LOGIN“เหมือนพี่สาวของคุณ บีน่า!”
ร่างสูงตวาดกลับพร้อมทั้งรั้งร่างเปลือยใต้ผ้านวมผืนหนาเข้าหาอกกว้าง บุษราคัมแทบไม่มีแรงเขยื้อนเพราะทั้งเหนื่อยล้าและสิ้นหวังต่อทุกอย่างที่เกิดขึ้น
“แม็กซ์ พี่อิงไปทำอะไรให้คุณโกรธถึงขนาดต้องพาฉันมาขังไว้ที่เกาะนี่”
เสียงของ ร่างเล็กในอ้อมแขนแกร่งอ่อนลงในท้ายที่สุด ให้ตายเถอะ! ประกายวาววามในดวงตากลมโตคู่นั้นเกือบทำให้เขาก้มลงไปเพื่อประทับรอยจูบบนกลีบปากเย้ายวนอีกหน
“ผมจะลองเชื่อสักครั้งว่าคุณไม่เคยรู้พฤติกรรมชอบแทรกแซงครอบครัวชาวบ้านของพี่สาวคุณ...ผู้หญิงคนนั้นน่ะเป็นแค่นางแบบหางแถวแต่จับไมค์ แม็คเคลนเจ้าของ เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ปซะอยู่หมัด ปกติพ่อผมก็เป็นคนเจ้าชู้ชอบควงผู้หญิงคนนั้นแล้วเปลี่ยนเป็นคนนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้แม่ผมเครียดขนาดต้องเดินทางกลับเยอรมันเหมือนพี่สาวของคุณ...”
ฮอฟมันน์เว้นจังหวะคำพูดและเห็นว่าบุษราคัมมีอากัปกิริยาอ่อนลงมากกว่าตอนแรก ประกายตาคู่สวยหม่นแสงลงราวกำลังตริตรองคำพูดของเขา
“ขนาดผมเป็นทหารอยู่ในกองทัพเรือก็ยังรู้เรื่องนี้และพยายามติดต่อกับแม่แต่ดูเหมือนท่านอยากปลีกตัวออกห่างจากทุกคน เป็นใครก็คงทนไม่ไหวที่สามีตัวเองทุ่มเงินให้ผู้หญิงคนอื่นแถมยังหลงแบบไม่ลืมหูลืมตาอย่างนั้น พ่อซื้อบ้านที่ย่านเบเวอลี่ ฮิลล์ให้พี่สาวคุณอยู่ พาออกงานสังคมแบบเปิดเผย ส่วนแม่ผม...ต้องกลายเป็นก้อนหินที่พ่อโยนทิ้งลงก้นเหว!”
“แม็กซ์...”
“ผมเลยตัดสินใจเด็ดขาดลาออกจากการเป็นทหารในกองทัพ ตอนนั้นผมกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการคัดเลือกเพื่อเป็นหนึ่งในทีมหกคนของหน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษของกองทัพเรือสหรัฐ แต่เรื่องนี้รบกวนจิตใจผมมากจนท้ายที่สุดผมต้องขอถอนตัวเองออกมา...เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ป กำลังเคว้งคว้าง แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับจิตใจเปราะบางของแม่ผมที่กำลังถูกทำลายเพราะพี่สาวคุณ!”
น้ำเสียงของฮอฟมันน์หนักหน่วงและบุษราคัมก็จนหนทางจะโต้เถียง เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าตั้งแต่อัญมณีมาทำงานเป็นนางแบบอยู่ต่างประเทศก็ไม่เคยติดต่อกลับบ้านแม้แต่จะโทรศัพท์ซึ่งพอเธอได้รับจดหมายและตั๋วเครื่องบินมาบาฮามาสตามความเข้าใจว่าเป็นของพี่สาวก็คิดว่านี่เป็นข่าวดีที่สุดในรอบสองปีที่ไม่ได้เจอหน้ากัน นัยน์ตาสุกสกาวคู่งามหมองลงและเต็มไปด้วยน้ำคลอหน่วย เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่านอกจากความลุ่มหลงในตัวตนของพี่สาวก็ยังเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกร้าวอีกด้วย
“ทำไมคุณไม่ไปพูดกับพี่อิงล่ะคะ บางทีถ้าคุณพูดกับเขาดี ๆ พี่อิงอาจเข้าใจ”
“คนที่อยากได้ของคนอื่นไม่มีวันเข้าใจคำว่าศีลธรรม! ถ้าพี่สาวคุณเข้าใจคำ ๆ นี้ก็ไม่มีวันทำให้ผัวเมียเขาแตกแยก”
“แต่คุณก็ทำไม่ถูกที่พาฉันมาอยู่ที่นี่ ป่านนี้...”
“คู่หมั้นของคุณคงเป็นห่วงแย่”
ฮอฟมันน์แทรกขึ้นทันควันโดยไม่รู้ว่าเนื้อแท้ของความทุกข์ในหัวใจดวงนั้นไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิด หญิงสาวพยายามกลืนเก็บทุกอย่างไว้ภายใน อย่างน้อยคำว่า คู่หมั้น อาจเป็นเกราะป้องกันเธอได้ชั่วระยะเวลาที่อยู่ใกล้เขา บุรุษหุ่นกำยำและหล่อเหลาจนแม้แต่เธอเองก็ยังครั่นคร้ามยามอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
“ถ้าไม่ให้ฉันกลับบ้าน แล้วคุณจะเอายังไงกับฉันล่ะคะ แม็กซ์”
บุษราคัมตัดสินใจถามในที่สุด เมื่อหนีไปไหนไม่ได้ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำอย่างไร
“ลืมคู่หมั้นของคุณเสีย!”
“แม็กซ์!”
หญิงสาวอ้าปากจะค้านหากก็ไม่ทันเรียวปากหยักที่ประกบลงมาแนบสนิท ร่างบางกำหมัดแน่นเมื่อรับรู้ถึงการล่วงล้ำด้วยเรียวลิ้นสากหนาเป็นหนที่สอง ครั้งแรกเธออาจทื่อเหมือนก้อนน้ำแข็งทว่าคราวนี้กลับหลอมละลายกลายเป็นน้ำราวกับถูกไฟลามเลีย เขาฉกจ้วงเข้าไปดูดดื่มรสหวานและกระหวัดพันปลายลิ้นเล็กในกลีบปากบางทว่าละมุนละไมราวผิวสัมผัสของแคชเมียร์
บุษราคัมแทบไม่รู้สึกตัวเลยว่าผ้านวมผืนใหญ่ที่กั้นกลางระหว่างเธอและเขาเลื่อนหลุดไปกองที่บั้นเอวตอนไหน รู้เพียงแต่ว่าอะไร ๆ รอบตัวหวิวเบาราวขนนก กระทั่งเอวคอดถูกท่อนแขนทรงพลังเหนี่ยวรั้งเข้าหาจนปทุมถันอวบหยุ่นบดเบียดกับอกกว้างเต็มไปด้วยไรขนอ่อนบนเนื้อกล้ามเป็นมัด
“แม็กซ์!”
บุษราคัมเป็นฝ่ายอุทานออกมาเมื่อรู้สึกตระหนกต่อตัวเองที่ตอบรับฮอฟมันน์ด้วยการเกี่ยวกระหวัดแขนเรียวไปรอบลำคอหนา นี่เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับจูบอันวาบหวามนั้นได้อย่างไรทั้งที่ปากบอกว่าเกลียดเขาเข้ากระดูก
“บีน่า”
ฮอฟมันน์ครางออกมาบ้างท่ามกลางความเงียบงันในบรรยากาศตอนพลบค่ำซึ่งเริ่มเย็นเยียบ หากแต่ชายหนุ่มก็จำต้องปล่อยให้หญิงสาวผละห่างขณะรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดหน้าอกหน้าใจแสนยวนตา“แม็กซ์...คุณก็ดีแต่ว่าพี่สาวฉัน แต่ตัวคุณเองก็ไม่ผิดไปจากเขาสักเท่าไหร่เลย”บุษราคัมกล่าวน้ำคลอหน่วยตา เธอกำลังเจ็บใจตัวเองมที่เผลอปล่อยอารมณ์ตามเขาไปทั้งที่ไม่เคยยินยอมให้ผู้ชายคนไหนทำเช่นนี้“ผมกำลังจะบอกคุณอย่างไรล่ะ บีน่า ว่ามันเป็นกฎของการอยู่ที่นี่”“กฎ...อย่างนั้นหรือคะ?” ร่างอรชรนิ่วหน้าอย่างต้องการคำอธิบาย“กฎของการอยู่ร่วมกัน เป็นกฎของเจ้าของเกาะ นั่นก็คือ...ผมอยากจูบคุณ ที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ได้ทุกเมื่อ”“นี่คุณ!”“ถ้าปฏิเสธผมจะทำยิ่งกว่าแค่จูบคุณ!”ฮอฟมันน์ชี้นิ้วปรามทันใดที่บุษราคัมตั้งท่าจะเถียง ใบหน้างามแดงซ่านทั้งโกรธทั้งอายจนแทบอยากจะขย้ำเขาให้หลุดออกเป็นชิ้น ๆ“ฉันไม่เคยได้ยินกฎบ้า ๆ แบบนี้ที่ไหนมาก่อน! คุณมันเจ้าเล่ห์ เอาเปรียบผู้หญิงเป็นที่สุด!”
“เหมือนพี่สาวของคุณ บีน่า!”ร่างสูงตวาดกลับพร้อมทั้งรั้งร่างเปลือยใต้ผ้านวมผืนหนาเข้าหาอกกว้าง บุษราคัมแทบไม่มีแรงเขยื้อนเพราะทั้งเหนื่อยล้าและสิ้นหวังต่อทุกอย่างที่เกิดขึ้น“แม็กซ์ พี่อิงไปทำอะไรให้คุณโกรธถึงขนาดต้องพาฉันมาขังไว้ที่เกาะนี่”เสียงของ ร่างเล็กในอ้อมแขนแกร่งอ่อนลงในท้ายที่สุด ให้ตายเถอะ! ประกายวาววามในดวงตากลมโตคู่นั้นเกือบทำให้เขาก้มลงไปเพื่อประทับรอยจูบบนกลีบปากเย้ายวนอีกหน“ผมจะลองเชื่อสักครั้งว่าคุณไม่เคยรู้พฤติกรรมชอบแทรกแซงครอบครัวชาวบ้านของพี่สาวคุณ...ผู้หญิงคนนั้นน่ะเป็นแค่นางแบบหางแถวแต่จับไมค์ แม็คเคลนเจ้าของ เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ปซะอยู่หมัด ปกติพ่อผมก็เป็นคนเจ้าชู้ชอบควงผู้หญิงคนนั้นแล้วเปลี่ยนเป็นคนนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้แม่ผมเครียดขนาดต้องเดินทางกลับเยอรมันเหมือนพี่สาวของคุณ...”ฮอฟมันน์เว้นจังหวะคำพูดและเห็นว่าบุษราคัมมีอากัปกิริยาอ่อนลงมากกว่าตอนแรก ประกายตาคู่สวยหม่นแสงลงราวกำลังตริตรองคำพูดของเขา“ขนาดผมเป็นทหารอยู่ในกองทัพเรือก็ยังรู้เรื่องนี้แ
“คงจะแกล้งทำมารยาเพื่อหาทางหนีไปอีก ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า”ร่างสูงใหญ่ที่เปียกปอนไม่แพ้กันมองร่างที่คอพับคออ่อนจนใบหน้าหวานซุกซบลงกับอกกว้างด้วยลมหายใจรินรวย“บีน่า...บี...”ฮอฟมันน์เรียกชื่อนั้นซ้ำ ๆ สลับกับการตบแก้มซีดของคนในอ้อมกอดเบา ๆ ทว่าก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มนึกในใจว่าครั้งนี้เธอคงไม่ได้แสร้งทำแต่คงเหนื่อยล้าจนร่างกายไม่อาจทานทนได้จริง ๆ ผู้หญิงก็เท่านี้...พอพยศจนหมดแรงก็เป็นลมทว่าในความคิดแค้นกลับผสมปนเปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก ฮอฟมันน์ยังไม่ยอมขยับตัวหากแต่พินิจเจ้าของร่างเล็กซึ่งเขาจับศีรษะของเธอพาดไว้บนท่อนแขนข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตลุกวาวพราวพรายดุจนางแมวป่าบนใบหน้าที่แหงนหงายบัดนี้ปิดสนิท เห็นแต่แพขนตางอนโค้งขยับถี่ ๆ และลมหายใจอ่อนเบาราวกับเหนื่อยล้าเต็มที่นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องอยู่บนแก้มเนียนใสกระทั่งหยุดลงบนกลีบปากที่เขาล่วงล้ำเข้าไปอย่างอุกอาจเมื่อครู่ ชั่วแวบของความแข็งกร้าวเขากลับนึกถึงสัมผัสอันนุ่มนวลและรสล้ำฉ่ำหวานที่ไม่ได้ตั้งใจให้มันแทรกลึกลงไปในหลืบ
ทุกอย่างราวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีแต่เสียงดังอยู่ในลำคอหญิงสาวที่พยายามเช่นไรก็ขัดขืนเขาได้ไม่สำเร็จ บุษราคัมใจเต้นระส่ำด้วยไม่เคยลิ้มรสหรือแลกสัมผัสชิวหากับใคร ฮอฟมันน์เป็นคนแรกที่หยาบร้ายซ้ำยังทำในสิ่งที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเคยรุกล้ำจนเธอหวั่นหวามไปหมดเช่นนี้ ร่างสาวรับรู้ความแปลกใหม่นั้นอีกชัวครู่ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะเลื่อนออกไปหลงเหลือร่องรอยความกักขฬะเอาไว้บนกลีบปากบวมเจ่อ“คุณ...”พอดึงสติกลับมาได้บุษราคัมก็สะอื้นไห้และกัดริมฝีปากไว้แน่น และในเวลาเดียวกันชายหนุ่มก็นิ่งอึ้งเมื่อความสะใจกลับกลายเป็นความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวอยู่ใต้จิตสำนึกไม่...เขาจะทำผิดต่อความตั้งใจของตัวเองไม่ได้ ถึงร่างนุ่มที่ชิดใกล้จะเย้ายวนแค่ไหนแต่เขาแค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือบำบัดแค้น ในเมื่อพี่สาวของบุษราคัมร้ายกาจขนาดทำให้พ่อเขาลุมหลงจนละทิ้งบริษัทได้หนำซ้ำยังทำให้แม่เขาเสียใจจนต้องหลีกลี้ไปอยู่เยอรมัน ก็ไม่ควรมีคำว่าปราณีสำหรับเชลย“มานี่!” สีหน้าของฮอฟมันน์เปลี่ยนไปอีกครั้งก่อนกระชากแขนบุษราคัมให้ตามเขาไป“ไปไหน...คุณจะพาฉันไปไหน!”
“บุษราคัม!”เสียงคำรามที่ลั่นขึ้นเบื้องหลังทำให้ร่างบอบบางชะงักอีกครั้งขณะปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่างซึ่งเธอเห็นว่าสูงจากพื้นด้านล่างไม่มากนัก“คุณไม่มีวันหนีผมพ้น! ไม่มีวันหนีไปจากไดโอนีของผมได้!”บุษราคัมไม่สนใจคำคาดโทษที่กังวานก้อง หญิงสาวตัดสินใจกระโดดลงไปบนพื้นทรายก่อนรีบลุกขึ้นและตั้งหน้าออกวิ่ง เธอหวังว่าจะได้เห็นเครื่องบินลำนั้นจอดอยู่ที่เดิม แต่แล้วกลับเห็นเพียงแนวหาดทรายว่างเปล่าทอดยาวออกไปไม่สิ้นสุด เธอควรจะไปที่ใด...หญิงสาวมืดมนไปหมดทั้งที่แสงแดดแผดกล้า และแล้วร่างบางก็วิ่งตัวปลิวเข้าไปในป่ารกเรื้อริมชายหาดบุษราคัมวิ่งลัดเลาะไปตามทางเต็มไปด้วยรากอากาศของไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดินทรายอย่างทุลักทุเลโดยไม่ยอมเหลียวหลังกระทั่งรู้สึกว่าไกลห่างออกมาจาก ที่นั่น มากแล้ว ร่างแน่งน้อยวิ่งหอบแฮกถึงใต้พงไม้ใหญ่ก่อนหันกลับไปเห็นว่าไม่มีใครตามมาก่อนค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งพิงโคนไม้และเริ่มร้องไห้กับความโชคร้ายที่ไม่เคยคาดคิด“พี่อิง...พี่อิงไปทำอะไรให้เขาเจ็บแค้นถึงมาทำกับบุษแบบนี้”บุษราคัมรำพึงกับตัวเองขณะปา
“แต่ฉันไม่เคยรู้จักคุณ...เราไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะบอกอีกครั้ง...ฟังให้ชัด ๆ ว่าผมคือฮอฟมันน์ แม็คเคลน เป็นลูกชายของไมค์ แม็คเคลน เจ้าของเอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ป คนที่พี่สาวของคุณเสนอตัวเป็นอีหนูและทำให้ครอบครัวคนอื่นเขาแตกแยกยังไงล่ะ!”ยิ่งเขาพูดหญิงสาวก็ยิ่งหน้าชา แต่อะไรก็ไม่ทำให้เธอตระหนกได้มากเท่ากับร่างสูงใหญ่ที่ถือวิสาสะเบียดเข้าหา ตั้งแต่จำความได้จนโตเป็นสาวก็มีพ่อคนเดียวที่ได้ชิดใกล้ แล้วเขาเป็นใครฮอฟมันน์ แม็คเคลน...เขาทำให้เธออับอายด้วยการสาดใส่ท่าทีร้าย ๆ จนเธอทนแทบไม่ไหว“คุณพูดเรื่องอะไร! ฉันแค่จะมาหาพี่สาวและไม่เคยรู้อะไรที่คุณพูดมาด้วย”“ไม่มีใครที่คุณอยากพบทั้งนั้น! และนับแต่นี้คุณต้องอยู่ที่ได้โอนีห้ามออกไปไหน!”“คุณมันบ้า! ฉันจะเรียกตำรวจให้มาลากคอคนบ้าคนโรคจิตอย่างคุณเข้าคุก...ว้าย!”บุษราคัมร้องเสียงหลงมื่อผลักเขาออกห่างและล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงแต่ไม่ทันจะยกขึ้นกดหมายเลขก็ถูกคนหยาบร้ายแย่งเอาไปและบีบมันจนแหลกคามือ ร่างบางอ้าปากค้างกับภาพที่โทรศัพท์เครื่องบางกลายกลับเป็นเศษโลหะร่วงหล่นจากมือของชายหนุ่มทั้งได้ยินเสียงหัวเรา







