Accueil / รักโบราณ / เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ / บทที่ 4 เจ้าลืมเรื่องของเราได้ยังไง

Partager

บทที่ 4 เจ้าลืมเรื่องของเราได้ยังไง

last update Date de publication: 2025-04-17 09:15:49

บทที่ 4 เจ้าลืมเรื่องของเราได้ยังไง

แต่ทว่าเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูปนางกลับยังยืนอยู่ท่านกลางแสงแดดจ้าช่วงเวลากลางที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลางหัว ริมฝีปากเริ่มแห้งเหือดใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อเหงื่อผุดเต็มร่างกายกระนั้นนางยังคงยืนอยู่ไม่ไหวติง

หลิวไท่หยางนั่งมองความอดทนของนางพลางแสยะยิ้มออกมา

“ฮึ ไม่คิดว่านางจะทนได้ขนาดนี้ ดี ๆ ข้าจะปล่อยให้นางอยู่เช่นนี้เจ้าช่วยจับตามองนางเอาไว้อย่าให้นางไปที่ใดต่อให้สลบลงก็ไม่ต้องพานางเข้าร่มจนกว่านางจะฟื้น” ร่างสูงลุกขึ้นเดินออกไปอย่างไม่พึงพอใจเพราะเขาต้องการให้นางอ้อนวอนเขาแต่นางกลับปิดปากนิ่งไม่เอ่ยอะไรเลย

เวลาล่วงเลยจวบจนดวงอาทิตย์เริ่มตกดินจางอวิ๋นหลิงเริ่มขาสั่นกวาดสายตามองไปด้านหน้าเริ่มเห็นภาพเบลอ ใจเริ่มเบาหวิวก่อนที่ทุกอย่างด้านหน้าจะมืดสนิท ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของไป๋หนิงซินสะท้อนกึกก้องในหู

“นางสลบไปแล้วพวกเจ้าไม่โหดเหี้ยมเกินไปหน่อยหรืออีกอย่างตอนนี้ตะวันตกดินตามคำสั่งของท่านแม่ทัพ

ปล่อยนางได้แล้ว”

“ข้าไม่ได้ใจร้ายเพียงแต่ทำตามคำสั่งของท่านแม่ทัพ ในเมื่อตอนนี้ตะวันตกดินแล้วเจ้าก็พานางกลับห้องเสียสิ”

“ข้าจะพานางไปยังไงในเมื่อนางหมดสติเช่นนี้ แถมยังตัวร้อนปานไฟเช่นนี้นางจับไข้แน่ ๆ ”

“แล้วทำไมเจ้าต้องเห็นอกเห็นใจนางเชลยผู้นี้ด้วยเล่า ”ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ถกเถียงกับไป๋หนิงซินมองดูสตรีเชลยที่นอนหายใจโรยรินอยู่ที่พื้น ครานั้นนั่นเองทหารอีกคนที่เป็นมือขวาคนสนิทของท่านแม่ทัพเดินมาช้อนร่างของจางอวิ๋นหลิงขึ้นและพานางไปที่ห้องทันที ทำให้ทั้งทหารที่เฝ้าอยู่และไป๋หนิงซินงงงวยแต่ก็ยอมเดินตามไปติด ๆ

ยามฉวี (19.00)

ร่างบางหนาวสั่นครั่นเนื้อครั่นตัวราวจะเกิดไข้ค่อย ๆ ลืมตาเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาจ้องมองไปรอบ ๆ นางคิดว่าตนเองจะตายไปแล้วเสียอีกแต่ทำไมสวรรค์ไม่เมตตาต่อความต้องการของนางเสียที

“เจ้าฟื้นแล้วสินะ กินน้ำหน่อยสิตอนนี้ข้าเช็ดตัวให้เจ้าแต่อาการตัวร้อนไม่แม้แต่จะลดลงเลย ในเมื่อเจ้าฟื้นแล้วก็กินยาลูกกลอนนี้เสียจะได้หายปวดหัว ” ไป๋หนิงซินรีบอธิบายบอกนางพร้อมพยุงให้นางลุกขึ้นนั่ง

“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถามแผ่บเบา

“เจ้าสลบไปและเป็นเวลาที่ท้องฟ้าหมดแสงสว่างพอดีทหารมือขวาของท่านแม่ทัพอุ้มเจ้ามาที่ห้องนะ อย่าพึ่งถามมากกินยาก่อนเถิด” ไป๋หนิงซินยกอาหารมาให้นางกินก่อนที่จะให้กินยาลูกกลอนที่หลวนฮวานทหารมือขวาของท่านแม่ทัพมอบให้

“เจ้าทำดีกับข้าเช่นนี้เพราะอะไรกัน ตั้งแต่ข้าเข้ามาที่จวนนี้ข้าได้ยินทุกคนเอ่ยเรื่องของข้าทั้งยังรังเกียจเหยียดหยามข้าเพราะข้าเป็นเชลยเป็นศัตรูของแคว้นหยางอัน เจ้าคงเวทนาข้ามากเลยสินะ”

“เฮ้อ ! ข้าไม่ได้รู้สึกเคียดแค้นกับเจ้าเสียหน่อย อีกอย่างเป็นเรื่องของทั้งสองแคว้น ข้ามิได้ข้องเกี่ยวอันใดที่ข้าช่วยเหลือเจ้าเพราะสงสารและข้าเคยมีน้องสาว ข้ารู้สึกเสียใจทุกครั้งที่ช่วยเหลือนางไม่ได้ เมื่อเห็นเจ้าก็คิดถึงน้องสาวขึ้นมา ” แววตาของไป๋หนิงซินจ้องมองไปด้านหน้าอย่างเหม่อลอย เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา น้องสาวของนางเป็นคนที่อ่อนแอและขี้โรค ท่านพ่อท่านแม่ส่งนางเข้ามาเป็นสาวรับใช้จวนท่านแม่ทัพเพื่อหาเงินไปรักษาน้อง เงินตำลึงแรกที่นางได้นางดีใจเหลือเกินแต่เมื่อนำกลับไปให้ท่านพ่อท่านแม่กลับพบว่าตอนนี้น้องสาวของตนนั้นจากโลกใบนี้ไปแล้ว เมื่อเห็นจางอวิ๋นหลิงที่มีใบหน้าซีดเผือกไร้เลือดฝาดไม่ว่าจะเป็นแววตาที่อมทุกข์เศร้าหมองของนางจึงเกิดความเห็นใจเวทนาต่อสตรีที่เป็นเครื่องมือของการล้างแค้นที่ตัวนางไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ

อวิ๋นหลิงฝืนกินข้าวที่ไป๋หนิงซินเตรียมมาให้ไม่อยากให้นางเสียน้ำใจ กินไปได้เพียงนิดเสียงบุรุษได้ดังเข้ามาจากด้านนอก

“จางอวิ๋นหลิงท่านแม่ทัพให้ข้ามาพาเจ้าไปเข้าพบ ”

“อะไรกัน.. นี่นางไม่สบายจับไข้ตัวสั่นเทาเช่นนี้ท่านแม่ทัพเหตุใดต้องเรียกนางเข้าพบยามนี้ด้วย ไม่คิดจะให้นางได้พักบ้างหรือไง ! ข้าไม่เข้าใจท่านแม่ทัพเลยสักนิดโกรธแค้นพ่อนางเพียงใดทำไมไม่ฆ่านางทิ้งพร้อมท่านพ่อของนางเสียจะเก็บนางไว้ทุกข์ทรมานนางเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่” ไป๋หนิงซินพูดจาเบา ๆ ตำหนินายท่านของตนเบา ๆ แต่ก็ถูกอวิ๋นหลิงคว้ามือแตะลงที่แขนของนางให้นางหยุดพูด หากเรื่องนี้ถึงหูของท่านแม่ทัพนางอาจจะถูกเฆี่ยนจนหลังลายดีไม่ดี อาจจะถูกประหารเอาได้

“ไป๋หนิงซินพอเถิด อย่าเอ่ยเช่นนี้เลยเดี๋ยวเจ้าอาจจะถูกลงโทษได้ ข้าซึ้งน้ำใจของเจ้าที่มีต่อข้าและข้าเสียใจด้วยเรื่องน้องสาวของเจ้า ไม่ว่าข้าเจียนตายเพียงใดแค่เขาเอ่ยปากข้าก็มิอาจขัดขืนคำสั่งได้ ” เอ่ยจบร่างบางพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรงเดินออกไปข้างนอกตามหลังทหารที่รับคำสั่งมทาตามนางออกไป

เวลาค่ำคืนที่มืดมิด แสงจากโคมไฟลางๆ ส่องแสงผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ภายในห้องหรูหราของแม่ทัพหลิวไท่หยาง เสียงฝีเท้าของจางอวิ๋นหลิงดังขึ้นตามทางเดินหินเย็นๆ ของจวน ความเงียบงันรอบตัวทำให้จิตใจของนางยิ่งรู้สึกหนักอึ้ง ทุกก้าวที่เดินรู้สึกเหมือนการเดินไปสู่ความมืดที่ไม่มีวันออกจากไป

เมื่อถึงหน้าห้องแม่ทัพหลิวไท่หยางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แข็ง แสงไฟจากโคมไฟสาดส่องใบหน้าของเขา ทำให้ดวงตาที่เย็นชาและหงุดหงิดนั้นดูเหมือนจะมีความลึกลับแฝงอยู่

"เจ้ามาแล้วสินะ อดทนเก่งนี่จางอวิ๋นหลิง" เสียงของเขาดังแหบพร่าราวกับเสียงของคนที่ไม่มีความเมตตา

จางอวิ๋นหลิงไม่พูดอะไร ตรงเข้าไปยืนอยู่ตรงกลางห้อง หัวใจของนางถูกทิ้งไว้ในห้วงความเจ็บปวดที่ไม่อาจลืมได้ แม้แต่เสียงหัวใจที่เต้นยังแทบจะไม่เหลืออยู่ในตัว เหลือบมองชายที่โหดเหี้ยมอย่างเขาครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงต่ำ ภายในห้องมิได้มีแต่เขาเพียงผู้เดียวกระนั้นยังมีสตรีที่งดงามแต่งตัวเจนจัดเพียงแค่ปลายตามองก็รู้ว่านางคือหญิงคณิกา นั่งอยู่ในอ้อมอกของบุรุษที่เอ่ยปากต่อนางเมื่อครู่ แววตาเย้ยหยันนางจนน่าแปลกใจเขาต้องการสิ่งใดกันแน่ถึงเรียกนางมาในยามนี้ 

“ท่านเรียกข้ามาเพราะสิ่งใดกัน หรือเรียกข้ามาเพราะคิดว่าข้าจะทนบทลงโทษของท่านมิได้ ท่านกลัวข้าตายและไม่ได้ทรมานข้าต่อเช่นนั้นหรือ”

“หึ ปากดีเสียจริง เจ้ารู้ดีนี่ว่านั่นคือคำสั่งของข้าไม่ให้เจ้าตายจนกว่าความแค้นของข้าหมดไป เจ้าลืมหน้าที่เจ้าแล้วหรือปรนนิบัติข้านะ ค่ำคืนนี้แสนยาวนานข้าจะให้เจ้าคอยรินสุราและคอยเรียกใช้ในยามที่ข้าหยอกเย้าอยู่กับนางคณิกาผู้นี้” เขาก้มลงมาเชยชมนางคณิกา ลอบมองสีหน้าของอวิ๋นหลิงครู่หนึ่ง

แม่ทัพไท่หยางมองไปที่นางอย่างไม่พอใจ เห็นนางยืนอย่างไร้แรงและไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เขาทำอยู่ จึงยิ้มเหยียด "จะยืนอยู่เช่นนั้นหรือมารินสุราให้ข้ากับหญิงงามผู้นี้เร็วเข้า ทำตัวไร้ประโยชน์เสียจริง ”

คำพูดของเขาทำให้จางอวิ๋นหลิงรู้สึกเหมือนมีดคมๆ แทงทะลุใจ แต่นางกลับไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลย ดวงตาของนางว่างเปล่าราวกับไม่มีชีวิต เหมือนกับวิญญาณที่หลุดออกจากร่างกาย

‘ตั้งแต่เข้าจวนมาเป็นเชลยข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำเลยด้วยซ้ำเพราะเหตุอันใดกัน เสมือนว่าข้ามิใช่เชลยที่เขาพากลับมารังแกแต่เหมือนเขาต้องการให้ข้าเจ็บปวดในการกระทำของเขา จะให้ข้าเจ็บปวดอย่างไรในเมื่อข้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาสักนิด หรือว่าสตรีที่ข้าอยู่ในร่างนี้จะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันนะ แต่คงมิใช่หรอก จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรในเมื่อทั้งสองแคว้นเป็นศัตรูคู่แค้นกัน’ นางครุ่นคิดในใจอย่างนึกสงสัยค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามารินสุราใส่จอกให้ทั้งสองที่แทบจะแนบชิดไม่อายนางแม้แต่น้อย

“ท่านแม่ทัพร่างกายของท่านแข็งแกร่งบึกบึนเช่นนี้ คืนนี้ข้าจะได้นอนหรือไม่เจ้าคะ เป็นวาสนาของนางโลมอย่างข้าเสียจริงที่จะได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของท่าน” นางโลมใช้มือลูบไล้ทั่วแผ่นอกของเขา ก่อนแสยะยิ้มเบา ๆ วางจอกสุราลงก่อนจะจับปลายคางมนของนางเชิดขึ้นเล็กน้อย

“นั่นสินะเป็นวาสนาของเจ้าจริง ๆ ข้านะเก่งแต่ออกศึกรบไม่หวั่นแต่ข้านะไม่เคยร่วมหลับนอนกับสตรีใด ข้าจะให้เจ้าเป็นสตรีคนแรกของข้า”เขาพูดเอาอกเอาใจเพื่อทำให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำ เขามองอวิ๋นหลิงด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจางอวิ๋นหลิงถึงไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เขาทำกับนางโลมผู้นี้ เขามั่นใจแท้ ๆ หากทำเช่นนี้นางต้องทุกข์ทรมาน เขาต้องการเห็นความเจ็บปวดในดวงตาของนาง แต่ทุกสิ่งที่เขาทำกลับไม่สามารถทำให้นางสั่นคลอน นางค่อย ๆ ขยับกายหันหลังหนีเพื่อให้ทั้งสองใช้เวลาร่วมกัน แต่กระนั้นการกระทำของนางกลับทำให้เขาโมโหมากกว่าเดิม

"ทำไมไม่รู้สึกอะไรเลย... ข้าทำขนาดนี้เจ้ายังไม่เจ็บปวดบ้างเหรอ?" เขาตะโกนอย่างโกรธแค้น ก่อนที่จะหันไปขับไล่นางโลมที่ยืนอยู่ข้างๆ "ออกไป!"

นางโลมมองหน้าท่านแม่ทัพสักพัก ก่อนจะก้มหัวและออกไปจากห้องอย่างฉงนใจที่จู่ ๆ เขาพลันอารมณ์เปลี่ยนไปจนนางมองตามสายตาของของท่านแม่ทัพทำให้นางได้รู้ว่าที่เขาพานางมามิได้ต้องการให้นางมาร่วมหลับนอนแต่พานางมาเพื่อทำร้ายจิตใจของสตรีที่ยืนอยู่ด้านหน้านั่น

หลิวไท่หยางลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาเดินเข้าหาจางอวิ๋นหลิงอย่างรวดเร็ว และจับแขนนางอย่างแรง "ทำไม...ทำไมเจ้าถึงไม่รู้สึกอะไรเลย?"

จางอวิ๋นหลิงหายใจช้าๆ มือที่จับแขนเขากลับไม่สะทกสะท้าน แค่ดวงตาของนางที่ทอดมองไปที่อะไรบางอย่างที่อยู่ไกลๆ ท่าทางของนางเหมือนกับว่ากำลังอยู่ในโลกของตัวเอง จิตใจของนางแหลกสลายจนไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดจากภายนอกได้

"ทำไมข้าต้องรู้สึกอะไรด้วยเล่าในเมื่อข้าเป็นเพียงเชลยศึกของท่านเท่านั้น ท่านต้องการสิ่งใดกันแน่ สิ่งเดียวที่ข้ารู้แค่ว่า...ข้าจะไม่มีวันหลุดพ้นจากท่านได้" เสียงของนางแผ่วเบา แต่มันเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ไท่หยางยืนมองจางอวิ๋นหลิงอย่างโกรธจัด เขาพยายามจะทำลายความแข็งแกร่งที่นางซ่อนไว้ในใจ แต่เขากลับพบว่ามันยากเกินไป นางยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ราวกับไม่สามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เขาพยายามจะส่งมาถึงได้

“เฮอะ ! เจ้าทำเป็นลืมเรื่องของเราอย่างนั้นหรือทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเจ้ารักข้าเพียงใด ข้านำตัวเจ้ากลับมาเพื่อแก้แค้นให้เจ้าตรอมใจไปทีละน้อย แต่เจ้ากลับทำให้ข้าโมโหมากกว่าเดิมที่ทำเหมือนเจ้าไร้ความรู้สึกต่อข้า?" เสียงของเขาตะโกนด้วยความโมโห แต่จางอวิ๋นหลิงยังคงยืนเหมือนหุ่นไม้ ไม่มีการตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น ครานั้นตัวนางถ่องแท้ว่าทำไมเขาต้องการให้นางเจ็บปวดและไม่ให้นางตาย ความรู้สึกของเจ้าของร่างเริ่มประสานในจิตวิญญาณของนาง ทำให้ใจเริ่มสั่นคลอนความรู้สึกในใจของนางบอกให้รู้ว่า นางอาจจะมีเพียงความเจ็บปวดที่ไม่อาจทนได้อีกต่อไป...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 28 ปล่อยวาง(ตอนจบ)

    บทที่ 28 ปล่อยวางอวิ๋นหลิงเงยหน้าขึ้นมองไปด้านอื่นน้ำตาไหลรินไม่ต่างกัน ความเจ็บปวดที่นางพบเจอล้วนแต่เป็นเขาที่เป็นคนทำมัน ความปวดร้าวเรื่องราวที่ผ่านมาจะให้นางให้อภัยได้อย่างไร เขายังคงกอดขานางแน่น อวิ๋นหลิงไตร่ตรองเป็นอย่างดีก่อนจะเอ่ยมาทำลายความเงียบภายในห้อง“แต่มีทางหนึ่งที่ท่านสามารถทำให้ข้าให้อภัยท่านได้ ” ไท่หยางเงยหน้าขึ้นจ้องมองนาง รีบลุกขึ้นไม่ว่านางจะให้เขาทำอะไรข้ายอมทั้งนั้นหากมันจะทำให้นางให้อภัยเขาได้ และเขาจะได้ไถ่โทษกับตระกูลของนาง“ไม่ว่าเจ้าจะให้ข้าทำอะไร ข้าทำให้เจ้าได้ทั้งนั้นหากเจ้ายอมให้อภัยข้าในสิ่งที่ผ่านมา”“ปล่อย.. ปล่อยข้าไปอย่าได้รั้งกันไว้อีกเลย เพียงเท่านี้เราทั้งสองก็เจ็บปวดมามากพอแล้ว ข้าไม่อาจทนเห็นใบหน้าของท่านได้อีกความเกลียดความแค้นมันมากมายเหลือเกิน เพียงเห็นใบหน้าของท่าน ข้าก็อดที่จะคิดถึงเรื่องราวที่ท่านเคยทำไว้ไม่ได้ ได้โปรดปล่อยข้าไปเสีย ข้าจะอภัยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเราหมดวาสนาต่อกันเพียงเท่านี้เถิด ข้าเหน็ดเหนื่อยไม่อยากจะพบเจอเรื่องเช่นนี้อีกต่อไป ...” ไท่หยางหมดเรี่ยวแรงปล่อยมือออกจากกายของนาง ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่ตนเองก่อขึ้นมา“ข้ารู้ว

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่27 ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    บทที่27 ความจริงที่แสนเจ็บปวดครั้นสองเท้าย่างกรายออกมาด้านนอกบัดนี้กองกำลังของเขาถูกล้อมไปด้วยทหารของแคว้นหยางอันจนหมดสิ้น โดยมีแม่ทัพหลิวไท่หยางยืนรอเขาอยู่ด้านหน้าจวน“เจ้าช้ากว่าข้าไปหนึ่งก้าว ยอมแพ้แต่โดยดีเพราะตอนนี้แคว้นของเจ้าถูกคนของข้าล้อมรอบไว้หมดแล้ว” ไท่หยางป่าวประกาศน้ำเสียงเข้มขรึมน่าเกรงขาม อีกฝ่ายกลับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน นี่เขาพลาดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดว่าเพียงแค่นี้ข้าจะยอมแพ้หรือ แคว้นฉู่ของข้า ยอมตายแต่ไม่ยอมลดศักดิ์ศรีเด็ดขาด พวกเราลุกขึ้นสู้เพื่อแคว้นของเรา” ชางถิงพูดปลุกใจของเหล่าทหารชั่วพริบตาเดียวกองทัพทหารของแคว้นฉู่ได้วิ่งกรู่ออกมาอีกจำนวนมาก เริ่มปะทะสู้กันอย่างดุเดือด ยามนี้แคว้นฉู่นองเลือดจนกลิ่นคละคลุ้งผู้คนเริ่มล้มตายจากการต่อสู้ และแล้วเขาก็ตกอยู่ใต้ดาบของหลิวไท่หยาง กายเต็มไปด้วยเลือดของศัตรูอาบใบหน้า ถือดาบจ่อที่คอของชางถิง“ฮ่า ฮ่า ในที่สุดเจ้าก็ชนะข้า เอาสิบั่นคอข้าไปเลยเจ้าจะได้นำชัยชนะกลับไป เอ๊ะเดี๋ยวสิ! ข้าจะบอกแก่เจ้าก่อนแล้วกัน ข้าได้ยินมาว่าจับตัวบุตรสาวของจางชิงหลงแคว้นหนานไฮ้ไปเพื่อแก้แค้นนางใช่หรือไม่ อีกอย่างเจ้าเองก็ลงมื

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 26 รับไว้เพียงไมตรีมิอาจจะรับความรักของท่านได้

    บทที่ 26 รับไว้เพียงไมตรีมิอาจจะรับความรักของท่านได้ฝั่งด้านอวิ๋นหลิงตั้งแต่หลังจากกลับมาจากวันนั้น นางไม่ได้พบเจอหน้าไท่หยางอีกเลย ได้ยินผ่านจากไป๋หนิงซินว่าเขาปลอดภัยดีนางเองก็สบายใจทำงานเหมือนอย่างเคย แม้จะอยู่ห้องใกล้ ๆ กันกับเขาแต่ทว่านางไม่เคยคิดจะก้าวเข้าไปหาเขาเลยด้วยซ้ำ“เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ ? ” ไป๋หนิงซินยื่นหมั่นโถวให้นางพลางย่อนกายนั่งลงข้าง ๆ ช่วงนี้เหมือนหิมะจะหยุดตกแล้วทว่ายังมีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่ในอากาศ หมั่นโถวร้อน ๆ พอทำให้คลายหนาวได้บ้าง“ขอบใจนะ ข้าเพียงแค่คิดว่าหากข้าไม่กลับมาเจ้าจะเป็นอย่างไร คิดถึงข้าบ้างหรือไม่?”“ถามมาได้ขนาดเจ้าหายไปเพียงหนึ่งคืนข้าแทบนอนไม่หลับ กระวนกระวายไปหมดไม่เห็นหรือไงว่าข้าดีใจแค่ไหนที่เจ้ากลับมา ” ไป๋หนิงซินเอ่ยพลางกินหมั่นโถวเข้าปากคำใหญ่“นั่นสินะ ... ถ้าตอนนั้นข้าเลือกที่จะทิ้งไท่หยางและหนีไปตอนนี้ชีวิตของข้าจะเป็นอย่างไรนะ”“อย่าบอกนะว่าเจ้ามีโอกาสหนียามที่ท่านแม่ทัพได้รับบาดเจ็บนะ”“อื้ม ...แม่ทัพของเจ้าบอกให้ข้าหนีไปยามมีโอกาสแต่ไม่รู้ทำไมข้าถึงไม่หนีกันนะ อาจจะเป็นเพราะว่าข้าเกรงว่าเจ้าจะร่ำไห้เพราะเป็นห่วงข้านะสิ ฮึ ฮึ”

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 25 แม่ทัพถูกโจมตี

    บทที่ 25 แม่ทัพถูกโจมตีจวนแม่ทัพหลิวไท่หยางไป๋หนิงซินเฝ้ามองไปที่ประตูจิตใจกระวนกระวายเป็นห่วงอวิ๋นหลิง นี่ก็ยามซวี (19.00) แล้วทั้งสองคนยังไม่กลับเข้าจวนอีกทั้งหิมะก็ตกแรงมากกว่าเดิม นางมิอาจจะเก็บความเป็นห่วงเอาไว้ได้รีบย่างกรายไปหาหลวนฮวานที่ยืนอยู่หน้าห้องของแม่ทัพไท่หยาง“หลวนฮวานทำไมท่านถึงใจเย็นได้ ไม่ร้อนใจเลยหรือ?เมื่อไหร่ท่านแม่ทัพจะพาอวิ๋นหลิงกลับจวน ข้าชักเป็นห่วงจริง ๆ หวังว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับท่านแม่ทัพหรอกใช่มั้ย”“เจ้าอย่าเป็นกังวลไปเลย ท่านแม่ทัพมีฝีมืออีกไม่นานก็คงกลับมา” แม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ใจของหลวนฮวานก็เป็นห่วงท่านแม่ทัพเช่นเดียวกัน ทว่ายามนั้นมีทหารใบหน้าแตกตื่นวิ่งเข้ามาแจ้งให้หลวนฮวานได้รับรู้“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”“เรื่องอะไรกันทำไมเจ้าถึงได้รีบร้อนวิ่งมาถึงเพียงนี้”“ข้าออกไปดื่มสุราที่โรงเตี๊ยมมาเมื่อครู่ได้ยินเรื่องของท่านแม่ทัพ มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ หุบเขามาพูดคุยกันเรื่องของแม่ทัพไท่หยางเขาขึ้นไปเก็บสมุนไพรและเห็นว่าท่านแม่ทัพกำลังถูกคนของแคว้นฉู่ไล่ล่า คนของพวกนั้นมากันมาเหลือเกินไม่รู้ว่าป่านนี้ท่านแม่ทัพจะเป็น

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 24 หนีไปสิตอนที่เจ้ามีโอกาส

    บทที่ 24 หนีไปสิตอนที่เจ้ามีโอกาสสีหน้าของเขาเริ่มซีดเซียวขาวเผือกไร้เลือดฝาด นางพยุงเขาเข้ามาด้านในพร้อมจับเขานั่งลงพิงผนังหิน กลิ่นเลือดคละคลุ้งเต็มอากาศยังคงไหลไม่หยุด อวิ๋นหลิงจ้องมองฝ่ายตรงข้ามพร้อมครุ่นคิดหากนางจะใช้โอกาสนี้ในการหลบหนีคงไม่ยากเพราะเขาคงไม่มีเรี่ยวแรงจะตามนางได้ทันแน่ ๆ นางต้องการหลุดพ้นจากเขาจึงช่างใจคิดครู่ใหญ่ และเหมือนว่าไท่หยางจะรู้ถึงความคิดของนาง“เจ้าคงคิดอยากจะทิ้งข้าไว้และหนีข้าไปสินะ เอาสิยามนี้เป็นเวลาที่เจ้าจะได้หลุดพ้นจากเนื้อมือของข้าแล้ว โอกาสที่เจ้าจะหนีจากข้ามาถึงแล้วปล่อยให้ข้ารอความตายอยู่ที่นี่โดยมิต้องใส่ใจข้า แต่ถ้าหากว่าข้ารอดไปได้ข้าจะตามหาเจ้าต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินทั่วใต้หล้าข้าก็จะตามหาเจ้าให้เจอ เมื่อนั้นอย่าหวังว่าจะหนีข้าไปได้เพราะข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปอีก” น้ำเสียงแหบพร่าคล้ายคนกำลังหมดแรงเอ่ยออกมาโดยใช้กำลังทั้งหมด อวิ๋นหลิงเริ่มลังเล หากนางจะหนีเขาไปนางจะไม่มีทางให้เขาหานางได้พบเลย นางหันไปมองหน้าถ้ำก่อนจะหันกลับมามองไท่หยางอีกครา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ลุกขึ้นยืนและวิ่งออกไปจากถ้ำทันที ปล่อยให้เขาอยู่ในถ้ำรอความตายและทนความเจ็บปวดที่กำ

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 23 จำไม่ได้

    บทที่ 23 จำไม่ได้‘คำพูดของนางทำให้จิตใจของข้าสั่นคลอนได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ ?’ “เฮ้อ ! เจ้าคิดว่าเจ้าพบเจอเพียงเท่านี้แล้วข้าจะหายโกรธแค้นหรืออย่างไรกัน เพียงเท่านี้ยังน้อยไปกับที่ท่านแม่ข้าพบเจอ เลิกทำสายตาสีหน้าเบื่อโลกเสียข้าบอกแล้วอย่างไรว่าข้าไม่มีทางให้เจ้าตายจากข้าไปง่าย ๆ ที่ข้าพาเจ้ามาที่นี่เพราะอยากตอกย้ำความเจ็บปวดเจ้าเท่านั้น เจ้าจำที่นี่ไม่ได้เลยหรือ” อวิ๋นหลิงหมดสิ้นความหวังที่เขาจะผลักนางลงเหว เขาก็ยังคงเป็นเช่นนี้เสมอเป็นชายที่ไร้ใจอำมหิตไม่ยอมปล่อยให้นางได้ทำตามความปรารถนานางกวาดสายตามองไปด้านหน้า เทือกเขาสูงชันแม้ท้องฟ้าจะไร้แสงอาทิตย์แต่นางยังคงมองเห็นทิวทัศน์ด้านล่างได้อย่างชัดเจน แต่ทว่าความทรงจำของอวิ๋นหลิงกลับจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าที่นี่มีความหมายต่อนางอย่างไร แล้วทำไมนางต้องเจ็บปวดด้วยเล่า“ข้าไม่เห็นอันใดแม้แต่น้อยเห็นแต่หุบเขา ท่านต้องการสิ่งใดกับข้ากันแน่ หากไม่ต้องการผลักข้าตกเหวแล้วสิ่งใดกันในที่นี่จะทำให้ข้าเจ็บปวด ” น้ำเสียงนิ่งเรียบตอบกลับอย่างไร้ความรู้สึก ทำให้อีกฝ่ายโมโหขึ้นทันตา เพราะสถานที่นี้คือที่ที่เขาเคยพานางเมื่อยามที่รักกันปานจะกลืนกินก่อนที

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 22 ปล่อยข้าไปเถอะ

    บทที่ 22 ปล่อยข้าไปเถอะ“ปล่อยข้าเถอะนะ ข้าไม่ต้องการไม่ว่าท่านต้องการให้ข้าทำอย่างไรข้าจะยอมทำตามทุกอย่าง ได้โปรดอย่าทำเช่นนี้กับข้าเลย”ไฟราคะปะทุในกายจนรุ่มร้อนไปหมดเขาไม่อาจจะหยุดและทำตามคำพูดของนางได้ เงยหน้าขึ้นจ้องมองหน้าอีกฝ่ายพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าหยุดไม่ได้ หากทุกอย่างไม่เป็นแบบ

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 17 อับอาย

    บทที่ 17 อับอายก่อนจะออกไปส่งใต้เท้าจื่อเหมาไท่หยางหันหน้าไปมองพร้อมกระพริบตาให้แก่หลวนฮวานพาอวิ๋นหลิงกลับไปที่ห้องพักของนาง หลวนฮวานพยักหน้าน้อมรับคำสั่งของนายท่านอุ้มร่างอวิ๋นหลิงไปที่ห้องของนางฝั่งด้านไป๋หนิงซินนางเป็นห่วงอวิ๋นหลิงจนนั่งไม่ติดพื้นเดินไปเดินมาทั่วห้องครานั้นนางได้ยินเสียงฝีเท้า

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 12 หม่อมฉันจะรอ

    บทที่ 12 หม่อมฉันจะรอร่างบางที่เคยมีใบหน้าอมชมพูผิวขาวราวหยวก บัดนี้ใบหน้าของนางขาวซีดเผือกริมฝีบางแห้งผากซีดจนแทบไม่เหลือความเป็นคนนอนอยู่ใต้ผ้าห่ม โดยมีไป๋หนิงซินอยู่ข้าง ๆ คอยเช็ดตัวให้นางอยู่ไม่ห่าง“นางเป็นเช่นไรบ้าง”“ท่านหมอบอกว่านางทนไม่ได้ที่ร่างกายถูกแดดแล้วมาถูกสายฝนเจ้าค่ะ ทำให้นางรับไ

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 11 จับไข้

    บทที่ 11 จับไข้เหลียงอวี้เดินเข้ามาในห้องของไท่หยางเห็นเขายืนอยู่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวยิ่งทำให้เขาไม่ชอบใจเลยที่สหายเปลี่ยนไปเป็นคนที่เลือดเย็นได้ถึงเพียงนี้“เรื่องนี้เจ้าทำเกินกว่าเหตุไปแล้ว ทำไมถึงต้องทำกับนางเช่นนี้ในเมื่อเจ้าบอกว่าเจ้าไม่รักนางหมดใจแล้ว จงปลดปล่อยนางไปเถิดตอนนี้นางเป็นเพียงเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status