี๋ยวจะไม่เป็นไปตามคุณฮอฟมันน์ต้องการ”กานต์นทีพูดเสียงแจ่มชัด หากประชาสัมพันธ์ของเขากลับพยักหน้ารับและเพียงเสยผมเบา ๆ ถ้าเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าเธอคงถูกไล่ออกเสียวันนี้“ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่าซีเรียสมากเลย” ฮอฟมันน์กล่าวเสียงเรียบก่อนทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ที่เขาใช้เป็นสนามโรมรันบทพิศวาสแบบเร่งร้อนเมื่อครู่ บุษราคัมแก้มแดงปลั่งทว่ามีเขาเท่านั้นที่สังเกตเห็น“ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการอะไรนอกเหนือจากนี้ก็บอกกันได้นะครับ”กานต์นทียืนยิ้มกว้างขณะมองเจ้าของร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดสูทกำลังรินน้ำสีแดงเข้มจากขวดไวน์ชั้นดีลงในแก้ว ผู้ชายอะไรทั้งหล่อเหลาบึกบึนแถมรวยระยับแต่กลับโสดสนิท“
ร่างแน่งน้อยราวถูกกระชากขึ้นไปยังที่สูงเมื่อฮฟมันน์เริ่มขยับกายแกร่งไปพร้อม ๆ กับการโอ้โลมเพื่อช่วยเธอคลายความเจ็บปวด บุษราคัมกดกลั้นเสียงตัวเองไม่ได้สักครั้งเมื่อเขาส่งตัวตนเข้าไปและขยับมันออกอย่างไม่คิดระวัง เขาไม่ได้ป้องกันตัวเองอย่างเคย ละเลยไม่อยากให้มีสิ่งใดขวางกั้น แน่นอนว่าอดีตนาวิกโยธินหนุ่มต้องการให้เป็นดังเช่นทุกครั้งที่การประสานสนิทแน่นแบบกายถึงกาย“บีน่า...อา...คุณยังแน่นดีเหลือเกิน”ร่างสูงหลุดเสียงครางเมื่อความอ่อนนุ่มที่โอบล้อมบีบรัดจนเขาแทบจะระเบิด การที่ไม่ได้เห็นหน้าแม้จากกันเป็นเวลาไม่ถึงเดือนทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนคนสมองมีปัญหา นี่เขาคิดถึงบุษราคัมมากขนาดที่อยากกระโจนใส่เมื่อพบหน้าตั้งแต่วินาทีแรก“แม็กซ์...แม็กซ์คะ...อ๊า”ร่างเล็กบอบบางแอ่นทรวงสวยขึ้นรับเรียวลิ้นที่โลมไล้อยู่บนยอดโดกเมนแดงกล่ำ หญิงสาวแทบขาดใจราวคลื่นร้อนนับหมื่นระลอกหมุนเกลียวบนเรือนร่างที่สั่นไหวไปตามแรงขยับโยก ความสุขกระสันเข้ามาแทนที่ความลังเลไม่แน่ใจ มันกำลังกร่อนกัดกายเธอให้แตกออกเป็นเสี่ยง บุษราคัมลืมไปแล้วว่ากานต์นทีอาจกลับเข้ามา หากเธอก็ไม่เห็นเขา รับรู้ก็แต่ความร้อนเร่าที่กำลังทว
เขายังคงร้อนแรงและทุกสัมผัสก็ยังเป็นที่จดจำของบุษราคัม นี่ไม่ใช่การข่มขืนซึ่งเธอก็รู้ดี ชั่วครู่อาการขมวดเกร็งของร่างกายจากการแข็งขืนก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นผ่อนตาม ทว่าเสี้ยวหนึ่งเธอยังคงตื่นเต้น กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเข้ามาเห็นร่างงามที่เสื้อเชิ้ตถูกแยกออกกว้างและกระโปรงถูกรั้งขึ้นมาถึงสะโพกผายกำลังนอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ที่กอดก่ายไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เขาคงไม่รู้ว่าเธอเจ็บปวดแม้เสียวซ่านทุกครั้งที่เจ้าของเรือนกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำปลุกปั่นหญิงสาวด้วยริมฝีปากอุ่น ลิ้นชื้นและมือสากหนาที่กำลังเลื่อนลงมาค่อย ๆ สอดลึกเข้าไปใต้อันเดอร์แวร์“แม็กซ์...หยุดเถอะค่ะ ฉันกลัวใครจะมาเห็นเข้า”“ผมหยุดไม่ได้ บีน่า คุณก็รู้...คุณไม่คิดถึงมันบ้างเลยหรือ”“ฉัน...ฉัน...” บุษราคัมอยากบอกเขาให้เสียงดังกว่ากระซิบ ว่าเธอรอคอยสัมผัสนี้เสมอ หากเขาไม่เห็นว่าเธอเป็นหญิงปลิ้นปล้อน หญิงสาวถูกล่วงล้ำอีกครั้งอย่างล้ำลึกจากปลายนิ้วแกร่งที่แทรกผ่านกลีบดอกไม้บอบบางชุมฉ่ำเข้าไปถึงชั้นในของหลืบถ้ำที่ยังคับแคบ มันบีบรัดตลอดเวลา ฮอฟมันน์กระตุกให้เลือดในกายสาวฉีดพล่าน แล้วเธอก็ยินยอมเป็นเชลยหัวใจให้เขาลงทัณฑ
“ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า...คุณแกล้งทำดีให้ผมตายใจ พอคุณเจอคู่หมั้นของคุณที่ไมแอมี่ก็ถึงกลับต้องรีบหนีกลับมาที่เมืองไทย คุณอาจทำตามแผนที่วาไว้สำเร็จ แต่คุณก็ยังรู้จักฮอฟมันน์คนนี้น้อยไป”“แม็กซ์...ไม่ว่าจะยังไงคุณก็ยังเป็นคนที่ไม่มีหตุผล คุณมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่”“ผมจะเอาคืน!” ฮอฟมันน์คำรามเสียงกร้าวขณะล้วงฝ่ามือหนาเข้าไปใต้ชายเสื้อผ้าไหมเนื้อลื่น ชายหนุ่มถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของล้วงลึกเข้าไปในบราเซียลูกไม้ บีบเคล้นนวลเนื้ออวบหยุ่นรุนแรงด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน“แม็กซ์! ฉันเจ็บนะคะ ปล่อย!” บุษราคัมบิดกายเร่าเมื่อถูกเขาคุกคาม เธออาจคิดถึงและปรารถนาอ้อมกอดของฮอฟมันน์ หากก็ไม่ต้องการความหยาบร้าย อดีตนาวิกโยธินหนุ่มไม่ยอมฟังเสียง เขาปิดปากเธอไว้ด้วยการแทรกลิ้นเข้าไปลึก ร่างเล็กบอบบางเจ็บระบมไปหมดเมื่อร่างสูงใหญ่ปลดปล่อยปิศาจร้ายครอบงำทุกอย่าง จูบนั้นทั้งเร่าร้อนรุนแรงจนเธอหายใจแทบไม่ทัน มือไม้ของเขาที่ครอบครองปทุมถันล้วนสร้างความปวดร้าวเกินจะทานทน“คนบ้า!” หญิงสาวร้องออกมาพร้อมทั้งจิกเล็บลงบนต้นแขนหนาภายใต้สูทเนื้อดีแรง ๆ หวังจะเรียกสติคนหยาบเถื่อนให้กลับคืน แต่ยิ่งทำเหมือนยิ่งยั่วยุให้มาเฟีย
อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เธอเคยรู้จักหล่อเหลาในชุดสูทซึ่งเธอไม่คุ้นเคย เขาอยู่ในมาดนักธุรกิจผิดไปจากนักรบในหน่วยซีลที่ฝึกซ้อมตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายบนเกาะไดโอนี นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังคงส่องประกายน่าหลงใหลบนใบหน้าทรงเสน่ห์หากแต่ท่าทีเครียดขรึมของเขามีแต่เธอเท่านั้นที่รับรู้ได้“สวัสดีครับ คุณบุษราคัม” เสียงทักทายนั้นราวกระชากหัวใจบอบบางให้ร่วงหล่น หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนตอบกลับไปโดยไม่ยอมมองหน้าเขาแม้แต่น้อย“สวัสดีค่ะ คุณฮอฟมันน์” ร่างแน่งน้อยหายใจขัด ทำไมเธอต้องมาพบเขาในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเผชิญหน้ากับคนที่คงตามเธอมาด้วยความคั่งแค้น“มิสเตอร์กานต์นที ผมอยากให้คุณช่วยจัดเตรียมไวน์อย่างดีของโรงแรมมาให้ผมตอนนี้จะได้ไหมครับ?”“อ้อ...ครับ...ครับ ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการไวน์รสเลิศ เคปพาราไดส์ของเราน่ะมีชื่อเสียงในเรื่องนี้เลยล่ะครับ รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะเป็นคนไปจัดการให้คุณฮอฟมันน์ด้วยตัวของผมเองเลยครับ”“เชิญตามสบายครับ แต่ผมอยากให้คุณบุษราคัมอยู่ที่นี่ก่อน เพราะผมมีอะไรที่อยากสอบถามเธอเกี่ยวกับที่นี่หลายอย่าง หวังว่าคุณคงไม่ขัดข้อง”คำพูดของแขกชั้นดีทำให้ร่างเล็กที่กำล
“แม่ครับ คงไม่เป็นไรใช่ไหมครับถ้าพ่อจะนำเสนอโปรเจ็คของบริษัทเพียงคนเดียว”“ทำไมล่ะจ๊ะ แม็กซ์...ลูกจะไปไหนอย่างนั้นหรือ”“ใช่ครับแม่” อดีตนาวิกโยธินหนุ่มว่าพลางลุกขึ้นยืนและมองคลอเดียอย่างมีความหมาย “ผมจะเดินทางไปประเทศไทย”“เมื่อไหร่ล่ะลูก มันเป็นธุระด่วนมากเลยหรือ?”“ผมจะเดินทางคืนนี้ครับ มันเป็นธุระด่วน...มากเลยล่ะครับแม่”ชายหนุ่มกุมโทรศัพท์ในมือแน่นและคลอเดียก็ไม่ถามอะไรต่อเพราะรู้นิสัยลูกชายดี ร่างสูงตระหง่านรู้สึกราวกับเลือดในกายสูบฉีดแรงเมื่อนักสืบรายงานกลับมาว่าบุษราคัมกลับประเทศไทยแล้วจริง ๆ เธอยังเป็นประชาสัมพันธ์ในโรงแรมเคป พาราไดส์ ซึ่งเป็นที่ทำงานเดิม แต่ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิมเพราะเขาจะไปที่นั่นและทำให้เธอรู้ว่าการหนีจาก ฮอฟมันน์ แม็คเคลน ไม่ใช่เรื่องง่าย!บุษราคัมมาถึงโรงแรมในตอนเช้าดังทุกวันเป็นปกติ หากผู้จัดการไม่ติดต่อให้กลับเข้ามทำงานที่นี่ป่านนี้เธอคงต้องหาที่ทำงานใหม่เพราะรู้สึกเกรงใจที่ไปต่างประเทศจนเลยเวลาที่แจ้งไว้กับทางฝ่ายบุคคล หากทว่าเมื่อกลับมาทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพื่อนร่วมงานยังคงปฏิบัตต่อเธอดังที่เคยผ่านมา ไม่มีใครถามถึงเหตุผลว่าเธอไปทำอ







